พนมสารคาม อำเภอหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีประชากรราว 85,000 คน เป็นอำเภอทางผ่านขนาดกลางที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก มีเรื่องราวของผู้ชายคนท้องถิ่นคนหนึ่งกับร้านค้าของเขาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวอันน่าสนใจ 

เรื่องราวการต่อสู้ของร้านกับคู่แข่งด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจอันแพรวพราว จนทำให้คู่แข่งจากต่างเมืองต้องยอมแพ้กลับไปทุกราย 

หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมชมในร้านจะได้พบกับสินค้านับหมื่นรายการ มีแผ่นกระดาษคำกลอนแปดนับร้อยที่แต่งด้วยตัวเองทั้งหมดแปะเต็มผนังทุกด้าน ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเดินเลือกจับจ่ายอย่างกลมกลืน 

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี, เฮียเล็ก-พิสิษฐ์ วรรณีเวชศิลป์

ถ้าหากเราเรียก สนามฟุตบอล Old Trafford ของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นเหมือนโรงละครแห่งความฝันของวงการฟุตบอลและแฟนบอลทั่วโลก ‘พวงทองสรรพสินค้า’ ก็เป็นเหมือนโรงละครแห่งชีวิตของ เฮียเล็ก-พิสิษฐ์ วรรณีเวชศิลป์ ผู้ก่อตั้งร้านพวงทองสรรพสินค้า ที่ตั้งใจทำธุรกิจเพื่อลูกค้าทุกคนที่เขารัก แม้ว่าโรงละครแห่งนี้จะไม่ได้มีฟุตบอลหรือมีการแสดงทั่วไป แต่เต็มไปด้วยบทเรียนชีวิตและบทเรียนการตลาดนอกตำราที่คนทำธุรกิจต้องศึกษาไว้ให้ดี ผ่านทั้งคำพูดและคำกลอนที่ร้อยเรียงออกมาอย่างคล้องจองราวกับทุกสิ่งเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

“ทุกวันนี้ ทำธุรกิจจากพื้นฐานของคำแค่สองคำ คือ จริงจังและจริงใจ ทำทุกอย่างให้มิตรแท้ที่รักและเคารพ” คือประโยคแรกที่เฮียเล็กเริ่มต้นเล่าให้เราฟัง

“แดดไม่ได้ออกเป็นเงิน ลมไม่ได้โชยมาเป็นทอง แต่เป็นเพราะพี่น้องที่ให้ความเมตตา เรามีแต่ความจริงใจให้ ห้างฯ ก็บ้านนอก เถ้าแก่ก็คนบ้านนอก พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เราเป็นอย่างนั้นจริงๆ

“เวลาทำงาน เราต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คิดคด ทรยศ หรือกบฏต่ออาชีพของตัวเอง ถ้ามีคุณธรรมในตัว ชัวร์แน่นอน!”

ชุดประโยคเริ่มต้นของเรื่องราวการสนทนา ถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงที่มุ่งมั่น แววตาเป็นประกาย เราสังเกตเห็นอีกหนึ่งอย่างคือ แต่ละคำ แต่ละประโยค ช่างเต็มไปด้วยคำคล้องจองราวกับบทกลอนที่ร่ายออกจากกวีฝีปากเอก ช่วยให้การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของร้านพวงทอง ธุรกิจท้องถิ่นที่อยู่คู่ชาวอำเภอพนมสารคามมา 47 ปี เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม

เราเคยได้ยินคำกล่าวว่า ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละคร เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของเฮียเล็กและร้านพวงทองแล้ว เราขอให้เชื่อเถอะว่ามันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี
พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ละครฉากแรก

ชีวิตวัยเด็ก

“ผมเรียนจบชั้น ม.ศ.3 ที่โรงเรียนพนมอดุลฯ และต้องออกจากโรงเรียน ทั้งๆ ที่เรียนได้ที่หนึ่ง เมื่อออกมาก็ไปทำงานที่แคมป์ทหารฝรั่งที่แสมสาร สัตหีบ ในตำแหน่งคนล้างส้วม เรียกภาษาฝรั่งว่า Janitor นั่นแหละ ไม่ได้รู้สึกอายนะ แต่ดีใจมากกว่าเพราะได้ทำงานสุจริต” มาถึงตรงนี้ เราแอบเห็นเจ้าของเรื่องมีน้ำตาคลอเบาๆ เมื่อเล่าย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีต

“ทำงานล้างส้วมได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็ย้ายไปเป็นบาร์เทนเดอร์ ไม่เคยเรียนชงเหล้าหรอกนะ แต่อาศัยแอบดูตอนเข้าไปล้างแก้ว เรียกว่าครูพักลักจำเอาจนได้ สมัยนั้นนายกรัฐมนตรีเงินเดือนเก้าพันบาท ทองบาทละสี่ร้อย เราเป็นบาร์เทนเดอร์ ได้ชั่วโมงละ 6.65 บาท ทำงานวันละสิบชั่วโมง เดือนหนึ่งก็ได้พันหน่อยๆ พักเดียวก็เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าบาร์เทนเดอร์ มีลูกน้องห้าคน แต่ทำงานในแคมป์ฝรั่งข้อดีมีเงินทิปเยอะ เดือนหนึ่งได้ประมาณสองแสนบาทแบ่งกันกับลูกน้อง ส่วนตัวเอง ได้เงินเท่าไหร่ส่งให้พ่อแม่ทั้งหมด ทำงานเจ็ดปี มีเงินเก็บสามล้านบาท”

พวกเราทึ่งกับความสามารถในการจดจำตัวเลขทุกอย่างได้อย่างแม่นยำของเฮียเล็ก

เมื่อถึงกำหนดเวลา แคมป์ทหารฝรั่งก็ปิดลง เฮียเล็กเดินทางกลับมาบ้านเกิดพร้อมกับความฝันว่า อยากมีร้านค้าที่ติดแอร์สักร้าน ซึ่งฟังแล้วอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับสมัยนี้ แต่ถ้าเป็น 40 กว่าปีก่อน การติดแอร์ถือเป็นความแปลกใหม่และทันสมัยที่สุดแล้ว 

“ไม่เคยคิดจะทำอาชีพอื่น ด้วยเพราะตัวเองเป็นคนชอบค้าขาย ก็เลยอยากมีร้านของตัวเอง” เฮียเล็กย้ำ

