ช่วงเวลาการเป็นแม่ คือช่วงเวลาที่ผู้หญิงแข็งแกร่งและอ่อนแอที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมากที่สุด อย่างที่แม่ทุกคนรู้ดี 

แม่บางคนเป็น Working Woman ต้องทำงานไปด้วยขณะตั้งครรภ์ บางคนชอบออกไปเจอผู้คน พบปะสังสรรค์ แต่เมื่อร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง จากชุดเดรสสวย ๆ ที่เคยใส่ประจำ ต้องกลายมาเป็นชุดคลุมท้องที่ไม่ค่อยดีต่อใจนัก แถมหลังคลอดยังต้องให้นมลูกอีกอย่างน้อย 6 เดือน ชุดให้นมลูกก็เช่นกัน ใส่แล้วแทนที่จะทำให้ใจฟูเป็นคุณแม่สวย ๆ ในโมเมนต์นั้น แต่บางทีกลับใจฝ่อแทน

มีคุณแม่คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า เธอเคยขึ้นรถไฟฟ้า อีกแค่ไม่กี่สถานีก็จะลงแล้ว แต่ด้วยอานุภาพของชุดคลุมท้องที่ใส่อยู่ ทำให้ชายคนหนึ่งลุกให้เธอนั่งด้วยความสงสารและเป็นห่วง แต่จริง ๆ แล้วเธอค่อนข้างแข็งแรงดีและเพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

จุ๋ม-ธาธินี ภู่เทพอมรกุล อดีต Product Specialist ของบริษัทยามะเร็งและโรคเลือด และเจ้าของแบรนด์ Mommy Moment ก็เคยเจอปัญหาเดียวกันตอนตั้งครรภ์ เธอเป็นคนทำงาน รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวสวย ๆ และเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจทำชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก ที่สำคัญต้องใส่สบายและใช้งานได้จริง โดยหวังว่าชุดของเธอจะช่วยให้ช่วงเวลาการเป็นแม่นั้นมีความสุขมากขึ้น

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

ธุรกิจ Blue Ocean

Mommy Moment คือแบรนด์ชุดคลุมท้องที่ อาจารย์เกด-ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ แนะนำกองบรรณาธิการมาเมื่อปีกลาย เพื่อนคนหนึ่งของอาจารย์เล่าเรื่องความดีงามของชุดคลุมท้องนี้ให้ฟัง พร้อมบอกว่า ‘ใส่แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่มีความสุข’ 

แต่ชุดคลุมท้องแบบไหนกันที่ทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกแบบนั้นได้

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้วตอนจุ๋มตั้งท้องลูกคนแรก เธอเป็นคนชอบแต่งตัว จึงมองหาชุดคลุมท้องสวย ๆ ตามประสาผู้หญิงที่อยากดูดี แต่ตามท้องตลาดนั้นไม่มีชุดที่ถูกใจเอา เลยถอดใจเพราะคิดแบบคุณแม่หลาย ๆ คนว่า ‘ชุดใส่แค่ไม่กี่ครั้ง ไม่สวย แถมแพงอีกต่างหาก’

แต่จนแล้วจนรอด เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ ขนาดหน้าท้องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายเธอต้องจำใจซื้อใส่อยู่ดี

เมื่อ 7 ปีก่อน ชุดคลุมท้องที่ว่าหายากแล้ว ชุดให้นมลูกยิ่งยากกว่า เพราะมีคนทำน้อย 

“ตอนลาคลอดแรก ๆ อยู่บ้านก็ไม่เป็นไร ใส่เสื้อนอน ใส่เสื้อยืด แต่พอครบกำหนดต้องกลับไปทำงาน เรากลับมาเป็นผู้หญิงสวยอีกแล้ว เลยไปหาชุดตามงานแม่และเด็ก มันก็มีนะชุดที่สวย ๆ แต่ราคาก็มากกว่าตัวละ 3,000 ถ้าซื้อ 3 ชุดก็หมื่นหนึ่งแล้ว 

“มันเป็นธรรมชาติของแม่ลูกเล็ก ที่จะมีลิสต์ของเยอะแยะที่อยากซื้อให้ลูก แต่พอจะซื้อให้ตัวเองเราคิดหนัก พอไปดูตัวที่ราคาถูกลงมาก็แบบไม่สวย ผ้าไม่ดี ตัดเย็บก็ไม่ดี เราคิดว่ามันต้องมีสิ สักร้านที่ตรงใจเรา ราคาจับต้องได้ที่คนเป็นแม่พร้อมจะจ่าย”

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

จนมีลูกคนที่สอง เธอตัดสินใจว่าจะลาออกจากงาน แต่ด้วยตัวเองเป็น Working Women อยู่แล้ว จึงอยากหาธุรกิจที่ทำและดูแลลูก ๆ ไปด้วยได้ และเพราะอยากตัดชุดให้นมให้ตัวเองใช้อยู่แล้ว จึงเกิดเป็นแบรนด์ชุดคลุมท้องที่จุ๋มทุ่มเทมาก ๆ ทั้งหาข้อมูล ออกแบบแพตเทิร์น เลือกเนื้อผ้าและลายผ้าเองทั้งหมด

