ใครจะรู้ว่าในซอยหนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองทองธานี จะมีรถ Land Rover ซ่อนอยู่นับร้อยคันราวกับอาณาจักร

เราเดินทางมาไกล หลังได้ฟังเรื่องเล่าจากทีม The Cloud ว่ามีธุรกิจอู่ซ่อมรถที่รับเฉพาะคนร้อยเอ็ดเป็นพนักงานเท่านั้น แน่นอน คำถามแรก ๆ ที่เราถาม ประชัน หาญพละ คือมันเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า

เขาตอบกลับมาว่า “เป็นร้อยเอ็ดประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นขอนแก่น” เรื่องจริงแท้ที่สุดจึงกลายเป็นพนักงานทั้งหมดมาจากอีสานไม่ผิดแน่

บทความชิ้นนี้เกิดจากการนั่งคุยกับเขานาน 2 ชั่วโมงกว่า บวกกับการทดลองนั่งรถรอบเมืองทองอีกเกือบชั่วโมง ประชันเปลือยชีวิตตั้งแต่การเป็นลูกเกษตรกรเมืองร้อยเอ็ด ระหกระเหินมาทำงานที่ศูนย์รถอีกร่วมสิบปี ก่อนลาออกมาเปิดอู่นอกเองแบบเพิงหมาแหงน สู่เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทย ที่คัดเลือกพนักงานจากบ้านเกิดเป็นอันดับแรก

หลังพวงมาลัยรถคันละหลายล้าน พาหนะยอดนิยมของนักธุรกิจหลักร้อยล้านขึ้นไป คือผลงานของเหล่าช่างเลือดอีสานที่ไม่เพียงฝีมือดี แต่ยังอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนยกแผ่นดินอีสานมาไว้ที่นี่ 

ต่อไปนี้คือเรื่องราวการทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ของประชัน ที่รับรองว่าม่วนคักอย่าบอกใคร

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

ประชันบอกกับเราว่าเขาขี่มอเตอร์ไซค์เป็นตั้งแต่ ป.3 และขับรถยนต์เป็นตั้งแต่ ป.5 

แต่รถคันแรกที่ทำให้เกิดความชอบเรื่องเครื่องยนต์คือ แบคโฮ รถขุดดิน สมัยที่บ้านเกิดของเขาเริ่มขยายทางถนน

“เราไปนั่งดูเขาทำ แบคโฮมันจ้วงยังไง สวิงยังไง ไปทำตัวสนิทกับเขาจนเขาให้เราลองไปนั่งเล่น ได้ขับรถที่มันมีปุ่มเยอะ ๆ ล้อเอียงแล้วใบมีดมันจะหมุน เวลาคนขับไปกินข้าวเราก็ขับแทนแก ขับเล่น แต่งทางไปเรื่อย

“บ้านเราเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ถ้าใครมีรถมอเตอร์ไซค์ เราก็จะให้เขาพาขี่รอบบ้านก่อนถึงจะขายของให้ หรือวัยรุ่นที่เขามีรถยนต์กลับมาจากกรุงเทพฯ เราก็จะไปถามเขาว่าขอนั่งด้วยได้ไหม”

ประชันเป็นเด็กที่ปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียนกว่า 40 กิโลเมตรจนถึงมัธยมต้น ด้วยความที่ครอบครัวเกษตรกรของเขามีรายได้ไม่มากนัก เมื่อถึงชั้นมัธยมปลายก็เริ่มขัดสนที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนต่อ แต่ประชันก็ยังตั้งใจเรียนอย่างหนัก เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็น และถีบตัวเองให้พ้นจากความยากจน

“เราคิดกับตัวเองว่า ฉันต้องมาอยู่แบบนี้เหรอ ไม่อยากทำนา ไม่อยากทำไร่ เราไม่ได้อยากหนีจากความจนนะ แต่เราไม่มีสิทธิ์เลือกเหรอ เราจะหาจุดยืนของเราใหม่ การศึกษาเท่านั้นที่จะพาเราไปถึงจุดนั้นได้ 

“ถ้ามองว่าเรามีที่ทางแล้วจะไปทำนาอยู่กินอย่างสมถะก็ได้ แต่บางทีคนเรามันต้องไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เราอยากเรียนหนังสือ เราต้องได้ดีกว่านี้ เราอยากไปดูโลกกว้างบ้าง”

จากร้อยเอ็ด จุดมุ่งหมายต่อไปของประชันคือ ตักสิลา เมืองแห่งการศึกษา จ.มหาสารคาม หวังจะเป็นพรมปูทางให้เขาเข้ามาเรียนในเมืองหลวงได้สำเร็จ โดยอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นช่างซ่อมรถไถ พอได้ช่วยซ่อมนิด ๆ หน่อย ๆ ตามประสา

ในที่สุดหนุ่มน้อยจากแดนอีสานก็ได้มีชีวิตในกรุงเทพฯ สมใจนึก ด้วยการเรียน ปวส. ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประชันอาศัยอยู่กับญาติและมีเพื่อนเป็นเครื่องยนต์อีกครั้ง แปลกที่คราวนี้เขาไม่ได้รับบทเป็นช่าง แต่หาเลี้ยงตัวเองด้วยการรับจ๊อบเสริมเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 6 ทุกเสาร์-อาทิตย์ 

เราถามเขาในภายหลังว่ามีอะไรเกี่ยวกับรถยนต์ที่ยังไม่เคยทำอีกบ้าง ประชันตอบทันควันว่า “คงไม่มีแล้ว” เพราะแม้กระทั่งนักแข่งรถออฟโรดเขาก็เคยเป็น

เรื่องราวของเขาเริ่มจะสนุกเข้มข้นก็ตรงนี้ เพราะหลังเรียนจบ เขาดันเลือกไปเป็นครูสอนหนังสือเด็กช่าง พบเจอคนที่มีต้นทุนชีวิตสูงกว่าแต่กลับโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ประชันคิดอยากมีธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก

“ชีวิตเราแม่งตื่นตั้งแต่ตี 5 ปั่นจักรยานไปกลับวันละ 40 กิโล ความคิดของเด็กบ้านนอกนะ เราคิดว่าทำไม ทำไมถึงไม่เป็นกูวะ”