“ตลอดเวลาเจ็ดปีที่อยู่ในแคมป์ฝรั่ง ได้เห็นความเจริญในแคมป์ที่ก้าวหน้ากว่าชีวิตข้างนอกไปสามสิบปี ร้านค้าในแคมป์มีเครื่องคิดเงิน การติดแอร์ในร้านถือเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ด้านนอกแคมป์ การติดแอร์สักเครื่องนั้นต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมาก” 

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี, เฮียเล็ก-พิสิษฐ์ วรรณีเวชศิลป์

ฉากที่ 2 

จุดเริ่มต้นของการตลาดนอกตำรา 

“วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2516 ร้านพวงทองสาขาแรกเกิดขึ้นด้วยเงินทุนก้อนแรกหนึ่งแสนบาท แบ่งเป็นซื้อบ้าน เจ็ดหมื่นบาท แต่งร้านสองหมื่นบาท และเหลือเงินแค่หนึ่งหมื่นบาทเท่านั้นสำหรับซื้อของเข้ามาขาย จึงเลือกขายเครื่องหวาย เครื่องจักสาน ให้ชาวบ้านไว้จับปลาหรือใช้ในบ้าน เพราะเห็นว่าตอนนั้นยังไม่มีใครขาย เป็นสินค้าประเภทเดียวที่เงินหนึ่งหมื่นบาทจะสั่งเข้ามาขายแล้วได้ของเต็มร้าน” 

หลังจากร้านแรกเปิดได้ 15 ปี เก็บเงินได้ 1.5 ล้านบาท ก็ต้องเปิดสาขา 2 ด้วยความจำเป็น เนื่องจากที่ตั้งของร้านแรกอยู่ในเขตพื้นที่ของวัด และทางวัดต้องการพื้นที่คืน ร้านพวงทองสาขา 2 จึงเกิดขึ้นด้วยคอนเซปต์ที่ล้ำสมัยที่สุดและเป็นร้านในฝันที่เฮียเล็กเฝ้ารอคอยมานาน นั่นคือการเป็นร้านติดแอร์และอยู่ห่างจากร้านแรกเพียงแค่ 100 เมตร

“10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ร้านพวงทองสรรพสินค้าเปิดร้านเป็นวันแรกด้วยเงินลงทุนแปดแสนบาท ตอนนั้นถนนแถวนี้ยังเป็นดินแดงอยู่เลย แต่ร้านเราติดแอร์ เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก คนมารอเข้าคิวตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด คนมาทั้งวันจนต้องขอให้เข้าเป็นรอบ เราปิดร้านวันแรกพร้อมกับยอดขายสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาท” เฮียเล่าให้ฟังอย่างออกรสแบบไม่ต้องดูโน้ตใดๆ จนเราอดทึ่งไม่ได้ความแม่นยำในตัวเลขทุกตัวในหัว 

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

“ต้องคิดแปลก และแตกต่าง ทุกอย่างถึงจะเป็นเงิน แต่ถ้าคิดตามเขา เราจะเป็นรอง”

คือบทเรียนการตลาดแรกของวันนี้ 

“ร้านพวงทองคิดทำอะไรจะต้องแตกต่างจากคนอื่นเสมอ เราคิดในรายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่การเรียกสินค้าโปรโมชันว่าเป็นสินค้าพระเอก นางเอก เทวดา นางฟ้า เพราะชื่อเรียกเหล่านี้ชาวบ้านเข้าใจง่ายว่ามาช่วยให้พวกเขามีความสุข เหมือนเทวดามาโปรด เรียกแบบนี้ลูกค้าจำง่าย รู้สึกสนุกและเป็นกันเอง ไม่ต้องไปใช้ภาษาฝรั่งให้ยุ่งยาก”

ให้จากใจ 

“ทุกครั้งที่มีการเปิดร้านวันแรก เราแจกไม่อั้น เพราะเราต้องให้ก่อนถึงจะได้รับ คนเราหายใจเข้าอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหายใจออกด้วย” เฮียเล่าถึงกลยุทธ์การตลาดที่คิดขึ้นด้วยตัวเองอย่างสนุก

“ผมเห็นจากพ่อแม่เป็นตัวอย่างของผู้ให้ จึงยึดแนวคิดของการให้ก่อนมาตลอดในการทำงาน และการให้นั้นก็ต้องให้อย่างจริงใจ อย่าเสแสร้งหรือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราไม่ได้ให้จากใจ“

บทเรียนการตลาดข้อ 2 : ให้ก่อนรับและให้อย่างจริงใจ 

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ตลาดนัดติดแอร์

หลังจากเปิดร้านที่สองได้ 8 ปี ร้านพวงทองตลาดนัดติดแอร์หรือสาขา 3 ก็เปิดให้บริการในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2540 ด้วยขนาดร้านที่ใหญ่ขึ้น 

“ร้านใหม่มีรายการขายสินค้ามากขึ้นเพราะเพิ่มของใช้ในบ้านขึ้นมา เช่น จาน ชาม ถ้วย ถัง เครื่องครัว เราเลยตั้งชื่อว่าตลาดนัดติดแอร์ ใครมาเดินที่นี่ก็เหมือนได้ไปตลาดนัด” เมื่อเราดูของที่ขายในร้านก็อดทึ่งไม่ได้จริงๆ ว่า ของขายมากมายขนาดนี้บริหารจัดการอย่างไร

“ของที่ขายในร้านทั้งหมด เราสั่งตรงจากผู้แทนของบริษัท สินค้าต้องเข้าตามตรอก ออกตามประตู ไม่เคยซื้อของที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ลูกค้าสบายใจได้ว่าของทุกชิ้นในร้านมีคุณภาพ ผมสั่งของด้วยตัวเอง คุยกับผู้แทนทุกคนด้วยตัวเอง มีตารางการทำงานชัดเจนทุกวันว่าเวลาไหน จะไปอยู่ที่สาขาไหน ทำอะไร ผู้แทนจะมาพบได้ตอนไหน 

“ตั้งแต่เปิดร้านสาขาแรกมาจนวันนี้ ยังไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วันเดียว ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเพราะมีความสุขและสนุกกับการทำงาน เพราะผมมีความสุขที่จะได้รอต้อนรับทุกคนทั้งลูกค้าและผู้แทน ผู้แทนไม่ได้มาขอเงินเรานะ แต่ผู้แทนนี่แหละที่นำสิ่งดีๆ มาให้ เพื่อให้เรามีไว้บริการลูกค้าต่อไป ใครคิดว่าผู้แทนมาขอเงินเรานั้นเข้าใจผิดแล้ว” เฮียเล็กทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิด

บทเรียนการตลาดข้อ 3 : เป็นมิตรทั้งกับลูกค้าและคู่ค้า เราจะได้แต่สิ่งดี

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ของดีราคาถูก ใครอยากซื้อต้องได้ซื้อ

เมื่อเห็นปีที่เปิดสาขา 3 ว่าเป็น พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจทั้งโลกมีปัญหา เราอดถามไม่ได้ว่า สถานการณ์ตอนนั้นพวงทองฯ เป็นอย่างไรบ้าง

“ในยามวิกฤต เป็นโอกาสที่เราจะได้ช่วยเหลือสังคม” เสียงเฮียเล็กขึงขังทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

“ตอนเปิดร้านสาขาสาม เราจัดรายการแจ็กพอตตลอดเดือน เราแจกตู้เย็น ทีวี พัดลม น้ำมัน น้ำปลา จาน ชาม แจกทุกอย่างที่ลูกค้าใช้แล้วได้ประโยชน์ เราอยากขาย เรามีของดีราคาถูก ใครอยากซื้อต้องได้ซื้อ เราไม่จำกัด วิกฤตทำให้เราขายดีกว่าเดิม เพราะตอนเศรษฐกิจดี คนจะไปเดินห้างฯ แต่เมื่อไหร่ที่มีวิกฤต คนจะกลับมาหาห้างฯ เล็กๆ เราไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เตรียมพร้อมต้อนรับให้ดีที่สุด

“การต้อนรับก็ทำอย่างง่ายๆ แค่ไม่ทำให้เขินเมื่อเดินเข้าร้าน พนักงานที่นี่จึงใส่เสื้อยือคอปกเหมือนเสื้อกีฬา เราต้องแต่งตัวให้เข้ากับลูกค้าผู้เป็นมิตรแท้ที่รักและเคารพ อย่าไปแต่งตัวสวยกว่าลูกค้า 

“ถ้าเราทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาอย่างเสือ เราจะรวย 

“ถ้าเราทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาอย่างหมา เราจะซวย เพราะลูกค้าจะไม่กล้าซื้อของเยอะ” ได้ยินแล้วก็เผลอพยักหน้าเห็นตามเฮียทุกประโยค

บทเรียนการตลาดข้อ 4 : ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกับเขา แล้วเขาจะไว้ใจเรา

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ฉากที่ 3

ยามศึกเรารบ (กับสงครามการค้าระดับอำเภอ)

อำเภอนี้ไม่เคยมีห้างฯ ต่างชาติมาเปิดบ้างเลยหรือ คือคำถามที่เราอดสงสัยไม่ได้กับการทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มองไปทางไหนก็เจอคู่แข่งทั้งนั้น

“ที่จริงก่อนเปิดสาขาสามก็มีสาขาของห้างฯ ต่างชาติมาเปิดแล้วหลายราย แต่มากี่รายก็เจ๊ง เพราะชาวบ้านยังรักและให้ความเมตตากับเรา อุดหนุนเราอยู่” เฮียเล่าอย่างถ่อมตัว 

แล้วตอนนั้น รับมือหรือสู้อย่างไร ถึงทำให้คู่แข่งเหล่านั้นถอยกลับไปหมด

“ใครเข้ามาเราก็ไม่กลัวนะ เรามีหน้าที่ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ เราไม่เคยเดินสืบราคา ไม่เคยอยากรู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี
พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

“เราใช้วิธีหมาหมู่รุมสู้ ทำเหมือนรับน้อง ทุกสาขาขนสินค้ามาลดราคาแบบมโหฬารล่วงหน้าก่อนคู่แข่งเปิดร้าน ไม่มีการตั้งรับ เราเทหมดหน้าตักทุกครั้ง ทั้งแจก ทั้งแถม เพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้ ห้างฯ ต่างชาติมาเปิดนั้นจะมีค่าดำเนินการสูง ถ้าขายไม่ได้สักระยะหนึ่งและไม่มีกำไร เขาก็ต้องปิดไปเอง ไม่เหมือนเราที่เป็นคนพื้นที่ 

“แต่แม้ว่าจะรับศึกมาได้หลายครั้ง เราก็ไม่เคยประมาท” 

เมื่อได้ไล่เรียงชื่อห้างถิ่นที่เข้ามาเปิดแล้วพ่ายแพ้กลับไปก็ต้องตกใจว่ามีมากมายจริงๆ

บทเรียนการตลาดข้อ 5 : ไม่ประมาทและจงสู้ให้สุดด้วยแนวทางของตัวเอง 

“ที่ตรงนั้นมีคนมาเปิดแล้วปิด เปิดแล้วปิดหลายรอบ จนสุดท้ายเจ้าของตึกก็เอามาขายให้เราถูกๆ เพราะหาคนเช่าไม่ได้แล้ว ร้านตรงนั้นเลยกลายเป็นร้านสาขาสี่ในที่สุด” 

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี
พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ฉากที่ 4

ยามสงบเรารัก (หลักการทำงานและดำเนินชีวิต)

เมื่อเราย้อนถามกลับไปถึงชื่อร้าน ‘พวงทอง’ ว่ามีที่มาอย่างไร คำตอบที่ได้ก็พาเราไปสู่อีกฉากสำคัญของละครเรื่องนี้ 

“พวงทองก็ชื่อภรรยาไง” เมื่อพูดถึงชื่อคู่ชีวิต เราเห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเฮียอย่างชัดเจน

“การเจอคุณพวงทองเหมือนสวรรค์ลิขิต เขาเป็นคนชัยนาทแต่ไปพบกันที่แคมป์ทหารฝรั่ง ไปทำงานเป็นคนขัดรองเท้า เหมือนยาจกสองคนเจอกัน สุดท้ายก็หนีตามกันไป

“ทุกวันนี้คุณพวงทองมีหน้าที่เหมือนเป็นทูตของทางร้านกับเดินสายทำบุญ ช่วยให้ผู้ใหญ่ในจังหวัดเมตตาเรา เวลาจัดงานกิจกรรมใดๆ ของอำเภอหรือจังหวัด ร้านเราก็จะมีส่วนร่วมด้วยทุกครั้ง”

เฮียเล็กมีหลักการทำงานกับการดำเนินชีวิตยังไงบ้าง

“อย่างแรกเลยคือ ใช้หลัก 3 อ กับ 3 ม

อ แรก ครอบครัว ‘อบอุ่น’ โดยเฮียเล็กอธิบายผ่านการร่ายกลอนสดให้พวกเราฟังโดยไม่ต้องดูโพย

