21 มกราคม 2562
13.17 K

เรารู้จัก ‘ล็อกซิทาน’ หรือชื่อเต็ม L’Occitane en Provence แบรนด์ผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางจากธรรมชาติครั้งแรกผ่านครีมทามือขนาดเท่าหลอดยาสีฟันที่ได้รับเป็นของขวัญ

หลังจากนั้น ครีมทามือก็กลายเป็นของใช้จำเป็นติดอยู่คู่กระเป๋า

อัลมอลด์, เซดาต์, เชอร์รี่ บลอสซัม, ลาเวนเดอร์, มีโดว์ สวีท, กุหลาบ, เวอร์บีน่า และ เชีย บัตเตอร์ คือชื่อพืชพรรณส่วนผสมสำคัญในล็อกซิทาน

L’Occitane

ไม่เพียงความหลงใหลในการค้นหาวัตถุดิบหลัก วิธีคิดทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรมของ คุณโอลิวิเยร์ โบซ์ซอง (Olivier Baussan) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะการค้นพบเชีย บัตเตอร์ ในบูร์กินาฟาโซ น้ำมันสกัดจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุ 200 ปี ที่ปลูกและเก็บเกี่ยวโดยผู้หญิงเท่านั้น ไปจนถึงการทำ Contact Farming ที่มาก่อนกาล หรือการค้าในรูปแบบสหกรณ์ สร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้หญิงในบูร์กินาฟาโซกว่าหมื่นคน จนได้รับการประกาศจากสหประชาชาติในปี 2013 ให้เป็นแบรนด์ต้นแบบที่พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนในโลกที่สามอย่างเป็นรูปธรรม

The Cloud มีนัดพิเศษกับ คุณกรวิภา ศิริบุญญานุภาพ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ของ L’Occitane (Thailand) เพื่อพูดคุยถึงวิธีคิดเบื้องหลังของแบรนด์ล็อกซิทานจากแคว้นโพรวองซ์ในฝรั่งเศส

อะไรทำให้ล็อกซิทานกลายเป็นแบรนด์ที่สื่อสารเรื่องความสวยงามของธรรมชาติได้สนุกและแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ขนาดนี้ มาฟังกัน

L’Occitane

01

ล็อกซิทานเริ่มต้นแบรนด์จากเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย 1 เครื่อง รถกระบะเล็กๆ 1 คัน และความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณที่อัดแน่น

หลังจากตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องกลั่นไอน้ำ คุณโอลิวิเยร์ โบซ์ซอง นักพฤกษศาสตร์ในวัย 23 ปีก็เริ่มลงมือกลั่นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากโรสแมรี่ป่าเพื่อนำไปขายในตลาดท้องถิ่น และได้รับการตอบรับที่ดีมากมายจากชาวเมืองโพรวองซ์ คุณโอลิวิเยร์จึงลงมือศึกษาและรื้อฟื้นกรรมวิธีผลิตสบู่แบบดั้งเดิมซึ่งก็ขายดีและดังสุดๆ

02

ล็อกซิทาน (L’Occitane) แปลว่า ผู้หญิงของเมืองออกซิทานี (Occitanie)

เมืองออกซิทานี (Occitanie) คือเมืองโบราณซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทางเหนือของสเปน และทางเหนือของอิตาลี ว่ากันว่าผู้หญิงในย่านนี้มีบุคลิกที่รักสงบ มีความอดทน ใจกว้าง ชอบธรรมชาติ รักความรื่นรมย์

ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานแห่งแรกและแหล่งปลูกวัตถุดิบหลักที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ ชื่อนี้ยังตรงกับความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากถ่ายทอดความเป็นอยู่ที่ดีของชาวเมดิเตอร์เรเนียน

