Ignacy Jan Paderewski นักเปียโนชาวโปแลนด์ พูดเอาไว้ว่า “I can’t imagine a genuinely happy home without music in it” (เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าบ้านที่ไร้เสียงเพลงจะเป็นบ้านแสนสุขจริงๆ ได้อย่างไร)

เห็นจะจริง

หลายเดือนก่อนหน้านัดหมาย เพลง-ต้องตา และ ป้อง-ปกป้อง จิตดี สองพี่น้องแห่งวง Plastic Plastic เราดูมิวสิกวีดีโอเพลงฮัม (Hum) และได้ยินว่าทั้งคู่ใช้สตูดิโอหลังใหม่ถ่ายทำบางฉากในเอ็มวีกันเอง แค่เห็นเปียโนหลังเขื่องบนพรมสีแดงข้างกันมีโคมไฟสูงและแจกันต้นไม้แสนมินิมัล บนโซฟาสีดำสนิทมีบันไดไม้พาดขึ้นคล้ายจะมีเตียงนอนชั้นลอย ก็อยากเยี่ยมบ้านพวกเขาทันที 

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic, เพลง-ต้องตา และ ป้อง-ปกป้อง จิตดี

เพราะเชื่อว่า บ้านเพลงหลังนี้คงจะธรรมดาเป็นพิเศษ

เดินเท้าไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ทะลุผ่านร้านอาหารบ้านก้ามปู โรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ จนเจอบ้านจั่วสีขาวหลังเล็ก คือสตูดิโอทำเพลงของทั้งคู่ ต้องตาและปกป้องเดินออกมาต้อนรับด้วยท่าทีสดใส ก่อนนั่งลงตรงข้าม แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องบ้านหลังนี้ให้ฟัง

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

บ้านที่พี่ชายออกแบบ

สองพี่น้องโดดเด่นในวงการเพลงสายอินดี้ป๊อบ มากกว่า 6 ปี จากแนวเพลงฟังสบายที่เลือกใช้ซาวด์ดนตรียุค 50 – 60 ผ่านท่วงทำนองสว่างไสวจากเครื่องดนตรีเพียง 2 ชิ้น คือเปียโนและกีตาร์ สร้างสรรค์แนวเพลงของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์ บวกกับเสียงใสๆ ของต้องตา หลับตาฟังยังรู้ว่านี่คือ Plastic Plastic ไม่ผิดแน่

ก่อนมีสตูดิโอหลังนี้ พวกเขาทำเพลงกันในบ้านหลังเดิมของครอบครัวอยู่แล้ว แต่พักหลังมีแขกมาเยี่ยมเยือนบ่อย ทั้งที่แวะเข้ามาอัดเพลง มาทำเพลง ทั้งคู่คิดตรงกันว่าอยากจะขยับขยายพื้นที่แยกความส่วนตัว ซึ่งบ้าน 1 ใน 5 หลังที่อยู่ในบริเวณนี้และไม่มีคนอยู่มานานก็ถูกทั้งคู่หมายตา

มีห้องรับแขกอย่างเป็นสัดส่วน และมีห้องทำเพลงที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ให้พอดีกับพื้นที่ คือโจทย์แรกที่ทั้งคู่คิด

“บ้านหลังนี้เป็นบ้านยุค 90 อายุน่าจะสามสิบปีได้ ผมไม่ได้ออกแบบให้สำเร็จตั้งแต่ต้นนะ คือลองไปเรื่อยๆ อย่างช่องนี้ ลองเจาะดูมั้ย หรือ เฮ้ย ไม่ได้ว่ะ ต้องเว้นตรงนี้ไว้ ไม่ได้คิดแต่แรกว่า เฮ้ย ต้องมีไฟตรงนี้ ช่วงที่ใกล้เสร็จ ใกล้จะทำไฟค่อยมาคิดกันว่า เราจะยังไง คือผมก็ไม่เคยทำบ้านเองแบบจริงๆ”

แม้จะพูดอย่างถ่อมตน อีกบทบาทหนึ่งก่อนหน้าของพี่ปกป้องคือนักเรียนสถาปัตย์ที่เป็นสถาปนิกอาชีพอยู่หลายปี ก่อนเปลี่ยนปากกาเขียนแบบมาเขียนเพลงอย่างเต็มตัว

บ้านสองชั้นพื้นที่ 64 ตารางเมตรหลังนี้ถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ตามพื้นที่จริงที่มีอยู่และรบกวนโครงสร้างเดิมให้น้อยที่สุด ส่วนกำแพงทึบก็เจาะช่องกระจกให้มากที่สุด เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้าน และเป็นการเปิดให้แสงเงาเข้ามาในเวลาที่ใช่ โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ที่แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านมูลี่ ยิ่งสร้างท่วงทำนองพิเศษให้บริเวณนี้ตามจังหวะของแสง

