“พี่รู้ไหม ฉันออกมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ”

ประโยคนี้ลอยเข้ามาในหัวของผมทันทีที่เดินทางมาถึงที่หมาย บ้านไม้สองชั้นริมเจ้าพระยา ดัดแปลงเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์วินเทจ 

พลิกดูนาฬิกา 5 โมงเศษๆ ป่านนี้เธอคงรออยู่ที่ท่าน้ำแล้ว

ก้าวยาวๆ จนพ้นเข้ามาในตัวบ้าน ทีมงานเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศเหมือนอยู่ในกองถ่ายละครพีเรียด มองซ้ายมองขวา เบียดตัวผ่านทางเดินแคบๆ จนถึงด้านในสุด แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หญิงสาวผอมเพรียวในชุดขาว สวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากในหนัง

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ กำลังยืนโพสต์ท่าอยู่ริมระเบียงไม้ ไม่ได้มีท่าทีร้อนรน ผมระงับความตื่นเต้นด้วยการเดินวนไปวนมา นับถอยหลังรอเวลาที่จะได้พูดคุยกันแบบตัวต่อตัว

หลังแจ้งเกิดเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่อง พี่มาก..พระโขนง ชื่อเสียงของเธอก็โด่งดังเป็นพลุแตก มีผลงานการแสดงออกมาไม่ขาดสาย ทำรายได้กระฉูด เรตติ้งกระจายแทบทุกเรื่อง

เช่นเดียวกับกระแส #วันทอง2021จากละครเรื่องล่าสุดที่เพิ่งออนแอร์ไปหมาดๆ

แม้จะเป็นบทประพันธ์ที่ได้รับการรีเมกมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่อาจเป็นหนแรกที่ ขุนช้างขุนแผน ถูกเล่าจากมุมมองของนางวันทองเป็นหลัก ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เสียงของผู้หญิงกำลังดังก้อง ค่านิยมใดๆ ที่สะท้อนการกดขี่ทางเพศกลายเป็นสิ่งต้องห้าม

เหนืออื่นใด การที่ ใหม่ ดาวิกา ได้รับบทนำในละครเรื่องนี้ยิ่งทำให้น่าจับตา ในฐานะที่เธอเคยเปลี่ยนภาพจำของ ‘แม่นาก’ มาแล้ว

แดดร่มลมตก ท้องเริ่มหิว ทีมงานช่วยกันจัดแจงเตาและฟืนไฟให้เข้าที่ ปาร์ตี้หมูกระทะขนาดย่อมกำลังจะเริ่มต้น

เช่นเดียวกับบทสนทนาระหว่างผมกับ ใหม่ ดาวิกา ว่าด้วยความในใจจากการรับบทที่ ‘ดราม่า’ ที่สุดในชีวิต 

ตอนที่รู้ว่าจะได้รับบทนางวันทอง คุณรู้สึกยังไง

ตอนที่รู้ว่าจะได้รับบทนี้ ผู้ใหญ่บอกว่าอยากให้ใหม่เล่นละครชื่อ ‘วันทอง’ ตอนนั้นใหม่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรทั้งนั้น แต่ตัดสินใจรับทันที แทบไม่ต้องคิดเลย 

อะไรทำให้คุณตัดสินใจอย่างรวดเร็วแบบนั้น

ต้องบอกก่อนว่า ตัวใหม่เอง ณ เวลานั้น ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับนางวันทองเท่าไหร่ ใหม่เลยอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นยังไงกันแน่ สิ่งที่เรารับรู้มาคือเป็นผู้หญิงเจ้าชู้ เป็นนางวันทองสองใจ มองแบบอคติหน่อยๆ ด้วยซ้ำว่าที่คุณเลือกไม่ได้ เพราะคุณอยากเลือกทั้งคู่ไง ส่วนคำว่า วันทอง ก็เป็นคำที่มักจะถูกนำมาใช้ต่อว่าผู้หญิงในแง่ลบ เป็นคำที่ไม่ดีเท่าไหร่

แต่สมมติเรารู้มาก่อนแล้ว หรือเข้าใจวันทองแบบคนที่เรียนด้านวรรณคดีมา ใหม่อาจรู้สึกเฉยๆ แต่พอเราไม่เคยรู้ มันเลยอยากรู้มากๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจไม่ยากเลยค่ะ เอ๊ะ หรือแม่วันทองแอบมาเข้าฝัน (หัวเราะ)

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

พอถึงเวลาที่ได้เล่น ได้ศึกษา ความคิดที่มีต่อวันทองเปลี่ยนไปไหม

เปลี่ยนเยอะมาก… (ลากเสียง) ใหม่รู้สึกว่า เฮ้ย แม่วันทองไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เราคิด ที่ผ่านมาเราเข้าใจอะไรผิดไปเยอะเลย พอได้เล่นเรื่องนี้ปุ๊บ จากที่เคยเข้าใจผิด มองวันทองในแง่ลบ กลายเป็นว่าใหม่รักแม่วันทองมาก ใครมาว่าแม่ไม่ได้แล้วนะ โกรธแทนเลย 

ความตั้งใจอย่างหนึ่งหลังจากได้รับบทนี้ คือใหม่อยากให้ละครเรื่องนี้เปลี่ยนภาพลักษณ์คำว่าวันทองให้กลายเป็นแง่ดี ต่อไปนี้คำนี้ต้องไม่ใช่คำที่ใครเอามาใช้ต่อว่าผู้หญิงอีกต่อไป

เพราะอะไร

ใหม่รู้สึกว่าวันทองเป็นคนที่น่าสงสาร เป็นทั้งลูกที่ดี เมียที่ดี แม่ที่ดี ขณะเดียวกันก็ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก ที่สำคัญคือวันทองยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเสมอ มั่นคงในความคิดของตัวเองแม้สังคมจะไม่ยอมรับ เหมือนเป็นผู้หญิงที่เกิดผิดยุค 

สมมติวันทองมาเกิดในยุคนี้ มันจะไม่เกิดโศกนาฏกรรมใดๆ แบบในเรื่องเลย เพราะผู้หญิงผู้ชายสมัยนี้เท่าเทียมกัน ต่างจากเมื่อก่อนที่ผู้ชายต้องเป็นใหญ่ มีเมียเยอะได้ ถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนเป็นการโชว์อำนาจบางอย่างด้วยซ้ำ แต่วันทองยอมไม่ได้ วันทองมีความเชื่อว่า ถ้าฉันรักคุณคนเดียว คุณก็ต้องรักฉันคนเดียวเหมือนกัน แล้วก็พยายามยืนยันสิทธิตรงนี้ของตัวเอง

ถ้าวันทองมาเกิดในยุคนี้จะเป็นยังไง

คงไม่มีปัญหา ความคิดแบบวันทองจะไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือความคิดของผู้หญิงยุคนี้ ไม่มีทางที่เรื่องราวจะลงเอยเหมือนในละคร 

