The Cloud x Designer of the Year

ป้ายรถเมล์ที่คุณคุ้นเคยบอกอะไรได้บ้าง

หากคุณอยู่ในกรุงเทพฯ ฟังก์ชันหลักของป้ายรถเมล์อาจไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่ารถเมล์ (อาจ) จะจอดตรงนี้ หรืออย่างมากก็บอกสายรถที่จะวิ่งผ่านด้วย เอ๊ะ ว่าแต่สายนี้ยังผ่านป้ายนี้อยู่รึเปล่านะ นี่อาจเป็นประสบการณ์ที่หลายคนเคยเจอเข้าสักครั้ง

กว่า 2 ปีที่ผ่านมานี้ มีกลุ่มคนชื่อว่า เมล์เดย์ (MAYDAY!) ที่เชื่อและพยายามผลักดันให้ขนส่งสาธารณะเป็นมิตรขึ้นต่อคนทุกคน ทำให้การใช้รถเมล์ในกรุงเป็นมิตรขึ้นไม่มากก็น้อย

เมล์เดย์หยิบเอาสกิลล์การสื่อสารผ่านการออกแบบกราฟิก บวกค้นคว้าหาข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน พ่วงด้วยการฟังเสียงความต้องการของคนหลายกลุ่ม ออกมาเป็นป้ายรถเมล์แบบใหม่ ที่แม้จะติดอยู่บนโครงเดิม เพิ่มเติมคือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เดินทางมากขึ้น ทั้งบอกสายรถเมล์ที่อัพเดต บอกจุดสำคัญที่รถสายนั้นๆ วิ่งผ่าน หรือป้ายบางแบบก็ช่วยบอกสายจากการระบุปลายทางที่ต้องการจะไปได้

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

แม้ป้ายรถเมล์คือผลงานหลักที่จับต้องได้ แต่เมล์เดย์ไม่ได้และไม่อยากเป็นแค่นักทำป้ายในตำนาน เมล์เดย์ยังทำข้อมูลในศาลารถเมล์ ชวนคนมาออกแบบศาลารถเมล์ ไปจนถึงการทำเพจเฟซบุ๊ก MAYDAY! ที่ให้ข้อมูลหรือเกร็ดความรู้เกี่ยวกับขนส่งสาธารณะ ผ่านการใช้กราฟิกที่สะดุดตา หยอดมุกล้อเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญ ยังเป็นประโยชน์ นอกจากนี้ เมล์เดย์ยังจัดกระบวนการมีส่วนร่วมในประเด็นขนส่งสาธารณะมานับครั้งไม่ถ้วน เพื่อให้คนมาร่วมระบุปัญหาและลองคิดหาทางออกด้วยการออกแบบ

ทุกความพยายามที่ทำไปก็เพราะอยากเห็นขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกของทุกคนได้ในสักวันหนึ่ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกแบบคือหนึ่งในสกิลล์สุดจำเป็นของเมล์เดย์ และในวาระที่เมล์เดย์ได้รับรางวัล Designer of the Year สาขา Social, Environment and Culture Contribution แวน-วริทธิ์ธร สุขสบาย และ วิช-กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ สองนักออกแบบประจำเมล์เดย์ จึงมาแอบบอกกระบวนการทำงาน บทบาทของนักออกแบบ และความฝันของพวกเขาที่มีต่อเมืองแก่เรา

แวน-วริทธิ์ธร สุขสบาย และ วิช-กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ สองนักออกแบบประจำเมล์เดย์

ขนส่งสาธารณะ เพื่อสาธารณะ โดยสาธารณะ

ทั้งแวน วิช และคนอื่นๆ ในทีม ต่างปันใจให้ประเด็นขนส่งสาธารณะเป็นการส่วนตัว พอจะทำงานออกแบบเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะแต่ละที พวกเขาจะกางตำราและหยิบประสบการณ์ตัวเองมาทำเลยก็คงจะใช้การได้และไม่ผิดอะไร แต่กับทุกงาน พวกเขาเลือกที่จะคุยและถามความเห็นคนก่อนที่จะลงมือทำ

“เราอยากรู้ว่าปัญหาขนส่งมวลชนมีอะไรบ้าง ในทีมเราสี่ห้าคนก็ตอบได้หมดแหละ แต่มันจะใช่ปัญหาของทุกคนจริงรึเปล่า” แวนเล่าให้ฟังว่า จากความสงสัยนี้จึงขยายกลายเป็นการจัดเวิร์กช็อปที่เริ่มจากการเก็บรวบรวมปัญหาของขนส่งสาธารณะแต่ละประเภท จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและความเป็นไปได้ในการแก้ไขแต่ละจุด