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เพิงหมาแหงน

สอนนักเรียนอยู่ได้ปีกว่า ประชันก็ไปสะสมประสบการณ์มาเต็มกระเป๋าจากการทำงานที่ศูนย์ซ่อม Land Rover อีกกว่า 13 ปี นานพอที่จะทำให้พนักงานคนหนึ่งออกรถป้ายแดงให้ครอบครัวได้ 

ระหว่างนั้น ความคิดสมัยเป็นครูก็คอยวนเวียนมากวนใจอยู่เรื่อย ๆ ว่าเขาจะต้องเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ในสักวัน หลังจากประชันเริ่มเล่าความฝันของตนให้ภรรยาฟัง เป้าหมายนั้นก็ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป

สองสามีภรรยาทุบหม้อข้าวตัวเองแตก ทำธุรกิจอู่ซ่อมรถในสภาพเพิงหมาแหงน ตัวเขาอาศัยความเชี่ยวชาญและลูกค้าเก่าจากการซ่อมรถมานานนับทศวรรษ ส่วนฝ่ายหญิงเป็นอดีตนักบัญชี ถือว่าเป็นคู่สร้างคู่สมเลยก็ว่าได้ 

“เรากางเต็นท์แบบเพิงหมาแหงนอยู่ข้างทาง ลูกค้าที่รู้จักกันก็ทยอยเข้ามา จนทำให้เราต้องขยายกิจการมาอยู่ที่นี่ 

“เขาไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งปลูกสร้างหรอก คุณมาอยู่เพิงหมาแหงนอย่างนี้เหรอ คนเรามันดูที่ฝีมือ ลูกค้าเขาจะสนใจว่าดูแลเรื่องรถยนต์ให้ฉันจบมากกว่า รู้จักเกี่ยวกับระบบแลนด์โรเวอร์มากกว่า ดีกว่าเขาไปเข้าศูนย์ที่ โอเค คุณกลับบ้านนะ เสร็จแล้วจะโทรบอก แต่บางคนเขาต้องการนั่งคุยกับช่าง ลองรถกับช่าง ว่ารถเป็นอะไร มีส่วนไหนที่ต้องระวังหรือดูแลบ้าง”

จนถึงตรงนี้ก็ยังไม่เห็นว่าประชันเอาขาเข้าไปเกี่ยวกับวงการธุรกิจตอนไหน เขาบอกกับเราว่าต้องผลัดกันไปลงเรียนเพิ่ม ภรรยาเรียนวันเสาร์ ตัวเขาเรียนวันอาทิตย์ เมื่อเรียนรู้เรื่องธุรกิจจนครบถ้วนกระบวนการ ก็ยากที่จะมีใครมาเอาเปรียบ อย่างการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ผู้ประกอบการควรรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบันอู่ซ่อมรถของประชันมีพนักงานอยู่เกือบ 30 คน แบ่งเป็นแผนกเครื่องยนต์ แผนกทำสี แผนกประกอบ แผนกซ่อมทั่วไป ช่างทุกคนเลือกแผนกได้ตามความถนัด และลูกค้าทุกคนสามารถเดินเข้ามาพูดคุย บอกความต้องการกับช่างได้อย่างใกล้ชิด 

ส่วนอายุ ช่างของประชันมีตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 18 ไปจนถึงคนอายุ 70 ที่เก่าแก่พอ ๆ กับรถคลาสสิกด้านหลังนั่นแหละ เขาตั้งฉายาให้อย่างติดตลกว่า ช่างเทวดา จนเราต้องถามต่อว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

“เพราะจะไปแตะต้องเขาไม่ได้เลย” ประชันตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

ช่างเทวดา

“คิดตั้งแต่ตอนอยู่ข้างทางว่า ทำไมมีโอกาสแล้วไม่ดึงคนอื่นให้มีโอกาสเหมือนเรา ถ้าเขาอยากกินดี เขาก็ต้องได้กินดีเหมือนเรา ทำไมเราไม่ไปสอนเขา ทำไมไม่ดึงมาทำด้วย ไม่มีความคิดว่ากลัวเขาจะรวยกว่า คิดแค่ว่าอยากให้เขาได้มีชีวิตดีขึ้นเหมือนกันกับเรา 

“เราเลี้ยงข้าวช่าง 3 มื้อ ใครอยากกินอะไรแม่บ้านก็ทำให้หมด ค่าข้าวอย่างมากก็วันละ 200 – 300 บาทแล้วนะ เดือนหนึ่งก็เกือบหมื่น พนักงานเกือบ 30 คน ต้องมีงาน Happy Birthday ทุกเดือนถูกไหม (หัวเราะ) แต่ที่นี่เราเป็นคนจ่าย มีวงเงินให้

“อยากให้เขามีเงินเก็บ พอมีแล้วการบริหารงานมันจะไม่รั่วไหล เขาจะไม่คิดลักเล็กขโมยน้อย ถ้าเลี้ยงไม่อิ่มก็อาจจะคิดเยอะ รับจ๊อบไปตามบ้าน ดูกระสอบข้าวสารตรงนู้น” เขาชวนให้เรามองไปตามไปยังลานกว้างกลางอู่ “เราทำนาเพื่อมากินที่นี่เลย

“เราบังคับพนักงานทุกคน ต้องโอนตังค์ให้พ่อแม่เดือนละ 3,000 บาท พ่อแม่เขาจะได้กินอยู่สบาย อยากให้เขามีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ใช่ทำงานไป 3 ปีไม่มีอะไรเลย มันท้อนะ 30 ชีวิตนี้เวลากลับบ้านพ่อแม่เขาก็ดีขึ้น ขับรถกลับบ้านเรียงกัน 3 คันแบบนี้ มันก็มีความสุข”

ไม่เพียงดูแลคนที่ร้อยเอ็ดเท่านั้น ประชันเพิ่มเงินเดือนเป็นค่าเช่าห้องให้กับพนักงานที่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ส่วนคนไหนที่ครองตัวเป็นโสดก็มีห้องนอนบนชั้นสองของอู่ให้อยู่ฟรี เสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์มก็ตัดเย็บให้อย่างดี เพราะเขาพยายามประหยัดรายจ่ายของทุกคนให้ได้มากที่สุด แม้คนที่ต้องเสียมากขึ้นจะเป็นตัวเขาเองก็ตาม

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

โรงเรียนเพาะช่าง

ประชันเล่าว่า การที่พนักงานทั้งหมดเป็นคนอีสานทำให้พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกคนมีปูมหลังคล้ายกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ค่อยอิจฉาริษยา เขาเองก็เคยรับคนจากหลากหลายพื้นที่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กเมืองนั้นมีวิถีชีวิตแตกต่างกันมาก ทำให้บางครั้งก็พากันออกนอกลู่นอกทาง นำปัญหาภายนอกเข้ามาจนวุ่นวาย

