ชีวิตดิฉัน (นั่งรถ) ผ่านโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ไปโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส… แล้วเลี้ยวเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนไปคณะบัญชีฯ ดิฉันไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งสามอาคารที่ผ่านในชีวิตนี้มีสิ่งร่วมกันอย่างหนึ่ง นั่นคือใช้สีทาอาคารแบรนด์เดียวกัน 

“หากใช้เครื่องสำอางที่ไม่ดี เพียงเหงื่อออกนิดเดียวเครื่องสำอางก็ไหลย้อยทำหน้าเยิ้มแล้ว สีที่ไม่ดีก็เหมือนกัน บางบ้านสวยอยู่ปีเดียว พอหลังปีใหม่ก็หมดสวยแล้ว” คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) เปิดบทสนทนาด้วยการเปรียบเทียบสีทาบ้านกับสิ่งที่สาวๆ อย่างเราสนใจ 

12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)

“ทำไมบ้านถึงหมดสวย หลังช่วงวันปีใหม่คะ” 

“เพราะเวลาดึงพวกริบบิ้นสายรุ้งออก สีก็จะหลุดเป็นแผ่นๆ ออกมาด้วย ทำให้ผนังบ้านเอย เพดานเอย ดูเป็นด่างๆ บ้านจึงสวยได้แค่ปีเดียว นั่นคือข้อเสียของการใช้สีที่ไม่มีคุณภาพครับ” 

กี่ครั้งกัน ที่เราพิงผนัง แล้วมีรอยแป้งขาวๆ ติดมากับเสื้อ

กี่ครั้งกัน ที่เผลอจับกำแพง แล้วมีแผ่นสีหลุดติดมือมาด้วย 

สีที่ดี เปรียบเสมือนเครื่องสำอางคุณภาพดี สีดีๆ จะเรียบ เนียน ติดทนนาน และทำให้บ้านสวยไปอีกยาวนาน 

มาเรียนรู้ปรัชญาการทำธุรกิจแบบยั่งยืนและจริงใจ จากบริษัทสีที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นไปด้วยกัน

12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)

1. อดีตผู้ผลิตผงลดการระคายเคืองผิว สู่บริษัทสีเจ้าแรกในญี่ปุ่น

นิปปอนเพนต์ก่อตั้งเมื่อร้อยกว่าปี โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการทำแป้งทาหน้าที่ปลอดสารตะกั่วเมื่อ ค.ศ. 1878 ในยุคนั้น ผู้หญิงญี่ปุ่นผิวแพ้ตะกั่วเป็นจำนวนมาก Mr. Jujiro Moteki ผู้ก่อตั้งของนิปปอนเพนต์ จึงพยายามคิดค้นซิงค์ออกไซด์ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากอาการระคายเคือง 

โมเตคิประสบความสำเร็จในการสกัดผงซิงค์ออกไซด์นี้ และส่งจำหน่ายแก่ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ตลอดจนร้านขายยา  หลังจากสั่งสมเงินทุนได้ โมเตคิจึงเริ่มค้นคว้าเรื่องสีทาอาคาร เนื่องจากสังคมญี่ปุ่นเริ่มเปิดรับอารยธรรมตะวันตก และมีการก่อสร้างอาคารโดยใช้อิฐและคอนกรีตมากยิ่งขึ้น 

2. เราจะพัฒนาสีที่ทัดเทียมกับตะวันตกให้ได้

สมัยยุคเมจิ (ช่วงรัชกาลที่ 5) ความต้องการสีทาอาคารแบบตะวันตกได้รับความนิยมสูงมาก พ่อค้าญี่ปุ่นหลายคนแอบเปิดกระป๋องสีที่นำเข้าจากต่างประเทศ นำสีมาเจือจาง และส่งขายเพื่อทำกำไร 

