The Cloud x Designer of the Year

เต้-ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ Designer of the Year 2019 สาขา Textile and Fabric Design ต้อนรับเราสู่สตูดิโดบ้านไม้หลังสีขาวของเขา หลังจากแนะนำแมวที่เลี้ยงไว้ทั้งสามตัว บรูซ บาบาร่า และราเชล เขานั่งคุยกับเราตรงโต๊ะไม้ในห้องรับแขกที่เป็นทั้งที่ทำงานและที่พักผ่อน

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตาที่ทำให้บัณฑิตเอกภาพพิมพ์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่มีความฝันว่าอยากเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์มาตลอดคนนี้ จับพลัดจับผลูไปเรียนสาขาเทกซ์ไทล์ Diplôme Municipal de Lissier Textile & Tapestry ที่ École supérieure des beaux- arts Tours Angers Le Mans ไกลถึงประเทศฝรั่งเศส ที่ที่เปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อคำว่า ‘เทกซ์ไทล์’ ตลอดไป

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

เมื่อพูดถึงเทกซ์ไทล์ ไม่ว่าใครก็ต้องนึกถึงผ้า นึกถึงการทอ นึกถึงวงการแฟชั่น เป็นอย่างแรกๆ เต้เองก็เคยเข้าใจแบบนั้น จนกระทั่งได้ไปฝรั่งเศสก็ทำให้รู้ว่าเทกซ์ไทล์คือพื้นผิว ซึ่งทำจากอะไรก็ได้ อย่างไรก็ได้

คุณต้องตกใจแน่ถ้าเราบอกว่า เทกซ์ไทล์ของเขาทำมาจากสรรพสิ่งตั้งแต่เข็มกลัดไปจนถึงผลไม้ และไม่ใช่แค่จุดประสงค์ทางแฟชั่นอย่างเดียว แต่มันยังเติมเต็มเขาในด้านศิลปะ ผ่านการตั้งคำถามสะท้อนสังคมของเขาและงานออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างที่เคยอยากทำมาเสมอ

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

ถ้ามองงานของเขาเผินๆ อาจจะไกลกับงานเทกซ์ไทล์ลิบลับ แต่เราอยากให้คุณปรับความคิดว่า ‘เทกซ์ไทล์ไม่เท่ากับผ้า’ แล้วลองมองงานของเขาดีๆ อีกครั้งหนึ่ง ไม่แน่ว่าครั้งนี้คุณอาจจะพบคำตอบของคำถามที่เขาตั้งไว้

เรากลับมาที่ออฟฟิศ เห็นต้นแนบอุราเลื้อยบนผนังสีขาวครีมแล้วคิดเล่นๆ กับตัวเองว่า นี่มันก็เทกซ์ไทล์เหมือนกันนี่นา

01

นักออกแบบผลิตภัณฑ์?

“เราอยากเรียนสาขาที่เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่สอบไม่เคยติด”

ด้วยความที่ชอบวาดรูปเล่นมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เต้สนใจด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นพิเศษ แต่โชคชะตามักเล่นตลกเสมอ เขาสอบไม่ติดสาขาที่หวังไว้ เลยได้มาเรียนเอกภาพพิมพ์ ภาคทัศนศิลป์ ที่คณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขาบอกว่าจริงๆ ภาพพิมพ์ก็ไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่อยากทำหรอก แต่ใกล้เคียงการดีไซน์ที่สุดเมื่อเทียบกับเอกอื่นๆ ในภาคเดียวกัน เพราะเป็นรากฐานของกราฟิกดีไซน์

ในระหว่างที่เรียนเอกภาพพิมพ์ เต้ก็ยังสนใจเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่ เขาศึกษาด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ตและร้านหนังสือแถวมหาวิทยาลัย แล้วนำสิ่งที่ได้มาปรับใช้กับสาขาที่เรียนด้วยคำถามที่ว่า ถ้านำภาพพิมพ์มาต่อยอดให้เป็นสามมิติจะออกมาเป็นอย่างไร

“ตอนนั้นในรุ่นไม่ค่อยมีคนทำภาพพิมพ์ให้เป็นสามมิติ ถ้าทำภาพพิมพ์ก็ภาพพิมพ์ เพนต์ก็เพนต์ไปเลย เพราะมันมีหลายกระบวนการ ต้องเข้าแท่นพิมพ์แล้วค่อยมาปรับเป็นสามมิติอีกที แต่เราอยากลอง วิทยานิพนธ์เราก็ไม่ได้ทำภาพพิมพ์ แต่ทำออกมาเป็นงานประติมากรรมเลย”

“แล้วได้ทำภาพพิมพ์บ้างไหม” เราถาม

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

“ทำครับ ช่วงปีสามต้องฝึกงานกับศิลปิน เราฝึกงานกับ พี่โลเล-ทวีศักดิ์ ศรีทองดี (ศิลปินและนักวาดภาพประกอบ) แต่ก็กลัวว่าเรียนจบมาจะไม่มีประสบการณ์การทำงาน เลยไปสมัครที่แบรนด์เสื้อผ้าชื่อ Senada อีกที่ ขอฝึกตำแหน่งกราฟิกทั้งๆ ที่ทำคอมก็ไม่เก่ง แต่เขาก็รับนะ แล้วกราฟิกดีไซเนอร์เขาลาออกพอดี เราก็เลยได้ไปทำกราฟิก ตอนนั้นเขาทำคอลเลกชันที่ต้องใช้การเพนต์ เราก็เพนต์แล้วมาสแกนลงคอม ออกมาเป็นผ้าคอลเลกชันหนึ่งให้เขา ซึ่งได้วางขายจริงๆ มีเดินแฟชั่นวีกจริงจัง เป็นครั้งแรกที่เริ่มทำ Textile จากนั้นพอเขาเห็นว่าเราทำได้ก็แนะนำต่อ เลยได้ทำงานด้านเทกซ์ไทล์มาเรื่อยๆ”