“ที่นี่เราสอนกัน ช่วยกัน เรียนรู้เทคนิคจากกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าไขน็อตบ่เบิดเด้อ ข้อยขันให้ มื้อนี้มึงดีนะที่กูไปตรวจให้ยู้ ด้วยความมาจากพื้นที่เดียวกันก็ต้องช่วยกันสร้างองค์กร เพื่อนที่ยังสอนอยู่วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น เขาก็จะเอาเด็กฝึกงานมาส่งให้เรา

“จะมาจากถิ่นไหนก็โอเค ขอแค่เข้ากับพวกเราได้ และเราคัดเด็กนะ กฎคือห้ามดื่มเหล้าระหว่างขับรถส่งของ ง่วงก็จอดพักนะลูกพี่ เพราะสินค้าบนรถของเรามีมูลค่ามหาศาล ยาเสพติดก็ห้ามเด็ดขาด ที่นี่รับประกันเลย เพราะว่าเราตรวจเด็กทุกเดือน ถ้ามีคืออัญเชิญออก ลาขาด นี่คือองค์กรเรา ไม่งั้นมีแต่ความเสียหาย”

นอกจากนี้เวลาไปดูงานเรื่องรถที่ต่างประเทศ ประชันจะไปพร้อมกับพนักงานอย่างน้อย 2 คนและล่ามแปลภาษา อัดคลิปไว้ทั้งหมดเพื่อนำกลับมาให้ทุกคนศึกษาเองที่เมืองไทย และเขาจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษช่วงเงินเดือนออก ประชันเล่าพลางหัวเราะว่า ช่วงนี้จะปล่อยให้หยุดงานไม่ได้เป็นอันขาด เขาลงมือสอนหนังสือให้กับพนักงานรุ่นเล็กทุกคน ส่วนรุ่นใหญ่ก็ฝึกฝนการแก้ปัญหารถยนต์ผ่านการดูวิดีโอด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นกิเลสคงเข้าครอบงำเป็นแน่

ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน
ประชัน ออโต้เซอร์วิส อู่ซ่อมรถ Land Rover ใหญ่สุดในไทยที่พนักงานทั้งหมดต้องเป็นคนอีสาน

เท่าที่ฟังมา รูปแบบการดูแลพนักงานของเขาคล้ายกับโรงเรียนประจำอยู่ไม่น้อย เราจึงถามเขาถึงวิธีการควบคุมให้ลูกอีสานทุกคนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

“ตอนเทรนเราจะพูดถึงชีวิตก่อน คุณมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร คุณมาทำมาหากิน คุณมาเป็นช่าง วันหนึ่งคุณโตไปเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นบุคลากรของสังคม คุณต้องมีความรู้ อย่ามัวมาเล่นไร้สาระ เสเพลเสพยาบ้าอยู่นี่ไม่มีประโยชน์ เด็กพวกนี้ต้องอบรมเพราะพื้นเพเขาคือเด็ก ม.3 เด็กเกเรที่พ่อแม่พี่น้องฝากมา เราก็เอามาชุบจนดีทุกคน เปลี่ยนหัวสมองมันใหม่หมดเลย สอนให้เขาได้เรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่จะติดตัวไปตลอดชีวิตจนวันตาย

“พอเป็นคนบ้านเดียวกัน ถ้าวันนี้จะส่งแล้วขอเลื่อน เราก็จะพูดแรงนิดหนึ่งว่า เงินเดือนพวกมึงกูเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 บ้างได้ไหม มันก็จะทันกันตรงนี้ ไม่มีลูกเล่นเยอะ”

ตลอดเวลาการพูดคุย สำเนียงท้องถิ่นกับลีลาการเล่าของประชัน ทำให้พอจะเข้าใจว่า แม้โรงเรียนประจำแห่งนี้จะเต็มไปด้วยข้อกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ก็คงเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่นักเรียนกับครูใหญ่หยอกล้อกันได้อย่างสนิทสนม เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ 

…แล้วก็เรื่องน่าปวดหัว

“ช่างบางคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กก็ดึงเขามาทำงานด้วย เราบอกเขา ทำไมไม่คลุมผ้ารถ มื้อนี้ฝนมันบ่ตกดอกหำ เอ้า แล้วพี่จะรู้ได้ไง นี่แหละคือคำว่าญาติพี่น้อง ต้องค่อย ๆ บอกเขาว่า ไปคลุมให้หน่อยแหน่”

ข้อเสียที่ต้องเผชิญก็หนีไม่พ้นความสนิทสนมอีกเช่นเคย  เพราะคำที่ถูกบรรจุไว้ให้เป็นนิสัยยอดนิยมของคนไทย นั่นคือ หยวน ๆ ให้หน่อย เดี๋ยวค่อยทำ

ประชันจึงต้องสลับบทบาทของตนอย่างชัดเจน นับจาก 8 โมงเช้าเป็นต้นไปทุกคนคือพนักงานโดยมีเขาเป็นผู้บริหาร จะมาเกรงใจกัน ไม่กล้าใช้งานพี่น้องไม่ได้ ต่อให้เป็นช่างเทวดาก็ไม่สน เว้นเสียแต่ช่างมีอายุที่เขาสนิทมาก ประชันต้องอาศัยลูกล่อลูกชน มอบหมายให้ภรรยาเป็นคนจัดการความเรียบร้อย (ในที่นี้คือการว่ากล่าวตักเตือน) เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถึงมือภรรยา เมื่อนั้นก็เหมือนผึ้งแตกรังทุกที 

พอเข็มนาฬิกาบอกเวลา 5 โมงเย็นพอดี จากนายช่างก็พากันถอดเสื้อคลุม กลายมาเป็นลุงหลานครอบครัวเดียวกัน ล้อมวงกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท
อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ไปหนำแหน่

หากจะนับว่าในประเทศไทยมีอู่ซ่อมรถ Land Rover โดยเฉพาะอยู่เท่าไหร่ ก็ให้ใช้แค่มือข้างเดียว 

“ถือว่าขาดแคลนมากนะ แต่ใครไม่มีประสบการณ์เปิดไม่ได้หรอก อู่พวกนี้จะอยู่ยืนยาวได้ต่อเมื่อฝีมือคุณดีจริง เพราะสังคมมันแคบมาก” 

นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มองปราดเดียวก็รู้ว่างานช้าเพราะอะไร ไม่เว้นช่องว่างให้พนักงานโกหก จุดแข็งอีกอย่างของเขาคือการเป็นอู่ครบวงจร แทนที่เจ้าของรถจะตระเวนไปซ่อมช่วงหลังร้านนี้ที ตั้งศูนย์ใหม่ร้านนู้นที ประชันรวบรวมทุกบริการมาไว้ที่นี่ จะสี จะผ้า จะหลังคา แอร์ ยาง ก็ทำให้หมดในครั้งเดียว จึงเป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อรักษามาตรฐานให้ได้ดีในทุกกระบวนการ

“อะไหล่เราก็มีครบทุกอย่างทั้งใหม่และมือสอง นำเข้าเอง ต้นทุนก็ถูกกว่า เรื่องเงินไม่ค่อยเป็นปัญหาของลูกค้า แต่ถ้าเขาสั่งเองแล้วใช้ได้ 3 เดือนพังใครจะรับผิดชอบ ถ้ามาหาเรา ราคาเท่ากัน แต่ประชันเคลมให้”

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

ด้วยความเป็นศูนย์นอก Land Rover ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ก็คล้ายจะเป็นศูนย์กลางของคนรักรถด้วยเหมือนกัน ประชันจัดทริปพาก๊วน Land Rover ขึ้นเหนือล่องใต้ ไต่ขอบประเทศไปไกลถึงเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว เวียดนามก็มี โดยเขาไปในนามทีมเซอร์วิส หลังผ่านเส้นทางดีสลับลูกรัง ช่างก็เตรียมพร้อมที่จะตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมใช้งานทุกเช้า เพียงแค่ยื่นกุญแจให้ 

เป้าหมายต่อไปของเขา จึงเป็นการกระจายกิจการให้ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่มากขึ้น 

“อายุเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเราขยายกิจการให้ได้ อยากมีเครือข่ายที่สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี มีให้หมด คุณไม่ต้องพะวงเลยว่าไปไหนแล้วจะไม่มีคนซ่อม” 

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

อีสานคงกระพัน

ช่วงสุดท้ายของการสนทนา ประชันสตาร์ทรถคู่ใจพร้อมพาเรากับน้องฝึกงานอีกคนนั่งรถไปด้วย เหตุเกิดจากคำถามว่าทำไมถึงชอบ Land Rover เขาไม่ตอบ แต่บอกให้ลองนั่งแล้วจะรู้

สิ่งที่เรารู้ คือประชันในวัย 46 ปี หวังเพียงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และขอให้ลูกหลานของเขาตั้งหลักเป็นเท่านั้น 

“มีคนหนึ่งทำ Land Rover กับเรามาสิบกว่าปี พอเดินได้ขาแข็งแล้วเขาก็ไปเปิดสาขาที่ขอนแก่น ชีวิตดีขึ้น เป็นเจ้าของธุรกิจ มีอู่เหมือนเรา เอาคนในพื้นที่มาเป็นพนักงานเหมือนเรา แต่เขายังเรียกเราเฮียเหมือนเดิม ไปไหนเฮียมีที่พักนอนสบาย อยากกินอะไรน้องมันก็พาไปกิน เพราะเขาเกิดมาจากน้ำใจเรา เราสอนให้เขาเป็นนายคนและเป็นนายตัวเองให้ได้”

หนุ่มใหญ่ผิวคล้ำแดดชวนสังเกตตลอดทาง ว่าทัศนวิสัยบนท้องถนนชัดเจนมากขนาดไหนด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมง มีฐานะ ต่างจากภาพจำความเป็นอีสานที่คนบางกลุ่มยังคงมองว่า…

“โง่ เขามองว่าคนอีสานมันโง่ ซื่อบื้อ หลอกใช้ง่าย” ประชันพูดสวนมาทันทีแม้เราจะยังพูดไม่จบ

ทำให้อยากรู้ต่อว่าในฐานะเด็กอีสานที่ดิ้นรนด้วยตัวเองมาจนถึงจุดนี้ ผ่านการฝึกฝนบักหำหล่ามาก็มากจนเป็นช่างฝีมือดี แล้วตัวเขาเองมองภาพคนอีสานในปัจจุบันนี้อย่างไร 

“ด้วยความจน ยุคหนึ่งการศึกษาอาจจะยังเข้าไม่ถึง แต่ยุคนี้ไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอก 

“หนึ่ง คนอีสานเขามีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สอง เขาเป็นคนรักเพื่อนฝูง สาม เขาไม่เอาเปรียบใคร โดยพื้นเพเป็นคนชอบสนุก ชอบเต้นรำฟังเพลง แต่ความซื่อทำให้คนอีสานมีข้อเสียอยู่อย่าง คือไว้ใจคนง่าย

“เกณฑ์การรับพนักงานเราเลยเลือกจากพื้นเพก่อน ไม่ได้แปลว่าไม่รับเหนือ ไม่รับใต้นะ แต่ต้องยอมรับว่ามันทำให้บ้านเราที่ร้อยเอ็ดดีขึ้น

“พ่อแม่ลูกน้องจากที่เคยลำบากก็มีเงินใช้ทุกเดือน มีเงินซื้อหยูกซื้อยา ซื้ออาหารกิน ถึงลูกเขาจะมาจากสังคมเสื่อมโทรม เราก็มาปรับให้เขามีความคิด เป็นคนใหม่ ในบุคลิกใหม่ ใช้ชีวิตแบบมีวิชาความรู้ให้มากที่สุด พอเด็ก ๆ ได้เห็นว่าลุงคนนี้ น้าคนนี้ พี่คนนี้ สร้างตัวได้จากหยาดเหงื่อแรงงาน เขาก็อยากจะเอาเป็นแบบอย่าง ถ้าวันหนึ่งสังคมที่เราเลี้ยงขึ้นมามันดี เด็กที่มีปมด้อยพวกนี้ก็จะหายไปเรื่อย ๆ

“พี่มีรอยยิ้ม น้องก็มีรอยยิ้ม สิ่งนี้มันยิ่งกว่ากำไร” ประชันแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าทัศนวิสัยรถในฝันของเขาเสียอีก

อู่ซ่อมรถ Land Rover ครบวงจร ช่วยสร้างอาชีพให้คนอีสาน กินฟรีตลอดวัน และมีกฎให้พนักงานส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 3,000 บาท