“ถ้าเชื่อเมีย ที่เคารพ พบแต่รวย 

ลูกค้าช่วย ด้วยเมตตา พากันซื้อ

ห้างฯ พวงทอง ของพวกเรา เขาร่ำลือ

เถ้าแก่ถือ คือรับฟัง คำสั่งเมีย”

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

ฟังแล้วก็เป็นจริงตามนั้น เพราะเมื่อดูจากแผ่นคำกลอนที่แปะไว้รอบร้าน จะพบว่ากลอนกว่าครึ่งเขียนถึงคุณพวงทองไว้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

“อ ต่อมา คือลูกน้องต้องกิน ‘อิ่ม’ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะลูกน้องคือคนที่ช่วยเราทำงาน เราต้องดูแลพวกเขาให้ดี ที่นี่เราจ้างแม่ครัว ทำอาหารเลี้ยงพนักงานทุกวัน นอกจากนั้น เรายังให้พนักงานเบิกเงินล่วงหน้าโดยไม่เสียดอกเบี้ยด้วย ที่นี่เลือกรับพนักงานก็ง่ายๆ ดูหน้าตาไม่ผิดปกติก็รับแล้ว 

“อ สุดท้าย ลูกค้าต้อง ‘อารมณ์ดี’ ทำให้ลูกค้ามีความสุขระหว่างเลือกซื้อสินค้า พนักงานทักทายด้วยรอยยิ้ม มีหน้าที่ช่วยเหลือ ในเรื่องที่ลูกค้าต้องการ

“พนักงานยิ้มแย้ม สินค้าถูกและดี สินค้าที่ใช่และชอบ คือคำตอบที่เรามีให้”

ส่วน 3 ม ได้แก่ หนึ่ง ‘สมอง’ กับ 2 ‘มือ’ ใช้ความคิด คิดให้ต่างและเน้นเรื่องการบริการ สอง ‘มุ่งมั่น’ ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ต้องไปสนใจคู่แข่งอื่น และสาม ‘หมาหมู่’ เฮียเล็กบอกว่า ทุกวันนี้พวงทองฯ มี 5 สาขา แค่ลูกค้าเดินสะดุดมดก็เข้ามาถึงร้านแล้ว

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี
พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

5 สาขาของพวงทองฯ แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าไม่เบื่อและรู้ว่าร้านมีทุกอย่างที่เขาต้องการ โดยมีแม้กระทั่งสาขา 5 ที่เปิด 24 ชั่วโมง ใช้ชื่อว่า ‘พวงทองตลอดวันตลอดคืน’ 

“หลักการต่อมา คือเราต้องมีคุณธรรม เมตตาผู้ด้อยกว่า อย่างเช่นถ้าลูกค้าทำข้าวของในร้านเสียหาย เราก็ไม่เก็บเงินลูกค้านะ และเราเอาของไปทิ้งแบบไม่ให้ลูกค้าเห็นด้วย เพราะลูกค้าจะรู้สึกผิดและเสียใจ 

“สุดท้ายคือเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ ไม่หยุดนิ่ง เพราะเรามีไอเดียอยู่ในหัวตลอดเวลา เมื่อมีไอเดียก็เอาออกมาทำ ถ้าคิดแบบนี้ เราทำอะไรก็ไม่เหนื่อยและมีแรงคิดทำตลอดทุกวัน”

เห็นขยันและสนุกกับการทำงานแบบนี้ เคยคิดจะขยายสาขาไปอำเภออื่นหรือไม่ เราถามอย่างอดสงสัยไม่ได้

“ไม่เคยคิดไปเปิดที่อื่น เราอยู่ในที่ของเราก็พอแล้ว เราอยู่ตรงนี้มีโอกาสเอื้ออารีต่อญาติมิตรที่มาซื้อของเรา เราขายของทำหน้าที่ของเราตรงนี้ให้ดีที่สุด และเราจะไม่สร้างศัตรูเด็ดขาด เพราะตัวเองอยากจะอยู่ให้ได้ถึงร้อยยี่สิบปี”

ฉากสุดท้าย

ก่อนลาจาก

ถ้าวันนี้อยากแนะนำคนรุ่นใหม่ที่อยากทำธุรกิจสักข้อหนึ่ง จะแนะนำว่าอะไร

“อยากให้ทำงานตามขั้นบันได จากเล็กไปหาใหญ่ ทำทีละขั้น ก้าวทีละก้าว อย่ามั่นใจมากเปิดร้านใหญ่เกินตัว ถ้าอยากเปิดร้านอาหาร ให้เริ่มจากทำร้านก๋วยเตี๋ยวก่อน และที่สำคัญ เวลาทำงานอะไรอย่าไปเครียด เพราะมันจะเบียดความสุข เราจะไม่สนุกกับการขาย และสุดท้ายก็จะวอดวาย และขอให้ทำงานอย่างจริงจังและจริงใจ” 

นั่นคือข้อคิดสุดท้ายที่เฮียฝากไว้ให้พวกเรา

ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่เรานั่งฟังเรื่องราวของธุรกิจในอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของประเทศไทย แต่เรื่องราวที่เราได้ฟังกลับยิ่งใหญ่จนทำให้เราหัวใจพองโต 

ความสำเร็จที่เริ่มต้นจากความเป็นคนขยัน ช่างสังเกต ขยันคิดหาสิ่งแปลกใหม่ รวมถึงการมีความฝันที่ใหญ่และต้องอดทนรอกว่า 15 ปีถึงจะทำให้มันเป็นจริง ทุกสิ่งที่เราได้ฟังทำให้เรามั่นใจว่า ‘ร้านพวงทอง’ จะยืนเป็นหนึ่งเดียวในใจของพี่น้องญาติมิตรในอำเภอพนมสารคามตลอดไปอีกนาน

พวงทองสรรพสินค้า ห้างท้องถิ่นในฉะเชิงเทราที่มี 5 สาขาและครองใจคนทั้งอำเภอมากว่า 47 ปี

Writer

ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์

ชอบตัวเองเวลาอยู่บ้านพอๆ กับสนใจเรื่องราวความเป็นไปของโลกธุรกิจนอกบ้าน เพื่อนำสิ่งที่ได้พบเห็นมาเล่าเรื่องที่ยากให้เข้าใจง่ายผ่านตัวหนังสือ ติดตามผลงานได้ที่ Facebook : Trick of the Trade

