ใครจะรู้ว่าในซอยหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองทองธานี จะมีรถ Land Rover ซ่อนอยู่นับร้อยคันราวกับอาณาจักร

เราเดินทางมาไกล หลังได้ฟังเรื่องเล่าจากทีม The Cloud ว่ามีธุรกิจอู่ซ่อมรถที่รับเฉพาะคนร้อยเอ็ดเป็นพนักงานเท่านั้น แน่นอน คำถามแรก ๆ ที่เราถาม ประชัน หาญพละ คือมันเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า

เขาตอบกลับมาว่า “เป็นร้อยเอ็ดประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นขอนแก่น” เรื่องจริงแท้ที่สุดจึงกลายเป็นพนักงานทั้งหมดมาจากอีสานไม่ผิดแน่

บทความชิ้นนี้เกิดจากการนั่งคุยกับเขานาน 2 ชั่วโมงกว่า บวกกับการทดลองนั่งรถรอบเมืองทองอีกเกือบชั่วโมง ประชันเปลือยชีวิตตั้งแต่การเป็นลูกเกษตรกรเมืองร้อยเอ็ด ระหกระเหินมาทำงานที่ศูนย์รถอีกร่วมสิบปี ก่อนลาออกมาเปิดอู่นอกเองแบบเพิงหมาแหงน สู่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทย ที่คัดเลือกพนักงานจากบ้านเกิดเป็นอันดับแรก

หลังพวงมาลัยรถคันละหลายล้าน พาหนะยอดนิยมของนักธุรกิจหลักร้อยล้านขึ้นไป คือผลงานของเหล่าช่างเลือดอีสานที่ไม่เพียงฝีมือดี แต่ยังอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนยกแผ่นดินอีสานมาไว้ที่นี่ 

ต่อไปนี้คือเรื่องราวการทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ของประชัน ที่รับรองว่าม่วนคักอย่าบอกใคร

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

ประชันบอกกับเราว่าเขาขี่มอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่ ป.3 และขับรถยนต์เป็นตั้งแต่ ป.5 

แต่รถคันแรกที่ทำให้เกิดความชอบเรื่องเครื่องยนต์คือ แบคโฮ รถขุดดิน สมัยที่บ้านเกิดของเขาเริ่มขยายทางถนน

“เราไปนั่งดูเขาทำ แบคโฮมันจ้วงยังไง สวิงยังไง ไปทำตัวสนิทกับเขาจนเขาให้เราลองไปนั่งเล่น ได้ขับรถที่มันมีปุ่มเยอะ ๆ ล้อเอียงแล้วใบมีดมันจะหมุน เวลาคนขับไปกินข้าวเราก็ขับแทนแก ขับเล่น แต่งทางไปเรื่อย

“บ้านเราเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ถ้าใครมีรถมอเตอร์ไซค์ เราก็จะให้เขาพาขี่รอบบ้านก่อนถึงจะขายของให้ หรือวัยรุ่นที่เขามีรถยนต์กลับมาจากกรุงเทพฯ เราก็จะไปถามเขาว่าขอนั่งด้วยได้ไหม”

ประชันเป็นเด็กที่ปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียนกว่า 40 กิโลเมตรจนถึงมัธยมต้น ด้วยความที่ครอบครัวเกษตรกรของเขามีรายได้ไม่มากนัก เมื่อถึงชั้นมัธยมปลายก็เริ่มขัดสนที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนต่อ แต่ประชันก็ยังตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็น และถีบตัวเองให้พ้นจากความยากจน

“เราคิดกับตัวเองว่า ฉันต้องมาอยู่แบบนี้เหรอ ไม่อยากทำนา ไม่อยากทำไร่ เราไม่ได้อยากหนีจากความจนนะ แต่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเหรอ เราจะหาจุดยืนของเราใหม่ การศึกษาเท่านั้นที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ 

“ถ้ามองว่าเรามีที่ทางแล้วจะไปทำนาอยู่กินอย่างสมถะก็ได้ แต่บางทีคนเรามันต้องไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เราอยากเรียนหนังสือ เราต้องได้ดีกว่านี้ เราอยากไปดูโลกกว้างบ้าง”

จากร้อยเอ็ด จุดมุ่งหมายต่อไปของประชันคือ ตักสิลา เมืองแห่งการศึกษา จ.มหาสารคาม หวังจะเป็นพรมปูทางให้เขาเข้ามาเรียนในเมืองหลวงได้สำเร็จ โดยอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นช่างซ่อมรถไถ พอได้ช่วยซ่อมนิด ๆ หน่อย ๆ ตามประสา

ในที่สุดหนุ่มน้อยจากแดนอีสานก็ได้มีชีวิตในกรุงเทพฯ สมใจนึก ด้วยการเรียน ปวส. ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประชันอาศัยอยู่กับญาติและมีเพื่อนเป็นเครื่องยนต์อีกครั้ง แปลกที่คราวนี้เขาไม่ได้รับบทเป็นช่าง แต่หาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ๊อบเสริมเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 6 ทุกเสาร์-อาทิตย์ 

เราถามเขาในภายหลังว่ามีอะไรเกี่ยวกับรถยนต์ที่ยังไม่เคยทำอีกบ้าง ประชันตอบทันควันว่า “คงไม่มีแล้ว” เพราะแม้กระทั่งนักแข่งรถออฟโรดเขาก็เคยเป็น

เรื่องราวของเขาเริ่มจะสนุกเข้มข้นก็ตรงนี้ เพราะหลังเรียนจบ เขาดันเลือกไปเป็นครูสอนหนังสือเด็กช่าง พบเจอคนที่มีต้นทุนชีวิตสูงกว่าแต่กลับโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ประชันคิดอยากมีธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก

“ชีวิตเราแม่งตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยานไปกลับวันละ 40 กิโล ความคิดของเด็กบ้านนอกนะ เราคิดว่าทำไม ทำไมถึงไม่เป็นกูวะ”

