The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

เรือของเราเป็นเรือสำหรับนักดำน้ำลำเดียวในพื้นที่นี้ ความมืดสนิทปกคลุมรอบข้าง สุดสายตาที่มองเห็นมีแค่แสงจากเรือประมงเรืองเป็นสีเขียวห่างออกไปไกลเกือบถึงเส้นขอบฟ้า จอโซนาร์และแผนที่ GPS ในห้องกัปตันเรือบ่งบอกว่าพื้นทะเลใต้ท้องเรืออยู่ลึกลงไปประมาณ 80 เมตร

ในโลกธรรมชาติ การอพยพครั้งใหญ่หรือที่เรียกกันว่า The Great Migration มักพูดถึงเหล่าสัตว์ป่านับพันชีวิตเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันตามวงรอบที่โดนกระตุ้นจากสัญชาตญาณ โลกใต้ทะเลก็มีสิ่งที่เรียกว่าการอพยพครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน จำนวนรวมของชีวิตที่เคลื่อนที่ไปด้วยกันนั้นมากมายมหาศาลยิ่งกว่าสัตว์บก แถมยังเป็นการอพยพที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกค่ำคืน

ในช่วงกลางคืนของทุกวัน เหล่าแพลงก์ตอนจำนวนมหาศาลจะเคลื่อนตัวจากใต้ทะเลลึกขึ้นสู่ที่ตื้น ตามการนำทางของแสงจากพระจันทร์ บางส่วนว่ายขึ้นมาเพื่อจับคู่ สืบพันธุ์ บางส่วนก็ว่ายขึ้นมาเพื่อหาอาหาร 

แพลงก์ตอนคือการเรียกรวมของสิ่งมีชีวิตที่ไหลไปกับกระแสน้ำ บางตัวเป็นตัวอ่อนของสัตว์ที่เราคุ้นเคย แต่บางตัวก็ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้พื้นที่แนวปะการังเลย ทำให้การดำน้ำแบบปกติทั่วไปจะไม่มีทางได้พบเห็น การจะพบเจอตัวพวกมันทำได้แต่ลงดำน้ำกลางร่องน้ำลึกตอนกลางคืน แล้วดักรอพวกมันผ่านทางมากับกระแสน้ำโดยบังเอิญ 

'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
แมงกะพรุนเป็นแพลงก์ตอนที่มักมีเพื่อนร่วมทางเดินทางไปด้วยกันตลอด บางครั้งก็เป็นปู บางครั้งก็เป็นลูกปลาเล็กๆ
'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
หมึกทะเลเป็นผู้ล่าที่มักพบเจอเวลาทำแพลงก์ตอนไดฟ์ มันตามแสงไฟมาหาอาหาร
'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
หมึกทะเลอีกสายพันธุ์หนึ่งที่พบระหว่างกลางน้ำ ตัวนี้มีขนาดประมาณเล็บนิ้วโป้งเท่านั้น

ทุ่นลอยถูกปล่อยลงน้ำ ค่อยๆ ไหลตามกระแสน้ำห่างออกไปจากเรือ เชือกทุ่นถูกถ่วงให้ตึงด้วยตะกั่วหนักที่ร้อยไว้ส่วนปลาย ความยาวเชือกทุ่นสุดสายลึกลงไป 30 เมตร ด้านล่างเป็นความมืดเวิ้งว้างที่ลึกลงไปจนมองไม่เห็นพื้น ทุกความยาว 10 เมตรของเชือกติดไฟฉายกันน้ำดวงใหญ่ทิ้งไว้ เพื่อคอยช่วยบอกระยะและเป็นเป้าสังเกตให้กับเราท่ามกลางความมืดสนิทใต้ทะเล 

ด้านบนทุ่นลอยก็มีไฟติดไว้เพื่อเป็นหมายให้กับเรือ จะได้แล่นตามพวกเราที่ไหลไปกระแสน้ำได้ถูกทาง และตามเก็บนักดำน้ำที่ขึ้นก่อนได้อย่างปลอดภัย 

พวกเราโดดลงน้ำแล้วดำดิ่งสู่ระดับความลึกที่แต่ละคนถนัด ปรับการลอยตัวให้เป็นกลาง ลอยนิ่งโดยไม่ต้องขยับตัวเตะขาพยุง เพราะการขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจทำให้เกิดการไหลของน้ำและพัดแพลงก์ตอนที่เราต้องการหายไปได้ 