“เรารู้ว่ามันขายได้ เพราะเคยเป็น User มาก่อน เรารู้ว่าคนเป็นแม่ต้องการชุดคลุมท้องแบบไหน ชุดให้นมแบบไหน Pain Point ของลูกค้าอยู่ตรงไหน แบรนด์ต้องเป็นชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่น่ารัก ใส่ได้ไม่เบื่อ ราคาจับต้องได้ ไม่แพงจนเกินไปที่คนเป็นแม่จะตัดสินใจซื้อ”

หัวอกคนเป็นแม่

ชุดของแบรนด์ออกแบบจากหัวอกคนเป็นแม่ 

จุ๋มใช้วิธีวาดเบื้องต้นด้วยตัวเอง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับทีมช่างเพื่อทดลองชุดทำตัวอย่าง เธอขอให้ช่างทำแม้กระทั่งซับใน ยอมเพิ่มต้นทุนมากขึ้น เพราะเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ ไม่อยากให้คุณแม่ที่สวมใส่หรือลูก ๆ ของพวกเขารู้สึกระคายเคืองหรือไม่สบายตัวขณะใช้งาน 

เมื่อตัดชุดตัวอย่างเสร็จเรียบร้อย จุ๋มจะเป็นคนทดลองด้วยตัวเองทั้งหมด 

“คันไหม รั้งไหม เปิดให้นมยังไง แล้วเราก็จะให้ลูกมากินนมจริง ๆ เขากินนมไหม กินง่ายไหม ไม่สะดวกตรงไหน ก็จะปรับแพตเทิร์นจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวพร้อมส่ง เด็ก ๆ ก็แฮปปี้เพราะกินนมได้สะดวก และดีใจที่คุณแม่ของเขาสวย” เธอหัวเราะ

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

ช่วงหลัง ๆ เริ่มมีลูกค้าร้องขอเข้ามาว่า ต้องการปรับแก้จุดต่าง ๆ ทางร้านก็ยินดีทำให้ เพราะเข้าใจถึงความรู้สึก ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ได้ชอบเนื้อผ้าแบบเดียวกับเราเสมอไป และหลายครั้งไอเดียใหม่ ๆ ก็มาจากการรับฟังคำติชมเหล่านี้ 

หลายครั้งลูกค้ารับชุดไป ลองใส่แล้วไม่เหมาะกับตัวเอง จุ๋มก็ให้เปลี่ยน เธอว่าถ้าจะไม่ยอมให้เปลี่ยนก็ทำได้ เพราะขายชุดไปแล้ว แต่เพราะทำธุรกิจด้วยหัวใจ เธอคงทนไม่ได้แน่หากชุดของแบรนด์ต้องถูกทิ้งในตู้เพราะลูกค้าไม่ชอบ 

กรณีที่ลูกค้าได้รับชุดไปแล้วแต่ขนาดไม่พอดีหรือต้องการเก็บทรงเพิ่ม ก็ส่งกลับมาให้ร้านแก้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ร้านจะส่ง Messenger ไปรับชุดที่บ้านสำหรับคุณแม่ที่ไม่สะดวกเดินทางออกมา เพราะจุ๋มเข้าใจดีว่าคนเป็นแม่ลูกอ่อนไม่มีเวลาออกมาหาร้านแก้ทรงชุด หรือแม้กระทั่งออกมาส่งของด้วยตัวเอง 

“อย่างล่าสุด มีคุณแม่สั่งตัดชุดไปออกงาน แล้วชุดที่ได้ใหญ่กว่าตัวคุณแม่ไปนิดหนึ่ง เขาก็ไม่ว่าอะไร บอกแต่ว่าหลังจบงานจะขอส่งกลับมาให้แก้ ตอนนั้นยังเหลือเวลาอีก 2 วัน เราเลยให้แมสเซนเจอร์วิ่งออกไปรับแล้วแก้ด่วนให้เลย โดยให้คุณแม่มาร์กขนาดที่จะให้แก้ไว้ และส่งชุดที่พอดีมาให้เป็นไกด์ไลน์ด้วย เขาก็เกรงใจ แต่มันเป็นความผิดพลาดของเรา

Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ
Mommy Moment ชุดคลุมท้องที่อยากให้แม่ใส่แล้วมีความสุข น่ารักจนคนไม่ตั้งครรภ์ยังสั่งซื้อ

“ผลลัพธ์คือคุณแม่ถ่ายรูปกลับมาให้ดู ใส่แล้วสวย เราก็ภูมิใจ ลองคิดถึงแม่ลูกเล็กที่นาน ๆ ทีจะไปออกงาน เป็นเรา เราก็อยากสวย ใส่ชุดหลวมก็คงไม่มั่นใจ เราอยากให้เขาใส่ชุดเราแล้วภูมิใจ ให้คนมาชมเขาว่า คุณแม่สวยจังเลยวันนี้ นั่นคือที่สุดแล้ว”

ทุกวันนี้เลยเป็นร้านชุดตามใจคุณแม่ ซึ่งเลือกแบบ เลือกเนื้อผ้า ปรับขนาด ปรับความยาว เพิ่มรายละเอียดอย่างระบายได้ แต่ยังคงแพตเทิร์นหลักตามเอกลักษณ์ของร้านไว้อยู่ 