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เพิงหมาแหงน

สอนนักเรียนอยู่ได้ปีกว่า ประชันก็ไปสะสมประสบการณ์มาเต็มกระเป๋าจากการทำงานที่ศูนย์ซ่อม Land Rover อีกกว่า 13 ปี นานพอที่จะทำให้พนักงานคนหนึ่งออกรถป้ายแดงให้ครอบครัวได้ 

ระหว่างนั้น ความคิดสมัยเป็นครูก็คอยวนเวียนมากวนใจอยู่เรื่อย ๆ ว่าเขาจะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ในสักวัน หลังจากประชันเริ่มเล่าความฝันของตนให้ภรรยาฟัง เป้าหมายนั้นก็ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป

สองสามีภรรยาทุบหม้อข้าวตัวเองแตก ทำธุรกิจอู่ซ่อมรถในสภาพเพิงหมาแหงน ตัวเขาอาศัยความเชี่ยวชาญและลูกค้าเก่าจากการซ่อมรถมานานนับทศวรรษ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นอดีตนักบัญชี ถือว่าเป็นคู่สร้างคู่สมเลยก็ว่าได้ 

“เรากางเต็นท์แบบเพิงหมาแหงนอยู่ข้างทาง ลูกค้าที่รู้จักกันก็ทยอยเข้ามา จนทำให้เราต้องขยายกิจการมาอยู่ที่นี่ 

“เขาไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งปลูกสร้างหรอก คุณมาอยู่เพิงหมาแหงนอย่างนี้เหรอ คนเรามันดูที่ฝีมือ ลูกค้าเขาจะสนใจว่าดูแลเรื่องรถยนต์ให้ฉันจบมากกว่า รู้จักเกี่ยวกับระบบแลนด์โรเวอร์มากกว่า ดีกว่าเขาไปเข้าศูนย์ที่ โอเค คุณกลับบ้านนะ เสร็จแล้วจะโทรบอก แต่บางคนเขาต้องการนั่งคุยกับช่าง ลองรถกับช่าง ว่ารถเป็นอะไร มีส่วนไหนที่ต้องระวังหรือดูแลบ้าง”

จนถึงตรงนี้ก็ยังไม่เห็นว่าประชันเอาขาเข้าไปเกี่ยวกับวงการธุรกิจตอนไหน เขาบอกกับเราว่าต้องผลัดกันไปลงเรียนเพิ่ม ภรรยาเรียนวันเสาร์ ตัวเขาเรียนวันอาทิตย์ เมื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจจนครบถ้วนกระบวนการ ก็ยากที่จะมีใครมาเอาเปรียบ อย่างการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันอู่ซ่อมรถของประชันมีพนักงานอยู่เกือบ 30 คน แบ่งเป็นแผนกเครื่องยนต์ แผนกทำสี แผนกประกอบ แผนกซ่อมทั่วไป ช่างทุกคนเลือกแผนกได้ตามความถนัด และลูกค้าทุกคนสามารถเดินเข้ามาพูดคุย บอกความต้องการกับช่างได้อย่างใกล้ชิด 

ส่วนอายุ ช่างของประชันมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 18 ไปจนถึงคนอายุ 70 ที่เก่าแก่พอ ๆ กับรถคลาสสิกด้านหลังนั่นแหละ เขาตั้งฉายาให้อย่างติดตลกว่า ช่างเทวดา จนเราต้องถามต่อว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

“เพราะจะไปแตะต้องเขาไม่ได้เลย” ประชันตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

ช่างเทวดา

“คิดตั้งแต่ตอนอยู่ข้างทางว่า ทำไมมีโอกาสแล้วไม่ดึงคนอื่นให้มีโอกาสเหมือนเรา ถ้าเขาอยากกินดี เขาก็ต้องได้กินดีเหมือนเรา ทำไมเราไม่ไปสอนเขา ทำไมไม่ดึงมาทำด้วย ไม่มีความคิดว่ากลัวเขาจะรวยกว่า คิดแค่ว่าอยากให้เขาได้มีชีวิตดีขึ้นเหมือนกันกับเรา 

“เราเลี้ยงข้าวช่าง 3 มื้อ ใครอยากกินอะไรแม่บ้านก็ทำให้หมด ค่าข้าวอย่างมากก็วันละ 200 – 300 บาทแล้วนะ เดือนหนึ่งก็เกือบหมื่น พนักงานเกือบ 30 คน ต้องมีงาน Happy Birthday ทุกเดือนถูกไหม (หัวเราะ) แต่ที่นี่เราเป็นคนจ่าย มีวงเงินให้

“อยากให้เขามีเงินเก็บ พอมีแล้วการบริหารงานมันจะไม่รั่วไหล เขาจะไม่คิดลักเล็กขโมยน้อย ถ้าเลี้ยงไม่อิ่มก็อาจจะคิดเยอะ รับจ๊อบไปตามบ้าน ดูกระสอบข้าวสารตรงนู้น” เขาชวนให้เรามองไปตามไปยังลานกว้างกลางอู่ “เราทำนาเพื่อมากินที่นี่เลย

“เราบังคับพนักงานทุกคน ต้องโอนตังค์ให้พ่อแม่เดือนละ 3,000 บาท พ่อแม่เขาจะได้กินอยู่สบาย อยากให้เขามีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ใช่ทำงานไป 3 ปีไม่มีอะไรเลย มันท้อนะ 30 ชีวิตนี้เวลากลับบ้านพ่อแม่เขาก็ดีขึ้น ขับรถกลับบ้านเรียงกัน 3 คันแบบนี้ มันก็มีความสุข”

ไม่เพียงดูแลคนที่ร้อยเอ็ดเท่านั้น ประชันเพิ่มเงินเดือนเป็นค่าเช่าห้องให้กับพนักงานที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ส่วนคนไหนที่ครองตัวเป็นโสดก็มีห้องนอนบนชั้นสองของอู่ให้อยู่ฟรี เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มก็ตัดเย็บให้อย่างดี เพราะเขาพยายามประหยัดรายจ่ายของทุกคนให้ได้มากที่สุด แม้คนที่ต้องเสียมากขึ้นจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

