ธุรกิจ : บริษัท เอเซียแพค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด

ประเภทธุรกิจ : ออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าและบรรจุภัณฑ์ขนส่งจากกระดาษ

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2528 

อายุ : 36 ปี 

ผู้ก่อตั้ง : วิสุทธิ์ ศรกาญจน์

ทายาทรุ่นสอง : นันทวุฒิ ศรกาญจน์ และ ณัชกมล เสถียรถิระกุล (หุ้นส่วน) บริษัท พิค อะ บ็อกซ์ บรรจุภัณฑ์ จำกัด (พ.ศ. 2563)

“ผมโตมาก็เห็นเศษกระดาษลูกฟูกกองเป็นภูเขา ซึ่งเป็นกระดาษสำหรับทำไส้ในกล่องลัง เราสนุกกับการเล่นมาก เพราะมันเหมือนกองทราย เราทั้งกระโดด วิ่งเล่นอยู่บนนั้น”

บรรยากาศที่ ฮัท-นันทวุฒิ ศรกาญจน์ ถ่ายทอดให้เราฟังเป็นการเปิดบทสนทนาที่พาเราย้อนกลับไปในความทรงจำกว่า 30 ปีที่เขามีต่อโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ย่านพระราม 3 ของพ่อ รากฐานสำคัญที่ผลักดันเขาให้ครุ่นคิดเกี่ยวกับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เรียนรู้ปัญหาความท้าทาย กลายเป็นจุดตั้งต้นของไอเดียธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรชื่อ Pick A Box ที่แก้ปัญหาทั้งหมดของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบเก่า และเอาวิธีคิดบริหารแบบมหาชนมาใช้

โรงงานบรรจุภัณฑ์ของพ่อก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2528 ขับเคลื่อนด้วยความกล้าของ คุณพ่อวิสุทธิ์ ศรกาญจน์ อดีตพนักงานโรงงานถ้วยชามที่มองเห็นโอกาสธุรกิจไส้กระดาษลูกฟูกสำหรับล็อกสินค้า ซึ่งโรงงานของตัวเองต้องสั่งผลิตเป็นประจำ คุณพ่อวิสุทธิ์จึงลงทุนซื้อเครื่องจักรผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกแม้จะใช้เครื่องไม่เป็น ไม่มีประสบการณ์การสร้างโรงงาน และเทรนพนักงานคนแรกด้วยการไปฝากโรงพิมพ์อื่นเลี้ยงดู

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

ฟังดูเป็นจุดเริ่มต้นที่บ้าบิ่นไม่ใช่น้อย แต่แนวทางการทำธุรกิจนั้นไม่มีผิดถูกและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว โรงงานบรรจุภัณฑ์ที่รับผลิตแค่ไส้ในบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกในวันแรก ขยับขยายกลายเป็นโรงงานกล่องที่รับงานทั้งงานพิมพ์ งานผลิต ให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมใหญ่ในช่วงระยะเวลา 10 ปีแรก ท่ามกลางบรรยากาศของเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูในเวลานั้น 

จากกองกระดาษลัง

“ตอนที่ผมอายุห้าหกขวบ ประมาณ พ.ศ. 2535 เป็นช่วงบูมของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยุคแรกเลยครับ” ฮัทเล่า “ตอนนั้นเศรษฐกิจดีมาก ทุกอย่างบูมไปหมด ทั้งธุรกิจผลิตไปจนถึงส่งออก คนใช้เงินกันเยอะ จากตอนเริ่มต้นที่มีพนักงานประมาณสิบห้าคน ไต่ขึ้นไปถึงเจ็ดสิบถึงแปดสิบคน ในช่วงที่พีกที่สุด”

นอกจากการกระโดดโลดเต้นบนกองกระดาษแล้ว การเติบโตมากับโรงงานบรรจุภัณฑ์ฝากฝังอะไรไว้ในดีเอ็นเอของเขามากกว่าที่คิดไว้ นั่นคือสัญชาตญาณของการคิด การออกแบบโครงสร้าง จากการเฝ้ามองพ่อทำงานมานาน 20 ปี

“ตอนเด็ก ผมใช้เวลาอยู่บ้านตลอดช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ เราก็เห็นพี่ๆ พนักงานที่อยู่กันแบบครอบครัวตามสไตล์โรงงานคนจีน และได้เห็นป๊านั่งออกแบบกล่องทั้งวัน ตอนนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ ป๊าใช้คัตเตอร์เล่มเดียวออกแบบกล่อง ใช้สมองคิดแล้ววาดออกมาเลย 

“ผมเคยเห็นจานดาวเทียมวางอยู่ที่บ้าน ตอนแรกผมก็สงสัยว่าซื้อมาทำไม ปรากฏว่ามีลูกค้ามาจ้างป๊าออกแบบกล่องดาวเทียมไทยคมเพื่อส่งออกไปอินเดีย เขารู้ว่าป๊าเก่งทำเรื่องกล่องล็อก แต่ป๊านอนไม่หลับอยู่สองถึงสามวัน เพราะคิดไม่ออก เพราะจานเดียวเทียมมันมีทั้งจาน เสา กล่องรับสัญญาณ แต่อยู่ดีๆ ป๊าก็คิดออกกลางดึกตอนตีสาม แล้วลุกขึ้นมานั่งตัดนั่งพับเลย” ฮัทเล่าถึงวีรกรรมการทำงานของป๊าอย่างสนุกสนาน 

“ตอนนั้นผมก็ไม่รู้สึกตัวหรอก แต่เหมือนทุกอย่างที่ป๊าทำมันซึมเข้าไปในตัวผมเอง ผมเลยชอบตัวต่อ เลโก้ กันดั้ม ชอบมองหลักการในการประกอบ ล็อกตรงไหน หมุนตรงไหน”