นับแต่นั้นมากระบวนการมีส่วนร่วมและความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กลายมาเป็นส่วนผสมหลักของงานเมล์เดย์ทุกชิ้น โดยงานออกแบบของเมล์เดย์คือการผสมทุกอย่าง 

เช่นเดียวกับการออกแบบป้ายแต่ละครั้ง พวกเขาเลือกที่จะชวนคนมาเสนอความเห็น แจกจ่ายอุปกรณ์ง่ายๆ ให้ลองออกแบบ ลองวางจับปรับขยาย เพื่อให้ป้ายนั้นตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ก่อนที่เมล์เดย์จะผลิตชิ้นงานจริง

แวน-วริทธิ์ธร สุขสบาย และ วิช-กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ สองนักออกแบบประจำเมล์เดย์

“พออยากรู้ว่าป้ายจะตอบโจทย์คนได้ยังไง เราก็ชวนคนมาบอกว่าอะไรจะดีต่อเขา แล้วก็เอานักออกแบบที่รู้ทฤษฎีว่าจะทำยังไงให้สิ่งที่มันดีกับคนใช้ สวยและเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมที่ตั้งอยู่ เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคนใช้งานก็เหมือนลูกค้า บางคนขอให้ตัวอักษรใหญ่อีกๆ ส่วนดีไซเนอร์ก็อาจจะอยากให้มันมินิมอลที่สุด เรียบที่สุด สุดท้ายมันก็ต้องประนีประนอมกันให้แฮปปี้ที่สุดทุกฝ่าย” แวนเล่าถึงกระบวนการออกแบบแต่ละครั้ง

แน่นอนว่ามากคนก็ย่อมมากความ การเอาความคิดของทุกคนมารวมกันให้กลายเป็นชิ้นงานหนึ่งชิ้นไม่น่าใช่เรื่องง่าย

“เราไม่ได้เอารูปแบบงานจากเวิร์กช็อปมาใช้เป๊ะๆ แต่เราเก็บการใช้งานบางอย่าง เก็บรายละเอียด มาจัดกลุ่มดูว่าเขาอยากได้แบบนี้เพราะอะไร แล้วสุดท้ายก็ลองเอามาวางรวมกันและเช็กว่ามันยังเล่าสิ่งที่ผู้เข้าร่วมอยากได้รึเปล่า โดยทุกอย่างต้องมีเหตุมีผลรองรับ” วิชขยายความ

การออกแบบโดยยึดผู้ใช้งานเป็นสำคัญเคยทำให้เมล์เดย์และที่ปรึกษาด้านการออกแบบต้องอึ้งมาแล้ว

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

ย้อนกลับไปช่วงกลางปี 2561 หนึ่งในงานใหญ่ งานร้อน งานด่วน ของเมล์เดย์คือการช่วยแปลงโฉมป้ายย่านแผ่นยักษ์ ป้ายที่เคยเดือดในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องข้อมูลมากไปไม่อ่าน ตัวหนังสือเล็กไป ไม่เห็น หรือป้ายต่ำไป ก้มไม่ไหว

เมล์เดย์ไม่รอช้าวิ่งไปปรึกษา วีร์ วีรพร และ เตชิต จิโรภาสโกศล สองนักออกแบบที่ปรึกษา 

จากน้ันทีมออกแบบก็เตรียมยึดแผนที่เป็นหลัก และตั้งใจพัฒนาแผนที่ให้ครบใจความและงามที่สุด

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย
MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

“ตัดภาพมาในเวิร์กช็อป สิ่งที่คนอยากรู้คือ จะไปถึงที่ที่หนึ่งได้ยังไง ต้องขึ้นสายไหน มาดูแผนที่แค่ใช้ประกอบจุดที่จะขึ้นรถทีหลัง” แวนเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ผู้เข้าร่วมต้องการพลิกจากสิ่งที่คิดไว้ ยังไม่รวมเรื่องสีที่ตอนแรกทีมออกแบบตั้งใจใช้สีเข้มๆ ดูเท่ๆ แต่ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทดลองนำสีนั้นไปวางในที่มืด สุดท้ายพบว่าพื้นหลังสีขาวรอด นักออกแบบจึงต้องปรับตามข้อสรุปที่ได้จากเวิร์กช็อป

