ลายเส้นคมเข้มทรงพลัง รายละเอียดเนื้อหนังคมชัดทุกมัดกล้าม สีหน้าตัวละครสื่ออารมณ์ได้ราวกับมีชีวิต แม้สถานการณ์ในเรื่องอาจนำไปสู่หายนะหรือจุดจบของชีวิต Pop Mhan (ป็อป มาห์น) หรือ ป็อป-กชกร มโนชญากรณ์ นักวาดการ์ตูนและออกแบบตัวละครชาวไทย ก็ยังปลดปล่อยพลังและความเข้มแข็งผ่านตัวละครของเขาได้อย่างเหลือเชื่อ นั่นคือเอกลักษณ์ที่สะท้อนผ่านผลงานกว่า 25 ปี และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง DC Comics และ Marvel เลือกให้เขาสร้างสรรค์ผลงานตลอดมา

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Batman, Aquaman และ Ghost Rider

ใครหลายคนคงเคยได้ยินชื่อการ์ตูนอันโด่งดังจากค่าย Marvel มาบ้าง ทั้ง Spider-Man, X-Men, All-New X-Factor และ Ghost Rider หรือจะเป็นค่าย DC Comics เรื่อง The Flash, Aquaman, Batgirl, He-Man, Gears of War และ World of Warcraft รวมถึงค่าย Dark Horse Comics ที่เคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ก็ล้วนมีผลงานที่ป็อปได้ฝากฝีมือไว้ทั้งในฐานะ Artist, Cover Artist, Penciller, Inker และ Colorist

แต่กว่าชีวิตที่ไม่เคยฝันจะกลายมาเป็นอย่างที่ฝัน ป็อปผ่านเส้นทางการแข่งขันและเติบโตมาอย่างไรบ้าง การทำงานกับค่ายฮีโร่ยักษ์ใหญ่อย่าง DC และ Marvel จะท้าทายขนาดไหน เราลิสต์ทุกคำถามเอาไว้รอคอยรุ่งเช้า (ที่สหรัฐอเมริกา) เพื่อให้เขาเล่าให้ฟังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมพูดไทยได้นะครับ ผมจะได้ฝึกพูดภาษาไทย อยู่ที่นี่ถ้าได้พูดแค่คำสองคำก็มีความสุขมากแล้ว”

ปลายสายเริ่มต้นบทสนทนาอย่างสดใส เขาไม่ได้เปิดกล้องให้เราเห็น แต่ไม่เป็นไร เพราะเราจดจำใบหน้าของเขาได้ตั้งแต่ในงาน Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015 เมื่อ 7 ปีก่อน ครั้งนั้นเขาเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานและแชร์ประสบการณ์บนเวทีใหญ่ให้คนในบ้านเกิดรู้จัก เชื่อว่าใครหลายคนก็คงได้รับแรงบันดาลใจจากเขามาตั้งแต่ตอนนั้น

“จริง ๆ แล้ว ตอนเด็กผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นนักวาดการ์ตูน ช่วงก่อนอายุ 18 ปี ยังไม่ได้คิดเลย เพิ่งมาคิดว่าอยากวาดตอนที่จบมัธยมแล้ว พอผมรู้ว่าผมอยากเป็น ผมก็พุ่งเข้าใส่มัน 120 เปอร์เซ็นต์

“จุดเริ่มต้นของผมที่อเมริกาคือตอน 4 ขวบ ครอบครัวพามา เพราะคิดว่าจะแค่ไปเที่ยว แต่เขาเห็นว่าอเมริกาอาจจะดีกว่าสำหรับลูก เขาเลยให้เราอยู่และเรียนที่นั่นไปก่อน”

ปลายสายพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา เราสมมติตัวเองว่าอยู่ในภาพยนตร์ไซไฟสักเรื่องเพื่ออรรถรสในการฟัง แต่พล็อตชีวิตเรื่องนี้ คือความจริงที่เจ้าของไม่มีอะไรอยากเปลี่ยนแปลง

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Bangkok Comic Con 2015 x Anime Festival Asia Thailand 2015

Vol.1
To the land of free, get ready to fly

เด็กชายคนหนึ่งเติบโตและรู้จักแต่เพียงอเมริกา เขาจำไม่ได้ว่าตนเองคิดถึงบ้านเกิดหรือไม่ เพราะนั่นเป็นช่วงเวลาที่ยังเด็กมาก เขาสเก็ตช์ภาพเล่นไปเรื่อยตามประสา กระทั่งเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจึงเริ่มจริงจังขึ้น เพราะได้แข่งวาดภาพกับเพื่อน

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

“ผมชอบวาดกะโหลก รถ อะไรที่เท่ ๆ ดุดันหน่อย แต่ยังไม่ถึงขั้นอนาโตมีนะ การ์ตูนที่ผมดูยุคนั้นจะเป็น Transformers, Ultron หรือ Scooby-Doo แต่ไม่ค่อยได้ดูพวกฮีโร่เท่าไหร่ ผมชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า”

เขาบอกว่าตนเรียนไม่เก่งและค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อก็สูง หลังจบชั้นมัธยม ป็อปผู้ไม่รู้ว่าตนเองมีความฝันอะไรจึงเริ่มหางานทำ กระทั่งมีโอกาสพบนักวาดการ์ตูนชาวเวียดนามคนหนึ่งแถวบ้าน หนทางในการประกอบอาชีพครั้งใหม่จึงเริ่มขึ้น ผ่านการฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์คนแรกนาน 1 ปี

แวง (Hoang Nguyen) เคยวาดการ์ตูนเรื่อง The Punisher ให้กับค่าย Marvel มาก่อน เขาให้ป็อปฝึกวาดฉากหลังและลงหมึกตัวละครตามลายเส้นอันดุดันของเขา พร้อมกันนั้นป็อปก็ค้นพบแนวทางการวาดของตัวเอง โดยการนำความชอบที่มีต่อการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งโดดเด่นด้านการแสดงอารมณ์และพลังมาผสมรวมกับแนวตะวันตกอย่างลงตัว

จุดพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อป็อปเดินทางไปร่วมงาน Chicago Comic & Entertainment Expo ในฐานะผู้แสดงผลงาน ความหวังในตอนนั้นคือการพบกับแมวมองในวงการการ์ตูนสักคน

“ผมได้พบกับ จิม ลี (Jim Lee) ที่นั่น เขากำลังแจกลายเซ็นอยู่ คิวยาวจนแทบจะวนรอบตึกได้ ตอนนั้น Image Comics เป็นบริษัทที่ดังมาก เขาดูผลงานของผมแล้วบอกว่า “OK, you come with me.” ผมก็เลยบินไปสตูดิโอของเขาที่แคลิฟอร์เนีย ไปเรียนกับเขาประมาณ 1 ปีครึ่ง ไต่ระดับเป็น Staff Artist ของบริษัท เริ่มวาดการ์ตูนให้เขา จากนั้นผมก็กลับไปเวอร์จิเนียเพื่อดูแลคุณย่า ผมบอกกับจิมว่าเดี๋ยวจะกลับมาภายใน 1 – 2 เดือน แต่จริง ๆ ผมก็หาทางกลับบ้านด้วย เพราะไม่ค่อยชอบปาร์ตี้ ที่นั่นเขาปาร์ตี้กันเยอะ ผมห้ามตัวเองไม่ค่อยเป็น (หัวเราะ)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
ผลงานหน้าปก X-Men สมัยที่ Pop Mhan ร่วมงานกับ Jim Lee

สุดท้ายชายหนุ่มผู้ต้องการพักผ่อนเพื่อรีสตาร์ทตัวเองก็ถูกไล่ออก เพราะเขาพักนานไปหน่อย

หลังค้นพบความสงบ ความรู้สึกหมดไฟกลับเข้าครอบงำจนเขาไม่อยากวาดการ์ตูนต่อ ที่ผ่านมาเขาต้องรับแรงกดดันมหาศาล ด้วยชื่อเสียงของสตูดิโอที่ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งของวงการ ทำให้ป็อปต้องรีบเรียน รีบฝึก และรีบเก่งให้ถึงมาตรฐานของบริษัท

“ผมเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นส่วนน้อย แต่การฝึกคือ 100 เปอร์เซ็นต์ การมีทั้งสองเป็นสิ่งที่ดี แต่ต่อให้ไม่มีพรสวรรค์ก็เป็นนักวาดการ์ตูนได้ ผมพยายามมาก ทำงานหนัก และชอบการแข่งขัน ในหมู่เพื่อนเวลาเริ่มวาดการ์ตูน หลายคนมักจะแข่งขันกับตัวเองหรือเพื่อนในกลุ่ม แต่ผมไม่เคยแข่งขันกับเขา ผมตั้งเป้าเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าแข่งกับจิม ลี ผมรู้ว่าตัวเองไม่เคยไปถึงระดับนั้น แต่การเปรียบเทียบกับเบอร์หนึ่งมันจะทำให้พัฒนา”

Impossible Goal ไม่ได้ทำให้ชายคนนี้รู้สึกหมดหวัง ในทางกลับกัน มันคือแรงบันดาลใจที่มอบพลังให้แบบไม่จำกัดไม่ต่างจากการ์ตูนฮีโร่ที่เขาวาด

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

Vol.2
Behind the desk of hero maker

ชีวิตนักวาดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือคนรอบกาย ครอบครัวของป็อปไม่ได้สนับสนุนเขามากนัก เพราะเป็นห่วงว่าจะไม่ใช่อาชีพที่สร้างรายได้ในระยะยาว แต่ถึงอย่างนั้น ครอบครัวก็ปล่อยให้ป็อปทำในสิ่งที่เขาชอบ จนผลลัพธ์กลายเป็นเครื่องพิสูจน์อันน่าภาคภูมิใจ

“ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมยังอยู่ในวงการจนถึงตอนนี้ได้ คือการปรับเปลี่ยนสไตล์ของตัวเอง เพราะผมเป็นคนขี้เบื่อ แต่เอกลักษณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของผมคือเรื่องพลังในการวาด ผมชอบวาดการ์ตูนที่มีเอเนอจี้และไดนามิก”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
การ์ตูนเรื่อง He-Man

99 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตป็อปคือการวาดภาพให้คนอื่น บริษัทจะส่งสคริปต์เนื้อเรื่องมาให้ พร้อมรายละเอียดว่าเป็นโปรเจกต์ของฮีโร่คนไหน แต่ละหน้ามีอะไรบ้าง

“สมมติเป็น Spider-Man: No Way Home ของ Marvel เขาจะบอกว่า หน้าที่ 1 ช่องที่ 1 Setting คือนิวยอร์ก ช่องที่ 2 มี ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เดินอยู่ ช่องที่ 3 มีตัวร้ายเข้ามา เขาจะบอกหมดว่าอะไรเกิดขึ้นในหน้านี้บ้าง อันนี้แล้วแต่สไตล์ของคนเขียน หน้าที่ของผมคือ การเอาสคริปต์มาทำ Break Down หรือทำ Thumbnail คือการร่างภาพเอาไว้คร่าว ๆ Loose Drawing แต่ละช่องจะใหญ่เท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่ มีกี่ช่อง และ Storytelling จะ Make Sense ไหม ถ้าหากปีเตอร์เดินแบบนี้ เราจะวาดมุมไหน Camera Angle แบบไหนดี ผมจะรับหน้าที่ออกแบบภาพทั้งหมด (หน้าที่นี้เรียกว่า Penciller)”

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

ก่อนลงมือวาดจริง นักวาดจะต้องส่ง Thumbnail ทั้งเล่มกลับไปให้บรรณาธิการตรวจสอบความถูกต้องและความสมจริง เมื่อเสร็จแล้วนักวาดจะขึ้นภาพตามขนาดจริงประมาณ 11 x 17 นิ้ว ความคมชัด 600 DPI (กรณีวาดภาพในคอมพิวเตอร์) หลังจากนั้นจะลงหมึกสีขาวดำ (หน้าที่ Inker) แล้วส่งให้บรรณาธิการอีกครั้ง ในจุดนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในโปรเจกต์ เช่น เปลี่ยนทรงผมของตัวละคร นักวาดก็จะต้องเปลี่ยนทรงผมในการ์ตูนให้ตรงกันด้วย แต่โดยมากจะเป็นการเปลี่ยนรายละเอียดอย่างอื่น เช่น ลายชุด มากกว่า

Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี
Pop Mhan นักวาดการ์ตูนลายเส้นทรงพลัง ผู้ออกแบบตัวละครให้ DC และ Marvel มากว่า 25 ปี

เมื่อบรรณาธิการให้ผ่าน ผลงานจะถูกส่งไปให้ทีม Colorist ลงสี จากนั้นจึงส่งไปให้ทีม Letterer ใส่บอลลูนคำพูด เสร็จแล้วจะกลายเป็น Proof ให้นักวาดดูอีกครั้ง เรียบร้อยแล้วจึงส่งพิมพ์

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อย่างในส่วนการลงสีที่ต้องส่งกลับมาให้ดู เพราะบางครั้งเขาอาจจะใส่สีพระอาทิตย์แดงมากเกินไป ไม่ตรงกับอารมณ์ที่ต้องการ หรือบางครั้งอาจจะใส่พลาด จากกลางวันกลายเป็นตอนเย็น” ป็อปอธิบายรายละเอียดเบื้องหลังเพิ่มเติม

“มีหลายหน้าที่ในกระบวนการทำงาน ผมทำได้หลายหน้าที่ แต่เขาจะไม่ให้เราทำ เพราะเขาต้องการให้เราโฟกัสในหน้าที่และต้องการความเร็ว ถ้าทำทุกอย่างคนเดียวจะใช้เวลานานมาก 1 เล่มเขาให้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เร็วที่สุดที่เคยทำทั้งเล่ม 5 วัน ไม่หลับไม่นอนกันเลย 1 หน้าเคยต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง ขณะที่ตัวปกอาจให้เวลาถึง 2 สัปดาห์”

บางครั้งหน้าปกและเนื้อเรื่องก็เป็นฝีมือของนักวาดคนละคนกัน เพราะบริษัทต้องการให้นักวาดที่มีชื่อเสียงวาดภาพปก ซึ่งป็อปบอกว่ามีอาชีพนักวาดภาพปกโดยเฉพาะอยู่ด้วย ส่วนตัวเขาเคยได้วาดภาพปกอยู่หลายเรื่อง ทั้ง He-Man & Masters of the Universe รวมถึง Aquaman: Deep Dives และ The Amazing Spider-Man

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

Vol.3
25 years along with heroes

นักวาดชาวไทยผู้คร่ำหวอดในวงการการ์ตูนมาอย่างยาวนานไม่ได้รับหน้าที่วาดตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว เพราะเขาต้องออกแบบการเล่าเรื่องด้วยภาพ รวมถึงออกแบบตัวละครด้วย

“เขาให้ผมดีไซน์ฮีโร่และตัวร้ายคนใหม่ ซึ่งตรงนี้เราต้องคุยกับนักเขียนว่า ตัวละครใหม่มีพลังแบบไหน นิสัยอย่างไร ชอบทำอะไร จากนั้นผมจะนำรายละเอียดมาสร้างคาแรกเตอร์ สมมติเป็นตัวร้าย เขาเป็นคนร้อนแรงไหม หรือสุขุม ชั่วร้าย เท่ ผมก็จะวาดออกมาให้เห็นภาพ ใช้สีอะไรดี ใส่เสื้อหนังสีดำจะเหมาะไหม ใส่แว่นตาดำด้วยหรือเปล่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับบุคลิกนิสัยของตัวละคร

“ตัวหนึ่งที่ผมออกแบบคือ Cobalt Blue ในเรื่อง The Flash ตัวนี้ผมไม่ได้รับแนวทางในการออกแบบมากเท่าไหร่ เขาบอกแค่ว่า นี่จะเป็นตัวร้ายใน The Flash เป็นฝาแฝดของตัวเอก เขาต้องมีสีฟ้าบนร่างกาย บอกผมแค่นี้ ผมก็ไปหาทางเอาเองว่าจะออกแบบอย่างไร นอกจากตัวนี้ก็มี Black Flash เขาส่งภาพที่นักเขียนสเก็ตช์บนกระดาษทิชชูมาให้ แค่เป็นคนสีดำ มีสัญลักษณ์สายฟ้า ให้ผมไปออกแบบ (หัวเราะ) แต่ที่เท่คือเขาเอาตัวละครนี้ไปใส่ในทีวีโชว์ด้วย มันดีมาก”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

นอกจากตัวร้ายแล้ว ป็อปยังได้นำตัวละครเก่าออกมาปัดฝุ่นและปรับใหม่ เช่น Green Arrow และ Spider-Man แต่บางครั้งก็ไม่ได้ใช้ เพราะโปรเจกต์ถูกยกเลิกไปก่อน