แต่โรงงานบรรจุภัณฑ์ของป๊าก็ต้องฝ่ามรสุมทางธุรกิจไม่ต่างจากโรงงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวันที่วิกฤตต้มยำกุ้งมาเยือนใน พ.ศ. 2540 ทำให้โรงงานต้องลดขนาดลงจนเหลือพนักงานแค่ 20 คน วันที่โดนลูกค้ารายใหญ่เบี้ยวไม่จ่ายค่าจ้างจนทำให้ซวนเซไป แต่ป๊าก็ยังยืนหยัดดำเนินธุรกิจเรื่อยมาเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ในขณะเดียวกันนั้น ฮัทที่เฝ้ามองอยู่ได้แต่สงสัย ว่าทำไมพ่อจึงต้องอดทนทำงานหนักในอุตสาหกรรมแบบนี้ นั่นทำให้เขาเลือกเบนเข็มออกไปทำงานในธนาคาร และศึกษาด้านการเงินจนจบปริญญาโท เพื่อมองหาทางเลือกให้กับตัวเอง

โดยที่ไม่นึกไม่ฝัน ว่าวันหนึ่งจะได้หวนกลับมาที่จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง คือกองกระดาษลังที่เห็นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ทางเลือกบนทางแยก

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

ในวันที่เรียนจบกลับมาจากสหราชอาณาจักร ฮัทพบกับทางแยกของชีวิตที่เกิดจากความท้าทายด้านสภาพเศรษฐกิจและการเมืองของไทยใน พ.ศ. 2556 ทำให้เส้นทางอาชีพด้านการเงินของเขาไม่ใช่ตัวเลือกปลอดภัยอย่างที่หวังไว้

“เวลาเราเรียนด้านการเงินในต่างประเทศก็สนุกครับ ได้ฝึก Critical Thinking เรียนรู้เรื่องการลงทุนในระบบเศรษฐกิจโลก แต่พอกลับมาไทย ช่วงนั้นมีวิกฤตในประเทศ มีการปฏิวัติ เศรษฐกิจอยู่ในขาลง ธุรกิจเกี่ยวกับการเงินหรือการปล่อยกู้ก็เริ่มน่ากลัว 

“ตอนนั้นเองถึงเริ่มมองกลับมาว่า ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่บ้านผมเป็นธุรกิจปลายน้ำ เวลาได้รับผลกระทบจะโดนหลังสุด เพราะยังไงทุกธุรกิจก็ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ ผมเลยตัดสินใจว่าจะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านดูสักตั้ง”

ฮัทสละบทบาทนักการธนาคาร กลับเข้าสู่กงสีของครอบครัวที่มีพ่อเป็นหัวเรือใหญ่ และได้เผชิญกับปัญหาคลาสสิกที่ทายาทธุรกิจทุกคนรู้สึกเชื่อมโยงได้ เมื่อคลื่นลูกใหม่กับคลื่นลูกเก่าเข้าปะทะกัน ฮัทเริ่มต้นมองหาทางเดินที่เป็นของตัวเองอีกครั้ง ทับทิม-ณัชกมล เสถียรถิระกุล แฟนสาวที่เฝ้ามองการเติบโตของฮัทมายาวนานตั้งแต่สมัยเรียน ได้เข้ามาสะกิดเขาให้มองเห็นศักยภาพในตัวเอง

“จริงๆ ตั้งแต่เรียนมหาลัยมาด้วยกัน ฮัทเป็นคนชอบคิดนอกกรอบ ตอนอยู่คณะ เขาเป็นคนครีเอตป้ายกิจกรรม เขาชอบศิลปะ ดีไซน์เวที แผ่นป้าย เราก็ถามเขาตลอดว่า ทำไมเธอไม่ไปเรียนทางนั้น

“จนจังหวะที่เขาเริ่มอยากทำธุรกิจอะไรสักอย่างของตัวเอง มันประจวบเหมาะกับเราที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการวางระบบให้บริษัทใหญ่มานาน ก็อยากเริ่มต้นทำอะไรเองด้วยเหมือนกัน เราสองคนเลยมานั่งหาข้อมูล และวิเคราะห์ด้วยกันอยู่เป็นปีว่าจะทำอะไรกันได้บ้าง ศึกษาทั้งเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร เพราะที่บ้านทับทิมมีธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร เทกสตาร์ทอัพเพราะมันเป็นเทรนด์ของยุคสมัย แต่สุดท้ายเราก็กลับมามองที่ต้นทุนที่ฮัทมีอยู่ในตัวเอง คือความรู้เรื่องบรรจุภัณฑ์ แม้เขาจะไม่เคยรู้ตัวว่ามีอยู่ก็ตาม”

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

มุมมองที่แตกต่าง

“ผมไม่เคยรู้ว่าตัวเองมองกระดาษไม่เหมือนคนอื่น” ฮัทว่า

“คนอื่นมองกระดาษหรือป้ายเป็นแผ่น แต่ผมมองที่โครงสร้างของมัน ขัดกันยังไง ทำอย่างไรให้ตั้งได้แข็งแรง พอคิดกันว่าเราน่าจะเริ่มจากต้นทุนที่เรามี ผมก็มาคิดต่ออีกว่า เวลาทำงานในโรงงานของป๊า มีหลายเรื่องที่ผมอยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง หนึ่งในนั้นคือการทำบรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์ซับซ้อนและการพิมพ์จำนวนน้อย เพราะโรงงานเรารับลูกค้าธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหญ่เป็นหลัก แบบค่อนข้างตายตัว ไม่มีการพิมพ์อะไรมากมาย เครื่องจักรของเราจึงไม่ได้ซัพพอร์ตการทำชิ้นงานละเอียดหรืองานจำนวนน้อยไปด้วย”

ฮัทและทับทิมจึงเห็นช่องว่างทางธุรกิจ 

“เราเอาข้อมูลนี้มาประกอบร่างกับเทรนด์ต่างๆ ที่เรารีเสิร์ชกันมา กลายเป็นคอนเซปต์ของโรงพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีบริการที่ใส่ใจกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด”