ชุดคลุมท้องที่ลูกค้าไม่ใช่แค่คนท้อง

เพราะเคยทำงานด้านเซลส์มาก่อน อยู่ในบริษัทต่างชาติมาถึง 13 ปี สิ่งที่ติดตัวจุ๋มจนนำมาบริหารแบรนด์นี้ต่อคือ หัวใจนักบริการ

ด้วยหลักการอาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องใช้พลังใจมหาศาลในการทำให้เกิดขึ้นจริง

“เราทำธุรกิจแบบ เราอยากได้แบบไหน เราทำแบบนั้น เราเคยเป็นคนที่ใช้บริการ เราเคยเป็นคนซื้อของทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ถ้าอยากได้แบบไหน เราจะทำแบบนั้น

“สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้ลูกค้า Feel Good คืออะไร เราจะทำ สิ่งที่แย่ที่สุด เราจะไม่ทำแน่ ๆ เราไม่เคยคิดว่าวันนี้เรื่องของเราจะไปถึง The Cloud หรือจะไปได้ไกลแค่ไหน ลูกค้าจะบอกต่อกันมากเท่าไหร่ ขอแค่เขาชอบชุดเรา รู้สึกดีเวลาใส่ชุดเรา อยากใช้เร็ว เขาได้ใช้เร็ว ชอบแบบที่เราดีไซน์ เขาแฮปปี้เราก็แฮปปี้แล้ว ธุรกิจเราไปได้เพราะลูกค้าจริง ๆ”

Mommy Moment ไม่ค่อยโฆษณา จะจ่ายค่าโฆษณาก็ในช่วงที่การขายซา ๆ หรือมีบ้างก็ตอนออกคอลเลกชันใหม่ แม้จะเป็นสินค้าที่ลูกค้าบางคนซื้อแค่ครั้งเดียว แต่จุ๋มบอกว่า ธุรกิจนี้อยู่ได้เพราะลูกค้าเก่า

“มีลูกค้าคนหนึ่งซื้อทุกครั้งที่เราลงผ้าใหม่ เขาชอบแบบนี้ เขาก็ตัดแต่แบบนี้ แล้วก็จะมีลูกค้าที่เลิกให้นมไปแล้ว แต่ยังกลับมาตัดกับเราอยู่ เขาก็จะให้ตัดแบบไม่ใส่ซิปนม ตัดเป็นชุดเที่ยวทั่วไปนี่แหละ เพราะเขาชอบดีไซน์ร้าน ชอบผ้าที่เราเลือกมา ลูกค้าบางคนตัดซ้ำจนช่างจำชื่อได้ จำได้ว่าดีเทลของคนคนนี้ต้องทำต่างจากคนอื่นยังไง”

ส่วนลูกค้าใหม่จะลองสั่งตัวแรกก่อน แล้วค่อยกลับมาสั่งอีก จนกลายเป็นลูกค้าเก่า

ที่ว้าวไปกว่านั้นคือ ช่วงหลังมานี้ ชื่อเสียงเรื่องดีไซน์สวยของแบรนด์มีมากขึ้นจนไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่ได้เป็นคุณแม่ 

“เขาเห็นพี่สาวใส่ชุดคลุมท้องแล้วสวย เลยตามมาสั่ง บางคนก็ทักมาเลยว่า ไม่ได้ท้องนะคะ แต่ชอบแบบที่ร้านมาก ขอสั่งได้ไหม” จุ๋มหัวเราะ “พอเขาไปใส่แล้วมีคนชมถามว่าชุดแบรนด์อะไร พอตอบว่า Mommy Moment คนถามก็ตกใจ แต่มันก็ตรงกับความตั้งใจของเราแต่แรก เราไม่ได้อยากให้ใส่ชุดร้านเราแล้วรู้สึกเป็นคุณแม่ เราอยากให้ใส่แล้วรู้สึกว่าฉันสวย ฉันอยากใส่ออกไปเที่ยว ออกไปเที่ยวแล้วฉันก็ให้นมลูกได้ด้วยนะ”

วันนี้และอีก 5 ปีข้างหน้า

5 ปีของชีวิตแม่คือการได้เห็นพัฒนาการของลูก เห็นลูกฝึกตั้งไข่ หัดพูดคำแรก ไปโรงเรียนวันแรก เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ที่ต้องการการวางแผนสำหรับเติบโตในขวบปีต่อไป

Mommy Moment เองก็ตั้งใจเติบโตไปใน 3 เรื่อง อย่างแรก การทำหน้าร้าน เพราะประสบการณ์การซื้อเสื้อผ้าต้องอาศัยการสัมผัสและการลอง จุ๋มอยากให้ลูกค้าได้ลองจับผ้า เลือกหลายผ้า เลือกแบบที่จะตัดด้วยตัวเอง ชอบไม่ชอบตรงไหน อยากปรับแก้ตรงไหน จะได้ทำอย่างแม่นยำ

อย่างที่สอง การขยายทีมช่าง ทุกวันนี้แบรนด์มีช่างทั้งหมด 4 คน ทำให้การตัดเย็บครั้งหนึ่งใช้เวลานาน เพราะยึดมั่นในฝีมือและความประณีต ถ้าพัฒนาขยายทีมช่างให้แข็งแรง ก็สามารถรองรับความต้องการลูกค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่เร็วยิ่งขึ้น