อย่างที่บอกไปแล้วว่านิสิตภาพพิมพ์คนนี้ทำธีสิสจบเป็นงานประติมากรรมไม้ เพราะความสนใจที่มีต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด แต่งานประติมากรรมของเขามีวิธีคิดแบบการทำภาพพิมพ์ คือการทำซ้ำไปซ้ำมา

“พอเรียนจบเราอยากทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์มาก แต่ไม่มีประสบการณ์และพื้นฐานด้านนี้มาก่อน ส่วนงานเทกซ์ไทล์ก็ยังทำเป็นฟรีแลนซ์อยู่ จนได้งานที่ Propaganda ตอนแรกเข้าไปเป็นกราฟิกดีไซเนอร์เหมือนเดิม แล้วจึงค่อยๆ เรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ จากนั้นก็ได้งานที่บริษัททำเฟอร์นิเจอร์ เป็นครั้งแรกที่ได้ทำเฟอร์นิเจอร์ออกมาวางขายจริงๆ ก่อนจะตัดสินใจไปเรียนต่อเพื่อหาความท้าทายใหม่”

02

Textile ไม่เท่ากับผ้า

แม้จะมีประสบการณ์ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มาบ้าง แต่เต้ก็ยังอยากศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดต่อ จึงตัดสินใจสมัครเข้าโรงเรียนศิลปะที่ฝรั่งเศส แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเขาอีกแล้ว เขาสอบไม่ติดสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ได้เข้าเรียนเทกซ์ไทล์แทน

“ทำไมการเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์มันยากขนาดนี้” เราถึงกับอุทานออกมา

“นั่นสิ (หัวเราะ) เพราะประสบการณ์มีแต่งานภาพพิมพ์ เขาก็เลยรับเข้าสตูดิโอเท็กซ์ไทล์ คิดว่าเรียนไปปีหนึ่งก่อนแล้วกัน ปีหน้าค่อยลองยื่นใหม่ ที่ที่เราอยากเข้าเรียนมันเข้ายากมากเลย คือเขาจะมีดีไซเนอร์ระดับโลกมาทำเวิร์กช็อปในคลาสอยู่ตลอด แล้วเราสมัครเข้าเรียนได้แค่สามครั้งในชีวิต ไม่มีกำหนดอายุ ปีแรกเราสมัครไปสองครั้ง ไม่ได้ ปีถัดมาไปสมัครก็ไม่ได้อีก ทีนี้พอหมดโควตาแล้วก็ต้องเรียนเทกซ์ไทล์ต่อ” เต้เล่าถึงความหลังสมัยเรียนที่ฝรั่งเศส

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน
ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

แต่วิชาเทกซ์ไทล์ของ École supérieure des beaux-arts ไม่เหมือนกับที่เขาเคยคิดไว้ การเรียนที่นี่เปลี่ยนความคิดของเต้ที่มีต่อ ‘สิ่งทอ’ จากหน้ามือเป็นหลังมือ มันไม่ใช่การสอนทอผ้าหรืองานฝีมือเกี่ยวกับแฟชั่นเหมือนที่เราเข้าใจกัน เพราะที่นี่สอนเรื่องคอนเซปต์และการนำไปปรับใช้กับชิ้นงานต่างๆ เทกซ์ไทล์สำหรับเต้ในวันนี้เป็นอะไรก็ได้ และผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่ต้องเป็นผืนผ้าอีกต่อไป

“มีเพื่อนเกาหลีที่เรียนด้วยกันเอาถุงพลาสติกมาจับขยำๆ ทอๆ เป็นผืน มีคนหนึ่งในคลาสเขาทำเทกซ์ไทล์โดยฉีดสีในน้ำแข็ง เอามาวางในห้องแล้วปล่อยให้มันละลาย น้ำไล่เฉดสี Gradient ที่ละลายนองบนพื้นก็เป็นเทกซ์ไทล์แล้ว มันเป็น Surface ทุกคนตบเข่าฉาด ทำไมคิดไม่ได้แบบนี้ มันพลิกวิธีคิดไปเลยนะ เทกซ์ไทล์ไม่ต้องเป็นผ้าแล้ว (หัวเราะ)

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

“ในขณะที่เพื่อนอีกคนทอพรมใหญ่ๆ ขนาดที่ทอไปสองปีจนเรียนจบยังไม่เสร็จเลย คือเขาปล่อยให้เราทำอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทอผ้าแบบดั้งเดิม เพราะเขาสอนให้เราทำอะไรก็ได้ที่มีแนวคิดและเทคนิคจากเทกซ์ไทล์ ที่ประกอบไปด้วยการออกแบบพื้นผิว การสร้างแพตเทิร์น และการใช้เส้นตั้งเส้นนอนคิดงาน ก็ถือเป็นการทำสิ่งทอแล้ว แม้ว่าจะออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรมก็ตาม คำว่า Texture กับ Textile มันก็มาจากรากศัพท์เดียวกัน” เต้เล่าถึงวันที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

เมื่อหลุดออกมาจากกรอบที่บอกว่า ‘เทกซ์ไทล์เท่ากับผ้า’ ได้แล้ว จินตนาการและไอเดียของเต้ก็เดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม เขาใช้ทั้งตะเกียบ ต้นไม้ เข็มกลัด มาถักทอร้อยต่อเป็นผืน ครั้งหนึ่งเขาเคยทำโปรเจกต์ประกวดที่ประเทศอิตาลี โดยมีโจทย์คือทำอะไรก็ได้ที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ถ้าคิดถึงคำว่าเทกซ์ไทล์ก่อน งานจะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากที่รองจานและผ้าปูโต๊ะ แต่พอเทกซ์ไทล์คือพื้นผิวที่เกิดจากอะไรก็ได้ อาหารจึงกลายเป็นวัสดุหลักที่ใช้ทำงานศิลปะในครั้งนั้น

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน
ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