โรงเรียนเพาะช่าง

ประชันเล่าว่า การที่พนักงานทั้งหมดเป็นคนอีสานทำให้พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกคนมีปูมหลังคล้ายกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยอิจฉาริษยา เขาเองก็เคยรับคนจากหลากหลายพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กเมืองนั้นมีวิถีชีวิตแตกต่างกันมาก ทำให้บางครั้งก็พากันออกนอกลู่นอกทาง นำปัญหาภายนอกเข้ามาจนวุ่นวาย

“ที่นี่เราสอนกัน ช่วยกัน เรียนรู้เทคนิคจากกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าไขน็อตบ่เบิดเด้อ ข้อยขันให้ มื้อนี้มึงดีนะที่กูไปตรวจให้ยู้ ด้วยความมาจากพื้นที่เดียวกันก็ต้องช่วยกันสร้างองค์กร เพื่อนที่ยังสอนอยู่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น เขาก็จะเอาเด็กฝึกงานมาส่งให้เรา

“จะมาจากถิ่นไหนก็โอเค ขอแค่เข้ากับพวกเราได้ และเราคัดเด็กนะ กฎคือห้ามดื่มเหล้าระหว่างขับรถส่งของ ง่วงก็จอดพักนะลูกพี่ เพราะสินค้าบนรถของเรามีมูลค่ามหาศาล ยาเสพติดก็ห้ามเด็ดขาด ที่นี่รับประกันเลย เพราะว่าเราตรวจเด็กทุกเดือน ถ้ามีคืออัญเชิญออก ลาขาด นี่คือองค์กรเรา ไม่งั้นมีแต่ความเสียหาย”

นอกจากนี้เวลาไปดูงานเรื่องรถที่ต่างประเทศ ประชันจะไปพร้อมกับพนักงานอย่างน้อย 2 คนและล่ามแปลภาษา อัดคลิปไว้ทั้งหมดเพื่อนำกลับมาให้ทุกคนศึกษาเองที่เมืองไทย และเขาจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษช่วงเงินเดือนออก ประชันเล่าพลางหัวเราะว่า ช่วงนี้จะปล่อยให้หยุดงานไม่ได้เป็นอันขาด เขาลงมือสอนหนังสือให้กับพนักงานรุ่นเล็กทุกคน ส่วนรุ่นใหญ่ก็ฝึกฝนการแก้ปัญหารถยนต์ผ่านการดูวิดีโอด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นกิเลสคงเข้าครอบงำเป็นแน่

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เท่าที่ฟังมา รูปแบบการดูแลพนักงานของเขาคล้ายกับโรงเรียนประจำอยู่ไม่น้อย เราจึงถามเขาถึงวิธีการควบคุมให้ลูกอีสานทุกคนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

“ตอนเทรนเราจะพูดถึงชีวิตก่อน คุณมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร คุณมาทำมาหากิน คุณมาเป็นช่าง วันหนึ่งคุณโตไปเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นบุคลากรของสังคม คุณต้องมีความรู้ อย่ามัวมาเล่นไร้สาระ เสเพลเสพยาบ้าอยู่นี่ไม่มีประโยชน์ เด็กพวกนี้ต้องอบรมเพราะพื้นเพเขาคือเด็ก ม.3 เด็กเกเรที่พ่อแม่พี่น้องฝากมา เราก็เอามาชุบจนดีทุกคน เปลี่ยนหัวสมองมันใหม่หมดเลย สอนให้เขาได้เรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตจนวันตาย

“พอเป็นคนบ้านเดียวกัน ถ้าวันนี้จะส่งแล้วขอเลื่อน เราก็จะพูดแรงนิดหนึ่งว่า เงินเดือนพวกมึงกูเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 บ้างได้ไหม มันก็จะทันกันตรงนี้ ไม่มีลูกเล่นเยอะ”

ตลอดเวลาการพูดคุย สำเนียงท้องถิ่นกับลีลาการเล่าของประชัน ทำให้พอจะเข้าใจว่า แม้โรงเรียนประจำแห่งนี้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ก็คงเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่นักเรียนกับครูใหญ่หยอกล้อกันได้อย่างสนิทสนม เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

…แล้วก็เรื่องน่าปวดหัว

“ช่างบางคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ดึงเขามาทำงานด้วย เราบอกเขา ทำไมไม่คลุมผ้ารถ มื้อนี้ฝนมันบ่ตกดอกหำ เอ้า แล้วพี่จะรู้ได้ไง นี่แหละคือคำว่าญาติพี่น้อง ต้องค่อย ๆ บอกเขาว่า ไปคลุมให้หน่อยแหน่”

ข้อเสียที่ต้องเผชิญก็หนีไม่พ้นความสนิทสนมอีกเช่นเคย  เพราะคำที่ถูกบรรจุไว้ให้เป็นนิสัยยอดนิยมของคนไทย นั่นคือ หยวน ๆ ให้หน่อย เดี๋ยวค่อยทำ

ประชันจึงต้องสลับบทบาทของตนอย่างชัดเจน นับจาก 8 โมงเช้าเป็นต้นไปทุกคนคือพนักงานโดยมีเขาเป็นผู้บริหาร จะมาเกรงใจกัน ไม่กล้าใช้งานพี่น้องไม่ได้ ต่อให้เป็นช่างเทวดาก็ไม่สน เว้นเสียแต่ช่างมีอายุที่เขาสนิทมาก ประชันต้องอาศัยลูกล่อลูกชน มอบหมายให้ภรรยาเป็นคนจัดการความเรียบร้อย (ในที่นี้คือการว่ากล่าวตักเตือน) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถึงมือภรรยา เมื่อนั้นก็เหมือนผึ้งแตกรังทุกที 

พอเข็มนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็นพอดี จากนายช่างก็พากันถอดเสื้อคลุม กลายมาเป็นลุงหลานครอบครัวเดียวกัน ล้อมวงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท
อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ไปหนำแหน่

หากจะนับว่าในประเทศไทยมีอู่ซ่อมรถ Land Rover โดยเฉพาะอยู่เท่าไหร่ ก็ให้ใช้แค่มือข้างเดียว 