“ผมชอบตัวละครของ Marvel แต่ชอบทำงานให้ DC มากกว่า เพราะเขาเทกแคร์ศิลปิน ผมเลยวาดให้ DC เยอะ จริง ๆ นอกจาก 2 ค่ายนี้ยังมี Dark Horse Comics เขาเคยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Star Wars ผมก็เข้าไปทำกับเขา ผมเป็นแฟนคลับ Star Wars ตอนนั้นวาด Jedi Quest เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ ตอนเด็ก”

หลังเกริ่นจบ ชายที่อยู่อีกซีกโลกคัดเลือกผลงานที่เขาภูมิใจจำนวน 5 ชิ้น มาเล่าเบื้องหลังการวาดและออกแบบให้เราฟังอย่างภูมิใจ นี่คือเครื่องพิสูจน์ความพยายามตลอด 25 ปี

01 Amazing Spider-man #1

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ภาพนี้ผมวาดให้ Marvel ความจริงคือ ผมแค่วาดเล่น ๆ แต่บรรณาธิการของ Marvel เขาบังเอิญมาเห็นเลยถามว่า “Can I use that?” ผมก็ตกลง มันเลยได้มาเป็นหน้าปกของเล่ม ผมภูมิใจเพราะก่อนที่จะมีการเพิ่มนักวาดเข้ามา คนวาดปกอย่างเป็นทางการมีแค่ 2 คน คือผมกับ Humberto Ramos นักวาดการ์ตูนชาวเม็กซิกัน”

02 Assassin’s Creed Syndicate

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ผลงาน Assassin’s Creed Syndicate เวอร์ชันของ F. Gary Gray และ Pop Mhan

“สิ่งนี้คือ Animated Comic ผมทำร่วมกับ F. Gary Gray ผู้กำกับเรื่อง Friday (1995) และ Fast & Furious 8 (2017) มันมีหลายขั้นตอนมากในโปรเจกต์ เพราะต้องได้ฟีดแบ็กจากหลายคน แต่เดดไลน์มันใกล้มาก ได้ฟีดแบ็กปุ๊บต้องรีบส่ง มันกดดันและเครียดมาก เวลาเราทำงานวาดการ์ตูน รายได้อาจจะไม่สูงเท่าไหร่ แต่โปรเจกต์แยกแบบนี้รายได้จะสูง งานนี้ผมวาดเป็นการ์ตูนก่อน แล้วเขาจะเอารูปภาพไปตัดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ วาดไปประมาณ 500 รูป ยิ่งวาดเยอะเขาก็ยิ่งต้องจ่ายเยอะ (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

03 Jedi Quest

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนั้นทำงานให้แค่ DC และ Marvel ผมเห็นว่า Dark Horse Comics ได้โปรเจกต์เกี่ยวกับอนาคิน สกายวอล์กเกอร์ มา ผมก็เลยไปถามเพื่อนที่รู้จักบรรณาธิการว่าขอร่วมทำด้วยได้ไหม เขาก็โอเค แต่ผมต้องเริ่มจากส่งงานให้ Lucasfilm ก่อน เพื่อให้ได้ใบรับรองจากพวกเขา มันยากมากในช่วง Episode 1 – 2 แต่พอผมได้มาก็ภูมิใจมาก

“สุดท้ายก็ได้ทำ Jedi Quest สมใจ เขาเริ่มส่งไฟล์แบบ Top Secret มาให้เราดู เพื่อจะได้เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และอนาคินจะเป็นอย่างไรในแต่ละตอน รวมไปถึงตอนที่ยังไม่ได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการ ผมก็ไปออกแบบว่าตัวเอกจะเป็นยังไง ตัวร้ายและยานอวกาศจะเป็นยังไง จะดีไซน์อะไรต้องผ่าน Lucasfilm หมด”

04 The Flash

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“ตอนนี้ค่าย DC และ Marvel ไม่ค่อยมีซีรีส์ที่ทำต่อได้ยาว ๆ เป็น Flagship Title แล้ว นั่นคือความแตกต่างระหว่างตอนนี้กับสมัยก่อน สมัยนี้อาจจะออกมาแค่ 3 ฉบับ 6 ฉบับ 12 ฉบับ สำหรับผมมันเลยเป็นโปรเจกต์ใหญ่ หมายความว่าเขาเชื่อใจเรามากพอจะให้เราเป็นศิลปินของงานนี้ เป็น Regular Artist ของซีรีส์ ‘That book is yours.’ เพราะฉะนั้นเราจะได้ครีเอตอะไรเองมากขึ้นด้วยตำแหน่ง ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้

“ผมเริ่มทำประมาณฉบับที่ 375 ซึ่งเขาพิมพ์มานานแล้ว พอผมเข้าไปเลยกดดัน ตอนนั้น DC มี Flagship Title เป็น Superman, Batman, The Flash และ Wonder Woman เราต้องทำให้ถึงเป้าหมายในการขายของเขาด้วย ทุกอย่างมีความหมายหมด แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว ผมน่าจะวาดไปประมาณ 8 เล่ม นานแล้วครับ ผมแอบลืม (หัวเราะ)”

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เปรียบเทียบ The Flash ฉบับเก่า และฉบับ Pop Mhan

05 Union

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“อันนี้ก็เก่าและสำคัญ เพราะทำตอนเพิ่งเริ่มงานใหม่ ๆ ตอนนั้นทำให้ จิม ลี ผมเป็น Regular Artist เหมือนกัน เรื่องนี้เลยเป็น First Series ของผม ทำแค่เล่มเดียวหรือเล่มครึ่งแล้วก็กลับเวอร์จิเนีย จากนั้นทำประมาณ 2 เล่มแล้วก็เลิก”

Vol.4
Who is the real hero?

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 25 ปี เด็กชายที่เติบโตมาเป็นนักวาดการ์ตูนมืออาชีพก็ยังไม่คิดว่าเขาได้สัมผัสกับความสำเร็จ เพราะทุกช่วงชีวิตคือการเรียนรู้และการก้าวเดินไปข้างหน้า

“ผมไม่รู้ว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าพูดถึงชื่อเสียง ผมอาจจะมีนิดหน่อยตรงที่พอจะมีคนรู้จักบ้าง แต่เรื่องความสำเร็จ ผมคงยังไม่ถึงจุดนั้น” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เขาเล่าไป จะกลายเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงสนับสนุนให้ใครสักคน

“ตอนนี้มีโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องง่ายขึ้นถ้าอยากทำงานสายการ์ตูน คนไทยทำงานการ์ตูนให้บริษัทจีน ญี่ปุ่น หรืออเมริกาก็ได้ ส่วนมากค่าย DC และ Marvel จะมองหาเด็กจากต่างประเทศ เพราะค่าจ้างถูกกว่า ขณะที่คนอเมริกาต้องการรายได้สูง สมมติอเมริกันขอ 150 เหรียญต่อหน้า คนต่างชาติอาจจะได้ประมาณ 30 เหรียญต่อหน้าก็แฮปปี้แล้ว”

ป็อปอธิบายให้เห็นภาพของตลาดโลก อีกหนึ่งกลยุทธ์ของศิลปินคือการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองก่อน เพื่อให้จำนวนแฟนคลับที่ติดตามกลายเป็นเครื่องการันตีกับบริษัทว่า การ์ตูนเล่มนั้นเพิ่มยอดขายได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทก็ไม่ได้มองหาแต่นักวาดค่าจ้างถูกเท่านั้น เพราะหากมีโปรเจกต์ใหญ่เข้ามา บริษัทจะเลือกนักวาดจากชื่อเสียงของพวกเขามากกว่า

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

“กลยุทธ์ 2 อย่างคือสร้างเอกลักษณ์ของตนเองและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง นักวาดแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไป เวลาดูงานของพวกเขาจะสังเกตได้จากอนาโตมีที่ต่างกัน รวมไปถึงแนวในการวาด คือแบบเหมือนจริงและแบบการ์ตูน ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นแนวการ์ตูน ขณะที่ UK หรือ USA จะไปทางเหมือนจริงทั้งฉากและคน แต่ของญี่ปุ่นความเหมือนจริงจะอยู่ที่ฉากหลัง นั่นคือ License ของแต่ละคน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการลงเฉดเทา นักวาดบางคนใช้แค่ขาวดำ แต่บางคนจะมีรายละเอียดการลงสีเทา ซึ่งจะเห็นเป็นแพตเทิร์นของคนคนนั้น