ไฟฉายที่ติดอยู่กลับกล้องถ่ายรูปในมือฉายออกไปกลางมวลน้ำมืดมิด ต่างคนต่างฉายไฟไปในทิศทางที่ไม่ตัดกัน เฝ้ามองจุดตะกอนที่ลอยผ่านมา หวังว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกระแสน้ำที่เราอยากพบเจอ

ท่ามกลางความมืดใต้น้ำทำให้เราย้อนคิดไปถึงข้อความที่อ่านเจอในการอวยพรที่วางขายในร้านเครื่องเขียนสมัยเด็กๆ “ฉันดีใจที่เส้นทางชีวิตของเราได้ตัดผ่านกัน” เส้นทางชีวิตของคนเราถ้าเอามาลากเส้น การพบเจอกันของแต่ละคนสร้างเป็นจุดตัดของเส้นที่พุ่งไป บางคนก็เป็นแค่จุดตัด แต่บางคนก็ผ่านเข้ามาก็ตีเส้นวิ่งขนานไปด้วยกัน ช่วยกันค้ำยันให้เส้นของกันและกันมั่นคงขึ้น 

'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
ทากปีก Pteropod เป็นแพลงก์ตอนตลอดชีวิต พวกมันมีปีกเพื่อโผบินไปจับเหยื่อได้ว่องไวขึ้นกลางกระแสน้ำ
'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
ตัวอ่อนของดอกไม้ทะเลกางเส้นแขนออกเพื่อพยุงตัวให้ลอยในกระแสน้ำ เมื่อมันเติบโตขึ้นถึงจุดหนึ่ง ก็จะกลับลงสู่พื้นทะเลหรือแนวปะการัง

แสงไฟในมือเราสาดไปโดนก้อนวัตถุใสเรืองขึ้นมา ปีกบางใสขยับกระพืออย่างช้าๆ คล้ายกับผีเสื้อกลางอากาศ เราลอยตามแพลงก์ตอนใสมีปีกไปเหมือนกำลังวิ่งไล่ผีเสื้อในสวน บางครั้งก็เข้ามาใกล้ บางครั้งก็หักหลบไกลออกไป เราไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร รู้แต่ว่าเราไม่เคยเจอมันมาก่อนเลยในการดำน้ำกว่า 20 ปีที่ผ่านมา มันลอยผ่านหน้าแล้วจากเราไป เป็นการพบกันแค่เพียงไม่กี่นาทีกลางน้ำ จุดตัดของเส้นชีวิตเรากับแพลงก์ตอนมีปีกตัวนี้ช่างสั้นเหลือเกิน

เผลอมองแพลงก์ตอนจนเพลินรู้ตัวอีกทีก็ลอยห่างไกลออกมาจากไฟที่สายทุ่นด้านหลัง หันไปด้านข้างมองเห็นพี่นักดำน้ำคนหนึ่งลอยหลุดออกมาทางทิศเดียวกัน พี่จิ๋วเป็นรุ่นพี่นักดำน้ำที่รู้จักกันมาเกิน 10 ปี แต่การดำน้ำด้วยกันในทริปเดียวกันนั้นมีน้อยครั้งได้ จังหวะเวลาของเรานั้นไม่ค่อยตรงกัน

ในทริปดำน้ำนั้น เวลาที่นั่งเล่นตัวแห้งๆ กันบนเรือมีมากกว่าจังหวะที่อยู่ในน้ำซะอีก ผู้คนที่ลงเรือลำเดียวกันจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในแต่ละทริป เวลาหลายปีที่ห่างกันถูกเติมเต็มช่องว่างด้วยการการพูดคุยเล่นกันบนเรือระหว่างพักไดฟ์ ยิ่งเรือลำเล็กเท่าไหร่ ช่องว่างก็ยิ่งถูกเติมเต็มได้เร็วมากขึ้น

ท่ามกลางความมืดเวิ้งว้างใต้ทะเล เพื่อนร่วมทางที่ออกว่ายสู่ทิศเดียวกันช่วยสร้างความอุ่นใจอย่างประหลาด เรากับพี่จิ๋วว่ายกลับมาด้วยกันจนถึงเชือกทุ่น แล้วก็ต่างหันหน้าออกสู่ความมืดด้านนอกตามทางของตัวเองอีกครั้ง

