ตั้งแต่เป็นเด็ก แม่มักไปซื้อน้ำเต้าหู้หรือน้ำนมถั่วเหลืองมาให้กินเสมอๆ เช่นเดียวกับอาหารจานโปรดคือเต้าหู้ผัดถั่วงอก พอเข้าครัวทีไรก็เห็นขวดซีอิ๊ว ขวดเต้าเจี้ยววางอยู่ แต่ไม่เคยเอะใจว่ามีที่มาจากถั่วชนิดเดียวกันคือถั่วเหลือง 

ถั่วเหลืองเป็นอาหารที่มนุษย์ปลูกกินกันมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว โดยสันนิษฐานว่าเริ่มปลูกในประเทศจีน ถั่วเหลืองได้รับฉายาว่าเป็น ‘ราชาแห่งถั่ว’ จากคุณประโยชน์มากมายทางโภชนาการ ทำอาหารนานาชนิด และนำไปแปรรูป ผลิตน้ำมันพืช อาหารสัตว์ ฯลฯ

วัยเด็กก็ไม่เคยเห็นถั่วเม็ดเหลือง ยังแปลกใจว่า ทำไมไม่เอาถั่วเหลืองมาต้มน้ำตาลกินเป็นของหวานเหมือนถั่วเขียว พอโตขึ้นมา เราก็คุ้นเคยกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหลากหลายชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาช่วงกินเจ ถั่วเหลืองเอามาทำโปรตีนเกษตร ทำเนื้อเทียมได้อร่อยมากจริงๆ แถมยังเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงรองจากเนื้อสัตว์ทีเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ ในเมนูอาหารเลย จนโตขึ้นมามีโอกาสปลูกข้าวอินทรีย์ และพอช่วงเก็บเกี่ยวข้าวผ่านไป เราปลูกถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO บนผืนนาเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนในดินด้วยถั่วเหลือง เราปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใส่ยาฆ่าวัชพืชใดๆ และจ้างชาวบ้านเก็บเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่น ปลูกถั่วเหลืองจึงช่วยฟื้นฟูดินและได้อาหาร 

ชีวิตในต่างจังหวัด การทำอาหารพึ่งตัวเองเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงเริ่มทดลองหัดทำน้ำนมถั่วเหลืองและเต้าหู้จากวัตถุดิบอยู่หลายครั้ง จนอยากแบ่งปันว่าไม่ยากอย่างที่คิด และเหมาะกับช่วงเวลา COVID-19 ที่ต้องสรรหาเมนูทำกินเอง

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

มาเริ่มกันเลยครับ

นอกจากถั่วเหลืองแล้ว อุปกรณ์คือ เครื่องปั่น ดีเกลือ พิมพ์เต้าหู้

1. นำถั่วเหลืองประมาณ 300 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำข้ามคืนทิ้งไว้ ประมาณ 8 ชั่วโมง ถั่วเหลืองจะบานขึ้นมาเกือบเท่าตัว

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

2. ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด แล้วตักถั่วใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ อัตราส่วน ถั่ว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2.5 ส่วน ปั่นจนเหลวละเอียด เทใส่ผ้าขาวบางที่วางไว้เหนือกะละมังหรือหม้อ ให้น้ำถั่วเหลืองไหลออกมาจนหมด

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

3. รวบผ้าขาวบางขึ้นเป็นถุง (หรืออาจใช้แบบที่เย็บเป็นถุงสำเร็จก็ได้) แล้วบิดเกลียวเหมือนขันชะเนาะแน่นๆ เพื่อคั้นน้ำนมถั่วเหลืองออกมาให้ได้มากที่สุด เสร็จแล้วแยกกากออกไป เราเก็บกากถั่วเหลืองนี้ไว้ทำอาหารและขนมได้มากมายหลายสูตร

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

4. ปั่นเมล็ดและคั้นน้ำถั่วเหลืองเช่นนี้หลายๆ รอบจนถั่วหมด เสร็จแล้วนำเอาน้ำถั่วเหลืองที่คั้นมาต้มให้เดือด ควรใช้หม้อใบใหญ่ๆ เพราะฟองจะเดือดฟอดขึ้นมาล้นหม้อ ที่สำคัญ อย่าลืมหมั่นคนน้ำถั่วเหลืองขณะตั้งไฟ เพราะจะไหม้ก้นหม้อง่ายมาก 

สอนทำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

พอเดือดก็ปิดไฟ แล้วช้อนฟองฟอดๆ ออกทิ้ง เราจะได้นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้พร้อมดื่มได้เลย หรือนำมากรอกใส่ขวด ขวดควรฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำเดือดจัดก่อน และใส่ตู้เย็นดื่มได้หลายวัน