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

เมื่อทุบกำแพงกั้นห้องชั้นล่างออกทั้งหมด บันไดจึงตระหง่านอยู่กลางบ้าน ปกป้องเลือกถอดราวกันตกออกเพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่ง และไม่รบกวนสายตาขณะนั่งตรงโซฟาส่วนรับแขกแล้วมองออกไปยังหน้าประตูบ้าน

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

“พอดีคุณตาเป็นสถาปนิกด้วย ที่ออกแบบเลยได้อิทธิพลอะไรมาจากเขานิดนึงว่า การทำบ้านต้องทำให้โปร่ง เพราะบ้านทุกหลังที่นี่โปร่งหมดเลย รอบๆ เป็นกระจก มีมุ้งลวดเยอะๆ ” น้องสาวเล่าเสริม

เกือบลืมเล่าถึงทางเข้าบ้านแสนน่ารักนี้ ขวามือเป็นบาร์ขนาดเล็กพอให้วางเครื่องชงกาแฟสีสวย ด้านหลังมีชั้นวางแก้วเซรามิกเรียงเต็มผนัง ด้านหน้ามีบาร์นั่งติดช่องหน้าต่างบานกลมไว้มองลอดออกไปยังสนามเด็กเล่น

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

มุมคาเฟ่นี้ ทั้งคู่เอ่ยปากว่าเตรียมไว้สำหรับชงกาแฟรับแขก แต่เพลงแอบกระซิบเราว่า เธอเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับแผนในอนาคตอย่างเวิร์กช็อปหรือบางอย่างที่เธอกำลังคิดอยากทำเพิ่ม 

ขึ้นไปบนชั้นสอง แบ่งเป็นห้องอัดเสียงและห้องสำหรับทำงาน ส่วนอีกห้องเป็นห้องเก็บของที่เจ้าตัวบอกว่าไม่มีไม่ได้ ‘เอาไว้ซ่อนของรกๆ’ ผู้น้องว่าอย่างนั้น ก่อนพากันหัวเราะร่วน

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

“หลักๆ คืออยากให้มันฟีลเหมือนเด็กเล่น มีเตียงอะไรข้างบนให้มันดูสนุกครับ ไม่อยากให้มันดูจริงจัง แบบ โหย ห้องอัด” ปกป้องเล่าพลางเปิดประตูให้เราเข้าไปดูข้างใน 

สตูดิโอที่แคร์การมองเห็นวิวมากกว่าเสียง

ห้องอัดเสียงส่วนใหญ่ที่เราเคยเห็นมักเป็นห้องทึบ เจาะช่องกระจกเล็กๆ ตรงกัน เพื่อเอาไว้สื่อสารกับนักร้องที่อยู่อีกห้อง แต่ที่จิตดีสตูดิโอ เขาเจาะช่องกระจกนั้นให้หันหน้าออกทางวิวนอกบ้านที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ รวมถึงแทนที่ผนังด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้าน 

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic
เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

“จริงๆ มันเรื่องเสียงอะคูสติกที่ต้องกังวลครับ” ปกป้องรีบเอ่ย เมื่อเห็นเราทำสีหน้าสงสัย 

“แต่ว่าเราไม่ได้ทำห้องอัดแบบจริงจังมากขนาดนั้น คือเกือบจริงจัง เราเลยต้องบริหารระหว่างความโปร่งกับความอะคูสติก ซึ่งถ้าเอาแบบเสียงดีมาก อะคูสติกจัด มันก็ต้องทึบไปเลย แต่เราอยากได้บรรยากาศด้วยครับ” เขารีบต่อบทสนทนา

“อีกอย่าง ผมจะทำงานคนเดียวมากกว่า ปกติห้องอัดเขาจะอัดเสียงนักร้องทุกวัน แต่ผมแทบจะแบบอัดร้องประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ ก็คือตามการใช้งานครับ ก็เลยหันออกดีกว่า

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

“ส่วนห้องข้างนอกเอาไว้ทำงานที่ไม่ต้องกันเสียงอะไร เน้นความครีเอทีฟมากกว่า เลยเอาบรรยากาศก่อน” ปกป้องเล่าพลางพาเดินไปเปิดประตูระเบียง ที่เขาตั้งใจเก็บเอาไว้ เผื่อแดดร่มลมตกก็ออกไปนั่งมองร่มไม้ คิดอะไรเล่นๆ 

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

สตูดิโอที่แชร์พื้นที่กับโรงเรียน

การเติบโตในบ้านท่ามกลางโรงเรียนอนุบาล ทำให้พวกเขาผูกพันกับที่นี่เป็นพิเศษ และไม่ลังเลถ้าต้องเลือกทุบกำแพงบ้านออกเพื่อเชื่อมโรงเรียน สนามเด็กเล่น และโฮมสตูดิโอของเขาไว้ด้วยกัน

