The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่ขนมหม้อแกง

แน่ล่ะ จังหวัดนี้เป็นแหล่งผลิตตาลโตนดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เป็นเจ้าตำรับขนมหม้อแกงและสารพัดของหวานไทยแสนอร่อย แถมล่าสุดยังได้ขึ้นทะเบียนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์อาหารโลกของยูเนสโกในปี 2564 การันตีรสชาติความอร่อยเด็ดขาดของเมืองที่ผสมผสานทั้งความดุดันและอ่อนหวาน แต่เพชรบุรียังมีดีในอีกหลายมิติ มีทั้งผืนป่าแก่งกระจานแสนอุดมสมบูรณ์ ทะเลชะอำงามสงบ สวนผลไม้สารพัดที่แสนอร่อย ไปจนถึงงานศิลปวัฒนธรรมเมืองเพชรก็โดดเด่นจนมีสกุลช่างของตัวเอง 

จุดเด่นมาก ๆ อีกอย่างของเมืองเพชร คือการเป็นเมืองรองที่ส่องประกายเรืองรอง ยังรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความจริงแท้ไว้ ขณะเดียวกันก็เปิดประตูบ้านให้คนเข้ามาสัมผัสเสน่ห์เพชรน้ำหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ เราจึงขอชวนมารู้จักของดี ‘เมืองพริบพรี’ จากกิจการและกิจกรรมของชาวเพชรบุรีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ให้คุณได้กิน เที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจอย่างเป็นสุข และทำความรู้จักเมืองหน้าด่านระหว่างภาคกลางกับภาคใต้นี้ด้วยแนวคิดยั่งยืน เป็นมิตรต่อทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม

01

ร้านรัญจวนใจ Local Cuisine

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ร้านอาหารไทย Hidden Gem ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพชรบุรี

ระหว่างทางจากเพชรบุรีไปชะอำ มีร้านอาหารไทยฝีมือดีอยู่ร้านหนึ่งอยู่ที่อำเภอท่ายาง ร้านห่างออกมาจากตัวอำเภอเล็กน้อย รับลูกค้าวันละไม่กี่โต๊ะผ่านการจองล่วงหน้า เสิร์ฟอาหารไทยที่ เชฟเปอร์โยต์-กิจณรงค์ จันทร์ปลูก คนเพชรบุรีเป็นคนปรุง 

ร้านรัญจวนใจเปลี่ยนเมนูตามฤดูกาล เราจึงสั่งได้ตามเมนูที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ในเมนูของแต่ละฤดูกาลจะมีทั้งอาหารไทยโบราณที่แกะจากตำราเก่าเช่นน้ำพริกลงเรือ อย่างเจ้าจอมหม่อมราชวงค์สดับ ลดาวัลย์ หรือแกงชื่อไม่คุ้นอย่างแกงมาชะแมน อาหารพื้นบ้านแบบคนเพชรบุรีอย่างแกงหลอกเนื้อดองหน่อไม้เปรี้ยว หรืออาหารที่มีเฉพาะฤดูกาล เช่น สะเดาน้ำปลาหวาน กับปลากะพงแดงเขี้ยวทอด ปลาที่ได้จากประมงพื้นบ้าน หรือบางวันก็เป็นฝีมือการตกของเชฟโยเอง

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ไม่ใช่เฉพาะอาหารที่มาจากสูตรหรือตำราเท่านั้น เชฟโยยังมีเมนูที่คิดขึ้นเองจากประสบการณ์การทำครัว จับนั่นนิด ผสมนี่หน่อย กลายเป็นอาหารจานใหม่ แต่รสชาติจัดจ้านแบบรสมือคนเพชร 

เชฟเทเบิ้ลฝีมือดีรสชาติจัดจ้าน ในบรรยากาศแบบบ้าน ๆ และจริงใจ เป็นเพชรเม็ดงามแห่งเมืองเพชรที่ควรแวะไปลองชิม

ที่ตั้ง : 77/7 หมู่ ต.ท่ายาง อ อำเภอท่ายาง เพชรบุรี 76120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : หยุดวันจันทร์-อังคาร 12.00 – 19.00 น

โทรศัพท์ : 09 0980 0115

Facebook : รัญจวนใจ Local Cuisine

02

เพ็ญพริกเผ็ด

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงสูตรเผ็ด ที่ใช้น้ำตาลโตนดและพริกเมืองเพชร

ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงเป็นก๋วยเตี๋ยวที่หากินได้หลายร้าน เมื่อมาเที่ยวเพชรบุรี แต่ละร้านสูตรจะต่างกันไป แต่ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร คือก๋วยเตี๋ยวร้านเพ็ญพริกเผ็ดที่ขายมากว่า 40 ปี 

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ก๋วยเตี๋ยวที่ เพ็ญ-สมพร กิมเหล็ง เจ้าของร้านคิดสูตรเอง ได้แรงบันดาลใจจากก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงแบบเพชรบุรี มีน้ำจิ้มสีแดงส้มใส่ถ้วยมาให้เพื่อปรุงก๋วยเตี๋ยว แต่เพ็ญอยากทำสูตรให้เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูอย่างเดียว คิดสูตรให้มีรสเผ็ดและหวานนำ เป็นรสจัดแบบคนเพชรกิน และยังใช้น้ำตาลโตนดของขึ้นชื่อเมืองเพชร กับพริกกะเหรี่ยงจากหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเป็นรสชาติหลักในแทบทุกส่วนประกอบของก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ซอสจนถึงซุป รวมถึงเลือกใช้ถั่วงอกที่หัวโตไม่เหมือนใคร

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ส่วนประกอบสำคัญคือหมูหวานสูตรพิเศษเคี่ยวกับน้ำตาลโตนด หากเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งที่เจ้าของร้านแนะนำให้กินแบบเส้นบะหมี่ จะเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยว พร้อมน้ำซุปรสเผ็ดเบา ๆ ช่วยล้างคอได้ดี ส่วนก๋วยเตี๋ยวแบบน้ำจะปรุงรสมาให้แล้ว เจ้าของแนะนำว่าควรชิมก่อนแล้วจึงค่อยปรุงตามชอบ เพราะไม่อยากให้รสจัดมากเกินไป ที่สำคัญ ควรสั่งลวกจิ้มรวมที่มีทั้งลูกจิ้นหมู หมูสดลวก หมูเปื่อย และหมูหวาน ราดซอสรสเฉพาะตัวที่อร่อยแบบพลาดไม่ได้

ที่ตั้ง : 173/1 ถนน พงษ์สุริยา ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : หยุดทุกวันอังคาร 10.00 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 0 3241 2990

03

พรชัยไอติมกะทิสด

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ไอศกรีมกะทิและไอศกรีมน้ำตาลสด กับขนมไข่สไตล์เพชรบุรี