“สมัยเรียนเราทำงานเสิร์ฟอาหารไปด้วย เลยคิดว่าอาหารน่าจะทำงานได้ เลยลองเอาสิ่งทอมาห่อผลไม้ดู แล้วปล่อยให้มันเน่าไปตามธรรมชาติของมัน เราต้องการเปรียบเทียบระหว่างวัสดุธรรมชาติกับวัสดุสังเคราะห์ สุดท้ายมันกลายเป็นงานอาร์ต ไม่ใช่งานดีไซน์แล้ว งานนี้ต่อยอดมาเป็นงานชุด Surgery ที่จัดแสดงที่ BACC พูดถึงการศัลยกรรม เราใช้สิ่งที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น คือสัตว์ ทีแรกตั้งใจใช้สัตว์จริงๆ แล้วปล่อยให้เน่าในหอศิลป์ไปเลย เพราะเราลองทำแล้ว เวลาเน่ามันจะมีหนอน มีพื้นผิวที่เปลี่ยนไป แต่สุดท้ายทีมงานกลัวควบคุมกลิ่นไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาใช้สัตว์สตัฟฟ์แทน”

03

เริ่มจากของใช้ใกล้ตัว

งานของเต้ทั้งในเชิงศิลปะและผลิตภัณฑ์ล้วนเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว ตั้งแต่รูปผืนใหญ่ที่ทำจากเข็มกลัด เชิงเทียนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอิฐช่องลม ไปจนถึงงานศิลปะที่อธิบายความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับฝรั่งเศส งานของเขามักเริ่มจากการตั้งคำถามโดยใช้ของใช้ใกล้ตัวเป็นวัสดุหลัก เพื่อทำให้คนอื่นกลับมาตั้งคำถามด้วยเช่นกัน และแม้คำตอบสุดท้ายจะออกมาหลากหลายรูปแบบ แต่ขั้นตอนที่อยู่เบื้องหลังนั้นคือวิธีคิดแบบเทกซ์ไทล์ทั้งหมด

Les Outils

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

“ผมชอบทำงานกับสิ่งของในชีวิตประจำวัน เพราะทุกคนมีภาพจำของมันอยู่แล้ว พอเราปรับเปลี่ยนอะไรสักอย่างหนึ่งก็ทำให้เกิดคำถามว่า ‘ทำไม’ คนดูจะได้คิดต่อ Les Outils คือวิทยานิพนธ์ของผมที่ฝรั่งเศส เป็นการใช้หวีและอุปกรณ์เครื่องครัวจำพวกที่ขูดเนยหรือที่ตักสปาเกตตีมาใช้เป็นแกนทอผ้า งานนี้เราต้องการพูดเรื่องวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่แตกต่างจากบ้านเรามากๆ 

“เขาเป็น One Way อย่างกินข้าว เขาก็ต้องกินเป็นคอร์สๆ ในขณะที่เรากินรวมกัน หรือเวลาไปติดต่อราชการจะมีปัญหามาก สมมติว่าคนที่เราไปหาไม่อยู่ ถามคนที่นั่งโต๊ะข้างๆ เขาว่า ฝากเอกสารให้ได้ไหม เขาก็บอกว่า ไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่ฉัน เรารู้สึกว่ามันลำบากเหลือเกิน เลยลองเอาของที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนฝรั่งเศสมาเปลี่ยนหน้าตาเป็นเทกซ์ไทล์ แล้วนำไปจัดแสดง อยากทดลองว่าถ้าคนที่เขามีพื้นฐานวัฒนธรรมอีกแบบหนึ่งมาดู เขาจะรู้สึกยังไง”

Stitch Up

ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน
ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

“ส่วนงานนี้เป็นงานช่วงที่เราทำธีสิส เราอยากให้มีรูปติดผนังใหญ่ๆ เป็นสีเงิน และไม่อยากเอาผ้ามาทอเป็นผืน เลยลองมองหาสิ่งใกล้ตัวในชีวิตประจำวันมาทำ ก็นึกถึงเข็มกลัดที่เรียกว่า Safety Pin มันมีสีเงิน และเราชอบที่เวลาขายมันจะมาเป็นพวงๆ เหมือนกระดิ่งที่สั่นแล้วดังกรุ๊งกริ๊งๆ เลยลองเอามาคล้องกันดูว่าจะต่อเป็นผืนได้ไหม สุดท้ายก็ทำได้ ออกมาเป็นรูปขนาดประมาณสามเมตร เวลาแอร์เป่าก็จะดังกริ๊งๆ มันเลยเป็นมากกว่าเทกซ์ไทล์ มันมีเสียง มีมิติอื่นของมันด้วย”

เชิงเทียนจากอิฐช่องลม

เชิงเทียนจากอิฐช่องลม

“เฟอร์นิเจอร์แบรนด์หนึ่งให้โจทย์เราว่า ทำอะไรก็ได้ให้เขาหน่อย ตอนนั้นเราสนใจเรื่องลายไทย เกิดคำถามว่าจริงๆ แล้วลายไทยคืออะไร อย่างลายกระหนก คนไทยก็ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ทีนี้เราไปเห็นอิฐช่องลม มันน่าสนใจดี เลยไปถอดแพตเทิร์นมาก่อนว่าอิฐช่องลมในเมืองไทยมีหกสิบสี่แบบ ซึ่งถูกดีไซน์ให้มีโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้โดยอิงกับความสวยงามตามสมัยนิยม ตอนแรกเราก็คิดจะให้มันเป็นแค่แพตเทิร์น สุดท้ายอยากให้มันเป็นเหมือนที่มันเป็นอยู่ แต่ย่อส่วน เราเลยดีไซน์ถอดแบบให้เป็นประติมากรรมเป็นเชิงเทียนทองเหลือง”

Ramyon

Ramyon

“Ramyon เป็นโปรเจกต์ที่เราต้องไปแสดงที่เกาหลีใต้ เราเลยไปรีเสิร์ชว่ามีวัฒนธรรมเกาหลีในเมืองไทยเข้ามาได้ยังไง และมีอะไรที่ฮิตบ้าง ก็มีเรื่องของซีรีส์กับ K-POP ที่คนฮิตกันมาก ทีนี้มันจะมีมาม่าเกาหลีที่เป็นเหมือน Subculture ที่แฝงมากับซีรีส์พวกนั้นอยู่เสมอ แล้วคนไทยรับวัฒนธรรมอะไรเข้ามาก็ชอบเปลี่ยนให้เป็นวัฒนธรรมตัวเอง เหมือนเอาตะเกียบของจีนมาใช้กับอาหารไทย ก็เลยทำเป็นรูปปั้นพอร์เทรตเด็กเจเนอเรชันนี้ที่รับเอาวัฒนธรรมเกาหลีมาผสมกับวัฒนธรรมตัวเอง โดยการถอดพิมพ์หัวออกมา แล้วเอามาม่าเกาหลีหล่อเข้าไปแทน”

