Permaflora เป็นแบรนด์ดอกไม้ประดิษฐ์สัญชาติไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก 

หนึ่ง เพราะเรื่องงานฝีมือเราไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก

สอง เพราะนวัตกรรมคิดค้นทำดอกไม้แบบไทยๆ ที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้ จากการลองผิดลองถูกมาหลายปีจึงค้นพบดอกไม้ประดิษฐ์ที่สวยสมจริงมาก จนมีคนเดินทางมาขอซื้อตรงถึงโรงงาน 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

น้อยคนจะรู้ว่าประเทศไทยเคยเป็นเจ้าแห่งการผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ของโลก จนกระทั่งการมาของจีนที่ผลิตดอกไม้หน้าตาเหมือนกันด้วยเครื่องจักร ทำให้ใช้เวลาและต้นทุนน้อยกว่า แต่ Permaflora ก็ยังเอาชนะและยืนหนึ่งในตลาดได้อยู่

ขณะที่ดอกกุหลาบประดิษฐ์จากจีนราคา 80 บาท ดอกกุหลาบ Permaflora ราคา 400 กว่าบาท ทั้งยังวางประดับประดาอยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ มากมาย ถึงขั้นมีคนเคยบอกว่างานของ Permaflora สวยเหมือนจริงจนแม่บ้านเผลอรดน้ำให้

วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, ศิลปชัย วัชระ

The Cloud มีนัดพบกับ จอห์น-ศิลปชัย วัชระ ผู้ก่อตั้ง Permaflora ผู้เชี่ยวชาญด้านดอกไม้ประดิษฐ์มา 30 ปีผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ทำมือในคอนเซปต์ Life Like Handmade Faux Flower ด้วยนวัตกรรมที่คิดค้นเอง ทำจริงจังเป็นธุรกิจส่งออกต่างประเทศ เป็นตัวแทนแบรนด์ไทยที่สร้างชื่อเสียงดังไกลไปทั่วโลก ทั้งอเมริกาและยุโรป เพื่อพูดคุยเรื่องที่เขาพาธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตมาหลายครั้งหลายคราตลอดระยะเวลา 30 ปี พร้อมฟังมุมมองจาก จีน-กัญญาภัทร วัชระ นักออกแบบดอกไม้ผู้เป็นทายาท 

วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, กัญญาภัทร วัชระ

เตรียมแจกันให้พร้อม แล้วไปฟังเรื่องราวของ Permaflora จากทั้งสองพ่อลูก ซึ่งก่อนอื่นเราขอพาย้อนเวลาไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของวงการดอกไม้ประดิษฐ์ในไทยที่น่าภูมิใจเสียก่อน 

ยุคทองของดอกไม้ประดิษฐ์ไทย

แรกเริ่มเดิมที ดอกไม้ประดิษฐ์เกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส แต่เติบโตจนมีตลาดขนาดใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยมีแหล่งผลิตอยู่ที่เอเชีย ซึ่งฐานการผลิตแรกอยู่ที่ไต้หวัน 

ต่อมาเมื่อไต้หวันเริ่มปรับค่าจ้างแรงงานฝีมือสูงขึ้น ส่งผลให้ไทยซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องงานทำมืออยู่แล้วกลายเป็นแหล่งผลิตดอกไม้ประดิษฐ์สำคัญในยุคนั้น เกิดเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างตัวเลขการส่งออกให้ประเทศอย่างมหาศาล

ดอกไม้ประดิษฐ์ของไทยมีจุดเด่นที่การใช้กระดาษพันก้าน ซึ่งเรียกว่า Hand Wrap และผ้าคอตตอนคุณภาพดีราคาแพง ก่อนพัฒนาต่อยอดเรื่อยมาจนเป็นดอกไม้จากกระดาษสา ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงธรรมชาติ และเป็นที่นิยมในตลาดอเมริกา