ถ้าให้เปรียบเทียบตัวตนของ ใหม่ ดาวิกา กับนางวันทอง เวอร์ชัน 2021 เห็นความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ใหม่ไม่กล้าเอาตัวเองไปเปรียบ เพราะรู้สึกว่าแม่วันทองมีพลังมาก ใหม่ได้เล่นเป็นวันทองในทุกช่วงอายุเลย ตั้งแต่เป็นสาว จนมีลูก จนลูกโต 

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

เรื่องบางเรื่องที่วันทองเผชิญ ใหม่ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์นั้น ใหม่ไม่รู้ว่ามันทรมานแค่ไหน หรือต้องใช้ความอดทนขนาดไหน เลยไม่กล้าเอาตัวเองไปเปรียบ แต่ขอชื่นชมในฐานะผู้หญิงด้วยกัน เรานับถือจิตใจผู้หญิงคนนี้ การที่คนชอบบอกว่าเขาสองใจ ไม่ใช่เขาไม่เลือก แต่เขาเลือกไม่ได้ 

ถ้าใหม่เป็นวันทอง ใหม่ก็คงคิดแบบเดียวกัน ฉะนั้น เวลาเล่นบทนี้ ใหม่ไม่เคยมีความสงสัยหรือกังขาเลยว่าทำไมตัวละครนี้ถึงคิดแบบนี้ ตัดสินใจแบบนี้ ไม่เคยมีเครื่องหมายคำถามเลย 

การได้รับบทบาทนี้ เป็นตัวละครนี้ ให้อะไรกับคุณบ้าง

ให้พลังในการทำหน้าที่นักแสดง เหมือนมันช่วยเติมเชื้อไฟในการทำงาน ในชีวิตที่ผ่านมา จะมีงานที่ทำให้เรามีแพสชัน อยากทำให้มันดี นี่คืออีกงานหนึ่งที่เป็นแบบนั้น ในฐานะนักแสดง เรารู้สึกคุ้มค่าที่ได้เข้ามาอยู่ในโปรเจ็กต์นี้ และได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ที่เขารู้สึกไปในทางเดียวกันกับเรา

ความท้าทายของการเล่นละครเรื่องนี้คืออะไร

ความท้าทายของใหม่ในเรื่องนี้คือ ใหม่ได้เล่นอะไรเยอะมาก ได้เป็นวัยรุ่น ได้แต่งงาน มีลูก เป็นแม่คน จนลูกอายุยี่สิบ ในแต่ละช่วงชีวิต ใหม่ต้องไปศึกษาว่าความคิดหรือบุคลิกเปลี่ยนไปยังไง ท่าทาง การพูดการจา ความต้องการ อินเนอร์ต่างๆ ต้องเปลี่ยนไปตามวัยเช่น ตอนแก่ จุดโฟกัสของวันทองจะไม่ได้อยู่ที่ผู้ชายสองคนแล้ว แต่จะอยู่ที่ลูก ใหม่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน รู้สึกว่าได้ทำงานที่ละเอียดขึ้นในทุกขั้นตอน ถือเป็นละครอีกเรื่องที่ท้าทายมากและสนุกมากๆ

การต้องรับบทบาทที่เราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เช่น เล่นเป็นแม่ หรือเล่นเป็นคนแก่ มีวิธีการเตรียมตัวยังไง

ใหม่จะพยายามหาความรู้สึกที่ใกล้เคียงมาทดแทนกัน เช่น ใหม่ต้องเล่นเป็นแม่ แต่ไม่เคยเป็นแม่คน วิธีที่ใหม่ใช้คือ นึกถึงหมาค่ะ (หัวเราะ) ใหม่รักหมามาก รักเหมือนลูกเลย เราก็เอาความรู้สึกนี้มาขยาย ซึ่งมันเวิร์กนะ เหมือนเวลาเรารักใครมากๆ รักจนเสียเขาไปไม่ได้ เพราะเขาคือทุกอย่างในชีวิต พอคิดแบบนี้ก็เล่นได้ ก่อนหน้านี้ใหม่เคยเล่นเป็นยาย ก็ใช้วิธีคล้ายๆ กันค่ะ

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

จากที่เคยเล่นละครมา เรื่องนี้ถือว่ายากสุดเลยไหม

ถ้าในเชิงอารมณ์ เรื่องนี้ยากสุดค่ะ เพราะมันดราม่ามากๆ เข้มข้นสุดเท่าที่เคยเล่นมา พูดได้เลยว่าไม่มีฉากไหนที่เป็นคอเมดี้สำหรับเราเลย

ดูเหมือนว่ามีฉากที่ต้องร้องไห้หลายฉากเลย

ใช่ค่ะ เรื่องนี้ใหม่ร้องไห้เยอะ แต่การร้องไห้เยอะไม่ได้แปลว่าแสดงดี อันนี้เราต้องแยกแยะให้ได้ การร้องไห้ไม่ใช่คำตอบหรือคีย์ของการแสดงเสมอไป 

คนส่วนใหญ่รู้จักนางวันทองจากวรรณคดีเก่าแก่ของไทย อยากรู้ว่าในมุมของคุณ ความน่าสนใจของการนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นละครใน ค.ศ. 2021 คืออะไร

ใหม่รู้สึกดีที่เรื่องนี้ถูกเล่าผ่านตัววันทองบ้าง ไม่ใช่แค่ในแง่ของการ Empowering Women เท่านั้น แต่มันทำให้เรารู้ด้วยว่า ลึกๆ แล้วผู้หญิงคิดยังไง จากแต่เดิมที่เคยรู้แต่มุมผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นขุนแผนแสนเสน่ห์ หรือขุนช้างที่รักเดียวใจเดียว เวอร์ชันนี้เราจะได้มองผ่านสายตาของวันทองบ้าง จะได้เห็นว่าในมุมของเธอ เธอจะเล่าเรื่องนี้ออกมายังไง

ในยุคปัจจุบัน มีการพูดถึงประเด็นสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น อยากรู้ว่าในมุมของคุณ การเล่นละครเรื่องนี้ทำให้ตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้มากขึ้นไหม 

ใหม่รู้สึกว่าทุกวันนี้ ความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เท่าเทียมมันยังมีอยู่ และมีเยอะจนเราเซอร์ไพรส์เลยแหละ ซึ่งใหม่หวังว่าเมื่อละครเรื่องนี้ออกอากาศไป มันอาจช่วยให้สังคมของเราดีขึ้น หรืออย่างน้อยๆ อาจทำให้ผู้หญิงที่กำลังเผชิญเรื่องราวที่ไม่ดี กล้าลุกขึ้นมาส่งเสียงของตัวเองมากขึ้น

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

ถ้ามีอะไรสักอย่างที่ ใหม่ ดาวิกา สามารถบอกนางวันทองได้ คุณจะบอกว่าอะไร

อยากบอกว่าหนูเคยเข้าใจแม่ผิดมาโดยตลอด แต่วันนี้หนูรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มารับบทเป็นแม่ ขณะเดียวกันก็หวังว่าเราจะเป็นวันทองในแบบที่แม่ภูมิใจ 

