เมื่อเห็นยอด COVID-19 เพิ่มขึ้นทุกวัน คุณหวังอะไรอยู่

ความหวังของฉันเรียบง่ายมาก แล้วคงหวังเหมือนคนไทยทุกคน แค่อยากให้ประชากรทุกคนในประเทศเข้าถึงวัคซีนคุณภาพอย่างเร็ววัน เพื่อรักษาชีวิตให้เดินไปข้างหน้า ค้าขาย เดินทาง ท่องเที่ยว ทำงาน เล่าเรียนกันในโรงเรียน และเดินทางไปหาคนรักใกล้ไกลได้อย่างปกติ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเอาโรคไปติดเขาหรือเปล่า แต่ยิ่งนานวัน เรายิ่งรู้สึกถูกริบความหวังไปเรื่อยๆ ซึ่งทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ‘การมีชีวิตที่ดีนั้นยากจัง’

‘ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว’ หนังสือสารคดีที่รวมฝันอันกล้าหาญของผู้คน

นั่นเเหละ เเม้มันจะยาก เเต่ก็มีผู้คนมากมายในหนังสือสารคดี ‘ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว’ ของ อีฟ-ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย นักเขียนสารคดีและบรรณาธิการเว็บไซต์ The101.world ที่ยืนยันว่าเราต่างไขว่คว้าความฝัน เพื่อหวังให้ครอบครัวสบายกว่านี้ เพื่อยืนยันว่าเราทุกคนต้องมีชีวิตที่ดี พลังของผู้คนตัวเล็กตัวน้อยมันเเข็งเเกร่ง เเล้วชีวิตของคนก็อยู่ทุกบรรทัดในหนังสือสารคดีเล่มนี้ 

คนที่เราอาจเคยพบเห็นตามท้องถนน แต่ไม่เคยเข้าไปพูดคุย หรือยิ่งกว่านั้นคือ คนที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ตรงนั้น ทั้งแรงงานชาวทวายในกรุงเทพฯ คนขายบริการทางเพศริมคลองหลอด คนไร้บ้าน หรือคนที่เคยมีบ้าน แต่ได้รับความเดือดร้อนจากเศรษฐกิจจนไร้บ้าน พ่อค้าแม่ค้าริมทาง คนซื้อ-คนขาย หวยบนดินหรือใต้ดิน ตลอดจนอาจเป็นพวกเราเองด้วยซ้ำที่ออกไปสู้บนท้องถนน

ภายในหนังสือประกอบด้วยบทความสารคดี 12 ชิ้น ที่ปาณิสคัดสรรมาจากเว็บไซต์ The101.world และ 1 สารคดีชิ้นใหม่ที่เขียนขึ้นเพื่อตอกย้ำทุกความหวังว่ามันไม่มีทางได้มาเลย ถ้าไม่ออกมาเรียกร้อง และการออกมาเรียกร้องก็ไม่อาจการันตีว่าจะทันช่วงชีวิตเราด้วยซ้ำ น่าเศร้า

  การทำงานทุกชิ้นในสารคดีของปาณิสเกิดจากการลงพื้นที่ทำงานอย่างหนัก ไปบ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พูดคุย เฝ้ารอ เฝ้ามอง สังเกต และเปิดใจด้วยสายตาที่ไม่ตัดสิน จนสามารถเข้าไปคุยกับส่วนลึกในจิตใจผู้คนออกมาได้ เช่น เปิดตา ‘ตีหม้อ’ สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด เรื่องเล่าจากการลงพื้นที่คลองหลอด เพื่อเปิดชีวิตคนขายบริการในมุมที่คนไม่ค่อยรับรู้ มุมที่ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งโรคติดต่อ อาชญากรรม การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการตั้งคำถามว่าตราบใดที่ยังซุกปัญหาไว้ใต้พรม คุณคิดว่ามันจะดีขึ้นเหรอ

‘ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว’ หนังสือสารคดีที่รวมฝันอันกล้าหาญของผู้คน

