สวัสดีปีใหม่ค่ะชาวเดอะคลาวด์ทุกคน!

รอดพ้นปีที่แล้วมาได้ก็ถือว่าควรค่าแก่การฉลอง ว่าไหมคะ เพราะมันเป็นปีแห่งการเอาตัวรอดโดยแท้! เรียนออนไลน์ ฉลองวันเกิดผ่านซูม ไปเยี่ยมปู่ย่าตายายแล้วแต่ได้โบกมืออยู่นอกกระจกหน้าต่าง ขึ้นเครื่องบินใส่หน้ากาก 2 ชั้น แยงจมูกตรวจโควิดกันจนนับหนไม่ถ้วน ฉีดวัคซีนเข็มแล้วเข็มเล่า เฝ้ารอข่าวว่าสายพันธุ์ใหม่มันจะชื่ออะไรกันนะ

แต่อย่างน้อยปีที่ผ่านมาก็ต้องมีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นบ้างแหละน่า เรื่องดีที่ผ่านมาของอุ้ม คืออยู่อเมริกามาครบ 10 ปี และมีงานทำในประเทศนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตค่ะ!

อยู่เมืองไทยมาเกือบ 4 ทศวรรษ ทำงานหนักทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาจนหลังอาน กะว่าจะเออร์ลี่รีไทร์ ใช้ชีวิตวัยกลางคนสวย ๆ กับเขาสักหน่อย ดั๊นย้ายมาอยู่อเมริกา ชีวิตพลิกผันให้มีอันต้องกลายเป็นแม่ของลูกสาว 2 คน ทาสในเรือนเบี้ยสิคะทีนี้ ไม่ได้กินไม่ได้นอน ไม่ได้มีชีวิตของตัวเองมาร่วมสิบปี คือเล่นเป็นอีเย็น แล้วไม่มีเสียงสั่งคัทให้ออกจากซีนอารมณ์ซะที

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ลูกก็ไปโรงเรียนกันหมด! อีเย็นผื่นขึ้นเลยสิทีนี้ จะทำอะไรดีให้ชีวิตไม่ว่างเปล่า (ไปทำเล็บสิเธอ หรือหัดอยู่เฉย ๆ มั่งก็ได้นะ)

แถวบ้านอุ้มมีร้านขายของเก๋ไก๋อยู่ร้านหนึ่งค่ะ ชื่อเจ้าของร้านเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน แล้วก็ตัดสินใจมาทำเวิร์กชอป Letterpress ของตัวเอง กับเปิดร้านขายของจาก Makers ทั่วพอร์ตแลนด์และทั่วอเมริกา อุ้มนี่ก็เป็นลูกค้าสายแจ๋น คือเข้าไปซื้อของอยู่บ่อย ๆ ไปทีไรก็คุยฮิฮะโน้นนี้กับเจ้าของร้าน แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เขาก็บ่นเปรย ๆ ว่าเนี่ยไอต้องเริ่มหาคนมาช่วยละ ทำอยู่คนเดียว 3 ปี อะดรีนาลินหลั่งจนจะหมดต่อมอยู่แล้วเนี่ย

อิฉันก็หูผึ่งสิคะ กำลังมิดไลฟ์ไครสิสอยู่เมื่อวาน เลยกะพริบตาปริ๊บ ๆๆๆ ถามกลับไปทันทีว่า “อยากจ้างไอไหมล่ะ” เจ้าของร้านอึ้งไปนิดหนึ่ง ด้วยว่าคงเปรยเฉย ๆ ไม่นึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตอินางนี่ขึ้นมาแบบนี้ ก็เลยตอบมาแบบกว้าง ๆ ว่า “ส่งอีเมลเรซูเม่มาแล้วกัน เดี๋ยวไอจะลองดูให้นะ” แหม… คงกะว่าถ้าปฏิเสธทางอีเมล จะได้ไม่ประดักประเดิดงิ

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

ไม่รู้จัก Super-overachiever อย่างตรูซะแล้ว! เดี๋ยวจะร่ายประวัติให้เฟี้ยวเลย ก็เรซูเม่เดี๊ยนมีที่ไหนกันเล้า! เรียนจบมาจะ 30 ปีแล้ว ไม่เคยไปสมัครงานที่ไหน ขนาดทรานสคริปต์ยังไม่เคยไปขอเลยค้าาา ก็เลยเล่าไป 3 ย่อหน้าถ้วนว่าเคยทำอะไรที่ไหนมามั่ง แล้วพอถึงวันสัมภาษณ์ ก็หอบหนังสือที่เคยทำไปให้เขาดูตั้งหนึ่ง เขาคุยด้วยอยู่สิบนาที แล้วก็บอกว่า ที่เล่ามานี่ไอแอบตกใจนิดหน่อย เพราะยูคุณสมบัติเกินตำแหน่งไปมากกกกกก แต่ถ้าอยากทำงานที่นี่ ก็ช่วยมาทำหน่อยเถอะจ้า มีเงื่อนไขว่า ช่วงทดลองงาน 3 เดือนแรก ค่าจ้างให้ได้แค่ขั้นต่ำ ชั่วโมงละ 16 เหรียญนะ โอเคไหม