คิดยังไงกับวลียอดฮิต ‘วันทองสองใจ’ เอาเข้าจริงแล้วมันยุติธรรมกับวันทองไหม

อยากให้คนดูดูแล้วตัดสินเองดีกว่า ใหม่ไม่อยากตัดสินแทน อยากให้ทุกคนมาร่วมการเดินทางครั้งนี้ด้วยกัน แล้วค่อยตัดสินในตอนท้ายว่าคุณจะยังเรียกวันทองว่าสองใจอยู่หรือเปล่า หรือเอาเข้าจริงแล้ว วันทองก็สองใจจริงๆ นั่นแหละในความหมายของคุณ

แล้วตัวคุณมองแบบไหน

ใหม่มองว่าวันทองคือผู้หญิงที่ชัดเจนกับคำตอบของตัวเองมากๆ และไม่ควรถูกเรียกว่าสองใจ แต่อย่าเพิ่งเชื่อใหม่มากเลยค่ะ (หัวเราะ) อยากให้ไปดูกันเองดีกว่า ในเรื่องมีเหตุการณ์มากมายที่เปลี่ยนความคิดคุณได้ตลอดเวลา

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

ผู้หญิงดูเรื่องนี้จะได้อะไร ผู้ชายดูเรื่องนี้จะได้อะไร

ผู้ชายจะเข้าใจหัวอกผู้หญิงมากขึ้นค่ะ (หัวเราะ) เข้าใจว่าผู้หญิงคิดอะไร เหตุผลลึกๆ ของเขาคืออะไร โดยเฉพาะกับการกระทำบางอย่างที่เหมือนจะไม่มีเหตุผล 

ส่วนผู้หญิง ถ้าดูแล้วก็อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาตีสามีนะคะ ล้อเล่นๆ (หัวเราะ) ใหม่เชื่อว่าคนที่กำลังเผชิญหรือมีประเด็นแบบนี้อยู่ในชีวิต จะได้รับรู้ว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยว คุณไม่ได้แก้ปัญหานี้อยู่คนเดียว 

เมื่อสักครู่ถามเรื่อง ‘วันทองสองใจ’ ไปแล้ว คราวนี้ขอเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ผัวเดียวเมียเดียว’ บ้าง คุณคิดยังไงกับวลีนี้

เลิศมาก ปังมาก เพราะใหม่เชื่อในแนวคิดนี้อยู่แล้ว สมมติใหม่รักใคร ใหม่จะเลือกคนนั้นไปเลย ไม่รู้วาเราหัวโบราณมั้ยนะ แต่ถ้าใหม่เลือกแล้วคือเลือกเลย ฉันจะรักคนนี้คนเดียว ความคิดจะเหมือนวันทองตรงที่ว่า ถ้าฉันรักคุณคนเดียว คุณก็ต้องรักฉันคนเดียว นี่แหละคือความเหมือนกันของใหม่กับวันทอง

แล้วสมมติว่าอีกฝ่ายดึงดันว่าฉันจะรักหลายคน แทนที่จะทน เราสามารถรักหลายคนบ้างได้ไหม

ไม่ได้! (เน้นเสียง) ไม่รู้สิ ใหม่ทำไม่ได้จริงๆ ถ้าเรื่องความรัก ความเชื่อของใหม่เป็นแบบนี้ เป็นเหมือนแม่วันทองเลย รักเดียวใจเดียว แล้วอีกฝ่ายก็ต้องรักเราคนเดียว

เชื่อว่ารักแท้มีจริงไหม

ใหม่เชื่อว่ารักแท้มีจริง พรหมลิขิตก็มีจริง มีหมดทุกอย่างเลย แค่ใหม่อาจยังไม่เจอกับตัวเอง (หัวเราะ)

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

ตอนนี้คุณอายุ 28 ปี ตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ยังไง มีอะไรที่อยากทำ หรือวางแผนที่จะทำถัดจากนี้ไหม

ตอนนี้สิ่งที่ใหม่รักมาก และมองไม่เห็นว่าตัวเองจะทำสิ่งอื่นได้เลย ก็คือการแสดง ใหม่คงทำสิ่งนี้ต่อไป และอยากทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ ค่ะ

ถ้าเข้าใจไม่ผิด คุณเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 13 – 14 ใช่ไหม

ใช่ค่ะ ใหม่เริ่มแคสงานตั้งแต่อายุประมาณสิบสี่ ตอนนั้นแคสต์งานโฆษณาทั่วไปเลย ตั้งแต่ของกิน รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ครีมทาผิว พวกผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย ใหม่เริ่มจากการเป็นนักแสดงในโฆษณา บทเล็กๆ น้อยๆ เรารับหมด ได้หนึ่งพัน หนึ่งหมื่น ก็ดีใจแล้ว

ย้อนไปตอนที่ยังเป็นเด็กหญิงดาวิกา เคยมีความฝันอย่างอื่นไหมที่ไม่ใช่การเป็นดารา

เละเทะเลยค่ะ ฝันไปเรื่อย (หัวเราะ) ความฝันในวัยเด็กของใหม่จะไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร กินขนม เล่นกีฬาไปวันๆ ไม่ได้โฟกัสเลยว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร 

ช่วงที่ชอบวาดรูปก็คิดว่าฉันอยากเป็นดีไซเนอร์แหละมั้ง หรือพอเห็นบ้านข้างๆ ขายน้ำเต้าหู้ก็อยากขายบ้าง ดูเขาทำแล้วน่าสนุกดี ไม่มีความฝันที่เป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งได้มาเล่นละคร ถึงรู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่เรารักจริงๆ

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลองไปแคสต์งาน

พี่ข้างบ้านแคสต์งานแล้วได้ตังค์ค่ะ เราอยากได้ตังค์ ก็เลยลองทำบ้าง 

พูดง่ายๆ คืออยากหาเงิน ไม่เกี่ยวกับความฝันอะไรทั้งนั้น

ใช่ (หัวเราะ) พอทำปุ๊บ เริ่มมีรายได้ กลายเป็นว่าเราได้ช่วยครอบครัวเราเร็วขึ้น พ่อแม่เราก็เหนื่อยน้อยลงด้วย จากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ เลยค่ะ ถ้านับตั้งแต่อายุสิบสี่ จนถึงตอนนี้อายุยี่สิบแปด ก็สิบสี่ปีแล้ว

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

มีบทหรือคาแรกเตอร์ไหนที่อยากเล่นสักครั้งในชีวิตไหม

อยากเล่นทุกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน บทไหนก็ได้ที่ยังไม่เคยเล่น ได้หมดเลยค่ะ 

ถ้าจะมีหนึ่งคำ หนึ่งประโยค ที่นิยามความเป็น ใหม่ ดาวิกา คิดว่าคำหรือประโยคนั้นคืออะไร