50 ปีหลังมนุษย์เหยียบดวงจันทร์ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยยังอยู่ที่เดิม เรื่องราวชีวิตที่ยากลำบากของนักเรียน ที่สะท้อนภาพใหญ่ของการศึกษาไทยว่าความเหลื่อมล้ำไม่เคยหายไปไหน, ราษฎร์ลำเค็ญบนราชดำเนิน ชีวิตของผู้คนตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ในย่านการท่องเที่ยว ในวันที่ไร้การท่องเที่ยว สะท้อนความแห้งแล้งของชีวิตที่นโยบายความช่วยเหลือของภาครัฐไม่เคยมาถึง, กลับตัวไม่ได้ เดินต่อไม่ถึง ชีวิตแรงงานพม่าในกรุงเทพฯ หลังโควิด เมื่อคนทวายไม่อาจกลับบ้าน เรื่องราวของแรงงานพม่าในชุมชมทวาย ตรงข้ามตลาด อตก. เมื่อพวกเขาต้องขาดรายได้ จากมาตรการล็อกดาวน์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยิ่งอ่านก็ยิ่งปวดใจ เมื่อคิดว่าไม่กี่เดือนก่อนพวกเขาต้องเผชิญสายตาหวาดระแวง จากการถูกแปะป้ายว่าเป็นต้นตอ COVID-19 และปัจจุบันกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่ชีวิตญาติพี่น้องเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะการทำรัฐประหาร

สารคดีบางชิ้นก็มาจากการเดินทางไปต่างประเทศ เช่น ในม่านหมอกเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย บอกเล่าเรื่องราวของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษกว่า 196.5 ตารางกิโลเมตรในเมียนมาที่พลิกชะตาชีวิตของผู้คน จากสวนหมากทำกินกลายเป็นท้องถนนขลุกฝุ่น จากป่าชายเลนอุดสมบูรณ์กลายเป็นหาดทรายแห้งแล้ง ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ว่างเปล่าจนมองไม่เห็นว่าชีวิตที่ดีขึ้นจะอยู่ตรงไหน รวมถึงสารคดี ฮ่องกงปิดปรับปรุง : จนกว่าเสรีภาพจะมาถึง? ที่ปาณิสไปคุยคนหนุ่มสาว คนวัยทำงานเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตย ในฐานะสื่อมวลชนปาณิสเผชิญแก๊สน้ำตา และการปวดแสบปวดร้อนก่อนผู้ชุมนุมคนไทย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจ มันกลับช่วยตอกย้ำว่าไม่ว่าเราจะมีจุดยืนต่างกันแค่ไหน ความรุนแรงก็เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้

ทั้งหมดนี้ฉันไม่รู้จะบอกความรู้สึกหลังอ่านจบยังไงดี ถ้ามันเป็นหนังสือที่ทำให้รู้สึกมีหวังอยู่บ้าง หลายเรื่องราวมันก็เศร้ามาก จนบางวันชีวิตตัวเองก็เศร้าอยู่แล้ว ก็ไม่รู้จะอ่านหนังสือที่ซึมซับความเศร้าเข้าไปอีกทำไม การมองเห็นผู้คนที่โดนกดทับความสุขทุกวิถีทาง จนมองไม่เห็นความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ได้กล่อมให้ฉันเชื่อว่า อย่างน้อยชีวิตเราก็ดีกว่าเขา เห็นไหมมีคนแย่กว่าเราอีก แต่มันยิ่งทำให้ตั้งคำถามว่า 

ทำไม ทำไม ‘การมีชีวิตที่ดี’ ซึ่งเป็นความหวังพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนนั้นยากเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม งานเขียนสารคดีของปาณิสบอกกับฉันแบบนั้น… ไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เราต่างเกี่ยวข้องกันทั้งในทางตรงและทางอ้อม แรงงานต่างชาติคือคนที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เมื่อผู้ใหญ่บอกว่าเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แต่ก็มีเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาถึง 670,000 คน เราทุกคนต่างเป็นแรงงาน เก็บเงินเพื่อหวังใช้ในยามเกษียณ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่ายามร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทางม้าลายที่รถยนต์ไม่จอด มันทำให้กำลังขาของคนอายุมากไต่ขึ้นสะพานลอยอย่างอยากลำบาก ทั้งรัฐที่ไร้สวัสดิการก็ทำชีวิตแสนลำเค็ญ และไม่ว่าคุณจะซื้อหวยบนดินหรือใต้ดิน ทุกวันที่ 1 และ 16 คุณก็หวังจะรวยมิใช่หรือ

