ในช่วงปีที่ผ่านมา หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กลางเกาะรัตนโกสินทร์ คงได้สัมผัสบรรยากาศห้องจัดแสดงซึ่งได้รับการบูรณะใหม่จนดูแปลกตา จากโถงเก่าที่แน่นไปด้วยวัตถุและป้ายอธิบายข้อมูล กลายเป็นห้องจัดแสดงที่เปิดโล่ง แสงไฟสลัวส่องลงมาเฉพาะจุด ขับโบราณวัตถุชิ้นเอกที่ถูกคัดสรรมาให้ดูโดดเด่นเป็นสง่า ผสมผสานทั้งเนื้อหาของ ‘ประวัติศาสตร์’ และ สุนทรียะของ ‘ศิลปะ’ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่กำลังจะสร้างวิสัยทัศน์และมาตรฐานใหม่ให้กับวงการพิพิธภัณฑ์ไทยอย่างเงียบๆ

ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คุณรักชนก โคจรานนท์ ให้เกียรติเล่าความเป็นมาเป็นไป และพาเราเยี่ยมชม ‘งานหลังบ้าน’ ของพิพิธภัณฑ์ที่กำลังดำเนินอยู่

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2555 จากความตั้งใจเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ซึ่งเดิมเคยเป็นพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) มาจนถึงรัชกาลที่ 4 มีอาณาบริเวณครอบคลุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โรงละครแห่งชาติ ไปจนถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ถือเป็นโครงการบูรณะครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี ทั้งในส่วนของอาคารที่ทรุดโทรม และวิธีเล่าเรื่องผ่านโบราณวัตถุอีกด้วย

ความเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้วที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ทางกรมศิลป์ได้เลือกเปลี่ยนการจัดแสดงเมื่อปี 2557 ผนังต่อเติมถูกรื้อออก จากที่เคยกั้นเป็นห้องๆ กลับไปเป็นโถงโล่ง ตามแบบแผนของสถาปัตยกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้ว่าหัวข้อของนิทรรศการยังคงเป็น ‘ประวัติศาสตร์ชาติไทย’ เหมือนเดิม แต่แผ่นผนังที่เคยอัดแน่นไปด้วยเนื้อหา อีกทั้งสื่อสารสนเทศอื่นๆ ถูกเอาออกไปหมด ปล่อยโบราณวัตถุให้จัดวางบนแท่นฐานอย่างประณีต เป็นพระเอกหลักในการเล่าเรื่องแทน

โบราณวัตถุที่คัดเลือกมาจำนวน 111 ชิ้น ถือเป็นตัวแทนศิลปะในแต่ละยุคสมัยของไทย ตั้งแต่กลองมโหระทึกวัดเกษมจิตตารามที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี, ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1, ประติมากรรมสำริดพระอิศวรจากสมัยสุโขทัย, เศียรพระพุทธรูปขนาดยักษ์จากสมัยอยุธยา ยาวมาถึงศิลปวัตถุชิ้นเอกของกรุงรัตนโกสินทร์อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

นอกจากนี้ ยังออกแบบไฟใหม่ทั้งหมด ทั้งหลอดแอลอีดีซึ่งต้องไม่ทำให้เกิดความร้อนในตู้จัดแสดง และไฟด้านนอกที่สร้างมาสำหรับการส่องโบราณวัตถุตรงตามมาตรฐานพิพิธภัณฑ์สากลโดยเฉพาะ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานนำร่องให้กับการปรับปรุงพระที่นั่ง หมู่พระวิมานทุกหลัง ภายในเวลา 5 – 6 ปีข้างหน้านี้