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ใครจะรู้ว่าในซอยหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองทองธานี จะมีรถ Land Rover ซ่อนอยู่นับร้อยคันราวกับอาณาจักร

เราเดินทางมาไกล หลังได้ฟังเรื่องเล่าจากทีม The Cloud ว่ามีธุรกิจอู่ซ่อมรถที่รับเฉพาะคนร้อยเอ็ดเป็นพนักงานเท่านั้น แน่นอน คำถามแรก ๆ ที่เราถาม ประชัน หาญพละ คือมันเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า

เขาตอบกลับมาว่า “เป็นร้อยเอ็ดประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นขอนแก่น” เรื่องจริงแท้ที่สุดจึงกลายเป็นพนักงานทั้งหมดมาจากอีสานไม่ผิดแน่

บทความชิ้นนี้เกิดจากการนั่งคุยกับเขานาน 2 ชั่วโมงกว่า บวกกับการทดลองนั่งรถรอบเมืองทองอีกเกือบชั่วโมง ประชันเปลือยชีวิตตั้งแต่การเป็นลูกเกษตรกรเมืองร้อยเอ็ด ระหกระเหินมาทำงานที่ศูนย์รถอีกร่วมสิบปี ก่อนลาออกมาเปิดอู่นอกเองแบบเพิงหมาแหงน สู่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทย ที่คัดเลือกพนักงานจากบ้านเกิดเป็นอันดับแรก

หลังพวงมาลัยรถคันละหลายล้าน พาหนะยอดนิยมของนักธุรกิจหลักร้อยล้านขึ้นไป คือผลงานของเหล่าช่างเลือดอีสานที่ไม่เพียงฝีมือดี แต่ยังอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนยกแผ่นดินอีสานมาไว้ที่นี่ 

ต่อไปนี้คือเรื่องราวการทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ของประชัน ที่รับรองว่าม่วนคักอย่าบอกใคร

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

ประชันบอกกับเราว่าเขาขี่มอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่ ป.3 และขับรถยนต์เป็นตั้งแต่ ป.5 

แต่รถคันแรกที่ทำให้เกิดความชอบเรื่องเครื่องยนต์คือ แบคโฮ รถขุดดิน สมัยที่บ้านเกิดของเขาเริ่มขยายทางถนน

“เราไปนั่งดูเขาทำ แบคโฮมันจ้วงยังไง สวิงยังไง ไปทำตัวสนิทกับเขาจนเขาให้เราลองไปนั่งเล่น ได้ขับรถที่มันมีปุ่มเยอะ ๆ ล้อเอียงแล้วใบมีดมันจะหมุน เวลาคนขับไปกินข้าวเราก็ขับแทนแก ขับเล่น แต่งทางไปเรื่อย

“บ้านเราเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ถ้าใครมีรถมอเตอร์ไซค์ เราก็จะให้เขาพาขี่รอบบ้านก่อนถึงจะขายของให้ หรือวัยรุ่นที่เขามีรถยนต์กลับมาจากกรุงเทพฯ เราก็จะไปถามเขาว่าขอนั่งด้วยได้ไหม”

ประชันเป็นเด็กที่ปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียนกว่า 40 กิโลเมตรจนถึงมัธยมต้น ด้วยความที่ครอบครัวเกษตรกรของเขามีรายได้ไม่มากนัก เมื่อถึงชั้นมัธยมปลายก็เริ่มขัดสนที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนต่อ แต่ประชันก็ยังตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็น และถีบตัวเองให้พ้นจากความยากจน

“เราคิดกับตัวเองว่า ฉันต้องมาอยู่แบบนี้เหรอ ไม่อยากทำนา ไม่อยากทำไร่ เราไม่ได้อยากหนีจากความจนนะ แต่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเหรอ เราจะหาจุดยืนของเราใหม่ การศึกษาเท่านั้นที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ 

“ถ้ามองว่าเรามีที่ทางแล้วจะไปทำนาอยู่กินอย่างสมถะก็ได้ แต่บางทีคนเรามันต้องไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เราอยากเรียนหนังสือ เราต้องได้ดีกว่านี้ เราอยากไปดูโลกกว้างบ้าง”

จากร้อยเอ็ด จุดมุ่งหมายต่อไปของประชันคือ ตักสิลา เมืองแห่งการศึกษา จ.มหาสารคาม หวังจะเป็นพรมปูทางให้เขาเข้ามาเรียนในเมืองหลวงได้สำเร็จ โดยอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นช่างซ่อมรถไถ พอได้ช่วยซ่อมนิด ๆ หน่อย ๆ ตามประสา

ในที่สุดหนุ่มน้อยจากแดนอีสานก็ได้มีชีวิตในกรุงเทพฯ สมใจนึก ด้วยการเรียน ปวส. ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประชันอาศัยอยู่กับญาติและมีเพื่อนเป็นเครื่องยนต์อีกครั้ง แปลกที่คราวนี้เขาไม่ได้รับบทเป็นช่าง แต่หาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ๊อบเสริมเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 6 ทุกเสาร์-อาทิตย์ 

เราถามเขาในภายหลังว่ามีอะไรเกี่ยวกับรถยนต์ที่ยังไม่เคยทำอีกบ้าง ประชันตอบทันควันว่า “คงไม่มีแล้ว” เพราะแม้กระทั่งนักแข่งรถออฟโรดเขาก็เคยเป็น

เรื่องราวของเขาเริ่มจะสนุกเข้มข้นก็ตรงนี้ เพราะหลังเรียนจบ เขาดันเลือกไปเป็นครูสอนหนังสือเด็กช่าง พบเจอคนที่มีต้นทุนชีวิตสูงกว่าแต่กลับโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ประชันคิดอยากมีธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก

“ชีวิตเราแม่งตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยานไปกลับวันละ 40 กิโล ความคิดของเด็กบ้านนอกนะ เราคิดว่าทำไม ทำไมถึงไม่เป็นกูวะ”

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เพิงหมาแหงน

สอนนักเรียนอยู่ได้ปีกว่า ประชันก็ไปสะสมประสบการณ์มาเต็มกระเป๋าจากการทำงานที่ศูนย์ซ่อม Land Rover อีกกว่า 13 ปี นานพอที่จะทำให้พนักงานคนหนึ่งออกรถป้ายแดงให้ครอบครัวได้ 

