The Cloud X สารคดีสัญชาติไทย

ผมชอบดูดาว

ด้วยเหตุผลว่านั่นคือสิ่งสวยงามขณะอยู่ในป่า รายล้อมด้วยความมืดมิด ห่างไกลจากทุกสิ่ง ถูกห่มคลุมด้วยความระยิบระยับของดาวจำนวนมหาศาล คล้ายเป็นความรื่นรมย์ที่หาได้อย่างหนึ่ง

มันเริ่มต้นมาจากครั้งที่ผมทำงานอยู่บนดอยม่อนจอง จะปุ๊ คู่หูชาวมูเซอดำถามผมยิ้มๆ ขณะผมกำลังจัดสัมภาระเตรียมขึ้นดอยว่า “ถ้าไม่มีของพวกนี้ พี่ใหญ่จะอยู่บนดอยได้ไหม”

เขาหมายถึงเต็นท์ ถุงนอน และอื่นๆ อีกสารพัด ตั้งแต่ตอนนั้นยกเว้นในช่วงฤดูฝน ผมเลิกนอนอุดอู้อยู่ในเต็นท์ ออกมาปูผ้ายางนอนข้างกองไฟกับจะปุ๊ และนั่นทำให้ผมเห็นว่าใต้ท้องฟ้าดำมืดคือความงดงาม

ผมไม่รู้จักดาวเบื้องบนนั้นหรอก ไม่พยายามขวนขวาย ศึกษา เรียนรู้ ผมชื่นชมเพียงความงดงามของแสงระยิบระยับ ชื่นชมดาวเบื้องบนกระทั่งผมไม่ได้นึกถึงเลยว่า บนพื้นดินบนโลกที่ผมนอนแนบอยู่นั้นก็คือดาวดวงหนึ่ง         

 ขณะนอนบนเปล ช่วงไหนที่เป็นคืนท้องฟ้าใสกระจ่าง ผมปลดฟลายชีทเพื่อจะได้เห็นดาว ในคืนข้างขึ้น ดวงจันทร์ทอแสงนวล ท้องฟ้าสว่าง หรือในคืนที่มีเมฆดำ มองไม่เห็นดาว แต่ผมรู้ว่ามีดาวอยู่หลังเมฆดำนั่น ถึงมองไม่เห็น แต่เชื่อว่ามีอยู่เป็นสิ่งจำเป็น 

บนเปล สลับการดูดาว ผมอ่านหนังสือ ลิตเติ้ลทรี ในเป้ผมมีหนังสือเล่มนี้ตลอด อ่านซ้ำไปมา เด็กชายลิตเติ้ลทรีมีปู่ซึ่งมีภรรยาเป็นชาวอินเดียนแดง คอยดูแล สั่งสอน รวมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การใช้ชีวิตในป่า เรียนรู้จากต้นไม้ จากสัตว์ป่า วันหนึ่งมีคนมาพรากเอาตัวเด็กชายไป เพราะเชื่อว่าการศึกษาแบบคนในเมืองเท่านั้นที่จะทำให้เด็กชายเติบโตอย่างมีคุณภาพ ก่อนต้องออกเดินทาง ย่าเอาตัวเด็กชายเข้ามากอดและบอกว่า

“วันใดที่เดือดร้อน ไม่สบายใจ ให้มองขึ้นไปบนดาวหมาใหญ่ ส่งข้อความไว้ที่นั่น ย่ากับปู่จะรับรู้ข้อความนั่น…”

ความงามของดาวโลกใต้ผืนฟ้าดำมืด กับความระยับของดวงดาวเหนือผืนพงไพร

พ่อจากไปในช่วงปีที่ 4 ที่ผมอยู่ร่วมงานกับโครงการศึกษานิเวศวิทยาของเสือโคร่ง ในสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ถ้าไม่มีภารกิจในป่า กลางคืนผมจะนอนในบ้านพักหลังเล็กๆ ติดชายป่า ในคืนข้างแรม ผมออกมานั่งตรงบันใดขั้นที่ 3 แหงนหน้ามองดูดาว

สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำเป็นสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ที่นี่คือสถานที่ทำงานของเหล่านักวิจัยมากมาย มีการศึกษาเรื่องราวสัตว์ป่าอย่างเข้มข้นเกือบทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานไปจนถึงช้าง