ทางเลือกบนทางแยกสำคัญในชีวิตของฮัท จึงเป็นการเก็บเกี่ยวเอาเมล็ดพันธุ์ประสบการณ์ด้านบรรจุภัณฑ์ที่เห็นมาตั้งแต่เล็ก มาประกอบร่างกับประสบการณ์ทางการเงินของตน และประสบการณ์ด้านการวางระบบธุรกิจของคนรัก เพื่อสร้างเป็นทางเดินใหม่ในแบบของตัวเอง จนกลายเป็นโรงงานบรรจุภัณฑ์หน้าใหม่ที่ชื่อ Pick A Box ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาให้กับลูกค้า ทั้งงาน Customization บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แบรนด์ต่างๆ นวัตกรรมกล่อง SuperLock ปกป้องสินค้าที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ และใช้เทคโนโลยี Drop Test มาสร้างความมั่นใจว่ากล่องที่ออกแบบกับ Pick A Box นั้นไม่ว่าจะตกท่าไหน ก็ไม่ทำให้ของข้างในเสียหายแน่นอน

แนวทางธุรกิจใหม่นี้ไม่กระทบโรงงานเก่าของพ่อ แม้จะต้องหาฐานลูกค้าใหม่ทั้งหมด แต่พวกเขาตั้งใจจะทำสิ่งใหม่อย่างดีที่สุด

การเดินทางครั้งใหม่ในช่วงวิกฤต

แต่การตั้งไข่ในธุรกิจ Red Ocean อย่างสิ่งพิมพ์-บรรจุภัณฑ์ นั้นไม่ใช่งานง่าย เมื่อธรรมชาติของลูกค้าคุ้นชินกับการค้นหาเจ้าที่ให้ราคาถูกที่สุด โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์โลกไม่เป็นใจ ส่ง COVID-19 มาเป็นความท้าทาย จึงน่าสนใจว่าทั้งคู่ผ่านความท้าทายเหล่านี้มาได้อย่างไร

“ผมกับทับทิมวางแผนกันมาตั้งแต่ก่อน COVID-19 จะระบาด แต่ไม่นานหลังเครื่องจักรเครื่องแรกที่เราสั่งมาส่งถึงโรงงานก็มีประกาศล็อกดาวน์ในประเทศไทย ตอนแรกเราเครียดกันมาก แต่เมื่อมาลองทบทวนถึง Business Model ที่คิดกัน ถามตัวเองว่ามันยังไปต่อได้หรือไม่ในสถานการณ์นี้ คำตอบก็คือ ได้”

ทับทิมเล่าต่อไปถึงการเอาตัวรอดของโรงงานบรรจุภัณฑ์ใหม่ในวิกฤตการณ์ระดับโลก

“โชคดีที่เครื่องพิมพ์เครื่องแรกที่มาถึงเป็นเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล ทำให้เราได้ทดลองงานสเกลเล็กก่อน ในวันที่ยังไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่าง งานแรกของเราเป็นงานพิมพ์กล่องส่งยาให้กับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งในตอนนั้นโรงพยาบาลเป็นศูนย์รับผู้ป่วย COVID-19 ทำให้ต้องขอความร่วมมือผู้ป่วยที่รับยาเป็นประจำให้รับยาทางไปรษณีย์แทน อันนี้เป็นงานการกุศล เราไม่ได้คิดเงินกับเขา แต่มันคือโปรเจกต์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้และปรับตัวกับเครื่องจักร”

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

โอกาสที่มาถึงพร้อมกับวิกฤตโรคระบาด คงหนีไม่พ้นเทรนด์การเติบโตของบรรจุภัณฑ์สำหรับขนส่ง ในวันที่ทุกคนออกจากบ้านได้ยากขึ้น การซื้อสินค้าออนไลน์ก็ขยายตัวตาม ฮัทเองใช้ทักษะนักการเงินที่มีอยู่ในตัววิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ในใจ เขาจึงไม่ถอยแม้ธุรกิจสายการผลิตอื่นๆ จะได้รับผลกระทบจนต้องลดกำลังการผลิตลง

ส่วนทับทิมเองมองว่า นี่เป็นโอกาสที่ทำให้จุดเด่นของ Pick A Box แข็งแรงขึ้นไปอีก 

“เราเป็นโรงพิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่ Customer-centric มากค่ะ ยิ่ง COVID-19 ทำให้การซื้อขายออนไลน์บูมกว่าที่เคยเป็นมา เรามีบริการครบวงจรเอาไว้รองรับลูกค้ารายย่อยหรือแบรนด์ร้านค้าออนไลน์ ตั้งแต่การใช้ประสบการณ์ของตัวเองในฐานะที่ปรึกษา วางแนวทางการตลาดให้ลูกค้า มีบริการให้คำปรึกษาฟรีอย่างใส่ใจโดยทีมบริการลูกค้ากว่าสิบคน และทีมกราฟิกสี่คนที่ทำบรีฟสองบรรทัดของลูกค้าให้กลายเป็นภาพได้ แก้แล้วแก้อีกจนลูกค้าพอใจโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม ไปจนถึงดูแลการผลิตอย่างครบวงจรตามงบที่ลูกค้ามี

“เราเน้นเรื่อง Creativity กับ Innovation มากๆ และสอดแทรกเข้าไปในสินค้าและบริการด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นกล่อง SuperLock ที่นำ Know-how ของโรงงานป๊ามาพัฒนา เพื่อช่วยรักษาสภาพสินค้าภายในของลูกค้าให้ไม่บุบสลาย แถมยังผ่านการทำ Drop Test จนมั่นใจว่าหล่นแล้วหล่นอีกก็ไม่เป็นอะไร ตกมุมไหนก็ไม่แตก แล้วก็ใช้เทคนิคเคลือบที่ใช้ในงานพิมพ์มาใช้กับบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เกิดกล่องกันน้ำได้ อันนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทย ที่เราต้องส่งของกันแม้วันฝนตก”