30 ปีที่แล้วถือเป็นยุคเฟื่องฟูของวงการดอกไม้ประดิษฐ์ไทยมาก จนเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี ภาษีการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น เกิดการเร่งซื้อ เร่งผลิต จนทำให้คุณภาพลดลง ดอกไม้จากไทยที่เดินทางไปถึงอเมริกาก็เหลือค้างสต็อก ขายไม่ออก ผู้ประกอบการที่ผลิตดอกไม้ประดิษฐ์ในยุคนั้นแทบจะหยุดผลิตกันหมด

ช่วงนั้นเองที่จอห์นตัดสินใจเปิดบริษัท Permaflora 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

เอาชนะด้วยดอกไม้ที่ดูเหมือนจริง 

แต่เดิมครอบครัวของจอห์นทำธุรกิจอยู่ในวงการดอกไม้ประดิษฐ์มานานแล้ว จนเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เขาตัดสินใจแยกตัวออกมาทำธุรกิจเองเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ โดยเปลี่ยนจากผลิตดอกไม้กระดาษสามาทดลองผลิตดอกไม้มีระดับ เน้นคุณภาพมากขึ้น เริ่มจากสั่งผ้าจากญี่ปุ่นมาทำดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด ทำได้เพียง 1 ปีก็ขาดทุน 

จะบอกว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายก็ได้ เพราะความล้มเหลวครั้งนั้นทำให้จอห์นตั้งคำถามอย่างจริงจังเพื่อหาทางรอดให้ธุรกิจ

จากพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์ จอห์นตั้งข้อสังเกตว่า การทำดอกไม้ส่วนใหญ่ใช้วิธีทำแบบจากแม่พิมพ์และปูนปลาสเตอร์ ซึ่งทำให้ดอกไม้ที่ออกมาไม่เหมือนจริง ดูแล้วคล้ายดอกไม้แกะสลัก ไม่เป็นธรรมชาติ 

จอห์นเริ่มจากตั้งคำถามว่า เขาจะทำดอกไม้ที่เหมือนจริงได้ไหม

“ในเมื่อกลีบธรรมชาติก็มี จะไปแกะสลักทำไม เราเทปูนทับลงไปในกิ่งธรรมชาติได้ไหม จะมีวิธีการลอกลายธรรมชาติให้เกิดต้นแบบบนแม่พิมพ์ได้ยังไง เราจะลอกเลียนธรรมชาติในเชิงวัสดุได้ยังไง นี่คือคำถามของเรา แต่มันไม่ง่ายอย่างที่พูด ต้องมีกระบวนการในการพัฒนา” 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

วิศวกรนักปลูกดอกไม้ประดิษฐ์ กับทฤษฎี 7 ขั้นตอน Eureka!

กระบวนการคิดค้นของจอห์นนั้นเรียบง่าย 

หนึ่ง ‘ตั้งคำถาม’ 

สอง ‘สังเกต’ ซึ่งนอกจากสังเกตวิธีผลิตแบบเดิมแล้ว เขายังมองหาวัสดุใหม่ๆ ด้วย สำหรับดอกไม้ประดิษฐ์รุ่นแรก จอห์นทดลองใช้กระดาษสามาทำเป็นโครง และใช้ยางพารามาเป็นวัสดุหลัก ผลก็คือดอกไม้คงรูปสวยแต่อยู่ได้ไม่นาน จอห์นจึงลงมือศึกษาเพื่อแก้ปัญหาต่อ

สาม ‘เปิดหนังสือ’ จอห์นเล่าว่าสมัยนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาข้อมูล คือการเปิดสารานุกรม (Encyclopedia) เขาศึกษาสมการเคมีในหนังสือจนเจอกระบวนการที่ทำให้ยางคงทน 

จากวิศวกรที่ไม่มีความรู้เรื่องการจัดดอกไม้มาก่อน เขาใช้วิธีเปิดหนังสือเรื่องดอกไม้ในร้านหนังสือทีละหน้า เพื่อนับภาพดอกไม้ที่เจอ และเก็บเป็นสถิติว่ามีรูปดอกไม้ชนิดไหนมากที่สุด ก่อนนำไปพัฒนารูปแบบดอกไม้นั้นออกมา

