ชุดภาพถ่ายการเดินทางที่บอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ผ่านศิลปะการตัดกระดาษ

จากเด็กการละคร กลายเป็นคนเบื้องหลังละครเวทีรัชดาลัยเธียเตอร์ ดุ๊ก-พชร อาชาศรัย สะสมทักษะการตัดกระดาษ การออกแบบฉากและคอสตูม มาผสานกับความชอบการเดินทางท่องเที่ยว สรรค์สร้างเป็น PorChorRor Gallery เพื่อถ่ายทอดศิลปะความเป็นไทยให้กับคนยุคใหม่ได้เห็นและเข้าใจเอกลักษณ์ศิลปะไทยมากขึ้น

เขาจึงออกเดินทางไปพร้อมกับตุ๊กตากระดาษทรวดทรงสวย ทว่าดุ๊กเลือกเจาะลายบริเวณเครื่องแต่งกายให้เป็นช่องว่าง สำหรับทาบกับพื้นผิว สีสัน ลวดลายของสถานที่นั้น อย่างลวดลายกระเบื้องของวัดอรุณราชวรารามฯ สถาปัตยกรรมบ้านวงศ์บุรีจังหวัดแพร่ ฯลฯ สนุก จนเหมือนได้ออกเดินทางและเรียนรู้เรื่องราว วัฒนธรรมไปพร้อมกับงานศิลปะของเขา

“ศิลปะถูกส่งเสริม ต่อยอด และพัฒนาความคิดด้วยตัวมันเอง เราเชื่อว่าศิลปะอยู่ได้ทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่การรับรู้ศิลปะของคนสมัยนี้ต่างกันออกไป เราเลยเลือกนำเสนอศิลปะไทยผ่านวิธีการโมเดิร์น มีเรื่องราวที่แข็งแรงประกอบ และเราเชื่อว่าวิธีของเราจะดึงดูดความสนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นเช่นกัน”

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

พชร อาชาศรัย

บ้างก็เป็นดีไซเนอร์ บ้างก็เป็นอาจารย์พิเศษ บ้างก็เป็นคนทำเพจ ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นทำอะไร ใช้ชีวิตอยู่กับละครเวที งานอีเวนต์ ทั้งผลิตและเสพ หมกมุ่นกับงานกระดาษ งานทำมือ และเป็นติ่ง ใช้ศิลปะดำเนินชีวิตและชอบส่งต่อพลังบวกให้ผู้คน เชื่อว่ารายละเอียดสำคัญพอๆ กับภาพรวม และหากมองเห็นความสุขในรายละเอียดรอบตัวได้ ความสุขจะเกิดขึ้นกับเราได้ไม่ยากเช่นกัน

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

โปรเจกต์นี้เราคิดไว้ตั้งแต่ปี 4 เทอมหนึ่งและคิดว่าท้าทาย เพราะปกติเราถ่ายแต่ผู้หญิง แต่ครั้งนี้ได้ออกจากเซฟโซนตัวเองลองมาถ่ายผู้ชายดูบ้าง เราคิดว่าอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศไม่ควรเป็นข้อจำกัดในการแต่งกาย ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมมักกำหนดรูปแบบการแต่งกาย ที่แสดงเพศสภาพสําหรับผู้ชายและผู้หญิงไว้อย่างชัดเจน ทำให้การออกแบบเสื้อผ้าทั้ง Pattern & Detail ของผู้ชายและผู้หญิงแสดงอัตลักษณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้เป็นความคิดที่ปลูกฝังมาตั้งแต่กำเนิดและยาวนาน หากแต่ปัจจุบัน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์และรสนิยมของผู้คนเองก็เปลี่ยนตาม

เครื่องแต่งกายจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์หรือภาพลักษณ์ที่สร้างความมั่นใจ ในการแสดงตัวตนของผู้คนในปัจจุบันออกมา ซึ่งสังคมไม่ควรตัดสินหรือจํากัดสิทธิในการแสดงตัวตนเหล่านั้น เพียงเพราะเพศสภาพ

ผลงานการถ่ายภาพแฟชั่นนี้ เราคาดหวังให้สังคมเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องการแต่งกายของผู้ชายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิง โดยที่ไม่ต้องมีข้อกำหนดหรือกําแพงมาขว้างกั้นจากอดีต ตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์แฟชั่น เสื้อผ้าระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงก็ไม่ได้ถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจนมานานแล้ว ผู้คนในสังคมต่างตีกรอบกันไปเองว่าเพศไหนต้องใส่อะไร และไม่ว่าจะเพศสภาพไหน เรื่องของรสนิยมการแต่งกาย ก็ไม่สามารถบ่งบอกเพศสภาพได้อย่างแท้จริงและชัดเจน

เราจึงอยากให้คนเปิดกว้างมากขึ้น หวังว่าหัวข้อนี้จะช่วยให้ทุกคนได้สนุกกับการแต่งกายและกล้าแสดงออกสไตล์และรสนิยมของตัวเองมากขึ้น

Most people in society have clearly defined gender-specific clothing for men and women. The clothing designs, patterns, and details of men’s and women’s clothes represent completely different identities. Even though it is an idea that has been cultivated long ago, the time has changed, lifestyle and people’s tastes have changed accordingly. Attire, therefore, is like a symbol that builds confidence as it helps express the identity of the wearers. People should not be judged or restrained from their rights to express themselves just because there are invisible boundaries constantly separating them.

In this photography project, I expect society to be more open to men dressing in women’s clothes and to eliminate all restrictions or boundaries towards how one is supposed to dress. From the past, fashion records between men and women have not been clearly divided. However, people in society somehow define the appropriateness of what each gender is supposed to wear by themselves. To the best of my knowledge, regardless of gender, a matter of clothing is not the only thing that clearly identifies or segregates genders.

Writer & Photographer

พรชิตา บุตรใสย์

คนชอบถ่ายภาพแฟชั่นที่อยากออกจากเซฟโซนตัวเอง เชื่อว่าแฟชั่นคือรสนิยมที่ไม่มีกรอบ ไม่มีเพศ และไม่ตายตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load