แน่นอนว่าโครงการระดับนี้มีความยากไม่ใช่เล่น ประการแรกคือ จำนวนวัตถุในคอลเลกชันที่มีปริมาณมากนับแสนชิ้น แต่พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ไม่สามารถขยับขยายได้ ทำให้ก่อนการบูรณะแต่ละครั้งต้องทำทะเบียนโดยละเอียด เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายวัตถุเข้าออกพื้นที่ได้ เป็นขั้นตอนที่กินเวลามาก อีกทั้งวัตถุแต่ละชนิดยังต้องมีการอนุรักษ์ที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น และรอบระยะเวลาในการจัดแสดง วัตถุที่ละเอียดอ่อน เช่น ผ้าและหนัง ต้องหมุนเวียนเพื่อไม่ให้ออกมาสัมผัสอากาศและแสงนานจนเกินไป ดังนั้นตู้จัดแสดง กระจก แสงไฟ กระทั่งตัวอาคารเองก็มีผล ยิ่งอาคารโบราณสถานจะยิ่งมีความชื้นมาก แค่ปิดห้องไว้หลายวันต่อเนื่องก็ชื้นแล้ว

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

ประการที่สอง บริบทที่ทับซ้อนกันของพิพิธภัณฑ์ ‘แห่งชาติ’ แห่งนี้ ซึ่งมีหน้าที่ต้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้งยังมีประวัติศาสตร์ความเป็นวังหน้าเดิมที่ผูกพันอยู่กับพื้นที่และอาคาร จะเลือกจัดแสดงประวัติศาสตร์ส่วนไหน ในบริเวณใด เป็นเรื่องที่ภัณฑารักษ์ต้องร่วมกันคิด

ประการที่สาม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีบทบาทที่ต้องดูแลเครื่องใช้สำคัญในพระราชพิธีอีกด้วย เมื่อมีกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงในเร็ววันนี้ โรงราชรถที่ปกติเป็นพื้นที่จัดแสดงต้องกลายมาเป็น live workshop ที่มีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมานั่งบูรณะราชรถให้เห็นกันสดๆ และยังต้องนำวัตถุจัดแสดงนี้ไปประกอบพระราชพิธีอีกด้วย

สิ่งที่น่าจับตามอง เป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการนี้ คือการบูรณะหมู่พระวิมาน ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องเชื่อมต่อกันนับสิบห้อง ติดกับพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยซึ่งเป็นท้องพระโรงเดิม ห้องเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนการจัดแสดงใหม่ เพื่อย้อนเวลากลับไปสู่บรรยากาศการใช้งานเดิมสมัยยังเป็นวังหน้า

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

เราได้รับสิทธิพิเศษให้แง้มประตูไม้กลอนหนาเข้าไปชมห้องเหล่านี้ได้เล็กน้อยก่อนจะเปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมจริง

เช่น ห้องผ้าในราชสำนักสยาม ที่จัดโชว์เครื่องนุ่งห่มของพระมหากษัตริย์และขุนนางชั้นสูงอย่างงามสง่า แต่ละชิ้นจัดวางในตู้ทรงสูง ดูเลอค่า จัดวางอย่างโปร่งๆ สามารถชมความงามของวัตถุเหล่านี้ได้อย่างเต็มตามากขึ้น ทั้งยังมีห้องโลหะเครื่องยศเจ้านาย ห้องดนตรีการแสดงการละเล่น และ ห้องศาสตราวุธ ซึ่งทั้งสี่ห้องนี้จะเป็นชุดแรกของหมู่พระวิมานที่จะบูรณะเสร็จ พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ภายในเดือนธันวาคมปีนี้

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

นอกจากนี้หลายๆ คนอาจจะไม่ทราบว่า มีอีกห้องหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงจนเสร็จและสามารถเปิดให้เข้าชมได้แล้ววันนี้ คือพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเคยทรงดำรงพระราชอิสริยยศเทียบเท่าพระเจ้าแผ่นดิน เคียงคู่รัชกาลที่ 4 อีกด้วย

พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ได้รับการคืนสภาพให้เสมือนกลับไปเป็นบรรยากาศสมัยวังหน้า ช่วงที่เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ชั้นสองเป็นห้องส่วนพระองค์ ชั้นล่างเป็นส่วนของข้าราชบริพาร ตอนนี้ชั้นบนได้แปลงรูปลักษณ์กลับไปเป็นห้องพระบรรทม ห้องสมุดและห้องทรงพระอักษร ฯลฯ มีกระทั่งป้ายชื่อภาษาจีนของท่าน ‘แซ่เจิ้ง’ ประดับอยู่ด้วย มีเครื่องราชบรรณาการที่ทรงได้รับจากต่างประเทศในสมัยนั้น ของจริงที่หลงเหลือจนถึงทุกวันนี้มีเพียงรูปวาดของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ตามธรรมเนียมสมัยนั้นที่มักมอบภาพเขียนหรือรูปปั้นของผู้นำประเทศให้ และยังมีกระจกบานใหญ่ 2 บานที่สหรัฐอเมริกานำมาถวายตอนทำสนธิสัญญา

พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ, พิพิธภัณฑ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, โฉมใหม่, กรุงเทพ,

ในสมัยรัชกาลที่ 4 เรามีกษัตริย์ 2 พระองค์ คือพระจอมเกล้ากับพระปิ่นเกล้า… เวลาที่ต่างประเทศมา ต้องมีเครื่องราชบรรณาการให้ทั้งในวังหลวงและวังหน้า” ผอ.รักชนกอธิบาย

ชั้นล่างที่เคยเป็นที่อยู่ของข้าราชบริพารไม่ได้จัดแสดงตามการใช้งานเดิม แต่เป็นนิทรรศการเล่าเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และประวัติศาสตร์อาคารหลังนี้ รวมถึงเบื้องหลังการทำงานบูรณะที่นี่

เป็นการเลือกนำเสนอเรื่องราวที่ต่างกัน ภายในอาคารหลังเดียวที่มีสองเรื่องราวซ้อนทับกันอยู่นั่นเอง

พิพิธภัณฑ์ที่เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ความสำคัญอยู่ที่ตัววัตถุ…บางคนบอกว่า ไม่ใช่! พิพิธภัณฑ์ต้องให้ความสำคัญกับคนดู ให้ความสำคัญกับการมาเรียนรู้ แต่ถ้าเราไม่ดูแลวัตถุให้ดี…การเรียนรู้ต่อไปก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ จึงต้องคุมทั้งสองเรื่อง ทั้งเรื่องการอนุรักษ์และการบริการทางการศึกษาควบคู่กันไป”

วันนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เลือกเปลี่ยนตัวเอง โดยไม่ทิ้งพันธกิจความเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เน้นการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ขณะเดียวกันก็เน้นความสวยงามและความเข้าถึงได้ของผู้ชมมากขึ้นเช่นกัน แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่นี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาข้ามคืน แต่เราก็ขอส่งใจช่วยเจ้าหน้าที่ของกรมศิลป์ และเฝ้ารอดูการเปิดตัวห้องหมู่พระวิมานเวอร์ชันใหม่ปลายปีนี้ ถึงตอนนั้นใครที่เคยคิดว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเราล้าสมัย อาจจะได้เปลี่ยนใจกันบ้างล่ะ!

ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

3 กุมภาพันธ์ 2565
2 K

1. Architect to Artist

“ผมรู้สึกกังวลมากที่จะเปิดตัวงานศิลปะของผมสู่โลกใบนี้ เพราะผมรู้สึกว่าศิลปะเป็นการเอาจิตวิญญาณออกมาจัดแสดง” บิล เบนสลีย์ (Bill Bensley) กล่าวตรงทางเข้านิทรรศการ LOVE CAMP EXPLORE DREAMS ของเขา “ผมกังวลว่าจะถูกเรียกว่าเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ… แต่คุณรู้ไหม ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า” 