ที่มา svoboda-williams.com
03

แบรนด์ที่สร้างจากแสงแดด ผลผลิตของพื้นดินในโพรวองซ์ และความรักในธรรมชาติ

คุณโอวิลิเยร์เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ก่อตั้งแบรนด์ล็อกซิทานในปี 1976 นั่นคือ หัวใจสำคัญแห่งโพรวองซ์ (Provance) ได้แก่ แสงแดด ผลิตภัณฑ์ของพื้นดินแถบนี้ และความรักในธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เขาต้องการแบ่งปันให้แก่โลกใบนี้

04

นอกจากลาเวนเดอร์ของเมืองโพรวองซ์ คุณโอวิลิเยร์ใช้เวลาส่วนใหญ่เดินทางไปทั่วฝรั่งเศสเพื่อหาวัตถุดิบสำคัญ

ตัวอย่างเช่น อิมมอร์แตล หรือดอกบานไม่รู้โรยของฝรั่งเศสที่ค้นพบในเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อเกาะคอร์ซิกา ด้วยคุณสมบัติของอิมมอร์แตลอย่างการสร้างความแข็งแรง ผ่านการวิจัยกว่า 20 ปี จนอิมมอร์แตลเป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าประเภทฟื้นฟูเซลล์ ขณะที่ลาเวนเดอร์จะอยู่ในกลุ่มสร้างความผ่อนคลาย

05

เดินทางไปแอฟริกาทันทีที่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มผู้หญิงที่ผลิตเชีย บัตเตอร์ ในประเทศบูร์กินาฟาโซ

ขณะเดินทางท่องโลกเพื่อเสาะหาส่วนผสมใหม่ๆ และเทคนิคแบบดั้งเดิมตามที่ต่างๆ คุณโอลิวิเยร์ ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มผู้หญิงที่ผลิตเชีย บัตเตอร์ ในประเทศบูร์กินาฟาโซ (Burkina Faso) จึงเดินทางไปที่นั่นทันที เมื่อทดสอบคุณสมบัติการบำรุงผิวก็พบว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตเชีย บัตเตอร์ ที่ดีที่สุดในโลก

06

เชีย บัตเตอร์ หรือน้ำมันที่สกัดจากต้น Karite แปลว่าต้นไม้แห่งชีวิต

เป็นต้นไม้ที่ออกผลครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี ให้ผลเต็มที่เมื่ออายุ 25 ปี และมีอายุยืนถึง 200 ปี

07

ตามความเชื่อดั้งเดิมหน้าที่การปลูกและเก็บเกี่ยวผลเชีย บัตเตอร์ เป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น

การเก็บเมล็ดเชีย บัตเตอร์ ซึ่งจะต้องปล่อยให้ผลร่วงหล่นจากต้นไม้สูงลงสู่พื้นตามธรรมชาติเท่านั้น ก่อนจะเก็บใส่ตะกร้าหามขึ้นศีรษะ และพวกเธอก็รู้จักวิธีการแปรรูปเชีย บัตเตอร์ สำหรับใช้ในครอบครัวเป็นอย่างดี

08

กระบวนการสกัดเชีย บัตเตอร์ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม

หลังจากเก็บเมล็ดเชีย บัตเตอร์ มาได้และคัดแยกผลผลิตแล้ว จะเริ่มทำการทุบให้แตกเพื่อให้เปลือกแข็งภายนอกหลุดออก จากนั้นนำไปคั่วและบดให้ละเอียด ก่อนนำไปเคี่ยวหรือกวนด้วยการใส่น้ำจนส่วนผสมเริ่มแยกชั้นเป็นเนยอยู่ชั้นบน แล้วจึงตักส่วนที่เป็นเนยขึ้นมา ปล่อยให้เย็นและเซ็ตตัว ก็จะได้เชีย บัตเตอร์ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม 

L’Occitane

09

จนถึงวันนี้ ทุกกระบวนการในผลิตเชีย บัตเตอร์ ของหญิงสาวบูร์กินาฟาโซยังคงทำทุกอย่างด้วยมือทั้งหมด

10

Contact Farming อย่างยั่งยืนกับกลุ่มสหกรณ์หญิงในบูร์กินาฟาโซแบบที่มาก่อนกาล

ไม่เพียงรับซื้อวัตถุดิบแต่ยังคิดถึงความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่มีตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มลาเวนเดอร์ในโพรวองซ์ หรือที่ไหนๆ ทั้งในและนอกฝรั่งเศส

