26 กรกฎาคม 2561
20.81 K

ปัง! หลังจากปิดประตูรถ คนขับเหยียบคันเร่งไปตามแผนที่ที่ฉันปักหมุด รถเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาที จากถนนใหญ่ผ่านหมู่บ้านคนพลุกพล่าน จนจำนวนหลังคาบ้านเริ่มน้อยลง ต้นไม้สีเขียวเข้ามาแทนที่ เริ่มลึก…ลึกเข้าไปทุกที ชักจะหวั่นในใจ

รถจอดนิ่ง…โล่งอก ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ฉันเดินลงจากรถเข้าไปยัง ‘สวนชีววิถี’ เพื่อพูดคุยกับ กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และ บุญฤทธิ์ ขอดิลกรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แปลน แอสโซซิเอตส์ จำกัด เกี่ยวกับสวนการเรียนรู้ทางการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

พูดให้เข้าใจง่าย คือชวนกันไปเรียนรู้วิถีการกินดี อยู่ดีด้วยพืชผักสวนครัว เครื่องปรุงปลอดสารพิษ และการออกแบบอาคารหลังสวยให้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างยั่งยืน

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

1

  “มูลนิธิชีววิถีเป็นองค์กรที่ทำข้อมูลเรื่องการเกษตร เราคิดมาโดยตลอดว่า อยากมีพื้นที่ที่แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ได้ มีที่สำหรับปล่อยของของตัวเอง ก็เลยตัดสินใจชวนมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน มาซื้อที่ดินจำนวน 2.5 ไร่ เป็นของมูลนิธิชีววิถี 1.5 ไร่ และเป็นของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน 1 ไร่” กิ่งกรเล่าถึงการจับมือกันของสองมูลนิธิหัวใจสีเขียว

ภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าแบ่งออกเป็น 2 ด้าน อาคารด้านซ้ายเป็นของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน อาคารด้านขวาเป็นของมูลนิธิชีววิถี ทั้งสองอาคารหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางเป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีทั้งแปลงพืชผักสวนครัว เรือนเพาะกล้า บ่อปลา เล้าไก่ นิทรรศการพันธุกรรม และร้านกาแฟที่จำหน่ายกะปิ น้ำปลา

ผลงานการออกแบบทั้งหมดเป็นฝีมือของบุญฤทธิ์ ขอดิลกรัตน์ และเพื่อนพ้องร่วมใจกันทำให้ทั้งสองมูลนิธิพี่น้องแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย

“เราทำงาน 2 อย่าง งานวิชาชีพก็ทำเพื่อความอยู่รอด แต่เราอยากช่วยเหลือสังคมด้วย เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้น้องๆ รุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานกับเรา” สถาปนิกหนุ่มเฉลยจุดประสงค์ที่แท้จริงให้ฉันฟัง

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

2

  มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ถนัดทำเกษตรทางเลือกและพยายามลดการใช้สารเคมี ส่วนมูลนิธิชีววิถีเน้นการกิน กินและกิน กินอย่างหลากหลาย ฟื้นฟูการกินของทุกคนให้กลับมาดีกว่าเดิม
“สวนชีววิถีมีครัวเยอะ เรามีทั้งครัวสตาฟฟ์ ครัวจัดเลี้ยง แล้วก็ครัวเวิร์กช็อป”

  หลังจากทราบจำนวนครัว ฉันปักใจเชื่อแล้วว่าสวนชีววิถีให้ความสำคัญกับการกินจริงๆ และเข้าใจความหมายของเครือข่ายกินเปลี่ยนโลก ผ่านการกินอาหารดี ไม่ใช่การกินอาหารหรูหรา เสิร์ฟโดยเชฟยอดฝีมือ แต่เป็นการกินผักดีปลอดสารพิษ เครื่องปรุงดีจากอุตสาหกรรมพื้นบ้าน เป็นมื้อเรียบง่ายที่สบายใจ เพราะเรารู้จักแหล่งที่มาของวัตถุดิบ รู้จักกระบวนการผลิต เชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยหายห่วง

แต่กระบวนการที่จะได้ผักดี ต้องเริ่มจากอะไร ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก เริ่มจากดินดี!