Lesson Learned:

  • การทำธุรกิจแบบครอบครัว ควรหาเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องให้เจอ ข้อดีคือเปิดอกคุยกันได้ทุกอย่าง แต่ข้อเสียคือความสนิทสนมและความเกรงใจ อาจทำให้แผนงานยืดหยุ่นจนควบคุมยาก
  • ตอบโจทย์ที่ลูกค้าต้องการได้ในครั้งเดียวด้วยการทำธุรกิจครบวงจร สิ่งสำคัญคือต้องรักษามาตรฐานให้ได้ในทุกกระบวนการ 
  • ไม่จำเป็นต้องรับทุกคนที่สมัคร แต่ขอให้คัดเลือกพนักงานเสมอ เฟ้นหาคนที่พร้อมจะเรียนรู้ เพื่อให้ง่ายต่อการพัฒนาฝีมือในอนาคต
  • ลงทุนกับพนักงานอย่างเต็มที่ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความเป็นอยู่ เพื่อให้พนักงานรับผิดชอบภาระน้อยลง ทำงานที่รับมอบหมายได้อย่างเต็มกำลัง
  • การดึงคนจากพื้นเพเดียวกันมาช่วยงาน ไม่เพียงสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมให้คุณภาพของสังคมโดยรวมดีขึ้นตามไปด้วย

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

‘NANA Coffee Roasters’ สาขาบางนา ใน 10 โมงเช้าวันอังคาร วันที่ไม่ได้พิเศษอย่างเช้าวันจันทร์หรือเย็นวันศุกร์ นอกจากกลิ่นกาแฟหอมฟุ้ง บรรยากาศร้านขาวโปร่งโล่งสบาย ที่นั่งหลากหลายมุมในร้านยังถูกจับจองเยอะจนน่าประหลาดใจ ทั้งครอบครัวที่มากับเด็ก ๆ กลุ่มไบเกอร์ และผู้คนคอกาแฟที่ดูจะเป็นลูกค้าประจำ

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์สักแบรนด์หนึ่งจะเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้ จากวันที่ยอดขาย 50 แก้ว 200 แก้ว สู่ 1,800 แก้วต่อวัน อะไรคือสิ่งที่ กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ เจ้าของร้านกาแฟผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยดื่มกาแฟสักถ้วยในชีวิต ได้ค้นพบและร่วมสร้างกว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ ‘ไม่เคยต่อรอง’ เรื่องคุณภาพของกาแฟ

กุ้งถามเราว่าชอบดื่มอะไร ชอบดื่มแบบไหน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง หายไปสักพัก กาแฟหอมฟุ้งที่กุ้งเลือกให้มาเสิร์ฟที่โต๊ะ แล้วบทสนทนาของเราก็เริ่มต้นขึ้น

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

แล้วเราจะตามหาเราจนเจอ

เส้นทางธุรกิจของกุ้งย้อนกลับไปได้นับทศวรรษ กว่าจะมาเป็น NANA Coffee Roasters ในวันที่กุ้งลาออกจากการเป็นวิศวกรเครื่องกลของโรงงานแห่งหนึ่งหลังทำงานมาร่วมสิบปี ด้วยความเบื่อหน่ายในชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ความอยากค้นหาตนเอง และความริเริ่มอยากลองเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ ณ ตอนนั้นความอยากยังไม่สัมพันธ์กับความรู้ทางธุรกิจที่มี

เขาเริ่มจากศูนย์ และธุรกิจแรกของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกาแฟแม้แต่นิด แต่เป็นแฟรนไชส์โรงเรียนสอนภาษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้โรงเรียนจะไปได้ดี แต่กุ้งรู้สึกว่าชีวิตยังดีขึ้นได้อีก เขาจึงเริ่มเปิดร้านถ่ายรูปโดยร่วมลงทุนกับคนข้างบ้าน ขยายเป็น 9 สาขาในพื้นที่นนทบุรี ควบคู่กับโรงเรียนสอนภาษา

แล้วชีวิตนักธุรกิจไฟแรงของกุ้งก็โดนคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าอย่างจัง

“พอเราทำร้านถ่ายรูปไป 9 สาขา ก็เจอการเปลี่ยนเทคโนโลยีจากฟิล์มเป็นดิจิทัล ทำให้วงการถ่ายรูปอยู่ในยุคตกต่ำ คนไม่ยอมเอาไฟล์มาอัดงาน ยอดขายตก

“ตอนนั้นหนี้เยอะมาก เราต้องซื้อเครื่องถ่ายรูปใหม่ ประมาณ 13 – 14 ปีที่แล้ว ทำให้ผมมีหนี้ 10 กว่าล้าน เหมือนเราอยู่บนหลังเสือแล้วลงไม่ได้”

จนกระทั่ง กานดา โทจำปา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า กุ้งหญิง แนะนำให้ลองขายกาแฟสด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วง พ.ศ. 2550 – 2551

“ตอนนั้นผมอายุ 42 แล้ว แต่ยังไม่เคยกินกาแฟสักแก้วเลย” เขาหัวเราะ

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ด้วยความเนื้อหอมของกาแฟสดในตอนนั้นบวกกับใจตัวเองที่ชอบความท้าทาย เขาจึงเริ่มเรียนชงกาแฟกับ อ๋า-ศุภชัย ศรีวิตตาภรณ์ แห่ง Bluekoff ครูกาแฟคนแรกของเขา 

ส่วนร้านกาแฟร้านแรกของกุ้ง (ก่อนจะเป็น) NANA Coffee Roasters ก็ดัดแปลงมาจากร้านถ่ายรูปสาขาแจ้งวัฒนะ จากการตัดกระจกครึ่งหนึ่งมาทำเคาน์เตอร์ ให้บาริสต้าอยู่ในห้องแอร์ชงกาแฟ เขาขายได้วันละ 30 แก้ว

ถ้าเป็นกุ้ง NANA แล้วล่ะก็… เขาคงจะไม่หยุดแค่นั้น

“เราสงสัยว่าเราใหม่ไป ทำไม่เก่ง หรือทำเลไม่ดี”

กุ้งเดินสำรวจร้านข้าง ๆ ที่ขายได้วันละร้อยแก้ว และตัดสินใจจะเปิดสาขาสองจากร้านถ่ายรูปสาขาเมืองทอง

