ใครเป็นแฟนคลับผ้าย้อมครามหรืองานคราฟต์ คงเคยได้ยินชื่อหรือลองใช้สินค้าแบรนด์ Mann Craft ของ แมน-ปราชญ์ นิยมค้า สมาชิกกลุ่มสกลเฮ็ด ผู้มีส่วนสำคัญในการปลุกปั้นผ้าครามแห่งเมืองสกลนครให้โด่งดัง และปักหมุดเมืองสกลเป็น Indigo City ของเมืองไทย

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

เทียวไปเทียวมาสกลนครหลายรอบ พบปะนักเล่นแร่แปรสีธรรมชาติคนนี้หลายหน สิ่งที่เราเห็นความต่างจากสารพัดแบรนด์ผ้าครามเต็มเมือง คือวิสัยทัศน์ของแมนที่ไปไกลกว่าการสร้างกำไรหลายขุม หลังจากรับบทพ่อค้ามาเกินสิบปี ศึกษาการย้อมสีและการทำงานคราฟต์อย่างลึกซึ้งและกว้างขวางจนตกผลึก จนแบรนด์ของเขาเป็นหนึ่งในแบรนด์ชื่อดังติดอันดับของจังหวัด แมนพบสิ่งใหม่ที่เติมเต็มจิตวิญญาณของเขา 

สิ่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าแค่การทำงานที่รักที่บ้าน การเก็บรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม หรือทำให้คนภายนอกได้รู้จักและรักสกลนคร 

แมนอยากแบ่งปันสิ่งที่เขาเรียนรู้ สิ่งที่เขาคิดฝันว่าควรจะมีในบ้านเกิดได้เสียที 

นั่นคือที่มาของ ‘สวนแมน’ หรือ ‘Man Gardens’ Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน 

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร
สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

1. ตกผลึกเป็นสวน

ขับรถออกนอกตัวเมือง ผ่านเรือกสวนมาสัก 15 นาทีจนใกล้วัดอัมพวัน อดีตสวนผลไม้เก่าร่มรื่นขนาด 9 ไร่ 3 งาน แปลงโฉมเป็นศูนย์การเรียนรู้จัดกิจกรรมที่เต็มไปด้วยผลหมากรากไม้สารพัด ทั้งที่มีอยู่เดิมและปลูกเพิ่มใหม่เป็นพืชที่ให้แต่ละเฉดสีสเปกตรัม แมนซื้อสวนผลไม้นี้เพราะชอบต้นไม้หลากหลายครบครัน เขาบอกอย่างภาคภูมิว่า ไม่ว่าจะต้องการสีอะไร เขามีวัตถุดิบทั้งหมดครบเรียบร้อยแล้ว

“แต่ก่อนผมมีโรงย้อมส่วนตัว มีสวนที่ปลูกวัตถุดิบอยู่แล้ว ไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะอย่างนี้ แต่พอครบปีที่ 10 ของแมนคราฟต์ เราก็เริ่มตกผลึกอะไรหลาย ๆ อย่าง ธุรกิจเราไม่ได้หวือหวา แต่เราแฮปปี้แล้วว่ามันพอเลี้ยงตัวได้ ถ้าเราเปิดพื้นที่เป็นที่ทำกิจกรรมเรียนรู้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์แบรนด์ เราว่าสิ่งที่ทำมีความยากง่ายสนุกแค่ไหน พอลูกค้ามา เราไม่ต้องอธิบายไงฮะ เขาก็จะได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ที่ทำเอง” 

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

การเป็นนักออกแบบควบคู่เจ้าของแบรนด์คราฟต์ ทำให้แมนได้เดินทางเป็นวิทยากรสอนในหลายจังหวัด จนตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมเขาถึงไม่เปิดบ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งคนในพื้นที่และคนภายนอกจะได้มาเรียนรู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ครอบครัวโดยเฉพาะเด็ก ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง จะได้มีตัวเลือกเที่ยวเล่นใกล้ชิดธรรมชาติ นอกจากไปห้างสรรพสินค้า 

นอกจากนี้แมนยังได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปยุโรป เช่น การไปดูงานที่อังกฤษกับบริติชเคาน์ซิล หรือไปงานเทศกาล MIDA (Mostra Internazionale dell’Artigianato di Firenze) Florence International Crafts Fair ที่อิตาลี 

“ช่วงระยะหลัง 5 ปีที่ผ่านมา ผมโชคดีมีโอกาสไปเป็นวิทยากรต่างประเทศบ่อย ไปแล้วก็หาทางไปสวน Botanical Garden บ้าง ไปพิพิธภัณฑ์บ้าง แล้วก็เห็นว่าลักษณะบรรยากาศ ทั้งพิพิธภัณฑ์ ทั้งสวน คนออกมาเที่ยวเดินดู ปูเสื่อนั่งกินอะไรต่าง ๆ เป็นชีวิตที่ดี คนต่างประเทศเขาชอบไปใช้เวลาเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดที่สวนสาธารณะ หรือว่าสวนพฤกษาศาสตร์ ไปนั่งพักผ่อนใจ ไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติ เราก็คิดว่าบ้านเรามีธรรมชาติเยอะ แต่คนกลับไม่ได้ใช้พื้นที่ใน Public Space ผมคิดว่าบ้านเราก็น่าจะทำได้ สิ่งที่เราทำอยู่มันดึงคนให้มาใกล้ชิดธรรมชาติ แล้วก็ใกล้ชิดกับงานหัตถกรรมได้ 

“อย่างงานเทศกาลคราฟต์ที่ฟลอเรนซ์ ทั้ง Gucci ทั้ง Ferragamo ก็มาจัดงานในย่านเมืองเก่า เราดูแล้วก็เปิดหูเปิดตาได้แนวคิด จากที่เคยเห็นแต่งานกาชาด งานเมืองทองฯ เราเห็นเลยว่าเขาจัดงานให้คนเมืองมีส่วนร่วม เอาร้านเล็ก ๆ เอาคนที่มีศักยภาพมาจัดเวิร์กชอปร่วมกัน มีอาหาร มีคลิป มีนิทาน มีหุ่นกระบอก ทุกอย่างเชื่อมโยงกันไปหมด เที่ยงคืนแล้วฝรั่งที่ฟลอเรนซ์ยังไม่นอน ยังนั่งกินข้าวกันอยู่เลย ผมก็รู้สึกว่า เออ แปลกดี อยากให้บ้านเมืองเรามีลักษณะเดียวกันบ้าง เมืองเล็กมันจัดการกันได้ง่าย คนเล็ก ๆ รวมกัน เชื่อมโยงกันได้ง่าย”

“สกลช่วงหน้าหนาวก็อากาศดี อย่างน้อยก็ได้สัก 5 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม-กุมภาพันธ์ นอกนั้นร้อนก็ไม่เป็นไร ค่อยหากิจกรรมอย่างอื่น เราก็จัดโซนต่าง ๆ ไว้ให้คนมาใช้ชีวิต มาเรียนรู้กันตลอดทั้งปี”

สวนแมนเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งอิสระและหมู่คณะ อย่างกลุ่มนักเรียนนักศึกษา กรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยว ไปจนถึงกลุ่มชาวต่างชาติอย่าง WCC (World Crafts Council) ที่มาศึกษาดูงานในเมืองไทย โดยทั้งหมดติดต่อนัดหมายไว้ก่อนเดินทางทั้งสิ้น เพื่อการจัดกิจกรรมที่สนุกสนานคล่องตัว

2. ในสวนศรี 

อาคารหลักของที่นี่คือศาลารับแขกทรงสิมอีสานที่ใช้ย้อมผ้าครามและ Eco Print เป็นหลักในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือทำกิจกรรมเวิร์กชอปอื่น ๆ ซึ่งต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาเตรียมวัตถุดิบจากธรรมชาติให้พร้อมและเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการย้อมเสื้อ ผ้าพันคอทอมือ หรือผ้าเช็ดหน้าทอมือ แมนเล่าว่าเขารับนักท่องเที่ยวมาทำกิจกรรมย้อมครามพร้อม ๆ กันได้สูงสุดราว 30 คน เพราะหม้อครามที่เลี้ยงไว้ต้องใช้เวลาหมัก และให้สีได้จำกัดต่อหม้อ 

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร
สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร
สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

ส่วนพื้นที่ด้านข้างเป็นศาลาต้มย้อม คือพื้นที่ต้มเส้นฝ้ายแล้วย้อมสีสันโดยใช้ความร้อน นอกจากนี้ในช่วงหน้าหนาวหรือวันที่อากาศดี แมนก็จัดกิจกรรมกลางแจ้งตามสุมทุมพุ่มไม้ต่าง ๆ 

เดินลึกเข้ามาในสวนจะพบสระบัวแดง แมนตั้งใจทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับบัว เช่น ย้อมบัว โดยเอาใบ ก้าน และดอกมาย้อมสี ซึ่งจะได้เฉดต่างกันไปตามชนิดของบัว หรือทำอาหารที่เกี่ยวกับบัว 

บรรยากาศรอบสระสวยหวานน่าพายเรือเล่น และชวนให้นึกถึงภาพวาดอิมเพรสชันนิสม์ของ Monet เมื่อทักเจ้าตัว แมนยิ้มกว้างแล้วบอกว่าเขาชอบโมเนต์มาก จนปลูกต้นหลิวรอบสระไว้แล้ว แต่คงต้องรออีกหลายปีกว่าจะเติบใหญ่ให้รูปทรงแบบในจิตรกรรม เพิ่มความท้องถิ่นด้วยพุ่มพนมสวรรค์ที่เมื่อออกดอกจะแดงพรึ่บล้อมสระน้ำ 

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

“ผมชอบงานศิลปะ ชอบเพนต์ ตอนแรกไม่ได้คิดจะทำงานผ้าด้วยซ้ำ Mann Craft เริ่มจากทำของตกแต่งบ้านและงานศิลปะ พอมาจับงานผ้าเต็มตัว เราก็คิดว่างานของเรามันเป็นงานศิลปะที่นุ่งห่มได้ เป็น Wearable Art ไม่ได้คิดว่าผ้าใช้แค่ห่มหรือสวมใส่เพื่อความอบอุ่น แต่มันคือศิลปะชิ้นหนึ่ง เพราะเราตั้งใจทำให้เป็นอย่างงั้น 

“ผมก็เลยคิดต่อว่าสวนมันน่าจะสร้างแรงบันดาลใจบางอย่างให้แก่ศิลปิน ศิลปินบางท่านก็มีสวน สร้างสวนมาเพื่อใช้สร้างผลงาน เราอยู่กับสวน กับวัตถุดิบตลอด ได้เห็นการเติบโต เห็นแสงเห็นสี เห็นอะไรต่าง ๆ มันอาจจะทำให้เราพัฒนางานได้ ยิ่งเราชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในวงการหรือสาขาเดียวกันมา แล้วเขาชวนคนอื่นมาต่อ มันอาจจะเห็นอะไรบางอย่างที่แปลกออกไป เป็นการพัฒนางานหัตถกรรมหรือศิลปะที่เขาทำอยู่ได้”

ทุกวันนี้แมนขลุกตัวอยู่ที่สวนทุกวัน โดยวันจันทร์-ศุกร์ เน้นพัฒนา ศึกษาทดลองงานสำหรับแบรนด์ Mann Craft และวันเสาร์-อาทิตย์ ทุ่มเทกับการจัดกิจกรรมสำหรับคนอื่น ๆ 

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ
สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

“ผมสนใจเรื่องสีกับเส้นใยโดยเฉพาะ ไม่ใช่เฉพาะสีย้อมนะ ผมอยากให้คนมาที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบ จากอะไรก็ตามที่เราปลูกอยู่ ให้เขาเห็นว่าพืชชนิดนี้ไม่ได้แค่ย้อมผ้าได้ อาจจะนำมาทำอาหาร ทำเป็นสีเพนต์วาดรูป ทำเป็นคอสเมติกอะไรต่าง ๆ ต่อยอดได้ ซึ่งเราก็จะทำกิจกรรมเวิร์กชอปเป็นช่วง ๆ ตลอดทั้งปี”

ลึกเข้าไปเป็นนาข้าวเล็ก ๆ ประมาณ 2 งาน แมนปลูกข้าวหอมมะลินิลเพื่อทำงานทดลองเกี่ยวกับข้าว เช่น ทำข้าวเป็นกระดาษ ใช้ย้อมสี หรือเอาซังข้าวมาเพาะเห็ด เมื่อข้าวสุกแล้วก็ชวนเพื่อนมาเกี่ยวร่วมกัน

เขาแบ่งระบบการปลูกพืชต่าง ๆ ตามแรงบันดาลใจหลายที่ โดยเฉพาะ Royal Botanic Gardens, Kew (สวนพฤกษศาสตร์หลวงเมืองคิว) ที่ทำให้คนไปเที่ยวได้ความรู้ ไม่ใช่แค่เพลิดเพลินกับความสวยงาม ซึ่งในอนาคตจะมี QR Code ให้คนสแกนเพื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของต้นไม้แต่ละชนิด และใช้โซนต้นไม้เป็นหลักแบ่งฐานกิจกรรม โดยทดลองเอาส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้มาสกัดสารพัดสี เช่น โซนคราม โซนฝ้าย โซนพืชตระกูลส้ม ฯลฯ 

3. เล่นแร่แปรธาตุ

“งานคราฟต์คือวิทยาศาสตร์ แล้วก็เรื่องของจิตวิญญาณภายใน การย้อมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ค่า pH กรด ด่าง อุณหภูมิ ระยะเวลา ทุกอย่างพิสูจน์ได้ แต่บางทีก็สัมพันธ์กับช่วงวัน เวลา ฤดูกาลด้วย มันท้าทายมาก ๆ ครับ ดังนั้นต้องมีการศึกษาวิจัย ผมชอบอ่านเปเปอร์วิจัยแล้วมาทดลองว่ามันใช่ไหม ผสมผสานไปเรื่อย ๆ ทำให้เราเรียนรู้ได้เร็ว เวลาผมสอนก็สอนแบบวิทยาศาสตร์ มีการตวงวัดเพื่อให้เขาเข้าใจได้ง่ายกว่าที่จะกะเอาเฉย ๆ”