5. แต่สำหรับคนที่ต้องการทำเต้าหู้ ก่อนตั้งไฟเราก็เตรียมสารจับก้อนไว้ อันนี้เราใช้ดีเกลือ (Magnesium Sulphate) ซึ่งเป็น By Product จากการทำนาเกลือทะเล ละลายน้ำเตรียมไว้ สัดส่วนประมาณดีเกลือ 1 ช้อนชาต่อถั่วเหลือง 100 กรัม (สารจับก้อนอื่นๆ ที่นิยมใช้กันก็มีเจี๊ยะกอ (Magnesium Chloride) หรือกรดผลไม้ อาทิ น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก พอได้น้ำถั่วเหลืองร้อนๆ ก็เทน้ำดีเหลือคนให้ทั่วถึงอย่างรวดเร็ว เนื้อนมจะค่อยๆ จับตัวกัน แยกออกจากน้ำ

ข้อสังเกต : เมื่อมันจับก้อนแล้ว (Curdle) น้ำควรจะค่อนข้างใส ถ้ายังข้นขาวเป็นนมอยู่ แสดงว่าใส่ดีเกลือ / สารจับก้อนไม่พอ ใส่เพิ่มได้

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
  1. เตรียมพิมพ์เต้าหู้ วางไว้บนถาด นำผ้าขาวบางมารองพิมพ์ ถ้าให้ดีผ้าควรจะเปียกหมาดๆ เพราะจะช่วยลอกออกมาได้ง่ายขึ้นทีหลัง แล้วก็เทเต้าหู้ที่จับตัวเป็นก้อนลงใส่พิมพ์ น้ำจะไหลซึมออกด้านล่าง นองอยู่บนถาด พับผ้าปิดเต้าหู้ ปิดฝาพิมพ์บนผ้า นำของหนักๆ มากดทับลงบนฝา ความหนักขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้เต้าหู้เนื้อแน่นแค่ไหน ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ลอกผ้าออกมา
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

แค่นี้ก็ได้เต้าหู้กินแล้ว

เพียงซอยขิง ซอยหอม เหยาะซีอิ๊วญี่ปุ่น เราจะได้อาหารโปรตีนแสนอร่อย หรือจะนำมาทอดไฟอ่อนๆ ก็จะได้เต้าหู้ผิวกรอบเนื้อในอ่อนนุ่ม

การทำเต้าหู้ ควรเลือกซื้อถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองที่ปราศจาก GMO ถั่วเหลือง GMO เป็นพืชที่ไม่มีอันตราย แต่เป็นพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนต่อสารไกลโฟเสต ยาปราบวัชพืช แต่มันจะดูดซึมสารนี้เข้าไปในเนื้อของถั่วเหลืองเอง ทำให้สารพิษนี้ปนเปื้อนในอาหารของมนุษย์ และเกิดโรคต่างๆ ตามมา 

ถั่วเหลือง นอกจากมีโปรตีนแล้ว ยังอุดมด้วยเลซิทินและกรดแอมิโน รวมทั้งมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอะซิน วิตามินบี 1 และบี 2 วิตามินเอและอี ซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ป้องกันการขาดแคลเซียมในกระดูก และบำรุงระบบประสาทในสมอง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ 

จึงไม่แปลกใจที่ถั่วเหลืองได้รับการขนานนามว่า ‘ราชาแห่งถั่ว’

สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก
สอนทำ น้ำเต้าหู้ และเต้าหู้ออร์แกนิก เมนูอร่อยจากถั่วเหลืองที่ทำง่ายมาก

หากสนใจรายละเอียด เข้าชมได้ที่นี่

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

Small is Beautiful

เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ทว่าสวยงามและมีพลังโดย ‘วันชัย ตัน’

เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสมาดูนกอพยพที่บ้านปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เพิ่งได้ความรู้ใหม่ว่า เพชรบุรีได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของนกในเมืองไทย

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ในบรรดานก 1,060 ชนิดที่พบในเมืองไทย มีการพบว่านกกว่า 400 ชนิดอาศัยอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี เรียกว่ามากกว่าจังหวัดอื่นใดในประเทศ เพราะเพชรบุรีมีทั้งป่าผืนใหญ่หลายแห่ง อาทิ ป่าแก่งกระจานและชายทะเล ทั้งหาดเลน หาดทรายหลายแห่ง แหล่งอาศัยชั้นดีของนกชนิดต่างๆ โดยเฉพาะนกอพยพ