‘ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว’ หนังสือสารคดีที่รวมฝันอันกล้าหาญของผู้คน

ปาณิสให้สัมภาษณ์ในเว็บไซต์ thematter.co ช่วงหนึ่งซึ่งกระแทกความรู้สึกของฉันไว้ว่า 

“เราเคยตีต้นไมยราบไหม พอเราตีเสร็จมันจะหุบแล้วสักพักมันจะบานขึ้นมาใหม่ เรารู้สึกว่าทุกครั้งที่เราถูกตีแล้วเราหุบ ถ้าเราไม่คลี่ออกมาใหม่ คนตีมันก็สบายใจ ดังนั้น เราควรจะเป็นต้นไมยราบที่คลี่ออกเสมอ เราควรจะเป็นดอกไม้ที่ผลิดอกใหม่เสมอ เพื่อบอกโลกนี้ว่ามันยังมีความงามเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แค่คนยังมีหวัง คนที่มันอยู่ในอำนาจมันก็อยู่ไม่สุขแล้ว แต่ถ้าเราหมดหวัง คนพวกนั้นก็อิ่มเอม สบายใจ แม้แต่ประเทศไทยเราเอง มันดูอย่างไรก็ไม่มีทางสู้ได้เลย แต่ว่าความหวังในใจคนทุกคน สักวันหนึ่งมันจะเปลี่ยนแปลง อย่าเพิ่งหมดหวังกัน”

ถ้าปาณิสยังเขียนงานด้วยความหวัง ฉันก็อยากบอกเธออีกเสียงว่าจะมี ‘ความหวัง’ อยู่

อีกอย่างหนึ่งที่ฉันรู้สึกกับหนังสือเล่มนี้คือ หลายคนคงคิดว่าการอ่านสารคดีหนักและยาก ความจริงจังทำให้ไม่สนุก แต่อยากบอกว่าด้วยลีลาการเขียน ความเก่งกาจคมคายของปาณิส ทำให้ยิ่งอ่านสารคดีก็ยิ่งสนุก บางจังหวะตลกขบขัน บางจังหวะมีลูกล่อลูกชนกับคนที่ไปคุยด้วย บางจังหวะรวดร้าว บางจังหวะต้องวางหนังสือทิ้งไว้แล้วไปทำอย่างอื่น เพื่อให้ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ตรงลำคอหายไป

ไม่ว่าคุณจะอ่านด้วยความรู้สึกแบบไหน ในฐานะคนรักหนังสือ ฉันขอบคุณสำนักพิมพ์ Salmon Books ในช่วงเศรษฐกิจที่ง่อนแง่น การตัดสินใจตีพิมพ์หนังสือสารคดีคงไม่ง่ายนัก แต่การพิมพ์หนังสือสารคดีเล่มนี้ช่วยตอบคำถามฉันว่า ทำไมถึงต้องมีนักเขียนสารคดี เพราะถ้าไม่มีพื้นที่ให้ตีพิมพ์ เรื่องราวคนตัวเล็กๆ ก็ไม่รู้จะไปอยู่ในพื้นที่สื่อตรงไหน และความหวังเล็กๆ อีกอย่างของฉัน คืออยากให้คนเรียนสื่อสารมวลชนทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ มันคงช่วยตอบคำถามในใจเราที่โดนคนรอบข้างถามว่า ‘สื่อมวลชนยังจำเป็นอยู่ไหม’

ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของปาณิส อยากขอบคุณมากๆ ที่ยังเลือกเส้นทางการเป็นนักเขียนสารคดี การเขียนสารคดีเป็นงานที่หนัก ไม่ง่ายที่จะเข้าไปพูดคุยกับคนแปลกหน้า แล้วให้เขาเปิดเผยความในใจ ความอึดอัด ความขับข้องใจ หรือแรงผลักดันในชีวิตให้ฟัง ยิ่งในแหล่งที่ยังผิดกฎหมายอยู่ด้วยนั้น การเข้าหาก็ยิ่งยากลำบาก บางประโยคในหนังสือเล่มนี้ คงไม่ได้มาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ปาณิสคงใช้หัวใจการเป็นเพื่อนมนุษย์เข้าถึง และถ่ายทอดออกมาอย่างซื่อสัตย์ได้ในที่สุด 