“แก่นการทำงานของเราคือการให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centric) แล้วเอาการออกแบบมาจับให้ชีวิตดีขึ้น” แวนบอกว่า การออกแบบของเมล์เดย์หมายถึงการผสมทุกอย่าง ทั้งความต้องการของผู้ใช้งาน ข้อมูลมหาศาล และความสวยงาม ให้ลงตัวที่สุด

งานที่ไม่มีวันจบ

สิ่งที่เมล์เดย์ทำอยู่เสมอกับทุกชิ้นงานออกแบบ คือการเก็บเสียงตอบรับ ทั้งจากผู้ใช้งานจริงและจากแบบทดสอบความเข้าใจออนไลน์ นี่จึงเป็นเหตุผลให้งานของเมล์เดย์แต่ละตัวมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ เช่น จากอักษรมีหัว เป็นอักษรไม่มีหัว เพิ่มสี เพิ่มจุด เป็นต้น

“อย่างป้ายเซ็ตแรกที่เราทำ หนึ่งร้อยยี่สิบป้าย ตอนแรกก็ทำเป็นเท็มเพลตเดียว แต่ละจุดก็ใส่ข้อมูลที่มีลงไป ซึ่งบางอันก็มีที่ว่างเยอะ เราเริ่มเห็นแล้วว่ามันล่อตาล่อใจ เห็นแล้วว่าถ้ามีที่ว่างคนจะเขียนกราฟฟิตี้ลงไป เฟสถัดมาเราก็เลยออกแบบเท็มเพลตให้มีหลายเวอร์ชันมากขึ้น หรือบอกข้อมูลมากขึ้นด้วย เช่นป้ายไหนมีสายน้อย ป้ายนั้นอาจจะบอกจุดจอดเยอะหน่อย” แวนเล่าย้อนไปให้ฟังแบบขำๆ ว่า ตอนนี้ต่อให้ใช้ที่เต็มป้ายก็อาจจะถูกขีดเขียนอยู่ดี ซึ่งก็เป็นโจทย์ใหม่ให้คิด

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

“หรืออย่างบางครั้ง เราก็เก็บฟีดแบ็กจากการสังเกตคนที่ป้ายรถเมล์ เวลาเจอคนมองป้ายดูหลงๆ งงๆ เราก็เข้าไปถามเขาว่า หาอะไรอยู่ครับ แล้วก็ค่อยๆ ตะล่อมหาวิธีถามว่าทำไมเขาถึงหาสิ่งที่เขาอยากหาไม่เจอ แล้วเราก็เก็บมาปรับปรุง” แวนเล่าต่อ

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

ไม่เพียงแค่เรื่องนี้ อีกหนึ่งเหตุผลที่งานเมล์เดย์ยังไม่จบลงง่ายๆ คือย้อนกลับไปตั้งแต่เวิร์กช็อปครั้งแรกที่ชวนคนมานั่งถกนั่งลิสต์ปัญหาขนส่งมวลชนแต่ละประเภท ยังมีอีกหลายอย่างที่เมล์เดย์โน้ตเก็บไว้และหาจังหวะลงมือทำ

หรือแม้แต่ความต้องการของผู้ใช้รถเมล์ เรื่องการให้ข้อมูลบางอย่างที่เมล์เดย์อาจจะยังตอบโจทย์ได้ไม่ครบ พวกเขายืนยันว่ายังคงครุ่นคิดกับมันอยู่

ออกแบบเพื่อสังคม

ทั้งวิชและแวนต่างก็ข้องเกี่ยวอยู่กับการออกแบบทั้งคู่

แต่เกือบ 3 ปีที่ผ่านมาของทั้งแวนและวิช เมล์เดย์พาเขาออกมาจากภาพแรกที่มีต่อการออกแบบไม่น้อย

“ตอนแรกๆ ที่มาทำเมล์เดย์เราแค่อยากออกแบบให้สวยขึ้น แต่พอมาทำจริงๆ แล้วเราได้เข้าใจผู้ใช้งานที่ต่างกันในหลายระดับ การออกแบบของเราเลยเปลี่ยนเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงคนที่หลากหลาย ออกแบบยังไงให้ตอบโจทย์คนที่ต้องการข้อมูลในระดับที่ต่างกัน” วิชเล่า

สำหรับแวน การทำงานอย่างมีส่วนร่วมเปิดโลกเขาให้ไปเจอแขนงของการออกแบบที่กว้างขวางกว่าเดิม