(นิ่งคิด) ‘ลิงป่วย’ มั้ง (หัวเราะ) เพราะใหม่ป่วยบ่อยมากเลยปีนี้

สมมติถ้าไม่ป่วย แล้วให้บอกอะไรกับตัวเองก็ได้ตอนนี้ จะบอกว่า

ดีแล้ว บอกตัวเองว่าดีแล้วค่ะ หมายถึงเรื่องชีวิตและทุกอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้ แต่ถ้าเอาสถานการณ์ ณ ตอนนี้ ที่นี่เลย ใหม่จะบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งก้มลงไปดูหมูกระทะที่พี่ๆ กำลังนั่งกินกันอยู่ข้างล่าง (หัวเราะ)

พูดเรื่องหมูกระทะ คุณชอบโดนแฟนคลับแซวอยู่บ่อยๆ ว่า ใหม่ ดาวิกา รู้จักหมูกระทะไหม เคยกินชาบูไหม ปกติคุณดูแลเรื่องอาหารการกินของตัวเองยังไง

จริงๆ แล้วใหม่กินทุกอย่างเลยค่ะ บางคนอาจจะงง ถ้าใหม่บอกว่าใหม่กินชานมไข่มุกทุกวัน กินจนเปิดขายเองแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ ฝากอุดหนุนกันด้วยนะคะ (หัวเราะ) แต่ด้วยความที่ใหม่กินทุกอย่างแบบไม่เลือก ใหม่ต้องกินในปริมาณที่พอดี คือกินให้พอรู้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันกินเข้าไป ต้องมีวินัยกับตัวเองด้วย

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

เซอร์ไพรส์เหมือนกัน นึกว่าคุณจะเป็นสายไดเอ็ต ควบคุมอาหารแบบจริงจัง

เคยคิดเหมือนกันว่าวันๆ ฉันจะกินแต่ไข่ต้มกับอกไก่ แต่ทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ ยังไงก็ไม่รอด

การเป็นดารา มีสิ่งที่ต้องแลกหลายอย่าง เช่น ความเป็นส่วนตัว การรับมือกับชื่อเสียง คุณจัดการกับภาวะเหล่านี้ยังไง

คงเหมือนกับนักแสดงทุกคนที่ต้องแลก สำหรับใหม่ ใหม่ยินดีและมีความสุขที่จะแลก เพราะสิ่งที่ใหม่ได้รับกลับมามันคุ้มค่าและดีต่อตัวใหม่มาก ใหม่ไม่มีปัญหากับสิ่งที่ต้องแลกไป 

บางคนจะสงสัยว่าใหม่โอเคไหม ไปเดินเที่ยวตรงนั้นก็ไม่ได้ ทำอันนี้ก็ไม่ได้ แต่ใหม่แฮปปี้ ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาเลย เรายอมแลก เราเข้าใจดี ไม่งั้นเราอยู่มาถึงตอนนี้ไม่ได้หรอก เหมือนเวลาทำอะไรแล้วรู้สึกว่าฝืน มันจะฝืนไปตลอด ใหม่ก็ยังเป็นตัวของใหม่แบบนี้แหละค่ะ แค่เราปรับชีวิตให้เข้ากับการทำงาน จนทุกวันนี้มันชินไปแล้ว

เคยมีช่วงเวลาไหนที่รู้สึกเบื่อ ไม่อยากทำ หรือตั้งคำถามกับอาชีพนี้ไหม

ไม่มีเลย ไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลย ใหม่รักการแสดงมาก ตอนนี้ก็แสดงอยู่นะเนี่ย ล้อเล่นๆ (หัวเราะ) ใหม่ชอบการแสดงมาก รักมาก ยังมีความสุขในทุกๆ วันที่ได้ทำ และยังอยากทำต่อไปเรื่อยๆ เลย

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ชีวิตวัย 28 ที่เชื่อยังในรักแท้ กับการรับบทดราม่าที่สุดในชีวิต

Writer

พันธวัฒน์ เศรษฐวิไล

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร WRITER และ The101.world ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการฝึกหัด ถนัดในการเรียบเรียงน้ำเสียงและความคิดของผู้คนออกมาเป็นงานเขียนที่น่าสนใจ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ The Cloud ต้องสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

แต่อาจเป็นครั้งแรกที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องเดินทางกว่า 20 กิโลเมตร เข้ามาหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตในตัวเมืองเพื่อให้การพูดคุยเกิดขึ้น

“แอบตื่นเต้นนิดๆ นะคะ” 

เธอส่งข้อความโดยมีอิโมจิหน้ายิ้มลงท้าย เป็นเครื่องหมายว่าได้เวลาสนทนา เราจึงกดโทรหาสาวอาข่าที่อยู่ในร้านกาแฟที่เชียงรายทันที

ปลายสาย คือ มิวสิค-สุธาทิพย์ ทรัพย์เรือนชัย สาวอาข่าวัย 22 ผู้บอกเล่าวิถีชีวิตชาวดอยผ่าน TikTok ในชื่อ @abusulu17 และ YouTube อาบูซูลู สาวอาข่า จนกลายเป็นกระแสแพร่หลายในโลกโซเชียล และมียอดผู้ชมคลิปทะลุล้าน

พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์หลายคนเลือกย้ายถิ่นฐานมาทำงานในเมือง ตรงข้ามกับมิวสิคที่ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด อย่างหมู่บ้านขุนสรวย ตำบลวาวี จังหวัดเชียงราย ทันทีที่เรียนจบ

แฟนคลับทุกคนต่างหลงรักตัวตนของเธอจากภาพการทำเกษตรอินทรีย์กับพ่อแม่ ความน่ารักในชุดท้องถิ่นอาข่า ทักษะการเย็บผ้า รวมถึงภาษาพื้นเมืองอันมีเอกลักษณ์

2 ปีที่ผ่านมา เธอเพิ่งมีแบรนด์กาแฟ Abusulu Coffee ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควร

ก่อนคำถามแรกจะส่งตรงถึงเชียงราย เราขอให้มิวสิคอธิบายที่มาของคำว่า ‘อาบูซูลู’ ที่ต่อท้ายชื่อของเธอ

“อาบูซูลูเป็นชื่อภาษาอาข่าของมิวสิคค่ะ ‘อาบู’ แปลว่าเด็กผู้หญิง ‘ซูลู’ แปลว่าคนที่กระฉับกระเฉง ไม่อยู่กับที่ ตื่นเต้นตลอดเวลา”

ต่อจากนี้คือบทสนทนาระหว่าง The Cloud และสาวเหนือ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าจะทำให้ผู้อ่านทุกคนตื่นเต้น กระฉับกระเฉงสมชื่ออาข่าผู้น่ารักคนนี้