นั่นเป็นจุดที่ทำให้โมเตคิตั้งปณิธานว่า ตนจะมุ่งมั่นพัฒนาสีทาอาคารที่มีคุณภาพทัดเทียมกับสีนำเข้าจากตะวันตกให้ได้ โดยไม่ทำตามพ่อค้าเจ้าอื่น ในที่สุด ค.ศ.​ 1880 โมเตคิก็พัฒนาสีทาอาคารได้สำเร็จ หลังจากนั้นกองทัพเรือญี่ปุ่นก็ติดต่อให้โมเตคิช่วยพัฒนาสีสำหรับทาเรือ และก่อตั้งนิปปอนเพนต์ที่เมืองโตเกียวใน ค.ศ. 1881 บริษัทเติบโตมาเรื่อยๆ จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 139 ในปีนี้ (ค.ศ.​ 2020)

3. เพราะคุณภาพสีมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราจึงต้องยิ่งรักษาจรรยาบรรณ

จากเรื่องราวของผู้ก่อตั้งชาวญี่ปุ่น แม้ข้ามทะเลมาเปิดธุรกิจที่ไทย แนวคิดดังกล่าวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

สินค้าแบบสีกระป๋อง แม้เปิดฝา ดมกลิ่น สังเกตสี เป็นเรื่องยากที่จะแยกความแตกต่างระหว่างสีมีคุณภาพกับสีที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะเป็นสิ่งที่ยากต่อการมองเห็นด้วยตาเปล่า เจ้าของบ้านจะรู้อีกทีว่าสีที่ทาบ้านตนคุณภาพไม่ดี ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปเพียง 1 – 2 ปี จนเมื่อเห็นว่าสีหลุดลอกเป็นแผ่นๆ หรือสีเสื่อมคุณภาพเป็นฝุ่นผงติดมือมา

ในช่วง 2 – 3 ปีนี้ นิปปอนเพนต์ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการศึกษาความต้องการและเข้าใจปัญหาของลูกค้า ปรับปรุงสินค้า และตั้งใจ ‘ยกระดับ’ ทั้งวงการอุตสาหกรรมก่อสร้าง 

“สิ่งที่เราอยากสื่อออกไป คืออยากให้ผู้ผลิตสีรักษาจรรยาบรรณที่มีต่อผู้บริโภค ในฐานะที่เราเป็นคนคุมเทคโนโลยี เพราะความรู้เรื่องเคมีภัณฑ์ค่อนข้างเป็นเรื่องไกลตัวของผู้บริโภค ผู้ผลิตต้องมีมาตรฐาน มีความซื่อสัตย์” 

นิปปอนเพนต์สร้างทีมงานไปสำรวจความต้องการของลูกค้า เพื่อเข้าใจลูกค้าจริงๆ ทั้งวิธีการสร้างอาคาร ลักษณะรูปแบบการอยู่อาศัย และนำข้อมูลเหล่านี้กลับมาพัฒนาปรับปรุงสินค้า

นอกจากนี้ บริษัทยังพยายามให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานสีที่ถูกต้อง ผ่านการจัดสัมมนาให้สถาปนิก ผู้ออกแบบ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อช่วยขับเคลื่อนและร่วมพัฒนาวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างไปด้วยกัน

4. การจัดอบรมสัมมนาที่ไม่ได้เน้นไปที่การขายของ 

ในงานสัมมนาจะมีการอธิบายเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างสมัยใหม่ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นหากใช้สีผิดประเภท แนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนเทคนิคการเลือกสีและทาสี 

ผู้ออกแบบบางคนอาจสนใจว่าจะใช้สีเฉดไหนอาคารถึงจะสวย แต่ไม่ทราบมาก่อนว่าการออกแบบระบบสีให้กับอาคาร 70 ชั้น กับสีที่ใช้กับบ้าน 2 ชั้นนั้น มีวิธีการเลือกสีที่แตกต่างกันมาก นิปปอนเพนต์ได้ถ่ายทอดวิธีการเลือกระบบสีให้เหมาะกับโครงสร้างอาคารแก่ผู้ออกแบบ และอยากให้มองไกลเกินกว่าแค่ความสวยงาม เช่น ความทนทาน ระบบสีที่เหมาะกับสภาพอากาศหรือพื้นที่ตั้งของอาคาร