04

การออกแบบคือการเปลี่ยนวิธีคิด

งานที่ทำให้เรารู้จักชื่อของเต้ มักเป็นงานออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ส่วนงานอาร์ตก็เห็นบ่อยๆ ในแกลเลอรี่หรือเทศกาลศิลปะ และอาจจะไม่เหมือน ‘เทกซ์ไทล์’ แบบที่เราเคยเข้าใจนัก เพราะคำจำกัดความของคำว่า เทกซ์ไทล์ ของเขามันกว้างออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว

ปลอกหมอนผ้าม่อฮ่อมเชียงใหม่ ที่ดีไซน์ใหม่ให้เป็นแบบ Geometric ตามสไตล์สแกนดิเนเวีย

ย้อนกลับมาที่ความตั้งใจอยากจะเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ของเขาอีกครั้ง การออกแบบสำหรับเขาในปัจจุบันก็กว้างออกไปอีกเช่นกัน เขามองว่ามันไม่ใช่แค่ออกแบบตัวสินค้าหรือเทกซ์ไทล์ที่เกี่ยวข้อง

“มันคือการเปลี่ยนวิธีคิด โดยเอาวิธีคิดของเราไปเปลี่ยนบริบทของสินค้า ยกตัวอย่างเช่นงานที่เราทำกับเว็บไซต์ designboom ไปออกงานแฟร์สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่สตอกโฮล์ม เราเอาผ้าม่อฮ่อมเชียงใหม่มาดีไซน์ใหม่ให้เป็นแบบ Geometric ตามสไตล์สแกนดิเนเวีย โดยให้คนท้องถิ่นเย็บผ้าปูโต๊ะและปลอกหมอนง่ายๆ เราดีไซน์ลายเป็นตารางทแยง ให้เขาเย็บตีเส้นตามคู่สีที่เราจับให้ อย่างสีน้ำเงินคู่ส้มที่ปกติเขาไม่ทำหรอก แต่มันร่วมสมัย สุดท้ายได้ผลิตภัณฑ์ที่ทำง่าย ขายง่าย เพิ่มกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เคยซื้อเขา และยังขายลูกค้ากลุ่มเดิมได้”

พูดง่ายๆ ก็คือ การออกแบบสำหรับเขาคือการบริหารองค์ความรู้ที่มีอยู่ และดีไซน์ขั้นตอนทุกอย่างเสียใหม่ ให้ออกมาเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เต้เล่าให้ฟังถึงอีกโครงการที่เขาเข้าไปช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยความรู้และประสบการณ์ของเขา ทั้งในด้านงานออกแบบและเทกซ์ไทล์

ธงจระเข้คาบดอกบัวบนธงยุโรป

“เคยเห็นพวงกุญแจช้างที่มีผ้าชิ้นๆ สีๆ อยู่บนหลัง ที่ขายตัวละสิบยี่สิบบาทไหม” เต้ถาม

แน่นอน เราเชื่อว่าทุกคนเคยเห็นของชิ้นนี้ตามร้านขายของฝากต่างๆ ที่ชาวต่างชาติต้องมีติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนและครอบครัวที่บ้านเป็นแน่ โจทย์ของเต้คือ จะทำอย่างไรให้ธงนี้มีทั้งคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นในเวลาเดียวกัน ผ้าที่อยู่บนหลังช้างนำมาเย็บต่อขึ้นมาเป็นธงลักษณ์เหมือนธงรบของยุโรปได้ และเพื่อให้เข้ากับบริบทของคนไทยมากขึ้น เต้นึกถึงธงกฐินที่เป็นรูปจระเข้ เต่า หรือนางเงือก 

“สุดท้ายเขาเลือกลายจระเข้คาบดอกบัวบนธงยุโรป เพราะคนเชื่อว่าจระเข้มีปากใหญ่ เก็บเงินได้เยอะ ค้าขายอะไรก็จะร่ำรวย แล้วนำไปแขวนกับขาตั้งทองเหลือง เปลี่ยนพวงกุญแจช้างให้เป็นของประดับตามบ้านหรือโรงแรมไปโดยปริยาย

05

ศิลปะ / งานดีไซน์กับผู้คน

เต้เคยใช้ชีวิต 5 ปีในประเทศที่ให้ความสำคัญกับศิลปะและงานดีไซน์เป็นอันดับหนึ่ง การได้เรียนศิลปะและทำงานศิลปะในที่แห่งนี้น่าจะเป็นความฝันของศิลปินและดีไซเนอร์ทุกคน และที่สำคัญ มันขัดเกลาให้งานดีไซน์เป็นงานศิลปะไปด้วยในตัว

“การอยู่ที่ฝรั่งเศสสอนอะไรหลายๆ อย่าง สิ่งหนึ่งที่ได้จากในคลาสคือวิธีคิดกับงานเทคนิค แต่การใช้ชีวิตมันเป็นศิลปะหมด แม้กระทั่งใบปลิวของสถานีดับเพลิงที่เขาแจกตามบ้านแม่งยังสวยเลย (หัวเราะ) โคตรมีดีไซน์ 

“ตอนแรกไปถึงเราแอบผิดหวังนะ คิดว่าที่ปารีสทุกคนจะแต่งตัวคูลร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ ก็ไม่คูลทุกที่นี่หว่า แต่ทุกคนให้ความสำคัญกับศิลปะหมด เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยศิลปะจริงๆ เวลาเราทำอะไรออกมาเขาจะไม่ติว่าไม่ดี แต่จะให้คำแนะนำตลอด ขนาดเจ้าของบ้านที่เราเช่าอยู่ดูงานเรา ยังคอมเมนต์อย่างกับครูศิลปะที่สอนเราเลย เพราะศิลปะมันซึมซับไปกับวัฒนธรรมของเขาแล้ว”