คืออุ้มนี่ให้เท่าไหร่ก็เอาแหละ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไปทำเพื่อประสบการณ์ ร้านเดินจากบ้านไป 7 นาทีถึง แล้วทำอาทิตย์ละแค่ 3 – 4 วัน ตอนลูกไปโรงเรียน ความรับผิดชอบก็ไม่เยอะ ไม่เหมือนสมัยเปิดบริษัทอยู่เมืองไทย ค่าใช้จ่ายและปัญหาท่วมหัว จะมีงานไหนเหมาะไปกว่านี้อีก

ก็เลยมีงานทำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วค่ะ

ถามว่าทำงานอะไร ตอบง่าย ๆ ก็คือไปขายของที่ร้านแหละค่ะ แต่ประสาให้ร้อยทำ 3 หมื่น นอกจากการดูแลลูกค้าราวญาติร่วมสายเลือด เช็ดถูดูแลสินค้าให้สวยหมดจด ดิฉันก็ไปช่วยเขาคิดสโลแกนร้าน หาวิธีสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย จัดดิสเพลย์ ค้นคว้าข้อมูลของ Makers ที่เขาคัดมาขาย นี่จะทำเวิร์กชอปเรียกลูกค้าให้เขาอี๊ก

ทั้งหมดนี้ ได้ค่าจ้างเดือนละประมาณพันกว่าเหรียญ หรือ 3 หมื่นกว่าบาท (สมัยอยู่ไทย มีคนเชิญไปสัมภาษณ์บนเวทีครึ่งชั่วโมงก็ได้เท่ากันนะ) คือไปเป็นบาริสต้าหรือเสิร์ฟอาหารยังรวยกว่านะ เพราะนั่นเขาได้ทิปด้วย หรือเอาจริง ๆ บางวันที่ต้องไปทำงานถึงเย็น เรียกคุณยายแนนนี่มาดูลูก ยังต้องจ่ายชั่วโมงละ 17 เหรียญ ขาดทุนมั้ยอะ!

ที่ทรมานไตอีกอย่าง ก็คือภาษีค่ะ ตอนอยู่ไทย รับเช็คมา อย่างมากก็ถูกหัก 3 หัก 5 เปอร์เซ็นต์ไรงี้ใช่มั้ยคะ อยู่นี่… โดนหักทั้งภาษีรัฐบาล ทั้งภาษีรัฐออรีกอน เงินเดือน 100 เหลือมาถึงมือเราแค่ 60 สรุปได้เงินเข้าบ้านชั่วโมงละ 10 เหรียญ ไปขายข้าวมันไก่ดีกว่ามั้ย!

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

แต่ที่ยังไปทำอยู่อย่างเบิกบาน ก็เพราะมันสนุกและมีอะไรให้ได้เรียนรู้เยอะเลยค่ะ ได้ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยทาปากแดง (เสร็จแล้วใส่แมสก์ ทาเพื่อ…) ได้พูดคุยเจอคนทั้งดี๊ดีและแปลกเหลือหลาย เจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็น่ารัก ของที่ขายก็ดีเกิ้น ยิ่งรู้ข้อมูลรู้ที่มายิ่งรักเข้าไปใหญ่ อันตรายมากถึงมากที่สุด เพราะทุกวันนี้ยังแยกไม่ค่อยออกว่าไปทำงานหรือไปช้อปปิ้ง

เพราะสโลแกนการทำงานของอุ้มคือ แต่งตัวเยอะ รายได้น้อย ช้อปกระจาย จ่ายครึ่ง เก็บครึ่ง (ถึงเหรอ… สมคิดหันมาถาม)

เอาน่ะ ถึงเหลือเงินกลับบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ แต่มันมีสิ่งที่ไม่ได้วัดด้วยเงินแถมมาด้วย

อย่างแรกเลยคือรู้สึกดีกับตัวเองค่ะ เพราะคนที่เป็น Stay-at-home Parent มานาน ๆ ระดับเกือบสิบปีนี่นะคะ รับรองจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กันอย่างหนึ่ง คือให้กลับไปทำงานก็จะมีความกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะออกจากแวดวงมานาน ถูกคนอื่นทิ้งห่างไปไกลโข คอนเนกชันอะไรก็ไม่ค่อยจะมี จะให้ไปเริ่มต้นพิสูจน์ตัวเองใหม่ก็ไม่ได้มีพลังงานหรือความกระตือรือร้นขนาดนั้น การค่อย ๆ กลับมาทำงานที่ไม่ได้ยากมากแบบนี้ ก็ช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองว่า เออ เรานี่ก็ยังพอใช้ได้อยู่แฮะ

อย่างที่สองคือลูก ๆ ตื่นเต้น เพราะถึงแม้ชีวิตนี้จะพิชิตตุ๊กตามากี่ตัว หนังไปเทศกาลภาพยนตร์มากี่แห่ง ทำบริษัทมีลูกน้องมากี่สิบชีวิต แต่สำหรับลูก ๆ อุ้ม เกิดมาก็เห็นแม่อยู่บ้าน ถามว่าแม่ทำอาชีพอะไร ตอบไปเลยว่าทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน แต่เดี๋ยวนี้พอแม่ไป ‘ทำงาน’ ลูก ๆ ดิฉันก็เกิดภาพจำใหม่ ว่าแม่ออกไปทำงานนอกบ้านด้วยล่ะเธอ เพราะงานนอกบ้านมันทำแล้วได้เงินด้วยล่ะเธอ

