16 พฤศจิกายน 2563
3 PAGES
10 K

“ผมไม่รู้” เป็นคำตอบของราชาเพลงฮิปฮอป EMINƎM เมื่อ Mister Cartoon หรือ Mark Machado ถามถึงรอยสักที่เขาฝันถึงหลังย่างเท้าเข้ามาในร้าน

กับร้านนี้ เขาคือช่างสักคนหนึ่ง แต่กับคนที่ตัดสินใจเข้ามาในร้านนี้ เขา-Mister Cartoon คือศิลปินผู้สร้างงานศิลปะที่จะติดตัวคนเหล่านั้นไปจนวันตาย

แม้วันนั้น ช่างสักคนนี้ไม่ได้เปิดหาเรเฟอเรนซ์ใดๆ เพื่อหาคำตอบให้ แต่วันนั้น EMINƎM ไม่ได้กลับบ้านตัวเปล่าไปพร้อมความผิดหวัง หากกลับได้คำตอบจากคำตอบของตัวเอง เมื่อ Mister Cartoon ให้เขานั่งนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเพื่อทบทวนว่าอะไรในชีวิตที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป 

ภาพ : pinterest.com

ถ้อยคำจากปากของหนึ่งในศิลปินนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล จึงตอบคำถามช่างสักที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลกบนร่างกายเขาเอง บนแขนซ้ายเป็นรูปของ Ronnie Pilkington ลุงของ EMINƎM คนคนแรกที่พาเขาไปรู้จักโลกของฮิปฮอป ก่อนที่วันหนึ่งชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้กับวงการ ผู้ปรากฏชื่อในเนื้อเพลงของเขาหลายครั้งหลายหน กับแขนขวา เป็นรูปพอร์เทรตของ Hailie Jade ลูกสาวที่เป็นแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนให้เขามุ่งคว้าความสำเร็จในชีวิต    

ภาพ : pinterest.com

จึงไม่แปลกที่ชื่อ Kobe Bryant, Snoop Dogg, Beyonce, Travis Barker, Dr. Dre, 50 Cent, Justin Timberlake, YG, Method Man จะเด่นหราอยู่ในพอร์ตฟอลิโอเขา และมีคนไทยเพียง 10 คนเท่านั้นที่ได้สักกับเขา เพราะทุกฝีเข็มของชายคนนี้ไม่ใช่แค่การฝังน้ำหมึกลงบนผิว แต่เป็นการกลัดเหรียญตราเกียรติยศในเนื้อหนัง ที่ใครก็ตามที่สวมใส่งานศิลปะของเขาจะรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้อวดอาภรณ์ที่ประดับถาวรอยู่บนร่างกาย

เด็กสายศิลป์

ก่อนจะสยายปีกเป็น Mister Cartoon ผู้โด่งดัง เด็กชาย Mark Machado เกิดและโตในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปะปนของวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตัวตนของเขาจึงถูกหล่อในเบ้าหลอมอย่างเมืองแห่งนี้และครอบครัวเชื้อสายเม็กซิกัน-อเมริกัน เส้นทางการค้นหาคำตอบชีวิตของมาร์กจึงสั้นกว่าเด็กหลายคน เพราะเขาตอบตัวเองชัดเจนตั้งแต่อายุ 5 ขวบว่ารักการวาดรูป มีแพสชันที่แรงกล้าต่อกราฟฟิตี้และการพ่นสี Low Rider ซึ่งทำให้เมืองแห่งทูตสวรรค์นี้ได้ค้นพบ ‘พรสวรรค์’

“ผมตกหลุมรักกราฟฟิตี้ตั้งแต่เด็ก กราฟฟิตี้สอนให้รู้จักการวาดรูปบนกำแพงและการวัดสเกลงานของตัวเอง เมื่อก่อนผมเพนต์ทุกวันนะ และยังจำได้ดีตอนที่ขับรถแม่ไปจ้องมองกำแพงแต่ละที่ที่วาดกราฟฟิตี้ไว้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ Mission ทางศิลปะเลย” 

งานแรกของมาร์กในวัยหนุ่มจึงไม่ได้หล่นห่างจากงานอดิเรกนัก เขาเป็นศิลปินกราฟฟิตี้ ที่ไม่นานหลังจากนั้นก็ขยายตัวเองไปสู่งานจิตรกรรมฝาผนัง งานออกแบบปกอัลบั้มให้ Cypress Hill และ D12 ออกแบบปกนิตยสาร ทั้ง Vibe, Rolling Stone, Entertainment Weekly และอีกนับไม่ถ้วน จนกระทั่งถึงอาชีพล่าสุดที่ทำให้เขาโด่งดังและเป็นที่ยอมรับที่สุด คือช่างสัก 