และอีกความต้องการหนึ่งของลูกค้ายุคใหม่ที่แบรนด์ต้องตอบโจทย์ให้ได้คือ เรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฮัทขยายความกับเราว่า โรงงานของเขาจะเสนอให้ลูกค้าใช้กระดาษรีไซเคิลแล้วก่อนเสมอ รวมถึงมีทางเลือกกระดาษจากป่าปลูกหมุนเวียน หมึกพิมพ์ชนิดน้ำ และหมึกถั่วเหลืองให้ลูกค้าได้เลือกใช้ เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดสารเคมีในกระบวนการผลิตไปจนถึงขั้นตอนการย่อยสลายของบรรจุภัณฑ์ให้กลับคืนสู่ผืนดินได้อย่างเป็นมิตร

“เหมือนเราเป็นหมอฟันเลยค่ะ เรารับฟังอาการว่าฟันผุตรงไหน ปวดตรงไหน จะใช้อะไรแก้ เลือกกระดาษแบบไหนจะตอบโจทย์ แล้วก็รักษาให้หาย คือจัดการผลิตกล่องให้ด้วย ตั้งแต่กล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ กล่องเสื้อผ้า รองเท้า กล่องปฏิทิน ไปจนถึงกล่องเครื่องสำอาง กล่องอาหาร กล่องครัวซองต์ กล่องพวงมาลัยรถวินเทจที่ส่งขายต่างประเทศ 

“ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เรามีโอกาสได้เจอลูกค้าจริงๆ เราเลยให้เวลากับแต่ละรายเต็มที่ ถึงไหนถึงกันเลย” รอยยิ้มของทับทิบช่วยเสริมให้เรารู้ว่า เธอเพลิดเพลินกับงานนี้มากเหลือเกิน

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน
Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

ปลูกสร้างกระดูกสันหลังของธุรกิจ

นอกจากเรื่องการผลิตและลูกค้า ปัญหาปราบเซียนต่อมาคือการหาทีมงานที่รู้ใจ ซึ่งฮัทแง้มกับเราว่า นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซอร์ไพรส์ เพราะแทนที่ COVID-19 จะเป็นวิกฤต กลับกลายเป็นโอกาสให้เขาได้คัดคนคุณภาพมาร่วมงาน

“ผมจำได้เลยว่าเราติดประกาศหน้าโรงงานแค่สองวันเท่านั้น แต่มีคนมาสมัครงานกับโรงงานใหม่แกะกล่องของเราเกือบสี่สิบคนตั้งแต่วันแรก เวลานั้นโรงงานส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ มีแต่จะลดวันผลิตลง พนักงานก็ได้รับเงินเดือนแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้พวกเขาต้องมองหางานใหม่ แต่ด้วยงบประมาณที่เราวางกันไว้ เราสามารถจ่ายค่าจ้างได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์”

การได้พนักงานที่ทำงานในโรงงานสายการผลิตมาก่อน ย่อมเป็นผลดีสำหรับธุรกิจเริ่มใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทาย ทั้งฮัทและทับทิมต้องทำงานหนัก กะเทาะเปลือกความเคยชินเดิมๆ เพื่อสร้างระบบการทำงานอย่างที่พวกเขาฝันไว้ให้เกิดขึ้นจริง

พวกเขาใช้แนวคิดแบบบริษัทใหญ่เข้ามาจัดระเบียบโรงพิมพ์เพิ่งสร้างแห่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม เทรนพนักงานแบบ 1 ต่อ 1 ให้เข้าใจความสำคัญของระบบตรวจวัดประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดการเอกสารอย่างมีระบบ เพราะเชื่อว่ารากฐานหลังบ้านที่ดี จะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน
Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

“จริงๆ มันไม่ง่ายสำหรับผมนะครับ เพราะเดิมทีโรงงานที่บ้านเป็นระบบจีน หนึ่งคนทำทุกอย่าง แต่ผมรู้ว่าการมีระบบมันสำคัญ และจะช่วยให้เราเห็นปัญหาได้เร็ว แก้ปัญหาได้ตรงจุด ผมกับทับทิมเลยเป็นผู้บริหารที่ไม่ได้นั่งออฟฟิศ แต่เราลงไปทำงานควบคู่กับพนักงานทุกคน เพื่อให้เขาเห็นว่าเราจริงจังแค่ไหน”

ทับทิมเสริมพร้อมรอยยิ้มว่า “เราพยายามทำให้ระบบเป็นเรื่องสนุกให้ได้ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมที่ดี ให้พนักงานสื่อสารกันภายใน และเข้าใจกันให้มากที่สุด เราวางระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) และ KPI (Key Performance Indicator) เพื่อให้บริษัทและทีมงานพร้อมผลิต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ”

แม้ในวันที่เราได้คุยกับทายาทและพาร์ตเนอร์ธุรกิจของเขานั้น เพิ่งผ่านวันครบรอบ 1 ปีของบริษัทมาได้ไม่นาน และพวกเขายังเผยให้ฟังว่า มีการปรับระบบภายในกันอยู่เสมอ แต่ก็เห็นได้ชัดว่า Pick A Box ก็เป็นธุรกิจที่ก้าวผ่านช่วงเวลาที่เริ่มต้นจากสถานการณ์ติดลบมาได้แล้วอย่างงดงาม 

Pick a Box ทายาทรุ่นสองโรงงานกล่องลัง กับการสร้างธุรกิจใหม่ในวิกฤตโดยการบริหารแบบบ.มหาชน

ทายาทรุ่นสองผู้ขอลองสยายปีกด้วยตัวเอง

“แม้ว่าป๊าจะไม่ได้เข้ามาช่วยในการสร้าง Pick A Box เลย แต่ป๊าก็มองดูอยู่ห่างๆ ครับ ในวันที่ผมทำงานกับเขา เราต้องยอมตามเขาตลอด แต่วันนี้พอเขาได้เห็นว่าเราต่อยอดสิ่งนี้ขึ้นมาเองได้ เขาก็ดูจะฟังผมมากขึ้นนะ” 