หากจะนึกถึงเรื่องราวในวันวานอยู่บ้าง การอ่านหนังสือสารคดีเล่มนี้ ทำให้ฉันนึกถึงความทรงจำตอนเรียนคลาส การเขียนสารคดีเบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกับปาณิส ตอนนั้นอาจารย์ยกสารคดีเรื่อง ‘ถนนสายสั้นที่มีความฝันยาวที่สุดในโลก’ ของวรพจน์ พันธุ์พงศ์ มาให้อ่าน จำได้ว่าเป็นงานสารคดีที่อ่านแล้วมีความสุข มันมีความฝัน มีความหวังอยู่ทุกตัวอักษร ไม่ใช้การฝันเพียงลำพัง แต่พาคนอ่านร่วมฝันร่วมหวังไปพร้อมกันด้วย 

อยากบอกปาณิสว่างานของปาณิสก็เป็นแบบนั้น เป็นสารคดีที่หากคุณเปิดหัวใจอ่าน อ่านอย่างจริงใจ คุณจะพบว่า เรื่องราวของทุกคนเรียบง่าย ไม่ควรมีใครผูกขาดความหวังไว้แต่เพียงผู้เดียว… ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว

อย่างน้อยที่สุด ก็อย่าลิดรอนความหวังของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลย

‘ไม่มีใครเป็นเจ้าของความหวังเพียงผู้เดียว’ หนังสือสารคดีที่รวมฝันอันกล้าหาญของผู้คน

Writer

กมลพร สุนทรสีมะ

อดีตเติบโตมากับกองบรรณาธิการนิตยสารสำหรับเด็กเเละครอบครัว ชอบดอกไม้ พืชใบเขียว มีหอศิลป์เป็นที่ชุบใจ ติดชาเย็นหวานน้อย พอๆ กับกลิ่นกระดาษ อนาคตอยากเลี้ยงลาบราดอร์สีน้ำตาล

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

Dear My Friends (2016) 

Genre : ชีวิต ดราม่า ครอบครัว ความรัก บันเทิงเริงรมย์ 

Original Network : tvN เกาหลีใต้

Licensed Thai Subtitle : Netflix (ชื่อไทย แก๊งคุณยายกับชีวิตอลหม่าน)

Screenwriter : โนฮีคยอง เจ้าของผลงาน Our Blues (2022), Live (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), It’s Okay, That’s Love (2014), That Winter, The Wind Blows (2013)

Director : ฮงจงชาน เจ้าของผลงาน Juvenile Justice (2022), Her Private Life (2019), Life (2018), The Most Beautiful Goodbye (2017), Live Up to Your Name (2017), My Secret Hotel (2014), Doctor Stranger (2014)

Cast : บทนำ – โกฮยอนจอง คิมฮเยจา นามุนฮี โกดูชิม พัควอนซอก ยุนยอจอง จูฮยอน คิมยองอ๊ก ชินกู

บทสมทบ – โจอินซอง อีกวางซู ซองดงอิล จางฮยอนซอง ยอมฮเยรัน ชินซองอู นัมนึงมี คิมจองฮวาน (ลูกชายแท้ ๆ ของโกดูชิม) โกโบกยอล บยอนอูซอก และ แดเนียล เฮนนี่

Length : 16 ตอน

Awards : รางวัลละครยอดเยี่ยมและบทละครยอดเยี่ยม 53rd Baeksang Arts Awards และรางวัลบทละครยอดเยี่ยม 9th Korea Drama Awards 

***บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญบางส่วน***

เปิดปก Dear My Friends อันเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชาวแก๊งอาวุโส รวมวัยครึ่งค่อนพันปี ยิ้มแฉ่งแข่งดอกไม้บานแย้ม ส่งกลิ่นอายพลังบวก++ ให้ชวนพิสูจน์ว่า ละครน้ำดีการันตีรางวัลเรื่องนี้ ทำไมจึงได้ขึ้นหิ้งในดวงใจใครมากมาย