ไอศกรีมที่กินกับขนมไข่ จะใส่เครื่องก็แค่ข้าวเหนียวกับเม็ดแมงลัก โรยถั่วลิสงคั่ว รสหอมมันเย็นชื่นใจ เป็นเอกลักษณ์การกินแบบคนเพชรดั้งเดิมและจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะไอศกรีมน้ำตาลสดที่ทำจากน้ำตาลโตนดของขึ้นชื่อของเพชรบุรี ยิ่งหากินได้ไม่ง่ายนัก

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

พรชัยไอติมเป็นร้านไอศกรีมทำเองที่เปิดมายาวนานมากกว่า 30 ปี ตั้งอยู่ในตัวเมืองเพชร ตุ้ม-มาลี วัชชุปปกรณิช เจ้าของร้านเล่าว่า สูตรดั้งเดิมของเพชรบุรีคือไอศกรีมกะทิสด ไอศกรีมกะทิของร้านพรชัยจะมีกลิ่นหอมมะลิอ่อน ๆ ทางร้านใช้มะลิที่ปลูกเอง มาผสมผสานเข้าเป็นไอศกรีมรสหอมมัน 

แต่ตอนหลังได้ทดลองดัดแปลง จากเดิมใช้น้ำตาลทรายเพื่อให้ความหวาน เปลี่ยนเป็นใช้น้ำตาลสดของเพชรบุรีเป็นส่วนผสมแทน เลยได้เป็นสูตรไอศกรีมน้ำตาลสดขึ้นมา โดยยังคงความมันของเนื้อไอศกรีมทั้งสองจากกะทิสด 

ร้านพรชัยทำไอศกรีมเองแบบสดใหม่แบบวันต่อวัน ใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบมาใช้ รวมไปถึงขนมไข่ของคู่กันที่ร้านก็อบเอง เป็นความสุขง่าย ๆ ราคาไม่แพงที่สุดพิถีพิถันแบบคนเพชรบุรี  

ที่ตั้ง : 116 ตำบล คลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 16.30 น. 

โทรศัพท์ : 08 1641 5236

04

สวนตาลลุงถนอม

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

สวนตาลเพชรบุรี แหล่งเรียนรู้เรื่องตั้งแต่ต้นจนเป็นน้ำตาล

ห่างจากถนนเพชรเกษมไปไม่ไกล ลัดเลาะไปตามคลอง จะรู้สึกเปลี่ยนบรรยากาศแบบรวดเร็วเข้าสู่สวนตาลที่มีต้นตาลขนาดใหญ่ยักษ์ เรียงกันเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตาดูร่มรื่น ท้ายสวนมีเตาตาลที่กำลังสุมไฟเตา เพื่อเตรียมเคี่ยวน้ำตาลที่เพิ่งเทลงกระทะ 

สวนตาลลุงถนอมเป็นแหล่งปลูกและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากตาล มีทั้งน้ำตาลสด น้ำตาลข้น หรือที่เรียกติดปากกันว่าน้ำตาลปี๊บ ขนมจากตาล 

อำนาจ ภู่เงิน ทายาทผู้สืบทอดสวนตาลแห่งนี้เล่าว่า สวนตาลลุงถนอมเป็นสวนตาลที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ยังมีวิถีชีวิตในการทำน้ำตาลแบบครบวงจรให้เห็น จึงเป็นที่บอกต่อกันปากต่อปาก จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ไม่กี่แห่งที่จะเห็นวิถีชีวิตคนทำสวนตาลของจังหวัดเพชรบุรี ที่นี่จะมีการให้ความรู้เรื่องพันธุ์ การปลูกสาธิตการขึ้นตาล การเก็บน้ำตาล และการแปรรูปการเคี่ยวน้ำตาล ทำขนมตาลให้ชม และพร้อมให้คนเข้าชมได้ร่วมลงมือทำในบางกิจกรรมด้วย

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

ในช่วงวันหยุดจะมีขนมและของฝากที่เป็นทั้งผลิตภัณฑ์จากต้นตาล ขนมพื้นบ้าน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเกษตรจากท้องถิ่น ให้เลือกติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ 

จบด้วยแวะพักดื่มอเมริกาโน่ลูกตาลลอยแก้ว เมนูขึ้นชื่อของคาเฟ่บ้านไร่ภู่หวาน คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนตาลนี้

หากต้องการชมวิถีชีวิตคนทำน้ำตาลเป็นแบบคณะใหญ่ควรนัดหมายล่วงหน้า

ที่ตั้ง : ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 08.30-16.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 7800 7716 

Facebook : สวนตาลลุงถนอม

05

Coco&coff

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม

คาเฟ่ในสวนมะพร้าว ที่บอกว่าเพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่ต้นตาล

Coco&coff เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในสวนมะพร้าวบ้านของ จ๊อย-ลภา บัวประดิษฐ์ และ ฮัน-รัชนีวรรณ จันทมาตย์ ทั้งคู่ลาออกจากงานมาเปิดเป็นร้านกาแฟในสวนมะพร้าว พืชที่อาจไม่ได้รับความนิยมในการปลูกเท่ากับต้นตาล แต่หมู่บ้านดอนผิงแดด อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีดินที่เป็นดินเหนียวและเป็นน้ำกร่อย ส่งผลทำให้มะพร้าวที่ปลูกในพื้นที่นี้มีรสชาติหอมหวาน

10 ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองขนมหวานที่มีทั้งความอร่อย ภูเขา ทะเล และแนวคิดรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เมื่อเห็นว่ามีของดีอยู่หลังบ้านทั้งคู่เลยทำร้านกาแฟขึ้นมา ใช้น้ำมะพร้าวเป็นส่วนผสมในกาแฟ เพื่อโชว์ความหอมหวานของน้ำจากมะพร้าวดอนผิงแดด มีเมนูแนะนำของร้านคืออเมริกาโน่มะพร้าวและลาเต้มะพร้าว หรือถ้าใครไม่กินกาแฟ จะลองสั่งมะพร้าวปั่นนมสด ที่ใช้น้ำมะพร้าวผสมกับนมสดปรุงพิเศษก็ได้ และยังมีขนมที่ทำมะพร้าวอีกหลากหลายเมนู 

ระหว่างรอขนมและเครื่องดื่ม ก็เดินเล่นถ่ายรูปในสวนมะพร้าวและสวนสนกับสระน้ำ เมื่อได้เครื่องดื่มแล้วจะมีประกาศเสียงตามสายให้ไปรับเครื่องดื่มแบบไม่ต้องเสียเวลารอ

หลังจากนั้นค่อยเอนหลังบนเก้าอี้ผ้าใบใต้ร่มเงามะพร้าวแบบสบายใจ ดื่มกาแฟ ซึมซับความอร่อยของน้ำมะพร้าวเพชรบุรีที่มีดีไม่แพ้น้ำตาลสด 

ที่ตั้ง : 79 ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ :  ทุกวัน 09.00-18.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1780 0983

Facebook : Coco&coff

06

บ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

Eco Resort และแหล่งแคมป์​ปิ้งริมน้ำแก่งกระจาน

“คนชอบมาที่นี่ เขาว่ามาแล้วตรงปก” 