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

แก้ปัญหาความสูงต่ำของพื้นที่โรงเรียนกับตัวบ้านและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยการทำขั้นบันไดที่ควบหน้าที่เป็นสแตนด์สำหรับนั่งทำกิจกรรม ฝีมือคุณตา

แบ่งพื้นที่ใต้ถุนบ้านเป็นห้องเรียนวิชาคุกกิ้ง ออกแบบบ้านต้นไม้ที่มีสไลเดอร์ มีเชือกสำหรับไต่และมือจับปีนผา รวมถึงของเล่นในสนาม ฝีมือปกป้อง

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

ช่วยคุณแม่บริหารโรงเรียนอนุบาลเทพารักษ์ ฝีมือต้องตา

“แล้วเด็กๆ เขาเรียนอะไรกัน ทำไมดูน่าสนุก” เราถามเธอ

จริงๆ มันไม่เชิงเป็น วิชานะ แต่จะเรียนไม่เหมือนกันเลยแต่ละห้อง อย่างเช่นถ้าเด็กห้องนี้กำลังสนใจเรื่องผีเสื้อก็จะเอาเรื่องผีเสื้อมาเรียนให้เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ คือเอาเรื่องนั้นมาทำให้เป็นทุกวิชาได้” เธอตอบ 

ฟังแล้วก็น่าสนุกจริงๆ เพราะนอกจากวิชาศิลปะและยังมีวิชาดนตรีที่เป็นกึ่งกิจกรรมกึ่งดนตรี ที่เรียกว่า Orff Schulwerk คือเน้นให้เด็กได้มีพัฒนาการทางอารมณ์ เน้นการเคลื่อนไหว เน้นการเข้าใจจังหวะ รวมถึงกิจกรรมน่ารักที่เสริมพัฒนาการทุกส่วนของน้องๆ ไปพร้อมกับการเล่นสนุก อย่างการแสดงออกบนเวที การพับดอกบัว การทำปุ๋ยหมักในคลาส Global Warming 

แน่นอนว่าทั้งสองพี่น้องผ่านการเป็นนักเรียนอนุบาลตัวน้อยที่นี่

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

เริ่มที่บ้าน จบที่บ้าน

เติบโต ร่ำเรียน (อนุบาล) และทำงาน ชีวิตของทั้งคู่วนเวียนอยู่กับบ้านไม่ห่างไปไหน 

“เพราะว่าเป็นคนชอบอยู่บ้าน เลยส่งผลต่อการทำเพลงด้วยหรือเปล่า” เราเอ่ยขึ้นหลังเดินเข้าออก สำรวจมุมโน้นมุมนี้

“ด้วยนะ คือเป็นคนชอบอยู่บ้านด้วย แล้วก็…” น้องสาวว่า

แล้วก็ชอบไม่อยู่บ้าน (หัวเราะ)” พี่ชายเสริมทับทันที

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

“อย่างอัลบั้ม Stay at home เราจบงานที่บ้านด้วยแหละ เลยรู้สึกว่าเป็นอัลบั้มที่ทำที่บ้านจริงๆ

“ส่วนมากเราหยิบเรื่องใกล้ตัวมาแต่งเพลง เป็นเรื่องในบ้านก็เยอะ มีเพลง เปิดประตู ที่ร้องว่า ‘มาเปิดประตูให้ฉันที ไม่รู้วันนี้กุญแจหล่นไปรึเปล่า’ คือเล่าจริงที่ตอนนั้นเข้าบ้านไม่ได้ เพราะกลับบ้านดึก ทุกคนนอนหมดแล้วจนต้องปีนหน้าต่างขึ้นห้อง ก็เลยเอามาเล่าเป็นเพลง ส่วนเรื่องหยิบแฮม (เพลงหยิบแฮมเป็นแผ่นที่หก) มันก็คือเรื่องในห้องครัว ในบ้าน” ต้องตาพูดต่อด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

“เวลาทำเพลงจะพยายามให้มันจบที่บ้าน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่มัธยม ถ้าคนอื่นที่เล่นดนตรีแต่ไม่ทำเพลงเองก็จะไปห้องซ้อม แต่เขาชอบศึกษาด้วยตัวเอง ฝึกอัดเองอะไรเอง พอศึกษาเรื่อยๆ ก็แบบเราทำเองได้” ปกป้องเล่าพลางนึกย้อนไปถึงช่วงเวลานั้น

นับตั้งแต่เพลงแรก จนถึงเพลงล่าสุด ทั้งคู่ทำเพลงเองที่บ้านทุกกระบวนการ จนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า การทำงานอยู่ที่บ้านนั้นดีกว่าเยอะ 

