กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ ยังมีอีกหลายย่านใกล้ๆ รอบๆ กรุงเทพฯ ที่ผู้คนไม่ได้ย้ายไปอยู่บนตึกเสียทั้งหมด โดยเฉพาะแถบ ‘บาง’ ต่างๆ ที่อยู่ติดแม่น้ำ ชุมชนบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ที่ข้ามเรือไปจากวัดบางนานอกก็กลายเป็นอีกโลก วิถีชีวิตริมน้ำแบบดั้งเดิม สวนริมคลอง ต้นจาก ต้นมะพร้าวปลูกอยู่รอบพื้นที่อยู่อาศัย แถบบางกะเจ้ามีตลาดขายขนมตะโก้อันใหญ่ๆ กวนเนื้อนิ่มกะทิหวานมันอร่อยมากๆ น้องสะใภ้ของเราบ้านอยู่บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่เครือญาติอยู่ด้วยกันครบและทุกคนมีสวนทุเรียน สวนผลไม้ ภายในบริเวณบ้านปลูกพืชทุกอย่างที่ใช้นำมาปรุงอาหารขนมได้ คุณป้าเปี๊ยก คุณป้าของน้องสะใภ้ทำขนมข้าวต้มน้ำวุ้นอร่อยมาก คุณป้าเยื้อนบ้านข้างๆ มีฝีมือเลื่องลือด้านการทำขนมถั่วแปบ

พี่สาวที่เรารักคือพี่นวล คุณพาฝัน ศุภวานิช บรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลม ก็เช่นกัน พี่นวลเป็นชาวบางขวาง เติบโตมาในบ้านที่มีพื้นที่สีเขียวแวดล้อม เต็มไปด้วยต้นขนุน มะเฟือง ใบเตย กล้วย คุณแม่พี่นวลเป็นชาวมุสลิมมาจากไทรบุรี พบคุณพ่อพี่นวลบริเวณปากคลองที่ท่านทั้งสองพายเรือสัญจรมาพบกัน พี่นวลเล่าว่าคุณแม่เป็นคนทำอาหารขนมทุกอย่างเองหมด ไม่ซื้ออาหารนอกบ้านรับประทานเลยไม่ว่ามื้อไหน ขนมหวานของว่างคุณแม่ก็ชำนาญเพราะคุณพ่อพี่นวลชอบกินน้ำชากาแฟมื้อบ่าย

พาฝัน ศุภวานิช ขนมไทย

การทำขนมของคุณแม่พี่นวลคือส่วนผสมทุกอย่างทำเองหมด “ที่บ้านมีมะพร้าวเป็นเข่งๆ เวลาตอกออกมาเราจะรู้ว่าอันไหนเหมาะใช้แกง แบบไหนใช้ทำขนม ถ้าจะทำขนมตอนบ่าย แม่จะตอกมะพร้าวแต่เช้า ขูดเปลือกออกเอง คั้นกะทิ โม่แป้งเอง” คุณแม่พี่นวลจากโลกนี้ไปได้สองปีแล้ว “พอแม่ไม่อยู่ การทำขนมเป็นวิธีแก้คิดถึงแม่ ดีว่าน้ายังอยู่ น้าคอยสอน ผู้ใหญ่จะสอนแบบกะเอา มันก็เป็นสิ่งที่เราเห็นทุกวันตั้งแต่เด็ก ลิ้นเราถูกเทรนมาให้กินรสชาติแบบนี้”

พี่นวลเป็นคนที่เราสัมผัสได้ถึงออร่าความเมตตา อ่อนโยน และถ่อมตัว เราว่าสิ่งเหล่านี้ถูกส่งมาถึงขนมรสละมุนที่พี่เขาทำ “ไม่ได้ทำขนมเก่งอะไร แต่ศึกษาจากสิ่งที่เห็นมาแต่เด็ก ตอนนี้ก็ให้คุณน้าติว” พี่นวลเชื่อในเรื่องวัตถุดิบสดใหม่ สะอาด คุณภาพดีตามฤดูกาล นำมาซึ่งขนมรสอร่อย แม้บ้านพี่นวลจะมีพืชพันธุ์ค่อนข้างครบ แต่บ่อยครั้งก็ตัดมาใช้หมดจนขึ้นใหม่ไม่ทัน เธอก็จะเดินไปขอวัตถุดิบใบเตยใบตองจากเพื่อนบ้านบ้าง พอทำขนมเสร็จก็เอาไปให้เป็นการขอบคุณ

ตะโก้พี่นวลอร่อยมาก เคล็ดลับอยู่ที่กระทงใบเตยที่มีเทคนิคการตัดพับแบบล้ำ ใบเตยเป็นสิ่งเสริมรสความอร่อยให้ตะโก้หอมในปากยามเคี้ยว “ตะโก้กวนง่ายมาก แต่มันยากและใช้เวลาตอนตัดใบเตยมาล้างให้สะอาด ค่อยๆ เช็ด ก่อนจะเอามาพับเป็นกระทง ขนมไทยทำไม่ยาก แต่ต้องเตรียมเยอะ”