หลังจากเติบโตผ่านการเฝ้ามองโรงงานกล่องกระดาษของป๊าที่มีแต่ลูกค้ารายใหญ่มาอย่างยาวนาน ผ่านการบ่มเพาะและเพิ่มเติมทักษะ ประสบการณ์ที่หลากหลาย ได้พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่เป็นส่วนประกอบใหม่ ทายาทรุ่นสองก็พร้อมจะลองสยายปีกด้วยตัวเองในที่สุด

“ถ้าถามว่าวันนี้ลูกค้าเยอะหรือยัง ก็บอกได้แค่ว่าค่อนข้างแน่นครับ และถ้าถามว่าเหนื่อยไหม ทุกวันนี้ผมเดินแค่ในโรงงานก็วันละหนึ่งหมื่นห้าพันก้าว

“ทั้งหมดนี้เพื่อให้ Pick A Box บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่เป็นแค่โรงงานผลิต แต่เป็นพาร์ตเนอร์ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ทำงานเคียงข้างลูกค้าให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดทั้งในด้านความสร้างสรรค์และนวัตกรรมครับ”

ฮัทยิ้มบางและตอบคำถามของเราด้วยท่าทีพึงใจ ราวกับจะสื่อสารว่า แม้การเริ่มธุรกิจใหม่นี้จะเหนื่อยแค่ไหนก็เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าอยู่นั่นเอง

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : Wawa Group หรือ บริษัท นิวไวเต็ก จำกัด (เดิม)

ประเภทธุรกิจในอดีต : สิ่งพิมพ์

ประเภทธุรกิจในปัจจุบัน : เทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2500

อายุ : 65 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ไว เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสอง : เกรียงไกร เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสาม : กร เธียรนุกุล

ไม่มีใครเข้าใจคำว่า Digital Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันของเทคโนโลยีเท่ากับธุรกิจสิ่งพิมพ์อีกแล้ว

กลิ่นหมึก เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นและเครื่องพิมพ์ Mitsubishi สีฟ้ารุ่นแรกของประเทศไทยคือสิ่งที่บอกเล่าประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ ‘นิวไวเต็ก’ ได้เป็นอย่างดี กระดาษกองโตจำนวนมหาศาลถูกแปลงเป็นใบปลิว โบรชัวร์ คู่มือใช้งานสินค้าและอีกสารพัดสิ่งพิมพ์โฆษณาหลายล้านชิ้นในช่วงกว่า 6 ทศวรรษจากวันแรกของ ไว เธียรนุกุล ผู้ก่อตั้งสู่ปัจจุบัน กร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ในอาคารเก่าแก่ย่านสี่พระยานี้

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

ผ่านจุดที่รุ่งเรืองที่สุดของวงการสิ่งพิมพ์ และจุดเปลี่ยนที่มาเยือนแท่นพิมพ์เร็วกว่าที่คิด

ว่ากันว่าคนรุ่นแรกคือผู้ก่อร่างสร้างตัวจากสองมือเปล่า และคนรุ่นสองคือผู้ต่อยอดสร้างธุรกิจให้เติบโต แต่บทถัดไปของคนรุ่นสามที่โรงพิมพ์นิวไวเต็กนี้ ต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยง 45 อุตสาหกรรมไว้ด้วยกันบนตลาดออนไลน์ เพื่อก้าวต่อไปบนเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม

อยู่รอดเพื่อเติบโต

เติบโตเพื่อสร้างตำนานต่อไปในอนาคต

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เริ่มต้นที่ ‘เสื่อผืน หมอนใบ’

คุณกรเล่าให้เราฟังว่า คุณปู่ของเขา (ไว เธียรนุกุล) คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนจีนโพ้นทะเลที่มาตามหาอนาคตในเมืองไทย ยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ได้ใกล้ตัวและมีบทบาทกับผู้ประกอบการมากเหมือนปัจจุบัน หนทางเดียวของ ‘คนต้นตระกูล’ หรือเบบี้บูมเมอร์ทั้งหลาย คือต้องขยันทำมาหากิน หนักเบาเอาสู้และเปิดรับทุกโอกาสโดยไม่มีข้อแม้

ปู่ของเขาเห็นว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนทำโรงพิมพ์ยังมีน้อยราย จึงก่อตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกของตระกูลที่ตลาดน้อย รับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนธุรกิจเติบโตมากขึ้นจึงย้ายมาโรงพิมพ์แห่งใหม่ย่านสี่พระยา ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

“คุณปู่เล่าว่าแต่ก่อนตรงสี่พระยาโล่งมาก จากนั้นก็เริ่มมีคนจีนเข้ามาทำมาหากิน สังเกตดูชื่อบริษัทแถวนี้จะเป็นชื่อภาษาจีนหมดเลย”

โรงพิมพ์นิวไวเต็กในยุคเริ่มต้นเน้นพิมพ์สื่อโฆษณาเป็นหลัก จนเมื่อธุรกิจถูกส่งต่อให้กับลูกชายคนโตอย่าง เกรียงไกร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นสองจึงหันมาขยายตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลงหรือ Security Prining สำหรับลูกค้ากลุ่มธนาคาร ซึ่งผลตอบรับดีมาก หลายสถาบันการเงินรวมทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง American Express ต่างก็เป็นลูกค้าของที่นี่ทั้งนั้น เนื่องจากการพิมพ์ลักษณะนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและมีเพียงไม่กี่โรงพิมพ์ที่ทำได้ ขณะเดียวกันสิ่งพิมพ์โฆษณาที่เป็นรายได้สำคัญก็ยังเติบโตต่อเนื่องด้วย

“สมัยผมยังเด็ก ธุรกิจโรงพิมพ์ดีมาก ทำงานกัน 7 วันแทบไม่หยุดเพราะงานล้นมือ ตั้งแต่จำความได้ ผมเดินเข้าไปในโรงพิมพ์ก็เห็นเครื่องพิมพ์ทำงานเสมอ วุ่นวายมาก กลับมาดึกแค่ไหนก็เห็นคนงานเดินไปมา รถจัดส่งวิ่งเข้าออกตลอด โกดังที่นี่ไม่ได้ใหญ่เท่าคนอื่น ก็ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้ดี อยู่ข้างนอกเวลาเจอใบปลิวของแบรนด์ดัง ๆ ที่พิมพ์จากโกดังเรา ก็ภูมิใจว่านี่มันของบ้านเราพิมพ์นี่นา”