แมนอธิบายขณะเดินพาชมสวน การวิจัยสีของที่นี่มีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งชนิดและสายพันธุ์ของพืช ส่วนประกอบต่างๆ ของต้น ไปจนถึงฤดูกาล และตัวแปรในการย้อมสีอย่างมอร์แดนต์หรือสารช่วยย้อมเคมี โดยช่างย้อมทุกคนมีหน้าที่ทำสวน ปลูกสิ่งต่าง ๆ ในสวนแมนควบคู่ไปด้วย 

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ
สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

เริ่มจากสีเด่นของแบรนด์อย่างสีคราม สีแห่งท้องฟ้าละผืนน้ำที่สร้างความสงบ อุ่นใจ และใช้ได้ทุกฤดูกาล ในโซนคราม ต้นที่ปลูกในสวนแมนนับเป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของที่ใช้ทั้งหมดเท่านั้น โดยจะใช้ผลิต Signature Collection อย่างเดียว โดยสกัดเป็นหมึกครามธรรมชาติหรือย้อมผ้าแบบพิเศษ เนื่องจากการปลูกครามและทำเนื้อครามมีกระบวนการมาก จึงใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จากเครือข่ายเกษตรกร มีครามทั้ง 2 สายพันธุ์ คือครามฝักงอกับครามฝักตรง ซึ่งให้เฉดสีแทบไม่ต่างกัน

ครามฝักตรงหรือครามเตี้ยคืออินดิโกเฟรา ทิงโทเรีย (Indigofera Tinctoria) นิยมปลูกบนภูพาน มีความสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนครามตระกูล Indigofera suffruticosa คือครามฝักงอหรือครามใหญ่ เหมาะกับปลูกทั่วไป สูงได้ถึง 1.5 – 2 เมตร อายุยืน 3 – 5 ปี และเก็บเกี่ยวได้เรื่อย ๆ ทั้งทนน้ำท่วมและทนแล้ง 

นอกจากนี้เขายังปลูกพืชที่ให้สีอินดิโก้อื่นเพื่อการศึกษา ทั้งเบือกและห้อม เบือกเป็นไม้เลื้อยให้สีน้ำเงินอมเทา ขึ้นตามลำธาร เพราะชอบความชื้นและแดดรำไร พบได้ตามภาคใต้ไปจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ใช้ย้อมสดได้ง่ายเพียงผสมน้ำหรือน้ำด่าง แต่เนื่องจากเลี้ยงยาก ต่างจากครามที่ชอบแดด ปลูกได้ทีละมาก ๆ จึงไม่นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรม

ส่วนห้อมเป็นพืชสีน้ำเงินประจำเมืองแพร่ เนื้อห้อมแพงกว่า เพราะว่าปลูกได้น้อยกว่ามาก และต้องใช้กระบวนการหมักนานกว่า ห้อมชอบที่ร่มชื้น จึงมักขึ้นภูมิประเทศหุบเขาอย่างเมืองเหนือ 

แมนบอกว่าปัจจุบันราคาเนื้อครามโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80 – 150 บาท ต่อกิโลกรัม ราคาเท่าเดิมตั้งแต่ที่เขาเริ่มทำครามเมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่ผู้ผลิตบางกลุ่มที่ผลิตแบบประณีต ก็อาจได้ราคาถึง 250 – 350 ต่อกิโลกรัม ขณะที่เนื้อห้อม ราคาอยู่ที่ 350 – 500 กว่าบาท ต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ
สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

ต่อไปจะเป็นรายชื่อสารพัดสีพอสังเขปให้อ่านกันเพลิน ๆ 

ผลมะเกลือสดใช้ย้อมสีดำสีน้ำตาล แต่ใบสดเอามาย้อมได้โทนสีเขียวอมเทา

ใบฝ้าย ได้โทนสีน้ำตาลอ่อน ๆ แต่ถ้าผสมกับตัวแปรอย่างอื่นก็จะได้อีกโทนสี

อินทนิลน้ำ ต้นไม้ประจำจังหวัดสกลนคร ใบหมักโคลนแล้วย้อมได้สีเทา

ดอกดาวกระจาย ใช้ย้อมสีส้ม แทนการใช้แค่คำแสดหรือคำเงาะ 

ฝักคูน ให้โทนสีเปลือกไม้น้ำตาลกะปิ

ใบเพกา อีสานเรียกว่าใบลิ้นฟ้า ย้อมได้สีโทนเหลือง แต่ถ้าหมักโคลนได้สีเขียว 

ต้นสมอ ใบใช้ย้อมสีเหลือง แต่ที่อินเดียนิยมใช้ผลย้อมสีดำ โดยทั่วไปคนไทยนิยมใช้แก่นขนุนย้อมสีเหลือง แต่แมนไม่อยากปลูกไม้ใหญ่เพื่อตัดเอาแก่น เลยพยายามใช้ส่วนประกอบอื่นแทน แถมเจ้าใบสมอที่ให้สีเหลือง ถ้าเจอกับน้ำสนิม จะเกิดโทนดำ

ถัดมาเป็นกลุ่มสารผสมสี 

อ้อยดำ ปลูกไว้ใส่หม้อครามเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์น้ำตาล

มะขามเปรี้ยว ปลูกไว้ใช้ย้อมครั่ง เช่นเดียวกับพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ไปจนถึงมะเฟือง ซึ่งใช้ช่วยย้อมและทำเครื่องดื่มด้วย

รอบ ๆ สวนยังปลูกกล้วย มะละกอ และบักต้องหรือกระท้อน เพื่อเอาผลมาเสิร์ฟคนมาเวิร์กชอป ให้เอร็ดอร่อย ตัวกระท้อนหมักเป็นน้ำส้มสายชูสำหรับการย้อมเหมือนกัน เพื่อให้เกิด Zero Waste ใช้สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากวัตถุดิบจากพืช โคลนที่อยู่ในสระบัวมีสารสนิมตามธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบหมักเพื่อให้ได้สีย้อมตุ่น ๆ ส่วนน้ำด่าง ได้มาจากขี้เถ้าตาลและขี้เถ้ามะพร้าว เรียกได้ว่าทุกส่วนของสวนคือส่วนผสมของการสกัดสีจากธรรมชาติจริง ๆ 

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ
สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

4. อนาคตงานคราฟต์

แม้จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการเผยแพร่ความรู้เรื่องสีธรรมชาติ แมนยืนยันว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับสีสังเคราะห์ ซึ่งบางทีอาจจะปลอดภัยกว่าธรรมชาติด้วยซ้ำถ้ามีการจัดการที่ดี 