กระทงใบเตย ใบเตย ตะโก้

วันนี้เราบุกไปที่บ้านกินดีอยู่ดี สาทร ที่ซึ่งพี่นวลกำลังจะเปิด หวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ให้เป็นพื้นที่ที่เราสามารถมาสอยความอร่อยหวานไทยหลากหลายเมนูที่พี่นวลบรรจงทำไปชิมกันได้ และผู้ที่สนใจอยากหัดทำขนมไทยก็ลงคอร์สเรียนกับพี่นวลราวปลายเมษาต้นพฤษภาคม ตอนนี้มาสังเกตการณ์การทำขนมไทยสองสามเมนูกันก่อนดีกว่า ข้าวเหนียว สาคูและสังขยาที่ใช้วิธีการปรุงแบบเปียกและนึ่ง

พาฝัน ศุภวานิช

การมาดูพี่นวลทำขนมไทย ทำให้เรามองพืชคุ้นตาในมุมใหม่ ดอกไม้ริมทางที่ขึ้นง่ายริมรั้ว นำมาทำขนมได้หมด ม่วงอัญชัน เขียวใบเตย ชมพูจากพวงชมพูและเฟื่องฟ้า แป้งก็เป็นสิ่งที่มาจากพืชและหัวของพืช แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน แป้งคุณท้าวหรือแป้งท้าวยายม่อม และสาคูที่เราเพิ่งรู้ว่าสาคูสีขาวที่เราเห็นๆนั้นทำจากแป้งมัน และโลกนี้ยังมีสาคูสีน้ำตาลที่มาจากต้นสาคู พืชพื้นถิ่นที่ขึ้นในแถบป่าพรุอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดพัทลุงที่พี่นวลนำมาเปียกให้ชิมเทียบกัน เราว่าสาคูสีอำพันน้ำตาลอ่อนจากต้นสาคูหอมกว่า เบานุ่มกว่าสาคูแป้งมันนะ

สาคูจากต้นสาคู เป็นปาล์มชนิดหนึ่งเป็นคาร์บ (Carbohydrate) ที่ย่อยง่าย มากคุณประโยชน์ เวลาทำให้สุกจะยากหน่อย เราต้องโรยลงไปในน้ำแล้วค่อยๆ กวนเพื่อไม่ให้สาคูติดหม้อ และมันถึงจะขึ้นเป็นเม็ดๆ คนที่พัทลุงกินเป็นขนมเหมือนตะโก้เปียก ไม่ต้องทำให้เป็นเม็ด กวนแล้วราดกะทิเลย”

แป้งสาคู สาคู สาคู

พี่นวลเปียกสาคูกับลำไย ก่อนจะเปียกสาคู พี่สาวขอทำกะทิหยอดหน้าขนมเตรียมไว้ก่อน “กะทิทำขนมไม่ต้องทำให้แตกมัน” เราเห็นพี่นวลหยิบเกลือและแป้งข้าวเจ้าใส่ไปด้วย “ช่วยไม่ให้หัวและหางกะทิแยกตัว” กะทิเดือดหอมมมมมมมาก พี่เค้าจะค่อยๆ ช้อนเอาหัวกะทิมาใช้ จากนั้นก็ค่อยไปต้มน้ำทำสาคูเปียก โดยต้มใบเตยกับน้ำก่อนให้น้ำมีกลิ่นหอม

ใส่ใบเตยไปก่อนเลย ถ้าใส่ทีหลังจะติดสาคู พอน้ำเริ่มหอมเราก็ช้อนใบเตยขึ้น และค่อยใส่สาคูไป คอยคนๆกวนๆจนเม็ดสาคูสุก มันจะใส” พี่นวลละลายแป้งคุณท้าวหรือแป้งท้าวยายม่อมสองสามช้อนใส่ไปด้วย “ช่วยไม่ให้สาคูคืนตัว เป็นตัวช่วยประสาน”

ขนมไทย ขนมไทย

เรามองพี่นวลหยิบจับ หั่น เหยาะ หยอด กวน สรรพสิ่งในหม้อต่างๆ อย่างทึ่ง สิ่งที่พี่เขาว่าทำง่ายๆ แต่มันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ต้องเรียนรู้ เราถามนู่นนี่นั่นพี่นวลไปอย่างเพลิดเพลิน ช่วยพี่นวลกวนข้าวเหนียวดำให้สุก กว่ามันจะนิ่มบานก็นานอยู่ และขอสารภาพว่าขนาดโตมาในบ้านที่คุณทวดนึ่งสังขยากินกับข้าวเหนียวมูนบ่อยๆ แต่เราคงเด็กไปจนลืมขั้นตอนการปรุงไปแล้วว่าการทำสังขยาเขาต้องขยำไข่กับใบเตย “ที่ต้องใช้ไข่เป็ด เพราะไข่ไก่มันเอาไม่อยู่ ขนมจะไม่เซ็ตตัว”