“ถึงจะทำตามโจทย์ที่เขาบอกมา แต่จินตนาการยังจำเป็น เพราะการที่คนจ้างเรา เขาจ้าง Vision ของเรา ซึ่งไม่เหมือนใคร Differentiation คือสิ่งที่เขาต้องการ การจ้างคน 10 คนควรจะได้ผลลัพธ์ 10 อย่าง เราต้องหา Vision ของเราเองให้เจอ”

นอกจากเอกลักษณ์ที่เป็นจุดขายหลักของศิลปิน หากมีแฟนคลับติดตามจำนวนหนึ่ง ตลาดรองของพวกเขายังเป็นการขายภาพวาดให้นักสะสมได้ด้วย ดังนั้น ป็อปจึงแนะนำให้ลองโพสต์ผลงานลงบนอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างโอกาสให้ตนเอง

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash
วิดีโอการลงสีการ์ตูนในช่อง Youtube Pop Mhan Comix

ปัจจุบัน นอกเหนือจากงานการ์ตูนที่วาดมาอย่างยาวนาน ป็อปกำลังทำโปรเจกต์ ‘Rumble Bot’ ขึ้นมาเพื่อผลิตเป็นการ์ดเกม การ์ตูน และวิดีโอเกม โดยเป็นโปรเจกต์ที่กำลังหาพาร์ตเนอร์มาร่วมทำ

เราถามเขาปิดท้ายว่า จากที่วาดการ์ตูนฮีโร่มานาน เขาเคยสงสัยไหมว่า ฮีโร่ที่แท้จริงต้องเป็นแบบไหน

เขาตอบแทบทันที

“ผมเอาสิ่งนี้มาคิดบ่อย ๆ การเป็นฮีโร่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังวิเศษอะไรเลย ฮีโร่อยู่ในใจของเรา การกระทำของเรา อะไรก็ตามที่ทำเพื่อคนอื่น เพื่อสังคม นั่นคือฮีโร่”

เราเชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองให้ผู้อื่นฟัง คือการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนความฝันของใครคนหนึ่ง ชายผู้ถ่อมตัวคงไม่คิดจะเรียกตัวเองว่าเป็นฮีโร่ แต่ใครสักคนที่กำลังอ่านบทความนี้อย่างจดจ่อ พร้อมไฟในใจที่เพิ่งถูกจุดติด คงคิดในสิ่งตรงกันข้าม

ก่อนจบบทสนทนา ปลายสายพูดอีกครั้งว่าพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เขาอยากให้คนที่มีความฝัน มีความพยายามควบคู่ไปด้วยกัน แล้ววันหนึ่ง ‘Zero will be a Hero.’

เรื่องเล่าบนโต๊ะทำงานของนักวาดการ์ตูนผู้สร้างฮีโร่ในผลงานเรื่อง Spider-Man, Star Wars และ The Flash

ภาพ : Pop Mhan

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

In Design

วิธีคิดและแรงบันดาลใจของนักออกแบบที่น่าทำความรู้จัก

10 สิงหาคม 2565
12 K

“ไปดูชื่อคนแต่งมา แอ้ม อัจฉริยา อีกแล้ว!”

“เพลงนี้ดีมาก ฟังแล้วรู้เลยว่าพี่แอ้มเป็นคนแต่ง”

เรามักจะเห็นประโยคเหล่านี้ในทวิตเตอร์บ่อย ๆ เวลามีเพลงทำนองสวย ๆ ใช้คำเก่ง ๆ ดังขึ้นมาแต่ละครั้ง

แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ หรือ แอ้ม CU Band เป็นนักแต่งเพลงที่อยู่มาตั้งแต่ยุคกามิกาเซ่ จนถึงตอนนี้เธอมีผลงานกว่า 200 เพลง หลายเพลงกลายเป็นเพลงโปรดประจำใจผู้คน หลายเพลงได้รางวัลการันตีความไพเพราะ

เธอเป็นนักแต่งเพลงที่ใคร ๆ ยกให้เป็น ‘Queen of T-pop’ แห่งยุคสมัย

เรารู้ว่ามีคนติดต่อขอสัมภาษณ์เธอมากมาย หลังจากที่เพลงสนุก ๆ อย่าง เฮอร์ไมโอน้อง กลายเป็นไวรัล แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังยืนยันจะขอไปคุยกับเธอด้วยอีกสักคน ในฐานะที่เป็นคนชอบฟังเพลงไทย และเป็นเด็กที่ #โตมากับกามิ คนหนึ่ง เรายังมีคำถามที่อยากถาม ‘พี่แอ้ม’ เพิ่มเติมอีกยาวเป็นหางว่าว (ถ้าเขียนบทความยาวสัก 15 หน้าได้ก็คงดีน่ะสิ!)

คอลัมน์ In Design วันนี้ เราจะมาพูดคุยกับนักออกแบบอีกแขนงหนึ่งอย่างนักแต่งเพลง ตั้งแต่ความเป็นมา วิธีคิด ไปจนถึงทัศนคติเกี่ยวกับวงการเพลงไทยในปัจจุบัน

แอ้ม อัจฉริยา นักแต่งเพลงสาวยุคกามิกาเซ่ สู่ Queen of T-pop ตัวจริงแห่งยุคปัจจุบัน

เปียโนของเล่น

“ของเล่นชิ้นแรกของพี่เป็นเปียโนของเล่นที่มี 8 โน้ต พี่ไม่เล่นอย่างอื่นเลย” นักแต่งเพลงสาวเริ่มต้นร่ายประวัติของตัวเองจากตอนที่เป็นเบบี้แอ้มผู้รักเสียงเพลง ตั้งแต่จำความได้ เธอก็อยู่ในบรรยากาศที่พ่อแม่ฟังเพลงป๊อปไทย ฟังเพลงพี่เบิร์ด พอเริ่มโตขึ้นมานิดหนึ่งเธอก็เริ่มเปิดเพลง บอย โกสิยพงษ์ ในวิทยุฟังด้วยตัวเอง ตอนนั้นคือยุคที่ Bakery Music กำลังรุ่งเรือง

“สิ่งที่อยากเรียนพิเศษจนต้องขอพ่อแม่เรียนเองคือเปียโน แต่เล่นไม่เก่งนะ” เธอเล่าต่อ “พอเล่นเป็นโน้ตก็รู้สึกว่าขี้เกียจซ้อม ขี้เกียจท่อง เลยเริ่มหัดเล่นเปียโนป๊อป ซึ่งเป็นเพลงแบบที่เราชอบ ความเป็นป๊อปมันอิสระกว่า สนุกกว่า เราแค่เล่นตามคอร์ด แต่จะกดตรงไหนก็ได้ รู้สึกว่านี่มันคือทางของเรา”

ในส่วนร้องเพลง แอ้มบอกว่ายุคนั้นยังไม่ใช่ยุคที่เด็ก ๆ นิยมเรียนร้องเพลงกันเท่าไหร่ เธอจึงได้แต่นั่งร้องเพลงคนเดียวอยู่บนบันไดบ้าน ลองผิดลองถูกตามนักร้องต่าง ๆ ด้วยตัวเอง 

แต่ถึงอย่างนั้น การร้องเพลงก็นำเธอมาสู่การเป็น ‘แอ้ม CU Band’ ที่ผู้คนรู้จักกันในวัยมหาวิทยาลัย

แรกเริ่มเข้าจุฬาฯ เมื่อเธอได้มีโอกาสชม CU Band เล่นในงานรับน้อง ก็เกิดรู้สึกประทับใจกับมวลความสนุกนั้นจนอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวง ถึงจะยังไม่มีประสบการณ์ในการร้องเพลงมากมาย ไม่เคยแม้แต่เป็นนักร้องในโรงเรียนเหมือนคนอื่น ๆ แต่เธอก็ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปออดิชัน ไปยืนร้องเพลงต่อหน้ารุ่นพี่ในวงอย่าง รัดเกล้า อามระดิษ

CU Band เป็นกิจกรรมแรกที่เกี่ยวกับการร้องเพลงที่แอ้มทำอย่างจริงจัง เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นนักดนตรีตัวเป็น ๆ มาเล่นรวมวงกัน ที่วงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แอ้มได้ฝึกหลายอย่าง ทั้งฝึกร้องคอรัส ทั้งเรียนรู้ทฤษฎีการร้องเพลงอย่างมีหลักการมากขึ้น เวลาที่นักดนตรีในวงแกะเพลง เธอก็จะชอบไปแอบดู ทำให้พอมีไอเดียพื้นฐานในเรื่องการสร้างเพลงขึ้นมา