อย่างที่สาม การเปิดแบรนด์ใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่คุณแม่ โดยยึดแพตเทิร์นและเนื้อผ้าตามสไตล์ของ Mommy Moment เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลูกค้ากลุ่มนี้รู้สึกเขินอายเวลาใส่เสื้อผ้าของจุ๋มออกไปข้างนอก หรือเวลาที่คนถามว่าซื้อชุดจากไหน และยังแนะนำต่อ ๆ กันได้โดยไม่ต้องกังวล

ช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด

ทุกวันนี้อัตราการตั้งครรภ์ต่ำลงกว่าเก่ามาก แต่ครอบครัวที่คิดจะมีลูกมักวางแผนและเตรียมตัวมากกว่าที่เคย 

สโลแกนแบรนด์ที่ว่า ‘เพราะช่วงเวลาของการเป็นแม่คือช่วงเวลาที่พิเศษที่สุด’ จึงไม่เกินจริงเลยสำหรับจุ๋ม เพราะเป็นช่วงที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะอ่อนแอที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในเวลาเดียวกัน ผู้หญิงบางคนอาจได้สัมผัสช่วงเวลานี้แค่ครั้งเดียวในชีวิต มันคือโอกาสเดียวของพวกเธอ 

ความสุขทุกครั้งที่คุณแม่ได้ดูรูปถ่ายตัวเองในชุดคลุมท้องกับลูกน้อย Mommy Moment จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่คนเป็นแม่มีความสุขที่สุด ด้วยการสร้างชุดคลุมท้องและชุดให้นมที่จะทำให้แม่ผู้สวมใส่มีความสุขที่สุด 

“เราไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอก เราทำจากว่าตัวเองอยากได้อะไร ตอนท้องเรารู้สึกยังไง เราว่าทุกคนอยากเป็นแม่ที่สวย ทุกคนอยากเป็นแม่ที่แฮปปี้ พอได้ใส่ชุดสวย ๆ สบาย ๆ เราก็มีความสุข แล้วความสุขของเราก็จะส่งผ่านไปยังลูก”

Lessons Learned

  • ทำธุรกิจด้วยหัวใจและความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองเห็นถึงปัญหาของลูกค้าที่ไม่ได้กล่าวออกมา แต่รับรู้ได้ด้วยการสังเกตจากพฤติกรรมและประสบการณ์ตรงจากการเป็นผู้ใช้จริง
  • น้อมรับทุกคำติชมด้วยความเข้าใจ แก้ไขและพัฒนาทีมอยู่สม่ำเสมอ เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้และได้รับไอเดียใหม่ ๆ จากความผิดพลาดของตนเอง

Writers

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

ตรีเนตร จตุพร

นักเขียนฝึกหัดที่ชื่นชอบงานศิลปะ ธรรมชาติ และบทกวี หลงใหลในความย้อนแย้งของโลกใบนี้ เช่น การกินไอศกรีมในหน้าหนาว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

28 มิถุนายน 2565
2.34 K

15 ปีที่แล้ว ก่อนเป็น ‘Peaberry Thai’ ที่จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ ในยุคสมัยที่กาแฟ Specialty ยังมีคนรู้จักไม่มากนัก Peaberry เป็นบริษัทแรก ๆ ในไทยที่มองเห็นความพิเศษของกาแฟ จึงเริ่มเปิดร้านกาแฟขนาดเล็กที่คอกาแฟหลายคนรู้จักในชื่อ ‘Pacamara Coffee Roasters’ ก่อนจะเห็นโอกาสของตลาดกาแฟที่พร้อมโตได้อีกมาก

จากร้านกาแฟ 1 ร้าน เติบโตเป็นธุรกิจครบวงจรที่นำเข้าอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟสารพัดอย่างจากทั่วโลก ทั้งเยอรมนี อิตาลี ไอร์แลนด์ อเมริกา และญี่ปุ่น นำเสนอหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Giesen, Slayer, Mahlkönig, Compak, Marco, Astoria, Kalita, Urnex และอีกมากมาย

ด้วยความตั้งใจคัดสรรคุณภาพทุกขั้นตอนให้พิเศษที่สุดสมกับความเชื่อ ‘Selected Toward Specialty’ พระเอกในวันนี้จึงไม่ใช่แค่กาแฟในแก้ว แต่เป็นเรื่องราวความไม่ธรรมดาของกระบวนการและอุปกรณ์ที่อยู่เบื้องหลังกาแฟทุกแก้ว

The Cloud ชวนฟังเรื่องราวสุดพิเศษเหล่านี้กับ คุณเด็บ-วิภา บุญปาลิต Managing Director และ คุณป่าน-ธงธรรม เวชยชัย Deputy Managing Director, Commercial บริษัท พีเบอร์รี่ ไทย จํากัด ที่นำประสบการณ์การทำธุรกิจมานาน ผสานกับความหลงใหลในกาแฟ สกัดออกมาเป็นความใส่ใจที่อยากเล่าให้ Coffee Lovers ฟัง

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Specialty in Coffee Consult

ก่อนฟังเรื่องราวการทำธุรกิจสุดสเปเชียล ขอเสิร์ฟกาแฟของ Peaberry Thai ให้ชิมก่อนอ่านสักแก้ว