กินดี ดินดี ผักดี เครื่องปรุงดี กิ่งกรนำทุกอย่างมาบวกลบคูณหาร สร้างหลักสูตรการเรียนรู้แบบครบวงจร เหมาะกับการเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับครอบครัว

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

3

กิ่งกรชวนฉันทำความรู้จักกับ 3 หลักสูตร ผ่านการกิน การทำ และการดู

หลักสูตรดินดี

การปลูกพืชปลูกผักฟังดูง่าย เอาดินใส่กระถาง ใส่เมล็ดพันธุ์ลงไป ใครๆ ก็ทำได้ แต่หลักสูตรดินจะพาเราไปทำความเข้าใจเรื่อง ‘ดินดี’ เช่น การบำรุงดิน การเตรียมดินเพื่อปลูกในกระถางสำหรับพืชรากลึกและพืชรากตื้น การเตรียมดินสำหรับปลูกพืชชนิดต่างๆ เพราะพืชแต่ละชนิดต้องการความชื้น ความร่วนซุยของดิน ไม่เหมือนกัน รวมถึงการเก็บเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดพันธุ์ การเพาะกล้า สำหรับจำหน่ายและแบ่งปัน แถมยังสอนการหมักปุ๋ยจากขยะในครัวเรือนอีกด้วย

หลักสูตรกินดี

หลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คนกินผักมากขึ้น เน้นเรื่องการประกอบอาหาร การเลือกวัตถุดิบ มีทั้งหลักสูตรผักตามฤดูกาล หลักสูตรทำอย่างไรให้เด็กกินผักพื้นบ้าน หรือหลักสูตรพ่อแม่ลูกทำครัวด้วยกัน อาจจะมีเวิร์กช็อปเชฟส์เทเบิลขนาดเล็ก คุยกันเรื่องที่มาของวัตถุดิบแบบจริงจัง รวมถึงการจัดการอาหารของคนเมืองแบบรายสัปดาห์ ตอนเย็นเตรียมอุปกรณ์ ตื่นเช้ามาพร้อมปรุง เพื่อช่วยให้การกินมีคุณภาพมากขึ้น สร้างความมั่นใจในการปรุงอาหาร หรือประยุกต์ความเป็นท้องถิ่นกับความเป็นเมืองผ่านมื้ออาหารก็ย่อมได้

หลักสูตรเครื่องปรุงดี

ถ้าใครรู้สึกว่าลิ้นของตนเองไม่สามารถรับรสอาหารแบบธรรมชาติได้สักเท่าไร กินอะไรแล้วไม่นัว ไม่โดนลิ้นเสียที แสดงว่า ‘ลิ้น’ ของคุณกำลังมีปัญหา เพราะปัจจุบันลิ้นกับจมูกของเราถูกทำลายด้วยอาหารที่หน้าตา รสชาติ ละม้ายคล้ายกันไปหมด และเราดันคุ้นกับรสชาติแบบนั้นเสียด้วย หลักสูตรนี้จึงชวนมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ เปลี่ยนทั้งความรู้ เปลี่ยนทั้งลิ้น รู้จักสัมผัส รู้จักรส รู้จักกลิ่น เพื่อเรียกคืนความรู้ เรียกคืนลิ้น เรียกคืนจมูก

  เวิร์กช็อปถัดไป กิ่งกรและเครือข่ายกินเปลี่ยนโลกอยากจะชวนทุกคนไปชิมน้ำปลาเพื่อให้รู้ความต่างของน้ำปลาแต่ละแบบ เค็มมากเค็มน้อยก็สุดแล้วแต่ว่าลิ้นใครจะรับรสได้ดีกว่ากัน และเพื่อบอกเป็นนัยว่า ความเค็มมันเป็นธรรมชาติ แต่ความไม่เค็มที่หลายๆ คนเคยชิมในน้ำปลาบางยี่ห้อ มันไม่เป็นธรรมชาติ อาจเกิดจากกระบวนการผลิตที่ทางโรงงานใส่สารบางอย่างลงไปเพื่อกลบความเค็ม