แพลงก์ตอนอีกตัวลอยผ่านหน้าเราไป ก้อนกลมสีขาวค่อยๆ คลายตัวยืดเส้นยาวออกมาเหมือนดอกไม้บานออก ตัวนี้ก็เช่นกัน เราไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร บางครั้งก็พอจะเดาออกว่ามันเป็นสัตว์ในระยะวัยอ่อน แต่พวกมันแทบจะไม่มีเค้าร่างตอนโตให้เห็นเลย สิ่งที่ต้องทำคือพยายามถ่ายรูปพวกมันให้ชัดเจนที่สุด เพื่อกลับไปค้นหาและทำความรู้จักพวกมันต่อได้ในทีหลัง หลายครั้งภาพถ่ายเพียงใบเดียวที่เก็บมาได้ ช่วยขยายและต่อยอดให้เราได้รู้จักกับมันได้ดียิ่งขึ้น

'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
ทากปีกอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีแม้แต่ชื่อสามัญให้เราได้เรียกกัน
'แพลงก์ตอน' สัตว์ทะเลลึกลับที่สอนบทเรียนเรื่องการพลัดพรากและจุดตัดระหว่างสองชีวิต
ลูกปลาปากคม (Lizardfish) ซึ่งรูปร่างและหน้าตาแตกต่างกับตัวเต็มวัยที่เราคุ้นเคยตามแนวปะการังอย่างสิ้นเชิง

ทุกๆ ปี ข่าวการสูญพันธุ์ของสายพันธุ์ผ่านตาให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เราไม่เคยได้เห็นตัวจริงของมันด้วยซ้ำ เคยได้อ่านชื่อแบบผ่านๆ เคยเห็นภาพจากหน้าจอ ความห่างไกลทำให้ข่าวเหล่านั้นเป็นเรื่องไกลตัว การจากไปตลอดกาลของพวกมันแทบไม่ได้สะกิดให้เราตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง มักจะจบที่แค่ความเสียดายแบบผิวเผิน

อาทิตย์ที่แล้ว จู่ๆ ก็ได้ทราบข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของพี่จิ๋ว ความทรงจำจากทริปกลางน้ำตอนกลางคืนย้อนกลับมาอีกครั้ง ไม่เพียงแต่เวลาชั่วครู่ที่เราว่ายน้ำไปทางเดียวกัน แต่เป็นการใช้เวลาร่วมกันบนเรือตลอดทริปนั้นด้วย เส้นที่วิ่งขนานกันไปกับเราลดลงไปอีกเส้นหนึ่งแล้ว มันใจหายเสียยิ่งกว่าจุดตัดเล็กๆ ที่ไม่มีวันวกกลับมา

ถึงแม้ว่าการทำความรู้จักกันจะสร้างความสั่นไหวอย่างยิ่ง ถ้าหากวันหนึ่งสิ่งนั้นหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล แต่พอมามองย้อนดู การได้รู้จักกันคือความทรงจำงดงามซึ่งจะไม่เลือนหายตามไป

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay และเป็นหนึ่งในทีม #สารคดีสัญชาติไทย

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

10 พฤศจิกายน 2564
1,469

ตั้งแต่เด็ก ผมเคยเห็นภาพของฝูงหมีสีน้ำตาล หรือ Alaskan Brown Bear ตัวใหญ่หลายสิบตัว ยืนคอยตะครุบปลาแซลมอนที่กำลังกระโดดข้ามน้ำตกทวนน้ำ เพื่อขึ้นไปวางไข่ในบริเวณที่เรียกว่า Brooks Falls ที่ตั้งอยู่ใน Katmai National Park and Preserve ในดินแดนห่างไกลของอลาสก้า ผ่านจากจอโทรทัศน์ในรายการสารคดีชีวิตสัตว์ของต่างประเทศ

ผ่านไปเกือบ 40 ปี ความฝันวัยเด็กคนหนึ่งจากประเทศอันห่างไกลนั้นก็เป็นจริงขึ้นมา

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear เคยถูกแยกสายพันธุ์ออกจากหมี Grizzlie เมื่อหลายทศวรรษก่อน หากในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันเป็นสายพันธุ์เดียวกัน โดยที่หมี Kodiak ที่พบบนเกาะ Kodiak นั้นเป็น Subspecies ของ Alaskan Brown Bear อีกทีหนึ่ง