“มันชิน ทำนานแค่ไหนก็ได้ ทำเมื่อไหร่ก็ได้…” น้องสาวว่า

“แล้วก็ไม่ทำก็ได้ (หัวเราะ)” พี่ชายรีบเสริมทับ (อีกครั้ง)

ยิ่งช่วงนี้ทั้งคู่สนุกกับการทดลองจับนู่น ผสมนี่ เพื่อแต่งสตูดิโอของตัวเองไปด้วย ก็ยิ่งทำให้พวกเขาหลงบ้านตัวเองจนไม่อยากออกไปไหน

ไม่ใช่แค่พวกเขา เราเองยังแอบตกหลุมรักสตูดิโอหลังนี้เข้าเสียแล้ว

ก่อนกลับเราร่ำลากันด้วยประโยคติดตลกของปกป้อง “รู้สึกเป็นบุญมาก ที่ทำงานอยู่ที่บ้านได้ (หัวเราะ)”

เห็นจะจริง

การได้อยู่ในบ้านที่มีเสียงเพลงคอยเติมความสุข เติมชีวิตชีวาให้ไม่เงียบเหงา มีเสียงหัวเราะสนุกสนานของเด็กๆ คลอเบาๆ ไปกับทำนองของเครื่องดนตรี กลายเป็นเมโลดี้ที่ฟังเพลินไปอีกแบบ

ก็เป็นบุญ อย่างที่เขาว่านั่นแหละ

เยี่ยมบ้านที่เป็นทั้งสตูดิโอทำเพลง โรงเรียนอนุบาล และร้านอาหารของสองพี่น้องวง Plastic Plastic

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

ไม่แน่ใจว่า เอ็กซี่ ด๊อบบี้ สิปาง หรือ ฮอลล์-วงศกร คล้ำมณี และ กวาง-ธัญวรัตน์ วงศ์อภัย เป็นเจ้าของบ้านตัวจริงกันแน่ เมื่อพบว่าผู้มาเยือนแสนซ่าทั้ง 3 เดินขึ้น-ลง และวิ่งไล่กันทั่วบ้านอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย

หากทำงานสายโปรดักชัน อาจคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งคู่ในฐานะคนเบื้องหลัง ฮอลล์เป็นนักตัดต่อที่ฝากฝีมือไว้ในงานภาพยนตร์โฆษณาแบรนด์ดังเกิน 200 ชิ้น สำหรับกวาง เธอทำสไตลิสต์ควบคู่ไปกับการเป็นผู้จัดการกองถ่าย

ส่วนเราคุ้นเคยกับเขาในฐานะรุ่นพี่ร่วมคณะ

บ้านจัดสรร 2 ชั้น บนที่ดินราว 66 ตารางวา ขนาดพอดีแก่การขยับขยายชีวิตของหนุ่มสาววัยเลข 3 ต้นๆ ให้ทำได้หลายอย่างอย่างที่ชอบ ทั้งอยู่อาศัย ทำงาน ทำขนม ปลูกผัก รวมถึงเป็นที่พบปะครอบครัว-เพื่อนฝูง บางวันยังเปลี่ยนเป็นที่แคมปิ้งสำหรับสังสรรค์และรับแขกคุยงาน ตามแต่กิจวัตรจะแจ้งเตือน

เรานัดกันบ่ายแก่ค่อนไปทางเย็น เมื่อมาถึง พวกเขาพาเดินลัดเลาะสวนด้านข้างไปยังสนามหลังบ้าน ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็นส่วนต่อเติมที่ตั้งใจให้โฮมคาเฟ่ของตัวเอง และที่น่ารัก มันยังเป็นมุมเครื่องดื่มที่ทั้งสองว่ามีไว้ต้อนรับเพื่อนโดยเฉพาะ

แวะทักทายคุณพ่อคุณแม่ผู้พา 2 เกรย์ฮาวด์มาสร้างความคึกคักซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงเดินเข้าสำรวจในบ้านอย่างรวดเร็ว 1 รอบ และกลับมานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้เพื่อนใหม่ทั้งสามทำความรู้จักกันตามประสา

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

Heartmade

เดิมทีทั้งคู่อยู่อพาร์ตเมนต์ เมื่อตัดสินใจอยากมีบ้าน ก็เริ่มต้นจากการตระเวนดูหลายๆ โครงการเพื่อเปรียบเทียบ

“ทำการบ้านทั้งหมดสิบสามโครงการ” หญิงสาวเริ่มต้นเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

“เราเป็นคนที่ไม่ชอบอย่างหนึ่งคือ การตากผ้าหน้าบ้าน มันดูไม่เรียบร้อย ไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ อยากได้หลังบ้านเยอะๆ เพราะอยากปลูกผักเองด้วย จริงๆ ไม่ได้ชอบปลูกผัก แต่รู้สึกว่าอยากลองทำดู แล้วก็ปลูกผักสวนครัวเล็กๆ ข้างหลัง ที่เรากินได้ กะเพรา ใบมะกรูด ขิง ข่า” กวางต่อบทสนทนา

หลังเลือกทำเลและพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตรวมถึงทำงานอย่างราบรื่น ขั้นตอนถัดมาคือจะทำอย่างไร ให้บ้านจัดสรรหลังนี้สวยตรงใจทุกอย่าง

ทั้งสองสะสมความชอบจากการไปเที่ยวตามโรงแรม รีสอร์ตต่างๆ เก็บเล็กผสมน้อยมาวาดฝันแบบบ้านที่พวกเขาอยากอยู่

“เอาจริงๆ เวลาไปรีสอร์ต เราก็ไม่ได้ชอบแนวเดียว รู้สึกว่าตรงนี้ของที่นี่ก็สวย ลอฟต์ของที่นี่ก็เวิร์ก รีสอร์ตหนึ่งที่ปราณบุรีแนวโมร็อกโกก็ชอบ ด้านหลังที่ต่อเติมเลยอยากให้มันเปลือยเป็นโซนเวิร์กชอปแบบดิบๆ ไม่ต้องซ่อนไฟ ส่วนข้างในเราชอบฟีลไม้ๆ ข้างบนเราชอบรีสอร์ตนิ่งๆ หน่อย ของไม่เยอะ ทุกอย่างพยายามเกาะความเป็นไม้” ชายหนุ่มว่า

“ตอนไปบ้านคนอื่นหรือไปเห็นอะไรระหว่างทาง ถ้าชอบ อยากมีบ้านแบบนี้มั่งจัง จะมานั่งหาเรฟเก็บกันไว้ว่าจุดนี้แบบนี้ไหม เธอว่าไง มันเป็นการออกแบบทั้งคู่ช่วยกัน” หญิงสาวเสริม

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

ถ้าจะให้นิยามการตกแต่งบ้านของเขา คงใกล้เคียงความเป็น Japandi ที่เจ้าบ้านแอบไปศึกษาว่าความชอบเช่นนี้เรียกสไตล์อะไร 

ความเรียบง่าย อบอุ่น คือข้อดีของบ้านที่ผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับสแกนดิเนเวีย และยังดึงธรรมชาติเข้ามาอยู่ในบ้านผ่านสัจจะของพื้นผิว เลือกใช้สีแนวเอิร์ธโทน แต่ก็ไม่ลืมเติมสีสันผ่านเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ และเติมเส้นสายนิ่งๆ เข้าไปให้บ้านดูไม่เนี้ยบเกินไปนัก ที่สำคัญ เปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่งแบบ Open Space พร้อมรับแสงอย่างทั่วถึงจากประตูหน้าต่างบานใหญ่

“เรารู้สึกว่าบ้านมันน่าจะเล่นได้หลายอย่าง ไม่ได้ชอบความกลมกลืนไปทั้งหมด ตรงนี้เป็นเจแปนดิ ตรงนี้เป็นมิดเซ็นจูรี่ พอเดินขึ้นไปก็จะตัดอารมณ์ เหมือนเราวุ่นวายจากข้างล่าง เข้าห้องนอน ก็เป็นการผ่อนคลายสำหรับเราสองคน ชอบอะไรน้อยๆ เลยใช้สีสงบๆ อย่างดำเทา พวกเฟอร์นิเจอร์ก็ใช้แบบไม่หนัก เคลื่อนย้ายง่าย ถ้าเบื่อเราก็เปลี่ยน ยกโซฟาไปข้างบน แล้วเปลี่ยนข้างล่างเป็นอาร์มแชร์ หมุนไปเรื่อยๆ ได้” ฮอลล์อธิบาย

ภาพ : วงศกร คล้ำมณี

Homemade

หนุ่มนักตัดต่อชอบแต่งบ้าน เขาเริ่มจากเล็กๆ อย่างห้องทำงานที่บ้านพ่อแม่ ขยับมาตกแต่งครัว ก่อนย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ก็จัดนู่นขยับนี่ตามประสา

“เราไม่เคยทำบ้านนะ พอทำปุ๊บ ปัญหาแม่งเยอะฉิบหายเลย ก็แก้มาเรื่อยๆ และรู้ลำดับขั้นตอน มันปวดหัวด้วยความเป็นบ้านจัดสรรเลยมีข้อจำกัดเยอะ ถ้าเราทุบต่อเติมส่วนใดไปส่วนนั้นๆ ก็จะหมดประกัน ก็เลยคุยกับอินทีเรีย ลองหาแบบที่มันไม่ต้องทุบ ก็ทำงานง่ายขึ้น”