ใบเตย กะทิ

สังขยาที่พี่นวลทำมีความพิเศษคือเป็นสังขยาขนุน ที่ไม่ได้ใส่เฉพาะเนื้อขนุนเหลืองๆ แต่พี่นวลต้มเม็ดขนุน ค่อยๆ หั่นและใส่ไปด้วย “ถ้าไม่ใส่เม็ดขนุนต้ม สัมผัสบางอย่างมันจะหาย” เม็ดขนุนต้มอร่อยเหมือนเคี้ยวถั่วต้มนิ่มๆ นั่งคุยกันเพลินๆ ไม่นาน ขนมสามอย่างก็เสร็จพร้อมชิม ก่อนรับประทานพี่นวลจะหยอดกะทิหอมกรุ่นลงไปในถ้วยขนมเปียกต่างๆ ข้าวเหนียวดำเปียกใส่เผือกชิ้นจิ๋วลงไปด้วย

ขนมทุกถ้วยอร่อยจัดอร่อยจริง แน่นอนว่ามาตรวัดความอร่อยที่เกิดจากความคุ้นชินรสของลิ้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบหวานจัด หวานน้อย กะทิเข้มจางบางอ่อน เนื้อขนมหนืดหนึบในจังหวะที่แตกต่างกัน แต่ขนมไทยของพี่นวลที่เรากินวันนี้มันอร่อยเป็นพิเศษจริงๆ นะ

พี่นวลบอกว่าคงเพราะของทำกินเอง วัตถุดิบสดใหม่ยังไงก็อร่อย มันมีความสะอาดนำมาซึ่งรสชาติสดชื่น ผสมกับกรรมวิธีปรุงของผู้ทำที่มีความชำนาญในการใดๆ มันย่อมนำมาซึ่งความหวานนวล สมชื่อคิทเช่น สตูดิโอจริงๆ

ขนมไทย ขนมไทย

หวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ บ้านกินดีอยู่ดี 37/10 สีลมซอย 9 เข้าได้ทาง BTS ช่องนนทรี ซอยอาคารมหานคร ตอนนี้เราสามารถสั่งขนมหวานไทยพี่นวลมาอร่อยก่อนได้ ตะโก้เผือก ตะโก้แห้ว สั่งล่วงหน้าสามวันเพราะพี่นวลต้องใช้เวลาคัด ตัด ล้างทำความสะอาดและพับกระทงใบเตย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0874192695

 

หวานทั่วไทยที่จับใจเรา

ขนมหวานแบบพี่นวลทำให้กินใช้วิธีทำแบบเปียก มีน้ำกะทิเป็นตัวเอก เป็นของหวานแบบบ้านๆ ง่ายๆคู่บ้านผู้คนในยุคหนึ่ง ปัจจุบันนี้เรียกว่าเป็นขนมคู่ท้องถิ่นจะเหมาะกว่าเพราะมีให้เห็นตามตลาดสดในจังหวัดต่างๆ อย่างตลาดซุ้ย จันทบุรี เราเคยไปกินข้าวต้มเจ้าอร่อยในตลาดซุ้ย เจอร้านชื่ออรทัยขนมไทยอยู่ใกล้ๆ กันกับข้าวต้มสมบูรณ์เจ้าดัง เป็นขนมไทยเปียกน้ำกะทิบรรจุขายในหม้อที่อร่อยคนมาซื้อแน่นจนแม่ค้าต้องทำที่กดบัตรคิวไว้กันเลยทีเดียว หัวหินมีขนมหวานป้าปรางค์ที่เมนูขนมโคและข้าวฟ่างเป็นเมนูยอดนิยม และอีกหลายจังหวัดทั่วไทยที่ไปตลาดสดยามเช้าเถอะเป็นต้องเจอะขนมเปียกน้ำกะทิขายอยู่

ในกรุงเทพฯ มีขนมไทยเมนูบ้านบ้านง่ายง่ายในอดีตและกลายเป็นของหากินยากในปัจจุบันที่เราชอบหลายเจ้า วุ้นกะทิใบเตยทำเป็นรูปตัวกระต่าย หาพบได้ที่ร้านชูถิ่น (ร้านนี้เขาดังเมนูซาหริ่ม) อะลัวร์ร้านหวานดำรงค์ (หวานดำรงค์มีขนมไทยอร่อยเลอค่าหลากหลาย) คือที่สุดสำหรับเรา มันเริดสะใจตรงขนาดใหญ่และไส้ในเหลวหวานตัดกับด้านนอกกรอบๆ ต่างจากอะลัวร์สมัยใหม่ที่อันจิ๋วๆ และคนทำคงกลัวความหวานก็เลยทำหวานน้อยอันจิ๋วจ้อย เคี้ยวแล้วหยึบหวานอ่อน ไม่ใช่กรอบนอกนิดไส้ในเหลวและหวานหอมถึงใจแบบอะลัวร์หวานดำรงค์