จบมหาลัยแล้วตัดสินใจกลับดอย

คุณเรียนจบปริญญาตรีด้านนิเทศศาสตร์ น่าจะสมัครงาน ใช้ชีวิตในเมืองได้สบาย ทำไมถึงเลือกกลับไปทำไร่บนดอย 

อันดับแรกเลย เราอยากอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ อยากอยู่กับครอบครัวและคนในชุมชน ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่สนิทกัน คนนี้เป็นน้องชายคุณพ่อ คนนั้นเป็นน้องฝั่งแม่ ทุกคนเป็นญาติกันหมด 

สองคือเราอยากกลับมาพัฒนาหมู่บ้าน ขุนสรวยเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก การเดินทางของที่นี่ลำบากมาก ถนนยังเป็นลูกรังอยู่เลย มิวเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เรียนจบแล้ว ถนนก็ยังเหมือนเดิม ถ้าอนาคตถนนยังเป็นแบบนี้ ถ้าหมู่บ้านและชุมชนยังไม่ดีขึ้น ลูกหลานก็คงลำบาก

การพัฒนาหมู่บ้านดูเป็นสิ่งที่ยากมาก ทำไมคุณจึงคิดว่าตัวเองทำได้

ในยุคนี้จะหวังพึ่งแค่รัฐบาล รอแต่งบประมาณคงไม่ได้ มิวสิคเชื่อว่าถ้าคนในชุมชนร่วมด้วยช่วยกันก็น่าจะพอพัฒนาหมู่บ้านได้ในระดับหนึ่ง ที่นี่ไม่ค่อยมีคนรุ่นใหม่แบบมิวสิค เราถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยังเข้าถึงชุมชนได้ และในเมื่อเราอยากกลับมาอยู่บ้านอยู่แล้ว ก็คงเป็นโอกาสที่ดี 

เราได้ไปพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าน ปรึกษาเขาว่าหมู่บ้านของเรามีจุดไหนที่ควรปรับปรุง หลายอย่างพวกเราช่วยกันได้ดีมากเลยนะคะ แต่บางอย่างก็คงต้องให้รัฐช่วยด้วยเหมือนกัน

หลายครอบครัวอยากให้ลูกหลานได้เรียนสูงๆ ทำงานในเมือง แต่คุณกลับทำตรงข้าม ครอบครัวคุณคิดยังไง

อืม มิวว่าแต่ละครอบครัวก็คงมีความคิดที่ต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้บังคับเราเรื่องเรียนหรือทำงานเลย เรารักแบบไหน เขาก็สนับสนุน แต่จริงๆ คุณพ่อก็แอบอยากให้กลับมาอยู่ที่บ้านนะคะ เรียนจบอยากให้กลับมาพัฒนาสวนเกษตรอินทรีย์และชุมชน คุณพ่อคุณแม่มีลูกสาวคนเดียวก็เลยเป็นห่วง ไม่อยากให้ไปไกล และมิวก็เป็นคนรักธรรมชาติอยู่แล้ว เลยเลือกจะกลับมาอยู่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ และชุมชมดีกว่า มีความสุขมากกว่า

สมัยเรียนคุณก็เป็นสาววัยรุ่นที่เข้ายิมออกกำลังกาย ไปเที่ยวตามคาเฟ่ อยู่ที่นี่ไม่คิดถึงเพื่อน คิดถึงชีวิตในเมืองเหรอ

คิดถึงนะคะ คิดถึงเชียงใหม่เพราะเราเรียนมหาลัยที่นั่น คิดถึงเพื่อนที่เรียนด้วยกันด้วย ปกติคิดถึงก็จะแวะไปเยี่ยมเพื่อนบ้าง ตอนนี้มีโควิด-19 เลยไม่ค่อยได้ไป แต่ก็ยังแชทคุยกัน ติดตามกันอยู่ตลอด

แต่เอาจริงๆ พอมาอยู่บนดอยก็เริ่มไม่อยากกลับลงไปอยู่ในเมืองแล้ว เรารักที่นี่ มีความสุขกับการอยู่กับธรรมชาติแบบนี้ทุกวัน คงชินกับที่นี่ไปแล้วมั้ง

ไม่เบื่อเหรอ หลายคนมองว่าอยู่บนดอยไม่มีอะไรให้ทำ สิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่มี

ใช่เลย (หัวเราะ) คนถามคำถามนี้บ่อยมาก อยู่บนดอยได้ไง ไม่เหงาเหรอ บนนั้นไม่มีอะไรเลย โลตัส บิ๊กซี เซเว่น ไม่มีสักอย่าง คงโชคดีที่เราเป็นคนไม่ชอบความวุ่นวายอยู่แล้ว ก็เลยไม่เบื่อ และเอาจริงๆ ธรรมชาติก็มีอะไรที่สะดวกตั้งหลายอย่าง บางคนอาจจะไม่เคยอยู่กับธรรมชาติเลยคิดว่าคงอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าลองขึ้นมาสัมผัสอาจจะรู้สึกสะดวกก็ได้ ทุกอย่างเราปลูกเอง เก็บเอง กินเอง ปลอดภัยและสะดวกมากๆ อยากกินอะไรก็แค่ปลูก แต่ถ้าอยู่ในเมือง ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายหมดเลย ต้องซื้อทุกอย่าง แถมไม่รู้ด้วยว่าพืชผักปลอดภัยจริงหรือเปล่า 

ขับรถ 20 กิโลไปอัปโหลดคลิป

เห็นคุณในสื่อโซเชียลแล้วรู้สึกว่า สาวนิเทศคนนี้ทำเนื้อหาได้ดีพอสมควร ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า คุณตั้งใจจะเล่าเรื่องอะไร

ไม่ว่าจะใน TikTok หรือ YouTube มิวสิคจะเล่าเรื่องราวที่เป็นตัวตนของเราเอง เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตบนดอย และในเมื่อเป็นชนเผ่าอาข่า เราก็อยากถ่ายทอดความเป็นอาข่าของเราให้คนดูได้เห็น ตั้งแต่วิถีชีวิต เอกลักษณ์ต่างๆ ลายปักผ้า ภาษา รวมถึงการทำเกษตร ซึ่งเป็นเกษตรอินทรีย์ ที่สำคัญ อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพ มิวอยากถ่ายทอดเรื่องสุขภาพด้วย

วิถีชีวิตบนดอยเกี่ยวกับสุขภาพยังไง

แต่ก่อนครอบครัวมิวสิคป่วยบ่อยค่ะ คุณแม่ก็ป่วย มิวสิคเองก็เข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก หลังๆ มานี้จึงมองหาสาเหตุว่าทำไมถึงป่วย เริ่มรู้ว่ามันเกิดจากสารเคมีที่เราใช้นี่แหละ แต่ก่อนที่บ้านใช้เยอะมาก ต้องพ่นยาก่อนปลูกผลผลิตทุกชนิด คนปลูกมักจะตายก่อนคนบริโภคอีกนะ