แน่นอนว่าในห้องจัดแสดงขนาดใหญ่ 4 ห้องของบิล ปราศจากผ้าใบว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม มันอัดแน่นไปด้วยสรรพสีสันความสนุกสนานตระการตา งานกว่า 150 ชิ้นในหลากหลายเทคนิค ตั้งแต่จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ ไปจนถึงประติมากรรมรูปตัวละครหมุนได้ขนาดยักษ์ ล้วนเล่าเรื่องผู้คนและสถานการณ์จากมุมมองและอารมณ์ขันของบิล ประหนึ่งว่าผู้ชมกำลังเดินเล่นอยู่ในหัวสมองของเขา อีกทั้งเขามีสไตล์ที่ชัดเจนมาก (ชวนให้คิดถึงลัทธิ Fauvism) จนหลาย ๆ ครั้งเราเกือบลืมไปว่า ผู้ชายอายุ 60 กว่าที่กำลังนำชมแต่ละภาพบนฝนังอย่างกระตือรือร้นคนนี้ ที่จริงแล้วเป็นสถาปนิกชื่อดังระดับโลก และเพิ่งหันมาจับพู่กันวาดรูปอย่างจริงจังมาเพียง 3 ปีเท่านั้น!

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

2. Imagination

ถ้าเราจะทำความเข้าใจโลกของบิล ก็ต้องย้อนกลับไปดูพื้นหลังเขาสักนิด บิล เบนสลีย์ เป็นชาวอเมริกันโดยกำเนิด เกิดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งตามโหราศาสตร์จะบอกว่าได้รับอิทธิพลจากทั้ง 2 ราศี คือมีความมุมานะแบบชาวราศีมังกร และช่างฝันแบบชาวราศีกุมภ์ ซึ่งก็ไม่ผิดนัก เขาเติบโตท่ามกลางสวนส้มในรัฐแคลิฟอร์เนียกับคุณพ่อผู้เป็นนักวิจัยวิศวกรรมให้นาซ่า 

หลังจบการศึกษาที่ฮาร์วาร์ด บิลได้ย้ายมาทำงานที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งเขาตกหลุมรักกับผู้คน วัฒนธรรม และภูมิประเทศ จนตัดสินใจตั้งรกราก เปิดบริษัท Bensley Design สาขาแรกที่กรุงเทพฯ ในปี 1989 และที่บาหลีปี 1990 โปรเจกต์แรก ๆ ของสตูดิโอเขาเป็นงานภูมิสถาปัตย์และออกแบบสวนต่าง ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายไปทำตกแต่งภายใน จนได้ออกแบบทั้งโรงแรมเลยในที่สุด 

“คำขวัญของผมคือ Lebig gila, Lebih Baik” บิลชิ้นให้เราดูป้ายภาษาอินโดนีเซียที่ห้อยอยู่เยื้อง ๆ กับงานของเขา “มันแปลว่า ยิ่งแปลกยิ่งดี… เราไม่ควรจะหยุดอยู่กับสิ่งดาษดื่น ถ้าเราทำสิ่งที่ต่างไปจากคนอื่น ๆ ได้ ยิ่งถ้ามันเป็นสิ่งที่คนไม่เคยเห็นมาก่อนยิ่งดี” 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

บิลบอกว่าเขาต้องการเปลี่ยนนิยามของความ ‘หรูหรา’ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จากวัตถุที่สิ้นเปลืองมาเป็นประสบการณ์ที่รักษ์โลก เขายึดมั่นในปรัชญานี้ในการเนรมิตรีสอร์ตกว่า 200 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วโลกตลอด 30 ปีที่ผ่านมา แต่ละโปรเจกต์ของเขาล้วนไม่ธรรมดา อาทิ Four Seasons Tented Camp Golden Triangle ในจังหวัดเชียงราย ที่นอกจากเป็นโรงแรมสไตล์แคมป์ปิ้งระดับหรูหราแห่งแรกของบิลแล้ว ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ช้างป่าด้วย

ที่โรงแรม Four Seasons เกาะสมุย เขาใช้แนวคิด Minimal Intervention คือออกแบบรอบ ๆ ต้นไม้และภูมิทัศน์เดิมทั้งหมด เพื่อคงเส้นทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติไว้