อะลัวร์

ขนมไทยในภาคอื่นๆ ก็มีความพิเศษเฉพาะแตกต่างกันไปตามพิกัดที่ตั้งซึ่งส่งผลต่อวัตถุดิบที่นำมาใช้ประกอบอาหารขนม ผสมกับวัฒนธรรมประเพณี ขนมทางเหนือและอีสานมีข้าวเหนียวเป็นตัวเด่น ข้าวหนุกงาหอมงาคั่วตำกับข้าวเหนียว ข้าวเหนียวจิ้มน้ำผึ้ง ทางตะวันออก พนัสนิคม ชลบุรีมีของหวานยูนีคคือขนมถ้วยก้นถั่ว ขนมหวานของทางใต้เราว่าสนุกมากเช่นกัน เคยได้รับของฝากเป็นขนมบุหงาบูดะหรือขนมดอกลำเจียก ผู้ซื้อมาฝากเล่าว่าเป็นขนมพื้นบ้านมุสลิมที่ใช้ในพิธีมงคลงานแต่งงาน ทรงขนมเป็นรูปหมอนสื่อถึงการร่วมเรียงเคียงหมอน ส่วนผสมของขนมหอมหวานโดดเด่นด้วยแป้งข้าวเหนียวและมะพร้าวทึนทึก

วันก่อนเราคุยกับคุณกั๊บ (จุลเทพ ศรีพจนารถ) ผู้ที่ใจดีให้เรายืมตำราของท่านหญิงจันทร์รัชนีมาศึกษา คุณกั๊บมีคุณพ่อเป็นชาวสงขลา และท่านชื่นชอบการทำอาหารขนมสะสมตำราอาหารเก่าไว้หลายร้อยเล่ม เรากับคุณกั๊บคุยกันถึงสังขยาร้านหน่ำเฮงหลี ร้านเก๋าแถบหลานหลวง ว่าสังขยาร้านนี้ต่างจากสังขยาทั่วไปในกรุงเทพฯ เพราะมีลักษณะข้นเหนียว สีน้ำตาล ประมาณแยม (Kaya Jam) หวานหอมหนืดไม่เหลว เหมือนสังขยาสงขลาที่ไม่ใส่ใบเตยจึงมีสีน้ำตาลแตกต่างจากสังขยาภาคกลาง คุณกั๊บเล่าว่าช่วยคุณพ่อกวนสังขยาแบบนี้นานครึ่งค่อนวันสมัยเด็ก

Monsoon Tea

สงขลายังมีขนมลูกโดนอร่อยเด็ดมากที่เราขอเก็บไว้เล่าให้ฟังตอนหน้าซึ่งจะพาไปท่องสงขลากัน ตอนนี้ขอปิดท้ายด้วยของดีในเชียงใหม่ที่ไม่ใช่ขนมหวาน แต่เป็นเครื่องดื่มที่เราคิดว่าจับคู่กับขนมไทยทุกชนิดแล้วออกมาเข้าท่าไม่แพ้กาแฟดำ มันคือชามะพร้าว (Coconut Black Tea) ของร้าน Monsoon ร้านนี้มีสาขาอยู่ถนนเส้นวัดเกตุและเพิ่งไปเปิดสาขาใหม่ที่วันนิมมานฯ ใครแวะไปเชียงใหม่อย่าลืมลองสอยชามะพร้าวมาแพริ่งกับขนมไทย ที่เราว่ามันหอมชูรสชื่นใจกันดีจริง

Writer & Photographer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

บ้านเพื่อน

พลอย จริยะเวช พาไปรู้จักคนสร้างผลงานน่าตื่นเต้นแบบเป็นกันเองเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อน

เพื่อนรักของเราปรับอาคารเก่าบนถนนทรงวาด เปลี่ยนเป็นที่พักเปิดรับแขกเหรื่อจากทั่วโลกมาได้พักใหญ่ในนาม ‘บ้านทรงวาด’ บ้านที่เพื่อน อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และคู่ใจของเธอ อาทิตย์ สิริสันต์ ร่วมกันทำนั้น สร้างความประทับใจสูงสุดให้แขกสารพัดสัญชาติที่เข้าพักทุกราย ล่าสุดที่เพิ่งเช็กเอาต์รีวิวให้ว่า “คะแนนเต็ม 5 ให้ 10”

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

เรายังขอมอบตำแหน่งพีอาร์ทรงวาดผู้ทรงประสิทธิภาพให้อินด้วย เพื่อนทำให้เรารู้สึกถึงความทรงพลังของย่านนี้ในแบบที่เธอไม่ต้องพูดจาหรือแสดงอะไรยิ่งใหญ่ แต่เรากลับสัมผัสอัตลักษณ์ของชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมชัดเจน และการที่ผู้เข้ามาใหม่รักให้เกียรติชุมชนด้วยใจอ่อนน้อม อีกทั้งมาพร้อมสูตรกระบวนการคิดพิถีพิถัน เป็นสิ่งน่าชื่นชมมากจนคนนอกอย่างเราสัมผัสได้เองแบบคนทำไม่ต้องบอกหรือประกาศ อาจเรียกว่าเป็นการเกลี่ยเนียนกลืนระหว่างเก่าใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ 