ซึ่งเมื่อรู้ว่าเชีย บัตเตอร์ เป็นสินค้าเกษตรส่งออกเพียงไม่กี่ชนิดของประเทศแถบแอฟริกาสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมความงาม ก็ตกลงทำการค้าในแบบ Contact Farming รับซื้อผลผลิตที่แปรรูปแล้ว โดยรวมความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมในแบบของผู้หญิงบูร์กินาฟาโซ เข้ากับกรรมวิธีและมาตรฐานสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงาม ซึ่งเห็นผลแล้วว่ายั่งยืนกว่าการรับซื้อเพียงผลเชีย บัตเตอร์ โดยที่บรรจุภัณฑ์จะมีการระบุต้นทางของวัตถุดิบว่ามาจากฟาร์มไหนของใคร

11

ผลิตภัณฑ์จากเชีย บัตเตอร์ ใช้ได้ทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ด้วยคุณสมบัติที่ให้ความชุ่มชื้น เชีย บัตเตอร์ จึงเป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า และมีสูตรความเข้มข้นหลายระดับ เช่น เชีย บัตเตอร์ 25 เปอร์เซ็นต์เป็นสูตรบาล์ม มีเนื้อสัมผัสเข้มข้นมาก  เหมาะกับคนที่ต้องการการบำรุงมากๆ เชีย บัตเตอร์ 20 เปอร์เซ็นต์เป็นสูตรเนื้อครีม มีเนื้อบางเบากว่า ขณะที่ผลิตภัณฑ์สูตรอื่นๆ อาจจะมีส่วนผสมของเชีย บัตเตอร์ เพียง 5% แต่มีข้อดีเรื่องกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยสกัดจากพืชพรรณอื่นๆ ที่นำมาผสมเพิ่มเติม

12

กลิ่นธรรมชาติของเชีย บัตเตอร์ มีกลิ่นหอมเหมือนแป้งเด็ก

L’Occitane

13

แบรนด์และต้นแบบ Good Business ที่ได้รับการประกาศจากสหประชาชาติ

หลังจากคุณโอวิลิเยร์ค้นพบเชีย บัตเตอร์ จากประเทศบูร์กินาฟาโซ ร่วมทำการค้าและสนับสนุนกันมาตั้งแต่ปี 1982 จนกระทั่งในปี 2013 L’Occitane ได้รับการยกย่องจาก UNDP (United Nations Development Program) ประกาศให้เป็นบริษัทต้นแบบแห่งการร่วมมือกันพัฒนา

 14

สร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้หญิงในบูร์กินาฟาโซ ด้วยคนจากหลักสิบไปเป็นหลักหมื่น

การเข้ามาของล็อกซิทานไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ในฐานะคู่ค้ายังเข้าไปส่งเสริมความรู้ในการผลิต การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การวางแผนควบคุมการผลิตมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชากรผู้หญิงซึ่งมีจำนวนมากถึง 52 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด จากเดิมที่เข้าร่วมเพียง 12 คน ปัจจุบันมีผู้หญิงบูร์กินาฟาโซทำงานในอุตสาหกรรมนี้มากถึง 15,000 คน แม้ในบางปีไม่มีผลผลิต แต่เมื่อผู้หญิงในบูร์กินาฟาโซรู้จักการวางแผนการแปรรูป แบ่งจำนวนการผลิตก็ทำให้กลุ่มสหกรณ์มีงานและรายได้ตลอดทั้งปี

L’Occitane

15

ล็อกซิทานเป็นแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวที่มีอักษรเบรลล์ภาษาอังกฤษบนบรรจุภัณฑ์

เป็นความตั้งใจของแบรนด์ที่อยากให้ ‘ทุกคน’ มีโอกาสใช้ล็อกซิทานอย่างเท่าเทียม ซึ่งหมายรวมถึงผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น จึงเริ่มใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีอักษรเบรลล์ตั้งแต่ปี 1997