ว่าแล้วแม่สาวน้อยที่บ้านอุ้มทั้งสองก็เกิดความคิดปฏิวัติ ว่าพวกนางจะทำงานบ้าง! เพราะตอนนี้แม่เริ่มคิดได้ว่าทำงานเหนื่อยนะเฟ้ย จะมาขอของเล่นกันง่าย ๆ นี่แม่ต้องทำงานตั้งหลายชั่วโมง พวกยูควรจะทำงานแลก พวกนางก็เลยคำนวณกันเองว่า ชุดทดลองวิทยาศาสตร์อันละ 19 เหรียญที่อยากได้ ช่วยแม่เก็บจาน เอาผ้าเข้าเครื่องโน้นนี้ ได้ทีละ 25 เซ็นต์ ต้องรวมพลังกันทำวันละกี่อย่าง แล้วกี่วันถึงจะได้ มีเดดไลน์ด้วยนะ! เดี๋ยว ๆ ก็วิ่งมาจะขอทำงานอีกละ เอ็นดูพวกนาง! นับว่าเป็นผลพลอยได้จากการทำงานของแม่ที่เผื่อแผ่มาถึงลูก ๆ ด้วย

อีกอย่างคือได้ใช้สมองส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อสัญชาตญาณเอาตัวรอดบ้าง คือการเป็นแม่คนนี่ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโหมดดับไฟเป็นกอง ๆ นึกออกไหมคะ นั่งลงทำอะไร เดี๋ยวลูกก็ตีกัน จะคิดฝันทำธุรกิจใหม่ อะ ลูกป่วยต้องหยุดโรงเรียน งอแงเป็นอาทิตย์ไม่เป็นอันคิดทำอย่างอื่นอีก การแยกส่วนชีวิตออกไป ‘ทำงาน’ แบบนี้ก็เลยทำให้ได้พูดคุยกับมนุษย์ที่มีอายุเป็นเลข 2 หลักขึ้นไปบ้าง ได้ปลุกสมองส่วนศิลปิน ส่วนผู้บริหาร และส่วนป้าแย้ม (คือกลีบสมองที่แอคทีฟตอนเม้า หลายเดือนที่ผ่านมาสมองป้าแย้มแข็งแรงมาก 55)

และที่สำคัญคือได้ลดอัตตาตัวเองค่ะ จะมาคิดว่า แหม… ฉันเคยแต่นั่งอยู่หัวเรือ มีฝีพายคอยฮ้าไฮ้ แล้วทำไมนาทีนี้ต้องมาโดนจิกหัวสั่ง ทำไมต้องมาทำงานเช็ดถู เพื่อเงินแค่นี้ เจ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยดุพิมพ์พิราขนาดนี้เลย (มาจากไหน) ชีวิตก็จะระกำลำบากโดยใช่เหตุ สิ่งที่ทำให้อุ้มมีความสุขกับการทำงานก็คือตัวงานเองนั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่แค่ไหน ถ้าใจเราจดจ่อเบิกบานกับสิ่งที่ทำ มันก็มีค่าได้ เช่น ติดสติกเกอร์ราคาสินค้า จะสักแต่ว่าติด ๆ ให้มันเสร็จไป หรือเขียนตัวเลขให้สวย หาตำแหน่งติดที่คิดว่าคนพลิกของขึ้นมาแล้วจะเห็นง่ายไม่กลับหัว แค่นี่ก็ต่างกันแล้วนะคะ

พูดแล้วก็เลยคิดได้ว่าอยากเลือกของในร้านที่อุ้มชอบ เอามาเล่าให้ฟังแล้วกันค่ะ จะได้เห็นภาพว่าตกลงเธอไปขายถั่วขายทองอะไรกันจ๊ะ อะ… ล้อมวงกันเข้ามา ลูกจ้างเอเชียนอเมริกันจะพาทัวร์

Gingiber

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

เลือกมาเป็นแบรนด์แรกเลย เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับการสร้างแรงบันดาลใจรับปีใหม่ จินจิเบอร์ขายเครื่องเขียนและข้าวของที่มีข้อความดี ๆ อย่างเช่นสติกเกอร์นี้ที่อุ้มเพ่งทุกวัน (จนบัดนี้ยังไม่เห็นเลข) กับพวงกุญแจที่ความหมายดี๊ดีจนน้ำตาจะไหล อ๋อไม่ใช่อะไร คือเหวี่ยงไปกระแทกข้อนิ้วแล้วมันเจ็บมาก ของขายดีที่สุดของจินจิเบอร์คือผ้าเช็ดจานล่ะค่ะ แปลว่าเรามาอยู่บนโลกนี้เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน (แล้วทำไมตรูเช็ดจานอยู่คนเดียว สมคิดไปไหน!)

Adam J. Kurtz

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

คนนี้เป็นศิลปินที่อุ้มชอบมาก ฮีเก๊เกย์ จิกกัด ตลกร้ายกาจ แต่น่ารัก อ่านแล้วหัวเราะปรื้ดแต่ได้แรงบันดาลใจด้วย ไม่รู้ทำได้ไง เหมาะสำหรับคนทำงานที่กำลังคิดว่าโลกนี้มันโคตรห่วย เห็นงานของ Adam JK แล้วจะรู้สึกมีพวก จนต้องร้องออกมาว่า มรึงเข้าใจกรู อุ๊ยไม่ใช่ คุณเข้าใจดิฉัน คือไม่ต้องมาบอกกันว่าโลกสวย ห่วยก็บอกว่าห่วย แต่ยังไงมันก็ต้องมีดีอยู่บ้างแหละ ใช่หรือไม่ใช่!