ส่วนช่างทาสีจะได้เรียนเทคนิคต่างๆ ในการทำงานสี เช่น ทาสีอย่างไรให้ถูกต้องเหมาะกับพื้นผิวแต่ละประเภท อุปกรณ์ทาสีและเครื่องมือต่างๆ ตลอดจนวิธีการคำนวณต้นทุนที่ถูกต้อง ทั้งหมดก็เพราะมุ่งหวังที่ให้ความรู้กับคนในวงการ ในหัวข้อ เช่น เทคโนโลยีใหม่ เทรนด์ของอุตสาหกรรมก่อสร้าง การทำงานสี การแก้ปัญหาสี การใช้งานที่ถูกต้อง ไม่ได้เน้นไปที่การขายหรือจูงใจให้มาซื้อสินค้า มีเพียงบูทด้านหน้างานเล็กๆ

5. ยิ่งเผยแผ่ความรู้ ยิ่งต้องพัฒนาความรู้ 

หากจัดงานโดยไม่เน้นยอดขาย แล้วนิปปอนเพนต์ได้อะไรจากการทำสิ่งนี้ 

“การที่เราเป็นผู้ริเริ่มอะไรใหม่ๆ แล้วเราสอนพนักงานให้มีความรู้ พนักงานถ่ายทอดให้ลูกค้าต่อไปได้ ความรู้เป็นเรื่องที่ยิ่งให้ยิ่งได้ ไม่ติดที่ใครจะเอาไปบอกต่อ สอนต่อ เราเชื่อว่าหากเรายิ่งให้ เราจะยิ่งเก่ง” คุณวัชระตอบในทันที

ยิ่งเผยแผ่ความรู้ ยิ่งต้องพัฒนาความรู้ และสั่งสมความรู้ไว้เผยแผ่ต่อ นิปปอนเพนต์จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ ทางบริษัทจึงพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาเสมอ เช่น สียับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย สีตกแต่งพิเศษ

หากอุตสาหกรรมแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพสินค้า ทำธุรกิจแบบยั่งยืนและเน้นความจริงใจ ลูกค้าที่สร้างบ้าน ซื้อคอนโดมิเนียม ก็จะได้ของดี มีคุณภาพ การแข่งขันอย่างสร้างสรรค์และสร้างประโยชน์ให้ลูกค้านี้เองที่นิปปอนเพนต์เชื่อว่าจะช่วยยกระดับวงการ และทำให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน 

6. สีที่ ‘เข้าใจ’ ลูกค้ามากที่สุด

เพราะทุกคนมีความชอบและความต้องการที่ต่างกัน 

บางคนชอบความแปลกใหม่ อยากเปลี่ยนสีอาคารบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สีที่มีอายุการใช้งานนานๆ ซึ่งทางบริษัทก็มีสีที่ตอบโจทย์กับทุกอายุการใช้งานตามความต้องการของลูกค้า

บางคนมีสมาชิกครอบครัวที่เป็นโรคทางเดินหายใจหรือภูมิแพ้ นิปปอนเพนต์ก็มีสี AirCare ที่สามารถฟอกสารพิษอันตรายในอากาศ ไม่ระคายเคืองตา ผิวหนัง เนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ไม่ฉุน ทาแล้วเข้าอยู่ได้เลย

บางครอบครัวมีเด็กเล็ก เผลอนิดเดียวก็คว้าดินสอสีไประบายบนผนังเสียแล้ว ทางบริษัทก็มีสีรุ่นที่เช็ดล้างคราบออกได้ง่าย ตลอดจนยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ติดบนผนังได้ ช่วยให้ลูกน้อยสนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ไม่ว่าลูกค้ามีความต้องการอย่างไร สีนิปปอนเพนต์จะมีสินค้าตอบโจทย์ทุกความต้องการ และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมส่งมอบสินค้าและบริการในทุกโซลูชัน (Solutions) เพื่อตอบสนองลูกค้าให้ดีที่สุด

12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)

7. สีที่รวบรวมเทคโนโลยีสะอาด

สีรุ่นหนึ่งที่นิปปอนเพนต์ภูมิใจ คือสี Nippon Paint AirCare ซึ่งพัฒนามาจากความตั้งใจที่ว่า เราอยากมอบความปลอดภัยให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสีที่รวบรวมเทคโนโลยีสะอาด ไร้กลิ่นปลอดภัย หมดกังวลเรื่องสารระเหยที่เป็นพิษ

คุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญคือ การยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียบนผนัง ด้วยเทคโนโลยีซิลเวอร์ไอออน (Silver Ion Technology) ซึ่งหยุดการแพร่พันธุ์และส่งผลให้เชื้อเหล่านี้ตายไป ทางบริษัทได้ทดสอบกับเชื้อไวรัสและพิสูจน์ว่าฆ่าไวรัสกลุ่มโคโรนาที่มักเป็นเหตุของไข้หวัดได้ และมีสายพันธุ์เดียวกับโคโรนาไวรัส (COVID-19) ที่กำลังระบาดในตอนนี้  บริษัทไม่เคยหยุดค้นคว้าและพัฒนา เพื่อเป็นสีที่เข้าใจและตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

(หมายเหตุ : ยังไม่มีผลทดสอบการยับยั้ง COVID-19 เนื่องจากเป็นไวรัสที่ถูกควบคุม)

8. Smart Painter

เหตุผลที่ทำให้การทาสีบ้านใหม่หรือการปรับปรุงบ้านสร้างความกังวลใจแก่เจ้าของบ้าน ส่วนใหญ่หนีไม่พ้นเรื่องช่างขาดความชำนาญในเรื่องสี ไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดกับสีบนผนัง ทำให้ต้องแก้งานหลายรอบ

นิปปอนเพนต์เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้คัดเลือกทีมช่างที่มีมาตรฐานและผ่านการอบรมของบริษัท เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและตรงใจลูกค้ามากที่สุด เป็นตัวกลางในการช่วยหางานให้กับทีมช่างที่ร่วมโครงการ Smart Painter Program โดยทางนิปปอนเพนต์จะแนะนำลูกค้าให้กับช่างที่ผ่านการอบรมและผ่านเกณฑ์มาตรฐานการให้บริการของนิปปอนเพนต์

เจ้าของอาคารก็ได้ช่างที่มีคุณภาพ ไว้วางใจได้ ไม่ต้องเสียเวลาหาช่าง และได้ผลงานที่เรียบร้อย

ช่างและผู้รับเหมาก็มีรายได้เพิ่มขึ้น

9. วิธีดูแลควบคุมคุณภาพของช่างที่ฟังแล้วอยากได้มาทาสีที่บ้าน

หน้าที่ของนิปปอนเพนต์คือการเป็นตัวกลางแนะนำ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ทั้งลูกค้าและช่างที่ร่วมโครงการ โดยก่อนจะเป็นช่างที่ผ่านโครงการได้ เขาจะต้องพบกับการอบรมที่ลงรายละเอียดอย่างที่สุดในทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน

ความเนี้ยบ (เฮี้ยบ!?) ของโครงการ Smart Painter นี้มีตั้งแต่ การห้ามช่างสูบบุหรี่ในพื้นที่ทำงาน การสวมชุดยูนิฟอร์มปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย การห้ามช่างแอบนอนยามบ่าย ซึ่งช่างที่เข้าโครงการก็ยินดีปฏิบัติตาม เพราะล้วนเป็นประโยชน์ต่อตัวช่างเอง

พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการทำงานที่เป็นระบบและมืออาชีพ เช่น การตรวจสอบสภาพพื้นผิวก่อนทาสี พร้อมกรอกใบยืนยัน (คล้ายเวลานำรถไปเข้าศูนย์บริการ) การแก้ไขปัญหาและทาสีที่ถูกต้องตามระบบสี รวมถึงมีขั้นตอนการส่งมอบห้อง ได้เรียนรู้วิธีการคำนวณค่าสี ค่าแรง ตลอดจนกะได้ว่าพื้นที่เท่าไหร่ จะใช้เวลาทาสีประมาณกี่วัน ทาสีอย่างไรให้ถูกวิธี การอบรมเหล่านี้ทำให้ช่างมีความรู้ความสามารถมากขึ้น และคำนวณต้นทุนกำไรได้ดีขึ้น

จุดหนึ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง คือช่างของ Smart Painter จะช่วยดูความเรียบร้อยของพื้นที่ มีแผ่นพลาสติกมาคลุมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของในบ้านให้อย่างดี เพื่อกันไม่ให้สีกระเด็นโดนสิ่งของในบ้าน ความใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นมืออาชีพนี้เองที่ทำให้ช่าง Smart Painter ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า