L’Occitane L’Occitane

16

แบรนด์ที่เอาจริงเอาจังเรื่องการมอบคืนสิ่งดีๆ สู่สังคม

เพราะเป็นแบรนด์ที่ระลึกเสมอว่า ตนใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ จึงมักจะคิดวิธีการมอบคืนสิ่งดีๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรักษาความงามของธรรมชาติ นอกจากบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล็อกซิทานยังทำงานส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความภาคภูมิใจในตัวเองของผู้หญิง ผ่านการทำงานของมูลนิธิล็อกซิทาน ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 โดยมีภารกิจหลักคือสนับสนุนและช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการมองเห็น และส่งเสริมให้ผู้หญิงพึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ เช่น สนับสนุนการสร้างธุรกิจด้วยสินเชื่อรายย่อยหรือ Microcredit

17

ล็อกซิทานไม่เชื่อเรื่องการมอบเงินบริจาคช่วยเหลือ แต่เชื่อในการคิดทำโครงการที่ดี

จึงเปิดโอกาสให้ล็อกซิทานทุกประเทศคิดและทำโครงการร่วมกับหน่วยงานที่ทำงานแก้ไขหรือลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการมองเห็นในประเทศตัวเอง โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะช่วยแก้ปัญหาและรักษาคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาได้ 10 ล้านคน ภายในปี 2020

18

สินค้าขายดีตลอดกาลของล็อกซิทานเกิดขึ้นจากปากต่อปาก

ด้วยคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระชับ ทำให้ผลิตภัณฑ์จากอัลมอนด์เป็นผลิตภัณฑ์ของล็อกซิทานที่มีสถิติคนใช้ซ้ำมากที่สุด โดยเฉพาะครีมอาบน้ำและครีมบำรุงผิวกาย ความน่าสนใจของครีมอาบน้ำ คือน้ำมันซึ่งหลังจากนวดบนตัวแล้วล้างด้วยน้ำจะเปลี่ยนเนื้อสัมผัสกลายเป็นน้ำนม ขณะที่สินค้าสร้างชื่อให้แบรนด์คือ ครีมทามือเชีย บัตเตอร์

L’Occitane

19

ล็อกซิทานดังมากที่ญี่ปุ่น ถึงขั้นมีร้านคาเฟ่สาขาเดียวในเอเชียอยู่ที่ชิบูย่า

คนญี่ปุ่นมักจะชอบอะไรก็ตามที่มาจากฝรั่งเศส ยิ่งล็อกซิทานเป็นแบรนด์ที่มาจากธรรมชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมี Cafe L’Occitane ร้านคาเฟ่สาขาเดียวในเอเชียอยู่ที่ชิบูย่า นอกจากจะเสิร์ฟชาและมาการองของปิแอร์ แอร์เม่ (Pierre Hermé) ยังมีสินค้าออกแบบบรรจุภัณฑ์พิเศษที่ขายในเฉพาะญี่ปุ่น เช่น ครีมทามือลายหมาฮาจิโกะ

L’Occitane

L’Occitane

ที่มา tomoorihara.com
20

สูตรของล็อกซิทานที่ขายในอินเดียไม่ได้เข้มข้นหรือมีกลิ่นแรงแตกต่างจากที่ขายในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้แต่ต้นตำรับอย่างฝรั่งเศส

นั่นเพราะล็อกซิทานมีผลิตภัณฑ์เยอะมากเมื่อเทียบกับแบรนด์เกี่ยวกับความงามอื่นๆ นอกจากจะดูแลความงามตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว ในแต่ละผลิตภัณฑ์ยังมีตัวเลือกสูตรจากพืชพรรณมากมาย และในบางผลิตภัณฑ์อย่างเชีย บัตเตอร์ ก็มีระดับความเข้มข้นต่างๆ เป็นความท้าทายของทีมการตลาดที่จะต้องศึกษาและเลือกสรรผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นเหตุผลว่าทำไมล็อกซิทานจึงประสบความสำเร็จในหลายประเทศทั่วโลก