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

งานพิมพ์ที่ดีเขาดูกันอย่างไร

คุณกรบอกว่าคนในวงการพิมพ์จะดูกันที่เม็ดสี เมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว เม็ดสีต้องไม่เหลื่อมกัน ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กล้องส่องแบบเดียวกับการตรวจสอบอัญมณี เพื่อดูว่างานพิมพ์คมชัดหรือไม่ การลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่งได้ แม้จะต้องใช้เงินราว 30 – 40 ล้านบาทต่อเครื่อง แต่การทำธุรกิจในช่วง ‘ขาขึ้น’ อย่างไรเสียก็มีกำไร โรงพิมพ์นิวไวเต็กไว้เวลาเพียง 2 – 3 ปีเท่านั้นก็คืนทุนแล้ว

คำสอนที่คุณปู่สอนคุณพ่อ และคุณพ่อก็สอนเขาต่อกันมาคือ “ทำธุรกิจอะไรก็ได้ แต่ขอให้สุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น” คุณกรจึงเชื่อว่าธุรกิจต้องยึดเรื่องความดีเป็นหลักก่อน ไม่นานจากก้าวแรก นิวไวเต็กเติบโตมากขึ้นจากรุ่นที่หนึ่งไปสู่รุ่นที่สอง ในยุคที่การพิมพ์เฟื่องฟูที่สุดได้

คุณพ่อเกรียงไกร เป็นที่นับหน้าถือตาในอุตสาหกรรมนี้มานานแล้ว เคยดำรงนายกสมาคมการพิมพ์ไทยมาหลายสมัย และมีส่วนผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร (ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร) ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ธุรกิจการพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย ความมุ่งมั่นในตอนนั้นคือการยกระดับวงการการพิมพ์ โดยมีคู่เทียบที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ของเอเชีย ทั้งที่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยและจำนวนอุตสาหกรรมก็น้อยกว่า จึงเป็นที่มาของพื้นที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ขนาดใหญ่และสถาบันการพิมพ์ไทย (Thai Printing Academy) ผลิตคนมีฝีมือออกไปสร้างชื่อเสียงในเวทีสากลจนถึงทุกวันนี้

“ตอนนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจการพิมพ์ ราคางานพิมพ์ดีมาก เราเลือกลูกค้าเองด้วยซ้ำว่าเราอยากจะทำให้ใคร แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าเป็นฝ่ายเลือกเรา เพราะอุปสงค์ต่ำกว่าอุปทานมาก แถมสู้ราคากันจนกำไรแทบไม่มี”

ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจ ไม่เคยมีอะไรง่ายและจะไม่มีวันง่าย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาพอดีตที่หอมหวานผ่านไปอย่างรวดเร็ว สื่อดิจิทัลขยายตัวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสน่ห์ของสิ่งพิมพ์จึงแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เคยมีอีกต่อไป

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เทคโนโลยีป่วน ธุรกิจเปลี่ยน

เดิมคุณกรมีแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากเรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อต้องกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากคุณน้าซึ่งเป็นกำลังหลักฝั่งทีมขายเสียชีวิต เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ต่อ ในวันที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย

“ผมไปคุยกับลูกค้ารายใหญ่ทั้งหมด เพื่อแนะนำตัวว่ามาทำแทนคุณน้า เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง จำได้เลยว่าเจอลูกค้าอินเดีย เขาบอกผมว่ามีข่าวร้ายนะ คืองบประมาณโฆษณาสื่อออฟไลน์สำหรับการทำการตลาดก็คือสิ่งที่เราทำให้ทั้งหมด จะโดนหั่นออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นคนเริ่มนิยมใช้เฟซบุ๊กและยูทูบกันมากแล้ว เห็นว่าช่องทางการทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่า ตรวจสอบได้เลย คนก็เทเงินไปการตลาดออนไลน์กัน วันนั้นผมรู้เลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ทันสมัยแล้ว มันไม่ใช่แล้วล่ะ”

คุณกรพบว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ก็บอกกับเขาแบบนี้เช่นกัน จึงปรึกษากับคุณพ่อในฐานะนักธุรกิจใหญ่ซึ่งเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้ จากการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ และพบว่าการพิมพ์เพื่อการโฆษณาไม่ได้มีอนาคตที่สดสดใสอีกต่อไป สองพ่อลูกนั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเวลานั้นโรงพิมพ์หลายรายเริ่มหันไปผลิตบรรจุภัณฑ์แทน เพื่อสอดรับกับการขายของออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น ปรับแต่งเครื่องจักรและกระบวนการเข้าไปก็ทำให้เห็นทางออกเพื่อหนีตายได้

แต่นั่นไม่ใช่ทางที่คุณกรเลือก

เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสิ่งใหม่โดยไม่ยึดโยงกับอุตสาหกรรมเดิม นั่นคือแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ Wawa Pack เป็นการต่อยอดจากความรู้ด้านบรรุภัณฑ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่ครอบครัวมี ตั้งเป้าเป็นตลาดออนไลน์สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์และคู่ค้าหรือ B2B โดยเฉพาะ โดยที่คุณกรต้องดูแลทั้งธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นหลักยึดของครอบครัวและธุรกิจดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“Wawa Pack เริ่มจากทีมเล็ก ๆ เราดึงพนักงานนิวไวเต็กที่ดูมีหน่วยก้านดีมาร่วมกันทำงาน จะสัมภาษณ์ดูความเข้าใจว่าเขารู้จักเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ หรือเปล่า และให้ลองมาทำกันจริง ตอนนั้นคุณพ่อและผู้ใหญ่ในครอบครัวเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นแต่ก็มีข้อสงสัยในใจ อย่างลงทุนของโรงพิมพ์ยังได้เห็นเครื่องจักรที่จับต้องได้ รู้ว่ามีสินทรัพย์เท่าไหร่ ขายต่อก็ได้ แต่มาทำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มจับต้องไม่ได้ ก็เลยกล้า ๆ กลัว ๆ คิดกันว่ามันจะดีหรือเปล่า แถมลงทุนเยอะด้วย พอไม่ใช้แล้วจะขายต่อก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรอีก หายไปเลย ไม่เหมือนเครื่องจักรที่ขายต่อมือสองหรือขายเป็นเศษเหล็กได้”