แอ้ม อัจฉริยา นักแต่งเพลงสาวยุคกามิกาเซ่ สู่ Queen of T-pop ตัวจริงแห่งยุคปัจจุบัน

“พี่เรียนเอกวิทยุโทรทัศน์” เธอกล่าวถึงวิชาในห้องเรียนคณะนิเทศศาสตร์ นอกเหนือไปจากพาร์ตนักกิจกรรมที่พูดในตอนแรก “จริง ๆ วิชาเอกมันไม่ใช่การแต่งเพลง แต่ว่าก็มีบ้างที่เกี่ยว เช่น วิชาเขียนบท วิชาเพลงประกอบสื่อ

“นิเทศศาสตร์เป็นที่ที่ทำให้เราเขียนเนื้อเพลงได้ เพราะนิเทศศาสตร์คือการสื่อสาร มันคือการที่เราจะต้องวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นบทละคร บทหนัง หรือวิเคราะห์เพลงให้เข้าใจว่า อันนี้เขาทำเพื่ออะไร เขาพูดความรู้สึกของคนคนนี้ที่มีคาแรกเตอร์ยังไง ตรงนี้เอามาใช้ในการแต่งเพลงได้ดีมาก

“ถ้าถามว่ารู้สึกว่าตัวเองแต่งเพลงเป็นจากอะไร พาร์ตดนตรีคือ CU Band พาร์ตเนื้อคือนิเทศศาสตร์ นอกจากนั้นก็แอบมีแม่มาเกี่ยวนิดหนึ่ง” เธอเอ่ยถึงแม่ยิ้ม ๆ “เมื่อก่อนแม่พี่เป็นนักแต่งกลอนของธรรมศาสตร์ เลยสอนเรื่องคำคล้องจองมาตั้งแต่เด็ก”

เพราะความรักในเสียงดนตรี แอ้มเลือกเอกวิทยุโทรทัศน์ด้วยหวังจะเป็นดีเจ แอ้มเห็นภาพตัวเองแนะนำเพลงเพราะ ๆ ให้คนอื่นฟังในทุกวัน แต่เมื่อเรียนจบออกมา ดีเจกลับไม่ใช่อาชีพที่ได้ทำ เธอกลายมาเป็นครูสอนร้องเพลงที่รับงานร้องคอรัสไปด้วย และเมื่อแอ้มได้รู้จักกับเหล่าคนเบื้องหลัง โปรดิวเซอร์ เธอก็ได้เข้าไปช่วยร้องไกด์ให้กับนักร้องเป็นอาชีพเสริม แล้วโชคชะตาก็พาเธอไปรู้จักกับทีมของ ก๊อป-ธานี วงศ์นิวัติขจร หรือ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเนื้อร้องของกามิกาเซ่ในยุคนั้น

“เราร้องไกด์แล้วเริ่มแอบเสนอความคิดเห็น คำนี้ร้องยาก ถ้าร้องเป็นคำนี้ได้ไหมคะ” แอ้มย้อนความหลังอย่างออกรส “ถ้าเป็นบางคนอาจจะโกรธก็ได้ แต่พี่ก๊อปกลับเห็นว่า เอ้า! ไอ้เด็กนี่มันคิดเองได้นะ เขียนเนื้อได้ไหม เขาก็เลยชวนมาคุยกัน พี่เลยได้เข้าไปฝึกงานอยู่ในทีมค่ะ”

วันหนึ่งเมื่อทีมงานกำลังหาเพลงช้ามาลงอัลบั้ม โฟร์-มด ชุดที่ 5 จู่ ๆ แอ้มก็ฮัมทำนอง “หน่านาน้า หน่านาน้านา” ที่แล่นเข้ามาในหัวขึ้นมา (นอกจากจะแต่งเนื้อเพลงได้แล้ว เธอแต่งทำนองได้เฉยเลย!) เมื่อทีมงานถูกใจ เธอก็กลับมาเคาะโต๊ะร้องท่อนฮุคเจ็บ ๆ อย่าง “ถ้าเปลี่ยนใจไปรักใครได้ฉันรักไปแล้ว…” ให้ทุกคนฟังในครั้งถัดมา

“เฮ้ย ดี!” ก๊อป โปสการ์ด อุทาน

แล้ว แอ้ม อัจฉริยา อัจฉริยะนักแต่งเพลงป๊อปแห่งยุคก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

แอ้ม อัจฉริยา นักแต่งเพลงสาวยุคกามิกาเซ่ สู่ Queen of T-pop ตัวจริงแห่งยุคปัจจุบัน

นักแต่งเพลงสาวท่านหนึ่ง

แอ้มโตมากับเพลงยุค Bakery Music และเข้าสู่วงการทำเพลงในยุคกามิกาเซ่

ณ เวลานั้น นอกจาก ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเนื้อร้องแล้ว ก็มี เอฟู-ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์ หัวหน้าทีมดนตรีที่แอ้มได้ร่วมงานอยู่ตลอด

“เราได้เห็นเทคนิคการทำงานของพี่ ๆ เขาเยอะมาก อันนี้ต้องขอบคุณที่ทำให้เห็น เพราะไม่อย่างนั้นเราอาจจะคิดว่าการทำเพลงคือการนั่งคิด แล้วเขียนออกมาแค่นั้น เราอาจจะไม่ได้ทำงานได้อย่างที่ทำทุกวันนี้

“จริง ๆ แล้วกว่าจะเสร็จหนึ่งเพลงที่เราได้ฟังกัน มันมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน เวลาพี่ก๊อปเขาจะเขียนเพลงหนึ่งเพลง เขาจะไปรีเสิร์ชก่อนว่าศิลปินเป็นคนแบบไหน พูดจาแบบไหน ทุกอย่างคิดหมด ไม่มีอะไรที่มั่วนะคะ”

เธอบอกว่าคาแรกเตอร์จริง ๆ ของแต่ละคนจะถูกหยิบขึ้นมา ‘ตี’ ให้ชัดขึ้น แล้วออกมาอยู่ในเนื้อเพลง

“ทีมจะคิดกันว่า อย่างคำนี้ ๆ นะ ถ้าเป็นหวายจะพูดได้ แต่ขนมจีนจะไม่พูด” ฟังแอ้มเล่าแบบนี้ เรารู้สึกราวกับกำลังนั่งดูรายการ #ความลับกามิ EP.พิเศษ “น้องหวายเป็นเด็กอินเตอร์ พูดตรง ๆ เด็ดขาด ตัดคือตัด น้องขนมจีนเป็นตัวแทนของสาวที่มีความ Emotional เนื้อเพลงก็จะออกไปทางยอมแพ้หน่อยได้ น่าสงสารนิดหนึ่งได้ ส่วนเฟย์ฟางแก้ว จะเป็นผู้หญิงบอบบางหน่อย เราเขียนเนื้อให้งอแงนิด ๆ ได้”

แอ้มไม่ได้ทำกามิกาเซ่แล้ว ทุกวันนี้หน้าที่ในการทำเพลงของเธอขยายกว้างขึ้น จากเดิมที่ได้แต่งทำนอง ร้องไกด์ ร้องคอรัส หรือคุมนักร้องอัดเพลงเป็นหลัก ก็ได้แต่งเนื้อร้องและโปรดิวซ์เพิ่มมาด้วย (ส่วนการเรียบเรียงดนตรี โดยปกติเธอมีทีมที่ทำด้วยกันเป็นประจำ) ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยึดหลักที่ได้มาจากพี่ ๆ ทีมเดิม คือเธอต้องรู้จักศิลปิน ต้องจับทัศนคติของเขาให้ได้ และถ้า ‘รัก’ ศิลปินได้เลย ก็จะยิ่งทำให้เพลงออกมาดี

แอ้มเล่าว่า ขั้นตอนการทำเพลงสมัยก่อนนั้น โดยปกติต้องส่งเดโม่ที่มีดนตรีพร้อมกับฮัมทำนองไปก่อน เพื่อให้ผู้ใหญ่ฟังว่าเพลงนั้นเพราะไหม จากนั้นค่อยคิดคอนเซ็ปต์ เนื้อเรื่อง แล้วเขียนเนื้อเพลงให้ลงตัวพอดีทีหลัง ซึ่งข้อดีคือส่วนที่สำคัญของเพลงอย่างทำนองจะฟังแล้วเพราะ สมัยนี้ก็มีบางทีมที่ทำแบบนั้น และบางทีมที่แต่งเนื้อ-ทำนองในตัวเอง