12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)
12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)

10. เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านสีที่จริงใจ

ร้อยละ 90 ของคนทั่วไปอยู่ในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นบ้าน สำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้า หากอาคารมีระบบถ่ายเทอากาศไม่ดีจะมีฝุ่นสะสมในอากาศสูง และในอาคารอาจมีสารระเหยอันตรายในอากาศ (VOCs) ที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ 

คุณสมบัติของสีที่ปลอดภัย คือสีที่สามารถฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ (อย่างสารพิษอันตรายฟอร์มัลดีไฮด์) ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และต้องไม่ปล่อยสารพิษหรือสารระเหยที่เป็นอันตรายด้วย

หนึ่งในทีมงานเราที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็เปรยๆ ขึ้นมาว่า คงถึงเวลาทาสีห้องใหม่สักที

ปัจจุบัน สีทาอาคารที่คุณภาพดีทำให้ชีวิตเราปลอดภัยยิ่งขึ้น ที่สำคัญ ไร้กลิ่น แห้งไว เข้าอยู่ได้ทันที หากต้องการทาสี ก็มีบริการช่วยหาช่างที่มีมาตรฐาน

การทาสีไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เราคิดอีกต่อไป 

เราถามแบรนด์ว่า หากสรุปนิปปอนเพนต์เป็นหนึ่งประโยค พวกเขาจะเป็นอะไร

และนี่คือคำตอบอันถ่อมตน จากแบรนด์สีที่เก่าแก่เป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น “เราคือคนที่เข้าใจและรู้ถึงปัญหา เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จริงใจและพร้อมจะเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยเหลือคุณในทุกปัญหาเรื่องสี”

12 เรื่องราวของ Nippon Paint ผู้ผลิตสีเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 139 ปี, คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย)

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. อ่านข้อมูลเกี่ยวกับสี AirCare ได้ที่ aircare.nipponpaintdecor.com/

2. อ่านข้อมูลเกี่ยวกับบริการ Smart Painter ได้ที่ smartpainter.nipponpaintdecor.com/

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

20 มิถุนายน 2560
5.13 K
ชื่อแบรนด์: Netflix
สัญชาติ:  อเมริกัน
ปีที่ก่อตั้ง: 1997

วินาทีนี้ คอหนังคอซีรีส์น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับ Netflix กันแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้เป็นสาวก เราขอแนะนำให้รู้จักกับบริษัทให้เช่าภาพยนตร์ออนไลน์ผู้ผันตัวสู่วงการสตรีมมิ่ง และเติบโตจนขยายบริการไปทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมา ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงตัวเลข ตอนนี้เน็ตฟลิกซ์มีสมาชิกสิริรวมกว่า 100 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศ มีคนดูรายการต่างๆ มากกว่า 125 ล้านชั่วโมงในแต่ละวัน

 ผู้ชมชาวไทยท่านใดเคยใช้บริการแล้วคงเห็นด้วยกับเราว่า เน็ตฟลิกซ์ตรึงตาคนดูได้ไม่ยาก

และนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

หลังศึกษาข้อมูลและนั่งพูดคุยกับ สก๊อตต์ มิเรอร์ (Scott Mirer) รองประธานฝ่าย Device Partner Ecosystem ของเน็ตฟลิกซ์ เนื่องในวาระที่สตรีมมิ่งเจ้านี้มาเปิดตัวเมืองไทย เราก็ได้เห็นต้นกำเนิดเสน่ห์ร้ายกาจของเน็ตฟลิกซ์ บริษัทนี้ไม่ใช่แค่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังหยิบใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้เนื้อหาและประสบการณ์รับชมของคนดูสมบูรณ์แบบ จะพูดว่านี่คือการรวมร่างของครีเอทีฟกับมนุษย์เนิร์ดแนวซิลิคอนแวลลีย์ก็อาจไม่ผิดนัก

ก่อนกลับไปดูซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ที่ค้างอยู่ ลองมาอ่านเหตุผลที่ทำให้พวกเราต้องอดนอนข้ามคืนหน่อยไหม