ด้วยความที่บ้านเป็นทางเดียว มีโถงสี่เหลี่ยมโล่งยาว หากเป็นบ้านจัดสรรทั่วไป จะแบ่งโซนรับแขกกับทานอาหารด้วยโซฟาและชุดโต๊ะกินข้าว เมื่อพวกเขาตัดสินใจแยกโซนอาหารไปไว้ข้างหลัง ความยากคือ จะออกแบบอย่างไรให้ดูมีอะไร ใช้ตรงไหนเป็นจุดเด่น 

“ไหนๆ ก็ทำให้มันเพลนไปแล้ว ก็ทำให้มันดูสไตล์หน่อย ชอบความเป็นไม้ระแนง ก็เลยเอาระแนงไม้ตีแบ่งครึ่งกับสมาร์ทบอร์ดลนไฟ ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นไม้ระแนงแบบต่อ ไม่ได้เป็นเส้นเดียวยาวๆ แบบนี้ นี่ช่างก็มาทำหน้างานเลย เอามาประกอบทีละชิ้น ข้างหลังก็ซ่อนห้องเก็บของกับห้องน้ำไว้” ฮอลล์ว่าพลางชี้ไปยังผนังระแนงไม้ จุดโดดเด่นที่สุดในห้องรับแขก

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง
บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

ข้าวของที่เห็นส่วนมากมาจากของเก่าเก็บในอพาร์ตเมนต์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ทั้งคู่เอฟมาจากร้านมือสองในอินสตาแกรม บางชิ้นก็สั่งมาจากต่างประเทศ อย่าง Togo โซฟาสีเขียวเข้มและสีเหลืองสด

“รู้หมดว่าร้านไหนจะลงของเมื่อไหร่ บางทีถึงเวลาก็รีบเปิดเข้ามารีเฟรชรอ” เขาเล่าขำๆ

“เรารู้สึกว่าถ้ามีบ้านต้องใช้ชีวิต ใช้ของทุกอย่างจริงๆ เราจะไม่มีของประเภทมีไว้ทำไรอะ ดราฟต์แรกที่อินทีเรียทำมาหรูเลย มีบาร์ด้านหลัง มีโต๊ะกินข้าว โคมไฟตรงกลาง ไม่ค่อยโฮมมี่เท่าไหร่ รู้สึกว่าอยู่จริงไม่ได้ แต่บ้านจัดสรรมันโดนกำหนดมาแล้ว เอาจริงๆ มันแต่งยากมาก เราเคยคิดกันนะว่าบ้านมือสองไหม (ฮอลล์ : กลัวของแถม (หัวเราะ)) แต่เราก็กลัวการทำใหม่ทุกอย่าง ระบบน้ำ ระบบไฟ แล้วเราจะเหนื่อยกับการทำบ้านหนักมาก ซึ่งหลังนี้เราอยู่ทุกขั้นตอนกันทั้งคู่ ตั้งแต่หาแบบเอง เข้ามาดูช่างเองทุกอย่าง” กวางเล่าต่อ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

“ใจเราอยากทำบ้านจัดสรรให้ดูเก๋ด้วยนะ เพราะมันทำยากเหมือนกัน แล้วเราก็มองภาพไม่ออก อย่างของกระจุกกระจิก เช่น โต๊ะกลางหน้าโซฟา วางยังไงก็รู้สึกไม่เข้า เราไม่รู้ว่าจะใช้ทรงไหนมั้ง กับพรม เราไม่แน่ใจว่าบ้านมันต้องมีพรมหรือเปล่า จะซื้ออยู่ละ ไปถึงจุดจ่ายตังค์แล้วก็ไม่เอาดีกว่า ตอนแรกบ้านมันโล่งกว่านี้อีก เลยลองเอา Balance Board มาวางเล่นดูเฉยๆ มองแล้วเก๋ดีว่ะ ทิ้งไว้เวลาใครอยากเล่นมาก็ได้

“พอมาถึงจุดนี้ก็โอเคนะ แต่งจากสิ่งที่มี เพราะทั้งชีวิตก็แต่งมาจากแบบนั้น รู้สึกว่าไม่เคยทำบ้านที่เริ่มจากศูนย์ ง่ายๆ คือยังไม่มีตังค์” หนุ่มเจ้าบ้านเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

นอกจากจุดโฟกัสต่างๆ ดีเทลของบ้านหลังนี้ยังอยู่ที่การจัดแสงด้วยเลนส์ของนักทำหนังโฆษณา

“การจัดไฟก็สำคัญกับมู้ดบ้าน ตอนดึกๆ เราไม่อยากให้แสงมันเยอะมาก เลยยิงขึ้นข้างบนให้แสงมันนุ่มลง เกิดลายที่ทำให้ฝ้าดูไม่เรียบ แล้วก็เลือกโคมไฟให้เหมาะ”

และหากเปิดไฟหลังไม้ระแนงก็จะเห็นเส้นแสงกระทบบนพื้นเป็นอีกกิมมิกที่บังเอิญอย่างตั้งใจ