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

4

  หลังจากพูดคุยพอหอมปากหอมคอ กิ่งกรพาฉันเดินออกกำลังขาสำรวจพื้นที่สีเขียว ผ่านอาคารไม้สองชั้น ด้านบนเป็นออฟฟิศของเครือข่ายกินเปลี่ยนโลก เครือข่ายไทยแพน ฯลฯ ด้านล่างเป็นห้องจัดประชุม สัมมนา คนทั่วไปจับจองใช้บริการได้ ไม่ไกลจากด้านหน้าเป็นครัวเวิร์กช็อป ลักษณะคล้ายครัวของรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดัง มีครัวหลักด้านหน้า และสเตชัน สำหรับผู้มาร่วมกิจกรรม ความพิเศษของห้องนี้คือ สามารถเคลื่อนย้ายสเตชันให้กลายเป็นห้องโล่งได้ ผนังด้านหนึ่งมีจอผ้าสีขาวสำหรับฉายหนัง หากมีโอกาสเธอจะชวน Documentary Club มาฉายหนังกันสักหลายๆ รอบ

สถาปนิกยังเสริมด้วยว่า วัสดุทั้งหมดที่ใช้ก่อร่างสร้างอาคารล้วนรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด อย่างไม้ก็เป็นไม้จากบ้านเก่า คละพันธุ์ไม้ คละขนาด สั้นยาวหนาบาง ผนังสีแดงอมส้มฉาบด้วยดินเหนียว เผื่อวันหนึ่งตัวอาคารเสื่อมโทรม วัสดุทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

5

เดินมาถึงสวนเขียวชอุ่มตรงกลางพืชผักสวนครัวละลานตาหลายชนิด มีหนึ่งชนิดที่เธอภูมิใจนำเสนอ ‘คะน้าทางเลือก’ หรือผักไชยา เอาไปใส่ในราดหน้าอร่อยอย่าบอกใคร เพราะจะให้รสกลมกล่อมตามธรรมชาติ การเลือกปลูกพืชผักจะเน้นความหลากหลายของสายพันธุ์ เช่น ปลูกถั่วหลายชนิด ปลูกพริกหลายชนิด ต้องเป็นผักกินได้ เพราะจะสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้และใช้สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อป บริเวณร้านกาแฟเธอก็ปลูกส้มจี๊ด ต้นหม่อน เสาวรส เผื่อวันข้างหน้าเติบโตได้ผลอวบอ้วนก็จะจับมาคั้นน้ำทำเครื่องดื่ม

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

  สวนชีววิถีเน้นความหลากหลายของสายพันธุ์พืชและสัตว์ เพราะมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย ส่งเสริมเรื่องพันธุกรรมมาโดยตลอด และสนับสนุนให้ชาวบ้านจัดการพันธุกรรมได้ด้วยตนเอง โดยมีนิทรรศการพันธุกรรมขนาดย่อมเพื่อการเรียนรู้ไว้บริเวณท้ายสวน

ระหว่างเดินไปเดินมาเธอก็จะสอดแทรกเกร็ดความรู้ให้ฉันตลอดทาง

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

“ในบ่อปลามีหอยเชอรี่ ต้องเลี้ยงเป็ดเอาไว้กินหอยเชอรี่” กิ่งกรชี้ให้ดูบ่อปลา

“ดอกไม้สีสวยรอบๆ ปลูกไว้เพื่อล่อแมลง ล่อมาไว้ตรงนี้ จะได้ไม่ไปกัดกินผักของเรา”

ดีจัง ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีก็ไม่ต้องใช้ ให้ธรรมชาติแก้ปัญหากันเอง ฉันแอบคิดในใจ

ส่วนอาคารของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน มีห้องสมุดและห้องประชุม ห้องพักคล้ายเรือนนอนสำหรับเครือข่ายชาวบ้าน บุญฤทธิ์ตั้งใจออกแบบตัวอาคารให้กลมกลืนกับผู้ใช้งาน คล้ายบ้านไม้ยกสูงของคนไทยสมัยก่อน

นอกจากสวนชีววิถีจะเป็นพื้นที่การเรียนรู้แบบครบวงจร ทั้งด้านการเกษตรและการกินเพื่อชีวิตที่ดี

ในอนาคตสวนชีววิถีจะทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนใกล้เคียง จัดตลาดนัดขนาดย่อม ชวนชาวบ้านนำผลผลิตเข้ามาขาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมให้ชุมชนได้เก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลอดสารพิษมาแบ่งปันให้พวกเราจับจ่ายใช้สอยกันด้วย

ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร ทอดผ้าป่า, ทำบุญ, วัดนายโรงการเกษตร