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

ยาอมแก้ไอสมุนไพรลูกกลม เม็ดเล็ก รสชาติแรกลองเฝื่อนหน่อย ๆ อมไปแล้วหวานนิด ๆ ชื่อนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเมื่อเห็นตะขาบเลื้อยอยู่บนซอง

ตราตะขาบ 5 ตัวอยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกวันนี้มียอดขายหลายร้อยล้านบาท ส่งออกไปยังอาเซียนและหลากหลายประเทศ โดยยังคงโลโก้ตะขาบขนาบข้างในซองดังเดิม มีสรรพคุณแก้ไอได้ชะงักงัน เป็นดั่งฮีโร่ยาสมุนไพรไทยคู่บ้านที่สืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาตลอด ความท้าทายใหม่ของแบรนด์ในยุคนี้ คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจแบรนด์สินค้าจากสมุนไพรไทย ไม่มองว่าเชย ตกยุค แต่เก๋าจนอยากรู้จัก จำสรรพคุณของตะขาบ 5 ตัวได้แบบไม่กลัวความขม

ถ้าเคยตัดสินยาอมแก้ไอจากรูปลักษณ์ วันนี้ขอชวนมาทำความรู้จักตะขาบ 5 ตัวให้ลึกลงอีกสักหน่อย จากวันแรกที่ผู้ก่อตั้งรุ่นหนึ่งแบกกระเป๋าเดินขายยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ จนถึงวันนี้ที่คลิปหนังโฆษณาเกิดไวรัล คนดูหลายล้านวิว ฮีโร่คนเดิมคนนี้เข้าไปนั่งในใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร

The Cloud ชวนมาพูดคุยกับ คุณอรมณส์ แก่นศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ คุณไพบูลย์ สิมะวรา ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ ของบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด เผยให้เห็นเรื่องราวกว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวในทุกวันนี้

1. ชายลึกลับบนซองตะขาบ 5 ตัว คือ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้ปรุงยาสมุนไพรเป็นงานพาร์ตไทม์จนได้ดี

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ผู้เคยเป็นเด็กช่วยปรุงยาในร้านหมอจีน ได้ย้ายถิ่นฐานจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสวน เลี้ยงเป็ดไก่ไปเพื่อยังชีพ พอเริ่มมีเงินทุนจึงนำไปเปิดร้านขายของชำในตลาด

ราว พ.ศ. 2478 จึงย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ย่านตลาดเก่า เยาวราช เขายังคงรับจ้างแบกหามในตอนกลางวันและปรุงยาตอนกลางคืน แต่ด้วยความรู้ติดตัวด้านยาสมุนไพร เป็นอย่างดี พอมีเวลาว่างจากงานจึงริเริ่มคิดสูตรยาสมุนไพรและทดลองปรุงยาอื่น ๆ อีกหลากหลายชนิดตามแบบฉบับของตนเอง เพื่อใช้กันเองในหมู่ญาติและคนใกล้ชิด ยาแก้ไอเป็นยาที่คนละแวกนั้นเริ่มชอบมากสุด จึงเริ่มนำไปฝากขายตามร้านยาภายใต้ชื่อ ‘ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ’

หากเป็นสมัยนี้คงเรียกงานปรุงยาของนายจุ้ยไซว่างานพาร์ตไทม์ ใช้วิธีทำเป็นงานเสริมปั้นแบรนด์ไปเรื่อย ๆ สลับกับงานประจำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

2. หิ้วกระเป๋าขายยาตามร้านกว่า 20 ปี จนเกิด Word of Mouth ชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวติดหูลูกค้า

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นายจุ้ยไซพาครอบครัวอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อำเภอพระประแดงชั่วคราว ครั้งนั้นเจอน้ำท่วมใหญ่ สังเกตเห็นตะขาบหนีน้ำมาเกาะตามฝาบ้าน เห็นสัตว์มีพิษแล้วนึกถึงความเชื่อของศาสตร์การรักษาอาการป่วยแบบจีนสมัยโบราณที่เชื่อว่าพิษล้างพิษ ตะขาบถือเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์มีพิษจึงมีสรรพคุณช่วยล้างพิษได้