ปฏิพัทธ์ ชัยวิเทศ ผู้ออกแบบ Textile ออกนอกกรอบ ด้วยการถักทอตะเกียบ ผลไม้ ฯลฯ ให้เป็นผืน

การย้ายกลับมาในประเทศที่ศิลปะอาจจะยังไม่ใช่ปัจจัยหลักของชีวิตคน จึงเป็นความท้าทายของศิลปินคนหนึ่ง ซึ่งเต้โชคดีที่ได้มีโอกาสจัดแสดงงานหลายครั้ง รวมไปถึงวงการศิลปะและการออกแบบก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ทุกวันนี้เต้ยังคงทำงานในฐานะนักออกแบบและศิลปิน ยังผลิตงานศิลปะที่เต็มไปด้วยคอนเซปต์สะท้อนสังคมโดยใช้สิ่งต่างๆ รอบตัว โดยได้แต่หวังว่าคำถามที่เขาตั้งจะช่วยสะท้อนให้คนเห็นอะไรบางอย่างได้บ้าง เขายังตั้งใจนำความรู้ด้านเทกซ์ไทล์ที่เรียนมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้น จนเรียกตัวเองว่า ‘นักออกแบบผลิตภัณฑ์’ เหมือนที่เคยอยากเป็นมาตลอดได้อย่างเต็มปาก

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

ด้วยคุณสมบัติ ทองเหลืองคือวัสดุอันแข็งกร้าว เป็นโลหะที่ได้ชื่อว่าแกร่งสุดในยุคสำริด

ด้วยการออกแบบ ทองเหลืองกลายเป็นเครื่องเรือนชิ้นงามที่โอนอ่อนพลิ้วไหว แต่ยังซ่อนความมั่นคงไว้ภายใน ผ่านฝีมือ วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design ผู้พลิกคุณสมบัติทางสายตาของวัสดุไปอย่างสิ้นเชิง แปรเปลี่ยนให้เหนือชั้นกว่าฟังก์ชันที่มี

ปัจจุบัน อภิวัฒน์เป็นที่รู้จักในฐานะดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ MASAYA แต่ก่อนหน้านี้ เขาร่วมงานกับบริษัทต่างชาติอย่าง Alexander Lamont, Restrogen ทำงานตกแต่งผนังกับ Zen Forum ให้ Philips Collection ร่วมงานออกแบบกับแบรนด์ไทย ทั้ง Deesawat และ Prempracha รวมถึงกระโดดไปทำงานจิวเวลรี่กับ Nova Collection อีกด้วย

ตลอดเส้นทางดีไซเนอร์ อภิวัฒน์ยังพาผลงานไปอวดโฉมตามเทศกาลงานดีไซน์ทั่วโลก ตั้งแต่งาน Maison&Objet ที่ปารีส Bologna Design Week ประเทศอิตาลี Good Design Exhibition ณ กรุงโตเกียว London Design Festival ในอังกฤษ เป็นต้น กวาดรางวัลทั้งเวทีไทยและเทศมากมาย ชนิดที่ว่าถ้าหากให้ไล่เรียงทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่อีกหลายบรรทัด

เขาหลอมรวมศิลปะเข้ากับงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างแยบคายและเหนือชั้น ไม่ใช้เพียงทองเหลือง-วัสดุที่เจ้าตัวถนัด วัฒน์ยังจับสเตนเลส เหล็ก ไม้ ไปถึงเซรามิก มาสร้างสรรค์ศิลปะตกแต่งชิ้นงามด้วยแนวคิดเดียวกัน

ต่อไปนี้คือวิธีคิดวิธีทำงาน ที่หลอมรวมตัวตนเข้ากับการสร้างแบรนด์จากนักออกแบบแห่งปีคนนี้

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + ประยุกต์

อภิวัฒน์เติบโตในครอบครัวศิลปินขนานแท้ มีพ่อเป็นครูสอนศิลปะคนแรกในชีวิต จึงไม่น่าประหลาดใจอะไรหากเขาจะมุ่งมั่นเอาดีบนถนนสายนี้อย่างเต็มตัวตั้งแต่เด็ก

หลังจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยช่างศิลป และได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนมาศึกษาด้านประยุกต์ศิลป์ในระดับปริญญาโท ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมแนวคิดสำคัญในการทำงานศิลปะให้แก่เขา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าเป็นศิลปิน การวาดรูปหนึ่งชิ้นเพื่อนำไปวางไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาจจะเพื่อตัวเอง คนจะชอบหรือไม่ชอบอีกเรื่องหนึ่ง แต่งานมักออกมาจากตัวตน

“แนวคิดของประยุกต์ศิลป์คือการทำงานศิลปะ จะเป็นประติมากรรมหรือภาพพิมพ์ก็ได้ แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า ผลงานชิ้นนี้จะเอาไปไว้ที่ไหนนอกจากมิวเซียม อาจไปประดับสถานที่ใดที่หนึ่ง ฉะนั้น แทนที่เนื้อหาจะออกมาจากตัวเราอย่างเดียว ก็ต้องมีส่วนที่แชร์กันคนละครึ่งกับอาคาร สถานที่ หรือว่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมนั้นๆ”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ช่วงสั้นๆ หลังเรียนจบ บัณฑิตหนุ่มก็ปั้นธุรกิจส่วนตัวขึ้น เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านที่ฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ออกมาจากตัวเขาขนานแท้ อภิวัฒน์ได้เก็บเกี่ยวคอนเนกชันและรู้จักผู้คนในแวดวงวิชาชีพอย่างโลดโผนตลอดอายุกิจการ 3 ปี ก่อนจำต้องพับโปรเจกต์ลงเพราะความไม่เจนตลาด

น้ำเสียงคู่สนทนาไม่เผยความผิดหวังที่ต้องเลิกกิจการแรกของตัวเองไปแม้แต่น้อย เพราะมีบริษัทต่างชาติมากมาย ทั้ง Alexander Lamont ผู้มาจ้างวานให้ทำงานตกแต่งผนัง เล่นสนุกกับ Restrogen ประสานมือกับ Zen Forum กรีดแผ่นเหล็กเป็นดอกประการังฟรีฟอร์ม ราวกับกระดาษ