บ้านปากทะเล ในจังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งทำนาเกลือสำคัญของประเทศ และเป็นบริเวณที่มีนกอพยพหนีความหนาวเย็นจากขั้วโลกเหนือบินมาอาศัยพักพิงจำนวนมาก อาทิ นกทะเลขาเขียวลายหลายจุด นกตีนเทียน นกอีก๋อยใหญ่ นกน็อทใหญ่ นกปากช้อนหน้าดำ นกชายเลนปากช้อน ฯลฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน ของทุกปี

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผู้เขียนมาเดินอยู่กลางบ่อนาเกลืออันเวิ้งว้าง เดินไปเรื่อยๆ ส่องกล้องดูนก สำรวจหานกหายากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง คือนกชายเลนปากช้อน ปะปนอยู่กับนกอพยพหลายพันตัวชนิดอื่นๆ ที่กำลังเดินหากินตามพื้นหาดเลนปนหาดทราย

หลายชั่วโมงผ่านไป ก็ยังไม่มีวี่แววจะเห็นนกชนิดนี้

นกชายเลนปากช้อน เป็นนกชายเลนในกลุ่มนกสตินท์ ตัวเล็กมาก ขนาด 14 – 17 เซนติเมตรเอง แต่เชื่อไหมว่า มันอพยพมาจากฝั่งตะวันออกของรัสเซีย ใกล้วงกลมอาร์กติก (Arctic Circle) บินไกลเป็นระยะทางถึง 7,900 กิโลเมตร ปลายทางคือหาดเลนหาดทราย ตั้งแต่อ่าวเบงกอล ประเทศบังกลาเทศ ไปจนถึงหลายประเทศในอาเซียนและชายทะเลชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี 

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

ทำไมเราถึงทราบว่านกตัวเล็กนี้บินมาไกลจากไหน 

เพราะนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้เคยทาเครื่องหมายธงสีนกชายเลนปากช้อนหลายตัว จากตอนใต้ของเมืองชูคอตคา (Chukotka) สหพันธรัฐรัสเซีย และนักดูนกเมืองไทยเคยพบนกทาเครื่องหมายธงสีนี้ อพยพมายังอ่าวไทยตอนใน บริเวณโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร และบ้านปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย

นกชายเลนปากช้อนตัวเล็ก ตัวเล็กกว่านกอพยพเกือบทุกชนิด แต่สามารถบินทางไกลเป็นระยะทางเกือบ 8,000 กิโลเมตร ทำให้มันได้ฉายาว่าเป็น Queen of Flyway หรือราชินีแห่งเส้นทางนกอพยพ

การเดินทางอย่างยาวนานของนกอพยพระยะไกลสุดขอบโลก ข้ามมหาสมุทรและทวีป ต้องอาศัยแหล่งพลังงานสะสมและความสามารถด้านการนำทางอย่างล้ำเลิศ ความสามารถนี้ถูกฝังอยู่ในตัวนกอพยพ อันประกอบด้วยการสังเกตดวงอาทิตย์และดวงดาว เพื่อนำพาตนเองไปในทิศทางที่ถูกต้อง การสังเกตจุดเด่นบนภูมิประเทศ เช่น เทือกเขา แม่น้ำ และแนวชายฝั่ง ในการนำทาง เป็นเส้นทางที่คุ้นเคยในการกลับไปยังแหล่งเดิม

แต่น่าเสียดายที่ทั่วโลกเหลือนกชายเลนปากช้อนประมาณ 456 ตัวเท่านั้น เรียกว่าอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์เต็มที สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เลื่อนสถานภาพของนกชนิดนี้จากใกล้สูญพันธุ์ เป็นใกล้สูญพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่งที่เคยอาศัย ได้เปลี่ยนเป็นที่ตั้งของเมืองและประชากรในแหล่งทำรังวางไข่ทางตะวันออกของรัสเซีย มีจำนวนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือร้อยกว่าคู่เท่านั้น จากการถูกคุกคามถิ่นอาศัย

สายๆ ของวันนั้น หลังจากซุ่มดูนกอยู่นานในช่วงที่น้ำทะเลเริ่มลดลง เป็นหาดเลน นกชายเลนปากช้อนก็ปรากฏตัวขึ้น ขนาดตัวเล็กมาก ปากและขาค่อนข้างสั้น คอสั้น มีขนาดและสัดส่วนของร่างกายเท่าๆ กันนกสติ๊นท์ (Stint) มันใช้จะงอยปากจิกหาอาหารก้มๆ เงยๆ ตลอดเวลา เราก็ยังสังเกตเห็นปลายปากแบนแบบช้อน จนมีชื่อเรียกว่า Spoon-billed Sandpipers 