อินยังแนะนำให้เรารู้จักเจอะเจอบรรดาผู้คนน่ารักแนวคิดเดียวกัน ซึ่งเข้ามาปักหลักในทรงวาดพร้อมกิจการประณีตคิดหลายหลาก จนทำให้เรามองเห็นสูตรใหม่ในทรงวาดที่มีตัวเลข 5-3-2 เป็นแกนสำคัญ

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด (5)

อินและพี่โอ๊ต อาทิตย์ เป็นชาวบ้านย่านสุขุมวิทที่หลงรักย่านเมืองเก่า (Old Town) รอบเกาะรัตนโกสินทร์ อินเริ่มต้นอาชีพการงานในบริษัทโฆษณาชื่อดัง ก่อนจะเข้าสู่วงการสิ่งพิมพ์ รับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสารเดินทางท่องเที่ยวหลายปี ต่อด้วยทำหน้าที่บรรณาธิการนิตยสาร Martha Stewart Living

จากนั้นก็ทำงานอิสระ เขียน / แปลบทความให้นิตยสารต่างๆ หลายเล่ม พี่โอ๊ตเป็นมัณฑนากรมากฝีมือ เปิดบริษัทสร้างสรรค์งานโปรเจกต์ต่างๆ และบ้านลูกค้ามากมายตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพ ทุกสุดสัปดาห์ทั้งคู่มีกิจกรรมโปรดคือขี่จักรยาน / เดินเล่นถ่ายภาพตามย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และเมืองไทย 

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

ทั้งคู่เก็บประสบการณ์ท่องทางตามตรอกย่านโบราณจนมั่นใจว่าหลงรักเมืองเก่าจริงจัง และอยากเปิดกิจการเล็กๆ ประเภทที่พักแรม จึงเริ่มออกตระเวนชมตึกที่หมายตาอย่างเจาะลึก โดยเริ่มที่ย่านท่าเตียนซึ่งรักมากเป็นพิเศษ ก่อนจะพบว่าเมื่อเข้าไปสำรวจแล้ว แปลนและ Vibe อาคารในย่านรักสุดกลับไม่ทำให้รู้สึกว่า ใช่ ในการเริ่มต้นกิจการ

จนวันหนึ่ง ขณะเดินเล่นอยู่บนถนนทรงวาดที่รักและคุ้นเคยจากการเดินเท้าบ่อยๆ เช่นกัน พี่โอ๊ตเห็นป้ายแปะให้เช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ จึงลองติดต่อไปดู ได้พบปะพูดคุยกับคุณลุงคุณป้าผู้เป็นเจ้าของซึ่งไม่คิดจะขายบ้านเก่าของบรรพบุรุษ แม้ท่านทั้งสองย้ายออกไปอยู่ย่านอื่นนานแล้ว

มรดกตกทอดอายุราว 90 ปี ถูกปล่อยเช่าเป็นพื้นที่ทำประโยชน์แก่ผู้สนใจมาตลอดเวลาหลายสิบปี จนได้จังหวะที่อินกับพี่โอ๊ตมาพบเจอบ้านช่วงว่างจากการเช่าพอดี เมื่อทั้งคู่เข้าไป ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังดี อินเล่าว่า เยี่ยมชมตึกเก่ามาหลายแห่ง แต่ที่ตึกที่ทรงวาดนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างมาก “อีกอารมณ์เลย ใจมันสบาย รู้สึกว่าถูกกับเรา”

“โชคดีบ้านนี้เป็นตึกหัวมุม ชั้นบนมีหน้าต่าง แสงเข้า ตึกนี้ยังดีมากตรงขนาด ทั้งความกว้างและลึกกว่าห้องแถวโบราณปกติ” ถูกใจนักออกแบบตกแต่งภายในมากประสบการณ์อย่างพี่โอ๊ต อินเล่าว่า พี่โอ๊ตใช้เวลาออกแบบและลงมือก่อสร้างตกแต่งใช้เวลาทั้งหมดราว 6 เดือน นับว่าเร็วมาก ส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการบูรณะซ่อมแซมโครงสร้าง

“ชั้นบนเดิมเคยถูกใช้เป็นโกดังเก็บของ พื้นตอนเรามาดูมีเสื่อน้ำมันปูไว้ นึกว่ารื้อออกมาจะเจอพื้นไม้สวยๆ กลายเป็นไม้เก่าไม้ใหม่ปนกันหลากชนิดสารพัดสี คงมีการซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง” พี่โอ๊ตจึงแก้ปัญหาด้วยการย้อมไม้เป็นสีอ่อนให้สวยเสมอกันทั้งหมด 