ระหว่างนั้น ความคิดสมัยเป็นครูก็คอยวนเวียนมากวนใจอยู่เรื่อย ๆ ว่าเขาจะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ในสักวัน หลังจากประชันเริ่มเล่าความฝันของตนให้ภรรยาฟัง เป้าหมายนั้นก็ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป

สองสามีภรรยาทุบหม้อข้าวตัวเองแตก ทำธุรกิจอู่ซ่อมรถในสภาพเพิงหมาแหงน ตัวเขาอาศัยความเชี่ยวชาญและลูกค้าเก่าจากการซ่อมรถมานานนับทศวรรษ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นอดีตนักบัญชี ถือว่าเป็นคู่สร้างคู่สมเลยก็ว่าได้ 

“เรากางเต็นท์แบบเพิงหมาแหงนอยู่ข้างทาง ลูกค้าที่รู้จักกันก็ทยอยเข้ามา จนทำให้เราต้องขยายกิจการมาอยู่ที่นี่ 

“เขาไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งปลูกสร้างหรอก คุณมาอยู่เพิงหมาแหงนอย่างนี้เหรอ คนเรามันดูที่ฝีมือ ลูกค้าเขาจะสนใจว่าดูแลเรื่องรถยนต์ให้ฉันจบมากกว่า รู้จักเกี่ยวกับระบบแลนด์โรเวอร์มากกว่า ดีกว่าเขาไปเข้าศูนย์ที่ โอเค คุณกลับบ้านนะ เสร็จแล้วจะโทรบอก แต่บางคนเขาต้องการนั่งคุยกับช่าง ลองรถกับช่าง ว่ารถเป็นอะไร มีส่วนไหนที่ต้องระวังหรือดูแลบ้าง”

จนถึงตรงนี้ก็ยังไม่เห็นว่าประชันเอาขาเข้าไปเกี่ยวกับวงการธุรกิจตอนไหน เขาบอกกับเราว่าต้องผลัดกันไปลงเรียนเพิ่ม ภรรยาเรียนวันเสาร์ ตัวเขาเรียนวันอาทิตย์ เมื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจจนครบถ้วนกระบวนการ ก็ยากที่จะมีใครมาเอาเปรียบ อย่างการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันอู่ซ่อมรถของประชันมีพนักงานอยู่เกือบ 30 คน แบ่งเป็นแผนกเครื่องยนต์ แผนกทำสี แผนกประกอบ แผนกซ่อมทั่วไป ช่างทุกคนเลือกแผนกได้ตามความถนัด และลูกค้าทุกคนสามารถเดินเข้ามาพูดคุย บอกความต้องการกับช่างได้อย่างใกล้ชิด 

ส่วนอายุ ช่างของประชันมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 18 ไปจนถึงคนอายุ 70 ที่เก่าแก่พอ ๆ กับรถคลาสสิกด้านหลังนั่นแหละ เขาตั้งฉายาให้อย่างติดตลกว่า ช่างเทวดา จนเราต้องถามต่อว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

“เพราะจะไปแตะต้องเขาไม่ได้เลย” ประชันตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

ช่างเทวดา

“คิดตั้งแต่ตอนอยู่ข้างทางว่า ทำไมมีโอกาสแล้วไม่ดึงคนอื่นให้มีโอกาสเหมือนเรา ถ้าเขาอยากกินดี เขาก็ต้องได้กินดีเหมือนเรา ทำไมเราไม่ไปสอนเขา ทำไมไม่ดึงมาทำด้วย ไม่มีความคิดว่ากลัวเขาจะรวยกว่า คิดแค่ว่าอยากให้เขาได้มีชีวิตดีขึ้นเหมือนกันกับเรา 

“เราเลี้ยงข้าวช่าง 3 มื้อ ใครอยากกินอะไรแม่บ้านก็ทำให้หมด ค่าข้าวอย่างมากก็วันละ 200 – 300 บาทแล้วนะ เดือนหนึ่งก็เกือบหมื่น พนักงานเกือบ 30 คน ต้องมีงาน Happy Birthday ทุกเดือนถูกไหม (หัวเราะ) แต่ที่นี่เราเป็นคนจ่าย มีวงเงินให้

“อยากให้เขามีเงินเก็บ พอมีแล้วการบริหารงานมันจะไม่รั่วไหล เขาจะไม่คิดลักเล็กขโมยน้อย ถ้าเลี้ยงไม่อิ่มก็อาจจะคิดเยอะ รับจ๊อบไปตามบ้าน ดูกระสอบข้าวสารตรงนู้น” เขาชวนให้เรามองไปตามไปยังลานกว้างกลางอู่ “เราทำนาเพื่อมากินที่นี่เลย

“เราบังคับพนักงานทุกคน ต้องโอนตังค์ให้พ่อแม่เดือนละ 3,000 บาท พ่อแม่เขาจะได้กินอยู่สบาย อยากให้เขามีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ใช่ทำงานไป 3 ปีไม่มีอะไรเลย มันท้อนะ 30 ชีวิตนี้เวลากลับบ้านพ่อแม่เขาก็ดีขึ้น ขับรถกลับบ้านเรียงกัน 3 คันแบบนี้ มันก็มีความสุข”

ไม่เพียงดูแลคนที่ร้อยเอ็ดเท่านั้น ประชันเพิ่มเงินเดือนเป็นค่าเช่าห้องให้กับพนักงานที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ส่วนคนไหนที่ครองตัวเป็นโสดก็มีห้องนอนบนชั้นสองของอู่ให้อยู่ฟรี เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มก็ตัดเย็บให้อย่างดี เพราะเขาพยายามประหยัดรายจ่ายของทุกคนให้ได้มากที่สุด แม้คนที่ต้องเสียมากขึ้นจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

โรงเรียนเพาะช่าง

ประชันเล่าว่า การที่พนักงานทั้งหมดเป็นคนอีสานทำให้พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกคนมีปูมหลังคล้ายกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยอิจฉาริษยา เขาเองก็เคยรับคนจากหลากหลายพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กเมืองนั้นมีวิถีชีวิตแตกต่างกันมาก ทำให้บางครั้งก็พากันออกนอกลู่นอกทาง นำปัญหาภายนอกเข้ามาจนวุ่นวาย

“ที่นี่เราสอนกัน ช่วยกัน เรียนรู้เทคนิคจากกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าไขน็อตบ่เบิดเด้อ ข้อยขันให้ มื้อนี้มึงดีนะที่กูไปตรวจให้ยู้ ด้วยความมาจากพื้นที่เดียวกันก็ต้องช่วยกันสร้างองค์กร เพื่อนที่ยังสอนอยู่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น เขาก็จะเอาเด็กฝึกงานมาส่งให้เรา