สวนชีววิถี Growing Diversity Park

ที่ตั้ง : 3/12 ซอยบางอ้อ 2 ถนนไทรม้า 22 หมู่ 6 ตำบลไทรม้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
Facebook สวนชีววิถี Growing DiversityPark
www.gdpark.asia

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

11 มิถุนายน 2565
3.11 K

ชวนสัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงจากธรรมชาติ ผ่านชาดอกไม้และพืชพันธุ์ท้องถิ่นไทยที่เบลนด์ด้วยความฝัน ความรัก และการทดลอง ท่ามกลางโบราณสถานอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าแก่หลายทศวรรษ

“ผมเชื่อว่าธรรมชาติไทยมีของดีอยู่เยอะมาก แต่ไม่ค่อยถูกหยิบมาใช้ และผมอยากทำร้านชาแห่งนี้ เพราะรู้สึกว่าเรามีตัวตนและเรื่องราว”

จักร์ เชิดสถิรกุล Project Manager โครงการเก๊าไม้ เอสเตท 1955 พูดถึงความน่าสนใจของนานาพืชพันธุ์ในประเทศไทยด้วยสีหน้าอมยิ้ม ขณะรินเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารพัดดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูชาประจำร้าน ‘เตาชา’ (Tao Cha) โปรเจกต์ใหม่ของเก๊าไม้ เอสเตท 1955 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

‘เตาชา’ นับเป็นสถาปัตยกรรมล่าสุดบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สาขาการออกแบบใหม่ในบริบทมรดก (Awards For Cultural Heritage Conservation) ซึ่งคุณจักร์ตั้งใจปลุกปั้นร้านชาแห่งนี้ขึ้น หลังประสบความสำเร็จจากการสร้างเก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ที่ดัดแปลงจากโรงบ่มยาสูบเก่าอันโดดเด่นด้วยต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยพันล้อมรอบ และต้นไม้ใหญ่อายุราว 80 – 100 ปี 

“คุณพ่อและคุณแม่ของผมเรียนมาทางพืชสวน พวกท่านรักต้นไม้มาก อย่าว่าแต่ตัดต้นไม้ ใครจะมาตัดกิ่งยังไม่ได้เลย เราจึงพยายามรักษาสภาพต้นไม้ทุกต้นไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด ไม่มีการตัดหรือทำลาย” คงไม่เป็นการพูดเกินไปหากเราบอกว่า เตาชาเป็นร้านชาที่มีวิวเขียวขจีที่สุดในเชียงใหม่ เพราะแวดล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และหลากหลายกว่า 100 สายพันธุ์ แถมยังมีนกให้ส่องดูมากกว่า 50 สายพันธุ์ 

ส่วนการออกแบบร้านชาแห่งนี้ คุณจักร์ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกับร้านอาหารและคาเฟ่ คือการดัดแปลงโรงบ่มยาสูบโบราณอายุหลายทศวรรษ โครงสร้างหลักเป็นอิฐมอญและอิฐบล็อก พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ เผยวิวต้นไม้ให้เห็น ชม และชิลล์แบบเต็มตา แต่แตกต่างตรงที่ระดับพื้นของเตาชาถูกกดให้ลึกลงไปในพื้นดิน เพื่อเพิ่มสเปซตัวอาคารให้ดูสูงโปร่งและโล่งมากขึ้น 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

รวมทั้งลงรายละเอียดการออกแบบในทุกส่วน ตั้งแต่โต๊ะที่เลือกใช้วัสดุสะท้อนให้เห็นภาพเพดานด้านบน ระเบียงปูนที่ใช้ไม้ไผ่สร้างลวดลาย ฝาท่อที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ไปจนถึงแก้วน้ำชาที่ทำจากหินแกรนิต ไม่ส่งผ่านความร้อนออกมาด้านนอก ทำให้เราดื่มด่ำกับการดื่มชาได้เต็มที่   

ส่วนที่นับเป็นพระเอกก็คือ เหล่าเมนูชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เบลนด์ขึ้นจากความรักในการดื่มชาของคุณจักร์ที่ค่อย ๆ บ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเด็กในครอบครัวเชื้อสายจีน ผสมผสานกับการทดลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น และการเดินทางตามหาชาที่ดีจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่คนรักการดื่มชา 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