“ผมเริ่มต้นสักตั้งแต่อายุยี่สิบห้า จากการไปสักและหลงรักวิธีการของมัน ไม่มีอะไรจะฮาร์ดคอร์ไปกว่าการจิ้มผิวหนังเพื่อเอาน้ำหมึกฝังลงไปแล้ว แล้วเลือด หมึก และกระบวนการแบบนี้ก็จะทิ้งรอยประทับบนบางสิ่งหรือบางคนตลอดไป” ชายวัย 50 ที่พื้นที่ทั้งสองแขนแทบไม่มีสีเนื้อเล่าถึงความหลงใหล ซึ่งเป็นจุดกำเนิดให้คนที่หลงรักศิลปะจากน้ำหมึกทั่วโลกติดตาม Mister Cartoon

วิชาสักจากกราฟฟิตี้

ไม่ได้เริ่มเรียนจากครูคนไหน หรือสถาบันไหน Mister Cartoon ว่า เขาได้วิชาสักมาจากกราฟฟิตี้

ไม่ได้เจิมด้วยคนดังคนไหน แต่จาร Bro คนกันเองในคลับรถยนต์นี่แหละ

“ทักษะและเทคนิคทุกอย่างในงานสักของผมมาจากกราฟฟิตี้ การออกแบบป้าย (Sign Painting) และการพ่นสี (Airbrushing) ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากดนตรีฮิปฮอป ดนตรี Classic Soul Ballad ที่ผมชอบ แล้วก็การแต่งรถ ที่เขารัก

“ศิลปะของผมกระตุ้นความฟุ้งฝัน งานจิตรกรรมบนรถยนต์มักเกี่ยวกับผู้หญิงสวย อันธพาล กับเงินทอง ที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นเรื่องราวความรักสไตล์สตรีทของแอลเอ ส่วนงานสักผมจะทำผ่านสายตาของคนเม็กซิกัน-อเมริกัน พวกเรามองเห็นโลกในรอยหมึกบางเฉียบสีดำ เทา บนผิวหนัง

“ส่วนลูกค้าคนแรกของผมคือหนึ่งในเพื่อนจากคลับรถยนต์ ตอนนั้นเขามีเงินไม่มาก ผมก็มีประสบการณ์ไม่มาก มันเลยออกมาดีตามสภาพ”

เทคนิคพิเศษที่ขึ้นชื่อคู่ชื่อ Mister Cartoon คือ Fine Line เทคนิคซึ่งดั้งเดิมมาจากเรือนจำในแคลิฟอร์เนีย ที่นักโทษไม่มีโอกาสได้ใช้หมึกสี พวกเขาจึงใช้หมึกดำผสมน้ำเพื่อสร้างเงาและความเข้ม 

ด้วยสายตาของคนวงการน้ำหมึกบนผิวหนัง มองปราดเดียวอาจอ่านขาดว่างานใครเป็นงานใคร 

แต่ด้วยสายตาของคนวงการน้ำหมึกบนกระดาษ สารภาพว่าเราไม่อาจรู้ได้ว่างานชิ้นไหนคืองานของ Mister Cartoon

“คนจะรู้ได้ตรงความใส่ใจรายละเอียด เช่นวิธีที่ตัวตลกมองไปที่ผู้หญิงซึ่งผมพยายามทำให้มันแปลกใหม่ ถ้าคนเห็นปุ๊บจะรู้เลยว่านี่แหละงานของ Mister Cartoon” 

ช่างสักที่เก่งที่สุดในบ้าน

ช่างสักจากอีกซีกโลกเล่าให้เราฟังว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้เริ่มสัก ได้มีรอยสัก เราจะคอนเนกต์กับคนทุกคนที่มีรอยสัก ไม่ว่าเราและเขาจะมาจากที่ไหน ประเทศอะไร รอยสักและน้ำหมึกจะเกี่ยวโยงเราเข้าด้วยกัน เหมือนกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ 

นี่คือเสน่ห์ของรอยสักที่เราถามหาคำตอบจากเขา ที่คน…

บ้างก็เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งในช่างสักที่ควรค่าแก่การรอคอย

บ้างก็เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดช่างสักแห่งแอลเอ

“ภรรยาผมมองว่าผมเป็นช่างสักที่เก่งที่สุดในโลก แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับรสนิยม ผมไม่คิดว่ามันจะมีแค่สุดยอดศิลปินหนึ่งเดียวของโลกที่เก่งกว่าใครๆ เพราะคนทุกคนมีรสนิยมและวิธีการวาดแตกต่างกัน สิ่งที่ทำให้การสักน่าสนใจก็คือ ฝีมือ กับหลากหลายสไตล์ที่ต่างกัน ผมซาบซึ้งนะเมื่อคนเรียกผมว่าช่างสักที่เก่งที่สุดในโลก นั่นแปลว่าการทำงานหนักของผมมันได้ตอบแทนผมแล้ว”