“ถือว่าขาดแคลนมากนะ แต่ใครไม่มีประสบการณ์เปิดไม่ได้หรอก อู่พวกนี้จะอยู่ยืนยาวได้ต่อเมื่อฝีมือคุณดีจริง เพราะสังคมมันแคบมาก” 

นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มองปราดเดียวก็รู้ว่างานช้าเพราะอะไร ไม่เว้นช่องว่างให้พนักงานโกหก จุดแข็งอีกอย่างของเขาคือการเป็นอู่ครบวงจร แทนที่เจ้าของรถจะตระเวนไปซ่อมช่วงหลังร้านนี้ที ตั้งศูนย์ใหม่ร้านนู้นที ประชันรวบรวมทุกบริการมาไว้ที่นี่ จะสี จะผ้า จะหลังคา แอร์ ยาง ก็ทำให้หมดในครั้งเดียว จึงเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อรักษามาตรฐานให้ได้ดีในทุกกระบวนการ

“อะไหล่เราก็มีครบทุกอย่างทั้งใหม่และมือสอง นำเข้าเอง ต้นทุนก็ถูกกว่า เรื่องเงินไม่ค่อยเป็นปัญหาของลูกค้า แต่ถ้าเขาสั่งเองแล้วใช้ได้ 3 เดือนพังใครจะรับผิดชอบ ถ้ามาหาเรา ราคาเท่ากัน แต่ประชันเคลมให้”

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ด้วยความเป็นศูนย์นอก Land Rover ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็คล้ายจะเป็นศูนย์กลางของคนรักรถด้วยเหมือนกัน ประชันจัดทริปพาก๊วน Land Rover ขึ้นเหนือล่องใต้ ไต่ขอบประเทศไปไกลถึงเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว เวียดนามก็มี โดยเขาไปในนามทีมเซอร์วิส หลังผ่านเส้นทางดีสลับลูกรัง ช่างก็เตรียมพร้อมที่จะตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานทุกเช้า เพียงแค่ยื่นกุญแจให้ 

เป้าหมายต่อไปของเขา จึงเป็นการกระจายกิจการให้ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่มากขึ้น 

“อายุเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเราขยายกิจการให้ได้ อยากมีเครือข่ายที่สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี มีให้หมด คุณไม่ต้องพะวงเลยว่าไปไหนแล้วจะไม่มีคนซ่อม” 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

อีสานคงกระพัน

ช่วงสุดท้ายของการสนทนา ประชันสตาร์ทรถคู่ใจพร้อมพาเรากับน้องฝึกงานอีกคนนั่งรถไปด้วย เหตุเกิดจากคำถามว่าทำไมถึงชอบ Land Rover เขาไม่ตอบ แต่บอกให้ลองนั่งแล้วจะรู้

สิ่งที่เรารู้ คือประชันในวัย 46 ปี หวังเพียงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และขอให้ลูกหลานของเขาตั้งหลักเป็นเท่านั้น 

“มีคนหนึ่งทำ Land Rover กับเรามาสิบกว่าปี พอเดินได้ขาแข็งแล้วเขาก็ไปเปิดสาขาที่ขอนแก่น ชีวิตดีขึ้น เป็นเจ้าของธุรกิจ มีอู่เหมือนเรา เอาคนในพื้นที่มาเป็นพนักงานเหมือนเรา แต่เขายังเรียกเราเฮียเหมือนเดิม ไปไหนเฮียมีที่พักนอนสบาย อยากกินอะไรน้องมันก็พาไปกิน เพราะเขาเกิดมาจากน้ำใจเรา เราสอนให้เขาเป็นนายคนและเป็นนายตัวเองให้ได้”

หนุ่มใหญ่ผิวคล้ำแดดชวนสังเกตตลอดทาง ว่าทัศนวิสัยบนท้องถนนชัดเจนมากขนาดไหนด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมง มีฐานะ ต่างจากภาพจำความเป็นอีสานที่คนบางกลุ่มยังคงมองว่า…

“โง่ เขามองว่าคนอีสานมันโง่ ซื่อบื้อ หลอกใช้ง่าย” ประชันพูดสวนมาทันทีแม้เราจะยังพูดไม่จบ

ทำให้อยากรู้ต่อว่าในฐานะเด็กอีสานที่ดิ้นรนด้วยตัวเองมาจนถึงจุดนี้ ผ่านการฝึกฝนบักหำหล่ามาก็มากจนเป็นช่างฝีมือดี แล้วตัวเขาเองมองภาพคนอีสานในปัจจุบันนี้อย่างไร 

“ด้วยความจน ยุคหนึ่งการศึกษาอาจจะยังเข้าไม่ถึง แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอก 

“หนึ่ง คนอีสานเขามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สอง เขาเป็นคนรักเพื่อนฝูง สาม เขาไม่เอาเปรียบใคร โดยพื้นเพเป็นคนชอบสนุก ชอบเต้นรำฟังเพลง แต่ความซื่อทำให้คนอีสานมีข้อเสียอยู่อย่าง คือไว้ใจคนง่าย

“เกณฑ์การรับพนักงานเราเลยเลือกจากพื้นเพก่อน ไม่ได้แปลว่าไม่รับเหนือ ไม่รับใต้นะ แต่ต้องยอมรับว่ามันทำให้บ้านเราที่ร้อยเอ็ดดีขึ้น

“พ่อแม่ลูกน้องจากที่เคยลำบากก็มีเงินใช้ทุกเดือน มีเงินซื้อหยูกซื้อยา ซื้ออาหารกิน ถึงลูกเขาจะมาจากสังคมเสื่อมโทรม เราก็มาปรับให้เขามีความคิด เป็นคนใหม่ ในบุคลิกใหม่ ใช้ชีวิตแบบมีวิชาความรู้ให้มากที่สุด พอเด็ก ๆ ได้เห็นว่าลุงคนนี้ น้าคนนี้ พี่คนนี้ สร้างตัวได้จากหยาดเหงื่อแรงงาน เขาก็อยากจะเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าวันหนึ่งสังคมที่เราเลี้ยงขึ้นมามันดี เด็กที่มีปมด้อยพวกนี้ก็จะหายไปเรื่อย ๆ