พอรู้เหตุผลของการป่วย มิวก็ให้คุณพ่อคุณแม่เลิกใช้สารเคมีเลย เราหันมาดูแลสุขภาพ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผักผลไม้ที่ปลูกเอง เราไม่มีทางรู้ว่าที่อื่นเขาปลูกแบบไหน แต่เรารู้ว่าบ้านเราปลูกแบบอินทรีย์ เราก็ถ่ายทอดสิ่งนี้ลงในคลิปที่ทำ อยากบอกทุกคนว่าสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะ ดูแลดีๆ นะ 

คุณทำยังไงให้เรื่องแสนธรรมดาเหล่านี้น่าสนใจสำหรับคนทั่วไป 

โห ยากจังเลยค่ะ

(เงียบไป 10 วินาที)

จะตอบยังไงดีข้อนี้ (หัวเราะ) คือมิวว่าการถ่ายทอดธรรมชาติภาคเหนือและตัวตนของเราอาจจะดูธรรมดา แต่มันคือความจริง เป็นตัวตนของเราจริงๆ คนน่าจะชอบสิ่งที่เป็นความจริงมั้งคะ 

สิ่งที่คนดูสนใจคงเป็นเสื้อผ้าด้วย ลายปักของชนเผ่าไม่ได้ใช้เครื่องเย็บ เราเย็บมือทั้งหมด สิ่งนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเราที่อาจจะไม่ธรรมดาในสายตาคนดู การพูดและภาษาก็เหมือนกัน คนดูอาจจะรู้สึกว่าวัฒนธรรมเหล่านี้มีเสน่ห์

ช่วยเล่าเบื้องหลังการทำคลิปทั้งหลายให้ฟังหน่อย

ส่วนมากก่อนทำคลิปก็จะปรึกษากับคุณแม่ เพราะเขาเป็นตากล้องให้มิวสิคทุกคลิปเลย มิวจะถามก่อนว่าพรุ่งนี้เราไปทำคอนเทนต์แบบไหนดี อย่างช่วงที่มีเห็ด เราก็อยากทำคลิปให้คนที่ไม่เคยเห็นการเก็บเห็ดได้เห็น อยู่บนนี้มีอะไรให้ถ่ายเยอะมาก 

พอคุยกับคุณแม่เสร็จปุ๊บ วันรุ่งขึ้นก็ไปถ่าย อยากบอกว่าเบื้องหลังการถ่ายคลิปของมิวสิคไม่เคยมีสคริปต์เลย เห็นปุ๊บก็ถ่ายเลย ธรรมชาติมาก ไม่มีการบอกแม่ว่าต้องพูดแบบนี้นะ คือพูดกันปกติเหมือนตอนไม่มีกล้องถ่ายอยู่ ในชีวิตจริงมิวคุยกับคุณแม่แบบนี้อยู่แล้ว 

ตัดต่อเราก็ทำเองหมดเลย ทำในโทรศัพท์นี่แหละ 

แต่การอัปโหลดคลิปนี่ค่อนข้างลำบาก ที่หมู่บ้านไม่มีสัญญาณ เราต้องขับรถไปลงคลิปในเมือง ที่บ้านยังเป็นถนนลูกรัง ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนก็ต้องใช้รถยนต์อย่างเดียว หน้าร้อนพอจะขี่มอเตอร์ไซค์ได้ จากบ้านถึงถนนคอนกรีตประมาณสิบกิโลเมตร หลังจากนั้นก็จะสบายหน่อย ขับเข้าเมืองต่ออีกประมาณสิบกิโลเมตร และเราขายของด้วย ดังนั้น เลยจะนัดลูกค้าให้มารับสินค้าในวันที่ต้องลงคลิปพอดี ลำบากหน่อยแต่ก็ยอมค่ะ (หัวเราะ) 

พูดถึงถนนลูกรัง เห็นคุณกับแม่ถ่ายคลิปจนรถล้มด้วย

คนที่ดูคลิปของมิวสิคน่าจะรู้นะคะว่าถนนแถวนี้ไม่ดีจริงๆ วันที่ทำคลิปก็ไม่ได้ตั้งใจ คิดว่าทางที่ไปโอเคแล้วเลยให้แม่ซ้อนไปด้วย ตอนนั้นมิวกำลังจะจอดให้แม่ลง แต่กลายเป็นลื่นแล้วเบรกไม่อยู่ คุณแม่ยังไม่ปิดกล้องพอดี เลยได้เห็นสภาพตอนล้มแบบในคลิป (หัวเราะ) ถนนไม่ดีจริงๆ นะคะ ยิ่งหน้าฝนยิ่งลำบากเลย

ใส่ชุดชนเผ่าไม่อายเหรอ

เคยได้รับฟีดแบ็กอะไรจากผู้ติดตามบ้าง 

เท่าที่อ่านคอมเมนต์ก็ได้ผลตอบรับที่ดีนะคะ ทุกคนชอบ แถมหลายคนให้คำแนะนำดีมากๆ บางทีเราพูดเร็วเกินไป เขาก็จะคอยบอกให้พูดช้าลงหน่อย หรือหลายอย่างที่เราไม่รู้เรื่องการเกษตร คนดูก็ช่วยบอกเพิ่ม มิวสิคเพิ่งกลับมาอยู่บ้าน หลายอย่างก็ยังลองผิดลองถูกอยู่ ก็ดูจากยูทูบ ศึกษาจากแหล่งต่างๆ ดีมากเลยที่คนดูและแฟนคลับช่วยเสริมเรา มันช่วยให้เราแก้ไขงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ 

ถ้าเป็นไปได้ยังอยากให้คนดูได้ขึ้นมาสัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้บ้าง หลายคนบอกในคอมเมนต์ว่าอยากมาเที่ยว มิวยินดีต้อนรับเลยนะ มาพักฟรีได้เลย แต่ขอเป็นหลังโควิด-19 แล้วกันค่ะ

พอได้เห็นคุณทำคลิป คนในหมู่บ้านว่ายังไงบ้าง

เขาก็ชอบ บอกว่าดีที่ยังรักและอนุรักษ์วัฒนธรรมของตัวเองอยู่ ช่วงแรกเขาสงสัยนะว่าทำไมกล้าใส่ชุดชนเผ่า ไม่อายเหรอ มิวสิคไม่อายนะคะ เรากล้าใส่ออกมาข้างนอกแบบปกติเลย เพราะในใจลึกๆ คือเรารัก อยากรักษาให้วัฒนธรรมอาข่าอยู่สวยงามแบบนี้ไปตลอด มันน่าเสียดายถ้าไม่มีใครอนุรักษ์แล้วลูกหลานไม่ได้เห็น 

ตอนนี้คุณมีชื่อเสียงพอสมควร มีหนุ่มๆ ทักมาจีบบ้างรึเปล่า 

(หัวเราะเขินๆ) ก็มีบ้างนะคะ แต่มิวสิคยังไม่พร้อมเลย ช่วงนี้อยากเรียนรู้การเกษตรและการทำธุรกิจมากกว่า ยังไม่สนใจเรื่องความรักสักเท่าไหร่ 