คอนเซ็ปต์ของซีรีส์เรื่องนี้หยิบยืมเอาเคล็ดลับคำว่า ‘Flower Boys’ หนุ่มใส ๆ วัยจิ้มลิ้ม มาล้อเอ็นดูเป็น ‘Flower Elders’ รุ่นดึกคึกคักน่ารัก พาเราปลื้มปริ่มยิ้มทั้งน้ำตาไปกับเรื่องราวสมจริงของแก๊งเพื่อน สว. (สูงวัย) ซึ่งชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวเข้าฤดูดอกไม้บาน ต่างสีสันสายพันธุ์ แต่ล้วนงดงามในตัว สะท้อนคาแรกเตอร์สนุก ๆ ของแต่ละตัวละคร แตกต่างไปตามสีเช่นนี้เลย 

สีแดง คือความมุ่งมั่น เป็นผู้นำ เปี่ยมรัก สีเหลือง คือความหวัง เบิกบานสร้างสรรค์ สีส้ม คือจิตวิญญาณและกำลังใจ สีชมพู คือความอ่อนโยน ชวนทะนุถนอมและเสน่หา สีม่วง คือความอวดดี ถือตัว มีอิทธิพล 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

สิ่งสำคัญกับความจริงที่ว่า แม้วันหนึ่งดอกไม้จะต้องโรยราไปตามกาลเวลาก็ไม่น่าเสียดายหรือเสียใจ ถ้าวันนี้ได้เบ่งบานเต็มที่กับชีวิตซึ่งเดินทางผ่านโลกมา คือความทรงจำมากคุณค่าต่อคนข้างหลัง รวมถึงเรา ๆ ผู้ชมพลอยได้คิดและฟีลกู๊ดตามไปด้วย

ผู้เดินเรื่องเล่ามหกรรมอลเวงบันเทิงของชาวพลพรรคดอกไม้กลุ่มนี้ คือนักเขียนที่ชื่อว่า พัควาน (รับบทโดย โกฮยอนจอง) เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่เลี้ยงเดี่ยว ชางนันฮี (รับบทโดย โกดูชิม) เธอแค่ต้องการระยะห่าง หลุดพ้นจากความหมกมุ่นและชี้นำของแม่มาตลอด 40 ปี ถึงเวลาที่แม่ควรปล่อยเธอและไปใช้ชีวิตสร้างสุขของตัวเองบ้าง 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

‘คำขอ’ 2 ข้อของแม่ที่โถมความหนักอึ้งลงบนใจที่ซ่อนความบอบช้ำอยู่ และกลายเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวในซีรีส์นี้ คือ หนึ่ง ช่วยเขียนหนังสือเล่าชีวิตของแม่กับแก๊งเพื่อนซี้ สอง ให้เลือกคนรักดี ๆ กาดอกจันนะว่า ‘โสดและไม่พิการ’ ซึ่งเป็นกลไกลบปมด้อยในใจของชางนันฮี 

แม้พัควานจะรู้จักกับเหล่าเพื่อน ๆ แม่มาตั้งแต่เล็ก แต่ก็มีมุมอคติในความเรื่องเยอะชวนยุ่ง อึกทึกชวนปวดหัว (ที่มักชวนขำสำหรับคนดู) ทำให้เธอไม่เต็มใจนักทุกครั้งที่ถูกลากเข้าไปเอี่ยว ประหนึ่งเหมารวมเป็นสมาชิกแก๊ง แต่ไป ๆ มา ๆ ความจำยอมจนได้ประสบการณ์ร่วมมากมาย ก็ส่งผลให้พัควานเริ่มเห็นมุมงดงามในชีวิต Bittersweet ของพวกเขาที่ควรค่าร้อยเรียงไว้เป็นแรงใจ พลังมิตรภาพที่ฮีลใจกันอย่างน่าทึ่ง พ่วงถึงการได้คลี่คลายปมความสัมพันธ์ของตนเองกับแม่ และแก้โจทย์ความรักของตัวเองได้ในที่สุด 