นายจุ้ยไซจึงเกิดไอเดียนำตะขาบมาทำเป็นเครื่องหมายการค้า ส่วนเลข 5 คือเลขมงคลของชาวจีน หากสังเกตชื่อแบรนด์สินค้าที่คุ้นหูในอดีต จะพบว่าหลายแบรนด์นิยมนำเลข 5 มาตั้งชื่อ ไม่ว่าจะเป็น 5 เจดีย์ หรือ 5 มังกร รวมทั้งครอบครัวของนายจุ้ยไซยังมีลูกถึง 10 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 5 คน ผู้หญิง 5 คน เลข 5 จึงเป็นเลขที่ทั้งมีความมงคลและผูกพัน เกิดเป็นชื่อแบรนด์ตะขาบ 5 ตัว พร้อมซองยาที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตะขาบขนาบทั้งสองข้างและรูปนายจุ้ยไซอยู่ตรงกลาง

ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและเชื่อมั่นในสรรพคุณยาของตนเอง เขายังคงหิ้วกระเป๋าเดินทางไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีจนสินค้าเริ่มติดหู ลูกค้าจดจำได้ ลูกค้าบอกปากต่อปากจนสามารถขยายกิจการ เช่าตึกแถวเปิดร้านขายยาซิมเทียนฮ้อที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตากสิน ซ.8 ฝั่งธนบุรี ใน พ.ศ. 2496 ทั้งขายยาสำเร็จรูป จัดยาสมุนไพร และตรวจผู้ป่วย

3. ตะขาบ 5 ตัวไม่ได้ขายแค่ยาแก้ไอ แต่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศด้วยเพื่อความหลากหลาย

จากร้านขายยาเติบโตเป็นบริษัทผลิตยาอย่างเดียวแบบเต็มตัว ในยุคของทายาทรุ่นสองภายใต้ชื่อ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ในเวลาต่อมา โดยสร้างโรงงานใหม่ที่เขตบางขุนเทียนนี้ สามารถพัฒนากระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ร่วมกับแรงงานคน และเพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง เพื่อร่วมทำการวิจัยกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานและทันสมัยเรื่อยมา

น้อยคนจะรู้ว่านอกจากยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัวแล้ว บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ยังมีบริษัทในเครือคือ บริษัท ห้าตะขาบ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าสินค้ายาจากต่างประเทศหลากหลายชนิด อย่างแผ่นแปะพริก ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ แผ่นแปะบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ยาน้ำมันสมุนไพร ยู่ยี่ออยล์ที่มีประวัติกว่า 150 ปีในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคัดเลือกยาที่เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่น มีประวัติขึ้นชื่ออย่างยาวนานในประเทศนั้น ๆ เหมือนยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มความหลากหลายของสินค้า รวบรวมของดีให้คนไทยได้ใช้ โดยไม่ทอดทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตราตะขาบ ปัจจุบันอยู่ในช่วงข้อต่อเพื่อที่จะมารับช่วงของทายาทรุ่นสองและรุ่นสามของตระกูลที่ทำงานร่วมกันเพื่อขยับขยายกิจการ

7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก
7 เรื่อง ‘ตราตะขาบ 5 ตัว’ ยาแก้ไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่แบรนด์คนรุ่นใหม่ระดับโลก

4. ยาสมุนไพรไทยลุคบ้าน ๆ ที่พร้อมคิดค้นสูตรใหม่ให้อมง่าย และปรับแพ็กเกจให้เข้ากับยุคสมัย