จากเมือง Anchorage ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอลาสก้า ผมต้องนั่งเครื่องบินต่อมาลงเมือง King Salmon เมืองที่น่าจะเล็กที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา มีประชากรเพียง 300 กว่าคนเท่านั้นเอง ในช่วงฤดูร้อนที่ท่าอากาศยานเล็กๆ สร้างจากเมทัลชีทแห่งนี้จะคราคร่ำไปด้วยคนอเมริกันแต่งตัวแปลกๆ ถ้าไม่ถือกล่องใส่ปืนยาวเพื่อมาล่าสัตว์ ก็จะต้องถือกล่องใส่คันเบ็ดเพื่อมาตกปลา

จาก King Salmon เราต้องขึ้นเครื่องบินน้ำของ Katmai Air เพื่อข้ามทะเลสาบ Naknek ไปยังปากทางเข้าทะเลสาบ Brooks ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Brooks Lodge ที่พักเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 เพื่อเป็นแคมป์สำหรับนักตกปลา ก่อนจะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ Katmai ขึ้นมาภายหลังใน ค.ศ. 1980

Brooks Lodge เป็นที่พักแบบ Log Cabin ง่ายๆ ขนาดเล็กๆ มีจำนวนเพียงแค่ 16 หลัง เรียงรายกันอยู่ในพื้นที่เล็กๆ กลางป่า ฝูงแซลมอนจะเดินทางมาถึงน้ำตก และหมีสีน้ำตาลจะมายืนรอดักตะครุบปลาแซลมอนกินในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคม การจองห้องพักที่ Brooks Lodge ในช่วงเวลานั้นใช้ระบบ Lottery จับฉลากที่พักซึ่งมีจำกัด และให้พักแค่คนละไม่เกิน 3 คืนเท่านั้น (ผมลองเข้าไปดูสถานะปัจจุบันตอนเขียนบทความนี้ คือ วันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2021 จะเปิดให้สมัคร สำหรับการจองที่พักใน ค.ศ. 2023 ส่วนใน ค.ศ. 2022 นั้นเต็มหมดแล้ว) 

มีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ไปตั้งแคมป์ในพื้นที่ของอุทยานที่เรียกว่า Brooks Camp ที่จำกัดคนไว้เพียง 60 คนต่อวันเท่านั้น (ส่วนใหญ่จะเต็มตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดจองในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี ) การจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกาส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้ คือไม่เพิ่ม Capacity เพื่อรับนักท่องเที่ยวเกินไปกว่าจำนวนพื้นที่ที่ธรรมชาติจะรองรับได้ แต่การเดินทางนั้นจะต้องวางแผนการเดินทางกันข้ามปี เราจึงไม่มีโอกาสเห็นสภาพของค่ายผู้อพยพที่กางเต็นท์ชิดติดกันในแหล่งท่องเที่ยวในธรรมชาติของอเมริกา เนื่องมาจากระบบในการบริหารและการจัดการที่ดี

ผมได้ที่พักที่ Brooks Lodge ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แซลมอนส่วนใหญ่จะเดินทางข้ามน้ำตกขึ้นไปแล้วแม้จะไม่ใช่ช่วงพีก ที่มีหมีสีน้ำตาลหลายสิบตัวมายืนบนน้ำตก แต่ก็ยังคงมีหมีหลายตัวเดินวนเวียนอยู่ในบริเวณลำธารและรอบๆ ที่พัก

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เนื่องจากไม่มีถนน พาหนะอย่างเดียวที่จะนำเรามาที่ Katmai ได้ก็คือเครื่องบินน้ำที่บินออกมาจาก King Salmon

สิ่งแรกที่เราต้องทำเมื่อก้าวลงจากเครื่องบินน้ำก็คือ เจ้าหน้าที่อุทยานจะเดินมารับเราที่ประตูเครื่องบิน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของ Lodge และพาเราตรงไปยังห้องที่ทำการของอุทยาน เพื่อให้เรานั่งฟังกฎ กติกา มารยาท ที่เราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตลอดช่วงเวลาที่เราพักและทำกิจกรรมในบริเวณนี้ 

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
เมื่อเดินทางมาถึง นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเข้าไปนั่งฟังกฎเกณฑ์และข้อปฏิบัติตัว เพื่อความปลอดภัยในการเผชิญหน้ากับหมีนานกว่าครึ่งชั่วโมง และทุกคนจะได้รับแจกเข็มไว้ติดเสื้อ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ผ่านการอบรมแล้ว

รวมถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลว่าเราจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เช่น การแขวนกระดิ่งไว้ที่กระเป๋า เพื่อเตือนให้หมีรู้ว่าเรากำลังเดินมา การตะโกนทักทายหมีว่า Hey bear! ก่อนจะเดินผ่านโค้งที่ลับตา หรือเวลาเจอหมีบนเส้นทางเดินจะต้องทำตัวอย่างไร กฎ กติกา มารยาท เวลาเดินบนสะพานหรือบนแพลตฟอร์มที่ดูหมีในบริเวณน้ำตก เราจะต้องปิดประตูรั้วทุกครั้งเมื่อเข้าไปใช้พื้นที่ หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับหมีในระหว่างตกปลาในลำธาร แล้วหมีจะเดินเข้ามาหาเราเพื่อแย่งปลาที่ติดเบ็ดไปกิน เขาก็จะให้ดึงสายเบ็ดให้ขาดไปก่อนหมีจะเข้ามาแย่งปลาเรา เพราะถ้าหากมันเรียนรู้ว่าหาปลากินง่ายๆ มันจะคอยเฝ้าเดินตามนักตกปลาซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
Alaskan Brown Bear ในขณะยืนขึ้นด้วยขาหลังตอนเดินข้ามน้ำลึก เมื่อยืนขึ้นสองขาจะมีความสูงถึง 3 เมตร ทำให้มันเป็นนักล่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 บนผืนแผ่นดินของโลก มีขนาดไล่เลี่ยกับหมีขาว (ส่วนนักล่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Sperm Whale)

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบของการจัดการอุทยานแห่งชาติ การตกปลาเพื่อการกีฬาในอุทยานแห่งชาติเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ โดยแต่ละอุทยานแห่งชาตินั้นจะมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม และรายละเอียดในการจัดการแตกต่างกันไป บางแห่งก็ใช้ Fishing License ทั่วไปของรัฐที่ออกโดย Fish and Wildlife ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในการจัดการออกใบอนุญาตควบคุมการตกปลาและล่าสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Warden คอยดูแล หรือในบางอุทยานแห่งชาติก็จะออก License พิเศษเฉพาะของตนเองขึ้นมา เช่นที่ Yellowstone National Park การออก License นี้จะกำหนดสายพันธุ์ ขนาด และจำนวนของปลาที่เราเก็บได้ ในขณะที่บางสายพันธุ์ซึ่งเป็น Alien Species จะไม่มีการกำหนด แต่แนะนำให้เก็บมาทำอาหาร หรือแม้กระทั่งกำจัดออกไปไม่ให้มารบกวนสายพันธุ์ท้องถิ่น

สื่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องการจัดการอุทยานแห่งชาติของอเมริกา คือกฎทุกอย่างมีพื้นฐานมาจากการวิจัย และมีเหตุผลที่อธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์รองรับทุกอย่าง บางปีอาจจะมีการปรับเพิ่มหรือลดตัวเลข Bag Limit หรืออาจประกาศห้ามจับปลาบางสายพันธุ์ที่พบว่ามีจำนวนลดน้อยลง โดยไม่ใช้ความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้มีอำนาจในการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ

สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ไม่ได้มีคำตอบว่าห้ามหรือปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ แต่การจัดการก็คือการหาพื้นที่ตรงกลางที่เป็นหัวใจของคำว่า การอนุรักษ์ ซึ่งแปลว่าการนำมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ผมก็แบกกล้องเดินไปตามเส้นทางเดินป่า ข้ามลำธารไปตามเส้นทางเดินป่า เพื่อไปเฝ้ารอดูหมีสีน้ำตาลในบริเวณ Viewing Platform ที่อยู่ห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตรจากที่พัก ในช่วงเย็นวันนั้นหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ตัวหนึ่งพยายามวนเวียนไล่จับปลา Sockeye Salmon สีแดงสดที่ลอยตัวอยู่ในลำธารน้ำอยู่นานนับชั่วโมง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อลาสก้าในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะตกในช่วงราวๆ 4 – 5 ทุ่ม 

เราเฝ้ารอลุ้นให้หมีจับปลาแซลมอน จนลืมไปว่าอาหารเย็นที่ Lodge นั้นจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม ผมลืมดูเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบ 3 ทุ่มเข้าไปแล้ว เป็นอันว่าวันแรกเราอดข้าวเย็นไปตามระเบียบ เพราะหลัง 2 ทุ่มเขาจะเก็บอาหารทุกอย่างตามกฎที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