“จะมาจากถิ่นไหนก็โอเค ขอแค่เข้ากับพวกเราได้ และเราคัดเด็กนะ กฎคือห้ามดื่มเหล้าระหว่างขับรถส่งของ ง่วงก็จอดพักนะลูกพี่ เพราะสินค้าบนรถของเรามีมูลค่ามหาศาล ยาเสพติดก็ห้ามเด็ดขาด ที่นี่รับประกันเลย เพราะว่าเราตรวจเด็กทุกเดือน ถ้ามีคืออัญเชิญออก ลาขาด นี่คือองค์กรเรา ไม่งั้นมีแต่ความเสียหาย”

นอกจากนี้เวลาไปดูงานเรื่องรถที่ต่างประเทศ ประชันจะไปพร้อมกับพนักงานอย่างน้อย 2 คนและล่ามแปลภาษา อัดคลิปไว้ทั้งหมดเพื่อนำกลับมาให้ทุกคนศึกษาเองที่เมืองไทย และเขาจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษช่วงเงินเดือนออก ประชันเล่าพลางหัวเราะว่า ช่วงนี้จะปล่อยให้หยุดงานไม่ได้เป็นอันขาด เขาลงมือสอนหนังสือให้กับพนักงานรุ่นเล็กทุกคน ส่วนรุ่นใหญ่ก็ฝึกฝนการแก้ปัญหารถยนต์ผ่านการดูวิดีโอด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นกิเลสคงเข้าครอบงำเป็นแน่

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เท่าที่ฟังมา รูปแบบการดูแลพนักงานของเขาคล้ายกับโรงเรียนประจำอยู่ไม่น้อย เราจึงถามเขาถึงวิธีการควบคุมให้ลูกอีสานทุกคนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

“ตอนเทรนเราจะพูดถึงชีวิตก่อน คุณมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร คุณมาทำมาหากิน คุณมาเป็นช่าง วันหนึ่งคุณโตไปเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นบุคลากรของสังคม คุณต้องมีความรู้ อย่ามัวมาเล่นไร้สาระ เสเพลเสพยาบ้าอยู่นี่ไม่มีประโยชน์ เด็กพวกนี้ต้องอบรมเพราะพื้นเพเขาคือเด็ก ม.3 เด็กเกเรที่พ่อแม่พี่น้องฝากมา เราก็เอามาชุบจนดีทุกคน เปลี่ยนหัวสมองมันใหม่หมดเลย สอนให้เขาได้เรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตจนวันตาย

“พอเป็นคนบ้านเดียวกัน ถ้าวันนี้จะส่งแล้วขอเลื่อน เราก็จะพูดแรงนิดหนึ่งว่า เงินเดือนพวกมึงกูเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 บ้างได้ไหม มันก็จะทันกันตรงนี้ ไม่มีลูกเล่นเยอะ”

ตลอดเวลาการพูดคุย สำเนียงท้องถิ่นกับลีลาการเล่าของประชัน ทำให้พอจะเข้าใจว่า แม้โรงเรียนประจำแห่งนี้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ก็คงเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่นักเรียนกับครูใหญ่หยอกล้อกันได้อย่างสนิทสนม เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

…แล้วก็เรื่องน่าปวดหัว

“ช่างบางคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ดึงเขามาทำงานด้วย เราบอกเขา ทำไมไม่คลุมผ้ารถ มื้อนี้ฝนมันบ่ตกดอกหำ เอ้า แล้วพี่จะรู้ได้ไง นี่แหละคือคำว่าญาติพี่น้อง ต้องค่อย ๆ บอกเขาว่า ไปคลุมให้หน่อยแหน่”

ข้อเสียที่ต้องเผชิญก็หนีไม่พ้นความสนิทสนมอีกเช่นเคย  เพราะคำที่ถูกบรรจุไว้ให้เป็นนิสัยยอดนิยมของคนไทย นั่นคือ หยวน ๆ ให้หน่อย เดี๋ยวค่อยทำ

ประชันจึงต้องสลับบทบาทของตนอย่างชัดเจน นับจาก 8 โมงเช้าเป็นต้นไปทุกคนคือพนักงานโดยมีเขาเป็นผู้บริหาร จะมาเกรงใจกัน ไม่กล้าใช้งานพี่น้องไม่ได้ ต่อให้เป็นช่างเทวดาก็ไม่สน เว้นเสียแต่ช่างมีอายุที่เขาสนิทมาก ประชันต้องอาศัยลูกล่อลูกชน มอบหมายให้ภรรยาเป็นคนจัดการความเรียบร้อย (ในที่นี้คือการว่ากล่าวตักเตือน) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถึงมือภรรยา เมื่อนั้นก็เหมือนผึ้งแตกรังทุกที 

พอเข็มนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็นพอดี จากนายช่างก็พากันถอดเสื้อคลุม กลายมาเป็นลุงหลานครอบครัวเดียวกัน ล้อมวงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท
อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ไปหนำแหน่

หากจะนับว่าในประเทศไทยมีอู่ซ่อมรถ Land Rover โดยเฉพาะอยู่เท่าไหร่ ก็ให้ใช้แค่มือข้างเดียว 

“ถือว่าขาดแคลนมากนะ แต่ใครไม่มีประสบการณ์เปิดไม่ได้หรอก อู่พวกนี้จะอยู่ยืนยาวได้ต่อเมื่อฝีมือคุณดีจริง เพราะสังคมมันแคบมาก” 

นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มองปราดเดียวก็รู้ว่างานช้าเพราะอะไร ไม่เว้นช่องว่างให้พนักงานโกหก จุดแข็งอีกอย่างของเขาคือการเป็นอู่ครบวงจร แทนที่เจ้าของรถจะตระเวนไปซ่อมช่วงหลังร้านนี้ที ตั้งศูนย์ใหม่ร้านนู้นที ประชันรวบรวมทุกบริการมาไว้ที่นี่ จะสี จะผ้า จะหลังคา แอร์ ยาง ก็ทำให้หมดในครั้งเดียว จึงเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อรักษามาตรฐานให้ได้ดีในทุกกระบวนการ