รู้สึกยังไงในวันที่คลิปคุณมีคนดูเกินล้านวิว

โห ตอนแรกตกใจเหมือนกันนะคะ ไม่เคยคิดเลย คลิปนั้นคือลงเล่นๆ พอลงแล้วก็ยังไม่รู้ว่ามีคนดูเยอะ เปิดดูไม่ได้ เพราะที่บ้านไม่มีสัญญาณ ต้องรอลงจากดอยถึงจะได้ดู บนนี้คือดูและตอบคอมเมนต์ไม่ได้เลย 

วันรุ่งขึ้นเรามาส่งของด้านล่าง ตกใจมาก ทำไมคนดูคลิปเราเยอะขนาดนี้ ดีใจ ฮึ้ย เขาชอบในความเป็นเรา คลิปนั้นใส่ชุดชนเผ่าด้วย จากที่รักมากๆ อยู่แล้ว เราก็ยิ่งรักความเป็นอาข่ามากขึ้นไปอีก วัฒนธรรมของเราสวยงามจริงๆ คนดูก็อาจจะชอบวัฒนธรรมของเราด้วยเหมือนกัน

นอน 5 ทุ่ม ตื่นตี 5

เล่าชีวิตประจำวันของคุณให้ฟังหน่อย

อยู่บนดอยแทบจะไม่มีวันหยุด มีอะไรให้ทำทุกวันเลย เริ่มจากตื่นนอนประมาณตีห้าครึ่งมาออกกำลังกายหนึ่งชั่วโมง เราขอคุณแม่ออกวันเว้นวัน เล่นเวท สควอช ไม่ก็วิ่ง สลับกันไป ระหว่างนั้นคุณพ่อจะไปให้อาหารหมู รอกินข้าวเช้า

หลังออกกำลังกาย มิวกับคุณแม่ก็จะให้อาหารปลา ก่อนจะทำอาหาร แล้วก็ทานข้าวกัน

ตอนกลางวันจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วง ช่วงที่ปลูกข้าวนา เราก็ต้องรีบไปไถนา หว่านกล้าข้าว ปลูกข้าวดอย ปลูกพืชผลไม้ ยิ่งหน้าฝนแบบนี้ก็ต้องเตรียมปลูกอะโวคาโด ปลูกกาแฟและชาทดแทนต้นที่ตายแล้ว มีอะไรให้ทำทุกวันจริงๆ นะ (หัวเราะ) แต่จะให้วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อนหนึ่งวัน เพราะครอบครัวมิวสิคนับถือศาสนาคริสต์ 

แล้วก็อันนี้อยากเล่าเป็นพิเศษ คือบางวันมิวจะแบ่งเวลาไปสอนเด็กรุ่นใหม่เย็บผ้าด้วย เป็นกิจกรรมเล็กๆ ให้เขาฝึกเย็บผ้าแล้วเอาไปขาย เงินที่ได้ก็เอาไปซื้อขนมกิน เด็กๆ ก็มีความสุข

เด็กยุคนี้ส่วนมากจะติดโซเชียล เล่นแต่โทรศัพท์ เราอยากแก้ปัญหาตรงนี้ คือเล่นได้นะ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเอง ต้องแบ่งเวลามาทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันบ้าง แต่เด็กๆ ที่บ้านก็ดีอย่างหนึ่งคือเขาฟังเรา เราเตือนแล้วเขาเชื่อ 

ตื่นเช้า แถมยังทำงานเยอะขนาดนี้ คุณมีเวลาพักบ้างมั้ยเนี่ย

(หัวเราะ) ในหนึ่งวัน มิวสิคทำอะไรเยอะจริงๆ ค่ะ เป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพื่อนชอบถามว่ามิวสิคเคยพักผ่อนบ้างมั้ย ได้นอนบ้างรึเปล่า ก็พักผ่อนนะคะ อยู่ที่นี่เราเข้านอนก่อนห้าทุ่ม พักผ่อนเตรียมทำงานต่อในวันรุ่งขึ้น ถ้าวันไหนต้องตัดคลิป ก็อาจจะนอนช้ากว่านั้นนิดหน่อย แต่ไม่ได้หักโหมนะ เหนื่อยก็พัก

แสดงว่าช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ คุณก็จะไม่ได้ช่วยงานที่บ้าน

ใช่ค่ะ แต่มิวจะกลับหมู่บ้านทุกวันศุกร์ นั่งรถจากเชียงใหม่มาช่วยคุณพ่อคุณแม่ ไม่รู้ว่าทำไม แต่มิวสิคไม่ชอบอยู่ในเมือง เสาร์อาทิตย์ก็อยากกลับมาหาธรรมชาติแล้ว

เล่าเรื่องกาแฟแบรนด์อาบูซูลูของคุณให้ฟังหน่อย

คุณพ่อคุณแม่ปลูกกาแฟมานานแล้ว แต่เราไม่เคยคิดจะทำแบรนด์เลย ไม่มีแผนจะขายด้วย เพราะเรากินกาแฟไม่เป็น แต่ประมาณสองปีที่แล้ว มีอยู่วันหนึ่งมิวไปร้านกาแฟ แล้วรู้สึกชอบกลิ่นกาแฟมาก จากที่วันนั้นรู้สึกเศร้าๆ ซึมๆ พอได้กลิ่นกาแฟเท่านั้นแหละ เฮ้ย ทำไมรู้สึกดีจัง 

หลังจากวันนั้นเราก็ลองหัดกินกาแฟ ครั้งแรกก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ อ้วกแตก ทั้งขม ทั้งใจสั่น แต่พอเริ่มจิบ เริ่มชิมมาเรื่อยๆ กลายเป็นหลงรักกาแฟตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆ ก็คิดถึงกาแฟที่คุณพ่อคุณแม่ปลูกไว้ เฮ้ย กาแฟบ้านเราก็มีหนิ ทำไมไม่ลองทำเป็นแบรนด์ของตัวเองล่ะ ก็เลยเอาคำว่า ‘อาบูซูลู’ ที่เป็นชื่ออาข่าของเรามาเป็นชื่อแบรนด์ กลายเป็น Abusulu Coffee อย่างทุกวันนี้

ยิ่งเห็นสิ่งที่ปลูกเติบโต ยิ่งมีความสุข

ความสุขและความทุกข์ของการเป็นชาวไร่บนดอยคืออะไร 

ความสุขคือการได้ผลผลิตที่ดี ออกมาสวยอย่างที่เราตั้งใจปลูก แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว ความทุกข์นี่ ส่วนน้อย สำหรับชาวไร่บนดอย มิวคิดว่าความทุกข์คือการขายผลผลิตไม่ได้ ไม่รู้จักตลาด ไม่รู้จะไปขายที่ไหน 