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

“งานกราฟิกดีไซน์ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบที่ได้รับบรีฟมา ทำไม่ดีก็แก้ไป พอมาอยู่ที่นี่ มาทำงานเมือง มันต้องออกแบบกระบวนการเพื่อให้ได้คำตอบที่แท้จริงของเขา ว่าเขาอยากได้อะไร ต้องออกแบบกระบวนการการคุยงานระหว่างชุมชน ระหว่างผู้ใช้ ระหว่างหน่วยงานรัฐ ทำให้เราเห็นว่าการออกแบบเป็นมากกว่านั้น

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

“การออกแบบไม่ใช่การออกแบบแค่กราฟิก มันหมายถึงการออกแบบประสบการณ์ ออกแบบกระบวนการด้วย หรืออย่างการออกแบบตารางเวลาเดินรถ ออกแบบการเดินทาง ออกแบบว่าชีวิตคนกรุงหนึ่งวันไม่ควรใช้เวลาบนถนนเกินกี่ชั่วโมง ไม่ควรใช้เงินกี่บาท ทุกอย่างคือการออกแบบหมดเลย ส่วนการออกแบบกราฟิกมันก็คือส่วนเล็กๆ ที่ทำให้มันสุนทรีย์ขึ้น” แวนอธิบาย

เครื่องมือการออกแบบหลากหลายทั้งหมดที่ว่ามา คือสิ่งที่แวนอยากใช้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ของเมล์เดย์ ที่ว่าด้วยการ “อยากให้ขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกของทุกคน”

เริ่มที่ป้ายรถเมล์ แต่จะไม่จบที่ป้ายรถเมล์

สโลแกนในการทำงานของเมล์เดย์ คือ Small Change, Big Move

“ขนส่งสาธารณะมีปัญหาเยอะมาก เมล์เดย์เลือกแก้สิ่งเล็กๆ ก่อน แต่มันสร้างอิมแพ็ค บางคนบอกว่าป้ายรถเมล์เป็นอะไรที่ปลายทางมาก ซึ่งก็อาจจะจริง แต่ทำแล้วมันก็เกิดผล Small ที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าโปรเจกต์มันเล็กเสมอไป แต่คือการไม่ทิ้งเวลาไปเฉยๆ แล้วรอการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ทีเดียว เพราะถ้าอะไรที่เราทำได้ แล้วก็ทำได้ดี ก็ทำไปก่อนไหม” วิชเล่า

MAYDAY! กลุ่มคนผู้ลุกขึ้นมาใช้การออกแบบและใจแก้ปัญหาขนส่งมวลชนเมืองไทย

“มีคนบอกว่า ทำไมไม่รอทำป้ายดิจิทัลเลย เราก็รอนะ ไม่ใช่ไม่รอ แต่ถ้ารออย่างเดียว เราจะปล่อยให้คนหลงทางไปทุกวันไม่ได้ เราเชื่อว่าที่ทำมันก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย มันอาจจะไม่ใช่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็อาจจะเป็น Big Move ได้”

มาถึงวันนี้ สโคปความสนใจของสองนักออกแบบเมล์เดย์ขยายกว้างขึ้นไปเรื่อยๆ

“ทุกการออกแบบของเรา เรามองภาพกว้างขึ้น แล้วก็มองละเอียดขึ้น เราดูทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเดินทางจากต้นทางไปถึงปลายทาง ว่ามีตรงไหนที่จะหยิบจับทำอะไรได้บ้าง หรือการทำป้าย บางครั้งเราก็รู้สึกฝืนใจมาก เพราะทางเท้ามันแคบ แต่มันต้องทำแบบนั้น เพราะถูกกำหนดมา ถ้ามีโอกาส เราก็อยากทำประเด็นอื่นๆ อยากทำฟุตปาทให้ดีขึ้นด้วย หรืออยากออกแบบข้อมูลให้ถูกบริบทการใช้งานบริเวณนั้นๆ มากขึ้น มากกว่าที่จะทำแบบเดียวกันหมดแล้วจบไปเลย และอีกมุมหนึ่ง พอมาอยู่ตรงนี้แล้วกลายเป็นว่าใช้ชีวิตในเมืองนี้ลำบากขึ้นหน่อยๆ จากเดิมที่เราใช้ชีวิตปกติ ตอนนี้เราก็ชอบคิดว่าถ้าทำอันนี้ให้ดีกว่านี้นะ” วิชเล่า

แวน-วริทธิ์ธร สุขสบาย และ วิช-กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ สองนักออกแบบประจำเมล์เดย์