Original Content : เนื้อหาแบบเน็ตฟลิกซ์ที่จะพาแบรนด์สู่ระดับโลก

6 พันล้านดอลลาร์ฯ คือจำนวนเงินที่เน็ตฟลิกซ์จะใช้ไปในปีนี้กับ Original Content หรือเนื้อหาที่ผลิตขึ้นเพื่อเน็ตฟลิกซ์เท่านั้น

ใครเป็นสาวกเน็ตฟลิกซ์คงรู้ดีว่านี่คือหนึ่งในแรงดึงดูดหลักของสตรีมมิ่งเจ้านี้ เพราะเป็นรายการที่หาดูที่อื่นไม่ได้ แต่มากกว่านั้น รายการออริจินัลเหล่านี้ยังช่วยให้บริษัทผลิตเนื้อหาได้อย่างไม่ต้องสนขนบเดิม เช่น แต่ละตอนของซีรีส์ต้องยาวเท่ากัน นิยามของซีซั่นต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ การสร้างเนื้อหาของตัวเองยังช่วยขจัดปัญหาที่ขัดขวางการขยายสู่ระดับนานาชาติ นั่นคือเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะบางทีหนังหรือซีรีส์บางเรื่องก็ฉายได้ในอเมริกาแต่ยังมาฉายเอเชียไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรายการที่เน็ตฟลิกซ์ทำเอง อยากฉายกี่ประเทศก็ไม่มีปัญหา   

ว่าแต่วันนี้คุณได้ดู House of Cards ซีรีส์เรื่องแรกสุดของเน็ตฟลิกซ์หรือยัง?

Netflix, House of Cards

‘ดีและโดน’ มากกว่า ‘ดัง’

เรื่องราวที่ยอดเยี่ยมสำหรับเน็ตฟลิกซ์คือเรื่องราวที่ทรงพลัง คนดูมีความรู้สึกร่วม และดูจบแล้วอยากบอกต่อ มากไปกว่านั้น วิธีเล่าเรื่องยังต้องดีทั้งในแง่การสื่อสารและการผลิต (แต่ทั้งนี้ เน็ตฟลิกซ์ขึ้นชื่อเรื่องให้อิสระกับผู้ผลิตมาก พวกเขามีไกด์ไลน์ให้แต่จะไม่ก้าวก่ายจนเกินเหตุ) ที่สำคัญคือ เนื้อหาดีเหล่านี้จะต้องโดนใจคนดู ไม่ใช่ทุกคนพร้อมกัน หากแต่ละคนควรได้มีหนังโปรดของตัวเอง

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคือ Stranger Things ซีรีส์ที่ก่อนหน้านี้ถูกปฏิเสธโดยช่องอื่นๆ กว่า 19 ช่อง ด้วยเหตุผลอย่างหนังเรื่องนี้อาจมีกลุ่มคนดูเล็กเกินไป คนทำเองก็ไม่มีประสบการณ์มากนัก แต่เมื่อมาถึงมือเน็ตฟลิกซ์ พวกเขากลับมองเห็นความเป็นไปได้อื่น เช่น Stranger Things อาจไม่ได้โดนใจทุกคน แต่น่าจะเป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนดูที่คิดถึงยุค 80 และรักเรื่องราวเกี่ยวกับเด็ก ที่สุดแล้วซีรีส์นี้จึงได้รับอนุญาตให้สร้างและกลายเป็นหนึ่งในตัวสร้างชื่อของสตรีมมิ่งเจ้านี้

และเพราะมีวิธีคิดเช่นนี้เอง เมื่อเราลองเลียบเคียงถามเรื่องหนังดังในเน็ตฟลิกซ์ พวกเขาดูจะไม่ค่อยสนใจนัก

“ถ้าเราคิดถึงความดังหรืออะไรดังที่สุด ผมไม่คิดว่าเราจะสร้างโชว์ที่ยอดเยี่ยมได้” สก๊อตต์บอกเรา

Netflix, Stranger Things

เนื้อหาที่ดีจะก้าวข้ามทุกพรมแดน

ในปี 2016 เน็ตฟลิกซ์ก้าวสู่การเป็นสตรีมมิ่งระดับนานาชาติ เราถามชาวเน็ตฟลิกซ์ว่า ก้าวใหญ่ก้าวนี้เปลี่ยนแปลงวิธีคิดในการผลิตเนื้อหาหรือเปล่า