Katmai อุทยานในอลาสก้าที่เราจะได้ดูหมีสีน้ำตาลจับปลาแซลมอนแบบใกล้ชิด
บรรยากาศก่อนพลบค่ำ ในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม จากบนสะพานในบริเวณปากอ่าวของ Brooks Lake

เข้าวันที่สอง ผมเดินเข้าไปยังที่ทำการของ Lodge เพื่อติดต่อจ้างไกด์ตกปลาที่จะพาเราเดินตกปลาในลำธาร สำหรับที่ Katmai National Park and Preserve มีกฎเกณฑ์ในการตกปลาว่า จะต้องใช้อุปกรณ์ Fly Fishing เพื่อตกปลาเท่านั้น ห้ามใช้อุปกรณ์ในรูปแบบอื่น และปลาที่ตกได้ทุกตัวในเขตเหนือสะพานที่เข้ามาจากปากแม่น้ำขึ้นไปถึงต้นน้ำ จะต้องปล่อยกลับลงไปในน้ำทุกตัว

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Fly Fishing เป็นกิจกรรมที่นิยมมากที่สุด รองลงไปจากการไปเฝ้าชมและถ่ายภาพพฤติกรรมของ Alaskan Brown Bear ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ Katmai

การออกเดินท่องลำน้ำตกปลาในลำธารกับไกด์เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม เพราะระหว่างที่เดินตกปลาในลำธารนั้น เราจะพบกับหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่เดินท่องน้ำเพื่อหาปลาเป็นปกติ บางครั้งไกด์ก็จะพาเราเดินผ่านหมีไปแบบหน้าตาเฉย ในระยะที่ห่างออกไปเพียงไม่ถึง 10 เมตรเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะเดินเข้าไป ไกด์กำชับว่าให้ทำตัวปกติ เดินตามหลังเขาไว้ และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าวิ่งเป็นอันขาด

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
ลูกหมีสีน้ำตาลเดินสวนมาบนทางเดิน ลูกหมีที่น่ารักมักจะขี้เล่นและขี้สงสัย ในบางครั้งอาจจะเดินเข้ามาหาคน และบางครั้งตัวแม่ก็มักจะวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ให้พยายามหลีกเลี่ยงหมีแม่ลูกอ่อน แม้ว่าลูกหมีจะดูน่ารักแค่ไหนก็ตาม

ในลำธารแห่งนี้เต็มไปด้วยปลาแซลมอนหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Sockeye Salmon Pink Salmon และ Rainbow Trout แต่ปลาที่น่าสนใจมากที่สุดชนิดหนึ่งก็คือ Arctic Grayling ที่มีครีบหลังสวยงาม

Katmai National Park and Preserve อุทยานแห่งชาติที่มี 2 สัปดาห์ทองให้เราได้ดูหมีสีน้ำตาล นักล่าใหญ่อันดับ 2 ของโลกจับปลาแซลมอน
Sockeye Salmon ในขณะที่กระโดดขึ้นมาบน Brooks Fall ในช่วงฤดูอพยพ ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี

ช่วงเวลาที่ประทับใจผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมใช้เวลาช่วงเช้าในการตกปลา ช่วงบ่ายก็เดินไปเฝ้าหมีในบริเวณ Viewing Platform รับประทานอาหารเย็น ก่อนลงไปตกปลาจนมืดค่ำในเวลาประมาณ 4 ทุ่มจึงกลับมาที่ห้องพัก

สำหรับคนที่รักธรรมชาติแล้ว ผมคิดว่า Katmai ในช่วงฤดูร้อนนั้นคือประสบการณ์และความทรงจำ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของผมเลยทีเดียว

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

นัท สุมนเตมีย์

ช่างภาพใต้น้ำมืออาชีพที่เรียกได้ว่าคนแรกๆ ของประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพและนักเขียนให้กับนิตยสาร อ.ส.ท. และ อีกหลากหลายนิตยสารทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ปัจจุบันนอกเหนือจากการถ่ายภาพแล้ว นัท ยังถ่ายภาพยนต์สารคดีใต้ท้องทะเล และบันทึกภาพทางอากาศให้กับทีมงานสารคดีหลายทีม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load