“เรายังอินขนส่งมวลชนเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอมาทำตรงนี้ เรานึกถึงเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งขนส่งมวลชนมีบทบาทสำคัญมาก แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด คนหนึ่งคนควรใช้เวลากับการเดินทางให้น้อยที่สุดด้วยซ้ำ แล้วอีกสิบ ยี่สิบกว่าชั่วโมงที่เหลือล่ะ อะไรคือส่วนประกอบที่ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นบ้าง เราเลยมองเห็นภาพกว้างขึ้น สนใจมันมากขึ้น เราเห็นถนน เห็นท่อ เห็นสายไฟ แล้วมันเป็นปัญหาหมด มันคิดถึงคนอื่นมากขึ้น บางทีเห็นทางเท้ากว้างแล้ว แต่มันก็มีหลุม มีบ่อ ไม่สว่าง มีกลิ่น เราเห็นบาดแผลเต็มไปหมด แต่ทุกบาดแผลมันก็คือโอกาสด้วยนะ โอกาสที่จะแก้มัน” แวนทิ้งท้าย

ป้ายรถเมล์ที่คุณคุ้นเคยบอกอะไรได้บ้าง

วันนี้ ถ้าสังเกตดูดีๆ คุณอาจจะเริ่มเห็นรายละเอียดที่มากขึ้นบนป้ายรถเมล์

ด้วยพลังในการสร้างสรรค์และผลักดันของกลุ่ม MAYDAY! ทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่า วันที่ขนส่งมวลชนจะเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งของเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ อาจจะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

แวน-วริทธิ์ธร สุขสบาย และ วิช-กรวิชญ์ ขวัญอารีย์ สองนักออกแบบประจำเมล์เดย์

Writer

ภัทรมน สุขประเสริฐ

เคยทำงานข่าว ยังขีดเขียนบ้างบางคราว ชอบสำรวจบ้านเมืองสังเกตผู้คน กินง่ายมาก อยากเล่นบอร์ดเกมทุกอาทิตย์

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Designer of the Year

วิธีคิดเฉียบคมเบื้องหลังงานเด็ดของนักออกแบบแห่งปี

The Cloud X  Designer of the Year

สุรชัย พุฒิกุลางกูร เป็นคนไทยอีกคนที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เขาเป็น illustrator หรือผู้สร้างภาพประกอบงานโฆษณา ผู้เป็นอันดับหนึ่งของโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร ARCHIVE 4 ปีติด

ถ้ามองในแง่การประกวด การได้รางวัลระดับ Gold เปรียบคล้ายๆ การสอบได้เกรด A ส่วนรางวัลกรังด์ปรีซ์คือการได้คะแนนท็อปในวิชานั้นๆ เขากวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์ในเวทีใหญ่ของโลกมาแล้วเกือบครบ ขาดไปแค่เวทีเดียว เพราะเขาทำงานให้กับเอเจนซี่จากทุกทวีปทั่วโลก บนโลกใบนี้ไม่น่ามีใครได้รางวัลกรังด์ปรีซ์มากเท่านี้อีกแล้ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

คำว่า illustrator ในวงการโฆษณาส่วนใหญ่หมายถึง นักวาดภาพ หรือนักรีทัช แต่สุรชัยเป็น illustrator ในความหมายล่าสุด คือผู้สร้างภาพทั้งหมดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ หรือ Computer-generated imagery (CGI) ซึ่งเป็นการทำลายทุกข้อจำกัดในการรีทัชภาพ เพราะเขาสามารถสร้างภาพอะไรขึ้นก็ได้ และมันเหมือนจริงเสียจนเราคิดว่า มันคือภาพถ่าย

ล่าสุด สุรชัยเป็นเจ้าของรางวัล Honor Awards 2017 สาขา Illustration Design จากงาน Designer of the Year นั่นทำให้เรานัดพบเขาในวันนี้ที่สำนักงานของเขาซึ่งอยู่บนชั้นเพนต์เฮาส์ของตึกสูงกลางเมือง

ออฟฟิศที่น่าจะมีถ้วยรางวัลกรังด์ปรีซ์มากที่สุดในโลก

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

สุรชัยเรียนจบจากสาขาจิตรกรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาชอบและถนัดการวาดภาพแบบ Superrealistic หรือภาพที่เหมือนจริงจนดูไม่รู้ว่าเป็นภาพวาด เขาทำสิ่งนี้ได้ดีมาก แต่เขาไม่อยากเป็นศิลปิน