สี่ ‘ไปหาเพื่อน’ เมื่อยางแบบเดิมไม่คงทน จอห์นจึงไปขอความรู้เรื่องวัสดุจากหัวหน้าแผนกผสมยาง ทำยางที่มีส่วนผสมทางเคมีเอง หาซื้อลูกบดกับแหล่งที่ดีที่สุด และสั่งทำเครื่องผลิตเล็กๆ ที่พัฒนาขึ้นมาเองหมด จนทำยางที่คงทนคงสภาพได้ในที่สุด

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

ห้า ‘ศึกษาจากคนทำจริง’ ระหว่างที่พนักงานในโรงงานต่างทดลองวิธีขึ้นรูปดอกไม้ใหม่ๆ นายกาแดงก็หยิบใบกุหลาบที่ทำขึ้นมาให้ดู “พี่จอห์น อันนี้ผมเคลือบก่อน แล้วเอาไปอัด ได้หน้าตาแบบนี้” 

ใบไม้ที่ได้มีผิวเรียบและเก็บรายละเอียดของธรรมชาติได้ชัดเจน ต่างกับดอกไม้จากแม่พิมพ์แบบเดิมๆ

หก ‘เชื่อ’ จอห์นเชื่อว่าคนของเขาทดลองทำอะไรก็ได้ 

“ตอนแรกทำสิบชิ้น ใช้ได้ชิ้นเดียว ถ้าเป็นคนอื่นคงเลิก แต่ปรัชญาของผมคือ ถ้าเขาทำหนึ่งชิ้นได้ แสดงว่าเขาต้องทำสิบชิ้นได้” จอห์นเล่า

หลังใช้เวลาพัฒนาร่วมสัปดาห์ กาแดงก็เริ่มดัดแปลงต่อยอดไปเรื่อยๆ ดึงให้ใยกระดาษของดอกไม้ยืดออก เพื่อให้โค้งได้คล้ายธรรมชาติ

เจ็ด ‘ดื้อ’ จอห์นเล่าถึงขั้นตอนทำแม่พิมพ์ดอกลิลลี่ซึ่งลักษณะกลีบโค้ง เดิมแม่พิมพ์สมัยนั้นทำไม่ได้ รวมถึงคนทำแม่พิมพ์ไม่ยอมทำให้ โดยให้เหตุผลว่า “ทรงแบบนี้อัดไม่ได้ ขึ้นรูปไม่ได้หรอก” 

แต่จอห์นกลับพูดสั้นๆ ว่า เขาเป็นคนจ่ายตังค์ 

ในที่สุด แม่พิมพ์ดอกลิลลี่ก็เกิดขึ้น 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

 ดอกไม้ใหม่ในโลก 

เมื่อคิดค้นดอกไม้กระดาษสาเคลือบยางพาราซึ่งไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนในโลกได้สำเร็จดอกเดียว จอห์นก็นำดอกไม้ดอกเดียวที่ได้นั้นติดโชว์ที่ผนังของห้องโชว์รูม ซึ่งผนังอีกด้านเรียงรายไปด้วยดอกไม้รุ่นที่ทำจากผ้าญี่ปุ่น 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
ดอกไม้กระดาษสาชุบยาง
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
ดอกไม้รุ่นแรกที่พัฒนาจนสำเร็จ

วันหนึ่ง ขณะที่มีลูกค้าเข้ามาติดต่อ สายตาเขาเหลือบไปเห็นดอกไม้ประดิษฐ์รุ่นใหม่ดอกนั้น พร้อมยื่นข้อเสนอในทันทีว่า ขอให้จอห์นผลิตดอกไม้รุ่นใหม่นี้แก่เขาแต่เพียงเจ้าเดียวได้ไหม โดยลูกค้าผู้นั้นคือบริษัทผู้นำเข้าดอกไม้จากประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้น ซึ่งมีประสบการณ์ทำธุรกิจมาแล้ว 50 ปี 