คนรุ่นพ่อรุ่นแม่จดจำตะขาบ 5 ตัวเป็นยาอมแก้ไอสมุนไพรที่แก้เจ็บคอได้อย่างชะงักงัน ด้านรสชาตินั้นว่ากันว่า แรก ๆ มันขม แต่อมไปมันจะหวาน โดยความหวานมาจากสมุนไพรล้วน ไม่ใส่น้ำตาล เด็ดขาดแต่ละมุนละม่อม ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดื่มน้ำหรือชาร้อนตาม ความชุ่มคอนั้นจะยิ่งทวีคูณ

สิ่งที่ตะขาบ 5 ตัวอยากบอกคือ อย่าตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ เป็นยาสมุนไพรไทย แต่อมแล้วหายได้จริง พิสูจน์แล้วทั้งจากการบอกต่อกันปากต่อปากมาเป็นเวลากว่า 80 ปี และผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จาก สวทช. พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้มากกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ภายใน 5 นาที ข้อดีของสมุนไพรไทย คือ ไม่ดื้อยา อมได้บ่อยตามต้องการ ต่างจากยาสมัยใหม่ที่อาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

นอกจากรสสมุนไพรแบบดั้งเดิมแล้ว แบรนด์ยังพัฒนาสูตรยาอมให้หลากหลาย เคลือบรสมิ้นท์ บ๊วย ตะไคร้ เพื่อตอบโจทย์คนที่กลัวความขม และยังพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์แบบซองดั้งเดิม เพิ่มแบบตลับและสเปรย์แก้ไอเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า สำหรับคนที่ชอบภาพลักษณ์ทันสมัย การพกตลับยาอมแก้ไอจะสะดวกกว่า ส่วนคนที่ไม่อยากอมยานาน ไม่อยากอมสมุนไพรแล้วลิ้นดำ แบบสเปรย์ก็เข้ามาตอบโจทย์เป็นทางเลือกใหม่ที่ละลายเสมหะ ทำให้ชุ่มคอได้เหมือนกัน

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

5. บทสนทนาระหว่าง 2 เจเนอเรชันที่อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจให้ตะขาบในหนังโฆษณาฝีมือ ต่อ ธนญชัย

ด้วยเป็นยาอมสมุนไพรแผนโบราณที่โด่งดังมานานร่วมศตวรรษ ความท้าทายของตราตะขาบ 5 ตัว คือ ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่อยากเปิดใจลอง เพราะแบรนด์มั่นใจว่าถ้ารู้จักแล้วจะรัก ลองแล้วชอบในประสิทธิภาพแน่นอน

ความตั้งใจของแบรนด์ คือสื่อสารภาพลักษณ์ให้มีความคลาสสิกแต่เท่ เป็นแบรนด์จากภูมิปัญญาไทยที่ถูกใจคนรุ่นใหม่แต่ก็ไม่ทิ้งลูกค้าเก่า หนังโฆษณาล่าสุดของตะขาบโดย ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนา เล่าเรื่องการคุยกันของพ่อกับลูก เปรียบสมุนไพรไทยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่อบอุ่น เป็นมิตร แก้ปัญหาเก่ง สอดแทรกมุกโดนใจวัยรุ่น ให้ปรับภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูล้าสมัยให้เป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันผ่านการสอดแทรกภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าและการตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ที่แม้แตกต่างกัน แต่ด้วยความรักก็ทำให้เข้าใจกันได้

หากแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวที่อายุกว่า 80 ปีเป็นคน คงเป็นแด๊ดดี้สายวินเทจที่ไม่เคยเชยตามกาลเวลา ยังแต่งตัวด้วยชุดเดิมแต่พร้อมเล่นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ TikTok เป็นตะขาบที่พร้อมปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว ใช้ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ ปรับตามไลฟ์สไตล์ลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวเข้าหาคนรุ่นใหม่ โดยยังคงความเป็นตัวเองไปด้วย

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

6. ตะขาบไม่ทิ้งลาย Takabb x Greyhound x SAPPE เพิ่มสินค้าที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