“ตึกผ่านการใช้งานมาเยอะ คานมีหักบ้าง ทำ Soundproof กันเสียงไว้ด้วย เพราะเราอยู่ริมถนน โอ๊ตทำไปเขียนแบบแก้ไป” อินเล่า พี่โอ๊ตเสริมว่า “ตึกเก่าต้องทำปูนใหม่ด้วย ปูนเก่ามีความกร่อน ฝนตกปุ๊บผนังจะแฉะ ดูดความชื้นมาแยะ ต้องทากันซึม พื้นก็ต้องลงกันซึมและแก้ไขเรื่องปลวก รื้อหลังคา ไล่เปลี่ยนโครงไม้ ทำรางน้ำใหม่”

แต่บันไดแคบชันแบบตึกเก่า ทั้งคู่ยังคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างไร “บันไดตึกในย่านเจริญกรุงชันกว่าแถบทรงวาดอีก” พี่โอ๊ตเคยมีลูกค้าให้ออกแบบปรับอาคารเดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กมีห้องพัก 5 ห้อง ต่างลักษณะกันกับบ้านทรงวาด

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

“เราทำเป็น Holiday Home Rental สำหรับนักเดินทางที่มาเมืองไทยแบบครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ เป็นที่พักแบบให้เช่าทั้งหลัง ทั้งหมดมีสี่ห้องนอน ชั้นบนมีสามห้องนอน ชั้นล่างมีห้องนอนเล็กห้องเดียว” ห้องนอนเล็กชั้นล่างน่ารักน่าพักมาก เป็นห้องที่เราชอบบรรยากาศที่สุด นึกถึงการนอนค้างในรถบ้านคันจิ๋วของตน พื้นที่กะทัดรัดพอดิบพอดีต่อ Human Scale อินบอกว่า ใครมาเห็นห้องนี้ก็รักและอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

การเข้าพักที่บ้านทรงวาด ผ่านกระบวนการตามระบบ Airbnb ซึ่งผู้ที่ทำการจองจะได้รับรหัสกดประตูเข้าบ้านจากสองเจ้าบ้าน และใช้รหัสนั้นกดเข้าพักในเวลาใดก็ได้ตามสะดวก และครอบครองรหัสในฐานะเจ้าของบ้านตลอดช่วงเวลาที่เข้าพัก จึงสะดวกกว่าการเช็กอินตามโรงแรมปกติ เพราะที่นี่คือ ‘บ้าน’ ที่ผู้เข้าพักได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่มีพื้นที่เปิดแบบล็อบบี้ให้บุคคลทั่วไปแวะเข้ามาเยี่ยมชมแบบโรงแรม / ที่พักแบบอื่นๆ นี่คือระบบการพักแรมแบบบ้านที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง

“วันที่เราทำบ้านเสร็จก็ชวนคุณลุงคุณป้ามาชม ทั้งสองท่านเดินดูยิ้มไปตลอด บอกว่าทำซะดีเชียว จำแทบไม่ได้เลย โอ๊ตออกแบบแบบเน้นฟังก์ชันสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงมาพักกันหลายๆ คน” ตู้เก็บของ อุปกรณ์ทำความสะอาด พื้นที่เก็บเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ถูกซ่อนไว้อย่างสวยงามแบบห้องลับที่สร้างขึ้นด้วยมุมมองมัณฑนากรเปี่ยมทักษะความชำนาญ ภายใต้ลุคเก๋งามของบ้านทรงวาดจึงเปี่ยมไปด้วยความสบายและประโยชน์ใช้สอย ตอบโจทย์แนวคิด ‘Holiday Home’ ทุกอณู

“Living Room เราใหญ่มาก สำหรับทุกคนมารวมตัวกัน ห้องน้ำแบ่งสัดส่วนอย่างดี ห้องอาบน้ำโซนเปียก โซนแห้ง สำหรับการอยู่เป็นหมู่คณะ อ่างล้างหน้าแบบ Twin แยกออกมาไว้ด้านนอกห้องอาบน้ำ กระจายตัวกันใช้งานได้ในเวลาเดียวกัน ออกแบบโดยนึกถึงชีวิตประจำวันที่คนใช้งานจริง”

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

พี่โอ๊ตและอินละเอียดคิดทุกจุด สมกับที่เราเรียกเธอว่า มาร์ธาอิน ไม่ทิ้งลายอดีตบรรณาธิการนิตยสารการใช้ชีวิตที่มีชื่อเสียงสุด กระทั่งเก้าอี้เตี้ยๆ แบบลอยตัวสำหรับตั้งวางให้เด็กเล็กปีนขึ้นแปรงฟัน มาร์ธาอินก็จัดให้พร้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

ห้องนอน Master Bedroom อยู่ชั้นบน พอขึ้นบันไดไปแล้วจะเจอหน้าต่าง มองออกไปเห็นวิวราวกับภาพวาดยุคอดีต เห็นสิ่งก่อสร้างสะท้อนวัฒนธรรมจีนปรากฏในกรอบหน้าต่างงดงามทรงพลัง พี่โอ๊ตนำภาพที่เคยถ่ายเก็บบรรยากาศบริเวณศาลเจ้า โรงงิ้ว เทศกาลสำคัญต่างๆ กินเจ ตรุษจีน การแห่มังกรถวายศาลเจ้า ประดับตกแต่งไว้ทั่วบ้านบรรยากาศสบาย Vibe น่าอยู่ที่ดูราวกับซุกตัวคู่ทรงวาดมานานแล้วอย่างเสงี่ยมงาม นอบน้อม 