“พี่มีรอยยิ้ม น้องก็มีรอยยิ้ม สิ่งนี้มันยิ่งกว่ากำไร” ประชันแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าทัศนวิสัยรถในฝันของเขาเสียอีก

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

Lesson Learned:

  • การทำธุรกิจแบบครอบครัว ควรหาเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้เจอ ข้อดีคือเปิดอกคุยกันได้ทุกอย่าง แต่ข้อเสียคือความสนิทสนมและความเกรงใจ อาจทำให้แผนงานยืดหยุ่นจนควบคุมยาก
  • ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้ในครั้งเดียวด้วยการทำธุรกิจครบวงจร สิ่งสำคัญคือต้องรักษามาตรฐานให้ได้ในทุกกระบวนการ 
  • ไม่จำเป็นต้องรับทุกคนที่สมัคร แต่ขอให้คัดเลือกพนักงานเสมอ เฟ้นหาคนที่พร้อมจะเรียนรู้ เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาฝีมือในอนาคต
  • ลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความเป็นอยู่ เพื่อให้พนักงานรับผิดชอบภาระน้อยลง ทำงานที่รับมอบหมายได้อย่างเต็มกำลัง
  • การดึงคนจากพื้นเพเดียวกันมาช่วยงาน ไม่เพียงสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมให้คุณภาพของสังคมโดยรวมดีขึ้นตามไปด้วย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

จากช่างภาพและเจ้าของโปรดักชันเฮาส์ผู้มีพื้นฐานมาจากฝั่งงานโฆษณา ต้องมาดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ชื่อดังอย่างแบรนด์ Saiyart Collection ดุสิต เสมาเงิน ต้องเรียนรู้และค้นหาแก่นแท้ที่ซ่อนอยู่ในงานศิลปะกับชีวิตของผู้คนอย่างไรบ้าง

งานทุกชิ้นของ Saiyart Collection ไม่ใช่การนำไม้เก่ามารีไซเคิลเท่านั้น แต่ใส่ศิลปะลงไป มีเรื่องราว มีคอนเซปต์ ของงานแต่ละชิ้น ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้งานของ Saiyart Collection มีจุดเด่นแตกต่างจากงานเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ

“ทำไมคนเราต้องมีเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีๆ สักชิ้น” เราถาม

“ผมเชื่อว่าบางอย่างคนเราก็ต้องการเปลี่ยนแปลงตลอด และก็มีบางอย่างที่คุณอยากให้อยู่คงทนคลาสสิกเป็นมรดกต่อไป และโต๊ะไม้ของไสยาสน์ก็ไม่ได้อยู่ทนแค่ยุคคุณ แต่จะอยู่คู่ไปถึงลูกหลาน ที่แปลกคือลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ด้วยตัวงานเราไม่ใช่ของที่จะใช้ไป 3 – 4 ปีแล้วสึกหรอ เขาซื้อเพราะเขาต้องการเสพงานศิลปะ บางคนยังพูดติดตลกว่าอยากสร้างบ้านใหม่เพื่อซื้องานของไสยาสน์เพิ่ม”

ถ้าใครที่รักงานไม้และเข้ามาดูกระบวนการทำงานทั้งหมด จะเห็นว่าแต่ละชิ้นไม่ธรรมดา มันเต็มไปด้วยความใส่ใจ การใช้เวลาและฝีมือ ที่มาที่ไปของวัสดุและเรื่องราวที่อยู่ในนั้น

Saiyart Collection, ดุสิต เสมาเงิน

เหตุผลที่เราไม่คุยกับดุสิตในคอลัมน์ทายาทรุ่นสอง เพราะเราพบว่าแก่นแท้ของการตั้งใจรักษาคุณค่าของแบรนด์ Saiyart Collection นี้ไปไกลกว่าการรับสืบทอดกิจการ ในวันที่ไม่มีเสาหลักเขาดึงศักยภาพทีมงานและความเชื่อความศรัทธาให้แบรนด์นี้ไม่ได้ฟื้นคืนชีวิตแค่ไม้เก่า แต่คืนชีวิตและเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งไว้อย่างครบถ้วน ทำให้เรามองเฟอร์นิเจอร์ไม้โต๊ะใหญ่เบื้องหน้าเรานี้ต่างไปจากเดิม

“ผมรู้ตัวว่าไม่เก่งมากเรื่องธุรกิจ แต่ผมก็รู้ตัวอีกเหมือนกันว่าถ้ารักจะเป็นศิลปินหรือทำงานศิลปะก็ต้องทำให้อยู่รอด สิ่งที่ทำได้คือพยายามตามให้ทันโลก ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้มันหมุนเร็วมาก ผมคงไม่สามารถก้าวนำหน้ามันได้ แต่อย่างน้อยก็ขอก้าวไปกับมัน ไม่หยุดหรือฝืนกับกระแส เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและหากทำได้ให้อธิบายเรื่องราวให้คนเข้าใจ ให้คนรู้ว่าเราสามารถทำอะไรกับไม้ได้บ้างจากเครื่องมือและและทักษะพื้นฐาน

“ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้มองว่าตัวเองจะชอบงานไม้ ตอนที่ผมแต่งคอนโดตัวเองผมก็ซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ดูทันสมัย จนกระทั้งวันหนึ่งผมพบว่างานโมเดิร์นมันไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว มันอยู่กับเราแค่ปี สองปี เราก็เบื่อก็ต้องเปลี่ยน แต่โต๊ะบางตัวของคุณพ่อที่อยู่บ้าน มันตั้งอยู่ตรงนี้ที่เดิมมา 7 – 8 ปีแล้ว มันไม่โดดเด่นจากเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในบ้าน แต่ขณะเดียวกันผมไม่เคยรู้สึกว่ามันน่าเบื่อหรือแปลกแยกเลย”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