ทั้งหมดส่งให้เขารื่นเริงอยู่กับงานตามแต่เส้นสายสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จะพาไปเจอ

ศิลปะ + ตกแต่ง

MASAYA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทยที่เริ่มต้นจากธุรกิจทำรูปปั้นสัตว์-พระพุทธรูปหล่อ ส่งออกในชื่อ Asia Collection ต่อมาลูกค้าเริ่มนำแบบเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบบตะวันตกมาสั่งผลิต จึงค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นกึ่งผู้ขายกึ่งโรงงานรับทำตามออเดอร์ ก่อนต่อยอดไปเป็น MASAYA ที่ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะอย่างเต็มตัว 

หลังจากวิ่งเล่นในวงการศิลปะตกแต่งอยู่พักหนึ่ง อภิวัฒน์ก็เข้ามาร่วมงานกับ MASAYA ในฐานะนักออกแบบหลัก ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้เขาคือ ‘Feather’ งานสเตนเลสเชื่อมมือทีละเส้นที่แสดงความประณีตเหนือชั้นและใช้เวลาทำราว 2 เดือน จนคว้ารางวัล DEmark และ PE Award มาครอง

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ตอนเริ่มออกแบบเป็นงานทองเหลือง แต่เพราะทำกับ MASAYA ปีแรก ยังไม่รู้มือว่าช่างปั้นทำตามแบบได้ไหม การหล่อก็มีปัญหาเยอะ พอออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการทีเดียวก็เลยถอดแบบมาเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมสเตนเลสจากลวดชิ้นเล็กๆ ประมาณสองมิลลิเมตร แล้วค่อยๆ เชื่อมกันแทน

“ช่วงแรกผมต้องทำเป็นต้นแบบไว้ก่อน แล้วถ่ายทอดให้ช่างอีกที แต่พอผ่านมาสองสามปี ก็เริ่มปรับเทคนิคต่างๆ ให้เข้ากันได้แล้ว งานก็ค่อนข้างเป็นอย่างที่หวังไว้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาต่อไป”

จากเดิมตั้งต้นว่าจะทำของตกแต่งขาย เพราะปูนปั้นเหล่านั้นไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษอื่นใดนอกจากเป็นเครื่องประดับชิ้นเขื่อง อภิวัฒน์ค่อยๆ เขียนนิยามสิ่งที่เขาทำขึ้นใหม่ ว่าเป็นศิลปะตกแต่งซึ่งใช้รสนิยมความงามนำฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีฐานลูกค้าเก่าของโรงงาน-กลุ่มคนที่อุดหนุนประติมากรรมและงานทองเหลือง ช่วยซัพพอร์ตให้แบรนด์ตั้งไข่ได้ ไม่นานจึงค่อยๆ มีลูกค้าหน้าใหม่เข้าหา

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ความต่อเนื่องสำคัญมาก” คู่สนทนาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานช่วงนั้น

“มันทำให้คนเห็นภาพว่าแบรนด์นี้ทำงานแบบไหน ส่งผลโยงกันตั้งแต่ชิ้นแรกถึงชิ้นสุดท้าย ครั้งหนึ่งไปออกงาน Maison&Objet ลูกค้าทิ้งนามบัตรไว้แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร พออีกปีเขาถึงกลับมาซื้อสินค้าตัวแรกที่เราไปโชว์ ไม่ได้ซื้อตัวใหม่ด้วย เพราะเวลาศิลปินทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง คนจะเห็นและเชื่อมั่นว่ามันออกมาจากตัวตนจริงๆ งานมีคุณภาพ ไม่ได้ฉาบฉวย”

วัฒน์ อภิวัฒน์ นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

ศิลปะ + เฟอร์นิเจอร์

เพราะใช้สุนทรียะเป็นเข็มทิศในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ กระบวนการทำงานของวัฒน์จึงมักเริ่มต้นจากการนำองค์ประกอบทางศิลปะเป็นวัตถุดิบหลักแล้วค่อยคิดต่อยอดออกไป แต่ก็ไม่ลืมใส่ฟังก์ชันการใช้งานเข้าไปด้วยทุกครั้ง

“ผมมักรู้สึกว่างานเพนต์ที่มีแค่สีขาวดำนั้นแบน แต่หากเป็นขาว ดำ เทา ก็จะเริ่มมีมิติขึ้นมาบ้างแม้เป็นงานสองมิติ ผมเอาแนวคิดนี้มาใช้กับประติมากรรม ซึ่งเป็นสามมิติอยู่แล้ว แต่จะมีบางส่วนที่คนมองไม่เห็น อาจเพราะธรรมชาติของมนุษย์ จึงไม่ค่อยทำอะไรที่เป็นก้อนมวลมากนัก มีสามสเต็ปเป็นอย่างต่ำ อย่างทองเหลือง ก็ทำให้มีเส้นหนา เส้นกลาง เส้นเล็ก มีบางพื้นผิวที่ถูกแสงส่องเพื่อให้เกิดน้ำหนักและเงา ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างมีเอกภาพ

“ส่วนฟังก์ชันนั้นเป็นเรื่องรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีของที่ใช้งานได้ดีมากเกินพอแล้ว เขาไม่ได้เอาไปใช้จริงแน่นอน ผมเลยเน้นองค์ประกอบทางศิลปะ ซึ่งเป็นรูปแบบและเทคนิคเฉพาะของตัวเองมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

อภิวัฒน์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันลงไปเพื่อการใช้งานโดยตรง แต่มันมีหน้าที่เปลี่ยนงานศิลปะซึ่งอาจฟังดูสูงส่งเข้าใจยาก เป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่คนทั่วไปรู้จักคุ้นเคย และเป็นกลยุทธ์ลับในการการพาศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน

ดีไซเนอร์คู่สนทนาเผยไต๋ถึงแนวคิดในการทำศิลปะตกแต่งอย่างหมดเปลือก ก่อนเฉลยเทคนิคการเรียกความสนใจให้แบรนด์ผ่านสินค้าชิ้นโบว์แดง ที่แม้แพงจนไม่มีใครเอื้อมถึง แต่จำเป็นต้องมี

“การใช้วัสดุให้แตกต่างจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป คือสิ่งที่จะทำให้งานแต่ละชิ้นอิมแพคขึ้น” เขาว่า

“เวลาไปออกงานแฟร์ จำเป็นต้องมีสินค้าที่อิมแพคเพื่อโชว์ศักยภาพโรงงาน อาจไม่มีคนซื้อตัวนั้นก็ได้ แต่ลูกค้าจะมาหยุดคุยกับเราและมองตัวอื่นต่อ ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ เราทำงานเพื่อขายอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนเป็นการทำแบรนด์อย่างหนึ่ง หากมีสินค้าไฮไลต์สักชิ้น จะทำให้คนรู้จักเร็วขึ้นและติดตามแบรนด์เราต่อไปในภายหน้าว่าพัฒนาไปอย่างไร ต่อให้เขาไม่ซื้อ ก็อาจมาสั่งโรงงานเราผลิต มีรายได้เข้าอีกทางอยู่ดี” ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อธิบายวิธีเรียกร้องความสนใจและสร้างความโดดเด่น เมื่อต้องเข้าไปอยู่ในงานจัดแสดงขนาดใหญ่

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน

ศิลปะ + ตัวตน

ปกติ ศิลปินหรือดีไซเนอร์ผู้เล่นกับวัสดุแต่ละคน มักเป็นที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง ว่าเชี่ยวชาญแมททีเรียลชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นมีส่วนทำให้ภาพจำเอกลักษณ์ในเชิงออกแบบเลือนรางลงไปไม่น้อย แต่อภิวัฒน์คือดีไซเนอร์ผู้ใช้วัสดุหลากหลาย จับทางยาก เราจึงต้องถามออกไปอย่างโจ่งแจ้งว่าสไตล์และตัวตนของเขาเป็นอย่างไร

“ผมไม่ได้มีสไตล์ เพราะทำหลายอย่างนอกจากทองเหลือง มีเซรามิก เหล็ก ไปจนถึงจิวเวลรี่ ผมว่าต้องให้คนนอกมองเข้ามา จะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกับวัสดุ แต่จะมีบุคลิกบางอย่างที่ผมถ่ายทอดลงไปมากกว่า”

อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา ดีไซเนอร์ผู้พาศิลปะเข้าไปอยู่ในเฟอร์นิเจอร์และชีวิตประจำวัน
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“อาจดูโบราณหน่อย แต่ผมถูกสอนว่าเวลาทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะออกแบบแพตเทิร์นได้สวยแค่ไหน แต่ถ้ามันซ้ำมากๆ มันสวย แต่น่าเบื่อหน่าย ดังนั้น ต้องทำอะไรให้มีความแตกต่างสักสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ความสวยนั้นมีเสน่ห์ ผมจึงใส่ดีเทลเล็กๆ ซ่อนเอาไว้นิดหนึ่ง งานผมจึงมักไม่เสมอกัน ไม่ค่อยเท่ากัน”

วัฒน์โชว์ภาพผลงานชิ้นสำคัญประกอบบทสนทนาเพื่อให้เราเห็นภาพ เป็นคอลเลกชัน Ink ที่เขาทำขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2019 หลังจากเขาเริ่มรู้มือกับช่างในโรงงานแล้ว จึงใส่เทคนิคพิเศษมากมายซึ่งสะท้อนตัวตนของเขาลงไป

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“สังเกตว่างานผมจะไม่มีทองเหลืองสำเร็จรูป เราต้องการโชว์ศักยภาพโรงงานเพื่อให้รู้ว่าถ้าไม่ใช่โรงหล่อก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เวลาขึ้นรูปจะมีมิติเป็นเส้นหนาเส้นบางอยู่ด้วยกัน เพื่อให้มองมุมกลับได้ว่า ทำทองเหลืองที่ดูหนักให้เบาได้ยังไง และทำสีพิเศษขึ้นด้วย ตัวนี้เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรามีคู่แข่งน้อย มันออกมาสมบูรณ์ตามที่ผมตั้งใจไว้และค่อนข้างเป็นตัวผม

“เริ่มต้นจากเก้าอี้ก็จริง แต่สุดท้ายลูกค้าอยากได้คอนโซล โต๊ะข้าง หรือโต๊ะกินข้าว เราก็ต่อยอดออกมาเรื่อยๆ หลายอย่างก็มาจากลูกค้าแนะนำ” เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงเปิดเผยว่าเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำ

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“หรืออย่างชิ้น Peacock ที่ทำให้ Touchable” วัฒน์ชวนเราดูผลงานอีกชิ้น

“แพตเทิร์นไม่ชัดเจน ผมจึงต้องคิดไปทำไป โยนแบบจากกระดาษให้ช่างเลยไม่ได้ ต้องทำแพตเทิร์นต้นแบบให้เขาดูก่อน ดูช่องไฟและอธิบายให้เห็นภาพ งานนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ปกติ Alexander Lamont ชอบใช้สีน้ำตาล เราจึงต้องเอาไปทำดำก่อน ซึ่งมีคนเชื่อมเป็นน้อยมาก”

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

“ถ้าวัสดุไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่ ต้องหาความแตกต่างให้เจอ อาจเป็นความแตกต่างโดยรูปแบบ หรือความแตกต่างในรายละเอียด มันสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ได้” เขาชวนคิด

ศิลปะ + นวัตกรรม

แม้ว่าผลงานชิ้นหนึ่งๆ จะยืนระยะในตลาดได้พักใหญ่ แต่อภิวัฒน์ยังยืนยันว่าต้องหมั่นสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมาให้เป็นที่รับรู้อยู่เสมอ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และพัฒนาการของแบรนด์ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจซื้อหรือเป็นที่ฮือฮาในตลาดเสียทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไปแน่ๆ คือคำแนะนำซึ่งมีประโยชน์มหาศาล

“กระบวนการมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยี แต่เครื่องมือเราไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เพราะฉะนั้น ต้องใส่จินตนาการ คิดตีความใหม่ ใช้ศักยภาพของเครื่องมือนั้นมาทำให้แตกต่าง แม้จะใช้เวลาผลิตนานขึ้น แต่ผมว่าคุ้มค่า

อย่างงาน bark หรือตอไม้พวกนี้ จริงๆ คนทำเยอะแล้ว ทั้งเรซิ่น ทองเหลือง ผมเลยไปเลาะเปลือกไม้เก่า ซึ่งเป็น เท็กเจอร์ที่สวยแล้วออก เอากระดาษลูกฟูกแปะทับทำเป็นแบบหล่อใหม่ ตอไม้นี้ก็จะมีเฉพาะแบรนด์เรา

“บางอย่างที่มีอยู่แล้ว เพียงจัดการอะไรเพิ่มนิดหนึ่ง ก็ทำให้แบรนด์แตกต่างได้ ตอไม้เดิมก็สวย แต่คนจำไม่ได้หรอก ตอไม้แบบนี้ ถ้าคนจะไปหล่อตาม ก็ต้องซื้อของผมไปทำเป็นพิมพ์

รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design
รู้จักตัวตน แนวคิด และกระบวนการทำงานของนักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

นวัตกรรม คือสิ่งที่ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามีแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่ศักยภาพในการใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ของดีไซเนอร์ต่างหาก คือตัวแปรที่จะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากผู้เล่นอื่นในเกม

วัฒน์ค่อยๆ ชวนเราทำความรู้จักตัวตนเขาผ่านผลงาน ก่อนดึงเรากลับสู่โลกความจริงว่า ยังมีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อการทำงานมากๆ คือช่างฝีมือ

“เขาไม่ใช่ช่างปั้นแบบอาร์ทิสต์ แต่เป็นช่างปั้นในโรงงาน แรกๆ ก็พยายามเคี่ยวเข็ญ ตอนหลังถึงรู้ว่าเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ ต้องค่อยๆ หยอดเข้าไป ผมจะขึ้นรูปทรงเองแล้วให้เขาไปปั้นตาม ขยับให้ยากขึ้นทีละนิดจนตอนนี้เขารับทำหมด ดีไม่ดีอีกเรื่องนะ แต่ไม่ปฏิเสธ อยากลองทำ แต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้คนไปด้วย

“แต่ตอนนี้โรงหล่อทองเหลืองก็ปิดตัวลงไปเยอะแล้ว เพราะวัสดุแพงมากและงานหล่อพระแบบเดิมๆ น้อยลงทุกที ต้องปรับตัวมาทำงานประเภทนี้กัน โรงงานที่ผมทำอยู่ก็อาจจะต้องปิดตัวลงไปสักวันถ้าไม่มีคนสืบทอด” 

หลังนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์บรรยายภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่เขาคลุกคลีด้วยน้ำเสียงห่วงใยเจือเสียดาย เขาก็ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดการทำงานข้อสำคัญว่า

“งานแบบนี้ไม่ควรเชื่อมั่นว่าต้องขายได้อย่างเดียว แต่ควรเชื่อมั่นในความชอบก่อน ผมเริ่มต้นจากความอยากเห็นงานตัวเองเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้มองว่างานชิ้นนี้จะขายได้เสียทีเดียว ผมนั่งสเก็ตช์งานทุกวัน ไม่ทิ้งมันเพราะคือความชอบ ถ้าทิ้งไปเพราะไม่ได้เงินแปลว่าไม่ได้ชอบจริง”

วัฒน์-อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา นักออกแบบเจ้าของรางวัล Designer of the Year 2021 สาขา Furniture Design

5 คำแนะนำถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่จากนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นพี่มากประสบการณ์

01 บาลานซ์

“ต้องบาลานซ์งานขายกับงานส่วนตัวที่เราชอบให้ดี บางอย่างจำเป็นต้องทำเพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรแทรกตัวตนของเราเข้าไปในสินค้า ไม่ต้องมาก เพราะบางทีถ้าใส่ตัวตนลงไปมากๆ แล้วอาจยืนระยะอยู่ได้ไม่ยาว”

02 แรงบันดาลใจ

“งานประเภทนี้ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ โปรดักต์จะไม่มีพลัง โต๊ะจะเป็นแค่โต๊ะ เป็นเครื่องวางของ ไม่มีพลังงานเข้าไปอยู่ในนั้น ไม่สื่อสารระหว่างคนผลิตกับผู้ใช้งาน เหมือนผลิตจากเครื่องจักรในโรงงาน เพราะฉะนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจของคนออกแบบด้วย”

03 จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

“การใส่จิตนาการเข้าไปในชิ้นงานจะทำให้งานแตกต่าง เพราะจินตนาการมาจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า คนคนนั้นอ่านหนังสืออะไรมา จินตนาการทำให้โปรดักต์มีชีวิตอิสระและหลุดออกจากกรอบได้ งานที่หลุดกรอบอาจขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช้จินตนาการทำให้หลุดกรอบบ้าง ก็ต่อยอดออกไปไม่ได้จริงๆ”

04 วัสดุ

“ไม่ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติหรือโลหะ พอมองจุดแข็งจุดอ่อนออกแล้ว ต้องพลิกกลับอีกทีหนึ่ง อย่าไปใช้วัสดุตรงๆ มองแบบนี้เราจะทำงานแตกต่างจากสามัญสำนึกคนทั่วไป”

05 ความต่อเนื่อง

“งานชิ้นแรกที่ออกมาดี ลูกค้าอาจแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องจนมีสไตล์ ลูกค้าจะเห็นตัวตนประสบการณ์ และทักษะของนักออกแบบออกมานอกเหนือจากความสวยงาม ก็เหมือนการเล่าเรื่องที่เราอาจไม่ต้องเขียนเล่าให้เขาฟังโดยตรง แต่เขามองเห็นได้จากงานแต่ละชิ้นจนเกิดความเชื่อมันขึ้นเอง”

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load