Harlow

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

นี่เป็นแบรนด์เพื่อนหญิงพลังหญิงแห่งพอร์ตแลนด์ที่อุ้มภูมิใจนำเสนอลูกค้ามาก เพราะนอกจากของเขาจะสวย เบา ใส่สบาย ราคาไม่แพงแล้ว เจ้าของยังมี Success Story ที่จะทำให้หลายคนเงยหน้าขึ้นมาจากกองน้ำตา แล้วบอกว่า “โห… เรื่องเรานี่ขี้ผง” ไม่เชื่อลองเข้าไปอ่านเรื่องของ Ruthie ดูก็ได้ค่ะ

Citizen Ruth

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

แบรนด์หัวรุนแรงและก๋ากั่นที่สุดในพอร์ตแลนด์ ขายแก้วกาแฟ สติกเกอร์ และแม็กเน็ตติดตู้เย็นพิมพ์ข้อความเสียดสีการเมืองและสังคมแบบแสบ ๆ ขำ ๆ สินค้าขายดีคือแก้วกาแฟ I Did My Fucking Best คือแบบกรูทำดีที่สุดแล้วววววววววจ้า กับสติกเกอร์คุณป้า Ruth Bader Ginsburg และเหล่าสาวๆ ผู้ทรงพลังทางการเมืองทั้งหลาย อ้อ… แก้วกาแฟเดวิดจาก Schitt’s Creek นี่ก็ฮิตสมกับช่วงแพนเดมิก ประชดไม่อยากเจอผู้คนมันเสียเลย

Karacotta Ceramics

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

อะ เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่ของแรง ๆ หันมาฟูมฟักจิตวิญญาณ ปัดเป่าพลังงานร้ายให้พ้นไปจากห้องหับกันดีกว่า ด้วย Smudging Bundle และชามเซรามิกสวยเข้ากันของแคราค็อตต้า คืออุ้มก็เพิ่งจะมารู้จักการ Smudging ที่นี่แหละค่ะ มันคือการเอาใบไม้แท่งไม้หอม อย่าง Sage และ Palo Santo มาเผาไฟให้เกิดควัน แล้วเดินพาควันนั้นให้อวลไปทั่วทุกซอกทุกมุมของบ้าน (บางตำราบอกว่าให้เดินวนตามเข็มนาฬิกา) ว่ากันว่าการทำแบบนี้จะไล่พลังงานร้ายออกไป ทำให้ที่ทางของเรามีความสะอาดบริสุทธิ์ คนที่อยู่อาศัยก็จะมีอารมณ์ดี มีความสุขขึ้น เหมาะสุด ๆ กับปีใหม่ และช่วงไหนที่มีโรคร้ายคุกคามมนุษยชาติ ทำให้ต้องกักตัวอยู่แต่กับบ้านหันไปไม่เจอใครก็เลยตีกันเอง (ช่วงนี้ไง)

 Three Little Figs

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

แค่ชื่อก็ฮา (เขาล้อนิทานเรื่อง Three Little Pigs ไง) แต่อย่าคิดว่าของที่ขายจะขำ ๆ นะคะ เพราะนี่คือแยมระดับตำนานที่กวนในหม้อทองแดงทีละจำนวนน้อย ๆ จากส่วนผสมที่สดและสุกงอมตามฤดูกาล คือไม่ใช่แยมรสบ้าน ๆ สตรอว์เบอร์รีสับปะรดสำหรับทาขนมปังทั่วไป แต่เป็นแยมรสซับซ้อนที่เหมาะจะเสิร์ฟกับชีสดี ๆ หรือช่วยยกระดับอาหารอย่างแฮมเบอร์เกอร์หรือฮอตด็อกให้หรูแพร่นขึ้นมา รสที่ขายดีตลอดกาลคือ French Onion Confit กับ Plum Fig and Cherry Mostada หรือตอนนี้มีรสใหม่ Watermelon Sriracha ที่เอาน้ำแตงโมมาเคี่ยวจนงวดกับซอสศรีราชา ฟังดูจะดีมั้ยนะ แต่แอบขายได้เรื่อย ๆ เชียว

Junebug and Darlin

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

งานฝีมือแบบมี Agenda คือคำจำกัดความของชุดปักครอสติชยี่ห้อ Junebug and Darlin เหมาะกับสายคราฟต์ที่ชอบความเสียดสีแบบขำ ๆ อุ้มลองทำไปหลายอันแล้ว คิดว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่ามากทีเดียวค่ะ เปิดซองออกมามีอุปกรณ์ทุกอย่าง ลายส่วนใหญ่จะไม่ยากมาก คือคงรู้ว่าคนไม่มีเวลา และไม่ได้อยากพัฒนาฝีมือปักลายกระท่อมในชนบทอังกฤษจนเต็มหมอนอะไรแบบนั้น ชิ้นหนึ่งทำจริง ๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ อันเล็ก ๆ น่ารักดี อุ้มชอบอันที่เป็นลายราศีต่าง ๆ นี่กำลังทำให้ครบวันเกิดทุกคนในครอบครัว จะได้เอาไปติดคอนโดที่เมืองไทย