The Beginning

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Saiyart Collection มาจากอาจารย์ไสยาสน์ เสมาเงิน ศิลปินศิลปาธรกิตติคุณ สาขาออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ประจำปี 2551 ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ผสมผสานการออกแบบและแนวคิดที่ร่วมสมัย จนทำให้ Saiyart Collection เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้สัญชาติไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เริ่มจากอาจารย์ไสยาสน์ทำงานเป็นพนักงานธนาคารในส่วนงานสำรวจสถานที่เพื่อก่อสร้างธนาคารสาขา แล้วย้ายไปทำงานเป็นหัวหน้าคนงานของบริษัทรับติดตั้งเฟอร์นิเจอร์จากอิตาลีที่ประเทศซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน จึงได้เรียนรู้เรื่องเฟอร์นิเจอร์สำหรับการทำงานในปัจจุบันแม้ว่าจะไม่ใช่งานไม้ แต่ก็เป็นงานถอดประกอบเหล็กและอะลูมิเนียม

ก่อนจะกลับมาทำร้านรับซื้อของเก่ามาซ่อมชื่อร้านร้อยแปดพันเก้าที่ตลาดนัดสวนจตุจักร มีที่มาจากการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และพื้นที่ชนบท ทำให้อาจารย์ไสยาสน์พบเจอล้อเกวียน รางข้าวหมู อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทำจากไม้ ถูกทิ้งอยู่ตามใต้ถุนบ้าน ด้วยความเสียดายคุณภาพและรูปทรงของไม้เก่าจึงตัดสินใจซื้อไม้เก่าเหล่านี้กลับมาที่ร้าน แล้วลองสร้างงานขึ้นมา เป็นการสร้างงานครั้งแรกของไสยาสน์ด้วยวิธีการประกอบล้อเกวียนเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ศาลาบ้าน เรียกว่างาน Folk Art หรือแนวคันทรี่ ความสำเร็จของงานชิ้นนั้นวัดได้จากการมีงานลักษณะนี้วางขายอยู่ในทุกที่ แต่เป็นงานที่นำแนวคิดนี้ไปเลียนแบบ

ในความตึงเครียดจากการเลียนแบบครั้งนั้น อาจารย์ไสยาสน์แปลงเปลี่ยนเป็นพลังในการพัฒนางาน จนกลายเป็นแบรนด์ Saiyart Collection ที่บอกเล่าตัวตนในแนวทางที่ร่วมสมัยมากขึ้นและเข้ากันดีกับวัสดุที่ยังมีเรื่องราวอย่างไม้ อย่างงานโต๊ะที่เป็นลายเซ็นของ Saiyart Collection ทำมาจากไม้จากเรือเอี้ยมจุ๊นเก่าที่เคยเป็นพาหนะลำเลียงขนส่งสำคัญก่อนถูกทิ้งร้างเพราะกาลเวลา นอกจากความแข็งแรงและความสวยงามของไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เต่ง ยังเต็มไปด้วยร่องรอยการใช้งานและเรื่องราวของชีวิตที่ผูกพันกับเรือ เช่นรูที่เกิดจากแผ่นไม้เจาะเชื่อมกับกระดูกงู จนเกิดเป็นลวดลายเฉพาะ

Saiyart Collection ,ไสยาสน์ เสมาเงิน

เดิมลูกค้าจะชินกับการเห็นโต๊ะที่เป็นไม้เรียบๆ ก็จะมีความรู้สึกว่าทำไมงานของไสยาสน์มีตำหนิ แต่เมื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปลูกค้าก็เข้าใจและเห็นคุณค่าสิ่งนี้

“มีเรื่องตลกคือบางครั้งที่โต๊ะออกมาเรียบร้อยสวยงามมากไป ลูกค้าบอกกับเราว่า ‘ขอโทษนะครับอาจารย์ ช่วยเจาะให้มันเป็นรูปและอุดรูให้มีลายหน่อยได้ไหมครับ’ กลายเป็นแบบนั้นเลย”

ดุสิตเล่าว่า สมัยก่อนวงการเฟอร์นิเจอร์ไม้จะนิยมทายูนิเทนให้เกิดความเงา ซึ่งสำหรับ Saiyart Collection เชื่อเรื่อง finishing หรือพื้นผิวสัมผัสในงานที่เสร็จแล้วก็ต้องให้ความรู้สึกว่านี่คือไม้ มีความนุ่มและพื้นผิวที่แสดงธรรมชาติที่สุด

ตลอดเวลาเราได้ยินดุสิตพูดถึงความเป็นไสยาสน์อยู่เสมอ แล้วความเป็นไสยาสน์เป็นอย่างไร เราถาม

Life is Calling

“ความเป็นไสยาสน์ของ Saiyart Collection ลำดับแรกคือการต่อชีวิตไม้

“เราเชื่อว่าชีวิตของไม้อยู่คู่กับชีวิตของผู้คน เริ่มตั้งแต่เป็นแหล่งผลิตออกซิเจน ให้ร่มเงาเมื่อยามมีชีวิต เป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องมือเครื่องใช้ ที่พักและยานพาหนะ โต๊ะตัวนี้อาจจะเคยเป็นเรือที่วิ่งมาแล้วกว่า 30 ปี เราอาจไม่รู้ว่าเรือลำนี้ผ่านการบรรทุกและลำเลียงสิ่งใดมาบ้าง แต่อย่างน้อยมีคนที่อยู่อาศัยกับเรือลำนี้มาช่วงชีวิตหนึ่งก่อนจะกลายเป็นโต๊ะตัวหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราว”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

Saiyart Artist Carpenter

ความเป็นไสยาสน์ลำดับที่สองคือ ความประณีตที่สืบทอดภูมิปัญญาช่างไม้ไทยผสมกับการพัฒนางานในแบบของไสยาสน์เอง

“ไม่ใช่แค่ตัวคุณพ่อ แต่เป็นสิ่งที่เราอยากให้ช่างไม้ทุกคนก้าวข้ามจากช่างไม้มาเป็นศิลปินสร้างสรรค์ เพราะภูมิปัญญาของช่างไม้ไทยมีมากกว่าการทำแค่วงกบประตู”