“ผมถามตัวเองตอนเรียนว่า เราชอบวาดรูป แต่ถ้าไม่อยากเป็นศิลปิน เราจะมีชีวิตอยู่ยังไง เราก็ต้องไปหาร่างทรงซึ่งมีสิ่งที่เราต้องการครบ ก็คืองานโฆษณา ผมชอบความคิดสร้างสรรค์ ชอบการแข่งขัน การทำงานในวงการโฆษณาทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ด้วยความกดดันจากลูกค้า ผมว่ามันสนุกกว่าการกดดันจากตัวเอง ผมอาจจะไม่ใช่ศิลปิน คุณจะเรียกผมว่าอะไรผมไม่สน แต่ผมมีความสุข ผมรักในสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ แค่นี้ก็พอแล้ว” สุรชัยย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการโฆษณา

งานโฆษณาของเขาอาจไม่ได้รับการยอมรับเท่างานไฟน์อาร์ต แต่ก็มีบางสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

“คนส่วนใหญ่มักมองงานต่างๆ ว่ามีลำดับชั้น ผมเชื่อว่าทุกพีระมิดมียอดของมัน ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องไปอยู่บนยอดพีระมิดของคุณให้ได้ ถึงแม้ว่าพีระมิดของผมอาจจะเล็กกว่าคนอื่น ต่ำชั้นกว่าคนอื่น ผมก็ไม่สนใจ” ชายผู้ยืนอยู่บนยอดพีระมิดกล่าว

บางคนอาจคิดว่าเขาโชคดีที่วางมือจากการสร้างภาพแบบ Superrealistic ด้วยพู่กัน มาใช้เมาส์ก่อนคนอื่น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่โชค

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมสนใจวิวัฒนาการของเครื่องมือที่ศิลปินใช้ มันเริ่มจากฝุ่น สีน้ำมัน สีอะคริลิก พู่กันลม จนมาถึงเครื่องมือใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องมือเปลี่ยน เราก็ต้องตามโลกให้ทัน ผมยังสนใจสิ่งเดิมนะ คือ Superrealistic เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือเท่านั้นเอง ถ้าใช้เครื่องมือถูกต้อง ย่อมทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” สุรชัยเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาหัดใช้คอมพิวเตอร์เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนเรียนที่ญี่ปุ่น

สุรชัยเปิดบริษัท Illusion เมื่อปี 2001 ด้วยความตั้งใจจะทำงาน CGI แต่ช่วงแรกต้องเริ่มจากงานรีทัชก่อน กว่าทุกอย่างจะเป็นใจให้เขาได้ทำงาน CGI เต็มตัวก็ปี 2011 กับงาน Heaven and Hell ของกระเป๋า Samsonite ถือเป็นการแจ้งเกิดการเป็นคนทำ CGI ได้งดงาม เพราะเป็นงานนี้ได้รับรางวัลมากที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์โฆษณาโลก

“งานโฆษณาเป็นงานประกวดไอเดีย ภาพที่ใช้เล่าไอเดียมักเป็นภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าเราทำภาพที่ไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อนให้เหมือนจริงได้ งานจะมีพลังมาก” ผู้ก่อตั้งบริษัท Illusion เล่าความพิเศษของงาน CGI สำหรับโฆษณา

“ถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณวาดภาพสิ่งที่อยู่ในหัวคุณออกมา แต่งานของผมคือการวาดภาพที่อยู่ในหัวของครีเอทีฟ คนที่มาจ้างเราเขามีภาพอยู่ในหัวของเขาอยู่แล้ว เราต้องมองเข้าไปในหัวเขาว่า ภาพนั้นคืออะไร แล้วทำออกมาให้ตรง เหมือนซื้อหวย แต่ต้องถูกทุกงวด” สุรชัยหัวเราะเสียงดัง

“แล้วก็ต้องทำให้เกินกว่าสิ่งที่เขาคาดหวัง นี่คือความสนุกของงานของผม”

เขาเล่าต่อว่า งานสร้างภาพของเขาไม่ใช่แค่ทำให้เหมือน แต่ต้องออกแบบทุกอย่าง ต้องลดทอนความเหมือนจริงบางอย่างลง ต้องเพิ่มความเหมือนจริงบางอย่างขึ้น เพื่อทำให้ไอเดียโดดเด่น และยังมีความงาม

จุดเด่นข้อหนึ่งที่ครีเอทีฟชั้นยอดของโลกชื่นชมงานของสุรชัยมากก็คือ งานของเขาละเอียดมาก อย่างที่ไม่มีใครเขาทำขนาดนี้