ที่ประเทศกัมพูชา เขากว้านซื้อที่ดินในแทบเถือกเขาคาร์ดามอน เพื่อสร้าง Shinta Mani Wild โรงแรมที่แขกต้องโหนตัวจากเส้นสลิง Zipline 380 เมตร ผ่านยอดไม้และน้ำตกเพื่อเข้าไปที่พัก (พร้อมรับจินโทนิกเป็น Welcome Drink) แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ รายได้ทั้งหมดจากโรงแรมบริจาคให้มูลนิธิเพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้และฆ่าสัตว์ อีกทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอีกด้วย 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

 3. Outsider

“ในทุก ๆ วันตลอด 40 ปีที่ผ่านมา กุญแจสำคัญในการทำงานของผม คือการรายล้อมตัวเองด้วยคนที่เก่งกว่าผม” พวกเขาเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจบิลพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ 

หนึ่งในคนเก่งที่บิลพูดถึงนี้คือ ศิลปินชื่อ เคท เสปนเซอร์ (Kate Spencer) โดยบิลเลือกภาพของเธอมาตกแต่งห้องแต่ละห้องในโปรเจกต์ที่ Kittitian Hill “งานของเธอมหัศจรรย์มาก” เธอเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้เขาจับพู่กันและวาดภาพอย่างจริงจัง “เมื่อผมได้เริ่มแล้วผมก็หยุดไม่ได้ ทำให้ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปไซต์งานสถานที่ต่าง ๆ ต้องติดเหล่าดินสอและพู่กันไปด้วย” 

 และถึงแม้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบิลจะเดินทางน้อยลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่การวาดรูปของเขายังดำเนินอย่างต่อเนื่อง (แถมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ!) บิลเล่าว่าพอตื่นนอนปุ๊บ เขาจะวาดรูปก่อนไปออฟฟิศ หลังเลิกงานเขาก็จะพาเจ้าสุนัขทั้ง 6 ของเขาไปวิ่ง จากนั้นกลับบ้านมาก็จะวาดรูปก่อนนอนเป็นกิจวัตรทุกวันไม่มีเว้น โดยแนวศิลปะที่บิลสนใจคือภาพเขียนที่ทำโดยชาติพันธุ์ท้องถิ่น หรือ Primitive Art เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าเขาเองก็ทำได้ และเป็นศิลปะที่เข้าถึงง่าย มีอารมณ์ขัน 

“ผมเรียกตัวเองว่าศิลปินคนนอก (Outsider Artist) เพราะผมเป็นคนนอกจริง ๆ สำหรับวงการวิจิตรศิลป์ และผมไม่เสแสร้งที่จะเป็นอย่างอื่น” 

4. Solo Exhibition

หลังจากที่เขาได้จัดการประมูลผลงานไปเมื่อปีที่แล้ว โชว์นี้เป็นงานนิทรรศการเต็มรูปแบบครั้งแรกที่ River City Bangkok ของบิล โดยงานของเขาถูกนำมาร้อยเรียงเป็น 4 ช่วงตามชื่ออย่างตรงไปตรงมา 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

ส่วนแรกคือ ‘LOVE’ ที่บิลบอกว่า “พูดถึงความรักที่เรามีให้กันและกันระหว่างมนุษย์ ไปจนถึงความรักที่มีให้โลกใบนี้” ภาพแรกที่เราจะเห็นเมื่อเข้าไปด้านในเป็นภาพวาดลายเส้นขนาดใหญ่ “จริง ๆ แล้วมันเป็นกระดาษขนาด A3 จำนวน 44 แผ่นต่อกัน” บิลชี้ให้เราดู “มันเป็นขนาดที่ผมวางบนตักแล้ววาดได้ตอนที่อยู่บนรถตู้ บนเครื่องบิน หรือที่ไหนก็ได้ รวม ๆ แล้วใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ภาพนี้เกี่ยวกับบ้านของเราในกรุงเทพฯ” 