ความงามของดาวโลกใต้ผืนฟ้าดำมืด กับความระยับของ ดวงดาว เหนือผืนพงไพร
ความงามของดาวโลกใต้ผืนฟ้าดำมืด กับความระยับของดวงดาวเหนือผืนพงไพร

ถึงวันนี้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำคือศูนย์รวบรวมข้อมูลการศึกษาเรื่องราวสัตว์ผู้ล่าตั้งแต่ขนาดเล็กๆ อย่างชะมด อีเห็น หมาใน หมาจิ้งจอก รวมทั้งเสือดาว และผู้ล่าซึ่งอยู่บนสุดอย่างเสือโคร่ง

สถานีล้อมรอบด้วยป่าเบญจพรรณ อยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 

ในคืนที่ดาวส่องแสงระยิบ ผมแหงนหน้ามองดาว ส่งความคิดถึงไปบนความระยิบระยับนั่น ตรงไหนสักแห่งคงเป็นที่ที่พ่ออยู่…

คืนข้างแรมคืนหนึ่ง เราออกเดินทางจากสถานีตอนตี 3 จุดหมายอยู่ที่บริเวณป่าเต็งรัง จากสถานีต้องใช้เวลาราว 45 นาที ที่นั่นทุกคนหวังว่าเป้าหมายจะรออยู่

ความงามของดาวโลกใต้ผืนฟ้าดำมืด กับความระยับของ ดวงดาว เหนือผืนพงไพร

ดาวส่องประกายเต็มท้องฟ้า บนรถไร้เสียงพูดคุย ภารกิจสวมปลอกคอติดเครื่องส่งสัญญาณกับเสือไม่ใช่งานอันง่ายดายของนักวิจัย บรรยากาศในการออกไปจับเสือทุกๆ ครั้งเป็นเช่นนี้ หลายครั้งที่เสือแสดงให้เห็นว่าการนิ่งสงบเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายขณะจนมุม คือสิ่งที่พวกมันเลือกกระทำ

วันนั้นภารกิจสำเร็จ นักวิจัยสวมปลอกคอกับเสือโคร่งตัวเมียซึ่งเป็นเป้าหมายได้ งานเสร็จตอนท้องฟ้าเริ่มสว่าง ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ประกายระยิบระยับจากดาวมหาศาลหายไป ค่ำคืนที่รายล้อมด้วยพื้นที่กันดารแห้งแล้งในแอฟริกา ดูคล้ายกับว่าเห็นดาวชัดและมีจำนวนมหาศาล แม้ในที่เห็นดาวได้ชัดเจนแบบนี้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ากลุ่มดาวหมาใหญ่ที่เด็กชายลิตเติ้ลทรีเงยหน้าขึ้นมอง บอกความเดือดร้อนของเขา ปู่ ย่า กับลิตเติ้ลจอห์น รับรู้และมารับเขาอยู่บริเวณไหน

นั่นคือเรื่องในหนังสือ ชีวิตจริงผมรู้แล้วว่าบางทีความระยิบระยับที่ผมเห็นนั้นมีจำนวนมหาศาลเกินไป ผมไม่รู้ว่าพ่ออยู่ที่ดาวดวงไหน ดาวดวงนั้นอาจอยู่ไกลเกินไป ข้อความที่ผมส่งคงไปไม่ถึง

เมื่อเสือโคร่งจนมุม มันเตรียมรับมืออย่างนิ่งสงบไร้เสียงอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญ

นั่นคือบทเรียนหนึ่งที่พวกมันสอนให้รู้ ผมไม่ลืมแล้วว่าโลกที่ผมอยู่ก็คือดาวดวงหนึ่ง ดาวดวงที่คนมีโอกาสออกไปสู่อวกาศอันกว้างใหญ่มองกลับมาพบว่าเป็นดาวที่สวยที่สุด

อยู่ในป่า รายล้อมด้วยความมืดมิดบนดอยสูงหรือที่ไหนๆ ผมยังชอบดูดาว ดูความสวยงาม แสงส่องประกายระยิบระยับ ดูเพื่อบอกตัวเองว่าดาวดวงที่ผมอยู่สวยงามเพียงใด…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load