“ทั้งใช่และไม่ใช่” สก๊อตต์ตอบ แล้วอธิบายต่อว่า คำว่าไม่ใช่ คือหลักการสำคัญในการสร้างเนื้อหานั้นยังเหมือนเดิม นั่นคือค้นหาเรื่องที่ดีและพามันไปถึงกลุ่มคนที่ใช่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือพวกเขาตระหนักว่าเน็ตฟลิกซ์ต้องพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ตลาดท้องถิ่นเล่าเรื่องของตัวเองได้ทั้งระดับในและนอกประเทศ พวกเขาจึงลงทุนไปเยอะกับการทำให้การผลิตระดับท้องถิ่นมีศักยภาพ

ตอนนี้เน็ตฟลิกซ์ทำงานกับผู้ผลิตในหลากหลายประเทศ ตั้งแต่เกาหลี เม็กซิโก จนถึงฝรั่งเศส (และตอนนี้ก็กำลังทำงานกับเมืองไทยอยู่ด้วย) โดยไม่กังวลเรื่องปัญหาที่จะเกิดจากความแตกต่างของวัฒนธรรม เพราะพวกเขาเชื่อว่าเรื่องเล่าที่ดีจะก้าวไปถึงใจคนดูทั่วทุกมุมโลกได้ ไม่ต่างจากที่แอนิเมชันญี่ปุ่นจับใจคนนานาชาติมาแล้ว

และนั่นคือเหตุผลที่สาวกเน็ตฟลิกซ์ชาวไทยบางคนอาจติดรายการสัญชาติบราซิลอยู่ตอนนี้

Netflix, รี้ด แฮสต์ลิงส์ (Reed Hastlings), สก๊อตต์ มิเรอร์ (Scott Mirer)

เลือกของแบบไม่มั่วด้วย Big Data

“ศิลปะมากเท่าๆ กับวิทยาศาสตร์” – รี้ด แฮสต์ลิงส์ (Reed Hastlings) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเน็ตฟลิกซ์เคยให้นิยามบริษัทตัวเองไว้แบบนั้น

นั่นเพราะเนื้อหาชั้นเยี่ยมในเน็ตฟลิกซ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะพวกเขามีรสนิยมดีในการคัดสรร แต่เบื้องหลังการแทงหวย เน็ตฟลิกซ์มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้พวกเขาเก็บข้อมูลของผู้ชมไว้แบบละเอียดยิบ และ Big Data นี้เองที่ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจคัดเลือกเนื้อหาใหม่และกะงบที่ต้องใช้ลงทุนกับแต่ละเรื่องได้อย่างมั่นใจขึ้น

“Big Data บอกเราบางเรื่องเกี่ยวกับคนดู ดังนั้น เมื่อมีคนเอาเรื่องมาเสนอเรา เช่น เรื่องแนวสยองขวัญ เราจะรู้ว่าคนดูแบบไหนจะชอบเนื้อหาแบบนี้” สก๊อตต์บอก

นอกจากนี้ ใครที่เป็นสมาชิกเน็ตฟลิกซ์จะรู้ว่าสตรีมมิ่งเจ้านี้จะช่วยคัดเลือกและนำเสนอรายการที่คิดว่าแต่ละคนน่าจะชอบมาให้ นั่นเพราะ Big Data ช่วยคัดแยกและคัดสรรสิ่งที่คนดูต้องการจากมหาสมุทรรายการของเน็ตฟลิกซ์ ช่วยทำนายให้ว่าถ้าเลือกดูหนังเรื่องนี้ เรื่องถัดไปที่เขาอยากดูน่าจะเป็นเรื่องไหน โดยการทำนายที่ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานของรสนิยม ไม่ใช่ถิ่นฐานของคนดู เพราะคนดูจากคนละที่อาจชอบรายการเดียวกัน และนั่นหมายความว่าเขาอาจชอบรายการอื่นที่เหมือนกันด้วย

“มันคือการแต่งงานระหว่างความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างเนื้อหากับเทคโนโลยี” สก๊อตต์อธิบายฟังก์ชันคัดสรรเนื้อหาด้วยคำนี้