แล้วตอนนี้คุณทำแบบไหน – เราถามพี่สาวนักแต่งเพลงตรงหน้า

แอ้ม อัจฉริยา นักแต่งเพลงสาวยุคกามิกาเซ่ สู่ Queen of T-pop ตัวจริงแห่งยุคปัจจุบัน

“พี่ยังทำแบบเก่า แนวคิดที่เราตั้งใจทำในทุกเพลงคือ ทำนองต้องเพราะก่อน ให้เอาไปเล่นเปียโนเปล่า ๆ ได้” เธอตั้งใจตอบ “แต่เราจะสบายกว่าพี่ ๆ ที่แยกกันแต่งทำนอง-เขียนเนื้อนิดหนึ่ง สมมติว่าคำไม่ลงจริง ๆ เราก็แอบขออนุญาตตัวเองว่า เพิ่ม 1 คำได้มั้ยจ๊ะ ได้สิ อนุญาต (หัวเราะ) อีกอย่างคือเราเป็นคนเขียนทำนองขึ้นมาด้วยอารมณ์นี้ เราก็จะรู้ว่าเพลงนี้ควรเล่าเรื่องอะไร มันจะสัมพันธ์กันมากกว่า

“จริง ๆ ชีวิตพี่ไม่มีเรื่องราวอะไรเท่าไหร่เลย วัน ๆ ก็คุยกับแมว ไม่ค่อยมีความเครียด” แอ้มสารภาพขำ ๆ เมื่อเราถามต่อถึงเทคนิคเขียนเนื้อร้อง “แต่พี่ดูชีวิตคนอื่น ดูหนัง ดูซีรีส์ แล้วคิดตาม เราชอบเรื่องจิตวิทยา เลยชอบทำความเข้าใจกับคนอยู่แล้ว เพิ่งมารู้ทีหลังว่าสิ่งที่ชอบมันมีประโยชน์กับงานมาก เพราะทำให้มโนแทนคนอื่นได้ว่า ถ้าอยู่ในสถานการณ์นี้ เราน่าจะรู้สึกแบบนี้ ทำให้เราเขียนเพลงได้สมเหตุสมผลขึ้น

“บางทีเราใช้ความนิเทศศาสตร์แต่งเรื่องขึ้นมา จะต้องตั้งว่าเรากำลังเป็นใคร แล้วก็เขียนบทออกมาเป็นเพลง”

ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตหลอมรวมออกมาให้เธอเป็นเธอทุกวันนี้

5 เพลงที่แอ้มอยากเล่า

01 สลักจิต – ป๊อบ ปองกูล

หลังจากที่ได้ประทับใจกับการทำงานร่วมกับ ป๊อบ ปองกูล ในเพลง ภาพจำ ที่ป๊อบบรีฟเพลงด้วยการเล่าภาพเอ็มวีในหัวว่า ‘พระเอกติดคุก นางเอกอยู่ข้างนอก ใช้ชีวิตไปตามปกติ แล้ววันหนึ่งพระเอกก็แหกคุกออกมา เพราะได้ข่าวว่านางเอกจะแต่งงาน’ เธอก็ได้มาร่วมงานกับศิลปินคนนี้อีกครั้งด้วยความประทับใจ (ความแปลก) ในอีกรูปแบบ

  ‘อยากได้เพลงสีเทา ๆ ตุ่น ๆ’ เป็นบรีฟสั้น ๆ ที่แอ้มได้จากป๊อบในเพลงที่ป๊อบและ ดา เอนโดรฟิน จะกลับมาเจอกันหลังจากที่เพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ครบรอบ 15 ปี

  “นี่ป๊อบดาเลยนะเว้ย!” แอ้มกดดันตัวเอง อยากให้ผลงานออกมาดีพอที่ศิลปินระดับเทพทั้งสองคนจะร้องด้วยกัน

เมื่อได้ปรึกษากับทีมงานของเพลงนี้ อันประกอบไปด้วย ข้าว Fellow Fellow และ ฉัตรแก้ว สุศิวะ สุดท้ายสีเทา ๆ ตุ่น ๆ ก็ถูกตีความออกมาเป็นอารมณ์ที่ไม่ได้เศร้ามาก แต่รู้สึกผิดนิด ๆ ในสถานการณ์ที่คนเคยเป็นแฟนกันสองคนแอบคิดถึงกัน ทั้ง ๆ ที่มีแฟนใหม่แล้วทั้งคู่ สำหรับเพลง สลักจิต

“มันเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่อยู่ลึก ๆ ในใจคน ไม่สามารถพูดออกมาได้ ก็เลยคิดว่านี่แหละคือเทาตุ่น” เธอสรุป

ส่วนชื่อ สลักจิต แปลว่าฝังใจ ซึ่งนักแต่งเพลงสาวคิดขึ้นมาได้ตอนขับรถ เธอบอกว่าชื่อนี้ทั้งเพราะ ทั้งตอบโจทย์ Thai Pop ทั้งทำให้คนสงสัยว่าอะไรคือสลักจิต

“เราเอาชื่อสลักจิตไปใส่ในเว็บว่าได้เลขเท่าไหร่ด้วยนะ” แอ้มเล่ากลั้วหัวเราะ “ได้เลขที่แปลว่าเป็นคนอาภัพในความรัก”

02 สองใจ – ดา เอ็นโดรฟิน

สองใจ เป็นเพลงละครเรื่อง วันทอง สำหรับแอ้มแล้ว นี่คือการรีแบรนด์วันทองใหม่ จากที่ทุกคนใช้คำนี้ด่าผู้หญิงใจง่าย ใจโลเลมาตลอดร้อยปี เธอต้องทำให้คนหันมารักวันทองให้ได้

เดิมทีคนไทยจะรู้จักวันทองผ่านมุมขุนช้างขุนแผน ผ่านมุมของชาวบ้านที่ติฉินนินทา แต่คราวนี้แอ้มเล่าผ่านมุมของวันทอง ให้เหมือนเธอเป็นวันทองมาขอความเห็นใจ

“พอได้รับบรีฟ ประโยคแรกที่คิดขึ้นมาได้ก็คือ ‘ใครจะอยากเป็นคนไม่ดี’ แล้วก็คิดว่า ‘ฉันยอมสองใจเพราะรักเธอ จะเป็นประโยคทองที่เอาไว้ขาย เพราะมันคือเหตุผลของวันทอง เราก็เลยเริ่มจาก 2 ประโยคนี้ก่อน”

สารที่แอ้มจะต้องส่งไปให้ชัดกว่าในละครก็คือ วันทองไม่เคยรักขุนช้างเลย แต่ต้องไปอยู่ด้วยเพราะความจำเป็น เธอจึงใช้ประโยค ‘ยอมให้ใครอีกคนเข้ามา’ เป็นการสื่อสารถึงผู้ฟัง

เมื่อมีเพลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือหานักร้องเสียงไม่หวาน ห้าวแหบให้เหมาะกับคาแรกเตอร์วันทอง 2021 ที่เข้มแข็งมาก เป็นผู้หญิงที่ลุกขึ้นสู้เรื่องสิทธิสตรี ซึ่งโชคดีที่ในที่สุดแล้วก็ได้ ดา เอนโดรฟิน มาร้อง

“เราคิดว่าถ้าคุณดาได้ร้องทำนองที่มีความไทยจะเก๋มาก แต่ในเมื่อเป็นวันทอง 2021 ก็ขอผสมความ R&B เข้าไปในเพลงด้วย” 

03 เฮอร์ไมโอน้อง – อูน TheChanisara

แอ้มเคยทำเพลงประกอบแคมเปญให้ อูน Diamond Grains อยู่แล้ว มาวันหนึ่งอูนก็อยากมีซิงเกิ้ลเป็นของตัวเอง แอ้มจึงคิดหาว่าเพลงแบบไหนกันนะที่จะเหมาะกับสาวนักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านคนนี้ จะเป็นเพลงให้กำลังใจก็ดูซีเรียสไป ไม่สนุก อูนเลยปิ๊งไอเดียว่า จะทำเพลงสนุก เพราะเธอดีลกับแอปฯ TikTok ไว้ว่าจะลงคอนเทนต์