Orange Pippin Society 

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

เมล็ดพันธุ์ผักและดอกไม้ใส่กล่องน่ารัก สำหรับปลูกฝังความรักการทำสวนให้กับเด็ก ๆ แบ่งเป็นธีมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้กินได้ สวนจิ๋ว สวนยักษ์ สวนของนักสำรวจ แถมมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้มาทำสวนร่วมกัน แน่นอนว่าเจ้าของเป็นคุณแม่ของลูกตัวน้อย ๆ และเคยทำงานกับเจ้าแห่งวงการ Letterpress แห่งพอร์ตแลนด์อย่าง Egg Press กล่องและซองถึงได้น่ารักอย่างกับการ์ดทำมือ

Woolly Made

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

เครื่องหนังสุดเนี้ยบที่ฟอกด้วยสีย้อมจากพืช แปลว่ากระบวนการฟอกหนังดีต่อสิ่งแวดล้อม (อุ้มโตมาแถวปากน้ำ ใกล้ ๆ โรงงานฟอกหนัง ทุกวันนี้ยังจำกลิ่นที่ลอยมาจากโรงงานได้อยู่เลยค่ะว่ามันเหม็นขนาดไหน) และกระเป๋าสตางค์ใช้ไปแล้วจะเกิด Patina หรือความนิ่มและสีเข้มขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ แบบที่หนังฟอกโรงงานโดยทั่วไปให้ไม่ได้

เนื่องจากเจ้าของทั้งสองคนจบออกแบบผลิตภัณฑ์และเคยทำงานกับไนกี้มานาน ก็เลยพัฒนาวิธีการผลิตให้ใช้เลเซอร์ตัดหนัง และเจาะรูสำหรับเย็บมาเสร็จเรียบร้อย กระเป๋าสตางค์ทุกใบเลยมีความเนี้ยบ (มาก)

อีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นก็คือ เขาพบวัสดุใหม่ที่ใช้แทนหนังแต่ไม่ใช่พลาสติก (กระเป๋าวีแกนส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของพลาสติก ซึ่งอันตรายต่อช่างเวลาตัด และแน่นอนว่าเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม) คือใช้ส่วนผสมของใยมะพร้าวกับยาง ทนพอ ๆ กับหนัง และสวยดีด้วยค่ะ ที่ร้านอุ้มเริ่มเอามาขายแล้ว อาจจะยังขายไม่ดีเท่ากระเป๋าหนัง แต่อุ้มว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ

จริง ๆ ยังมีของน่าสนใจอีกเยอะมาก เพราะทั้งร้านมีของร้อยกว่าแบรนด์ แต่เอาไปแค่ 9 ก่อนแล้วกันนะคะ จะได้ก้าวหน้ากันทั้งคนอ่านคนเขียน ใครกำลังคิดจะเริ่มงานใหม่ ลุยไปให้เต็มที่เลยค่ะ ส่วนใครที่มีงานดี ๆ ที่รักอยู่แล้ว ก็ขอให้ยิ่งดี ๆ ขึ้นไปอีก

ความสำเร็จเริ่มต้นจากความรักและการทำอะไรเล็ก ๆ ให้เต็มกำลัง

นี่ล่ะค่ะสิ่งที่ร้านทั้งร้านสอนอุ้มมา

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งค่ะทุกคน!

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อ 2 เดือนก่อนค่ะ ส่งลูกเสร็จ กำลังจะเดินกลับไปที่รถ อยู่ดี ๆ ก็มีพ่อคนหนึ่ง ลูกอยู่อนุบาลห้องเดียวกับอนีคา เดินเข้ามาถามว่า

“อยากเป็นนายกฯ คู่กับไอไหม”

อุ้มผงะไปนิดหนึ่ง… คือ?!?

“สมาคมผู้ปกครองและครูของโรงเรียนเรากำลังหานายกฯ คนใหม่ ที่ผ่านมามีทั้งแบบคนเดียวกับเป็นคู่กัน 2 คน ไอกำลังจะสมัคร ยูมาเป็นคู่กันไหม” เพื่อนขยายความ

อุ้มใช้สมองคิดอย่างหนักอยู่ 5 วินาที แล้วก็ตอบไปว่า

“เอาดิ้!”

ไม่ได้รู้ตัวเล้ยยยยว่างานจะเข้า

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส
 อุ้มกับเพื่อนนายกฯ 

คือรับส่งลูกที่โรงเรียนนี้มาเข้าปีที่ 5 โรงเรียนให้ทำอะไรอิฉันก็ทำกับเขาหมด จะให้ไปร่วมกิจกรรม บริจาคเงิน อาสาสมัครเป็นตัวแทนชั้นเรียน รับครูฝึกสอนญี่ปุ่นมาอยู่บ้าน ซื้อก้อนอิฐปูสนามเด็กเล่นใหม่อะไรก็บอกมาเถอะจ้า ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ศรีทำได้

แต่นี่มันงานช้างเลยนะยู! รู้อะไรกับเขาบ้างมั้ย… ไม่ ตอบรับเสร็จแล้วก็กลับไปเที่ยวหัวหกก้นขวิดอยู่เมืองไทย ลืม ๆ ไปแล้วด้วยซ้ำว่ากลับมาพอร์ตแลนด์ แล้วหูจะตูบไปอีก 2 ปี