“ก็ทำเหมือนเดิม ตัดกระจกครึ่งหนึ่ง ร้านนั้นเพิ่งปิดไปเมื่อปลายปีก่อน ขายได้วันละประมาณ 200 แก้ว”

เขาเพลิดเพลินกับกาแฟคั่วเข้มใส่นมข้นหวานขายอยู่ 3 – 4 ปี จนกระทั่งเริ่มคิดว่ามันไปต่อไม่ได้ จึงลาออกจากธุรกิจทั้งหมดที่ทำอยู่ และไปเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟเต็มตัว

สิ่งที่กุ้งทำทั้งวันและทุกวันตลอด 10 เดือน คือ คั่วและชิมกาแฟ จนสอบเป็น Q Grader หรือนักชิมกาแฟ ได้เป็นคนที่ 7 ของประเทศ ในวันที่กาแฟพิเศษยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย

ทะเลสีขาว

จากธุรกิจกาแฟสดสู่กาแฟพิเศษ NANA Coffee Roasters ก้าวสู่การเป็นร้านกาแฟระดับต้น ๆ ของประเทศด้วยการขายประสบการณ์ในการดื่มและสื่อสารเรื่องราวไปถึงลูกค้า 

นี่คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้มีจุดยืนที่แตกต่าง ท่ามกลางตลาดกาแฟไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

“เราต้องแยกว่าเราอยู่ใน Red Ocean หรือเปล่า ซึ่งผมว่าเราไม่ได้อยู่ใน Red Ocean

“การทำร้านกาแฟต้องมีเคล็ดลับ มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเขาต้องมาหาคุณให้ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน เราต้องสร้างอาณาจักรของตัวเอง ผมมองว่าเราอยู่ใน White Ocean เราอยู่ของเรา คนอื่นที่จะเข้ามาแข่งไม่ได้แข่งเรื่องราคา แต่แข่งเรื่องคุณภาพและบริการ”

กุ้งเรียนรู้สิ่งนี้ได้จากทุก ๆ สาขาของ NANA Coffee Roasters ที่เปิดมา

ร้านแรก สาขาเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา สอนว่าทำเลไม่ใช่ทุกอย่าง – คุณภาพต่างหากที่จะพาคนมาหาเรา

ร้านที่สอง สาขาอารีย์ สอนว่าทำเลที่ดีคือแต้มต่อของธุรกิจ – ให้คนมาหาเราได้ง่ายขึ้น

บทเรียนทั้งหมดพาเขามาสู่ร้านนี้ สาขาที่สี่ที่บางนา

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

นานา ณ บางนา

ก่อนจะมาเป็นนานาที่บางนา ที่นี่เคยเป็นร้านอาหารมาก่อน 

“เจ้าของที่ดินเป็นลูกค้าผมที่สาขาเลียบทางด่วนฯ เหมือนโชคที่เราจะได้เจอกัน ผมยืนชงกาแฟ เขามาซื้อกาแฟ แล้วเขาก็บอกว่า หนูมีทำเลแถวบางนา พี่สนใจไปเปิดร้านไหม”

ประจวบเหมาะกับที่ปรึกษาทางธุรกิจของกุ้ง (ควบตำแหน่งลูกค้าสาขาเลียบทางด่วนฯ เช่นเดียวกัน) เคยแนะนำทำเลทองที่บางนาและถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ คำแนะนำนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขามาหลายปีไม่เคยหายไปไหน 

“พอลูกค้าพูดว่า บางนา กม.1 ผมปิ๊งเลย”

ที่ดินผืนนี้ที่บางนา ณ ตอนนั้นเป็นร้านอาหารชื่อ อบอวน มหาชัย

“เขาบอกว่าที่อยากให้พี่กุ้งมาคือ อยากให้ไปเปิดร้านกาแฟข้างหลัง” เรามองไปรอบ ๆ ร้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นเขียวขจี ภาพที่เห็นในวันนี้ยังไงก็ไม่ใช่ ‘ร้านกาแฟข้างหลัง’ แน่ ๆ 

“แต่ผมบอกว่าถ้าได้ที่แค่นั้นคงไม่มา ถ้าจะมาต้องขอพื้นที่ทั้งหมด” เขาเป็นคนแบบนั้น ทำอะไรทำจริง

โชคเข้าข้างเขา เพราะตรงกับช่วงโควิด-19 ทำให้ธุรกิจร้านอาหารไม่รุ่งเรืองเท่าที่ควร เจ้าของที่ดินจึงตัดสินใจให้ NANA Coffee Roasters มาเปิดร้านแรกในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ที่ดินริมถนนบางนา กม.1 เลยกลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ให้กุ้งได้ลงมือสร้างภาพฝันของธุรกิจ

“สาขาบางนาเหมือน Showcase ของเรา มันรวมการตกผลึกด้านการทำร้านกาแฟพิเศษ มีหลาย ๆ อย่างที่ซ่อนอยู่แม้กระทั่งถาดที่เสิร์ฟ มีแนวคิดหลายอย่างที่เราใส่เข้ามา มีการบอกเรื่องราว

“พอลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน เขาควรจะได้พลังงานบวกกลับไป ได้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับไป อย่างมาที่นี่ แค่เขาเห็นบาร์ เห็นวิธีการทำงาน เห็นวิธีการนำเสนอเรื่อง เห็นอาคาร หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีสักอย่างที่ทำให้เขารู้สึกดี”

บางนาจึงเป็นที่ตั้งของสาขาที่สี่ของ NANA Coffee Roasters ซึ่งผสมผสานเรื่องสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และกาแฟ รวมไปถึงแรงบันดาลใจเข้าด้วยกัน 

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย
NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

03 Coffee Ecosystem

ดูเหมือนว่าสิ่งหลักที่กุ้งและทีมทำคือการขายกาแฟ แต่หากขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เราจะเห็น NANA Coffee Roasters อยู่ในทุก ๆ อณูของวงการกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

เพาะกล้า

สีน้ำมันคุณภาพดีคงถูกเสกสร้างเป็นภาพวาดที่สวยไม่ได้หากไม่มีศิลปิน เหมือนที่กุ้งเชื่อว่าบาริสต้าคือกุญแจสำคัญของกาแฟที่ดี เกิดมาเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกุ้ง คือ ‘ครูกุ้ง’