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

อินและพี่โอ๊ตตั้งใจสร้างความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมด้านนอกให้เข้ากับพื้นที่แวดล้อมอย่างไม่แปลกปลอม ทาสีอาคารหล่อเรียบเนี้ยบกริ๊บ ไม่มีป้ายอะไรโฉ่งฉ่าง ปรับสร้างเพิ่มช่องแสงงานปูนเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ชั้นล่าง มีบานเลื่อนเปิดระบายอากาศได้ หรือจะปิดพรางสร้างความเป็นส่วนตัวจากถนนภายนอกอันแสนวุ่นวายในช่วงกลางวัน  

“ทรงวาดกลางคืนกับกลางวันอารมณ์ต่างกัน กลางวันพลุกพล่านตามคาแรกเตอร์ปกติของย่านนี้ มีรถเข็นส่งของแยะหน่อย แต่ไม่ขนาดสำเพ็งที่ใช้เวสป้า พอกลางคืนเงียบกริบ แต่ไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัว”

นับวันอินยิ่งหลงรักพิกัดที่ตั้งและขนาดความยาวกะทัดรัดของถนนทรงวาดที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงวาดถนนสายนี้ขึ้น หลังจากเกิดไฟไหม้ใหญ่ในแถบสำเพ็ง เยาวราช ซึ่งเชื่อมต่อสู่ทรงวาดที่พาดตัวขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีท่าน้ำราชวงศ์เป็นจุดสำคัญก่อเกิดเรื่องราวการแลกเปลี่ยนไปมาค้าขาย ดึงผู้คนหลากเชื้อชาติให้มาเทียบท่าและอยู่อาศัย ทรงวาดได้ชื่อว่าเป็นจุดกำเนิดธุรกิจค้าข้าวของไทย ปัจจุบันก็ยังคงมีกิจการค้าส่งพืชผลการเกษตรต่างๆ เปิดทำการอยู่

อาคารบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ ที่เรียงตัวบนถนนทรงวาดเรียกว่าสภาพสวยสมบูรณ์คงรูปทรงเดิมกว่าตึกแถบสำเพ็งเยาวราช ตึกกลิ่นอายยุโรป ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบอิตาเลียนสวยงาม

หากเริ่มต้นที่ท่าน้ำราชวงศ์หันหน้าสู่ถนนทรงวาด ด้านขวาคือเจ้าพระยา ด้านซ้ายมีถนนและตรอกเล็กแคบ 3 – 4 สาย ทำหน้าที่เชื่อมต่อทรงวาดสู่เยาวราชสำเพ็ง ได้แก่ ถนนมังกร ตรอกอิสรานุภาพ ตรอกเยาวพานิช และตรอกสะพานญวนซึ่งอยู่ใกล้กับถนนทรงสวัสดิ์และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งเดี๋ยวอินจะชวนเราไปรู้จักกับเพื่อนร่วมสมาคมคนรักทรงวาด เจ้าของเลข 3 ใน ‘ทรงวาดสูตรใหม่’ ที่เราจั่วหัวเรื่องไว้

บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
บ้านทรงวาด Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

เลข 5 มาจาก 50s ช่วงวัยของอินและพี่โอ๊ต ผู้ซึ่งเพิ่งก้าวผ่านช่วงวัย 40 มาได้ไม่กี่ปี เราว่าคนรุ่นห้านี้น่าสนใจในแง่เก็บประสบการณ์ทักษะความชำนาญมาเพียบ (อย่างต่ำๆ 30 ปี) เคยผ่านระบบการทำงานองค์กรใหญ่ ได้ลองเรียนรู้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างทะลุ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใดๆ มาแล้ว ไม่มีความจำเป็นหรือความพยายามที่จะทำอะไรเพื่อพิสูจน์อะไร แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงทางกระบวนการคิด พร้อมลงมือสร้างงานเพื่อผลของงาน มองเห็นคุณค่าสิ่งที่ดีอันเคยเกิดขึ้นในโลกเก่า เข้าใจความเป็นไปในโลกยุคหน้า ขณะเดียวกันก็เข้าใจการใช้เทคโนโลยีช่วยขับเคลื่อนกิจการอย่างลื่นไหล 

บ้านทรงวาดเปิดตัวรับแขกได้ไม่กี่เดือนก็สอยสถานะ Super Host กวาดคะแนนสูงสุดจาก Airbnb มาครองแบบติดลมบน คะแนนสูงลิ่วไม่เคยลด ลูกค้าแทบทุกรายชมเหมือนกันว่า “More than we expected.” ไม่นึกว่าจะดีแบบนี้ ไม่นึกว่าจะพักสบายขนาดนี้ ฟังก์ชันและประโยชน์ใช้สอยที่เสริมการพักผ่อนมีความเป็นสากลสำหรับธุรกิจการพักแรมมากกว่าลุค สไตล์ หรือเปลือกการตกแต่งที่เก๋ไก๋เตะตา