บริเวณหาดเลนของเมืองเพชรบุรีเป็นที่แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์สำหรับนกอพยพ แต่ในอนาคต ไม่แน่ว่าระบบนิเวศแบบนี้จะคงสภาพอยู่ไปได้นานเพียงใด นอกจากจะอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ให้เป็นถิ่นอาศัยของนกอพยพต่อไป

และพบว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งตั้งใจอนุรักษ์ที่ดินตรงนี้จริงๆ หากใครเดินผ่านพื้นที่แห่งหนึ่งของบ้านปากทะเล จะพบป้ายติดประกาศว่า เป็นพื้นที่อนุรักษ์บ้านปากทะเล เพื่อให้เป็นถิ่นอาศัยของนกอพยพ 

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

ต้องขอบคุณสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติที่ได้จัดการให้เกิดพื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้ขึ้น เมื่อ 3 – 4 ปีก่อน สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติได้รณรงค์และขอรับบริจาคเพื่อซื้อที่ดินนาเกลือติดทะเลจำนวน 49 ไร่ ทำเป็นพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อให้นกอพยพหลายสิบชนิดได้อาศัย โดยเฉพาะนกชายเลนปากช้อนที่ใกล้สูญพันธุ์

จากการเก็บข้อมูลนกชายเลนอพยพในพื้นที่นี้ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ของทางสมาคมฯ พบว่า บ้านปากทะเลเป็นจุดที่นกชายเลนปากช้อนมารวมตัวกันมากที่สุดในประเทศไทย เคยมีบันทึกไว้มากถึง 16 ตัว

หลังระดมรับเงินบริจาคกว่า 3 เดือน สมาคมฯ ระดมทุนได้ 8 ล้านบาท จนสามารถซื้อที่นาเกลือจากเอกชนสำเร็จ อาจเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกๆ ในเมืองไทย ที่ภาคเอกชนซื้อที่ดินให้นกอาศัยอยู่เพื่อการอนุรักษ์ แทนการนำไปทำประโยชน์เชิงพาณิชย์

ขณะนี้ สมาคมฯ ยังคงเปิดรับบริจาคสำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนโครงการ เพื่อนำไปเป็นทุนในการบริหารจัดการพื้นที่ ได้แก่ การปรับพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับนกชายเลน การผันน้ำเพื่อสร้างแหล่งอาหาร การสร้างบังไพรดูนก การเก็บข้อมูลนกและระบบนิเวศในพื้นที่ และที่สำคัญคือ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากที่ดินแปลงนี้ถูกกัดเซาะไปแล้วประมาณ 22 ไร่ จึงต้องฟื้นฟูและป้องกันอย่างเร่งด่วน

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

การจัดซื้อที่ดินของเอกชนเพื่อการอนุรักษ์ แบบที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติปฏิบัตินั้น ทำให้ผู้เขียนนึกถึง National Trust ในประเทศอังกฤษ

หากใครมีโอกาสไปประเทศอังกฤษ ได้เดินทางไปตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และเดินป่า ท่องทะเลหลายแห่งในเกาะอังกฤษ จะสังเกตว่าสถานที่หลายแห่งมีป้ายเขียนว่า สถานที่เหล่านี้อยู่ภายใต้การดูแลของ National Trust

ตามความเข้าใจเดิมๆ ของคนทั่วไป หากเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าเหล่านี้ น่าจะอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล แต่ National Trust ไม่ใช่ของรัฐบาล

National Trust เป็นองค์กรเอกชนหรือ NGO (Non-Government Organization) ขนาดใหญ่ ก่อตั้งขึ้นมา 100 กว่าปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1895 ในประเทศอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการปกป้องพื้นที่เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือมีความงดงามตามธรรมชาติ ไม่ให้เสื่อมทรามไปตามกาลเวลาหรือไม่ได้รับการดูแล และเป็น NGO ที่มีการออกพระราชบัญญัติรองรับใน ค.ศ. 1905

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

ในอดีตนับพันปี พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษล้วนมีคนครอบครองหรือใช้ประโยชน์มานาน ส่วนใหญ่หากไม่ใช่พื้นที่ของกษัตริย์ ก็เป็นที่ดินของชนชั้นศักดินา บรรดาเจ้าชาย เจ้าหญิง ท่านลอร์ด ท่านเซอร์ ฯลฯ แต่ละคนล้วนมีปราสาท พื้นที่ป่าส่วนตัวครอบครองกันนับร้อย นับพันเอเคอร์ เราจึงเห็นประเทศนี้มีปราสาท อาคาร หรือบ้านขนาดใหญ่ หลายร้อยแห่งกระจายไปทั่วเกาะ ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ป่าหรือที่ดินขนาดใหญ่ คำว่า Landlord ที่แปลว่า เจ้าที่ดิน คงจะมาจากลักษณะแบบนี้