น้อย-สุเทพ พิมพ์ศิริ รองประธานบ้านถ้ำเสือโฮมสเตย์เอ่ยอย่างภูมิใจในชุมชนริมน้ำเพชรบุรี แรกเริ่มเดิมทีผู้นำชุมชนมุ่งมั่นเรื่องแก้ไขปัญหาความยากจนของชาวบ้าน ที่ความจำเป็นบีบบังคับให้ต้องขายที่ดินริมน้ำริมป่าให้คนนอกทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้าง กู้หนี้ยืมสินบ้าง จึงร่วมทำธนาคารต้นไม้กับ ธ.ก.ส. โครงการที่ให้ชาวชุมชนปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ เปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์พืชพรรณ และพื้นที่จัดกิจกรรม CSR สุดกรีน 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ต่อมาคนทำกิจกรรมต้องการที่พักเสร็จสรรพ บ้านถ้ำเสือเลยเปิดโฮมสเตย์ไว้รองรับ โดย 1 – 2 ปีมานี้หันมาเปิดเป็นแหล่งแคมป์ปิ้ง ตอบสนองกระแสกางเต็นท์ที่มาแรงแซงโค้ง ใครมาก็หลงรักเพราะที่นี่สวยทุกมุม โดยเฉพาะพื้นที่เกาะกลางน้ำให้กางเต็นท์ได้อย่างส่วนตัว มีห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย แถมยังมีกิจกรรมสารพัด เช่น ล่องแพ ปั้นกระสุนเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไว้ยิงปลูกต้นไม้บนภูเขา ทำไข่เค็มอัญชันและทองม้วนน้ำตาลโตนด 

และช่วงปลายปีที่เขาพะเนินทุ่งเปิด เช้า ๆ ก็หิ้วปิ่นโตไปกินอาหารเช้าและชมทะเลหมอกกันได้ด้วย อยู่ที่นี่ใครจะหุงหาอาหารเองหรือซื้อที่นี่กินก็เลือกได้ตามอัธยาศัย แถมมีคาเฟ่กลางป่าดีต่อใจให้นั่งพักพิงอีกต่างหาก 

นักท่องเที่ยวพึงพอใจ ชุมชนก็ได้รายได้ยั่งยืนตลอดปี ผลตอบรับดีขนาดนี้ชุมชนจึงจำกัดจำนวนคนเข้าพักให้ไม่แออัด ไม่รับกลุ่มกินเลี้ยงสังสรรค์ขนาดใหญ่ งดใช้เสียงดังยามค่ำคืน และที่สำคัญคือต้องแยกขยะด้วย บ้านถ้ำเสือจะได้สวยไม่สร่าง เป็นที่เที่ยวที่รักสิ่งแวดล้อมและทุกชีวิตไปอีกนาน

ที่ตั้ง : 8 ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน (แต่ควรจองพื้นที่กางเต็นท์ล่วงหน้า)

โทรศัพท์ : 08 1130 3835

Website : www.baanthamsue.com 

Facebook : โฮมสเตย์ บ้านถ้ำเสือ อ.แก่งกระจาน

07

The Life Garden Boutique Farmstay

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงแรมแสนเก๋ท่ามกลางฟาร์มสมุนไพรออร์แกนิก

‘บูติกฟาร์มสเตย์แบบวิลล่า 10 หลังที่รายล้อมไปด้วยสมุนไพรไทยนานาชนิด’ คือนิยามของ The Life Garden Boutique Farmstay ที่พักเปิดใหม่ที่อยากให้คนใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังพักผ่อนสบายในสถาปัตย์น่ารักสวยเก๋ โดยเฉพาะห้องที่มีอ่างน้ำนั้นสุดน่ารัก แถมอยู่ห่างจากหาดเจ้าสำราญเพียง 4 กิโลเมตร แต่คนที่เข้าพักส่วนมากไม่อยากออกไปไหนหรอก อยากจะพักอยู่ข้างสระน้ำคดเคี้ยวในสวนเขียว ๆ สดชื่นมากกว่า 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ที่พักหลากขนาดมีความสงบ อากาศดี มีชุดดริปกาแฟให้ในห้อง และเป็นส่วนตัวมากเพราะล้อมด้วยฟาร์มออร์แกนิกกว้างใหญ่ จึงทำกิจกรรมได้หลายรูปแบบ เช่น ให้อาหารปลา เป็ด และห่าน เรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ย ไปจนถึงเก็บมะเขือเทศราชินี ผักนานา และไข่สด ๆ จากเล้าไก่มาให้โรงแรมทำอาหารเช้า หรือใครไม่สะดวกก็ตื่นสาย ๆ มากินข้าวยำหรือแซนด์วิชใส่ผักออร์แกนิกกรุบกรอบจากฝีมือเจ้าของก็ได้ ใส่ใจสุขภาพดีมาก ตอบโจทย์ทั้งแขกคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก หรือผู้สูงวัย และบางวันที่นี่ยังเปิดให้แขกพาสัตว์เลี้ยงมาได้ด้วย 

อีกไม่นาน  The Life Garden Boutique Farmstay  จะเปิดคาเฟ่ด้วย เป็นจุดเช็กอินใหม่ที่ทำให้คนได้ใกล้ชิดและรักธรรมชาติในเพชรบุรี

ที่ตั้ง : 100 ตำบลหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 08 8994 2563

Website : s3.ap-southeast-1.amazonaws.com/a360.co.th/TheLifeGarden/index.html 

Facebook : The Life Garden Boutique Farmstay เดอะ ไลฟ์ การ์เด้น 

08

Hua Hin Sailing Club

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนสอนแล่นเรือใบสำหรับคนทุกวัย

ในวัยหนุ่ม Richard Vine รักการแล่นเรือใบตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นครูสอนแล่นเรือใบที่ Club Med ในยุค 70 แต่ทะเลอังกฤษหนาวเย็น เมื่อได้ออกเดินทางจากอังกฤษไปแล่นเรือใบแถบคาริบเบียน อิสราเอล สเปน ฯลฯ เขาหลงใหลการแล่นเรือใบในพื้นที่อากาศอบอุ่นหรือร้อนตลอดมา การแล่นเรือลำเล็ก ๆ ทำให้เขาได้สัมผัสธรรมชาติและคลื่นลมอย่างใกล้ชิด