บ้านจัดสรรจัดสวยของคู่รักโปรดักชัน ฮอลล์-กวาง มีทั้งที่ทำงานและโฮมคาเฟ่ของตัวเอง

เมื่อขึ้นไปยังชั้น 2 ดูเหมือนว่าแนวทางการตกแต่งจะเปลี่ยนอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ภายในห้องทำงาน เลือกใช้สีเคร่งขรึมด้วยต้องใช้สมาธิและมีผลต่อการมองจอตัดต่อ ข้างๆ มีที่นั่งริมหน้าต่างสำหรับเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้นสาย หรือวันไหนเหนื่อยก็ไว้งีบเอาแรง ส่วนด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บของได้อีกฟังก์ชัน

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

ถัดไปเป็นห้องนอนที่ขอให้สงบเงียบ มีของน้อยชิ้นที่สุด และเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่วนตู้เสื้อผ้าใช้ไม้ระแนงแทนหน้าบาน ล้อไปกับดีไซน์ข้างล่าง

“ตรงผนังที่มีสีเขียวอยู่ ตอนแรกต้องทาสีเทาเดียวกัน พอเห็นเขาทารองพื้นสีเขียว สวยดีว่ะ เลยบอกพี่เอาไว้อย่างงี้แหละ ถ้าจะทาทับก็ทาเป็นสีเขียวนี้นะ” เขาเล่าข้อดีอีกอย่างของการเข้ามาดูบ้านเองบ่อยๆ ก็จะเกิดไอเดียปรับเปลี่ยนได้ตลอด

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

Flexible Home

บ้านหลังนี้ยืดหยุ่นกับการใช้ชีวิต พอๆ กับการทำงานในสายโปรดักชันของฮอลล์และกวาง 

“พอแยกโซนรับแขกกับกินข้าวออกจากกันแล้ว เราว่ามันโอเคนะ เป็นสัดส่วน สมมติถ้าเพื่อนเรามา แล้วพ่อแม่เรายังอยู่ในบ้าน ก็แบ่งโซนกันอยู่ได้”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

“และบ้านนี้มีข้อดีตรงที่มันเหมาะกับงานแบบเรา ถ้าเราไม่อยากอยู่ในห้องทำงานอย่างเดียว ขั้นตอนการเตรียมงานที่ไม่ต้องการความจริงจังหรือความสงบ ก็แบกคอมลงมานั่งโซฟา คุยกับลูกค้า ไปนั่งข้างหลัง ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราไปเปิดห้องเช่าแบบวันสองวันขายงานลูกค้า พอมีโควิดเลยต้องมาขายที่บ้านบ้าง ผู้กำกับมานั่งที่บ้าน เราก็มีห้องรับรองเขา ห้องรับแขกก็เป็นโซนรับรองลูกค้าได้ 

“ส่วนด้านหลัง เราอยากมีโซนสังสรรค์ ทำเครื่องดื่มเองแทนการออกไปข้างนอก ในอนาคตก็มีแพลนทำเป็นร้านกาแฟ Backyard ให้ทำส่งในหมู่บ้านง่ายๆ เป็นรายได้เสริม” 

ฮอลล์เล่าอย่างสนุกก่อนกวางจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้างว่า พื้นที่สันทนาการด้านหลังคือโซนโปรดที่สุดของเธอ และยังเต็มไปด้วยข้าวของที่บ่งบอกความเป็น ‘กวาง’ ทุกชิ้น เช่น งานหวาย ภาพวาด ผ้าปักหลากสีสันลวดลายจัดจ้าน และสวนครัว

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

“ส่วนใหญ่ใครมาก็จะชอบเข้ามาอยู่ส่วนนี้กัน เราเลยติดอยู่ข้างหลัง แล้วเราเป็นคนชอบอยู่หลังบ้าน ได้มองสวน เห็นต้นไม้ ได้ทำอะไรอยู่ตรงนั้น และมันเป็นส่วนตัวสำหรับเรา ช่วงที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกบ้านเลย ทำงานก็ทำจากที่บ้าน จากที่เราชอบดื่มกาแฟ กินชา เลยบอกตัวเองว่าหาสิ่งที่ชอบมาทำเองดีกว่า

“เราทำโรงเรือนเพาะต้นอ่อน กะไว้ปลูกผักกินจริงๆ เคยคิดว่าถ้ามีบ้านของตัวเองก็อยากมีผักสวนครัวด้วย แปลงเล็กๆ เป็นผักที่เราใช้บ่อย มะกรูด ตะไคร้ กะเพรา ทดลองปลูกผักบุ้ง ผัดสลัด พวกเรดโอ๊ค ผักกาดหอม มันทำรู้สึกว่าจริงๆ เราก็ปลูกได้ พอได้กินก็รู้สึกภูมิใจจัง เราอยากทดลองทำน้ำหมักด้วย พยายามทำตามที่เขาบอกว่าทำแบบนี้ๆ อยู่”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
ภาพ : วงศกร คล้ำมณี