“ช่วงนี้อินกับเรื่องอะไรบ้าง มีเรื่องอะไรที่อยากเล่าไหม” แอ้มถามอูนผู้เป็นรุ่นน้องคณะเดียวกัน แต่ยังไม่ได้คำตอบที่ถูกใจ เธอจึงถามต่อ “ผลิตภัณฑ์ที่กำลังทำอยู่เกี่ยวกับอะไร เผื่อจะได้แรงบันดาลใจ”

คราวนี้อูนตอบว่า คอลเลกชันหน้าเธอดีลกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไว้ เพียงเท่านี้ นักแต่งเพลงสาวของเราก็คิดออกทันที

“เฮ้ย! เอาเป็นเฮอร์ไมโอนี่ไหม อยากเป็นเฮอร์ไมโอนี่จะเสกให้พี่มารักแต่หนู น้องอูนเอาเลย!” ด้วยความชื่นชอบ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นทุนเดิม อูนตอบตกลงทันที โดยในเพลงก็ไม่ได้มีแค่เฮอร์ไมไอนี่ แต่ยังมีตัวละครอื่น ๆ จากดิสนีย์มาเสริมทัพด้วย

แอ้มมองว่าอูนเป็นคนที่มักจะส่งต่อแรงบันดาลใจ ส่งต่อพลังงานบวกให้ผู้ติดตาม เธอจึงอยากให้เพลงที่จะทำเป็นเพลงน่ารัก ๆ ฟังง่าย สร้างความบันเทิงให้มหาชน ใคร ๆ ก็ร้องและเต้นตามได้ และมีเนื้อหา ‘คลั่งรัก’ อย่างที่อูนเป็น

จริงอย่างที่แอ้มตั้งเป้าหมายไว้ หลังจากที่ปล่อยออกมา เฮอร์ไมโอน้อง ก็ดังเป็นพลุแตก มหาชนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่คัฟเวอร์กันทั้ง TikTok แต่ถึงอย่างนั้นก็มีกระแสแง่ลบให้ได้ยิน เรื่องที่เธอแต่งให้เฮอร์ไมโอนี่ใช้เวทมนตร์คาถาที่ไม่ถูกต้องแบบนั้น

“เฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่คนแบบนี้หรอก ถูกต้อง” แอ้มพูดอย่างอารมณ์ดี “แต่เราไม่ได้เขียนว่าเฮอร์ไมโอนี่เป็นคนเสก ถ้าเป็นเฮอร์ไมโอนี่จริง ๆ เขาก็ไม่เสกอยู่แล้ว แต่เราเป็นเฮอร์ไมโอน้องไง ผู้หญิงคนหนึ่งที่เพ้อเจ้อว่าอยากเป็นแม่มด จะได้เสกให้พี่เข้ามาใกล้ ๆ ให้มึนงง มารักเรา”

04 คั่นกู – ไบร์ท วชิรวิชญ์

คั่นกู เป็นเพลงประกอบซีรีส์วายเรื่องดังอย่าง ‘เพราะเราคู่กัน’ 

คั่นกู เป็นคำผวนของคำว่า คู่กัน ซึ่งมาจากชื่อนิยายต้นฉบับ แอ้มใช้คำว่า คั่นกู เป็นชื่อเพลง และหยิบการผวนคำมาเป็นกิมมิกในการแต่งเพลง ให้ฟังดูกลับไปกลับมา ย้อนแย้ง ตรงกันข้าม โดยความวกวนนี้นอกจากจะน่ารัก เล่นกับชื่อเรื่องแล้ว ยังเหมาะกับตัวละคร ‘สารวัตร’ ที่เป็นคนงง ๆ แกล้งไม่รู้เรื่อง ชอบเขาแล้วแกล้งว่าไม่ชอบด้วย

“เพลงนี้อยากใช้วิธีเขียนเป็นการเล่นคำทั้งหมด มีทั้งคำผวน คำคล้องจอง คำซ้ำ คำซ้อน ใช้หลักภาษาไทยทั้งหมดเลย” แอ้มเล่า เราเองก็ชอบเพลงนี้ของเธอเป็นพิเศษ ไม่เคยสังเกตว่าเป็นเพราะอะไร แต่ฟังท่อนไหนก็รู้สึก ‘ว้าว’ แต่ละประโยคดูเหมือนจะเป็นวรรคทองไปเสียหมด แถมยังร้อยเรียงเนื้อหาเข้ากันได้ดีด้วย วันนี้ก็เลยรู้สึกเหมือนได้เฉลยจากผู้แต่งว่า เป็นเพราะความตั้งใจเล่นคำ เล่นความหมาย

“พี่รู้สึกว่าเมื่อก่อนอาจจะมีวรรคทองแค่วรรคเดียวพอ แต่ถ้าเป็นยุคนี้อาจจะต้องมีหลายวรรคหน่อย

“การแต่งประโยคคือทักษะ คล้าย ๆ เราเขียน Copy โฆษณาให้คนจำได้ค่ะ ถ้าไม่เรียนนิเทศอาจจะงง โชคดีที่เราได้เรียน ก็เลยเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ง่ายขึ้น”

นอกจากนี้ คั่นกู ยังพิเศษที่ ‘ความ Scrubb’ ในกลิ่นอาย เนื่องจากในเรื่อง สารวัตรและไทน์ชอบวง Scrubb มาก แอ้มจึงคิดว่า หากสารวัตรจะร้องเพลง ก็น่าจะเป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากวง Scrubb

ความ Scrubb ที่แอ้มตีความ คือวงดนตรีที่มีความเป็นวัยรุ่นมหาวิทยาลัย จริงใจ แต่มีซาวนด์นิ้งหน่องของวงโยธวาทิตนิด ๆ และบรรยากาศโดยรวมมีความญี่ปุ่น ฟังเพลิน ซึ่งเมื่อทำออกมา แม้แต่ บอล Scrubb เองยังบอกว่า ‘ใช่เลย’

05 ทดลองใช้ – เบิร์ด ธงไชย

อย่างที่เราได้เล่าไปในตอนแรก แอ้มฟังเพลงพี่เบิร์ดมาตั้งแต่ยังเป็นเบบี้แอ้ม เมื่อก่อนเวลามีคนถามว่าอยากร่วมงานกับศิลปินคนไหน ชื่อ พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ก็จะเป็นชื่อแรกที่แอ้มตอบ เมื่อมีโอกาสได้ทำเพลงให้พี่เบิร์ดในครั้งนี้ เธอจึงดีใจมากถึงมากที่สุด

“เมื่อก่อนเคยหวังแค่ว่าจะได้คอรัสพี่เบิร์ดเฉย ๆ แต่ก็ไม่เคยได้ร้องเลย อยู่มาวันหนึ่งได้มาโปรดิวซ์ มันเกินกว่าที่คิดไว้”

สำหรับแอ้ม พี่เบิร์ดเป็นคนที่ร้องเพลงอะไรก็เพราะ แต่เธอไม่รู้ว่าจะเลือกเพลงแบบไหนให้พี่เบิร์ดร้อง ไม่รู้ว่าต้องพยายามเปลี่ยนพี่เบิร์ดหรือคิดว่าอะไรใหม่ ๆ ไหม จนสุดท้ายเธอตัดความคิดมากทั้งหมดไป แล้วย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ‘พี่เบิร์ด’ ในความทรงจำของเธอคืออะไรกันแน่

“เพลงที่เราชอบที่สุดคือ บูมเมอแรง” แอ้มพูดถึงเพลงในวัยเด็ก สมัยที่เธอยังฟังจากเทปเราชอบเพลงที่มันอ้อน ๆ จีบ ๆ หญิง เพลงที่พี่เบิร์ดร้องแล้วยิ้มไปด้วย นี่คือความทรงจำที่เราต้องการจะเห็นอีกครั้งหนึ่ง”

ในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นเพลง ทดลองใช้

ทดลองใช้ในที่นี้ หมายถึงการที่ชายหนุ่มในเพลงจะมาเสนอขายตัวเอง ว่าผมมีความรักที่ดีให้ พร้อมมีโปรโมชันมาแนะนำ

‘สวัสดีครับ เรามีสิ่งดีแนะนำคุณ หวังไว้ว่าคุณนั้นสนใจ…’

กิมมิกของเพลงนี้คือ ใช้ศัพท์เกี่ยวกับการค้าขายทั้งหมดเลยค่ะ” แอ้มเล่าอย่างภูมิใจ เธอมีความสุขมากที่ได้ร่วมงานกับพี่เบิร์ดที่ทั้งน่ารักและตั้งใจทำงาน