 เมื่อมาสร้างครอบครัวอยู่เมืองไทยกับภรรยาชาวไทย น้ำ ไวน์ เขาเปิดโปรเจกต์วัยเกษียณ Huahin Sailing Club มาเกือบ 17 ปี เพราะพบว่าแถบชะอำ-หัวหิน มีหาดสวยงาม ลมพัดดีตลอดทั้งปี ไม่มีหินเกาะแก่งอันตราย บรรยากาศเหมาะสมกับการแล่นเรือใบ แต่กลับไม่มีใครแล่นเรือเลยนอกจากตัวเขากับลูกชาย Sailing Club ที่ใกล้ที่สุดคือที่กรุงเทพฯ กับสัตหีบ ริชาร์ดเลยตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนแล่นเรือใบเล็ก ๆ ขึ้น ให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสความสนุกอย่างที่เขารู้สึก 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เมื่อเวลาผ่านไป จากเรือ 10 ลำก็กลายเป็นเรือหลายขนาด 35 ลำ มีทั้งครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาอยู่กับทะเลช่วงวันหยุดยาว จนถึงผู้ใหญ่ที่ลองแล่นเรือครั้งแรก โดยมีคอร์สพื้นฐาน 4 วัน ที่ทำให้มือใหม่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่แล่นเรือใบได้เองในระยะทางสั้น ๆ ใครอยากฝึกระดับแอดวานซ์หรือลองเช่าเรือใบมาแล่นเองก็ติดต่อที่นี่ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านอาหารกึ่งบาร์ริมหาด ให้นักแล่นเรือใบที่หิวโหยทั้งหลายได้เติมพลังและพักผ่อนก่อนหรือหลังลงน้ำด้วย ครบสูตรหย่อนใจดีมาก

เรือใบเป็นกีฬาที่ค่อนข้างเคารพสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีเครื่องยนต์ปล่อยมลพิษ และยังเล่นได้แทบทุกวัยตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไปจนถึงวัย 80 ขอแค่สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็มาลองแล่นเรือได้ ริชาร์ดเองก็สอนนักเรียนวัย 70 มาแล้วจนแล่นเรือได้สบาย

ที่ตั้ง : 851/3 สวนสนลอย ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7888 7565

Website : huahinsailing.com 

Facebook : Sailing Club Hua Hin 

09

เส้นทางศึกษาธรรมชาติแก่งกระจาน

แหล่งสำรวจนก แมลง สัตว์ป่า และพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ของไทย

แก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทย เป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากยูเนสโก ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบชื้นประกอบด้วยทะเลสาบ ถ้ำ น้ำตก และหน้าผาสวยงาม จึงไม่น่าแปลกใจที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่จะเต็มไปด้วยความดึงดูดใจคนรักป่าและชีวิตกลางแจ้ง

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่มีอะไรให้ดูเยอะมาก ทั้งพืชพันธุ์แปลก ๆ โดยเฉพาะกล้วยไม้ ไปจนถึงดอกไม้หายากเช่น เอื้องสายสี่ดอก จำปีเพชร นกนานาชนิดทั้งนกท้องถิ่นอย่างนกเงือก และนกอพยพที่เข้ามาพักพิงในช่วงฤดูหนาว เช่น นกยางกรอกพันธ์ุจีน นอกจากนี้ยังมีแมลง แถมที่นี่ยังมีสัตว์ป่าสารพัด อย่างหมี สมเสร็จ แมวป่า อ้นใหญ่ (สัตว์ฟันแทะชนิดหนึ่ง) เต่าบก ซึ่งถ้าโชคดีอาจได้พบเห็นรอยเท้าหรือร่องรอยบ่งชี้ต่าง ๆ เหมาะกับคนที่อยากหนีกรุงมาสัมผัสความอัศจรรย์ของธรรมชาติ และเหมาะที่จะให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องธรรมชาติของป่าไทยด้วย

เนื่องจากอุทยานขนาดใหญ่มีอะไรให้เลือกชมเยอะมาก จะมาท่องเที่ยวระยะสั้นหรือมาปักหลักแคมป์ปิ้งในอุทยานแห่งชาติก็ได้ แค่ได้สูดอากาศฉ่ำปอดที่นี่ก็คุ้มแล้ว

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 1050 4461, 0 3277 2311 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว), 0 3277 2312 (ที่ทำการอุทยานฯ)

Website : park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1028 

Facebook : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park 

10

โรงเรียนลูกหว้า

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม
ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนช่างศิลป์เมืองเพชร ที่ทำให้เด็กจากทุกที่สนุกกับศิลปะ

โรงเรียนลูกหว้าก่อตั้งโดย จำลอง บัวสุวรรณ์ อดีตครูสอนภาษาอังกฤษและชาวเพชรบุรีคนแรก ๆ ที่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตในจังหวัด การเชื่อมต่อกับโลกกว้างทำให้เขามองเห็นว่า การศึกษาแค่ในห้องเรียนไม่เพียงพอให้เด็ก ๆ ชาวเพชรบุรีได้เรียนรู้ทักษะจำเป็นในชีวิต รวมถึงรู้จักแง่งามของบ้านเกิด เขาจึงก่อตั้ง ‘กลุ่มลูกหว้า’ ให้เยาวชนได้ออกมาทำกิจกรรมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เคเบิลคาร์ อาเขต หรือบริเวณเขาวังเคเบิลคาร์ ทั้งทำพวงมโหตร ตอกกระดาษ วาดรูประบายสี รวมถึงพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกับนักท่องเที่ยว และจัดหอศิลป์สุวรรณารามในกุฏิเก่าร้าง ทำให้เยาวชนได้รู้จักทั้งงานช่างศิลป์สกุลเมืองเพชร และสร้างสมประสบการณ์ชีวิตด้านการปฏิสัมพันธ์ 

ตะลุยกิน เที่ยว และพักผ่อนในจังหวัดเล็ก ๆ ที่ครบครันทั้งกิจกรรมสนุกเปี่ยมเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความรักสิ่งแวดล้อม

ต่อมากลุ่มลูกหว้าขยายกิจกรรมเป็นโรงเรียนลูกหว้า โรงเรียนสาธารณะที่เด็กหรือผู้ใหญ่จากที่ไหน ๆ ก็มาเรียนรู้ได้ตลอด ทั้งชมนิทรรศการช่างศิลป์เมืองเพชร เรียนทำพวงมโหตร ทำขนมจากตาลโตนดสุก ไปจนถึงวาดรูประบายสีและพิมพ์ลงบนผลงานอย่างกระเป๋าผ้า แก้วน้ำ แถมยังมีมุมขายของคราฟต์ของที่ระลึกจากลุงป้าในชุมชนทั่วเพชรบุรี และที่นี่ยังเป็นแหล่งข้อมูลการท่องเที่ยวเพชรบุรีที่เยี่ยมยอดจากคนท้องถิ่น เรียกได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวได้ครบทุกสิ่ง เหมาะกับกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวหรือคนรักศิลปวัฒนธรรม 

ที่ตั้ง : เขาวังเคเบิลคาร์ ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์) 

โทรศัพท์ : 08 1290 8091

Facebook : กลุ่มลูกหว้า เพชรบุรี

Writers

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

หลังจากโควิด-19 ทำให้เมืองต้องอึดอัดและเงียบกริบ ช่วงนี้กรุงเทพฯ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเทศกาลทั่วกรุง (โอเค ถึงโรคภัยจะยังไม่หายไปก็เถอะ) คนฟังเพลงก็ได้ไปคอนเสิร์ตของศิลปินหลากหลายที่พากันจัดเหมือนอัดอั้นมานาน นักอ่านก็ได้ไปละลายทรัพย์ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 กันถ้วนทั่ว และล่าสุด คนชอบงานศิลปะก็ไม่น้อยหน้า เพราะ ‘Bangkok Art Biennale 2022’ กิจกรรมศิลปะระดับนานาชาติก็กลับมาแล้วเช่นกัน

