บ้านสีขาวทรงทันสมัย แม้ในวันนี้จะมีอายุเกือบ 50 ปี แต่กลับกลมกลืนกับปัจจุบันอย่างไม่ทันสังเกต ก่อนจะมาเป็น ‘Little Town Sriracha’ บ้าน 3 หลังนี้เป็นบ้านพักตากอากาศอายุร่วม 100 ปี ของคุณยายหนึ่งในหุ้นส่วนมาก่อน 

บ้านพักตากอากาศทั้ง 3 หลัง ก่อนหน้านี้ถูกทิ้งให้เงียบเหงา วันนี้กลับกลายเป็นเมืองเล็ก ๆ ในชื่อ Little Town Sriracha เมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแต่งแต้มโดยผู้คนที่แวะไป เวียนมาอย่างไม่ขาดสาย บ้างเข้ามาในฐานะคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว บ้างก็แวะเวียนเข้ามาในฐานะคนแปลกหน้า แต่ที่น่าแปลกคือทุกความสัมพันธ์ที่แวะเวียนเข้ามาในเมืองแห่งนี้ แม้จะเป็นเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ และมิตรภาพในระยะยาว ชวนให้กลับมาใช้ชีวิตที่เมืองนี้บ่อย ๆ

กอฟ-นที รักเสรี และ แชป-อภินันท์ เตลาน ทั้งสองคนเคยทำงานโปรดักชันด้วยกันทั้งคู่ ก่อนบทสนทนาสั้น ๆ จะนำพาให้เขาทั้งคู่กลายเป็นนักวางผังเมือง นักชิม (ปลา) บาริสต้า และคนสวนในบางคราว

“แก่ตัวไป เราจะยังไงกันดี” กอฟถาม พร้อมเอ่ยถึงความฝันในวัยเกษียณของตัวเอง “อยากเปิดบาร์เล็ก ๆ ริมทะเล” 

“พี่…ผมมีที่” แชปตอบกลับ

จุดเริ่มต้นของ Little Town Sriracha มันเรียบง่ายอย่างนั้น 

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

เริ่มวางผังเมือง

“ครั้งแรกที่เข้ามาดูที่นี่ จะว่าใช่ก็ใช่ ทุกอย่างมันตรงตามที่เราคิดไปหมด เห็นแล้วเกิดไอเดีย ทุกคนเห็นตรงกันก็เลยเริ่มทำ พอเห็นที่จริงแล้วเราไม่อยากให้ที่นี่เป็นแค่บาร์ แต่อยากให้เป็น Community Place มีเพื่อนคนนู้นคนนี้ แล้วเขามาทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่ทำไม่ได้ในชีวิตจริง เพราะทุกคนมีงานประจำ ก็เลยอยากทำให้เป็นที่ที่ทุกคนมาแชร์ไอเดียร่วมกัน แล้วกลับมาทำในวันที่อยากทำ” กอฟเล่าถึง (รัก) แรกพบที่เห็นที่นี่ครั้งแรก

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

ด้วยความที่พื้นที่ประกอบด้วยบ้าน 3 หลัง หลังเก่าที่สุดอยู่ด้านใน เป็นบ้านไม้สไตล์ไทย อีก 2 หลังเป็นสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตั้งถัดออกมา มีต้นมะขามอายุ 100 กว่าปีฝังรากลึก แผ่ร่มเงาปกคลุมสร้างความร่มรื่น มองตรงไปเป็นวิวทะเล มีชาวประมงมาจอดเรือลงของ มองเห็นวิถีชีวิตของคนแถวนี้ ที่นี่เลยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งที่แอบซ่อนอยู่ ตรงนี้เป็นคาเฟ่และบาร์ ตรงนั้นเป็น Daily Fish โอมากาเสะปลาไทย ตรงโน้นเคยเป็นร้านตัดผม และบางอาทิตย์ก็มีคนมาขายอาหาร บางอาทิตย์ก็มีคนทำขนมมา บางอาทิตย์ก็มีดีเจมาเปิดเพลงแจ๊ส

Little Town Sriracha ก็เหมือนเมืองเมืองหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามโอกาส

แต่กิจกรรมหลัก ๆ ของที่นี่ มีคาเฟ่ พาย SUP คายัค และโอมากาเสะปลาไทยที่ต้องจองล่วงหน้า