พอกลับมาถึงค่ะ นายกฯ คนเก่าเมสเสจเรียกไปประชุมทันที เฮ้ย ยังไม่หายเจ็ตแล็กเลย เอ้า ไปก็ไป เลยได้รู้ว่ามีงานรอให้ทำเยอะม้ากกกกก เจ้าประคุณทูนหัวของนม โรงเรียนนี้ทำไมมันขยันอย่างงี้ ดีที่เราก็เคยเป็นมนุษย์บ้าพลัง ทำบริษัท จับแพะมาชนแกะเป็นอาชีพ ก็เลยไม่ตกใจมาก ภาษาอังกฤษเราก็พอใช้ได้ แล้วคนเห็นชื่อ Oom เขาคงรู้แหละว่านางไม่ได้โตที่ประเทศนี้ อีกอย่างที่ดีคือนายกฯ ที่เป็นคู่กันเคยเป็นนักข่าวมาก่อน เรื่องการเขียนอะไรยาว ๆ อย่างจดหมายจากนายกฯ ถึงทั้งโรงเรียนไรงี้ก็ส่งไปให้ฮี

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส

ความสนุกบังเกิดตอนได้รู้ว่า เบื้องหลังงานต่าง ๆ ที่เราเห็นมาตลอด มีคณะทำงานแยกย่อยเยอะมาก แต่ละงานใช้เงินหรือหาเงินได้เท่าไหร่ เหมือนแต่ก่อนเคยไปงาน Fat โดด ๆ อยู่หน้าเวที อยู่ดี ๆ ได้ Backstage Pass ให้เข้าไปดูข้างหลังแบบนั้นน่ะค่ะ แต่ความอิ๊บอ๋ายก็คือ เขาไม่ได้ให้เข้าไปดูเฉย ๆ เขาบอกมรึง เอ๊ย ยูต้องเป็นพี่เต็ดไปด้วยเลย เอ๊า! ไม่ต้องมาเหวอ ไปรับปากเขาเอง

โอเค เป็นก็เป็น จะเข้าสู่โหมดจะทำงานละ ไหน ต้องทำอะไร ยังไงบ้าง นายกฯ คนเก่าเอางานที่เคยทำมาให้ดู มีเอกสารแฟ้มใหญ่เท่าขา กับลิสต์งานที่ต้องทำแต่ละเดือน แถมด้วยอีเมลรัว ๆๆๆ แล้วก็พาสเวิร์ดสำหรับแอคเคานต์ร้อยแปดพันประการที่จากนี้เราต้องบริหาร เสร็จแล้วก็บอกว่า งานแรกอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า โชคดีน้า พวกยูทำได้อยู่แล้วล่ะ สมัยไอก็อาศัยถาม ๆ เอา ว่าแล้วนางก็ทิ้งเรา 2 คนไว้ที่ปลายสระฝั่งที่น้ำลึกที่สุด

โดดมั้ย… ก็ต้องโดดสิเธอ

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส

งานแรกที่เราต้องไปเสนอหน้า เรียกว่า Ice Cream Social จัดก่อนโรงเรียนเปิด 3 วัน เป็นงานที่ให้ทุกคนได้มาเจอกันหลังจากปิดเทอมใหญ่ ก็จะจ้อกแจ้กจอแจมาก เพราะเด็ก ๆ เพิ่งรู้ว่าชั้นเรียนใหม่ได้อยู่กับเพื่อนคนไหนบ้าง แล้วก็มีไอศกรีมฟรีแจก หน้าที่นายกฯ​ คือ ยก (สมชื่อ) โต๊ะไปตั้งให้คนเห็นว่ามีสมาคมผู้ปกครอง แล้วก็คอยตอบคำถามต่าง ๆ

โต๊ะอยู่ไหน จัดยังไง จะเอาอะไรมาตอบคำถาม… ไม่มีใครบอกเลยค่า

วันนั้นอุ้มนี่ก็แต่งตัวแต่งหน้าสวยไปสู้ คนมาก็ไม่รู้หรอก แต่ข้างในนี่คือตาลีตาเหลือก ว่ายเอาตัวรอดกันกับเพื่อนนายกฯ อีกคน กลับถึงบ้านแทบสลบเลยเพราะใช้พลังไปเยอะมาก แล้วมารู้ทีหลังอีกว่า มีป้ายอะไรต่าง ๆ ให้ใช้ได้ เก็บอยู่ที่ใต้ถุนของโรงเรียน ทำไมเพิ่งมาบ๊อกกกกก!

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส
อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส

จบงานยังไม่หายเหนื่อยดี ต้องเตรียมงานที่มาจ่ออีก 3 งาน เลี้ยงน้ำชากาแฟต้อนรับครอบครัวเด็กอนุบาลที่เพิ่งมาเข้าปีนี้ กับประชุมบอร์ดและประชุมใหญ่ของโรงเรียน แถมด้วยการคุยแยกย่อยกับคณะทำงานแต่ละกลุ่ม เพราะพวกเขาไม่รู้จักพวกดิฉัน บารมียังไม่มา อีเมลถามอะไรไปก็ไม่ตอบ ต้องไปคอยดักเจอเอาตามสนามเด็กเล่น แล้วนัดคุยเป็นคน ๆ ไป 

ผู้อำนวยการโรงเรียนก็จะขอพบ เว็บไซต์ก็ต้องอัปเดตใหม่หมด ต้องไปธนาคารเปลี่ยนชื่อคนเซ็นเช็คแล้วอ่านงบประมาณของปีนี้ ครูสอนเต้นรำก็จะมาขอเปลี่ยนพื้น Dance Studio ใหม่ แถมสมาคมผู้ปกครองของอีกโรงเรียนติดต่อมาจะขอร่วมงานกันอีก

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลา 4 วัน!!!