เสน่ห์ของเบียนนาเล่คือทุกคนจะได้เดินทาง ขึ้นรถ ลงเรือ ไปเสพงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย-เทศที่ติดตั้งอยู่ทั่วกรุง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ ภายในมิวเซียม ในหอศิลป์ ในห้าง หรือแม้แต่วัด พื้นที่ที่ดูเต็มไปด้วยจารีตประเพณี โดยงานทั้งหมดอยู่ภายใต้ธีมเดียวกัน

แก่นความคิดหลักของงานปีนี้ คือ ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM)

จากที่พวกเราทุกคนได้ผ่านความโกลาหล ความโศกเศร้า และน่ากังวลใจมากมายใน พ.ศ. 2565 ทั้งโรคระบาดที่พูดถึงไปตอนแรก หรือความขัดแย้งทางการเมือง ข่าวสงคราม ความอดอยากแร้นแค้นของเพื่อนมนุษย์ ศิลปิน BAB ก็แสดงให้เห็นความหวังที่โลกจะไปสู่สภาวะสงบสุขผ่านงานศิลปะ

Take Me Out ครั้งนี้ ขออาสาพาทุกคนไปดูงานของศิลปินที่น่าสนใจ (ในทรรศนะของผู้เขียน) กับคณะทัวร์ของ ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในเส้นทางสนุก ๆ อย่าง วัดโพธิ์มิวเซียมสยาม – หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สักหน่อย เผื่อว่าจะเป็นไอเดียสำหรับเที่ยวในสุดสัปดาห์นี้

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

วัดโพธิ์

01 มณเฑียร บุญมา

เราเริ่มการเดินชมเบียนนาเล่ปีนี้ที่เก๋งจีนในวัดโพธิ์

“นี่คืองานของศิลปินที่จากไปแล้ว” ดร.อภินันท์ เอ่ยขึ้นระหว่างที่ทุกคนกำลังเพ่งมองงานประติมากรรมหน้าตาแปลกที่ตั้งอยู่กลางเก๋งจีน เนื่องจากศิลปินไม่อยู่ ทายาทของมณเฑียรจึงเป็นรับบทเป็นผู้ดำเนินการแทน

มณเฑียร บุญมา ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยของเอเชีย เขาเป็นผู้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก โจเซฟ บอยส์ มีผลงานจัดแสดงในงานศิลปะระดับนานาชาติมากมาย อาทิ ซิดนีย์ เบียนนาเล่ ครั้งที่ 8, อิสตันบูล เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 รวมถึงงานเอเชีย-แปซิฟิก เบียนนาเล่ครั้งแรก

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของเขาคือการจากไปของภรรยาด้วยโรคมะเร็งทรวงอก ทำให้การทำงานของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาเยียวยาในสถานที่สงบและสร้างสติ มณเฑียรเคยพูดไว้บ่อยครั้งว่า อยากจัดงานแสดงศิลปะจัดวางในวัด

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 นำผลงานของมณเฑียรมาจัดวางในวัดโพธิ์ถึง 2 ชิ้นตามความตั้งใจของศิลปิน งานชิ้นแรกที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า คือ ‘อโรคยศาลา’ งานจาก พ.ศ. 2537 แต่เพิ่งได้จัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก งานนี้มีลักษณะเป็นกล่องโลหะรูปทรงปอดที่มีสมุนไพรอัดแน่นอยู่ อ้างอิงถึงวิหารขอมที่เป็นสถานที่สวดมนต์และบำบัดเยียวยา

ถัดมาที่วิหารวัดป่าเรไร เราได้เจอกับอีกงานของมณเฑียร คราวนี้คืองานจัดวางเศียรพระพุทธรูปอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘Melting Void : Molds for the Mind’ (พ.ศ. 2542) หนึ่งในงานสร้างสรรค์ช่วงสุดท้ายในชีวิตศิลปิน

มณเฑียรเขียนไว้ในงานนี้ว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาให้ที่ว่างภายในองค์พระปฏิมาเป็นที่พำนักแห่งจิตใจ สติของผู้คนที่ปรารถนาให้สภาวะของจิตนั้นเข้าสู่มิติของความสงบผ่อนคลาย”

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

เศียรอะลูมิเนียมวางอยู่ใกล้พระพุทธรูปองค์จริงประจำวิหาร เหมาะเจาะราวกับถูกสร้างมาเพื่อสเปซแห่งนี้เป็นพิเศษ แม้เศียรจะดูยุ่งเหยิง ผู้คนที่มาดูงานก็เดินขวักไขว่ ทว่าวิหารพื้นเย็นเยียบกลับทำให้เรารู้สึกสุขสงบ

“เราเข้าไปในเศียรได้ด้วยนะ” ดร.อภินันท์ แนะนำ สิ้นเสียงของเขา เราจึงมุดเข้าไป มองเห็น ‘รู’ เล็ก ๆ ที่บรรจงเจาะไว้เป็นกลุ่มดาว และได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากสมุนไพรที่เคลือบไว้ด้านในเศียร

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สถานที่จัดแสดง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

02 แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley)

ถัดจากงานของศิลปินผู้ล่วงลับ เราเดินต่อมาถึงงานของศิลปินต่างชาติท่านหนึ่ง

แอนโทนี กอร์มลีย์ เป็นศิลปินผู้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางกับผลงานประติมากรรมศิลปะจัดวาง และศิลปะในพื้นที่สาธารณะซึ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายมนุษย์กับพื้นที่ ผลงานเขามักตั้งคำถามถึงร่างกายของมนุษย์และแห่งหนของมันกับธรรมชาติ

เบียนนาเล่คราวนี้ เขานำเสนองานประติมากรรมจัดวางในวัดโพธิ์ 2 ชิ้น ชิ้นแรกคือ ‘Connect’ (พ.ศ. 2565) แสดงร่างกายที่เป็นเขตความเชื่อมโยงของที่ว่างและแสงสว่าง เมื่อเดินไปอีกฝั่งของระเบียง จะพบกับงาน ‘Contain’ (พ.ศ. 2565) แสดงร่างกายที่เป็นบริบททางวัตถุของการสำนึกรู้

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Connect’
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Connect’

ทั้ง 2 งานแสดงพื้นที่ของประสบการณ์มนุษย์และความสัมพันธ์ที่เรามีต่อที่ว่าง มวลพลังงานอนิจจังถูกแผ่ออกมาในบริเวณวัดจีน-สยามแห่งนี้ ซึ่งมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ อยู่หลายแถว