“อะไหล่เราก็มีครบทุกอย่างทั้งใหม่และมือสอง นำเข้าเอง ต้นทุนก็ถูกกว่า เรื่องเงินไม่ค่อยเป็นปัญหาของลูกค้า แต่ถ้าเขาสั่งเองแล้วใช้ได้ 3 เดือนพังใครจะรับผิดชอบ ถ้ามาหาเรา ราคาเท่ากัน แต่ประชันเคลมให้”

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ด้วยความเป็นศูนย์นอก Land Rover ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็คล้ายจะเป็นศูนย์กลางของคนรักรถด้วยเหมือนกัน ประชันจัดทริปพาก๊วน Land Rover ขึ้นเหนือล่องใต้ ไต่ขอบประเทศไปไกลถึงเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว เวียดนามก็มี โดยเขาไปในนามทีมเซอร์วิส หลังผ่านเส้นทางดีสลับลูกรัง ช่างก็เตรียมพร้อมที่จะตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานทุกเช้า เพียงแค่ยื่นกุญแจให้ 

เป้าหมายต่อไปของเขา จึงเป็นการกระจายกิจการให้ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่มากขึ้น 

“อายุเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเราขยายกิจการให้ได้ อยากมีเครือข่ายที่สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี มีให้หมด คุณไม่ต้องพะวงเลยว่าไปไหนแล้วจะไม่มีคนซ่อม” 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

อีสานคงกระพัน

ช่วงสุดท้ายของการสนทนา ประชันสตาร์ทรถคู่ใจพร้อมพาเรากับน้องฝึกงานอีกคนนั่งรถไปด้วย เหตุเกิดจากคำถามว่าทำไมถึงชอบ Land Rover เขาไม่ตอบ แต่บอกให้ลองนั่งแล้วจะรู้

สิ่งที่เรารู้ คือประชันในวัย 46 ปี หวังเพียงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และขอให้ลูกหลานของเขาตั้งหลักเป็นเท่านั้น 

“มีคนหนึ่งทำ Land Rover กับเรามาสิบกว่าปี พอเดินได้ขาแข็งแล้วเขาก็ไปเปิดสาขาที่ขอนแก่น ชีวิตดีขึ้น เป็นเจ้าของธุรกิจ มีอู่เหมือนเรา เอาคนในพื้นที่มาเป็นพนักงานเหมือนเรา แต่เขายังเรียกเราเฮียเหมือนเดิม ไปไหนเฮียมีที่พักนอนสบาย อยากกินอะไรน้องมันก็พาไปกิน เพราะเขาเกิดมาจากน้ำใจเรา เราสอนให้เขาเป็นนายคนและเป็นนายตัวเองให้ได้”

หนุ่มใหญ่ผิวคล้ำแดดชวนสังเกตตลอดทาง ว่าทัศนวิสัยบนท้องถนนชัดเจนมากขนาดไหนด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมง มีฐานะ ต่างจากภาพจำความเป็นอีสานที่คนบางกลุ่มยังคงมองว่า…

“โง่ เขามองว่าคนอีสานมันโง่ ซื่อบื้อ หลอกใช้ง่าย” ประชันพูดสวนมาทันทีแม้เราจะยังพูดไม่จบ

ทำให้อยากรู้ต่อว่าในฐานะเด็กอีสานที่ดิ้นรนด้วยตัวเองมาจนถึงจุดนี้ ผ่านการฝึกฝนบักหำหล่ามาก็มากจนเป็นช่างฝีมือดี แล้วตัวเขาเองมองภาพคนอีสานในปัจจุบันนี้อย่างไร 

“ด้วยความจน ยุคหนึ่งการศึกษาอาจจะยังเข้าไม่ถึง แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอก 

“หนึ่ง คนอีสานเขามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สอง เขาเป็นคนรักเพื่อนฝูง สาม เขาไม่เอาเปรียบใคร โดยพื้นเพเป็นคนชอบสนุก ชอบเต้นรำฟังเพลง แต่ความซื่อทำให้คนอีสานมีข้อเสียอยู่อย่าง คือไว้ใจคนง่าย

“เกณฑ์การรับพนักงานเราเลยเลือกจากพื้นเพก่อน ไม่ได้แปลว่าไม่รับเหนือ ไม่รับใต้นะ แต่ต้องยอมรับว่ามันทำให้บ้านเราที่ร้อยเอ็ดดีขึ้น

“พ่อแม่ลูกน้องจากที่เคยลำบากก็มีเงินใช้ทุกเดือน มีเงินซื้อหยูกซื้อยา ซื้ออาหารกิน ถึงลูกเขาจะมาจากสังคมเสื่อมโทรม เราก็มาปรับให้เขามีความคิด เป็นคนใหม่ ในบุคลิกใหม่ ใช้ชีวิตแบบมีวิชาความรู้ให้มากที่สุด พอเด็ก ๆ ได้เห็นว่าลุงคนนี้ น้าคนนี้ พี่คนนี้ สร้างตัวได้จากหยาดเหงื่อแรงงาน เขาก็อยากจะเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าวันหนึ่งสังคมที่เราเลี้ยงขึ้นมามันดี เด็กที่มีปมด้อยพวกนี้ก็จะหายไปเรื่อย ๆ

“พี่มีรอยยิ้ม น้องก็มีรอยยิ้ม สิ่งนี้มันยิ่งกว่ากำไร” ประชันแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าทัศนวิสัยรถในฝันของเขาเสียอีก

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

Lesson Learned:

  • การทำธุรกิจแบบครอบครัว ควรหาเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้เจอ ข้อดีคือเปิดอกคุยกันได้ทุกอย่าง แต่ข้อเสียคือความสนิทสนมและความเกรงใจ อาจทำให้แผนงานยืดหยุ่นจนควบคุมยาก
  • ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้ในครั้งเดียวด้วยการทำธุรกิจครบวงจร สิ่งสำคัญคือต้องรักษามาตรฐานให้ได้ในทุกกระบวนการ 
  • ไม่จำเป็นต้องรับทุกคนที่สมัคร แต่ขอให้คัดเลือกพนักงานเสมอ เฟ้นหาคนที่พร้อมจะเรียนรู้ เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาฝีมือในอนาคต
  • ลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความเป็นอยู่ เพื่อให้พนักงานรับผิดชอบภาระน้อยลง ทำงานที่รับมอบหมายได้อย่างเต็มกำลัง
  • การดึงคนจากพื้นเพเดียวกันมาช่วยงาน ไม่เพียงสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมให้คุณภาพของสังคมโดยรวมดีขึ้นตามไปด้วย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load