นั่นแปลว่านอกจากลุงป้าน้าอาและแม่ ที่บรรเลงบทเด่นประหนึ่งทุกคนต่างเป็นพระนางของชีวิตตัวเองแล้ว ยังมีสีสันพระนางฉบับหนุ่มสาวของพัควานกับ ยอนฮา (รับบทโดย โจอินซอง) เสิร์ฟให้เชียร์สลับไขว้ไปตลอดเรื่องด้วย แบบว่า Bittersweet มิได้หย่อนไปกว่ากันนัก แต่จะมีสิ่งชูใจเป็นโบนัสว้าว ๆ จากโจอินซอง คือความหล่อละมุนกลิ่นหอมสะอาดฟุ้งทะลุจอ คุ้มค่าแอร์ไทม์การเป็นนักแสดงรับเชิญแบบยาวโลดพิเศษ ฟีลคนหล่อที่เข้ากั๊นเข้ากันกับวิวโรแมนติกของประเทศสโลวีเนีย ละลายใจสายฟินได้ชัวร์

‘ชีวิตคือสงคราม’ เป็นคำกล่าวหนึ่งในละครที่สะดุดหู ชวนหยิบยกคู่รบที่เชียร์สนุกมาเรียกน้ำย่อย นั่นคือ ลุงซอกกยุน (รับบทโดย ชินกู) กับ ป้าจองอา (รับบทโดย นามุนฮี) เพื่อนเรียนที่เปลี่ยนสถานะเป็นคู่ชีวิต ตัวแทนครอบครัวรุ่นดั้งเดิมที่ชูเพศชายเป็นใหญ่เป็นสำคัญ 

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

แม้นอกบ้านลุงซอกกยุนจะทำงานเป็นแค่ รปภ. ที่ถูกจิกใช้บ่อย ๆ แต่ในบ้าน ลุงยึดอำนาจตั้งตัวเป็นนาย เมียเป็นบ่าวที่ต้องเสิร์ฟข้าว เสิร์ฟน้ำถึงมือ แถมนิสัยขี้งก วอนเดียวไม่มีกระเด็นให้เมีย แต่กลับทุ่มเทอุ้มชูครอบครัวน้อง ๆ ของตัวเองในฐานะเป็นพี่ใหญ่ ความขี้บ่น เห็นแก่ตัว ปากเสีย ได้กร่อนเซาะจิตใจป้าจองอาอย่างเงียบ ๆ มาตลอด แต่ก็ใช่ว่าลึก ๆ ลุงไม่รักลูกรักเมียนะ เป็นเพราะนิสัยไม่ยอมแสดงออก และค่านิยมรากเหง้าสังคมที่สร้างศักดิ์ศรีค้ำคอ เลยอาจมีบางคราวที่ลุงแอบไปแสดงลับหลังแบบปิดทองหลังพระบ้างโดยไม่มีใครรู้ซะงั้น (แต่โอย… ผู้ชมประณามลุงไปอ่วมซะก่อนแล้ว)

Dear My Friends : การเดินทางของพลพรรคดอกไม้บาน ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง และสูญเสีย

ข้างฝ่ายป้าจองอาผู้รักอิสระ เคยวาดหวังท่องเที่ยวตั้งแต่ทริปฮันนีมูน แต่รอจนแก่หง่อมก็ยังไม่ได้ไปไหนสักครั้ง ป้าเป็นคนอึดแกร่ง ถึงไหนถึงกัน รักครอบครัว ยึดมั่นหน้าที่แม่บ้านให้สามีให้ลูก ๆ เสมอต้นเสมอปลาย ความอดทนยาวนานจนสามีเข้าใจว่าเป็นคนหัวอ่อน…

 ใครจะนึกว่าวันหนึ่งป้าจะลุกมาปลดแอกตัวเอง เป็นไทโดยฉับพลัน เหมือนได้ปล่อยฮุกสวนสามีแบบไม่ให้ทันตั้งตัว เป็นหมัดเด็ดที่จะทำให้ลุงซอกกยุนต้องทบทวนตัวเองครั้งใหญ่ในชีวิต 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย
ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

นอกจากคู่นี้ แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ คู่ที่ไฟต์สู้กับชีวิต ให้เราได้เก็บเกี่ยวนานาข้อคิดสนุกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคู่แม่ลูกมีปมของชางนันฮีกับพัควาน คู่เพื่อนรักเพื่อนแค้นของชางนันฮีกับ น้ายองวอน (รับบทโดย พัควอนซอก) คู่ซี้สุดป่วน Therma and Louis ของป้าจองอากับป้า 4D ฮีจา (รับบทโดย คิมฮเยจา) ปัญญาชนเพื่อนกินของ ป้าชุงนัม (รับบทโดย ยุนยอจอง) กับ อาจารย์พัค (รับบทโดย ซองดงอิล) คู่กรรมสุดฮาวัยดึ๊กดึกของ ยายซังบุน (รับบทโดย คิมยองอ๊ก) กับคุณตา คู่แม่ลูกตัวห่างใจใกล้ของป้าฮีจากับ มินโฮ (รับบทโดย อีกวางซู) คู่เพื่อนเก่ารักเราผลิใหม่ของป้าฮีจากับ ลุงซองแจ (รับบทโดย จูฮยอน) การันตีว่าสลับฉากไปที่ใครก็สนุกเพลินแน่นอน 