นี่มันน้อง ๆ คุณชัชชาติละมั้ยเนี่ย

พูดไปอย่างงั้นแหละค่ะ จริง ๆ คือสนุกมาก เหมือนเลือดลมสูบฉีดอยู่ตลอดเวลา สมคิดก็ดีใจ เพราะอิเมียมีอะไรทำ จะได้ไม่ไปช้อปปิ้ง (หัวเราะ) ขณะที่เขียนอยู่นี่ อีกมือหนึ่งก็เช็กอีเมลในมือถือไปด้วย เพราะต้องส่งวาระการประชุมเข้าบอร์ด แล้วก็ต้องกดสั่งซื้อกางเกง Zara (ฮ่า ๆ สมคิดไม่รู้จักอิทธิฤทธิ์ภรรเมียซะแล้ว) แล้วก็เพิ่งให้เพื่อนออกแบบโปสเตอร์อีก 2 อัน เพราะไอ้เจ้าโรงเรียนลูก ๆ ของฉันนั้นมันมีหลายสมาคมกันจริง ๆ เลยจ้า มีทั้งสมาคมญี่ปุ่น สมาคมหาเงินรักษาตำแหน่งครูโดยเฉพาะ แล้วก็สมาคมผู้ปกครองที่อุ้มกับเพื่อนไปนั่ง (จริง ๆ คือวิ่งไปวิ่งมา) เป็นนายกฯ อยู่นี่

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส

สิ่งแรกที่อุ้มพบหลังจากเข้าไปทำงานไม่นาน ก็คือพ่อ ๆ แม่ ๆ ที่อาสาสมัครมาทำงานให้โรงเรียนแบบนี้ล้วนมาด้วยใจจริง ๆ เพราะเงินทองอะไรก็ไม่มีให้ มีแต่จะเหนื่อยหัวปั่น ทำดีก็เสมอตัว แล้วไม่ใช่ว่ามาทำแล้วลูกฉันจะได้อภิสิทธิ์อะไรกว่าเพื่อนเขา ดีไม่ดีต้องมาเป็นแรงงานช่วยแม่จัดโต๊ะผูกลูกโป่งอีก

สิ่งที่สองก็คือ อุ้มว่าสมาคมผู้ปกครองและครูที่โรงเรียนนี้น่ารักดี เพราะไม่ใช่เอะอะจะมาเรี่ยไรขอเงินเข้าโรงเรียนกันเฉย ๆ แต่เขาหากิจกรรมสนุก ๆ ที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมและได้ประโยชน์ แล้วรายได้ก็ตามมาเอง (โรงเรียนหาเงินได้เยอะมาก จนปลายปีต้องหาทางเอาไปบริจาคให้โรงเรียนอื่นเลยล่ะค่ะ) นี่คือตัวอย่างกิจกรรมที่อยากเอามาเล่าให้ฟังค่ะ เผื่อคุณผู้ปกครองท่านไหนอยากเอาไปใช้กับที่โรงเรียนลูก ๆ บ้าง

Rich Coffee 

อันนี้เป็นคณะทำงานโดยเฉพาะ มีหน้าที่ตั้งโต๊ะขายชากาแฟยามเช้าตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนไปจนหลังส่งลูกเสร็จ ถือเป็นสภากาแฟแห่งโรงเรียนริชมอนด์ก็ว่าได้ (เลยชื่อ Rich Coffee ไง ไม่ใช่กาแฟของคนมีกะตังค์ หรือกาแฟเข้มข้นแต่ประการใดเด้อ) ใครจะนัดคุยกันก็บอก เจอที่ริชคอฟฟี่นะ นอกจากขายตอนเช้า เวลามีงานออกร้านอะไรที่โรงเรียนก็มีบูทกับเขาอีก อุ้มนี่ชอบไปสั่งมัทฉะลาเต้อยู่เนือง ๆ ขายแก้วละ 2 – 3 เหรียญฯ เอง แต่ทำรายได้ให้โรงเรียนอย่างเยอะเลยล่ะจะขอบอก

อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส
อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส
อุ้ม สิริยากร กับบทบาทนายกฯ ที่พอร์ตแลนด์ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนป๋าเต็ดในงานแฟตเฟส
งาน Apple & Pear Sale

ทุกเดือนตุลาคมคือหน้าแอปเปิลกับลูกแพร์ ที่โรงเรียนก็เลยไปผูกปิ่นโตกับสวนผลไม้ของคนญี่ปุ่นที่นี่ ชื่อ Kiyokawa Family Orchards แล้วให้สั่งซื้อกันได้เป็นลัง ๆ เอามากินสด ทำซอส ทำแยมกันเป็นที่ครึกครื้น ข้อดีของสวนเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีแห่งนี้ คือมีแอปเปิลเป็นร้อยสายพันธุ์ แถมมีพันธุ์แปลก ๆ ที่ไม่มีขายในท้องตลาดด้วย บ้านอุ้มอุดหนุนอยู่บ่อย ๆ เพราะลังหนึ่งแค่ 30 กว่าเหรียญฯ ถ้าไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตนี่คงปาเข้าไปสัก 60 เหรียญฯ ได้ แบบนี้เรียกว่าวิน-วินกันทุกฝ่าย