แล้วจอห์นก็ใช้หลักการเดิม เมื่อทำชิ้นแรกได้ ก็ทำชิ้นต่อๆ ไปได้ เขาเริ่มขายดอกไม้ประดิษฐ์ให้ลูกค้ารายใหญ่เจ้าแรกนี้ โดยผลิตดอกไม้ที่เพิ่งคิดค้นมาอีก 4 ตู้คอนเทนเนอร์ในเวลา 1 เดือน 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

เพียงเท่านี้ Permaflora ก็แจ้งเกิดในวงการดอกไม้ประดิษฐ์ทันที 

จอห์นเล่าเรื่องสมัยไปออกงานแสดงสินค้าที่อเมริกาว่า “พอคนรู้ว่าเราเป็นใคร เขาก็ขอนัดกินอาหารเช้าด้วย อยากซื้อ แต่เราปฏิเสธ เพราะสัญญากับลูกค้าเจ้าแรกไปแล้ว” 

เขาบอกเสมอว่าเมื่อคู่ค้าให้ใจลงทุน ก็ต้องรักษาโอกาสและยึดมั่นในคำสัญญา

9,999 ดอก

ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ดี แต่ก็ไม่วายเจอปัญหาเข้ามาทดสอบอีก

จอห์นพบว่า เมื่อดอกไม้ของเขาเดินทางไปถึงอเมริกา ดอกไม้ที่ทำจากยางพาราเกิดเป็นฝ้าและมีกลิ่นยางที่ไม่น่าอภิรมย์ หรือเมื่อเก็บดอกไม้ไว้บนชั้นขายของนาน สีดอกไม้ก็เริ่มออกโทนเหลือง ไม่สดสวยเหมือนเดิม ปัญหานี้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้คู่ค้าเสียความเชื่อมั่นจนขอหยุดสั่งซื้อไป

เช่นเคย ทุกปัญหา ทุกบททดสอบ ย่อมมีทางแก้

“เราเริ่มเห็นว่ากระดาษสาเคลือบยางพารามีอนาคตไม่ยั่งยืน จึงเริ่มแสวงหาของทดแทน” 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

จอห์นวิจัยเพิ่มเติมจนได้วัสดุยางเทียม เมื่อทดลองระยะแรกขึ้นรูปสวยงามดีมาก แต่ก็พบปัญหาเรื่องความคงทนอีก จึงหาทางต่อไปด้วยการปรับปรุงกระบวนการ ศึกษาหาวัสดุทดแทนจากญี่ปุ่น หมั่นพูดคุยกับคู่ค้าวัตถุดิบในประเทศ จนในที่สุดก็ได้พบกับโพลีเอสเตอร์ เคลือบด้วยสารเคลือบที่ยุคนั้นถือว่าดีที่สุด โดยจอห์นยังคงใช้ต่อเรื่อยมาจนปัจจุบัน ซึ่งต่อให้เป็นเป็นดอกไม้สีขาว สีก็ไม่ดร็อปออกสีเหลืองง่ายๆ แม้เวลาผ่านไปนาน 

ผลจากการคิดค้นวิธีทำดอกไม้รุ่นใหม่และการจับมือกับคู่ค้าฝีมือดี ก็ทำให้ Permaflora ดำเนินไปได้ดีอีกครั้ง

ดอกไม้ไม่ริมทาง

จอห์นบอกว่า ความเชื่อเป็นเรื่องสำคัญต่อการทำงาน 

ถ้าเชื่อว่าไม่สำเร็จ เราก็คงจะจบตั้งแต่เริ่ม

“อาจพูดได้ว่านี่เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพยุคแรก เราทำธุรกิจของตัวเองปีแรกแล้วเจ๊ง แต่ก็ต้องดิ้นรนสุดขีด ต้องทำให้รอด ต้องรู้จักทนความไม่สำเร็จนั้นให้ได้ เราเชื่อเสมอว่าบนเส้นทางของการพัฒนา การพบเจอกับปัญหาเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรใหม่ๆ เกิดได้โดยไม่พบเจอความเจ็บปวด” คล้ายจะมีทฤษฎีมารองรับ แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากการลงมือทำจริง ลองทำทุกอย่างจนได้สินค้าที่ดีที่สุด

เพราะเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จึงมีลูกค้าซึ่งเป็นผู้นำเข้าดอกไม้ประดิษฐ์รายใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั้งฮอลแลนด์ อิตาลี สเปน แวะมาเยี่ยมเยียนที่บริษัทเสมอเพื่อถามหานวัตกรรมใหม่ๆ ของ Permaflora นั่นทำให้ธุรกิจเติบโตเรื่อยมาหลายสิบปี ได้รับความชื่นชอบจากทั่วโลก ซึ่งดอกไม้ของ Permaflora นอกจากขายดีแล้ว ยังมี Rate of Return ต่ำอีกด้วย คือลูกค้าแทบไม่คืนของเลยเพราะคุณภาพดี 

ไม้ดอก ไม้ประกอบ ฟันเฟืองคนสำคัญของโรงงาน

ระหว่างที่เดินชมกระบวนการทำดอกไม้ในโรงงานของ Permaflora เราคิดถึงโรงประกอบรถยนต์ในเวอร์ชันของดอกไม้ประดิษฐ์

ชิ้นส่วนของดอกไม้แต่ละดอกนั้นผลิตในโรงงาน แต่ส่งต่อให้ชาวบ้านประกอบด้วยมือ ซึ่งจอห์นเรียกว่าโรงงานย่อย

สมัยเริ่มเปิดโรงงาน Permaflora เป็นเพียงโรงงานขนาดเล็กที่สระแก้ว มีพนักงาน 30 – 40 คน ในจำนวนนี้มีพนักงานหลายคนที่ทำมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกโรงงาน 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

“ทุกคนที่นี่มาเพื่อทำงานคราฟต์ เราเองอยากให้โอกาสคนท้องถิ่นมีงานที่ดีทำ จึงไม่จำเป็นว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรพิเศษมาก แต่ให้ค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างแรงงานปกติ” 

สำหรับจอห์น ผู้เชี่ยวชาญที่สำคัญต่อในธุรกิจนี้ คือคนมีมือที่ลงมือทำจริง 

“ทักษะของคนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ คนที่คิดเรื่องเป็นไปไม่ได้ คือคนธรรมดา ชาวบ้านที่ทำงานอยู่ในโรงงานนี่แหละ เราแค่ต้องตาดี รู้จักมองหา และมีระบบที่เช็กได้ว่าใครทำอะไรได้แค่ไหน” 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

เมื่อตั้งโรงงานมาสักพัก จอห์นจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเพื่อทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น นำระบบจับเวลาเพื่อให้ได้เวลาการผลิตที่เป็นมาตรฐานเข้ามา คนที่ทำเยอะก็ได้ค่าตอบแทนเยอะ ทำให้ทุกคนอยากพัฒนาตัวเอง 

“ผมเข้ามาแก้ปัญหาไร้สาระ คือกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น เช่น ย้ายชิ้นส่วนจากซ้ายมาขวา ย้ายจากขวาไปซ้าย พอเอาความเคยชินออกไป แล้วสอนว่าถ้าไม่ทำตรงนี้จะผลิตเพิ่มได้ ก็มีประสิทธิภาพดีขึ้น”
เมื่อพนักงานมีผลงานเพิ่ม รายได้ก็เพิ่มตามไปด้วย 

ศูนย์อบรมของ Permaflora ถือเป็น Non-formal Education Learning Center ที่อบรม สอนทักษะอื่นๆ นอกจากการทำงานด้วย เน้นให้คิดเป็น จนกลายเป็นต้นแบบมาตรฐานในระบบโรงงานต่างๆ ที่ใช้ทั่วประเทศจนทุกวันนี้ 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

โลกเปลี่ยนไป ต้องรู้ว่าเรามีดีอะไร 

แม้การพัฒนาสินค้าจะแข็งแกร่ง แต่ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจ จอห์นบอกว่าเขาเจ็บตัวมาไม่น้อย เพราะธุรกิจส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจประเทศค่อนข้างมาก เช่น ค่าเงินบาทที่มีผลต่อธุรกิจมาก 