คุณเด็บบอกว่า “กาแฟที่เราทำเป็นกาแฟหวาน เวลาชิมกาแฟ จะชิมว่ารสหวานไหม ไม่ใช่ขมไหม มีความหวานอยู่ในปาก” เป็นความหวานจากรสผลไม้ที่ไม่เหมือนหวานจากน้ำตาล มี After Taste แตะที่ลิ้น ซึ่งต้องใช้ความละเมียดละไมในการลิ้มรสชาติ

เมื่อเป็นกาแฟแก้วละเมียด อุปกรณ์ที่ใช้จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งการคั่ว บด ชง โดยหลักการคัดเลือกสินค้านั้นแสนง่าย คือ ทุกชิ้นและทุกกระบวนการต้องส่งเสริมให้ผลลัพธ์สุดท้าย ออกมาเป็นกาแฟ Specialty แก้วพิเศษสำหรับคนทานตามคอนเซ็ปต์ Selected Toward Specialty นั่นเอง

แบรนด์เครื่องคั่วกาแฟชื่อดังที่ Peaberry Thai เลือกใช้ และเป็นตัวแทนจำหน่ายหลักเจ้าเดียวในไทย คือ Giesen เครื่องคั่วหน้าตาหล่อเหลาจากยุโรปที่ใช้ในการแข่งขันคั่วกาแฟระดับโลก World Coffee Roasting Championship

คุณป่านเล่าความเป็นมาว่า “เดิม Giesen ทำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก จึงใช้วัสดุจากเหล็กหล่ออย่างดี ที่ส่งเสริมให้เกิดปัจจัยการทำความร้อนได้ดี ทำให้การคั่วมีคุณภาพ

“จุดเด่นของเครื่อง คือ ปรับแต่งสูตรได้ ปรับความร้อนได้ และสามารถเล่นกับคาแรกเตอร์ของกาแฟได้หลากหลายโปรไฟล์ ทำซ้ำได้ ถ้าชอบโปรไฟล์สูตรนี้ ครั้งต่อไปบันทึกไว้แล้วกลับมาที่โปรไฟล์เดิมได้ แบรนด์พัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้ควบคุมได้ตามที่ต้องการ”

การใช้เครื่องคั่วกาแฟที่ดี ช่วยดึงคาแรกเตอร์ของกาแฟให้เฉิดฉายออกมาได้เต็มที่ เหมือนมีเพื่อนดีที่สนับสนุนให้คาแรกเตอร์เราเด่นชัดขึ้นมา

สำหรับเครื่องบด Peaberry Thai มีทั้งเครื่องขนาดใหญ่อย่าง Mahlkönig ที่บดกาแฟได้ทั่วถึงและแม่นยำสม่ำเสมอ เน้นความละเอียดของกาแฟที่สเกลไมครอน ในขณะที่แบรนด์ Compak มีลักษณะของเฟืองแตกต่างออกไป ทำให้รสชาติกาแฟออกมาอีกแบบหนึ่ง เพียงทรงเฟืองของเครื่องบดที่ต่างกัน ก็ทำให้รสชาติกาแฟออกมาไม่เหมือนกันแล้ว การขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟจึงไม่ใช่แค่รู้สเปกเครื่อง แต่ต้องรู้ศาสตร์การทำกาแฟอย่างลึกซึ้งด้วย

คุณป่านบอกว่า “ทุกเครื่องมีความพิเศษในตัวเอง เรานำเข้าของมาหลายแบบ ทั้งรุ่นแพงและถูกต่างมีเอกลักษณ์”

เครื่องชงตัวท็อปของร้านคือ Slayer ที่มีเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ในการสกัดกาแฟด้วยการพรมน้ำ ค่อย ๆ ดึงความหวานและรสชาติที่ถูกบดออกมาอย่างครบถ้วนละมุนละไม ส่วนแบรนด์ Astoria มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปคือ ความทนทาน ความนิ่ง และความแม่นยำ เหมาะสำหรับร้านกาแฟอย่าง Café Amazon ที่แต่ละสาขาขาย 300 – 500 แก้วต่อวัน

นอกจากนี้ Peaberry Thai ยังมี Coffee Supply หลากหลาย ทั้งแก้วทรงกรวย ดริปเปอร์ แอโรเพรส และอุปกรณ์สกัดกาแฟหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำเชื่อมและส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมการทำกาแฟหลากหลายวิธีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ คุณป่านจึงบอกว่า เราเป็นที่ปรึกษาธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่ขายเครื่อง”

หากอยากทำร้านกาแฟ นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้แล้ว ยังให้คำปรึกษาได้ทั้งด้านคุณภาพเครื่องดื่มและการทำร้านกาแฟให้ได้กำไร เพียงรู้ราคาที่อยากขายต่อแก้ว ก็คำนวณได้ว่าผู้ประกอบการเหมาะกับอุปกรณ์รุ่นไหน

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

เลือกแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

กาแฟเป็นศิลปะที่พิเศษ ผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แถมยังต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก การใช้เครื่องชง Slayer ที่มีแรงดันต่างกันแค่บาร์เดียว หรืออุณหภูมิน้ำต่างกันแค่ 1 – 2 องศาเซลเซียส ก็ทำให้ได้กาแฟรสชาติไม่เหมือนกันแล้ว

หากไม่รู้จริงเรื่องกาแฟ อาจมองว่าเครื่องกรองน้ำ หม้อต้มน้ำ ตาชั่ง และถุง เป็นอุปกรณ์ธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ Peaberry Thai ตั้งใจเลือกแบรนด์เหล่านี้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางทั้งหมด เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลต่อรสชาติกาแฟ