Grace-filled Home 

บ้านหลังนี้พวกเขาซื้อเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ใช้เวลาต่อเติมนานกว่าที่คิดเพราะติดช่วงโควิดพอดี เลยเพิ่งเข้าอยู่จริงได้ประมาณครึ่งปี เมื่อได้ย้ายมาอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่และใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ และอาจเกินสำหรับกวาง กิจวัตรประจำวันจึงเปลี่ยนตาม

“เราว่ามันทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกว่ามีอะไรทำมากขึ้น มีเป้าหมาย เมื่อก่อนอยู่อพาร์ตเมนต์เล็กๆ ตื่นมาไม่รู้จะทำอะไรก็ไถมือถือ พอได้ตื่นเช้าขึ้นก็ลงมารดน้ำต้นไม้ เมื่อก่อนเราปลูกต้นไม้ไม่เป็นเลยนะ นี่ก็รู้จักดิน เมื่อก่อนก็ทำขนมปังกันไม่เป็น” นักตัดต่อเจ้าของบ้านว่าก่อน

“ถ้าไม่ได้ไปงานกองถ่าย ส่วนใหญ่อยู่บ้านนี้จะตื่นเช้า ลงมาที่ครัว ถ้าวันไหนฮอลล์อยู่เราก็จะทำอาหารเช้าให้เขา ตื่นมาก็ทำหน้าที่แม่บ้านปกติ ซักผ้า พอมีพื้นที่ก็ได้ทำอาหาร อบขนม ดูผักนิดหน่อย ช่วยรดน้ำต้นไม้ ถ้าฮอลล์วุ่นจะไม่ลงมาจากห้องเลย อยู่บ้านจะไม่ค่อยอยู่นิ่งหาอะไรทำได้ทั้งวัน เห็นอะไรที่ไม่ค่อยเรียบร้อยไม่ได้ แอบขี้บ่นหน่อยๆ เพราะชอบความเป็นระเบียบ (หัวเราะ)” สไตลลิสต์สาวว่าบ้าง

“แต่เราชอบความเป็นระเบียบนะ เห็นอะไรรกๆ ไม่ได้ ด้วยงานด้วยแหละ มันค่อนข้างละเอียด กวางก็ควบคุมความละเอียดอีกที” เขารีบเสริมขำๆ นับเป็นความโชคดีที่มีนิสัยคล้ายกัน ณ จุดนี้

แม้จะมีความชอบกันคนละอย่าง มีโซนที่เป็นตัวตนของแต่ละคน มีสิ่งที่ฟังแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ คือการปรับจูนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างน่ารัก 

“ส่วนใหญ่ใครมาบ้านก็จะบอกว่าชอบตรงที่บ้านหลังนี้มันเห็นชัดว่าเป็นเราสองคนจริงๆ ตอนแรกคิดว่าจริงหรอ แต่พอมองไปก็จริง เพราะมันเป็นของที่เราเลือกเองแทบทุกชิ้น ที่เถียงกันก็จะมีพวกเรื่องของ เรื่องเฟอร์นิเจอร์มากกว่า ฮอลล์เขาก็จะชอบอีกแบบ เราจะชอบอีกแบบ ข้างหลังก็เป็นเรา ส่วนห้องทำงานก็ยกให้เป็นตัวเขา ขรึมๆ ต้องมีมาดนิดหนึ่ง เราก็จะให้กัน”

บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ
บ้านใหม่ที่หยิบจับของเก่าเก็บหลากสไตล์มาจัดแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน จนใครๆ ก็ทักว่าเป็นบ้านของทั้งคู่จริงๆ

บทสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะลื่นไหลไปเรื่องอื่นสักครู่ เสียงสิปางเห่าดัง เหมือนเตือนว่าถึงเวลาแยกย้ายก่อนหมดวัน 

บ้านหลังนี้พวกเขาว่ามันอาจไม่ใช่บ้านหลังสุดท้าย แต่มันเป็นบ้านหลังแรกที่ทำให้รู้สึกภูมิใจว่า “เราก็ทำได้นี่หว่า มองไปทางไหนก็เป็นสิ่งที่เราสร้าง ลงมือทำ” เป็นบ้านที่ได้เกิดการเรียนรู้ครั้งใหม่ “รู้ว่าระบบอะไรเป็นยังไง ผิดตรงไหนก็จำ ตรงไหนที่จะต้องเตรียมอะไรละเอียดกว่านี้ ก็มีอุทาหรณ์แล้ว”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

สิทธิพงษ์ ติยะวรากุล

ชอบถ่ายรูป แต่ชอบฟังนักเขียนขณะสัมภาษณ์มากกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load