ลูกค้าวัยรุ่นชาวฮ่องกงวัย 20 คร่ำครวญชื่นชมบรรยากาศการใช้ชีวิตในบ้านทรงวาดไว้ในสมุดเยี่ยมด้วยความรู้สึกเดียวกับลูกค้าเกาหลี จีน เนเธอร์แลนด์ อินเดีย มาเลเซีย สวีเดน อเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วยผู้คนจากทุกช่วงวัย 30 – 60 ชาวแอร์บีเอ็นบีหมุนเวียนกันมาไม่ขาดสาย บ้านทรงวาดแทบไม่เคยว่าง

อิน-อินทุกานต์ คชเสนี สิริสันต์ และ อาทิตย์ สิริสันต์

“ใครมาพักเราก็ดูแลแบบเขาเป็นเพื่อน แนะนำให้รู้จักของอร่อยในชุมชน สถานที่น่าไปเยี่ยมชมต่างๆ” อินตอบคำถามผ่านแอปทางมือถือลูกค้าอย่างไวว่องมาก จุดเด่นของ Airbnb น่าจะอยู่ตรงนี้ที่ผู้เข้าพักแรมอุ่นใจกับการมีเจ้าถิ่นดูแลชิดใกล้

“ลูกค้าเคยลืมไอแพดไว้ในรถแท็กซี่ ก็โทรมาหาเราว่าทำไงดี เขาร้อนใจมาก เราก็ช่วยหากล้องวงจรปิด ดูทะเบียนรถแท็กซี่ บังเอิญตอนกลางคืนมืดมาก แท็กซี่จอดไกลกล้องไปหน่อย แต่ปรากฏว่าแท็กซี่ดีมาก เสิร์ช Google Maps ชื่อบ้านทรงวาด ซึ่งมีเบอร์มือถือเราอยู่ด้วย แล้วโทรติดต่อเรามาเองและนำไอแพดมาส่งคืนลูกค้า” บางทีมีกรณีลูกค้าจะเช็กเอาต์ออกจากบ้าน เกิดปิดแอร์ไม่ได้ จึงส่งข้อความถึง Super Host Martha In ผู้เดินทางอยู่ในญี่ปุ่นกับพี่โอ๊ตตอนนั้นพอดี แต่ทั้งคู่ก็สั่งปิดแอร์ได้จากโตเกียวผ่านแอปในมือถือ 

อินและพี่โอ๊ตยังพบความประหลาดใจที่น่ายินดีมาก เมื่อพบว่าเพื่อนเก่าสมัยเรียนต่างแดนของอินคือ โอภาส จันทร์คำ ใจตรงกัน มาเปิด F.V อยู่บนทรงวาดเช่นกันในเวลาไล่เลี่ยกันโดยไม่ได้นัดหมาย ห่างกันไม่กี่สิบก้าว มีโรงเรียนเผยอิงกั้น เมื่อใดที่มีแขกเข้าพักบ้านทรงวาด ทางร้านเอฟวีจะจัดขนมไทยส่งมาวางให้ในบ้านทรงวาดทุกครั้ง

‘บ้านเพื่อน’ นำเสนอเรื่องราวของเอฟวีไปแล้วในทรงวาดตอนที่ 1 โอภาสเป็นอีกคนในรุ่นต้น 50 ที่เราว่ามีความมั่นคงในกระบวนการคิดไม่ต่างจากอินและพี่โอ๊ต เรายังชอบที่โอภาสพูดถึงเรื่องอนาคตที่ดีและแข็งแรง (Healthy Future) ว่าเกิดจากการหลอมรวมเรื่องราวของวัฒนธรรมในอดีต สิ่งดีมีคุณค่าที่เคยเกิดขึ้นในวันเก่าก่อน ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ พืชพรรณ ของประจำท้องถิ่นไทย และนวัตกรรมของอนาคต แนวคิดหลักที่หลอมรวมการเริ่มต้นสร้างกิจการใหม่ในย่านเก่าของเขา

Holiday Home จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ
จากอาคารเก่าบนถนนทรงวาดโดยฝีมือคู่รักนักท่องตรอกย่านโบราณ

บ้านทรงวาด

835 ถนนทรงวาด

โทร 08 9891 9122

http://abnb.me/18bVyM1PeV

Facebook : Baan Song Wat

Writer

พลอย จริยะเวช

เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์และ Concept Designer มากความสามารถชื่อดัง ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน Artist Writer นักแปล คอลัมนิสต์ และนักวาดมืออาชีพ ผู้มีผลงานออกแบบวางจำหน่ายในงานแฟร์ของตกแต่งที่ดีที่สุดในโลก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load