เครื่องกรองน้ำสำหรับกาแฟแบรนด์ BWT มีเทคโนโลยีพิเศษ นอกจากกรองความสกปรกในน้ำออกแล้ว ยังใส่แมกนีเซียมลงไปในน้ำ ทำให้แร่ธาตุจับกับอโรม่าของกาแฟ จนออกมาเป็นกาแฟรสชาติดี

นอกจากนี้ คอกาแฟจะรู้ว่าอุณหภูมิและสเกลต่าง ๆ เป็นปัจจัยที่ต้องเป๊ะ หม้อต้มน้ำ Marco สำหรับกาแฟ Specialty มีหัวก๊อกที่ตั้งอุณหภูมิน้ำได้เสถียร ไม่คลาดเคลื่อน ได้น้ำร้อนไวตามที่ต้องการ มีทั้งหัวก๊อกน้ำร้อน น้ำเย็น โซดา สะดวกต่อคนใช้งาน ทำให้ขายได้เร็วขึ้นและมีรูปลักษณ์สวยงาม เหมาะกับตั้งประดับที่บาร์กาแฟ

ส่วนตาชั่งสำหรับกาแฟโดยเฉพาะ จะมีสเกลไวและนิ่ง ต่างจากตาชั่งทั่วไปที่คลาดเคลื่อนในหน่วยทศนิยม เหมาะกับการชั่งกาแฟที่ต้องละเอียดในหน่วยกรัม ใส่สูตรการชงเข้าไป แล้วแชร์สูตรกับกลุ่มคนรักกาแฟผ่านแอปพลิเคชัน หรือเข้าไปดูสูตรของแชมป์บาริสต้าได้

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ เพราะกาแฟเก่ามักมีกลิ่นคล้ายกระดาษโรเนียวเก่า หากไม่ใช้น้ำยาพิเศษจะทำให้รสชาติในแก้วเปลี่ยน ส่วนถุงที่เก็บเมล็ดกาแฟก็ต้องสั่งทำพิเศษหนา 4 ชั้น ใช้เวลาทดสอบถุงเป็นปีด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่ารักษาคุณภาพกาแฟให้อยู่ได้นาน

ด้วยศาสตร์ของกาแฟที่ละเมียด ทำให้คนทำธุรกิจต้องละเอียดตามไปด้วย ใส่ใจในสิ่งธรรมดาที่ทำให้ผลลัพธ์ของสินค้าออกมาไม่ธรรมดา

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

Coffee Wisdom จากการลงลึกหน้างาน

เมื่อถามว่าทำอย่างไร ถึงสะสมความรู้ด้านกาแฟจนรู้จริงและเชี่ยวชาญในการเลือกอุปกรณ์กาแฟต่าง ๆ ได้ดีขนาดนี้

คำตอบของคุณป่านคือ “ต้องลงลึก ลงพื้นที่จริง ไปขึ้นดอย คุยกับคนที่ทำจริง ทำงานกับเกษตรกร ไปดูสายพันธุ์ เก็บหน้าดินมาทดสอบ” ผนวกด้วยหลงใหลในศาสตร์กาแฟ ทำให้พัฒนาร่วมกับเกษตรกรต่อไปได้เรื่อย ๆ จากกาแฟเชอร์รี่เม็ดแดงสุกก่ำ คัดด้วยมือทีละเม็ดผ่านโรงสีและโรงคั่วของแบรนด์ ออกมาเป็นสารกาแฟตั้งต้นที่คุมคุณภาพในทุกกระบวนการ

Peaberry Thai Estate ยังคิดค้นกาแฟ Thai Single Origin ที่บ่มและหมักด้วยเมล็ดกาแฟไทย มีทั้งไอยรารัญจวนจากดอยช้าง เสน่ห์นางนอนจากดอยผาฮี้ และผกาชมพูจากแม่จันหลวงที่มีต้นผกาชมพูปลูกอยู่ มีกาแฟเบลนด์จากทั้งไทยและต่างประเทศ

คุณเด็บบอกว่า “การที่เรามีอุปกรณ์และเครื่องของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญดูในแต่ละขั้นตอนทั้งหมด ทำให้คุมคุณภาพได้ครบวงจร มั่นใจคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่ามีของดีทุกขั้นตอน”

สิ่งสำคัญคือ Peaberry Thaiไม่ได้ขายแค่กาแฟแล้วบอกว่าอร่อยหรือไม่อร่อย แต่บอกได้ว่าทำไมและทำอย่างไรกาแฟถึงมีคุณภาพดี ลงมือทำเองหน้างานจริงแล้ว จึงแนะนำลูกค้าต่อได้ว่าควรใช้อุปกรณ์แบบใด ใช้ดริปเปอร์แบบไหน แล้วส่งผลให้กาแฟเป็นอย่างไร แนะนำสูตรเครื่องดื่มให้ผู้ประกอบการได้ เซลล์ขายเครื่องมีประสบการณ์และความรู้ด้านกาแฟ ก็แนะนำการใช้เครื่องได้ ส่วนบริการหลังการขายนั้นยังรับซ่อมและแนะนำลูกค้าถึงที่ได้อีกด้วย โดยมีศูนย์บริการถึง 16 สาขาทั่วประเทศ

Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก
Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟของเนิร์ดกาแฟที่โตจาก Pacamara สู่ผู้นำเข้าอุปกรณ์กาแฟจากทั่วโลก

รู้ใจลูกค้า ไม่แพ้เข้าใจกาแฟ

ทุกวันนี้ Peaberry Thai มีโชว์รูม 2 สาขา คือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต สำหรับขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ ส่วน Pacamara Coffee Roaster คือ ร้านกาแฟที่เป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทภายใต้สโลแกน Everyday Specialty กาแฟคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง อยากเข้าถึงคนดื่มกาแฟอย่างแพร่หลายและหลากหลายกลุ่มมากขึ้น

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจครบวงจรของ Peaberry Thai ทำให้ส่งผลดีต่อร้านกาแฟอีกทอด บาริสต้ารู้เรื่องราวกาแฟตั้งแต่ปลูก สามารถถ่ายทอดเรื่องราวก่อนมาเป็นเครื่องดื่มในแก้วให้ลูกค้าฟังได้ เติมเสน่ห์ที่คุณเด็บบอกว่าเป็นหัวใจของธุรกิจคือการเข้าใจลูกค้า “เรารู้ใจลูกค้า เข้าใจว่าคนดื่มกาแฟกำลังมองหาอะไร เข้าร้านมาแล้วถูกใจไหม เราอธิบายข้อมูล เล่าเรื่อง Behind the Cup ให้คนเข้าใจเรื่องราว ใส่ใจในทุกขั้นตอนที่เสิร์ฟให้ลูกค้า นี่คือสิ่งที่เราทำ”

สำหรับคอกาแฟพิเศษ Pacamara เข้าใจว่าคนกลุ่มนี้ชอบลองกาแฟรสชาติหลากหลาย จึงเสาะหา Cup of Excellence (กาแฟดีจากทั่วโลก ที่ผ่านการให้คะแนนโดยนักชิมรสชาติกาแฟมืออาชีพ) ใน Rank 1 – 22 มากระจายขายใน 20 กว่าสาขาของ Pacamara ทำเป็น Coffee Hunt ให้คอกาแฟไปเสาะหาลองชิม

คุณป่านอธิบายว่า “Coffee Lovers ในไทยแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ทั้งคนดื่มกาแฟวันละหลายแก้วทุกวันที่ต้องการความเข้มและสตรอง หรือคนดื่มกาแฟคั่วอ่อนที่ชอบลิ้มรสชาติกาแฟ” ดังนั้น แม้สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ Specialty เป็นประจำ ก็ต้องการดื่มกาแฟที่ปรับรสชาติได้ในแบบที่แต่ละคนชอบ กาแฟพิเศษจึงตอบโจทย์คนกลุ่มนี้เช่นกัน เพราะสามารถปรับรสชาติได้อย่างละเอียด เช่น ผสมรส Nutty ของกาแฟบราซิลกับรส Floral จากเอธิโอเปียด้วยกันได้

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์กาแฟของ Peaberry Thai และร้านกาแฟ Pacamara นั้นส่งผลดีต่อกัน เมื่อเกิดเทรนด์ Coffee Culture ที่คนนิยมตามหาคาแรกเตอร์ของกาแฟมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์กาแฟโตตามไปด้วย ช่วงที่ผ่านมาตลาดกาแฟยังโตขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้หลายคนลงทุนซื้อแอโรเพรส Espresso Machine เครื่องชงกาแฟแบบออโต้ หรืออุปกรณ์ดริปต่าง ๆ ตามความถนัดของแต่ละคนมาไว้ที่บ้าน

ทั้งคู่บอกว่า นี่คือโอกาสทางธุรกิจในการส่งต่อความรู้เกี่ยวกับกาแฟแก่ลูกค้า และตอบโจทย์ให้คนรู้จักกาแฟ Specialty มากขึ้น หากคนเข้าใจสุนทรีย์ของกาแฟ ว่าคือการดื่มด่ำความสุขกับกาแฟไม่ใช่คาเฟอีน ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องเลือกอุปกรณ์ทำกาแฟอย่างละเมียดละไม

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Seasonal Problems

“Pacamara ทำให้เข้าใจว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟกำลังเผชิญกับอะไร พอมีร้านกาแฟของเราเอง เรายิ่งเข้าใจปัญหาหน้าบ้านและความซับซ้อนของร้านกาแฟ เพราะเจอสถานการณ์เดียวกัน” คุณป่านเล่า

ความท้าทายของธุรกิจกาแฟ คือ ปัจจัยที่ไม่แน่นอนและควบคุมยากอย่างดินฟ้าอากาศที่ล้วนส่งผลต่อการปลูกกาแฟ เช่น ปีที่ผ่านมาบราซิลหิมะตกหนักมากจึงขาดแคลนกาแฟทั่วโลก เมื่อสภาพแวดล้อมของแต่ละปีไม่เหมือนกัน กาแฟที่ปลูกแต่ละปีจึงไม่เหมือนกันตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการบริหารจัดการกาแฟทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความท้าทายจากปัจจัยที่ไม่แน่นอนจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นจากหลายทิศทางรอบตัว

2 ปีที่ผ่านมาในช่วงโรคระบาดโควิด-19 มีบริษัทล้มไปเยอะมาก หน้าร้านหลายสาขาของ Pacamara ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