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

อาหารตามสั่งจากธรรมชาติ

“น้องคนที่มาทำโอมากาเสะ ตอนแรกน้องก็เป็นลูกค้า เข้ามาพาย SUP นี่แหละ แล้วพอคุยกัน เราเห็นแพสชันของน้องเขา เขาชอบออกเรือ ตกปลา แล้วเอากลับมาแล่กินเอง แพสชันน้องเขาลงไปลึกมากเลย ถึงขนาดใช้วิธี Ikejime ที่ช่วยคงความสด ลดกลิ่นคาวปลา ปลาบางชนิดเอามากินแล้วอร่อยเลย บางชนิดต้องบ่มไว้ก่อน บางครั้งน้องหายไปเป็นอาทิตย์ ลงใต้ไปหาปลาแปลก ๆ ส่วนน้องอีกคนชอบทำอาหาร บางทีก็เอาวัตถุดิบพื้นบ้านของชลบุรีมาทำอาหารยุโรป พอเรามาคุยคอนเซ็ปต์กัน มันคลิก!” กอฟอธิบายถึงที่มาของโอมากาเสะปลาไทย

ปลาส่วนหนึ่งของ Daily Fish จึงมาจากการออกเรือจับด้วยตัวเอง บางส่วนก็มาจากเพื่อน ๆ ที่ชอบไปตกปลาด้วยกัน และบางส่วนก็กระจายรายได้ให้กับชาวประมงท้องถิ่น โดยให้ราคาที่สูงขึ้นแลกกับการทำอิเคะจิเมะมาให้จากบนเรือ เมนูโอมากาเสะปลาไทยของที่นี่จึงแตกต่างกันออกไป ตามแต่ว่าธรรมชาติจะให้อะไรมา

STAND UP and get your PADDLE BOARD

“มันเริ่มมาจากความชอบ” กอฟเกริ่น

ถ้าใครอยากมาพาย SUP (Stand Up Paddle Board) หรือคายัคที่นี่ ต้องเริ่มจากการเทรนด์ประมาณ 20 นาที เพราะอยากให้พื้นฐานแน่น มาพายที่นี่ต้องกลับไปพายที่อื่นต่อได้ด้วย แถมยังปลอดภัยหายห่วง เพราะ ครูตั้ว-ธีริน อินทนพ ผ่านการอบรมเกี่ยวกับกีฬาทางน้ำมามากมาย ทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนกีฬายืนพาย (SUP) เพียง 50 คนในประเทศไทย ที่ออกให้โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย ครูตั้วสอนอย่างจริงจังและตั้งใจให้ความรู้ ตั้งแต่ท่ายืน ท่าพายที่ถูกต้อง เทคนิคการจับไม้พาย จนถึงวิธีการเอาชีวิตรอดหากตกน้ำ 

เส้นทางการพายซัพบอร์ดของที่นี่มีให้เลือกทั้งหมด 5 เส้นทาง เริ่มต้นตั้งแต่เกาะลอย บ้านเล็กกลางน้ำ หาดลับ บางพระ จนถึงบางแสน เลือกได้ตามระดับความยากง่าย หรือตามแต่ใจเราต้องการ

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา

“บางคนมองว่าพายบอร์ดมันง่าย เราไม่เถียงนะ แต่ความยากคือเรื่องทิศทางลมที่กำหนดไม่ได้ บางคนไม่รู้ว่าเจอลมแรงต้องทำยังไง ตกน้ำจะขึ้นบอร์ดยังไง เราไม่อยากให้เกิดอันตรายกับลูกค้า ความปลอดภัยต้องมาที่หนึ่ง” กอฟอธิบายและเล่าต่อให้ฟังปนขำว่า “ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ลูกค้าเอาโทรศัพท์ติดไปด้วย” – เราชักสงสัย

“ถ้าพายกลับมาไม่ไหวก็ให้โทรมาบอก เทรนเนอร์จะช่วยไปพากลับมาให้” เขาเฉลย

ถ้าถามว่าช่วงเวลาไหนที่อยากแนะนำให้มาพายที่สุด ขอตอบแทนเลยว่าหน้าหนาว 

เพราะน้ำจะนิ่งและค่อนข้างใส จะพายเอาสนุก หรือพายไปนั่งรับลมชิลล์กลางทะเลก็สุขสุด ๆ

จิบกาแฟ พายซัพบอร์ด กินโอมากาเสะปลาไทย และใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ ร้านอาหาร ศรีราชา
Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