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

“ผมเรียกว่า ทฤษฎีความสุขระดับตารางนิ้ว เป็นการทำงานในระดับ super close-up ที่ซูมเข้าไป 4 เท่า ก็ยังเห็นรายละเอียด ผมเชื่อว่าถ้าซูมเข้าไปขนาดนั้นแล้วยังเหมือนจริง เวลาที่เราถอยออกมามองมันก็จะยิ่งเหมือนจริง ถ้าอยากให้งานมีพลัง ก็ต้องใส่ความสุขในการทำงานลงไป สิ่งที่คนเห็นจะไม่ใช่แค่ความเหมือนจริง แต่เป็นความตะลึงในรายละเอียด” สุรชัยเว้นจังหวะลับมีดโกน

“สิ่งที่เราใส่ลงไปในงานไม่ใช่รายละเอียด แต่มันคือความรักในสิ่งที่ทำ นี่แหละ คุณค่าของงานออกแบบ”

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนตลอดเวลา ผู้ชายวัย 50 คนนี้ต้องตามเทคโนโลยีตลอดเวลาเช่นนั้น

“มันเป็นลักษณะเฉพาะของผมอยู่แล้ว ผมชอบการแข่งขัน ชอบการค้นคว้า คนอาจจะมองว่าคนอายุห้าสิบกว่าคงเรียนรู้อะไรใหม่ยาก แต่ผมไม่ได้มองว่ายาก ผมแค่เรียนรู้เครื่องมือใหม่เท่านั้นเอง เรื่องที่ผมทำเป็นเรื่องเดิม ถ้าเราสนุกกับมัน มันจะไม่ยากเลย”

สิ่งที่สุรชัยกำลังสนุกในตอนนี้ไม่ได้มีแค่การทำภาพนิ่งให้เหมือนจริงเท่านั้น แต่เขากำลังสนใจการออกแบบโลกเสมือนจริง หรือ Virtual Reality (VR)

“สิ่งที่ผมสนใจคือ Superrealistic ผมเชื่อว่าศิลปินทุกยุคทุกสมัยพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนจริงมากๆ เพื่อทำให้คนเชื่อว่าเป็นของจริง เพียงแต่จะเกิดกับคอนเทนต์แบบไหนเท่านั้นเอง ต่อไป VR จะเป็นศูนย์รวมความรู้ด้านเหมือนจริงทั้งหมด จะทำให้คนเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เราไม่รู้ว่ามันคือความจริงหรือความฝัน สภาวะแบบนี้แหละที่ผมสนใจ”

สุรชัยยอมรับว่าเขาคงไม่ได้เริ่มทำงาน VR ในเร็วๆ นี้ แต่เขาจะไปถึงสิ่งนั้นแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก

Rules of Design

1. Study

เมื่อได้โจทย์มาเราต้องทำความเข้าใจโจทย์ ทำความเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดที่เราจะสร้าง เราต้องศึกษาทำความรู้จัก ทำความเข้าใจให้เยอะ

2. Beauty

ภาพประกอบงานโฆษณาต้องมีความงาม มันคือเสน่ห์ที่จะดึงดูดคน เราไม่ได้ทำสารคดี เราต้องใช้ความรู้ทางศิลปะมาทำให้ภาพงาม ไม่ใช่มีแต่ความถูกต้อง ถึงจะเป็น Superrealistic ก็มีความงามแบบของมัน

3. Idea

หน้าที่หลักของเราคือ ทำไอเดียหลักให้โดดเด่น เข้าใจได้ชัดเจน ภาพต้องไม่สวยเกินไอเดีย เราต้องรักษาสมดุลระหว่างความถูกต้อง ความงาม และไอเดีย

4. Masterpiece

งานชิ้นนั้นต้องมีชีวิตอยู่ยาวนาน ถึงพรินต์แอดจะมีอายุใช้งานอยู่แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่สำหรับผมมันต้องคงอยู่ เป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ ให้คนรุ่นต่อไปที่อยากทำงานแนวนี้ สิ่งที่จะต่อชีวิตมันได้ก็คือ เราต้องใส่ใจลงไปในงาน

My Favorite Works

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Heaven and Hell
สินค้า / บริการ: Samsonite
เอเจนซี่: JWT China
ปี: 2011