ตรงกลางภาพมีผู้ชายเปลือยนอนนวยนาดอยู่ ล้อมรอบไปด้วยรายละเอียดยิบยับที่สื่อถึงตัวตนและความสนใจของผู้วาด เขาชี้ให้เราดูโซนที่เป็นรูปงานเลี้ยงดินเนอร์ในฝันของเขา รอบโต๊ะนั้นมีแขกเป็นคนดังมากมายอย่าง Basquiat, Andy Warhol, Picasso, Albert Einstein, Frank Lloyd Wright ฯลฯ ส่วนตรงหัวโต๊ะคือรูปตัวบิลเอง และที่ขาดไม่ได้ด้านขวามือติดกันคือ คุณหนึ่ง-จิระชัย เร่งทอง คู่รักคู่ชีวิตของคุณบิลที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

“จิระชัยชอบปลูกสับปะรดสีมาก” บิลบุ้ยใบ้ไปที่ภาพที่เต็มไปด้วยพันธุ์พฤกษาสีสดทรงแปลกตาที่อยู่เยื้อง ๆ กัน “ที่สวนของเรานั้นแน่นเอี้ยดไปด้วยต้นไม้ อย่างรูปนี้จะเห็นคนสวนทูนต้นไม้ไว้เหนือหัว เหมือนจะถามว่า ให้ผมวางมันตรงไหนครับ จิระชัย” เราตั้งข้อสังเกตกับบิลว่าเขาสามารถนำหลากหลายสีสันมาผสมกันในภาพได้อย่างลงตัว 

“ผมชอบใช้สีเยอะ ๆ ในงานของผมนะ ผมเชื่อว่าสิ่งเดียวในโลกที่ควรถูกแยกสีคือการซักผ้า!” 

ในโซนที่สอง ‘CAMP’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าค่าย แต่เป็นการ ‘เล่นใหญ่’ เป็นคำที่มักใช้พูดถึงลักษณะเฉพาะของชาวเพศสภาพที่หลากหลาย “จากการได้มาอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ผมรักประเทศไทยด้วยหลาย ๆ เหตุผล โดยเฉพาะการเปิดกว้างของผู้คน” บิลค่อย ๆ เล่าเบื้องหลังของแต่ละภาพให้เราฟัง

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

 ไม่ว่าจะเป็น ‘Eva and Eve’ ภาพที่เขาวาดคู่หญิงรักหญิงในสวนสวรรค์ ‘Hasan just loves his new pair of Guccis’ รูปชาวมุสลิมที่คงความเปรี้ยวด้วยแว่นตาแฟนชั่นสุดเก๋ ‘Isan Diva’ เกย์อีสานสุดเลิศเชิด ภาพลูกครึ่งผิวสีผู้เป็นที่รักของทุกคนในตลาดปากคลองตลาด ‘Bangkok loves Me’, ‘It’s not who you marry that matter, it’s who you divorce’ ภาพนายแบบใส่บูทคาวบอยคู่โปรดของบิล ไปจนถึงภาพแอบสแตร็กต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากแดร็กควีนชื่อดังอย่าง Rupaul ฯลฯ 

LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า
LOVE CAMP EXPLORE DREAMS นิทรรศการของ Bill Bensley สถาปนิกผู้จับพู่กันในวัย 60 กว่า

เรียกได้ว่าเป็นโซนที่เราได้เห็นคารมคมคาย การจิกกัด และอารมณ์ขันของศิลปินผ่านการใช้คำและข้อเขียน ทั้งที่อยู่บนผืนผ้าใบเอง ไปจนถึงการตั้งชื่องานด้วย “ภาพเหล่านี้เล่าเรื่องชุมชน LGBTQ ในประเทศไทยผ่านสายตาของผม โดยเฉพาะกลุ่มที่มักจะมาปาร์ตี้กันตอนสุดสัปดาห์ที่บ้านของผม”