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
Bull Dog Gear

ส่วนอันนี้คือเสื้อยืดกับเสื้อแจ็กเก็ตมีฮู้ด ที่มีตราหมาบูลด็อกสัญลักษณ์โรงเรียน อุ้มซื้อให้ลูก ๆ กับตัวเองใส่มาตลอด ก็มันน่ารักเนอะ ใส่ไปไหนได้ไม่อายใคร นี่เพื่อนนายกฯ ร่ำ ๆ จะเพิ่มเสื้อคลุมแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่าฮัปปิ (Happi) เขียนชื่อโรงเรียนเข้าไปด้วย อุ้มว่าต้องขายดีแน่นอนเลย โรงเรียนไหนมีผู้ปกครองเป็นศิลปิน ออกแบบเสื้อยืดให้โรงเรียน รับรองขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
คาโดมัทสึ
ภาพ : www.artsjapan.us

คนไทยมีสงกรานต์ คนจีนมีตรุษจีน ส่วนคนญี่ปุ่นก็มีปีใหม่เหมือนกัน เรียกว่า โอโชกัทสึ (お正月) ตรงกับวันที่ 1 มกราคมเหมือนชาติตะวันตก แต่วิธีการฉลองช่างญี่ปุ๊นญี่ปุ่น ทำให้ที่โรงเรียนริชมอนด์มีงานปีใหม่แบบเฉพาะไม่เหมือนโรงเรียนไหน เริ่มตั้งแต่มีอาหารญี่ปุ่นขาย มีประดิษฐ์ของมงคลที่เรียกว่าคาโดมัทสึ (門松) สำหรับเอาไว้ตั้งคู่กันหน้าบ้านตอนปีใหม่ มีศิลปินมาแสดงการเขียนพู่กันจีน มีการแสดงตีกลองญี่ปุ่นที่เรียกว่าไทโกะ

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
ภาพ : www.bainbridgeisland.com

ไฮไลต์คือการตำข้าวเหนียวให้กลายเป็นโมจิ ที่เรียกว่า โมจิดสุกิ (เคยเห็นมั้ยคะ ที่มีครกอันใหญ่ ๆ แล้วเอาก้อนข้าวเหนียวร้อน ๆ ก้อนใหญ่ ๆ ใส่ลงไป คนหนึ่งตำด้วยค้อนไม้อันเบ้อเริ่ม ส่วนอีกคนคอยยื่นมือไปกลับข้าวเหนียวอย่างเร็ว (ก็มันร้อน แล้วไม่งั้นมือจะโดนตำลงไปคลุกข้าวเหนียว เจ็บตายเลย) จนมันกลายเป็นโมจิหนืด ๆ ดึงออกมากินได้ เด็ก ๆ ได้ลองช่วยกันตำคนละปุกคนละปัก น่ารักน่าเอ็นดู

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
ภาพ : www.artsjapan.us

เสร็จแล้วได้กินโมจิจิ้มซอสมิตาราชิเค็ม ๆ หวาน ๆ หรือคลุกแป้งถั่วเหลืองอบที่เรียกว่าคินาโกะ อากาศหนาว ๆ กินขนมอุ่น ๆ สบายท้องดีจริง ๆ

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน
งาน Walk & Bike Day
ภาพ : www.walkbiketoschool.org

กิจกรรมนี้เป็นของคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ชื่อว่า Super Green Team ปีหนึ่งจะมี 2 หน เดือนตุลาคมกับเดือนพฤษภาคม เขาจะส่งเสริมให้ผู้ปกครองกับเด็ก ๆ เดินหรือขี่จักรยานมาโรงเรียนกันตลอดทั้งเดือน ใครร่วมกิจกรรม มาถึงโรงเรียนก็จะได้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างดินสอ สติกเกอร์ หรือ ริสแบนด์ ลูก ๆ อุ้มชอบมาก เอาสติกเกอร์ไปติดจักรยานด้วยความภูมิใจกันใหญ่ ปีนี้อุ้มว่าจะออกแบบสติกเกอร์ให้เท่เลย แต่เดี๋ยวขอไปเสนอที่ประชุมก่อนนะ

นอกเหนือจากกิจกรรมเหล่านี้ ก็ยังมีงาน Spring Festival ที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้ว หรืองานเล็กงานน้อยที่หยุดจัดไป 2 ปีเพราะโควิด-19 แต่กำลังจะกลับมา อย่าง Science Fair ที่ให้เด็ก ๆ มานำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ หรือ Movie Night ที่ครอบครัวมาดูหนังด้วยกัน กับงานอื่น ๆ อีกเยอะแยะ

บทบาทใหม่ที่แสนสนุกของ อุ้ม สิริยากร กับงานนายกสมาคมผู้ปกครอง ที่ต้องจัดงานสารพัดรูปแบบให้เด็กทั้งโรงเรียน

ตอนนี้อุ้มเริ่มเข้าใจแล้วว่า พอบอกใครว่าปีนี้อุ้มเป็น Co-President ของ PTA (Parent Teacher Association หรือสมาคมผู้ปกครองและครูนั่นแหละค่ะ) ทุกคนก็จะร้อง “โว่ววววว ขอบคุณมากนะ” ทีแรกอุ้มไม่ค่อยแน่ใจว่าเขามาขอบคุณกันทำไม อาทิตย์หนึ่งผ่านไปก็พอจะรู้แล้วว่า เขาขอบคุณที่มารับงานไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ซึ่งคนอื่นเขาอาจจะไม่มีเวลา หรือไม่อยากมาปวดหัวกับการประสานงานคนเยอะ ๆ แบบนี้ไง

แต่เรามันพวกชอบหาเหา เราก็เลยงานเข้าด้วยประการฉะนี้แล

Writer & Photographer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load