จอห์นเล่าย้อนวิกฤตในแต่ละช่วงว่า สึนามิลูกแรกที่เจอคือวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นผลดีกับคนส่งออกในระยะแรก แต่ก็ทำให้ลูกค้าต่อราคากันมาก ขณะที่ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ค่าเงินบาทก็แข็งตัวต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมส่งออกในไทยขาดทุน ยิ่งกว่านั้นรูปแบบตลาดเริ่มเปลี่ยนไป

“สมัยนั้นเราไปออกงานแฟร์ คำพูดที่เราได้ยินคือ การค้าในโลกนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว”

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก
Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

แต่ก่อนลูกค้าจะซื้อดอกไม้ประดิษฐ์ตุนไว้เยอะๆ ส่วนที่ขายไม่ได้จะลดราคา เอามาขายตลาดเปิดท้าย แต่หลังปี 2008 เป็นต้นมา ลูกค้าไม่ตุนดอกไม้อีกต่อไปเพราะเสี่ยงขายไม่ออก จึงซื้อจำนวนน้อยลงจากเดิม 

จากที่ลูกค้ามักวางแผนซื้อโดยจัดทริปมาเลือกดูสินค้า 3 สัปดาห์ มีเส้นทางแวะหลายประเทศ อย่างฮ่องกง จีน ไทย ฟิลิปปินส์ ก็เปลี่ยนตัดทริปให้สั้นลง จำเพาะเจาะลงเลยว่าจะไปที่ไหน ไม่เพียงเท่านั้น อุตสาหกรรมการผลิตยังเริ่มย้ายฐานไปเวียดนาม การแข่งขันสูงขึ้นมากโดยเฉพาะเมื่อจีนเปิดประเทศ  

จอห์นบอกว่า Permaflora ยังคงมีเอกลักษณ์และมีของที่จีนทำไม่ได้ 

Permaflora แบรนด์ของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญดอกไม้ประดิษฐ์ที่ส่งออกไปขายทั่วโลก

“ดอกไม้ของจีนเห็นเส้นพลาสติกเป็นเส้นๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นดอกไม้พลาสติก ส่วนดอกไม้ของเรามีความละเอียดซ่อนพลาสติกไว้ มองไม่ออก ในขณะที่จีนเน้นราคา เราเน้นคุณภาพ”  

ดอกกุหลาบประดิษฐ์จากจีนราคา 80 บาท ดอกกุหลาบ Permaflora 400 กว่าบาท
ดอกไม้ของจีนอยู่ได้นาน 5 – 6 เดือน ส่วนของ Permaflora ประมาณ 2 ปี 

มีจุดอ่อนจุดแข็งคนละอย่าง 

เมื่อดอกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ฟังการคิดค้นดอกไม้ประดิษฐ์ที่จอห์นดูแลมากว่า 30 ปี แล้ว ลองแวะมาฟังกันหน่อยว่าลูกสาวผู้สืบทอดที่เรียนจบด้านการออกแบบไม่ใช่สายวิศวะอย่างคุณพ่อมีมุมมองต่อดอกไม้ประดิษฐ์อย่างไร 

จีนบอกอย่างภูมิใจว่า Permaflora เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่เหมือนจริงมาก

วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, กัญญาภัทร วัชระ

“คนอาจคิดว่าดอกไม้ปลอมต้องไปแข่งกับดอกไม้จริง แต่เราว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องออกตัวแข่งกับธรรมชาติ ดอกไม้ของเราใช้ฝีมือคนระบายสีกลีบดอกแต่ละกลีบ ทำให้ดอกไม้แต่ละดอกไม่เหมือนกัน” นี่คือจุดสำคัญ ที่งานทำมือส่งผลดีให้ดอกไม้ทุกดอกออกมาสมจริงเหมือนธรรมชาติ 