พี่เขาคือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นซูเปอร์สตาร์จริง ๆ ตั้งแต่ Mindset เลยค่ะ”

The New Black

หลังจากพูดถึงเพลงน่าเล่าทั้ง 5 เพลงไปแล้ว เราก็ถือโอกาสนี้ชวนคุยถึงเทรนด์เพลงไทยในยุคนี้กันต่อเสียหน่อย

ช่วงก่อนหน้านี้เพลงแรปมาแรง” เธอเล่าย้อน “คนไทยชอบฟังเพลงแรป เพราะมี Movement เยอะ ฟังแล้วจะรู้สึกว่าได้ยินเนื้อที่ไม่ซ้ำกันเลยเยอะกว่า ถ้าชอบความสนุกในการฟังเนื้อ ได้คิดตามเยอะ ๆ ก็จะชอบฟังเพลงแรป”

ถ้ายังจำกันได้ ราว 3 – 4 ปีก่อน รายการ The Rapper ดังมากเสียจนเพลงแรปได้รับความสนใจจากวงกว้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กระแสนั้นนอกจากทำให้วงการแรปเปอร์เคลื่อนตัวแล้ว ยังส่งอิทธิพลกับเพลงแนวอื่น ๆ ในไทยด้วย

“การแรปเริ่มจากการเข้ามา Featuring ทำให้เพลงสนุกขึ้นในแต่ละเพลงใช่ไหมคะ แต่ตอนนี้ความสนุกที่เคยเป็นเนื้อแรปนั้น เริ่มเข้ามาเป็นเนื้อเพลงแล้ว ทำให้เพลงในยุคปัจจุบันครีเอตมากขึ้น”

ในด้านเนื้อหาก็เช่นกัน แอ้มบอกว่าเมื่อก่อนมักจะได้โจทย์เป็นเพลงรัก ไม่ค่อยมีเรื่องอื่น ๆ แต่พอมีกระแสเพลงแรปที่เล่าเรื่องอะไรก็ได้ ส่วนตัวเธอจึงคิดว่ามันส่งผลกับเพลงป๊อป ทำให้พูดเรื่องอื่นในเพลงได้มากขึ้น

เราถามต่อถึงเพลงที่นำวลีฮิตมาแต่งใน TikTok ซึ่งหลายคนมองว่าอยู่ได้ไม่นาน ฉาบฉวย ว่าเธอมีความเห็นยังไงบ้าง

“อืม… พี่คิดว่ามันเป็นรูปแบบหนึ่งของงานศิลปะ เหมือน Pop-Art ที่มันจะอยู่ในช่วงนั้น ๆ” เธอค่อย ๆ ตอบ “สมมติว่าตอนนี้มีคนเอาคำว่า เกินปุยมุ้ย ไปเขียนเพลง อีก 5 ปีอาจจะไม่ฟังแล้ว เพราะว่าคนเลิกพูดกัน แต่ถ้ากลับมาฟัง เราก็จะนึกได้ว่าเมื่อก่อนคำนี้ฮิตมากเลยนะเว้ย ต่อไปก็เล่าให้ลูกหลานฟังได้”

แอ้มมองว่าความสนุกเป็นฟังก์ชันหนึ่งที่สำคัญ แม้เพลงนั้นจะไม่ได้อยู่ไปยาวนาน ไม่ได้รางวัล แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์

พี่ไม่ค่อยติดอะไรกับสิ่งที่มันฮิตเลย ใครอยากทำอะไรก็ทำ ชอบก็ฟัง ไม่ชอบก็ข้าม รู้สึกแบบนั้นเลย แล้วก็เราเป็นคนสนุกง่ายไง เห็นคนเขาเต้นกันก็ไม่ได้รู้สึกหมั่นไส้อะไรนะ มันเป็นความบันเทิงรูปแบบหนึ่งค่ะ”

ถึงตรงนี้ เรานึกไปถึงช่วงที่เราเริ่มฟังเพลง ช่วงปี 2010 ที่แอ้มเริ่มทำเพลง อยากรู้ว่าถ้าเพลงกามิกาเซ่เหล่านั้นมาอยู่ในยุคนี้บ้าง เธอว่าจะเกิดรึเปล่านะ

“พี่ว่าดัง” นักแต่งเพลงสาวผู้อยู่มา 2 ยุคตอบอย่างไม่ลังเล “เคยโดนเหยียดนะว่าภาษาไม่สละสลวย ดนตรีมีเสียงสังเคราะห์เยอะ พี่ว่าสไตล์มันใหม่ไปสำหรับตอนนั้น มันขัดกับเพลงป๊อปในตลาด แต่ ณ ปัจจุบันนี้ การร้องแบบนั้นมันมีให้เราได้ยินเยอะมาก มาอยู่ตอนนี้มันใช่เลยนะ

“ตอนนี้กามิกาเซ่ครองบ้านเราประมาณหนึ่งเลย น้อง ๆ ที่โตมากับยุคนั้นกลายเป็นคนบรีฟงานแล้วค่ะ” เธอหัวเราะอารมณ์ดี “ก็เลยไม่โดนเหยียดแล้วค่ะ กลายเป็นเก๋ที่เคยอยู่กามิกาเซ่”

ในขณะเดียวกัน คนฟังเพลงอย่างเราจากเคยเขิน ๆ ที่ฟังเพลงกามิกาเซ่ ก็กลายเป็นรู้สึกเก๋เช่นกัน (จริง ๆ ก็เก๋ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ)

การงานอาชีพและความสุนทรี

“ตอนนี้รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไปนะ” จากเรื่องเทรนด์ เราเปลี่ยนมาคุยเรื่องมุมมองต่ออาชีพนักแต่งเพลงบ้าง “เมื่อก่อนคนที่เข้ามาเป็นเบื้องหลังแล้วจะมีจำนวนค่อนข้างจำกัด เพราะว่าเพลงต้องปล่อยจากค่ายใหญ่เท่านั้น แต่ว่าปัจจุบันนี้มันอิสระมากขึ้น มีพื้นที่ที่ให้ทุกคนทำเพลงได้ เป็นตลาดเสรี

“สำหรับตัวเอง เรารักอาชีพนี้มากขึ้น เพราะเป็นอาชีพที่ทำแล้วรู้สึกว่านี่เป็นตัวตนของเรามาก ๆ เป็นอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะ และทำงานที่ไหนก็ได้ ถ้าต้องไปห้องอัดเราก็อยู่กันเป็นกลุ่มคนน้อย ๆ ที่คุยภาษาเดียวกัน เป็นอาชีพที่เหมาะกับเรามากเลย”

รู้สึกยังไงบ้างที่ทุกวันนี้ ‘แอ้ม อัจฉริยา’ เป็นที่ชื่นชมของใครหลาย ๆ คน – เราถามในฐานะหนึ่งในคนเหล่านั้น

“กดดันเหมือนกันนะ กลัวโดนจับผิดในทวิตเตอร์ เพลงแบบนี้ดูง่ายไป ดูไม่ใช่เพลงพี่แอ้ม กลัวคนที่เขาคาดหวังจะผิดหวังอะค่ะ” เธอพูดยิ้ม ๆ “แต่เราก็ขอบคุณมาก ๆ และอยากบอกว่ารู้สึกดีใจที่มีคนจำนวนหนึ่งชอบงานของเรา มีคนเคยมาบอกว่า ‘หนูขอบคุณพี่มากที่ทำให้หนูมีความสุขในการฟังเพลง’ อะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราใจฟูมาก

“ตอนเด็ก ๆ เคยรู้สึกว่าถ้าเราตายไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลย มันจะนอยด์ ๆ รึเปล่าวะ แต่ว่าตอนนี้รู้สึกว่า ตายได้อย่างไม่ติดค้าง ชาตินี้เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นไว้แล้ว”

เรานั่งฟังเธอพูดอย่างตั้งใจ กว่า 2 ชั่วโมงที่ได้ฟังเธอเล่า เรารู้สึกดีใจด้วยจริง ๆ ที่ใครสักคนจะได้ทำอาชีพที่ตัวเองรักและภูมิใจขนาดนี้ “อยากให้ทุกคนมีความสุขกับการฟังเพลง ตอนนี้เพลงในโลกมีหลากหลายมาก เราเลือกฟังที่ชอบได้เลย อยากให้มองมันเป็นความสุข แล้วก็ไม่เหยียดกันและกัน สังคมของการฟังเพลงจะได้ไปไกลกว่านี้ค่ะ”

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load