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

หรืออีกนัยหนึ่งที่ว่า ‘ชีวิตคือการเดินทาง’ แปลความโดยตรง ๆ ก็เป็นทริปเที่ยวที่ป้าจองอาปรารถนาอยากใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน ๆ ไปปล่อยวางเรื่องหนัก ๆ แต่ในความหมายแฝงที่ลึกไปกว่านั้น คือการสั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้การอยู่กับชีวิต เพื่อนฝูง ครอบครัว การงาน ความรัก หรือแม้กระทั่งสังขารที่มิอาจเลี่ยงได้ จึงเป็นการเดินทางที่สุขบ้าง พลาดหลงบ้าง ติดขัดบ้าง และทางก็เหลือน้อยสั้นลงไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะพวกเขาทุกคนพร้อมจะเดินจับมือกันไปจนสุดทาง

ซีรีส์เกาหลีเล่าเรื่องสังคมสูงวัย ชวนให้คนทุกวัยตั้งคำถามถึงการเดินทางของชีวิตที่ครบรสทั้งสุขสันต์ หลงทาง สูญเสีย

รางวัล ‘บทละครยอดเยี่ยม’และ ‘ละครยอดเยี่ยม’ จากเวทีใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมบันเทิงประเทศเกาหลีใต้ ที่มอบให้กับซีรีส์ Dear My Friends คือรางวัลสะท้อนเสน่ห์ลีลาเฉพาะตัวของนักเขียนโนฮีคยอง ซึ่งเจนจัดการรังสรรค์บทที่ขับเคลื่อนด้วยคาแรกเตอร์ตัวละครแนวสมจริงเข้าถึงเสี้ยวชีวิต (Slice of Life) ยิ่งได้ฝีไม้ลายมือโปรแบบเป็นธรรมชาติของเหล่านักแสดงอาวุโส ผู้ไม่ได้ถูกเรียกขานว่ารุ่นพี่ แต่เป็นถึง ‘อาจารย์’ มารองรับ ผนวกเนื้อหามุมมอง ‘ชีวิต’ ที่เป็นกระจกส่องสะท้อนผู้คนและสังคมจริง ร้อยเรียงอย่างเพลิดเพลินครบรสด้วยแล้ว นี่คือบทสรุปความดีงามบริบูรณ์ของ Dear My Friends เลยค่ะ

บันเทิงน้ำดีที่ไม่อยากให้มองข้ามเพียงเพราะไม่ใช่สูตรนิยมที่คุ้นเคย แต่ลองมองไปรอบ ๆ ตัวที่มีญาติมิตรผู้ใหญ่ดูสิ เรื่องนี้จะทำให้เรารักและเข้าใจพวกเขามากขึ้น สังคมสูงวัยกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทั้งโลกแล้ววันนี้ และวันหนึ่งข้างหน้า ตัวเราเองนี่แหละก็จะเดินทางไปอยู่จุดนั้น 

ว่าแต่… มีสมาชิก เพื่อนกันวัยดึก’ พร้อมยิ้มบานแฉ่งไปด้วยกันแล้วหรือยังคะ 😊

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

WARUMANU

นักเขียนสมัครเล่นในวัยที่ไม่ได้เล่น ๆ แล้ว เก็บตกผลพลอยได้จากวิถีเสพสุขเล็ก ๆ หลังเกษียณ มูฟวนบันเทิงแดนกิมจิ สู่การดูไปรีวิวไป ได้เติมสุขสนุกคลุกเคล้าคุณค่าเกินคำว่า Leisure อันยองทักทายกันได้ที่เพจมูฟวีข้ามวันซีรีส์ข้ามคืนนะคะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load