“ชาของเราไม่เหมือนที่อื่น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกในการสร้างร้านชาแห่งนี้คือ เราพยายามใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในพื้นที่เก๊าไม้ลานนา รีสอร์ท เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี และเราซื้อบางอย่างที่ผลิตไม่เพียงพอจากคนในชุมชนสันป่าตอง หนึ่งในนั้นคือข้าว”

คุณจักร์มองว่าจุดเด่นของพืชพรรณไทยคือ ‘ข้าว’ เขาจึงพยายามหาทางเอาข้าวมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และเลือกข้าวพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่สันป่าตองมาทดลอง ทดสอบ และพัฒนาผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนได้เป็นเมนูชาข้าวที่มีกลิ่นหอมฟุ้งในแบบฉบับของตัวเอง 

“ถ้าญี่ปุ่นมีชาข้าวเก็นไม เราก็ต้องมีชาข้าวไทยบ้าง” 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

ส่วนมะเกี๋ยงหรือลูกหว้าของคนภาคกลาง ซึ่งปลูกกันมากในพื้นที่บริเวณนี้ ถูกนำมาดัดแปลงและครีเอตขึ้นใหม่เป็นไอศกรีมแบบซอฟต์เสิร์ฟ หรือถ้าไม่คุ้นเคยรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ของมะเกี๋ยง ก็ยังมีไอศกรีมรสขนุน กะทิ และเลม่อน ให้เลือกกินตามใจชอบ 

“เรายังพยายามใช้วัตถุดิบที่หาได้ภายในเชียงใหม่หรือเชียงราย แล้วนำมาจับคู่กับดอกไม้หรือผลไม้ในรีสอร์ตของเรา เช่น หม่อน เลม่อน เสาวรส แบล็กเบอร์รี”

ด้วยคอนเซ็ปต์นี้ เตาชาจึงกลายเป็นร้านชาที่เปิดให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงจากธรรมชาติ ผ่านเมนูชาอันหลากหลาย เช่น ชาดอกไม้รวม ชาดอกสารภี ชาขาวอัสสัม คิคุชะ ชาข้าวกล้องหอมมะลิสันป่าตอง ชาลูกหม่อนข้าวกล้องหอมมะลิ อัญชันชาเขียวเลม่อน ดอกหอมหมื่นลี้ชาเขียวออร์แกนิก ชาข้าวไรซ์เบอร์รี ฯลฯ

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“ดอกไม้บางชนิดอย่างดอกสารภี ไม่เป็นที่นิยมนำมาทำชา แต่ที่นี่เราปลูกเองและเก็บมาเบลนด์ กลายเป็นชาที่มีกลิ่นหอมมาก ดื่มแล้วสดชื่นชุ่มคอ”

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของชาและไอศกรีมของที่นีี่คือ คุณจักร์ตั้งใจให้ส่วนผสมจากธรรมชาติแผลงฤทธิ์รสชาติของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ หรือเจือส่วนผสมอื่น ๆ ชาข้าวของที่นี่จึงมีกลิ่นข้าวหอมนำ เช่นเดียวกับขนมที่เสิร์ฟแกล้มชาหรือไอศกรีมรสเลม่อนก็ให้รสชาติเปรี้ยวจี๊ด (แต่อร่อยและกลมกล่อม) เช่นกัน 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“สโคนที่เสิร์ฟวันนี้ ด้านในเป็นกล้วยน้ำว้าจากสวนของเราเอง บางวันหรือบางฤดูอาจได้กินสโคนขนุน สโคนลูกหม่อน ถ้าช่วงนั้นที่สวนมีผลไม้อะไร เราก็จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำขนมหรือไอศกรีม ทุกอย่างคือการทดลอง และเราต้องมั่นใจว่ามีอะไรให้ลูกค้าทดลองได้ตลอด”

การหยิบของดีจากธรรมชาติมาปรับใช้แบบนี้ ทำให้หลายเมนูของร้านเตาชาปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เพราะขึ้นอยู่กับฤดูกาลของวัตถุดิบด้วย 

นี่คือความพิเศษ ความสนุก และเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่ทุกคนจะได้จากร้านชาในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้

เตาชา 

ที่ตั้ง : เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ถนนเชียงใหม่-ฮอด ตำบลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5348 1201

Writer

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์

นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ชอบทดลองทำหลายอาชีพ

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load