ตั้งแต่ในยุคที่ Q Grader เริ่มมีการเปิดสอบในเมืองไทย เขาเริ่มสอน ติวเข้ม และส่งสอบ จนกระทั่งนักเรียนในชั้นสอบผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เฉลี่ยทั้งโลกมีคนได้เป็นนักชิมกาแฟเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ทุกวันนี้ทุกคนก็เติบโตในสายธุรกิจกาแฟ เป็น World Judge คั่วกาแฟ จะเห็นว่าคนที่เติบโตได้ดีในวงการกาแฟพิเศษคือ ต้องมีแพสชัน” นี่คือความภูมิใจของครูกาแฟ ผู้อยากเห็นวงการกาแฟไทยก้าวไปข้างหน้า

ผ่านมา 7 – 8 ปีจากวันนั้น มีคนมาเรียนกับครูกุ้งไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 คน

NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่ต่อรองคุณภาพ ความสุขลูกค้า และความก้าวหน้าวงการกาแฟไทย

ต้นน้ำ

“ภาพที่คนมองเรา อาจจะคิดว่าเราขายแต่กาแฟนอก จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย เราซื้อกาแฟไทยปีหนึ่ง 30 ตัน กาแฟนอกเราซื้อไม่เยอะ ไม่ถึง 10 ตัน” 

กุ้งเชื่อมั่นในคุณภาพกาแฟไทย และอยากส่งต่อเรื่องราวจากต้นน้ำเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงผ่านรสชาติกาแฟที่ดี แต่ผ่านสิ่งที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

“เนื่องจากทีมเราขึ้นไปเก็บกาแฟเอง ตั้งแคมป์ในไร่กาแฟครั้งหนึ่งประมาณ 5 – 10 วัน ได้เห็นว่าข้างบนเหมือนสวรรค์บนดิน สิ่งหนึ่งที่เราทำมาเป็นรูปธรรมเลยคือการจัด Barista Camp ซึ่งจัดมา 6 ปีแล้ว

“มีลำธารไหลผ่าน มีบ้านพัก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เราก็ปั่นไฟใช้ เราเห็นว่าเกษตรกรพยายามทำกาแฟแบบออร์แกนิกจริง ๆ” กุ้งพรรณนาบรรยากาศของไร่กาแฟให้เราเห็นภาพมากขึ้น

“เราจึงอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสกับธรรมชาติเหล่านั้น รวมทั้งอาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เขาได้เห็นเราในธรรมชาติ ได้เข้าใจธรรมชาติ”

ปลายน้ำ

ในวันที่กล้าเติบโตและต้นน้ำดำเนินไปได้ดี กุ้งและทีมก็ไม่ลืมพัฒนาตนเอง แตกกิ่งก้านสาขา จากในช่วงโควิด-19 ระลอกแรกที่ยังไม่มีทั้งบริการขายออนไลน์และเดลิเวอรี่ 

“จากวันนั้นเราพยายามขายออนไลน์ แล้วเชื่อไหมครับ เราขายได้เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้หน้าร้าน เพราะอะไร เพราะทำไม่เป็น” กุ้งหัวเราะลั่น

แม้จะถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจเต็มตัวกับประสบการณ์กว่าสิบปี กุ้งก็มีวันที่ทำไม่เป็นกับเขาเหมือนกัน

“มันเป็นอีกธุรกิจที่ชื่อเสียงของธุรกิจออฟไลน์ไม่มีผลกับยอดขายออนไลน์เลย มีรุ่นน้องผมคั่วกาแฟแค่ 2 ปี ขายออนไลน์ดีมาก วันที่เราขายได้ 50,000 เขาขายได้ 2 ล้านบาทต่อเดือน

เขาว่าประโยค ‘สนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวกว่าบ้านเราเสมอ’ เป็นเรื่องจริง ทำเราหัวเราะครืน แต่กุ้งไม่เพียงชะโงกหน้ามองสนามหญ้าข้างบ้าน เขาให้ลูกชายก้าวเข้ามาศึกษาและช่วยส่วน Online Marketing จนดันยอดขายเกิน 7 หลักในช่วงเวลา 4 เดือน

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

ปลายน้ำที่ส่งตรงถึงละแวกบ้านคุณ

“เดลิเวอรี่นี่ยิ่งมัน ผมจะเล่าให้ฟัง” แววตาของกุ้งเต็มไปด้วยประกายความสนุก “เป็นที่มาของ Harudot ซึ่งเป็น Second Brand ของเรา”

ในช่วงโควิดตอนแรก กุ้งและกุ้งหญิงพยายามติดต่อเดลิเวอรี่เจ้าดังอย่าง Grab, LINE MAN แต่ด้วยรัศมีทำการที่จำกัด จึงหาช่องทางในการตั้ง Cloud Kitchen ในเมือง ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เสี่ยงเกินจะรับไว้ 

ณ ตอนนั้น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่งแม็คโครติดต่อมาพอดี เป็นช่วงที่ร้านกาแฟมวลชนจะถอนการลงทุน มีทั้งหมดเป็นร้อยสาขา NANA Coffee Roasters เลือกเฉพาะสาขาในกรุงเทพฯ ชั้นใน 

“ไหน ๆ มันมาถึงตรงนี้แล้ว แทนที่จะทำเป็น Dark Kitchen เพราะถ้าเป็นครัวมืด เราจะได้บาริสต้าคุณภาพต่ำลง บาริสต้าเป็นอาชีพที่สปอตไลต์ต้องส่องเขา คุณต้องยืนอยู่บนสแตนด์ คุณต้องรู้สึกภูมิใจ แล้วคุณต้องเด่น เราถึงจะได้คนดี ๆ เข้ามา”

จากที่ตั้งใจให้เป็นเพียง Cloud Kitchen ของแบรนด์หลัก ก็เกิดเป็นแบรนด์ที่สองชื่อ Harudot ของลูกชายควบคู่ไปด้วย 

Positioning ของสองแบรนด์ต่างกัน ใช้กาแฟคนละตัว ต้นทุนต่างกัน รสชาติไม่เหมือน แต่อร่อยคนละแบบ โดยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุปกรณ์และพนักงาน จนให้พนักงาน Harudot ย้ายไปทำที่ NANA Coffee Roasters ได้เลยโดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม เพราะเขาเองก็ต้องเสิร์ฟเมนูสำหรับเดลิเวอรี่ของแบรนด์แรกเช่นกัน