การทำงานหนักของ Mister Cartoon ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ประเมินเป็นตัวเลขด้วยการฝึกซ้อมหลายพันชั่วโมง ตลอดเวลาที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเดียวจึงเป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้น แต่สตอรี่สไตล์เม็กซิกัน-อเมริกันของเขายังไม่เคยจางหายไปไหน 

ในซีกโลกตะวันตก การสักเป็นเรื่องสามัญ เท่ากับว่ามันธรรมดาจนคนในสายอาชีพนี้ก็ต้องมีมากเป็นธรรมดา การจะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในใจใครจึงไม่น่าใช่เรื่องง่าย เขาทำได้ยังไง-เราอดสงสัยไม่ได้

“มันสำคัญมากนะที่จะเป็นตัวของตัวเองและโฟกัสกับสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่เหลือก็ขึ้นกับการตัดสินใจและความเห็นของคนอื่น ผมจึงแค่โฟกัสกับรายละเอียดและคอนเนกต์ความรู้สึกของผู้คนผ่านงานศิลปะของผม 

“ผมพยายามที่จะไม่เหมือนใคร และสร้างงานศิลปะที่ซื่อสัตย์กับผม เพราะผมจะไม่มีวันทำในสิ่งที่ผมไม่รัก เหมือนตอนนี้ที่ผมกำลังจดจ่อกับแอนิเมชัน เพราะอยากทำให้คาแรกเตอร์ในรอยสักของผมมีชีวิต ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวและพูดได้” 

ถ้าจะให้นับตั้งแต่อายุ 25 วันที่เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพนี้ จนถึงวันที่เขาอายุ 50 ปี Mister Cartoon เลิกนับไปแล้วว่ามีคนกี่คนเดินทางมาให้เขาฝากรอยสักไว้บนร่างกาย และผ่านมา 25 ปี งานของเขาก็ไม่เพียงขังตัวเองอยู่บนผิวหนัง แต่เดินทางออกไปทั่วโลก อวดตัวทั้งในแกลเลอรี่ งานแสดงศิลปะ ที่ปารีส โตเกียว ลอนดอน ฝากตัวบนรองเท้าแบรนด์ดัง รถมอเตอร์ไซค์ สารพัดสิ่ง สารพัดแบรนด์ และล่าสุด เขาฝากลวดลายไว้บนขวดโซดาสิงห์ของไทยในโปรเจกต์ My faith will never fade ซ่าตัวจริงไม่มีวันจาง

“ผมรู้จักประเทศไทยครั้งแรกผ่านแท็ท เพื่อนคนไทยที่แนะนำให้ผมรู้จักวัฒนธรรมไทย ซึ่งตอนนั้นแหละผมก็ได้รู้จักสิงห์จากสนามมวยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมกับสิงห์ให้คุณค่ากับอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน ทั้งครอบครัว คอมมูนิตี้ ศิลปะ แพสชันทางกีฬา ทางดนตรี และเราสนใจ Car Culture เหมือนกัน จึงทำให้เกิดโปรเจกต์นี้ที่เราได้ร่วมงานกัน”

…ซึ่งก็สร้างให้เกิดอีกผลงานศิลปะของช่างสัก ที่พื้นผิวไม่เหมือนเดิม แต่ซ่าเหมือนเดิม

“แพ็กเกจจิ้งมีความเป็นศิลปะในตัวของมันเอง การทำกราฟฟิตี้ การพ่นสี การออกแบบบนคอมพิวเตอร์ หรือการสัก ทุกอันที่ว่ามาต่างกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าผมจะสวมหมวกศิลปินใบไหนเวลาทำงาน

“เมสเสจหลักของอาร์ตเวิร์กบนขวดโซดาสิงห์คือ Fluidity เพราะเรา ผมและสิงห์ อยากให้คนได้ลื่นไหลไปกับชีวิต ศิลปะ และดนตรี งานศิลปะชิ้นนี้จุด้วย Faith ที่ปรากฏอยู่ในรูปแบบของแพสชันในการทำงานและการเป็น Original ตามคติการทำงานของผมที่ว่า Show love, paint walls.”

งานศิลปะของเขาไม่มีกรอบและขอบเขตกั้น จากศิลปินกราฟฟิตี้ที่หลงรักรอยสัก มานำเทคนิคกราฟฟิตี้ไปใช้ในการสัก จนงานสักไปไกลกว่าบนผิวหนัง แต่ถือเป็นงานศิลปะที่คู่ควรแก่การจัดแสดงหรือสะสม เราจึงไม่แปลกใจเลยกับคำอธิบายลูกค้าของเขาที่ว่า “ทุกคนที่สะสมงานศิลปะคือลูกค้าของผม”

ภาพ : Estevan Oriol และ mistercartoon.com

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!