“ถ้าเราไปในป่า ไปไปถากเปลือกไม้ขุดรากมาตามใจ แล้วเอามาใช้ย้อมสีเพื่อประโยชน์ของธุรกิจเรา มันทำลายธรรมชาตินะฮะ ต่างจากถ้าเราปลูกขึ้นเอง อย่างสวนแมน เรามีวัตถุดิบอะไรก็ใช้อันนั้น แล้วมันก็หมุนเวียนได้ ไม่ได้เป็นการเบียดเบียนธรรมชาติหรือว่าไปทำร้ายธรรมชาติ 

“การย้อมสีธรรมชาติต้องใช้มอร์แดนต์หรือสารช่วยย้อมเคมี ซึ่งถ้าเป็นคราม อาจจะต้องใช้ปูนมาช่วยให้ตกตะกอน เราต้องมีวิธีการบำบัดน้ำเสียให้เหมาะสม เช่น เราปล่อยลงนาข้าวเราได้ เพราะมันเหมาะสมกับสภาพน้ำ แต่ถ้าเราไปทิ้งตามพื้นที่ที่ไม่เหมาะ ก็ไปทำลายอีก”

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

แมนเชื่อว่าผู้บริโภคมีสิทธิ์รับรู้ว่าผ้าที่เขาซื้อนั้นย้อมครามธรรมชาติ ครามสังเคราะห์ หรือครามทั้งสองแบบผสมกัน เพราะแต่ละแบบมีตัวเลือกราคาต่างกันออกไป แต่ผู้ประกอบการควรสร้างมาตรฐานและชี้แจงให้ชัดเจน ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทั้งฝ่ายทั้งผู้ผลิตแล้วก็ลูกค้า

“สิ่งสำคัญคือการสื่อสารกับผู้บริโภค ให้คนทั่วไปรับรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่คืออะไร ทำไมมันยาก ทำไมมันต้องราคาเท่านี้ หรือว่าทำไมคุณภาพแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน ศูนย์ครามที่ ม.ราชภัฏสกลนคร มีข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตย้อมครามไม่ต่ำกว่า 500 ราย สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ถ้าเข้าใจกันแล้ว ของมันจะไปได้เรื่อย ๆ ทั้งตลาด ที่สำคัญคือต้องไม่โจมตีกัน ถ้าครามเคมีก็บอกไปเลยว่าเคมี ลูกค้าเขาจะตัดสินใจเองว่าฉันชอบอะไร เหมือนเราซื้อผักอินทรีย์ เขาควรรู้ว่ามันเป็นผักออร์แกนิกจริงใช่ไหม หรือใช้เคมีแต่ปลอดภัยนะ บอกลูกค้าไป ลูกค้าเขาฉลาด เขาก็เลือกซื้อเลือกตัดสินใจเอง”

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ
สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

เมื่อถามถึงความเห็นเรื่องอนาคตของงานคราฟต์ไทย เจ้าของแบรนด์ Mann Craft ที่ยืนระยะมานานมองว่า แต่ละแบรนด์ต้องหาจุดยืนของตัวเองให้เจอ เช่น สกลนครที่เด่นเรื่องย้อมคราม อาจทำเทคนิคต่างกันอย่างมัดหมี่ไหมย้อมคราม เทคนิคยกมุกลายต่าง ๆ กัน โดยแต่ละแบรนด์ควรเคารพกัน และไปให้สุดในทางของแต่ละคน ส่วนตัวแมนเองก็จะลงลึกเรื่องงานทดลอง งานผสมผสานประยุกต์ไปเรื่อย ๆ เช่น ทดลองย้อมครามกับกระดาษแบบต่าง ๆ ไปจนถึงทำเฟอร์นิเจอร์ย้อมคราม 

“งานคราฟต์มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่ไปต่อได้เรื่อย ๆ คือเราทำครามแล้วก็ไม่ได้หยุดแค่ผ้า มันก็เริ่มมากระดาษ ได้ลองกับ Fab Cafe 3D Print มี Laser Cut มีอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าครามเป็นอมตะ มันเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบของปัจจุบัน เราก็เลยมีอะไรให้เล่นเยอะฮะ”

“วงการงานคราฟต์ต่างประเทศเขาสนใจเรื่องวิชาการค่อนข้างมาก มีเสวนา มี Symposium เป็นทางการ หรือว่าทดลองกับวัสดุใหม่ ๆ อย่างบ้านเราทำฝ้ายปั่นมือทุกกระบวนการ แต่เขาจะมุ่งเน้นไปที่อย่างอื่นแล้ว อย่างเทคโนโลยี เครื่องจักรที่มาช่วยได้ หรือเอาครามมาทำเป็นสบู่ เป็นไอศกรีม หรือสีผสมอาหาร คือไม่ใช่แค่สีย้อมสำหรับเครื่องนุ่งห่มแล้ว เห็นแบบนี้ผมเลยอยากผลักดันให้คนเห็น คือเราอยากสร้างแนวคิด เราทำเองได้ไม่หมดหรอก เราทำที่เราทำได้ บางคนมาเห็นแล้วใครเก็บไอเดียไปก็ไปต่อยอดเอา” 

4. สกล – สากล

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร
สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

ปัจจุบันสวนแมนตั้งใจจัดกิจกรรมใหญ่ปีละ 3 ครั้งในแต่ละฤดูกาล จุดเด่นของพื้นที่สวนธรรมชาติ คือการมีวัตถุดิบพร้อมให้ใช้งานตลอดปี เก็บมาย้อมสีหรือทำกิจกรรมได้ตลอด

ในช่วงหน้าหนาว ช่วงวันหยุดรัฐธรรมนูญเดือนธันวาคมที่ดอกไม้ผลิบาน สวนแมนจะแขวนตุงไว้รอบ ๆ พร้อมชวนป้า ๆ แม่ ๆ ที่ทอผ้าเข็นฝ้ายให้มาทำกิจกรรม และเปิด Craft Market ลักษณะคล้าย ๆ งานแฟร์แบบสกลเฮ็ด แต่เนื่องจากมีผู้จัดงานเจ้าเดียว จึงอาจมีขนาดเล็กแต่บริหารได้คล่องตัวมากกว่า โดยแมนชวนเพื่อน ๆ ชุมชนชาวบ้านสกลนคร รวมถึงหน่วยงานมหาวิทยาลัยที่รู้จักกันมาเปิดร้านขายของ ตั้งแต่ผ้า งานศิลปะ เครื่องสาน เครื่องปั้น ร้านกาแฟดริป ร้านอาหาร เวิร์กชอปย้อมสีธรรมชาติแบบต่าง ๆ ไปจนถึงเสวนางานคราฟต์ที่ครั้งล่าสุดได้ กรกต อารมย์ดี ดีไซเนอร์ไม้ไผ่ส่งออกทั่วโลกจากเพชรบุรีมาบรรยาย 

ส่วนช่วงสงกรานต์เป็นฤดูร้อน Craft Market คล้ายคลึงกัน จะมาด้วยธีม Folk Craft สีสันสดใส แล้วฤดูฝนที่จัดกิจกรรมกลางแจ้งไม่ได้ แต่มีวัตถุดิบงอกงามแยะ แมนตั้งใจจะจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับอาหารตามฤดูทดแทน

“ผมว่าเราต้องรวมพลัง สร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน และต่อผู้บริโภค เลยอยากให้ที่นี่เป็น Creative Crafts Center ให้ทุกคนมา งานคราฟต์ที่เราทำก็มีจุดมุ่งหมายที่ดี เราจัดทุกอย่างเป็นหมวดหมู่ แบ่งเป็นกลุ่มให้ความรู้คนไปต่อยอดเองได้ ผมชอบองค์ความรู้ และเราไม่ได้หวงเลย ถ้ามีเสวนาแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นบ่อย ๆ มันจะกระตุ้นความคิดทั้งคนทำงานเองแล้วก็ผู้บริโภค ดีไซเนอร์ นักสร้างสรรค์ทุกแขนงก็มาทดลองค้นคว้าได้ เด็ก ๆ ก็มาเรียนรู้ได้ แล้วก็เปิดให้คนมาขายของ ซึ่งผลลัพธ์ของการขาย ก็เป็นส่วนของแต่ละแบรนด์แล้วที่จะต้องจัดการของตัวเอง”

“เราได้รวมเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานสร้างสรรค์ พอแต่ละคนทำงานโดดเดี่ยวมันก็ไม่มีไฟ ไม่มีพลังนะ เพราะสกลไม่ใช่จังหวัดใหญ่ ในแง่ธุรกิจพอเจ้าเล็ก ๆ รวมตัวกันแล้วพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า แม่ ๆ ลงจากภูมาเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อมา Connect กัน น้องบางคนมาออกงานก็ทำอาหารหรือกาแฟเมนูใหม่ขึ้นมา มันทำให้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของเราสนุกขึ้น”

สวนแมน : Creative Crafts Center ศูนย์การเรียนรู้สีสันจากธรรมชาติระดับสากลในสกลนคร

นอกจากนี้ปัจจุบันสวนแมนยังมี Sunday Market ตลาดเล็ก ๆ วันอาทิตย์ที่ทำให้ธุรกิจคราฟต์ขนาดย่อมและสวนคึกคักในวันหยุด 

คนที่มาเที่ยวสวนแมนมีทุกวัย ตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มาถึงวัยทำงาน วัยรุ่น โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นสนุก ตรงกับความตั้งใจของแมนที่อยากให้สวนแมนกลายเป็นที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัด และเป็นแหล่งเรียนรู้แห่งภาคอีสาน เพื่อแสดงให้คนเห็นว่างานหัตถกรรมสร้างอาชีพที่มั่นคงเลี้ยงตนเองได้จริง 

ภายใน 3 – 4 ปี เมื่อผลหมากรากไม้ในสวนโตเต็มที่ แมนมองว่า Man Gardens น่าจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ มีเวลาจัดการระบบวิจัย ทดลอง รวมถึงจัดการของเสียหรือของเหลือใช้มาทำให้เกิดมูลค่าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และจัดกิจกรรมได้หลากหลาย อาจถึงขั้นเปิด Artist Residency 

“ที่นี่เป็น Creative Crafts Center ของสากล ไม่จำกัดเพศ วัย หรือเชื้อชาติ ไม่ใช่แค่ของสกล เพราะความเป็นสกลแท้จริงก็ไม่มี ความเป็นหลาย ๆ อย่างมันก็ไม่มี ทุกอย่างมันก็หลอมรวมกันอย่างที่เราทราบ ผมคิดว่าคราฟต์กับธรรมชาติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับชีวิต หลายคนพูดว่าเราทำเพื่อชุมชน แต่พูดในเชิงเห็นแก่ตัวเลยนะ มันมาจากตัวเราเอง เราทำเพราะเราอยากจะทำ เรามีความสุขที่จะทำ แล้วพอเราโอเคกับสิ่งที่เราอยู่ที่เราทำ ไม่ได้กระเสือกกระสนทำสิ่งอื่นที่ฝืนความเป็นตัวเรา ฝืนชีวิตของเรา พอเราทำได้แล้วเราก็ทำให้คนอื่น แล้วก็ค่อย ๆ แบ่ง ค่อย ๆ ดึงเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยใจ เป็นการรวมตัวที่หนาแน่น แล้วก็มีชีวิตชีวา”

“พอเราเห็นคนแฮปปี้ คนมีรอยยิ้ม มันพอใจมากนะ บางคนมานั่งฟังเพลง Folk บางคนมานั่งพักชิลล์ ๆ เฉย ๆ นั่งเล่นกดมือถือ หรือว่านอนเฉย ๆ ก็ได้ ถ้าพื้นที่นี้ทำให้คนมารู้สึกสบาย ปลอดภัย แล้วก็มีความสุข แค่นั้นก็รู้สึกว่าใช่แล้ว ผมไม่หวงเลยนะถ้ามีคนเอาไอเดียประมาณนี้ไปทำในหลาย ๆ จังหวัด ผลสุดท้ายประโยชน์มันเกิดขึ้นกับผู้บริโภคเอง ยิ่งทำก็จะยิ่งเปลี่ยนทัศนคติของคนที่เสพงานคราฟต์ งานหัตถกรรม ง่าย ๆ ก็คือเป็นผลดีกับพวกเราทุกคนไป”

สวนแมน Man Gardens : Creative Crafts Center แห่งภาคอีสาน ก้าวใหญ่ของ Mann Craft ที่สร้างพื้นที่ให้คนสัมผัสงานคราฟต์และธรรมชาติ

สวนแมน Man Gardens

ที่ตั้ง : ถนนรพช. สน. 3137 (นาคำ-นาเวง) ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์ – อาทิตย์ 10.00 – 16.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 1055 6301

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/manncraftworkshop

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographers

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

จิราภรณ์ ล้อมหามงคล

ช่างภาพฟรีแลนซ์ตัวไม่เล็กจากแดนอีสาน ผู้ชื่นชอบในประวัติศาสตร์

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะสิ่งที่เขายื่นให้นั้นมักจะถูกเปลี่ยนเป็นอาวุธ ยามเมื่อเขาเผลอหันหลังให้ เขาก็ถูกแทง 

เพียงเปิดหน้าแรก คำโปรยที่คล้ายจะเป็นคำเตือนของหนังสือระดับตำนานก็ปรากฏขึ้นให้เห็น เรากรีดนิ้วไปตามกระดาษเก่าเก็บที่ซีดเซียวแต่ตัวอักษรยังคมชัด ก่อนจะพบหนังสือชื่อเดียวกันอีกสิบกว่าปกวางอัดแน่นอยู่บนชั้น

แน่ล่ะ เราอยู่ที่ ‘ร้านพันธุ์หมาบ้า‘ จะให้มีแค่ปกเดียวก็กระไรอยู่ 

แค่พูดชื่อนี้ขึ้นมา หลายคนคงทราบว่า พันธุ์หมาบ้า กลายเป็นแบรนด์ของนักเขียนระดับตำนาน ชาติ กอบจิตติ ที่ทำสินค้าขายทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค 

ห้องสมุดขนาดเล็กและมุมอ่านหนังสือประหนึ่งคาเฟ่ คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าเราอยู่สาขา จ.ตรัง 