นอกจากนี้บนผนังห้องโซนนี้ยังมีชุดงานเชิงทดลองที่น่าสนใจ โดยบิลบอกเราว่ามีช่วงหนึ่งเขาเลือกศิลปินที่เขาชอบวันละหนึ่งคน เพื่อเป็นโจทย์ในการสร้างภาพของวันนั้น ๆ ผลที่ได้คือภาพบางภาพก็มีการเล่นสีแบบโกแกง บางภาพมีทรงเรขาคณิตแบบปิกัสโซ่ และบางภาพมีการวาดรายละเอียดระยิบระยับแบบคลิมต์ 

“เวลาเป็นมัณฑกร ผมมักจะเปลี่ยนสไตล์ไปเสมอ ๆ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาจ้างเราอีก การวาดภาพผมก็ทดลองหาสไตล์ใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน” 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

พูดถึงการค้นหา ห้องถัดไปมีธีมคือ ‘EXPLORE’ มีศิลปะที่เล่าถึงการเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ของเขา ซึ่งบิลบอกว่าการเดินทางถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจหลักของเขา เราได้เห็นภาพสถาปัตยกรรมที่คุ้นตาจากหลายเมืองหลายประเทศ ทั้งโบสถ์จากโปรตุเกส ตึกจากหลวงพระบาง ตัวมอมและเจดีย์อย่างล้านนา เมืองในอเมริกาใต้ ฯลฯ แต่มีงานจำนวนไม่น้อยที่พูดถึงพูดคนหมู่เกาะปาปัว ที่บิลพบเจอในช่วงปี 2019 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”
“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”
“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

“ผมนั่งเรือที่ชื่อว่า Kudanil Explorer ไปสำรวจหมู่เกาะที่มีวิถีชีวิตอย่างดั้งเดิม ไร้การรบกวนจากโลกสมัยใหม่ เนื่องจากผมพูดภาษาอินโดนีเซีย นอกจากผมจะได้เรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นแล้ว พวกเขายังให้ผมสเก็ตซ์รูปของพวกเขาด้วย!” 

ส่วนห้องสุดท้ายชื่อว่า ‘DREAMS’ แปลตรงตัวว่า ‘ความฝัน’ ซึ่งเป็นห้องที่เราชอบที่สุดด้วยหลาย ๆ เหตุผล เริ่มจากชุดภาพในห้องนี้มีจินตนาการที่โลดโผนกว่าห้องอื่น แถมมีชุดภาพหนึ่งที่บิลบอกว่าอยากจะต่อยอดเป็นหนังสือนิทานเด็ก (เราคิดว่าเหมาะมาก ๆ) “ภาพเหล่านี้ผมเริ่มวาดกับหลาน ๆ ของผม พวกเขาอายุ 3 ขวบ 5 ขวบ และ 7 ขวบ การได้ฟังพวกเขาคุยกันเกี่ยวกับศิลปะ ช่วยปรับความคิดของผมให้ไม่ยึดติดกับสัดส่วนที่ถูกต้อง”

เยื้อง ๆ กันยังมีประติมากรรมหน้าคน 2 คนที่ห้อยลงมาจากเพดาน เราประทับใจแบกกราวนด์ของมัน เป็นภาพเขียนห้องนอนลายเส้นสีฟ้าที่สวยมาก ๆ ผนังนี้เหมือนเป็นการผสานทักษะทางมัณฑนศิลป์ของบิล เข้ากับวิจิตรศิลป์อย่างตัว นอกจากนั้นงานในห้องนี้ยังมีการลดทอนกว่าห้องอื่น ๆ บางชิ้นเป็นเส้นรูปดอกบัวซ้อนกัน บางชิ้นเป็นทรงธรรมดาแต่ชูเทคนิคที่บิลใช้ขี้ผึ้งและไฟ (!) ในการเผามันขึ้นมา อีกทั้งยังมีประติมากรรมลอยตัวทรงประหลาดกลางห้องอีกหลายชิ้น เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วสร้างบรรยากาศของจักรวาลมหัศจรรย์ในหัวของบิลได้อย่างน่าสนใจ 