แต่ถ้าเป็นความทุกข์ที่มาจากการทำงาน มิวถามคุณพ่อคุณแม่ทุกวันเลยว่าเหนื่อยมั้ยกับการทำเกษตร เขาบอกไม่เหนื่อย ทั้งสองคนไม่ได้เรียนหนังสือ ทำแต่เกษตรมาตั้งแต่เด็ก คงเพราะความเคยชินด้วยมั้ง เหนื่อยแบบเหนื่อยมากๆ ทั้งสองคนก็เลยไม่มี อาจจะเหนื่อยตอนทำงานบ้างนิดหน่อย แต่พักแล้วก็หาย คุณพ่อชอบพูดว่า ‘ยิ่งเห็นสิ่งที่เราปลูกเติบโต ยิ่งมีความสุข’ 

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร

  ณ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมิวก็คงเป็นครอบครัว ตั้งแต่เรียนจบกลับมา มิวได้อยู่ร่วมกับครอบครัวและคนในหมู่บ้าน จากที่ผูกพันกันอยู่แล้วก็ยิ่งผูกพันขึ้นไปอีก ทุกเช้าตื่นมาก็เห็นหน้าคุณพ่อคุณแม่แล้ว การได้เห็นทั้งคู่และญาติพี่น้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงคือสิ่งสำคัญที่สุด และทำให้มิวมีความสุขที่สุด

สถานการณ์โควิด-19 ที่หมู่บ้านเป็นยังไงบ้าง

เท่าที่มิวอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ตำบลวาวีค่อนข้างเคร่งเรื่องมาตรการโควิด-19 อยู่แล้ว คนข้างนอกเข้าไม่ได้เลย คนในจะออกก็ต้องแจ้งก่อน ทุกคนให้ความร่วมมือมากๆ เราก็เลยยังทำสวนทำไร่กันได้ปกติ ยอดขายลดลงบ้าง แต่ลูกค้าไม่ถึงกับหายไปเลย ยังขายได้อยู่ 

โดยรวมคนบนดอยยังใช้ชีวิตปกตินะ 

กือรังฮือมา

กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์รุ่นใหม่หลายคนอายกับการเป็นตัวเอง อยากใช้ชีวิตแบบคนในเมืองมากกว่า แต่คุณดูไม่ใช่แบบนั้นเลย

ตอนเด็กก็เคยมีเพื่อนล้อว่าพูดไม่ชัดนะ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้อายอะไร มันคือตัวเรา พูดไม่ชัดก็ยังดีกว่าพูดไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย ที่สำคัญ คนเราฝึกและเรียนรู้ได้นะคะ เมื่อก่อนมิวพูดไม่ชัด แต่ด้วยความที่เราชอบร้องเพลง เลยฝึกพูดจากการร้องเพลงมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็พูดภาษาไทยชัดขึ้นในระดับหนึ่ง บางคำอาจจะยังไม่ชัดอยู่ แต่ไม่อายนะคะ เพราะว่าเราเป็นอาข่า เราเป็นเรา

แต่มิวเข้าใจนะ ทุกคนมีมุมมองที่ต่างกัน แต่สำหรับเรา เรารักความเป็นอาข่ามากจริงๆ 

คุณคิดยังไงเวลาสื่อต่างๆ สร้างภาพให้กลุ่มชาติพันธุ์ดูเป็นตัวตลก บ้างก็ล้อเลียนอัตลักษณ์ชนเผ่า 

คนทำคงไม่เคยมาสัมผัสกับชนเผ่าอย่างลึกซึ้ง ไม่เคยพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์แบบใกล้ชิดมากพอ เขาคงไปรับข้อมูลจากไหนไม่รู้ก็เลยทำสื่อแบบนั้นออกมา จริงๆ แล้วคนที่จะทำหนังหรือสื่อเรื่องนี้ ควรจะมาสัมผัสพูดคุยกับคนชาติพันธุ์โดยตรง เขาจะได้รู้ว่า อ๋อ อาข่า วัฒนธรรมหรือการแต่งกายเป็นแบบนี้นะ ภาษาเป็นแบบนี้นะ ที่ผ่านมาเหมือนเขาสื่อสารออกไปโดยที่ยังไม่ทำความเข้าใจมากพอ

ชาวอาข่าต่างจากพี่น้องชาติพันธุ์อื่นๆ ยังไง 

จริงๆ ทุกชนเผ่าก็มีที่โดดเด่นแตกต่างกันนะคะ วัฒนธรรมของอาข่าที่ไม่เหมือนชาติพันธุ์อื่นน่าจะเป็นการแต่งกายเนี่ยแหละ เราพิเศษด้านการเย็บปักถักร้อย ลายปักของเรามีแบบที่เรียกว่า อาแย อาล่อ หรือ อาขื่อแซพู้ ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภาษาและการพูดก็ต่าง แล้วเราจะทักทายกันโดยการจับมือค่ะ ตอนเจอกัน อาข่าจะเชกแฮนด์คล้ายๆ ฝรั่งเลย 

อะไรคือความเป็นอาข่าที่คุณรักที่สุด

รัก… โอ้โห รักทุกอย่างเลย ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ลายปักผ้า รักทุกอย่างที่เป็นอาข่าเลยค่ะ 

คุณอยากสอนภาษาอาข่าคำไหนให้คนอ่าน

คงเป็นคำว่า ‘อูดูทามา’ เป็นคำทักทายเหมือนๆ คำว่า ‘สวัสดี’ คือคนเราเจอกันครั้งแรกก็ต้องทักทายก่อน มิวก็เลยอยากสอนคำทักทายภาษาอาข่า ก็พูดว่า ‘อูดูทามา’ พร้อมจับมือทักทายนั่นแหละค่ะ

อีกคำที่อยากสอนคือ ‘กือรังฮือมา’ ที่แปลว่า ขอบคุณ

คำถามสุดท้าย คุณมีชื่ออาบูซูลูที่แม่ตั้งให้อยู่แล้ว แล้วชื่อมิวสิคมาจากไหนเหรอ

อ๋อ จริงๆ ชื่อเล่นภาษาไทยแต่ก่อนชื่อทิพย์ค่ะ ชื่อจริงคือสุธาทิพย์ คนก็เลยเรียกเราสั้นๆ ว่า น้องทิพย์ๆ แต่ตอนเรียน ม.ปลาย มิวเป็นนักร้องประจำโรงเรียน เพื่อนก็เลยตั้งให้ใหม่ว่ามิวสิค เหมือนมาพร้อมเสียงเพลง เขาบอกว่าดูเข้ากันดี

แบบนี้พอเพื่อนตั้งชื่อให้ ก็ต้องบอกเพื่อนว่า ‘กือรังฮือมา’ ถูกมั้ย

ใช่ แต่จริงๆ เพื่อน ม.ปลาย ไม่ใช่ชาวอาข่า พูดว่า ‘ขอบคุณ’ เฉยๆ ก็พอแล้วค่ะ (หัวเราะ)

ภาพ : มิวสิค อาบูซูลู

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load