เพื่อให้ศิลปะทำงานกับพื้นที่ได้ดีอย่างที่ตั้งใจ งานที่เราเห็นจึงเป็นงานที่แอนโทนีสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อวัดนี้และบริเวณนี้โดยเฉพาะ หากใครอยากมาสัมผัสประสบการณ์ ลองหาเวลามายลด้วยตาตัวเอง ร่างกายมนุษย์ทึบ-โปร่งของแอนโทนีอยู่รอคุณถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

มาวันที่คนเยอะก็ได้ประสบการณ์แบบหนึ่ง มาวันคนเบาบางก็ได้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง เราว่าแอนโทนีคงอยากให้งานชิ้นนี้ทำงานได้ทั้ง 2 แบบ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Contain’
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
‘Contain’

สถานที่จัดแสดง

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

มิวเซียมสยาม

03 ทาซีน ไกยัม (Tazeen Qayyum)

จากวัดโพธิ์ เราขึ้นรถมาดูงานศิลป์กันต่อที่มิวเซียมสยาม คราวนี้ศิลปินผู้สร้างงานให้เกียรติมายืนเล่าด้วยตัวเอง

ผู้หญิงผมสั้นตรงหน้า คือ ทาซีน ไกยัม ศิลปินชาวปากีสถาน-แคนาดา ที่สนใจการใช้รูปแบบการทำซ้ำ จังหวะ และความสมดุลของเรขาคณิต มาสร้างให้เห็นเป็นโมทีฟในงานของเธอ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สำหรับงานนี้ แมลงสาบถูกนำมาใช้เป็นโมทีฟ รูปแบบที่เกิดซ้ำ ๆ ในศิลปะจัดวางชิ้นพิเศษนี้ชื่อว่า ‘Patterns of Resilience’ เพื่อวิพากษ์สังคมถึงการไม่สามารถอดทนต่อความเห็นต่างทางการเมือง 

“อย่างที่คุณเห็น ฉันใช้แมลงสาบตายในงานเยอะแยะเลย มันแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันเห็นเกี่ยวกับตัวเองในช่วงสงคราม ฉันกำลังครุ่นคิดถึงคุณค่าของชีวิต” ทาซีนเล่า การที่เธอเป็นชาวปากีสถานซึ่งอยู่ในแคนาดา ทำให้งานแฝงไปด้วยประเด็นความรู้สึกของคนต่างเชื้อชาติในสังคมด้วย

แมลงสาบสีแดงได้คลานไปรอบมิวเซียมสยาม และปรากฏบนผนังนอกอาคารสไตล์นีโอคลาสสิก แสดงถึงสถานที่แห่งการต่อสู้และฝ่าฟันเพื่อกลับสู่สภาพเดิม

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

สถานที่จัดแสดง

มิวเซียมสยาม

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

04 ทัตสึโอะ มิยาจิมะ (Tatsuo Miyajima)

แล้วแมลงสาบสีแดงบนพื้น ก็นำเรามาสู่ห้องจัดแสดงงานอีกห้องของมิวเซียมสยาม

เปลี่ยนแปลงเสมอ เชื่อมโยงทุกอย่าง และดำเนินไปตลอดกาล คือ 3 แกนหลักในการสร้างงานศิลปะของ ทัตสึโอะ มิยาจิมะ ครั้งนี้เขามาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือตัวเลข LED เปล่งแสง

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

‘Wall of Change’ เป็นงานที่ตัวเลข 5 ตัวปรากฏบนผนัง และจะเปลี่ยนไปทุกวันตามตัวเลข 0 – 9 ที่ออกโดยลูกเต๋า 10 หน้า ภูมิทัศน์โลกภายนอกมองเห็นผ่านรูช่องเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตัวเลขในแต่ละวัน ก่อเป็น ‘ภูมิทัศน์ของตัวเลข’ ที่เกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญจากการเปลี่ยนไปของตัวเลขอย่างไร้รูปแบบ

ตัวเลขเหล่านี้เปรียบเสมือนเวลา ซึ่งในที่นี้ ศิลปินเทียบมันกับชีวิต ดังนั้น เมื่อเกิดเลข 0 ภูมิทัศน์ภายนอกไม่สามารถมองลอดไปได้ เหลือเพียงกำแพงปิดทึบ และนั่นก็คือความตาย

“โดยทั่วไปงานของคุณทัตสึโอะจะไม่มีเลข 0 ที่ความหมายเป็นลบ แต่เมื่อโลกเกิดวิกฤตหลายอย่าง ทำให้เขาครุ่นคิดถึงความตายมากขึ้น เลยตัดสินใจใช้เลข 0 เป็นครั้งแรก” คิวเรเตอร์สาวผู้ประจำอยู่ที่มิวเซียมสยามกล่าว งานจัดแสดงชิ้นนี้เปรียบเสมือนการจำลองวัฏจักรของชีวิต ชวนตั้งคำถามถึงความเป็นไป การมีชีวิตอยู่ และความตายของทุกสรรพสิ่ง

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

เรายืนมองงานของศิลปินท่านนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ นอกจากภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวเลขที่บังเอิญเกิดขึ้นในแต่ละวัน ยังทำให้ ‘ชิ้นส่วน’ ที่ใช้ปิดเปิดช่องว่างที่วางอยู่หน้าตัวเลข มีจำนวนเปลี่ยนไปทุกวันตามไปอย่างน่าสนใจ

“ปกติพนักงานจะเป็นคนทอยลูกเต๋า แต่ช่วงนี้คุณทัตสึโอะอยู่ เขาก็จะเป็นคนทอยเองทุกวันเลย” เธอเล่าเพิ่มเติม ฟังแล้วอยากอาสาทอยให้สักวัน ดูซิว่าจะออกมาเป็นเลขอะไร

สถานที่จัดแสดง

มิวเซียมสยาม

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

หอศิลป์

05 ART for AIR

เมื่อจบจากมิวเซียมสยาม ก็ได้เวลาเดินทางไกลมาถึงหอศิลป์ กรุงเทพมหานคร อีกที่ที่รวบรวมผลงานศิลปินมากหน้าหลายตาในงานเบียนนาเล่ครั้งนี้

เราเริ่มกันที่ห้องจัดแสดงห้องหนึ่งที่มีงานศิลปะกระจายตัวอยู่เต็มห้อง และทั้งหมดมีธีมร่วมกันเป็นเรื่อง ‘มลภาวะ’ ประเด็นแห่งยุคสมัยที่ใครก็ต้องเผชิญ

พ.ศ. 2562 สภาลมหายใจประชุมร่วมกับศิลปินแขนงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ เพื่อแบ่งปันถึงปัญหาฝุ่นควันที่ชาวเชียงใหม่ต้องเผชิญ และการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยศักยภาพที่ศิลปินจะทำได้ จึงเกิดเป็นโครงการ ART for AIR หรือ ‘โครงการศิลปะเพื่อลมหายใจ’

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC
ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ปัจจุบัน ART for AIR จึงเสมือนการแสดงพลังของภาคประชาชน เครือข่ายศิลปินจากเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่ขยับขยายไปมากกว่าเรื่องฝุ่นควัน แต่รวมถึงผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก โดยนำเสนอผ่านศิลปะร่วมสมัย