ด้วยประสบการณ์และองค์ความรู้ขององจารย์ไสยาสน์ผสมผสานเข้ากับเทคนิคและภูมิปัญญาของช่างไม้โบราณทำให้ Saiyart Collection แตกต่างจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่น การเข้าไม้หรือการเชื่อมต่อชิ้นไม้อย่างพอดีและแน่นหนา การเพาะไม้หรือการต่อขนาดความกว้างของไม้ให้ได้ขนาดที่ต้องการ แต่ปัจจุบันอาจจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักของไม้เราจริงใช้วิธีเจาะขันเพื่ออัดไม้เข้าหากัน

“สำหรับผมแล้วไม้เป็นสิ่งมีชีวิต คำว่ามีชีวิตหมายถึงมีการยืดหดขยายตัวอยู่ตลอดตามอุณหภูมิรอบตัว และข้อดีของไม้เก่าคือไม้ค่อนข้างอยู่ตัวแล้วขณะที่ไม้ใหม่ๆ จะมียางอยู่ในตัว มีความชื้น”

All You Need is Art

ลำดับที่สามคือ การสร้างศิลปะรับใช้สังคม

“คุณพ่อเป็นคนที่มีทั้งภูมิปัญญาเดิมและลองผิดลองถูก นอกจากเรื่องการต่อชีวิตไม้ คุณพ่อเป็นคนชอบงานศิลปะมาก เวลาเดินทางท่านจะชอบดูงานประติมากรรมต่างประเทศมาก และยังรู้สึกอิจฉาทุกครั้งที่เห็นงานศิลปะมากมายในที่ต่างๆ สิ่งหนึ่งที่ท่านเชื่อเสมอคือ ศิลปะควรจะอยู่คู่กับคน เพราะนอกจากจะจรรโลงใจยังสะท้อนสังคมได้อีกรูปแบบหนึ่ง”

เดิมทีอาจารย์ไสยาสน์อยากทำงานศิลปะล้วนๆ เลย แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นศิลปินก็ต้องอยู่รอดให้ได้และต้องทำให้เข้าถึงคนให้ได้ หากคนเราเสพศิลปะด้วยการมองและคิดเองเพียงอย่างเดียวซึ่งคนจะเข้าถึงยาก วิธีการทำให้งานศิลปะเข้าถึงคนของอาจารย์ไสยาสน์ก็คือการทำงานศิลปะให้มีฟังก์ชัน หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีศิลปะผสมผสานเข้าไป แทนที่จะเป็นประติมากรรมเฉยๆ ก็สามารถใช้งานได้ โดยให้ความสำคัญกับพื้นฐานการออกแบบ

“สิ่งหนึ่งที่นักออกแบบมักจะลืมคือเรื่องพื้นฐานของการใช้งานที่ควรจะเป็น ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ มุมองศาพนักพิง เป็นตัวเลขพื้นฐานที่นักออกแบบรุ่นใหม่มักจะมองข้ามโดยมุ่งสนใจแต่หน้าตาและความสวยงาม”

รวมไปถึงงานประติมากกรรมขนาดเล็กอย่าง table top ที่มีที่มาจากความที่ประติมากรรมทั่วไปมีขนาดใหญ่มาก ลูกค้าที่จะเข้าถึงได้จำกัดอยู่เพียงบ้านหรือองค์กรขนาดใหญ่ อาจารย์ไสยาสน์จึงเริ่มทำงานชิ้นขนาดเล็กลงมา

“คุณพ่อเก่งเรื่องจัดวางองค์ประกอบมาก วิธีการคือขึ้นกับวัตถุดิบที่มี บ้างเป็นลูกเปตอง เครื่องมือช่าง ท่านจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาสเกตช์ในหัวก่อนทำขึ้นมา จัดแสดงและจำหน่ายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปัจจุบันทีมงานยอมรับว่าจะยังไม่ผลงานทำใหม่ๆ ขึ้นมาจนกว่าจะไปให้ถึงแก่นแท้ของความเป็นไสยาสน์ เสมาเงิน”

Saiyart Collection
Saiyart Collection
Saiyart Collection

Bound to Be

ความไสยาสน์ลำดับที่สี่คือ ความผูกพันระหว่างผลงานและศิลปินช่างไม้ผู้สร้าง

ช่วงที่อาจารย์ไสยาสน์เสียชีวิต ดุสิตบอกเราว่าเขาไม่มั่นใจเลยว่าพวกเขาทีมงานทุกคนจะก้าวต่อไปได้ไหม

“พวกเราไม่ต้องการได้รับคำชมเพียงแค่งานดีงานสวย แต่แค่บอกว่า ‘นี่แหละ งานไสยาสน์’ และเราก็ได้รับคำนั้นมาจริงๆ จึงมั่นใจว่าความเป็นไสยาสน์ที่คุณพ่อหล่อหลอมพวกเรานั้นอยู่ในตัวทีมงานทุกคนจริงๆ เราเรียกคอนเซปต์ของงานช่วงหลังที่พวกเราก้าวข้ามความเสียใจนี้ว่า ผลิใบ แสดงถึงเรากำลังจะเดินต่อ เช่นเดียวกับในอนาคตที่เราต้องคิดต่อไปว่าเราจะไปในทิศทางไหน”

งานของ Saiyart Collection มีสองรูปแบบ หนึ่งคือ งานที่มาจากความต้องการของลูกค้า และสองคือ งานที่ช่างจะทำกันอยู่ตลอดเมื่อมีเวลา โดยดุสิตเป็นคนคิดคอนเซปต์รวมและคิดภาพคร่าวๆ ก่อนตกผลึกร่วมกันกับช่างโด่งผู้ทำงานใกล้ชิดอาจารย์ไสยาสน์และเข้าใจความเป็นไสยาสน์ไม่น้อยกว่าใคร โดยร่างบนกระดาษจะเปิดโอกาสให้ช่างที่รับผิดชอบมีส่วนร่วมในการคิด และพัฒนาแบบอยู่เรื่อยๆ ในกระบวนการผลิตจนออกมาเป็นงานที่สมบูรณ์