  จีนบอกว่าดอกไม้ส่งออกที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลคือกล้วยไม้ ขณะที่เธอยังคงคิดค้นและออกแบบดอกไม้สายพันธุ์อื่นอย่างไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นดอกทิวลิป แมกโนเลีย ไฮเดรนเยีย ป๊อปปี้ และอื่นๆ อีกมากมาย ไปจนถึงการทำคอลเลกชันดอกไม้ประดิษฐ์ในช่วงเทศกาลพิเศษ เช่น คริสต์มาส และนอกจากดอกไม้ยังมีกระบองเพชรปลอมที่เหมือนจริงมากและมีน้ำหนักเบา รวมทั้งมอสเทียม ดินปลอม กระถางปลอม 

วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, ดอกไม้
วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, ดอกไม้

คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าดอกไม้ประดิษฐ์เหล่านี้มีหน้าที่เพื่อวางประจำตามโถงโรงแรม บ้าน หรือตามโต๊ะ แต่ในมุมมองของนักออกแบบ จีนถือว่าความรู้เรื่องดอกไม้นั้นมีความสำคัญ เพื่อสร้างโจทย์การใช้งานใหม่ๆ ให้ดอกไม้ประดิษฐ์เหล่านี้ไปตั้งอยู่ในที่ใหม่ๆ รวมถึงทำให้ลูกค้าเห็นว่าดอกไม้เหล่านี้เอาไปใช้อะไรอื่นๆ ได้อีกบ้าง จีนจึงจัดเวิร์กช็อปขึ้นมาให้คนทั่วไปได้ลองทำดอกไม้ รวมทั้งรับออกแบบดอกไม้ตามความต้องการพิเศษอีกด้วย 

“ถ้าถามว่าผมเป็นนักธุรกิจแค่ไหน ผมขอนิยามตัวเองเป็นนักอุตสาหกรรมที่ลงมือทำเป็นอาชีพ ธุรกิจแบบนี้ อุตสาหกรรมแบบนี้ ต้องลงทำแบบอุตสาหะจริงๆ จึงอยู่รอด” นักทำดอกไม้ผู้เป็นพ่อทิ้งท้าย ก่อนนักออกแบบดอกไม้ผู้เป็นลูกเล่าเสริม

“ในวงการสร้างสรรค์ ทุกคนล้วนอยากเป็นนักคิด ไม่ค่อยมีใครอยากเป็นฝ่ายผลิต ซึ่งเรารู้สึกว่าการเป็นแค่คนชี้นิ้วสั่งมันไม่พอ แต่หัวคิด มือก็ควรทำไปด้วยกัน” 

หาก Permaflora เป็นดอกไม้สักช่อ ก็คงสวยงามประเมินค่าไม่ได้ 

วิธีทำ, ธุรกิจ, ส่งออก, Permaflora, ดอกไม้


Lesson Learned 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Permaflora ยืนหยัดมายาวนาน เพราะตั้งใจสนับสนุนลูกจ้างในโรงงานที่ยังอยากทำดอกไม้ต่อไป จอห์นมองว่าเรื่องกำไรขาดทุนสำคัญ แต่บางครั้งก็ไม่ได้สำคัญที่สุด ขึ้นอยู่กับปรัชญาของคนว่ามีความคิดต่อการดำรงชีวิตแบบไหน

“เวลาเราตัดสินใจแต่ละครั้ง เลือกดูว่าจะใช้ทฤษฎีไหน ทฤษฎีบริหารธุรกิจแบบทุนนิยมหรือทฤษฎีมนุษย์” เพราะใช้ทฤษฏีมนุษย์ที่พูดถึงการจ้างคนให้มีงานทำโดยไม่คัดเลือก จึงเป็นเหตุผลที่จอห์นให้ค่าจ้างแรงงานลูกน้องสูงกว่าเรทปกติในสมัยก่อน และสร้างโรงงานที่มีสวัสดิการดีจนทำให้การผลิตของโรงงานได้รับผลดีตามไปด้วย

Writer

Avatar

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
498

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่ปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load