ART for AIR เชื่อว่าศิลปะไม่ใช่ความงามแค่เพียงการมองเห็น แต่คือความงามในการสร้างการตระหนักรู้ ในวิถีของการค้นคว้าถึงสาเหตุของปัญหานั้นด้วยศิลปะ ดั่งจะเห็นจากนิทรรศการนี้ที่นำเสนอแนวคิดของการที่เมืองเข้ามาซ้อนทับพื้นที่ป่า และก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมืองเชิงวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และปัญหาสิ่งแวดล้อม

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ท่ามกลางงานหลายชิ้นในห้องจัดแสดง ชิ้นที่ดึงดูดให้เรายืนดูอยู่หลายนาที ไม่ละสายตาไปสักที คือ 3 จอที่ปรากฏภาพเคลื่อนไหวของผู้หญิงที่กำลังทำงานบ้าน จัดการกับฝุ่นในบ้านด้วยกริยาท่าทางไม่ปกติ

ไม่มีป้ายอะไรใด ๆ แปะอยู่ ไม่รู้แน่ชัดว่าแปลว่าอะไร แต่โชคดีที่เราเจอศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน เราจึงได้คำอธิบายของงานชิ้นนี้สมใจ

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

“มลภาวะตีความได้หลายแบบ จะพูดถึงเรื่องมลภาวะของอากาศก็ได้ หรือมลภาวะของการกดขี่ก็ได้เหมือนกัน นี่เป็นงานที่ทำช่วงโควิด เลยพูดถึงการอยู่บ้าน ซึ่งบ้านควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่บางครั้งอาจจะเป็นพื้นที่ที่มีความรุนแรง มี ‘Domestic Violence’ ที่เกิดกับผู้หญิงได้เหมือนกัน” กวิตา วัฒนะชยังกูร อธิบาย “หรือมองอีกมุมก็คือ การที่เราอยู่ในบ้าน เราคิดว่าเราปลอดภัยจาก PM 2.5 แล้ว แต่จริง ๆ อะไร ๆ เกิดขึ้นได้เหมือนกัน”

  นี่คือผลงานที่เรียกว่า ‘Air Series’ โดยแต่ละงานมีชื่อว่า ‘My Mother and I’, ‘Vacuum’ และ ‘Vacuum 2’ ตามลำดับ

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 9

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

06 พิชชาภา หวังประเสริฐกุล

 “นี่คือศิลปินหญิงที่ยังอายุน้อยมาก ตอนเธอเข้ามาสัมผัสกับบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เมื่อปี 2018 เธอทำหน้าที่เป็น Dek BAB (เด็ก BAB) จะเห็นได้ว่าเธอไต่เต้าจากอาสาสมัครมาเป็นศิลปิน BAB ไปแล้ว” ดร.อภินันท์ พูดพลางกวักมือเรียกศิลปินอย่างคุ้นเคย

“ปรบมือให้น้ำอุ่นหน่อยครับ”

น้ำอุ่น หรือ พิชชาภา หวังประเสริฐกุล เริ่มรู้จักศิลปะการแสดงสด (Performance Art) ในวัย 19 ปี ภายหลังจากได้รับเลือกเป็นหนึ่งในทีมงานของงาน ‘Marina Abramović’ งานของเธอมักตั้งคำถามกับพลวัตของอำนาจ เชื้อเชิญให้ผู้ชมเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง และลดอำนาจของศิลปินลง อีกทั้งยังพาผู้ชมไปถึงจุดที่ต้องตัดสินใจโต้ตอบกับผลงาน

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

ผลงานครั้งนี้ พิชชาภาชวนมองไปยังทะเลสาบข้อมูลในโลกออนไลน์และสังคมภายนอก ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เราเชื่อว่ามาตรฐานที่สังคมตั้งไว้นั้นปกติ ยกตัวอย่างเช่น แต่ไหนแต่ไรเวลานอนเฉลี่ยที่เหมาะควรคือ 8 – 10 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันเริ่มมีการสร้างมาตรฐานใหม่ว่า หากคุณนอนเต็มอิ่มจริง ๆ เพียงแค่ 4 ชั่วโมงนั้นก็เพียงพอ หรือขนาดห้องนอนชุดหนึ่งเคยมีมาตรฐานอยู่ที่ 65 ตารางเมตร แต่ลดลงเหลือแค่ 28 ตารางเมตร เพียงระยะเวลาแค่ 8 ปี

แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนหรือเปลี่ยนน้อยมากคือ ตัวเลขค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 31 บาท นับตั้งแต่ พ.ศ. 2555 นี่คือตัวอย่างจากการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะกรุงเทพฯ รวมถึงสภาพการณ์และความเป็นอยู่ที่บีบบังคับเราให้ต้องอยู่ให้ได้ เพื่อรักษาสถานะการอยู่รอดของตัวเองไปวัน ๆ นั่นจึงนำมาสู่การจำลองห้องขนาดกะทัดรัดในผลงานที่ชื่อ ‘The Standard’ (พ.ศ. 2565) ที่เราได้เห็นกัน

ลายแทงงานศิลปะห้ามพลาดใน Bangkok Art Biennale 2022 เส้นทางวัดโพธิ์-มิวเซียมสยาม-BACC

“เขาพยายามบอกเราว่า เชื่อสิ ฉันคิดมาแล้วว่าเท่านี้มันโอเค เท่านี้มันอยู่ได้” น้ำอุ่นพูดถึงสังคมและเหล่าผู้มีอำนาจ

“น้ำอุ่นจะทดลองอยู่ในกล่องนี้เป็นเวลา 1 เดือนด้วยกัน วันอังคารถึงวันศุกร์ ในกล่องนี้มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตเรียบร้อย มีน้ำ มีอาหาร มีไวไฟ น้ำอุ่นจะทำงาน เข้าประชุม และใช้ชีวิตอยู่ในนี้จริง ๆ จนหอศิลป์ปิดค่ะ”

ว่ากันตามตรง แม้จะเป็นงานชิ้นเล็ก ๆ แต่ด้วยความใกล้ตัว เข้าถึงง่าย นี่เป็นงานที่เราชอบที่สุดใน BAB ปีนี้เลย

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 9

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

07 อริญชย์ รุ่งแจ้ง

เดินต่อมาที่ห้องจัดแสดงอีกห้อง

นี่คืองานของหนึ่งในศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะแนวจัดวางในประเทศไทย อริญชย์ รุ่งแจ้ง เขามักศึกษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่ รวมไปถึงสัญลักษณ์ เศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง ที่สิ่งเหล่านี้กระทำและแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของแต่ละคน

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ หนนี้ อริญชย์ รุ่งแจ้ง นำเสนองานศิลปะจัดวางที่ประกอบไปด้วยประติมากรรมรูปแถบโมเบียส (Möbius strip) และวิดีโอชุด ‘When the fish is chirping’ (เมื่อปลากำลังส่งเสียงจิ๊บ ๆ) พ.ศ. 2565 เพื่อศึกษาการจัดการความโกลาหลของมนุษย์