นี่คือร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวที่ยืนเด่นโดยท้าทายเมืองแห่งการกิน ถึงขนาดที่พี่คนขับรถของเรายังออกปากขอพาไปกินอาหารเช้ารองท้อง เพราะทุกคนรู้ว่าปกติร้านนี้เปิดบ่าย 2 เพียงแต่เรานัด พี่ตุ้ม-อรัญญา ทองโอ ไว้แต่เช้า

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

หนังสือเกินกว่าครึ่งในร้านเป็นสมบัติของเธอ การตกแต่งร้านและสวนสวย ๆ ก็เป็นฝีมือของเธอ แต่พี่ตุ้มไม่ใช่สถาปนิก นักจัดสวนก็ไม่ใช่ นักออกแบบภายในยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นเพียงนักบัญชีอิสระที่หลงใหลการอ่านมาตั้งแต่จำความได้ จนมีเพื่อนฝูงเป็นนักกวีมากมาย และได้ชิมลางในแวดวงวรรณกรรมมาบ้าง 

หลังใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ จนอิ่มตัว เธอกลับบ้านเกิดมาพร้อมกับความหวังว่าจะชวนคนตรังมาอ่านหนังสือ

ไม่รู้ทำไม แต่เราดันคุยกันถูกคอ 

“พี่ก็ยังรู้สึกเลยว่า ทำไมเราคุยกับเด็กรุ่นนี้รู้เรื่อง เพื่อน ๆ กันก็ยังบอก เออเว้ย รู้ไหมเวลาฉันทำงาน ฉันเจอคนทั้งหมดกี่วัย พี่มันห่าม ๆ ไง ไม่งั้นเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าไม่ได้หรอก”

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาทดลองให้ความเป็นเพื่อนกับคนที่คิดว่าจะเป็นเพื่อนได้ 

คำโปรยอุตส่าห์เตือนไว้อย่างนั้น

แต่การได้มาเยือนที่นี่และพูดคุยกับเจ้าของร้าน ก็เหมือนได้เพื่อนเพิ่มมาอีกคนอย่างช่วยไม่ได้

ครั้งนี้เรามั่นใจว่า คงไม่ล้มเหลว

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


หนทางของนักอ่าน

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 

ตอนที่พี่ตุ้มตัดสินใจเปิดร้านพันธุ์หมาบ้าตามคำแนะนำของเพื่อนนักเขียน จากเป็นเพียงลูกค้าคนหนึ่งที่คอยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สาขาจตุจักร และชื่นชอบผลงานของชาติเป็นทุนเดิม

“แปะ (สรรพนามที่พี่ตุ้มใช้เรียกยอดกวีซีไรต์) บอกว่า ไหน ๆ คุณก็อยากให้คนอ่านหนังสือเยอะ ๆ งั้นก็เอาของมาลงเพิ่ม แล้วร้านหนังสือในตรังมีน้อยมาก ไม่ค่อยมีงานวรรณกรรมเท่าไร เราก็โอเค เปิดเป็นห้องสมุดเลย

“เกือบ 20 ปีที่แล้วที่กลับมาจากกรุงเทพฯ อย่างอื่นไม่ได้ขนกลับมา เอามาแต่หนังสืออย่างเดียว” 

พี่ตุ้มชี้ชวนให้เรามองตาม ว่าหนังสือที่ร้านเธอแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง หนึ่ง เอาไว้ยืมอ่าน สอง เอาไว้วางขาย ซึ่งเธอให้ความสำคัญกับฝั่งแรกอยู่พอสมควร อย่างที่บอก เดิมทีเป็นแค่สมบัติส่วนตัว ก่อนเธอจะเปิดพื้นที่ให้ผู้คนมาพูดคุยกันเรื่องหนังสือ ข่าวคราวลอยไปถึงหูเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันจนพากันส่งสมบัติมาให้พี่ตุ้มจำนวนมาก   

แน่นอน การมาของเธอปลุกกระแสการอ่านให้เกิดขึ้นในตรังอยู่ไม่น้อย เพราะความตั้งใจที่มากกว่าแค่การยืมหนังสือ คือการสร้างพันธุ์หมาบ้าให้เป็นพื้นที่ใช้สอยของชุมชน 

“เราบอกตลอดว่า ให้ร้านนี้มันเป็นพื้นที่ของเมืองแล้วกัน ไม่อยากให้คิดว่าเป็นร้านอะไรหรือของใคร” 

โต๊ะกลางร้านขนาดใหญ่ของเธอจึงกลายเป็นพื้นที่ผลัดเปลี่ยนทำกิจกรรมไปโดยปริยาย ทั้งสอนวาดสีน้ำ สเก็ตช์ภาพ เรียนศิลปะ ใครอยากใช้พื้นที่ในร้านทำอย่างอื่นก็ขอเพียงแจ้งเธอมา

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน

“ร้านเราเปิดถึง 4 ทุ่ม เพราะส่วนใหญ่คนมานั่งร้านจะอยากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพื้นที่ที่มันดูสบาย ๆ เราไม่ได้เป็นร้านอาหาร ไม่ได้เป็นร้านกาแฟ ไม่ได้เป็นร้านเหล้า คนบ้านเราก็รู้จักกันหมด พอวันร้านตัวเองหยุด ก็ไปนั่งร้านคนอื่น พี่ก็เหมือนกัน”

ทำบัญชีไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วย เปิดเพลง ดริปกาแฟดื่ม นี่คือกิจวัตร

“ดูสูงวัยมาก” พี่ตุ้มหัวเราะ ก่อนจะแวะพูดถึงวัฒนธรรมการอ่านในบ้านเกิดอย่างคนไม่ยอมหมดไฟ

“ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนต่างจังหวัดอยากไปอยู่กรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยน กลายเป็นว่าเด็กรุ่นใหม่กลับมา อะไรหลายอย่างในตรังมันก็เปลี่ยนเยอะ แต่ในความรู้สึกพี่ เรื่องการอ่านยังไม่ได้เปลี่ยนไปไหน

“นั่งนึก แม่ง เราอยู่ในเมืองที่หนังสือหาอ่านยากมาก ที่นี่มันลงหนังสือที่เป็นรายปักษ์รายอะไรไม่ได้ เพราะว่าคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น ตรังไม่เหมือนเชียงใหม่ เราต้องขวนขวายอ่านด้วยตัวเอง หอศิลป์ในตรังยังไม่มีเลย ทำไมที่อื่นเขามีกันหมด เรายังขาดอะไรอีกเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือ ศิลปะ ดนตรี กลุ่มก้อนที่ทำงานแบบนี้ก็น้อย มันเลยไม่ค่อยขยับ

“พี่ว่ามันต้องผลักดันมากกว่านี้ เอาแค่ร้านพันธุ์หมาบ้าร้านเดียว ไม่ช่วยให้เด็ก ๆ ขยันอ่านหนังสือมากขึ้นหรอก แต่ก็ต้องทำต่อไป”