ต่อมาพื้นที่เหล่านี้ได้ตกทอดเป็นมรดกของคนรุ่นต่อๆ มา แต่บางคนอาจจะรักษาไว้ไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง ปราสาทแต่ละแห่ง ยิ่งเก่าแก่ยิ่งต้องมีการบูรณะตลอด และการซ่อมแซมเป็นเรื่องที่ใช้เงินทองมากมาย คนรุ่นหลังไม่มีเงินสดพอจะดูแลได้ทั่วถึง

แต่สิ่งสำคัญคือภาษีมรดกในประเทศอังกฤษสูงมาก ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ามรดกที่ได้รับมา ผู้คนจำนวนมากจึงเลือกบริจาคให้ National Trust ดูแลเพื่อความยั่งยืนต่อไป มากกว่าจะเก็บไว้ดูแลเอง National Trust ได้รับการบริจาคที่ดิน ปราสาท ป่า พื้นที่ชายหาดส่วนตัวจำนวนมาก จนระยะหลัง ไม่สามารถรับบริจาคได้หมด ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่าบ้าน ปราสาท พื้นที่ป่า ชายหาด ฯลฯ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพียงพอหรือไม่

ทุกวันนี้องค์กรแห่งนี้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าปราสาท บ้าน โรงงาน อาคารสวยงามเก่าๆ อยู่ภายใต้การดูแลประมาณ 500 แห่ง มีป่าธรรมชาติ 1,500,000 ล้านไร่ และชายหาดยาว 960 กิโลเมตรทั่วประเทศให้ผู้คนได้เข้าไปท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลิน ได้เห็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความงดงามตามธรรมชาติ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน  ไม่มีป้าย ‘เขตที่ดินส่วนตัว ห้ามเข้า’

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

น่าสนใจว่า ป่าธรรมชาติหลายแห่งในประเทศนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเอกชน ไม่ใช่ของรัฐบาล

National Trust อยู่ได้ด้วยการบริจาคของประชาชน และค่าสมาชิก ทุกวันนี้มีสมาชิก 5.6 ล้านคน หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากร มีรายได้ปีละประมาณ 17,000 ล้านบาท มากกว่าบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเสียอีก

มีคนทำงาน 12,000 คน และอาสาสมัคร 61,000 คน จากสาขาทุกอาชีพ หมอ วิศวกร ชาวนา นายธนาคาร ศาสตราจารย์ ไปจนถึงแม่บ้าน ช่างซ่อมประปา ฯลฯ หมุนเวียนมาเป็นอาสาสมัคร คอยทำสวน ตัดกิ่งไม้ พนักงานขายหนังสือในร้านขายของที่ระลึก ไปจนถึงพนักงานทำความสะอาด

คนอังกฤษถือคติว่า การทำงานด้วยการใช้แรงานทำเพื่อส่วนรวมเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ ถือเป็นพลเมืองดีของสังคม เราจึงเห็นประเทศนี้มีอาสาสมัครหลายสิบล้านคนทั่วประเทศใช้เวลาทำงานเพื่อสังคม และคนอังกฤษเชื่อว่า มรดกของชาติที่ตกทอดสืบกันมาหลายชั่วอายุคนจะยั่งยืนอยู่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน ไม่ใช่ของรัฐบาลฝ่ายเดียว 

เพราะพวกเขาเชื่อว่า ประชาชนคือหัวใจสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสมบัติของชาติ มากกว่ารัฐบาล

บ้านปากทะเล ความสำเร็จของคนรักนกทั่วไทย ที่ลงขันซื้อที่ดินนาเกลือให้นกอพยพ

Writer & Photographer

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นามปากกา วันชัย ตัน นักเขียนสารคดี นักวิจารณ์สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี อดีตรองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศไทย (THAIPBS) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ PPTVHD36 มีผลงานเขียนตีพิมพ์เป็นหนังสือ 28 เล่ม เป็นนักเดินทางตัวยง จากความเชื่อที่ว่า การใช้ชีวิตให้มีความสุขควรประกอบด้วยสามสิ่ง คือ ทำงานที่ใจรัก ช่วยเหลือคนรอบข้าง และเดินทางท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load