คุยกับผู้บริหาร Netflix ถึงเบื้องหลังที่ทำให้เรากดดูสตรีมมิ่งเจ้านี้แล้วหยุดไม่ได้จนตาโหล

สร้างประสบการณ์รับชมที่คนดูจะหลงรัก

รี้ดเคยกล่าวไว้ว่า ธุรกิจของเขาช่วยให้ผู้ชมมีอำนาจควบคุมการชมวิดีโอในทุกที่ ทุกเวลา ที่ต้องการ ไม่ต่างจากเสน่ห์ที่เราได้สัมผัสเวลาอ่านสื่อกระดาษอย่างนิตยสาร นอกจากนี้ การชมวิดีโอของเน็ตฟลิกซ์ยังชมได้พร้อมกันจากทั่วโลก และเป็นการชมที่ลื่นไหลไม่สะดุด เพราะเน็ตฟลิกซ์มีนโยบายแต่เริ่มต้นว่าจะไม่มีโฆษณาระหว่างฉาย

ไม่ใช่แค่นั้น สก๊อตต์ยังอธิบายว่า ในตอนแรกคนจะเลือกรายการที่พวกเขาอยากดู แต่เมื่อเลือกแล้ว สิ่งที่พวกเขาอยากได้ต่อจากนั้นก็คือประสบการณ์การชมที่ดีที่สุด เบื้องหลังหน้าจอที่เราเห็น ชาวเน็ตฟลิกซ์จึงทำงานหนักและลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ชม ตั้งแต่คุณภาพการแสดงภาพระดับความละเอียดสูง เทคโนโลยีที่ทำให้วิดีโอไม่กระตุกแม้เน็ตจะอ่อน ไปจนถึงฟังก์ชันดาวน์โหลดรายการในตอนที่มีไวไฟเพื่อเก็บไว้ดูทีหลัง

“เราอยากสร้างสรรค์เนื้อหาชั้นยอดและส่งมันไปถึงคนดูด้วยเครื่องมือชั้นเยี่ยม” สก๊อตต์บอกความตั้งใจของเขาและทีมงาน

โฟกัสที่ตัวเองมากกว่าคู่แข่ง

คู่แข่งทุกวันนี้มีเยอะมาก คุณทำยังไงให้ต่างจากคนอื่น-เราถาม

“เราอยากจะคิดว่าตอนนี้เราก็แตกต่างอยู่แล้วนะ” สก๊อตต์ตอบทีเล่นทีจริง ก่อนอธิบายต่ออย่างเป็นการเป็นงานว่า ตอนนี้เน็ตฟลิกซ์ให้บริการสตรีมมิ่งในอเมริกามา 10 ปีแล้ว นอกจากตัวเน็ตฟลิกซ์เอง ก็มีผู้ให้บริการเจ้าใหญ่อยู่อีกหลายเจ้า เช่น HBO และ Amazon ซึ่งแน่นอนว่าคนดูก็ไม่ได้เลือกเจ้าเดียว ไม่ต่างจากเวลาดูทีวี

เพราะฉะนั้น เน็ตฟลิกซ์จึงมองว่าคนดูจะใช้บริการจากแบรนด์อื่นหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ดีเสียอีก เพราะพวกเขาจะได้คุ้นเคยกับการชมเนื้อหาผ่านระบบ Internet TV on Demand) สิ่งที่สำคัญคือการพัฒนาตัวเองให้ชนะใจคนดู

“สิ่งที่เรากังวลคือ เราจะพัฒนาตัวเองขึ้นได้อย่างไรในการหาและเล่าเรื่องที่ดี รวมถึงทำให้เทคโนโลยีที่สื่อสารเรื่องราวออกไปดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเน้นที่ตรงนั้น ผู้ชมจะได้คุณค่าจากสิ่งที่เราทำมากขึ้นเรื่อยๆ” สก๊อตต์กล่าว

ถ้าอยากรู้ว่าเน็ตฟลิกซ์ทำสำเร็จหรือไม่ เห็นจะต้องลอง Sign in แล้วพิสูจน์ด้วยตาคุณเอง

Netflix, รี้ด แฮสต์ลิงส์ (Reed Hastlings), สก๊อตต์ มิเรอร์ (Scott Mirer)
 
 

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load