เป็นเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ที่ต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทุกคนจะต้องพิสูจน์ฝีมือการบริหารธุรกิจเพื่อซื้อใจหัวหน้าคนสำคัญ ซึ่งก็คือบุพการีหรืออาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีบทบาทและอำนาจตัดสินใจในองค์กร ทายาทรุ่นสามของนิวไวเต็กเชื่อว่าการยืมปากคนอื่นมาพูดแทน คือวิธีการที่ช่วยได้มาก จึงสมัครเข้าแข่งขันตามเวทีแข่งขันหรือพิชชิ่งของกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อทำให้ ‘คนนอก’ มาช่วยรับรองวิธีคิดและไอเดียของเขาว่าน่าสนใจและทำได้จริงผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่คว้ามาได้

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย
เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกเขาว่าจะไปหาลูกค้าของโรงพิมพ์นะ แต่ที่จริงผมไปพิชชิ่งกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแทน หายไป 3 วันเลย คุณพ่อก็เข้าใจว่าผมไปหาลูกค้า จนผมก็ได้รางวัลรองชนะเลิศกลับมา นั่นเป็นเวทีแรกเลย ผมแบกรางวัลมาโชว์ให้พวกเขาเห็นว่างานของผมมีคนซื้อไอเดียนะ ก็เลยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น เขาเลยให้ลอง หลังจากนั้นก็ยังไปประกวดอีกหลายเวที 

“ทำ Wawa Pack ถือว่าท้าทายมาก เพราะตลาดออนไลน์แบบ B2B ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ผมอายุน้อย คนที่คุยด้วยก็เป็นคนรุ่นพ่อ ถ้าเจอคนต่างรุ่นก็ต้องใช้รางวัลและการรับรองที่ได้ทั้งจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) รวมทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาสร้างความมั่นใจ จะดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น”

เมื่อโจทย์เก่าถูกแก้ด้วยวิธีการใหม่ ก็มักจะมีโจทย์ใหม่เข้ามาทายเสมอ

การเดินทางจากนิวไวเต็กจึงไม่ได้จบแค่เพียง Wawa Pack เท่านั้น

ฝันใหญ่ที่ต้องไปให้ถึงกับแพลตฟอร์มสินค้าอุตสาหรรมของคนไทย

เมื่อธุรกิจใหม่ขยายตัวได้พอสมควร จนมีสินค้ากว่า 3,000 รายการในระยะเวลาไม่กี่เดือนจากผู้ขายนับร้อยราย คุณกรเห็นโอกาสต่อยอดจากห่วงโซ่อุปทานที่หลายบริษัทบนแพลตฟอร์มมี ซึ่งไม่ได้ทำแค่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น ยังมีสินค้ากลุ่มอื่นอีกมากในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพด้วย

“ลูกค้าก็มาคุยว่าในเครือของเขามีสินค้าประเภทอื่นอีกเยอะ ถ้าเอาสินค้าทั้งบริษัทเขามาขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้หรือเปล่า ก็เลยเกิดไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของเรา เพราะถ้าจำกัดแค่บรรจุภัณฑ์ ตลาดก็จะแคบ แต่ถ้าคนต้องการสินค้าประเภทอื่นด้วยมันก็ขายได้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก Wawa Pack เป็น myWawa ซึ่งตั้งเป้าจะเป็นตลาดออนไลน์ของ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมไปเลย”

สิ่งที่น่าทึ่งของการเชื่อมจุดในโลกธุรกิจ คือจะมีจุดใหม่ ๆ ให้เชื่อมต่อไปเสมอ

แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวในวงกว้างอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม myWawa มียอดขายเกิดขึ้นระดับพันล้านบาท จากผู้ขายรายใหญ่ที่มีความเคลื่อนไหวประจำหลายสิบราย สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณกรต้องการดึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เข้ามามากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการไทยโดยคนไทยอย่างแท้จริง โจทย์สำคัญที่ต้องแก้ของคนตัวเล็กคือข้อจำกัดด้านบุคลากร เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่โลกดิจิทัลด้วยกัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ธุรกิจใหญ่ไปได้ ธุรกิจก็ต้องมีทางเดินด้วย

สำหรับโครงสร้างองค์กรนั้น นิวไวเต็กจะเป็นเหมือน ‘ยานแม่’ หรือบริษัทโฮลดิ้งของ Wawa Group ที่แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยกลุ่มแรกคือ Wawa Service and Marketing Group นั่นคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ myWawa ที่เป็นทั้งตลาดและการบริการลูกค้า กลุ่มที่สองคือ Wawa Financial Group ธุรกิจด้านความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเสริมแพลตฟอร์มให้แข็งแรง เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานและการชำระเงินที่ปลอดภัย และกลุ่มที่สามคือ Wawa Logistics Group ธุรกิจบริหารจัดการการขนส่งที่เกิดขึ้นบน myWawa

ความท้าทายของตลาด B2B คือมีปริมาณการซื้อขายที่ใหญ่ ผ่านกระบวนการทางธุรกิจที่มากกว่าการขายปลีกโดยตรงให้กับผู้บริโภค ผู้ซื้อสินค้าจะสอบถามราคาสินค้าโดยอ้างอิงจากปริมาณที่ต้องการจากนั้นผู้ขายจะเสนอราคา ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย จากนั้นจึงเปิดคำสั่งซื้อพร้อมกับตกลงเงื่อนไขการชำระเงินในรูปแบบเครดิตเทอม ซึ่งระบบของ myWawa ต้องรองรับขั้นตอนที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่การสอบถามสินค้าไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงาน

“อย่างเรื่องการขนส่ง เขาไม่ได้ส่งกันเป็นชิ้น แต่ส่งเป็นรถคันใหญ่ทีละ 50 – 60 ลัง ดังนั้น จะใช้ขนส่งรูปแบบเดิมไม่ได้ เราจะใช้แบบเหมาทั้งคัน จะขนของขึ้นเต็มคันหรือครึ่งคันก็ตามที ค่าขนส่งจะถูกลง เรื่องนี้คนทำธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยดี จะต่อรองกันอยู่แล้วว่าถ้าส่งปริมาณมาก ๆ จะมีส่วนลดเพิ่มหรือเปล่า พอตกลงกันได้ก็คุยกันเรื่องเงื่อนไขการชำระเงินต่อ ส่วนใหญ่ใช้การโอนเงินหรือจ่ายเช็คกันทั้งนั้น”

กลายเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบเต็มตัว เหลือภาพแท่นพิมพ์และกลิ่นหมึกเป็นความทรงจำสีจาง ๆ เท่านั้น

“คุณพ่อผมเห็นธุรกิจการพิมพ์ที่รุ่งโรจน์มาก ๆ มาวันนี้ต้องเปลี่ยนผ่านแล้ว เขารู้นะว่าต้องหันไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แต่ก็ทำใจได้ยากอยู่ดี ต้องใช้เวลา เราคิดกันว่ามาถูกทางแล้วล่ะ ผลตอบรับค่อนข้างดี สมัยก่อนนิวไวเต็กเป็นตัวบอกว่าเราคือใคร ตอนนี้ก็จะไปอยู่เบื้องหลังและใช้ Wawa Group นำหน้าแทน ตอนนี้พนักงานของนิวไวเต็กน้อยลงมาก หลายคนก็เกษียณไปแล้ว บางคนบอกว่าเห็นคุณกรตั้งแต่แรกเกิด คนที่อยู่ตอนนี้เราก็ยังให้เขาทำงาน แต่ไม่ได้รับคนและไม่ได้ลงทุนเพิ่มแล้ว”

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ส่งต่อความคิด สื่อสารเพื่อความเข้าใจ

ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินการมายาวนานมักจะเจอปัญหาการทำงานของคนต่างรุ่น คนรุ่นเก่าถือเป็นหลักสำคัญที่ช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัว อยู่รอดจนเติบโตได้ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เป็นเรี่ยวแรงที่เป็นอนาคตเพื่อสานต่อและเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่สิ่งใหม่ คุณกรในฐานะทายาทรุ่นสามเชื่อว่าการสื่อสารระหว่างกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะผสานศักยภาพของคนในองค์กรเข้าด้วยกันได้

“คนรุ่นเก่าไม่ใช่ไม่เก่งนะ เขามีประสบการณ์เยอะมาก เรื่องอะไรที่เขาเคยผิดพลาด เราก็รับฟังและเอามาใช้ แต่ไม่ไปบังคับให้เขามาเชี่ยวชาญเทคโนโลยีแบบเด็ก ๆ เราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตโดยที่ไม่มีคนรุ่นเก่ามาคอยดึงเขาไว้ ต้องรักษาสมดุล หน้าที่ของซีอีโอคือการทำให้คนทั้งสองรุ่นทำงานด้วยกันได้ Wawa Group จะวิ่งไปข้างหน้าและดึงคนเก่ง ๆ เข้ามาให้ได้ ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกับองค์กรระดับโลกที่คนอยากเข้ามาทำงาน ไม่เพียงแต่คนไทย คนต่างชาติก็ต้องอยากมาทำงานกับเราด้วย”

คุณกรในวันนี้เป็นทั้งลูกชายคนโตของครอบครัว และหลานชายคนโตของตระกูลเธียรนุกุล อีกบทบาทที่สวยงามคือการเป็นคุณพ่อของลูกชายตัวน้อย ๆ ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะไม่บังคับให้ลูกมาสานต่อธุรกิจถ้าเขาไม่ได้สนใจจะทำ อย่างไรก็ตาม องค์กรนี้ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรมืออาชีพอยู่ดี การเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบจึงสำคัญมากกว่า

“ถ้าเขาอยากทำอย่างอื่น อย่างเป็นนักกีฬาหรือนักดนตรี ผมก็จะให้เขาทำ ไม่ห้าม พยายามจะไม่ให้บรรยากาศองค์กรเป็นกงสี อยากให้เป็นมืออาชีพ ถ้าลูกจะเข้ามาทำก็ควรมีฝีมือ ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ก่อน ไม่ใช่ว่าเป็นลูกผมแล้วมาเป็นผู้จัดการได้เลย

“ผมบอกเสมอว่าสตาร์ทอัพของผมไม่ได้เริ่มมาจากโรงรถ เราเริ่มจากโรงพิมพ์ ความท้าทายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็มีตำนานธุรกิจของครอบครัวอยู่ ความยากคือทำอย่างไรผู้ใหญ่จะยอมรับและมั่นใจในตัวเรา ต้องทำให้เขาเปิดใจและอยากลองสิ่งใหม่กับเรา มันใช้เวลาและความอดทนนะ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละที่มีวิถีไม่เหมือนกัน แต่เริ่มต้นเหมือนกันได้คือ การสื่อสารที่ดี เข้าใจปัญหาซึ่งกันและกัน และดูว่ามีทางแก้อะไรได้บ้าง”

ไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว มีแต่ธุรกิจที่ตายไปจากระบบเพราะยึดติดกับความสำเร็จเดิม ชื่อนิวไวเต็กจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่ยืดหยุ่นมากพอกับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า

ใครที่ไม่เปลี่ยน สักวันก็ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนอยู่ดี

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load