อ้อ อีกอย่างที่เราประทับใจมาก ๆ คือ ตลอดพื้นที่นิทรรศการนี้มีมุมเก้าอี้สวย ๆ ให้ผู้ชมนั่งดูงานอย่างชิลล์ ๆ ไม่เกร็งเหมือนหอศิลป์ทั่วไป สมแล้วกับการเป็นนักออกแบบพื้นที่มือหนึ่งจริง ๆ 

5. Conservationist Dream

ในห้องนี้บิลบอกเล่าถึง ‘ความฝัน’ อันสูงสุดของเขากับเราด้วย “โฟกัสหลักของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือการได้ช่วยคนที่กัมพูชา และได้เป็นนักอนุรักษ์ที่แท้จริง (Real Conservationist) งานผมที่กัมพูชาเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง มันทำให้ชีวิตผมมีจุดหมาย” รายได้ทั้งหมดจากการขายงานในนิทรรศการนี้ บิลจะมอบให้กับการดำเนินงานของมูลนิธิ ShintaMani Foundation ที่กัมพูชาเพื่อพัฒนาและเลี้ยงชีพคนยากไร้ที่นั้น 

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

ควบคู่ไปกับอีกโจทย์ที่บิลให้ความสำคัญมาก ๆ คือการป้องกันการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ ในป่าคาร์ดามอม ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดารใหญ่แห่งสุดท้ายของเอเชีย โดยบิลบอกว่าเงินบริจาค 1,000 ดอลลาร์ สามารถจ้างงานหน่วยลาดตระเวนโดย The Wildlife Alliance ได้ 20 วัน ในเวลานั้นพวกเขายึดเลื่อยไฟฟ้าได้กว่า 3,000 ชิ้น และปกป้องรักษาพื้นที่ป่าได้หลายร้อยเฮกเตอร์ 

“น่าเศร้าที่ในช่วงการระบาดของโควิด เราต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เพิ่มขึ้นสูงมาก” เงินจำนวนนี้ยังสามารถเป็นทุกการศึกษาที่โรงเรียน ShintaMani Hospitality Training School ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดขึ้นพร้อมกับโรงแรมของเขาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อสร้างโอกาสและหารายได้ให้กับคนด้อยโอกาสในท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนที่จบไปแล้วเกือบ 300 คน ทุกคนหาอาชีพและเลี้ยงคนในครอบครัวตัวเองได้ ทำให้ต่อมามีการตั้งกองทุนและสหกรณ์เพื่อพัฒนาการกินอยู่ของคนในชุมชนด้วย

“ผมหวังว่าอนาคตจะได้ทำงานเกี่ยวกับการ Recycling, Upcycling และการสร้างโรงแรมที่ช่วยผู้คน ช่วยสังคม และช่วยการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

สุดท้ายการชมนิทรรศการนี้ทำให้เรารู้ว่า แม้เขาจะเปลี่ยนสื่อไป แต่แก่นสารหัวใจความเป็นนักอนุรักษ์ในงานของ บิล เบนสลีย์ ยังคงเดิมชัดเจน

“ผมกังวลว่าจะเป็นตัวตลก หรือไม่ดีพอ แต่ถ้าหากคุณจะสร้างงานศิลปะที่ตรงใจทุกคนล่ะก็ สุดท้ายคุณก็จะมีแค่ผ้าใบว่างเปล่า”

นิทรรศการ LOVE CAMP EXPLORE DREAMS โดย Bill Bensley

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/RiverCityBangkok
โทรศัพท์ 02 237 007

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

สิปปกร วงศ์ธนาภา

ช่างภาพที่หลงรักชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย จนอยากบอกเลิกกับกรุงเทพฯ รักตัวหนังสือที่ทำเห็นภาพ จนอยากบอกเลิกกับกล้องตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load