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน


ร้านนี้เป็นของทุกคน

“เราออกแบบร้านแบบนักบัญชี” พี่ตุ้มว่า “เอาง่าย ๆ มันเคยเป็นตึกร้างที่ใกล้พังแล้ว ที่เหลืออยู่เนี่ย คือส่วนที่ยังไม่พัง”

คุณจะบอกว่าออกแบบและปรับปรุงทั้งหมดเองเหรอ – เราสวนทันที

“ใช่ เป็นคนชอบทำอะไรบ้าบอ” 

เราไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะเป็นแค่นักบัญชี เพราะถึงแม้มันจะดูดิบเถื่อน ด้วยโครงเหล็กและปูนเปลือยเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศภายในร้านก็โล่ง โปร่ง เป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยศิลปะหลากหลายแขนง มีพนักงานต้อนรับเป็นแก๊งแมวเหมียว รับรองว่าสวยมากพอสำหรับชาว Instagrammable 

พี่ตุ้มบอกเคล็ดลับมาอย่างหนึ่งว่า ความสนใจทั้งหมดเกิดจากการอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง 

“อยากใส่อะไรตรงไหน อยากทำชั้นลอย อยากนู่นนี่นั่น ทำด้วยตัวเอง ไม่มีใครว่าหรอก เพราะว่าเราไม่ใช่สถาปนิก แต่ว่าเป็นคนชอบปลูกต้นไม้มาแต่ไหนแต่ไร เราสะสมพันธุ์ไม้โบราณ เป็นคนชอบแบบนั้น”

ไขความกระจ่างกันไปทีละข้อก่อนไปต่อ 

ชั้นลอยของเธอไม่ใช่ส่วนของร้านที่ขึ้นไปนั่งได้ แต่เป็นบ้านของบรรดา(อดีต)แมวจร ที่บัดนี้นอนทับแขนเราจนเริ่มชา

ส่วนการชื่นชอบต้นไม้ก็ไม่ธรรมดา นอกจากโซนสีเขียวด้านข้างจะสวยประจักษ์ เธอยังเป็นเจ้าของหนังสือ ระเบียงสวน ระเบียงสวย ให้ความรู้เรื่องพันธุ์ไม้อีกด้วย

พันธุ์หมาบ้า ร้านหนังสืออิสระหนึ่งเดียวใน จ.ตรัง ที่อยากทำให้ตรังเป็นเมืองแห่งการอ่าน
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

“พี่อาจจะไม่ใช่นักบัญชีแบบเหมือนคนอื่น เราเจอคนเยอะ เจอคนหลายแบบ ความคิดมันก็เปลี่ยน เพราะแต่ละคนมีวิธีคิดต่างกัน เราเลยอยากทำร้านให้เป็นร้านหนังสือของคนทุกวัย

“พี่ชอบมากเวลาเจอเด็ก คือเราไม่มีหนังสือที่เขาอ่านอยู่ ณ ปัจจุบัน เวลาแนะนำหนังสือเก่า มันคือใหม่ของเขาเลย เราบอกว่า หนังสือมันไม่มียุคสมัยนะเว้ย ลองหยิบไปอ่านดูดิ

“ถ้าใครมีเพื่อนอยู่ที่ตรัง มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ได้ คุณไปซื้อกาแฟจากร้านข้าง ๆ ไปสั่งชาโกแจ้งมา แล้วก็นั่งดื่มนั่งอ่านหนังสือได้ยาว ๆ เลย มากัน 5 คน 5 มุม ต่างคนต่างหยิบหนังสือของตัวเอง หรืออยากได้ต้นไม้ต้นไหนกลับไปก็บอก” พี่ตุ้มว่าพลางพาเราเดินชมแต่ละโซนภายในร้าน

“โซนโน้นจะมีน้องอีก 2 คนมาเปิดบาร์ตอนค่ำ เราให้ทำเลย แค่ช่วยกันจ่ายค่าไฟ”

นึกเสียดายที่ดันมาแต่เช้า เพราะร้านสไตล์นี้พอพลบค่ำหน่อยคอก็ชักจะแห้ง

“ที่สำคัญ โซนนี้สูบบุหรี่ได้หมด เพราะอะไรรู้เปล่า ยุคพี่มันเป็นยุคที่สูบบุหรี่โคตร ๆ พี่อยากเป็นร้านของคนทุกประเภท ใครอยากทำอะไรก็ได้ทำ” 

ถึงจะพูดพร้อมเสียงหัวเราะ แต่เธอก็พูดคำไหนคำนั้น

มองดูแล้ว จะเรียกซอยนี้ว่าเป็นซอยของคนรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้ ทั้งร้านกาแฟ Slow Bar เปิดใหม่ข้าง ๆ กำแพงโดยรอบที่ถูกจับจองด้วยกราฟฟิตี้อาร์ตจากกลุ่มตรังสตรีทอาร์ต เรื่อยมาจนถึงร้านน้ำชาโกแจ้ง บุคคลที่พี่ตุ้มบอกว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังถนนแห่งศิลปะ 

เปลี่ยนซอยที่มืดมิดปราศจากแสงไฟ ให้สว่างไสวด้วยไฟจากร้านรวงของคนรักงานศิลป์ และการฉายหนังกลางแปลงบนกำแพงของเมืองแห่งการกินนี่แหละ

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


พันธุ์คนบ้า

เพราะเมืองตรังมีโรงภาพยนตร์เดียวคือเครือ SF Cinema การที่พี่ตุ้มริเริ่มกลุ่มฉายหนังอิสระขึ้นมา จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนล้นหลาม 

“พี่เหมือนอยู่ตรงกลาง เราอยากเป็นตัวเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าเข้าด้วยกัน เราก็รวมน้อง ๆ ที่ชอบดูหนัง แล้วก็ดึงพี่โต ๆ มาช่วยหน่อย มีจอใหญ่ ๆ ฉายโปรเจกเตอร์ มีอุปกรณ์ฉายหนัง ซึ่งคนที่ดูหนังเป็นเด็กรุ่นใหม่เกือบหมดเลย แล้วเขานี่แหละที่เป็นคนคุยเรื่องหนังได้ดีกว่าเรา”

โดย Documentary Club เจ้าของภาพยนตร์ มีเงื่อนไขว่าต้องมีการเสวนา พูดคุยแลกเปลี่ยน ช่วงนี้แหละที่เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างคน 2 วัย 

“เด็ก ๆ เขาคุยกัน เราอึ้งไปเลย ผู้ใหญ่ก็อึ้ง มันวิเคราะห์เจาะลึก มันดึงออกมาได้เป็นฉาก ๆ แล้วอย่างน้อย เขาก็ได้มีกลุ่มเล็ก ๆ ของเขา พี่เป็นคนลงทุนอุปกรณ์ให้หมด แต่เราไม่อยากให้เกี่ยวข้องอะไรกับร้านมาก เพราะอยากให้เขาทำกันเอง