ดุสิตยังบอกอีกว่า เหตุผลที่ทำให้งานแต่ละชิ้นของ Saiyart Collection มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าในตัวเองเป็นเพราะงานเหล่านี้ไม่ใช่งานอุตสาหกรรม ช่างทุกคนของไสยาสน์ฯ (ยกเว้นช่างสี) จะได้รับการมอบหมายงานเป็นชิ้นงานไม่ใช่งานเป็นชิ้นส่วน เช่น คนนี้ทำเก้าอี้แตงโม ก็ต้องทำทั้งตัว ไม่ใช่คนนั้นทำส่วนขา คนนั้นทำประกอบ เพราะฉะนั้นช่างทุกคนจะใส่ใจและใส่ตัวตนลงไปในงานตัวเอง ทุกคนรู้สึกว่างานนี้เป็นงานของฉัน งานที่ออกมาจึงมีความผูกพันกับตัวผู้สร้าง โดย Saiyart Collection จะออกแสดงงานปีละหนึ่งครั้งที่งานสถาปนิก เหล่าทีมช่างก็จะคอยถามว่าเก้าอี้ตัวนี้ของผมเป็นยังไงบ้าง มีคนสนใจไหม ซื้อไปหรือยัง

Saiyart Collection
Saiyart Collection

We Just Want the World Dance, Forget About the Price Tag

ดุสิตเล่าว่า สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าต้องยอมรับคือราคาที่สูง ส่วนหนึ่งเพราะไม้จริงที่ทั้งทำงานยากจำเป็นต้องใช้เวลากว่าปกติ แต่ถึงแม้ราคาสูงแต่มั่นใจได้เลยว่างานของ Saiyart Collection ไม่ใช้งานราคาแพง

ราคาแพงคือราคาของสิ่งที่ลูกค้าได้รับไม่คุ้มค่ากับที่ต้องจ่าย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนหรือวัสดุที่จำกัดการทำงาน ดุสิตมองเป็นความท้าทายและโจทย์ที่ต้องแก้ไขต่อไป

“วัสดุนับวันจะหายากขึ้นเรื่อยๆ เราไม่ปฏิเสธว่ามีบ้างที่เราจำเป็นต้องใช้ไม้ใหม่ในการทำงาน แต่ยังคงพยายามใช้ไม้เก่าให้มากที่สุด จากที่เคยหาไม้เก่าขนาดยาวมากก็ต้องคิดหาวิธีต่อไม้ หรือขึ้นโครงสร้างไม้ก่อนด้วยไม้ใหม่ผสมกับการแปะไม้เก่าซึ่งใช้เวลามากกว่าเดิมหลายเท่า เราเรียกงานลักษณะนี้ว่า new bound เล่นคำกับคำว่า new born เกิดใหม่ กับ bond ให้ความหมายเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์ประสานกัน

“เรื่องบุคลากรก็เป็นเรื่องสำคัญมากนะ คนไทยไม่อยากทำงานใช้แรงเราจึงมักจะเห็นแรงงานต่างด้าวทำงานเหล่านี้ แต่สำหรับที่นี่เราไม่มีแรงงานต่างด้าวเพราะที่นี่ไม่ใช่งานใช้แรง แต่เป็นงานใช้ทักษะ”

ดุสิตเล่าเพิ่มเติมว่า มีกราฟิกดีไซเนอร์จากนิวยอร์กมาขอฝึกงานไม้กับ Saiyart Collection หลายเดือนแล้ว ออกแบบสร้างทำโต๊ะขึ้นมาหนึ่งตัว นอกจากเขาเรียนรู้จาก Saiyart Collection ดุสิตและทีมช่างเองก็ได้เรียนรู้จากนักศึกษาฝึกงานด้วย ทั้งยังรู้สึกดีที่ยังมีคนรุ่นใหม่สนใจงานไม้อยู่

ถ้าไม้ไม่เป็นงานศิลปะกับเฟอร์นิเจอร์ มีวิธีคืนชีวิตให้ไม้อย่างไรได้อีกบ้าง

“ใช้งานให้คุ้มค่า ทุกวันนี้คนเราใช้ทรัพยากรต่างๆ ฟุ่มเฟือยเกินไป เราไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมัน จริงๆ มันสะท้อนถึงตั้งแต่การเริ่มต้นตัดสินใจซื้อหรือเลือกเสพสิ่งใดเข้ามาในชีวิตแล้ว ในยุคนี้ที่มีข้อมูลให้เลือกมากมาย คนก็ต้องการอะไรที่สะดวกได้มาง่าย ย่อยมาแล้ว ในทางตรงกันข้ามคือของเหล่านี้ก็หมดคุณค่าเร็วเช่นกัน เมื่อหมดคุณค่ามันก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ใช้มันไม่คุ้มค่าทำให้มันเป็นขยะ

“ไม่ใช่แค่สิ่งของหรอก แม้กระทั้งความคิดกับทุกเรื่องรอบตัวในยุคนี้เลย หากเป็นของที่คนทำตั้งใจทำมากๆ สิ่งนั้นก็จะมีคุณค่าในตัวเองจนเป็นที่ต้องการ”

เราทิ้งท้ายคำถามสุดท้ายกับดุสิตถึงการนำพาแบรนด์ Saiyart Collection นี้ว่าจะไปถึงจุดไหน

“สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่ของผมตอนนี้คือจะต้องไม่ทำให้เสียชื่อไสยาสน์ รักษาคุณภาพ การออกแบบ พัฒนาแบรนด์และสินค้าต้องไม่อยู่กับที่ ที่สำคัญ เราอยากเป็นแหล่งความรู้ ส่งเสริมอาชีพช่างไม้ ใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นเรื่องงานไม้ เรายินดีต้อนรับเสมอ เพราะผมอยากให้มันไม่จบอยู่ในยุคของผม”

Saiyart Collection
ภาพ:  Saiyart Collection

Save

Save

Save

Rules

  1. ทำในสิ่งที่ชอบ
  2. จริงจังและทำสิ่งนั้นให้ดีมากพอจนทำให้คนอื่นชอบในสิ่งที่คุณทำ
  3. ก้าวให้ทันโลก อย่ายึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ หรือความสำเร็จเก่าๆ
Facebook | Saiyart Collection

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load