เมล็ดกาแฟแพงขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวในการบริหารจัดการหาวิธีคั่วกาแฟอย่างไร ไม่ให้สูญเสียต้นทุนกาแฟที่มีค่าดั่งเพชร ปรับสัดส่วนการขายสินค้า ออกสินค้าใหม่ในช่วงโควิดอย่างกาแฟกระป๋อง Unicorn ภายใน 1 สัปดาห์ 

ในการทำธุรกิจกาแฟ ไม่ใช่แค่เบลนด์กาแฟให้อร่อย แต่ต้องรู้จักเบลนด์ไอเดียของหลายคนเข้าด้วยกันให้เกิดทีมเวิร์ก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่เปลี่ยนไปทุกวัน เหมือนรสชาติกาแฟที่ผันเปลี่ยนตามฤดูกาล

เข้าใจฤดูกาลก่อน แล้วจึงหาวิธีรับมือ เข้าใจปัญหาให้ได้ก่อน แล้วจึงหาวิธีแก้ พร้อมปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ทั้งคู่สรุปว่า ทุกธุรกิจมีความท้าทาย ขึ้นอยู่กับว่ามีวิธีรับมืออย่างไร เคล็ดลับของคุณเด็บที่คร่ำหวอดในธุรกิจอาหารมา 30 ปี คือ “ความรู้ในสินค้าของแต่ละธุรกิจเป็นคนละแบบ แต่หลักการการดูแลธุรกิจใกล้เคียงกัน”

อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า “หลักการยังไม่เท่ากับความตั้งใจ หลักการเกิดขึ้นในถุงกาแฟใบนี้ที่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับกาแฟที่ดี อยู่ในช่วงเหมาะสมในการทานมากที่สุด ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าคลัง จะนับวันว่าสต็อกมีกาแฟคั่ววันที่เท่าไหร่บ้าง”

ในขณะที่คุณป่านผู้ทำธุรกิจควบรวมกิจการมาก่อน ได้ประยุกต์ใช้หลักการวางแผนหาช่องทางการทำรายได้ใหม่ และวางโครงสร้างธุรกิจมาใช้กับธุรกิจกาแฟ

Pacamara : เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

คอเดียวกัน

คุณเด็บและคุณป่านบอกว่า อยากชวนทุกคนมาร่วมสร้างวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ Specialty ด้วยกัน อยากเป็นบริษัทที่จริงจังกับการเป็นคนรักกาแฟ และคนรักกาแฟอยากทำงานด้วย โดยตั้งใจเชื่อมต่อองค์ความรู้ของคนรักกาแฟ จากทั้งเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศ เกษตรกร จนถึงลูกค้า สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ช่วยเหลือกัน เป็นเพื่อนทำกาแฟด้วยกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

คุณเด็บบอกว่า “เราคือคนรักกาแฟ ลูกค้าก็เป็นคนรักกาแฟ เราคือผู้ขาย เขาคือผู้ซื้อ แค่มีสถานะที่ต่างกันแต่จริง ๆ เรามีรสนิยมที่เหมือนกัน ทั้งเราและลูกค้าต่างชอบดื่มกาแฟ อยากได้กาแฟที่แปลกใหม่”

เพราะเป็นแบรนด์ไทยที่เปิดร้านกาแฟ ทำให้มีเป้าหมายเหมือนกันกับผู้ประกอบการกาแฟ คือทำอย่างไรให้ส่งต่อคุณค่าของกาแฟได้มากขึ้น ขายได้มากขึ้น และขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้น

ในต่างประเทศตลาดกาแฟ Specialty เริ่มต้นมาก่อนไทย วันนี้ Peaberry Thai อยากทำกาแฟไทยเทียบเท่าต่างประเทศให้ได้ อยากสร้าง Coffee Culture ในไทยที่คนดื่มกาแฟบนรสชาติกาแฟ โดยเชื่อว่าเมื่อกาแฟดี อุปกรณ์ดี มีบุคลากรที่เข้าใจกาแฟอย่างถ่องแท้ ทั้งหมดนี้จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ และเมื่อตลาดกาแฟ Specialty เติบโตขึ้น แปลว่าผู้ประกอบการร้านกาแฟทุกคน รวมทั้ง Peaberry Thai ก็ยิ่งโตไปได้อีกแน่นอน

เรื่องราว Behind the Cup ของ Peaberry Thai ธุรกิจกาแฟ Specialty ครบวงจรที่คัดสรรอุปกรณ์กาแฟสุดพิเศษทุกชิ้นด้วยความหลงใหลใส่ใจ

Lessons Learned

  1. หลงใหลและลงลึกจนเชี่ยวชาญ รู้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำจากความชอบและลงมือทำจริงหน้างาน ทำให้คัดเลือกสินค้าและแนะนำลูกค้าได้อย่างช่ำชอง
  2. ไม่ปล่อยผ่านในทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกปัจจัยที่ควบคุมได้และไม่ได้ของธุรกิจ ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพอย่างมั่นคง
  3. นำเสนอความพิเศษให้ลูกค้า สินค้าที่พิเศษมาจากทุกกระบวนการที่พิเศษ  พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังให้ลูกค้ารับรู้ถึงความไม่ธรรมดานั้น

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load