“เมืองตรังมันเล็กมาก ทุกคนรู้จักกันหมด พันธุ์หมาบ้าทุกคนก็รู้จัก กลุ่มตรังสตรีทอาร์ตมีกันกี่คน ทุกคนก็รู้จัก ซึ่งถ้าจะผลักดันให้มันเป็นงานที่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ยากเลย แต่เขาไม่ได้ส่งเสริม 

“น้อง ๆ ทำกันเอง ขอความร่วมมือจากพี่ ๆ พอมีคนหลายเจนฯ มาร่วมกันเนี่ย เขาไม่ได้เข้าใจหรอกว่าคุณทำอะไรกัน แต่บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ เขาก็พร้อมสนับสนุนเด็ก ๆ 

“เราอยากเชื่อมโยงคนหลายเจนฯ เข้าด้วยกัน แล้วก็ทำในเรื่องเดียวกันให้มีพลังมากขึ้น อะไรทำให้คนมาอ่านหนังสือเยอะขึ้น พี่ก็ทำเท่าที่ได้ แต่เราไม่ใช่คนที่จะไปผลักดันให้ตรังกลายเป็นเมืองแห่งการอ่าน มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย


บทส่งท้าย

แม้พี่ตุ้มจะมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เบื้องหลังทุกเล่มที่เลือกเข้าร้าน ล้วนเป็นเรื่องที่คัดสรรมาแล้วว่าควรค่าแก่การอ่าน

“บ้านเรานะ ถ้าอยากเดินไปหาหนังสือมูราคามิ ไม่มี หาหนังสืออุทิศเหรอ ไม่มี แล้วเราก็ทำเป็นร้านขนาดใหญ่เหมือนแบรนด์ร้านหนังสือทั้งหลายไม่ไหว หนังสือใหม่ก็ไม่มี แต่การ์ตูนกับหนังสือฮาวทูเยอะมาก เราก็เลือกเรื่องที่รู้สึกว่า อยากให้คนที่นี่อ่าน”

ถึงจะไม่ใช่คนที่นี่ แต่เราฟังแล้วก็ขอยืม After the Quake ของมูราคามิใส่กระเป๋ากลับมาอ่านต่อที่บ้านเสียหน่อย 

ส่วนหนังสือที่พี่ตุ้มมักจะแนะนำให้อ่าน ก็เป็นเรื่องที่ทำงานกับความรู้สึกมากพอสมควร นั่นคือ ลักษณ์อาลัย โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนคนโปรดของเธอ ซึ่งถูกยืมไปในวันที่เราคุยกันอยู่

“พี่ร้องไห้เลย เป็นเรื่องเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อ่านหนังสือแล้วรู้สึกอินกับมันขนาดนี้มานานมาก ชอบวิธีการเขียน ชอบการดำเนินเรื่องของเขา มันดูน่าติดตาม พี่นั่งนึกถึงเด็กรุ่นใหม่ว่าเขาอ่านหนังสือแล้วจะรู้สึกอินกับเนื้อหาได้จริง ๆ แบบนี้ไหม”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เล่มต่อไปคือ คำพิพากษา อีกหนึ่งผลงานระดับตำนานของ ชาติ กอบจิตติ ที่พี่ตุ้มบอกว่าไม่น่าอ่านซ้ำ แต่ก็ควรอ่านสักครั้งในชีวิต เธอพบว่าชอบมันมากกว่า พันธุ์หมาบ้า เสียอีก ด้วยเรื่องราวกระชากอารมณ์ และวิธีการเขียนรันทดหดหู่ สะเทือนใจจนเธอจดจำได้ทุกฉาก

“ตอนนี้หนังสือเป็นการเขียนแบบคำคม เราไม่ได้อยากอ่านแบบนั้นน่ะ เราอยากอ่านแบบที่ต้องให้เราตกตะกอน คุณไม่ต้องมาบอกเรานะ เราต้องคิด ต้องสรุปของเราเองได้ พี่ว่ามันเป็นเสน่ห์ 

“เมื่อก่อน ได้หนังสือเล่มหนึ่งแล้วยืมอ่านกับเพื่อน วนกันจบครบแล้วก็คุยกันว่า มึงอ่านแล้วเป็นไง โอเคไหม หรืออีกคนบอก โอ้โห มึงต้องอ่าน เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ต้องการคำตอบเลย ต้องการความรวดเร็วในการเสพอะไรก็ตาม”

พอจะเข้าใจที่พี่ตุ้มบอกขึ้นมา ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในตรังให้ดีขึ้น แต่วัฒนธรรมการอ่านที่ต้องอาศัยการดื่มด่ำและตกตะกอนก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนัก 

“พื้นที่การอ่านหนังสือในตรังมันน้อย มันจำกัด มันไม่เหมาะ สังเกตไหม พี่พยายามทำมุมให้คนรู้สึกว่าเข้ามาแล้วสบาย ๆ อยากให้หนังสือเข้าถึงง่าย ไม่ได้ต้องไปเข้าหอสมุด มาร้านหนังสือก็เหมือนมาคาเฟ่ 

“แค่ดึงคนให้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้ ถือว่าพี่ประสบความสำเร็จแล้ว มีคนเดินเข้าร้านมา จากไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่กลับมาบอกว่าหนูขอยืมเล่มนี้ไปอ่าน นี่คือสิ่งที่พี่ได้จากการเปิดร้านหนังสือกับห้องสมุดเล็ก ๆ”

พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย
พันธุ์หมาบ้า : ร้านหนังสืออิสระที่เป็นทั้งคาเฟ่ โรงฉายหนัง วงเสวนา และพื้นที่สาธารณะของคนตรังทุกช่วงวัย

เดินชมร้านไป ก็แลกเปลี่ยนหนังสือที่ชื่นชอบกันไป พูดคุยเรื่องต้นไม้บ้าง แวะโพสท่าถ่ายรูปอีกนิดหน่อย บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ก็วิ่งมาหาเพียงเรียกชื่อ ทั้งหมาทั้งแมวล้อมหน้าหลัง บ้างเอกเขนกสบายใจ รับแขกอย่างว่านอนสอนง่าย จนอาจพูดได้ว่า ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านสำหรับคนทุกวัยเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับทุกชีวิตที่ผ่านเข้ามา

“การทำร้านหนังสือมันไม่เลี้ยงชีพหรอก มันเลี้ยงหัวใจ”

บอกลากันแล้ว แต่เสียงของพี่ตุ้มยังกังวานอยู่ในหัว บรรยากาศของวันนั้นก็ยังจำได้ดี

หน้าสุดท้ายของพันธุ์หมาบ้าเล่มนี้ อยู่บนรถยนต์เหมือนกัน เพียงแต่เป็นเราที่กำลังกลับกรุงเทพฯ

รถทั้งคันพลอยหัวเราะกันอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ลืมเศร้าลืมกังวล มีแต่ความรื่นรมย์รออยู่เบื้องหน้า รถคันนั้นแล่นลับไปกับถนน ทิ้งเมืองตรังไว้เบื้องหลัง…

พันธุ์หมาบ้า ตรัง

ที่ตั้ง : 99/12 ถนนห้วยยอด ซอย 3 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 08 1738 2290

Facebook : Phanmaba Trang

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load