“คุณอริญชย์มักทำงานเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่มีการพูดถึงและไม่เคยพูดถึงมาก่อน” คิวเรเตอร์คนหนึ่งเล่า “โปรเจกต์นี้เขาเน้นไปยังประเด็นที่คนเจเนอเรชันใหม่ ๆ พยายามพูด อย่างเรื่องสังคมหรือเศรษฐกิจ”

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

งานนี้เริ่มจากการเปิดคลิปวิดีโอสัมภาษณ์เด็กรุ่นใหม่ทั้งหมด 6 คน เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับการสนับสนุนในการเติบโตขึ้นมา เมื่อวิดีโอจบลง ไฟที่ประติมากรรมรูปแถบโมเบียสก็จะติดขึ้น

“สำหรับแถบโมเบียส เราเดินจากด้านหนึ่งแล้วตามมันไปเรื่อย ๆ มันจะวนไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หมายถึงวังวนบางอย่างที่เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่สามารถหาทางออก ซึ่งบนแถบโมเบียสมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดอยู่ เป็นตัวแทนของระบบทุนนิยม และสื่อถึงเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์ไม่เคยคิดจะพูดถึงด้วย

“สภาพแวดล้อมที่ให้คนคนหนึ่งเติบโตมาได้ จะต้องดีทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม”

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

เราคิดว่างานศิลปะที่มีทั้ง ‘ข้อมูล’ อย่างคลิปวิดีโอ และ ‘การตีความ’ อย่างประติมากรรมนั้นน่าสนใจ เพราะทั้งสองอย่างจะทำงานกับผู้ชมไปพร้อม ๆ กัน

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

08 Uninspired by Current Events

จริงไหม? ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในสังคม เรามักจะเห็นภาพซีจีจากเพจ ‘Uninspired by Current Events’ กระทำการ ‘แซะ’ อย่างทันท่วงทีเสมอ

เขา คนที่คุณ (ก็คง) เคยเห็น เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานในแนวทางเหนือจริงด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก เสมือนภาพล้อเลียนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ความเหนือจริงถูกฉาบทับภาพที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ ห่อหุ้มความซับซ้อนที่มีอยู่ร่วมกันภายในสังคม โดยเฉพาะตั้งแต่ปลาย พ.ศ. 2563 ที่มีหลายสิ่งเกิดขึ้นอย่างถาโถม

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงภาพนิ่งที่จะแชร์กันตามโซเชียลมีเดีย แต่เขาได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในทางที่แปลกใหม่ไปจากเดิม ทั้งงานในสถานที่จริงและงานในโลกเสมือนอย่างวีดิทัศน์-วิดีโอเกม โดยเฉพาะในวิดีโอเกมที่จะมีภาพอนุสาวรีย์ต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน ที่พร้อมขยับขยายความเป็นไปได้ในการมองสัญลักษณ์ทางอำนาจเหล่านั้น

เชื่อว่างานของเขาจะช่วยเปิดมุมมองให้ผู้คนได้อีกเยอะ

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8, BAB Cafe, The PARQ และ BAB Virtual Venue

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

09 กวิตา วัฒนะชยังกูร

หลังจากได้เห็นงานชิ้นเล็กของกวิตาเรียกน้ำย่อยไปใน ART for AIR แล้ว เราก็เดินมาเจอกับงานของเธออีกครั้งที่ชั้น 8 ของหอศิลป์

กวิตา วัฒนะชยังกูร เป็นศิลปินผู้สำรวจความไหลลื่นระหว่างแรงงานและจักรกล นำเสนอร่างกายของมนุษย์ในท่าที่ลำบากแสนเข็ญ กับจักรกลที่ทำงานสอดและค้านกันในเวลาเดียวกัน มุ่งเน้นให้เห็นถึงภูมิหลังที่ซ่อนเร้นภายใต้การใช้แรงงานสมัยใหม่และโลกของทุนนิยม

งานนี้เรียกว่า ‘Voice of the Oppressed’ (พ.ศ. 2565) ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรม The Pedagogy of the Oppressed ของ เพาโล เฟรเร่ (Paulo Freire) ซึ่งเสนอว่าความอยุติธรรมในสังคมเราได้ลดทอนความเป็นมนุษย์ และนำไปสู่การทำให้มนุษย์กลายเป็นวัตถุ โดยงานชิ้นนี้เธอร่วมมือกับ พัทน์ ภัทรนุธาพร จากมีเดียแล็บของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT Media Lab)

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

คนใน 2 จอ ซ้ายขวาที่เราเห็น ดูเหมือนกวิตาแต่ไม่ใช่กวิตาจริง ๆ นั่นคือปัญญาประดิษฐ์ที่พัทน์พัฒนาขึ้นมาจากหน้าและเสียงของศิลปิน ชื่อว่า ‘Kawitash1’ กับ ‘Kawitash2’ โดยตัวแรกคือตัวควบคุมโครงสร้าง และตัวที่ 2 คือตัวทำลายวัฏจักรเพื่อปลดแอก 

“ตัวแรกเขาพูดว่า ความกดขี่สำคัญกับสังคมยังไง พอฟังแล้ว เขาก็โน้มน้าวใจเราเหมือนกันนะ น่ากลัวมาก ส่วนอีกตัวจะพูดว่า ทำยังไงเราถึงจะไปสู่อิสรภาพได้ เราก็ปล่อยให้เขาคุยกันเองสองคนเป็นเวลา 45 นาที” กวิตาเล่า

Voices of the Oppressed ยังประกอบไปด้วยงานแสดงสด งานวีดิทัศน์และประติมากรรมจัดวาง ที่น่าสนใจคืองานวีดิทัศน์แสดงร่างกายของกวิตาเป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตดินปืน ซึ่งควบคุมโดย Kawitash1 ขณะเดียวกันศิลปินก็แสดงเป็นคนขจัดดินปืน ล้างเขม่า เปรียบเสมือนการทำงานของ Kawitash2 ที่ต้องการรื้อฟื้นความเป็นมนุษย์กลับมา

ขึ้นรถ ลงเรือ เดินชมงานศิลปะแนวคิดน่าสนใจในเทศกาล BAB 2022 กับ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

กวิตายังมีงานแสดงที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชื่อ ‘VOIDSCAPE’ (พ.ศ. 2565) สำรวจการแข่งขันของมนุษย์ในยุคทุนนิยม กับข้อสังเกตข้างต้นถึงการลดทอนความเป็นมนุษย์ ผลงานนี้เป็นในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ พาผู้ชมเข้าไปในโลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตั้งคำถามถึงอนาคตการใช้แรงงาน และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากทุนนิยม

สถานที่จัดแสดง

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ BAB Virtual Venue

ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ภาพ : มณีนุช บุญเรือง, ปริยากร รักษาก้านตง และ นิติกาญจน์ สมบูรณ์ทรัพย์

Writers

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load