ความเป็นผู้ใหญ่ที่ทันยุคสมัยของตะขาบ 5 ตัว คือการพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่กับแบรนด์รุ่นใหม่อยู่เสมอโดยไม่ละทิ้งความเป็นตัวเอง ตราตะขาบเคยคิดอยากทำแบรนด์ให้โมเดิร์นขึ้น มินิมอลขึ้นตามกระแส แต่พบว่าหากขาดภาพตะขาบและอากงไป ก็จะขาดตัวตนของแบรนด์ที่เป็นภาพจำของยาสมุนไพรคู่คนไทยไป จึงยังคงโลโก้เดิม แล้วหาทางทำให้ภาพลักษณ์ของตะขาบเป็นแบรนด์ที่วัยรุ่นอยากรู้จักและอยู่ในไลฟ์สไตล์ให้ได้

เพราะเป็นแด๊ดดี้ก็เก๋าได้ ‘ตะขาบ’ ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยอายุ 40 ปีอย่าง Greyhound ที่มีประสบการณ์ในการทำสินค้าไลฟ์สไตล์มากมาย และมีจุดเด่นในการคิดนอกกรอบและทดลองสิ่งใหม่ ๆ สร้างสรรค์ลายวินเทจอย่างตะขาบ 5 ตัวให้เป็นลายคลาสสิกสุดเท่บนสินค้าของที่ระลึกอย่างเสื้อผ้าและกระเป๋า สร้างความผูกพันและติดตากับลายตะขาบในชีวิตประจำวัน

กลางปีที่ผ่านมา Takabb ยังร่วมกับ SAPPE แบรนด์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพของคนรุ่นใหม่ เช่น บิวตี้ดริงก์ที่เน้นฟังก์ชันสุขภาพหลากหลาย ปรับตามเทรนด์ไลฟ์สไตลรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ออกสินค้าเครื่องดื่มสมุนไพรไทย Functional Herbal Drink แบบช็อต สำหรับเสริมความมั่นใจในการใช้เสียง ดึงจุดเด่นของสมุนไพรไทยให้เด่นขึ้น เพิ่มทางเลือกให้คนเจเนอเรชั่น Y และ Z ที่พร้อมอยากลองของใหม่

เรื่องราวของยาแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว แบรนด์คู่คนไทยกว่าศตวรรษ ที่พร้อมปรับตัวให้เก๋า โดนใจคนรุ่นใหม่

7. แบรนด์ตะขาบไทยอยากเติบโตไปไกลทั่วโลก มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและไม่หยุดพัฒนา

ความตั้งใจของตะขาบ 5 ตัว ไปอยากเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลก อยากนำตราตะขาบสินค้าภูมิปัญญาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก

ตราตะขาบเริ่มส่งออกไปยังหลากหลายประเทศ เริ่มจากฮ่องกงเป็นที่แรกใน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่สมัยที่ไม่มียาแผนโบราณออกจำหน่ายมากนัก เมื่อเริ่มขยายไปยังประเทศที่มีอิทธิพลอย่างสิงคโปร์ได้แล้ว ก็ขยายต่อไปยังอินโดนีเซีย มาเลเซีย จนขยายครอบคลุมในแถบอาเซียน ทั้งบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า พร้อมมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งรัสเซียและแถบอินเดียอีกในอนาคต

สมัยก่อนภาพลักษณ์ยาสมุนไพรไทยที่ Made in Thailand ยังคล้ายสินค้าจากจีนอยู่ เมื่อสะสมการสร้างชื่อมาอย่างยาวนาน พิสูจน์สรรพคุณได้จริงทำให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในต่างประเทศ โดยทุกครั้งที่แบรนด์ตีตลาดใหม่ จะต้องศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เช่น คนรัสเซียไม่ชอบความหวาน ประเทศมุสลิมมีข้อกำหนดด้านฮาลาล เป็นต้น

ความท้าทายของการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นการไม่หยุดพัฒนาสินค้าและระบบการทำงาน คงตำราสมุนไพรดั้งเดิมแต่ก็ไม่ Out พร้อมสร้างความแปลกใหม่ให้เข้าถึงง่ายอยู่เสมอ

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load