“ปีที่แล้วปีเดียว เราเปิดไป 4 สาขา บ้าพลังมาก ในขณะที่ทุกคนลดสเกล เรากลับสวนกระแส แล้วแนวความคิดนี้ก็ประสบความสำเร็จ ผมขายได้”

ถึงจะมีวันที่กุ้งทำไม่เป็น แต่ดูเหมือนจะไม่มีวันที่เขาทำไม่ได้

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาบทเรียน

“ผมเคยอยู่ญี่ปุ่นมา 6 ปี ได้เห็นว่าร้านราเมงที่นั่นมีปัญหาเยอะมาก มันเป็นธุรกิจครัวเรือน คนส่วนใหญ่ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เจ๊ง มีหนี้เป็นสิบล้าน เราเห็นว่าร้านที่อยู่ได้ เขาทุ่มเทขนาดไหน เขาตีเส้นเอง ตัดเส้นเอง ทำน้ำซุปให้อร่อย ทำเองทุกอย่าง กว่าจะได้เงินจากกระเป๋าลูกค้าไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องทำงานจริง ๆ แล้วคุณจะเข้าถึงมัน”

ณ วันที่คุณวางมือจากธุรกิจนี้ ลูกชายต้องเรียนรู้อะไรบ้าง – เราถามเขา เขาหยุดคิดสักครู่ ก่อนตอบว่าเรื่องแรกคือเรื่องของ ‘คน’ 

ทักษะเรื่องคนคือสิ่งแรกที่ต้องมี

“คนเป็น Key Success ถ้าเราคนเดียว คงทำงานใหญ่และเยอะขนาดนี้ไม่ได้ เราต้องไว้ใจคนและให้ความสำคัญกับเขา

“ทำยังไงที่จะสามารถดึงศักยภาพของพนักงานแต่ละคนให้พร้อมทำงาน ต้องดูรอบด้านว่าเขามาทำงานแล้วมีความสุขไหม เขามีเงินใช้ไหม เพราะว่านั่นจะกระทบกับงานตรง ๆ เลย” 

สิ่งที่สำคัญสำหรับกุ้งในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ใช่ความรู้แต่เป็นทัศนคติ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่สอนกันได้ และกุ้งทำสิ่งนี้ได้ดีซะด้วย

“จุดแข็งที่เรามั่นใจคือการเทรนนิ่ง ในเมื่อเราเทรนให้คนอื่นทำงานได้ คนของเราเองก็ต้องทำงานได้ และจะทำทุกสาขาให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน”

ถ้าอยากเป็นบาริสต้าที่นี่ คุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เขาบอกกับบาริสต้าทุกคนว่า ในที่สุดทุกคนอยากมีร้านกาแฟ เขาไม่เคยขอให้ใครอยู่ทำงานกันไปนาน ๆ แต่ขอให้ทุกคนที่มาทำงานเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุด

กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่ทีมดีที่ขับเคลื่อน NANA Coffee Roasters ไปข้างหน้า แต่รวมไปถึงครอบครัวของทีมที่ต้องเสียสละให้พวกเขาไปทำงานดึกดื่นหรือในวันหยุด กุ้งขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง

เรื่องที่สองคือ ‘องค์ความรู้’ คือการที่เข้าใจเรื่องกาแฟจริง ๆ

“ในวงการแข่งขันกาแฟ คำเดียวที่สำคัญที่สุดคือ Consistency ทำยังไงให้สม่ำเสมอ มันยากเพราะกาแฟเป็นสินค้าเกษตร ทุก ๆ ล็อตไม่เคยเหมือนกัน

“ลูกค้ามากินกาแฟ มันเป็นสิ่งที่สัมผัสปากเขาทุกวัน ถ้าเปลี่ยนไปนิดเดียวเขาจะรู้เลยว่านี่ไม่ใช่ แล้วเราให้ความรู้สึกแบบนี้กับเขาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาไปเจอร้านกาแฟที่ใช่ เขาจะไม่กลับมาอีกเลย”

และเรื่องสุดท้ายที่แม้ไม่ได้ออกจากปาก แต่สัมผัสได้ในทุก ๆ คำที่กุ้งเล่าคือ ‘ใจรัก’

เราถามว่ากาแฟคืออะไรสำหรับเขา เขาตอบว่า “กาแฟไม่เคยเหมือนกันสักวัน มันคือความตื่นเต้น เหมือนบางคนที่เทรดหุ้น ทำไมมานั่งเทรดหุ้นทุกวัน เพราะมันตื่นเต้น ผมว่าเขาเสียมากกว่าได้ แต่มันตื่นเต้น มันทำให้เราตื่นเต้นทุกวัน เวลาได้กาแฟใหม่มาต้องคั่วแล้วชิมคืนนั้น มันทนให้ข้ามคืนไม่ได้” 

กาแฟเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจของชายคนนี้ให้ยังคงเป็นเด็ก ซุกซน และมีไฟพัฒนาธุรกิจต่อไป

จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ
จากยอดขาย 50 แก้วสู่ 1,800 แก้วต่อวันของ NANA Coffee Roasters ร้านกาแฟที่ไม่เคยต่อรองคุณภาพและความก้าวหน้าวงการกาแฟ

นานาในดวงใจ

“อยากให้ NANA Coffee Roasters เป็นร้านกาแฟในดวงใจของคนไทยทุกคน ให้เขาชื่นชม ชื่นชอบ อยากให้คนที่เป็นเจ้าของนานาต่อไป ได้ดูแลพนักงานของตัวเองให้ดี”

กุ้งเน้นย้ำความสำคัญเรื่องคนและการดูแล ‘3 ขาหลัก’ 

หนึ่ง คือตัวเองและผู้ลงทุน

สอง คือทีม

และสาม คือลูกค้า

“หาก 3 คนนี้มีความสุข ธุรกิจไหน ๆ ก็อยู่แบบยั่งยืนได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก แต่นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ”

Lessons Learned

  • ธุรกิจที่ดำรงอยู่ได้และประสบความสำเร็จ เพราะทีมที่แข็งแรงและทีมที่แข็งแรงนั้นสร้างขึ้นมาจากความเห็นอกเห็นใระหว่างคนในทีม
  • องค์ประกอบของทักษะเรื่องคน องค์ความรู้ และใจรัก จะสร้างนักธุรกิจและธุรกิจที่ดี
  • เริ่มต้นด้วยทัศนคติ ‘ทำได้และจะทำ’
  • จงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการ แล้วธุรกิจเราจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสังคมที่เราร่วมพัฒนา

 

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load