“ผมไม่ได้เลือกงานชิ้นนี้เพราะแค่ประสบความสำเร็จ แต่มันยังบอกว่าเราเป็น CGI 100 เปอร์เซนต์ ตอนแรกครีเอทีฟบรีฟว่าอยากให้ผู้ชายในรูปเป็นคนจริง แต่ผมบอกว่าถ้ามีคนผมไม่ทำ ผมจะทำ CGI ทั้งหมด นี่เป็นงานที่ผมมั่นใจว่าจะทำให้เห็นว่าเราสามารถมาทางนี้ได้”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Pig  and Lamb
สินค้า / บริการ: Sunlight
เอเจนซี่: Lowe Thailand
ปี: 2013

“งานชิ้นนี้ทำให้เรามั่นใจในทางที่เราเดินมากขึ้น การทำ CGI ยากที่สุดตรงการทำสิ่งมีชีวิต โจทย์นี้มันท้าทายเรา มันเป็นโอกาสที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นกว่าเดิม และพาเราไปไกลกว่าเดิม งานนี้ประสบความสำเร็จมากในแง่รางวัล”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Tiger / Shark / Rhino
สินค้า / บริการ: WWF
เอเจนซี่: Leo Burnett, Australia
ปี: 2014

“สิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือ กลัวว่าวันหนึ่งจะมีคนจ้างให้เราทำสิ่งที่เราทำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมพยายามศึกษาและพัฒนาทีมให้ทำได้มากกว่าสิ่งที่เราทำได้ พอเราทำสัตว์ได้ ก็มีคนจ้างให้เราทำภาพคน ครีเอทีฟจากออสเตรเลียบอกว่ามีไอเดียแบบนี้ ให้ผมทำคนเป็นเหมือนซอมบี้ก็ได้จะได้ง่ายหน่อย พอทำไปเร่ิมเหมือนคน เขาก็พยายามผลักเราให้งานไปไกลกว่านั้น นี่คือข้อดีของวงการโฆษณา ถ้าเราชอบแล้วแต่เขายังไม่ชอบ แปลว่าเขาเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น เราต้องเรียนรู้มากขึ้น งานนี้คือมาสเตอร์พีซในมุมของผม เพราะเราได้พัฒนาทักษะไปถึงจุดที่เราไม่เคยไปถึง แล้วก็เติมเต็มความคาดหวังของลูกค้าด้วย”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: UK / Germany / Holland / Italy / Scotland / Sweden
สินค้า / บริการ: 28 Too Many
เอเจนซี่: Ogilvy & Mather UK
ปี: 2015

“โอกิลวี่บรีฟว่า เขาต้องการให้เราทำงานระดับโกลด์คานส์ เขาคาดหวังงานขนาดนั้น เขาส่งเลย์เอาต์มาให้ดู เป็นภาพที่เขาถ่ายธงที่เย็บมาแล้วรีทัช เลย์เอาต์ใกล้เคียงกันกับตอนเสร็จแล้วมาก สิ่งที่ต่างไปคือ เขาไม่สามารถทำภาพให้ดูแล้วรู้สึกได้ พอโคลสอัพเข้าไปดูธง จะเห็นว่ารีทัชแล้วลายผ้าไม่ไปด้วยกัน รอยยับย่นก็ควบคุมไม่ได้ แต่พอเราปั้นขึ้นมาจะให้ย่นตรงไหนก็ได้ รอยขาด รอยเก่า คราบเลือด ใส่ในจุดที่ต้องการได้หมด โจทย์นี้ไม่ยากในแง่ทักษะ แต่ยากตรงการตีความว่า ทำยังไงถึงน่ากลัว แต่ไม่มากไป และมีความงามน่าดึงดูด”

สุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
งาน: Into HBO
สินค้า / บริการ: HBO
เอเจนซี่: Droga5, New York, USA
ปี: 2016

“งานนี้ไม่มีอะไรมาก แต่บอกถึงความสุขระดับตารางนิ้วได้ชัดเจนที่สุด โจทย์คือทำบิลบอร์ดที่มองไกลๆ เหมือนภาพซ่าๆ ในช่วงอินโทรของ HBO แต่ซูมเข้าไปดูจะเห็นรายละเอียดที่เป็นตัว White Walker จากเรื่อง Game of Thrones เราแบ่งภาพออกเป็น 49 ช่อง แล้วทำทีละช่อง แต่ละช่องแตกต่างกันหมด ตัวละครในภาพมีไม่กี่ตัว แต่เราก็ทำให้มันมีท่าและมุมที่ต่างกันเล็กน้อย ค่อยๆ วางใส่เข้าไป เป็นงานที่ละเอียดมาก”

Save

Save

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load