พึ่งพา อาศัย

“เหมือนมี Ecosystem เล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในร้านของเรา” กอฟเปรย เขาชี้เราให้มองผู้ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังทำอะไรสักอย่างกับเรือคายัค 

“อย่างพี่คนนั้น ตอนแรกแค่เอาเรือมาฝากไว้กับเรา ว่าง ๆ เขาชอบไปตกปลา กลับมาก็เอามาแบ่งกัน เอามาให้ชิม กลายเป็นรู้จักกัน หรือลูกค้าบางคนพายไปบ้านลับกลางทะเล บางคนพายเข้าไปในแพของชาวประมง ลุงเลิศเขาก็ใจดี ชวนลูกค้ากินข้าวก็มี ลูกค้าบางคนก็สั่งปูของลุงเขาด้วย พายกลับมาลุงเขาก็เอามาส่งให้” เขาเล่าความประทับใจ

ถ้าไม่นับโอมากาเสะปลาไทยที่ต้องจองมาล่วงหน้า อาหารส่วนใหญ่ที่มีให้สั่งในร้านจะเป็นเครื่องดื่มและอาหารกินเล่นทั่วไป แต่หากหิวเมื่อไหร่ ก็แอบขอพี่กอฟสั่งอาหารจากร้านข้าง ๆ มาได้นะ

คุยกันไปคุยกันมา จากลูกค้าก็กลายเป็นเพื่อน พี่ น้อง

บอร์ดเกม การ์ดเกม ที่นี่ก็มีให้หยิบยืมเล่นกันตามสบาย บางคนแวะเวียนมากินกาแฟ บางคนแวะมานั่งเฉย ๆ บางคนแวะมาทักทาย เพื่อนบางคนอยู่กรุงเทพฯ แต่กลับมาเจอกันที่นี่ 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ที่คนมารวมตัวกันได้ในบรรยากาศสบาย ๆ เราเปิดถึงสามทุ่ม ไม่มีคนเราก็ปิด แต่ถ้ามีคนอยู่ยาวก็ปล่อย เราเข้าไปนอนในบ้านให้เขานั่งกันไป พอเขาจะกลับก็โทรมาบอกเรา พอเราได้คุยกัน ได้สื่อสาร ได้รู้จัก มันเหมือนเราให้ความจริงใจกับเขา เขาก็จะจริงใจกับเรา” กอฟเล่า ยิ่งช่วยย้ำว่ามาที่นี่ ก็เหมือนมาบ้านเพื่อน

Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ
Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

พึ่งมา อาศัย

พื้นเพของกอฟและแชปเป็นคนกรุงเทพฯ ช่วงแรกของการเปิดร้านทั้งสองคนยังแวะเวียนไปกลับทุกอาทิตย์ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นไปกลับ ศรีราชา-กรุงเทพฯ ทุกวัน แม้วันทำงานเลิกเย็นก็ยังขับรถกลับมานอนที่นี่

เพราะการเดินทางไปกลับเทียบเท่าเวลาเดินทางจากปากเกร็ดเข้ามายังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แค่เปลี่ยนจากวิวรถติด ให้กลายเป็นวิวภูเขาและวิวทะเลเท่านั้นเอง 

“เราอยู่กันแบบครอบครัว ที่หมายถึงครอบครัวจริง ๆ อยากให้คนที่มาได้มาสนุก มีความสุขกลับไป เวลาไม่รู้จะไปที่ไหน อยากหาเพื่อนนั่งคุย หาที่นั่งทำงาน อยากพายบอร์ด อยากหาที่ทิ้งตัว ก็มาที่นี่เถอะ 

“มาปล่อยใจไปกับมัน”

กอฟเล่าถึงเหตุผลที่ชวนให้หลงรักที่นี่ไว้อย่างนั้น

Little Town เมืองเล็ก ๆ ในศรีราชาของสองหนุ่มโปรดักชัน สร้างเป็นฐานทัพลับในวัยเกษียณ

Little Town Sriracha

ที่ตั้ง : ถนนสุขุมวิท ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.30 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2363 6195

Facebook : Little Town Sriracha

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ธนกร บินซายัน

ดีไซน์เนอร์ สไตลิสต์ ช่างเย็บผ้าประจำ ช่างภาพบางเวลา เจ้าของแบรนด์ ZAYAN

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ชายหาดสีขาวทอดตัวยาวเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลตัวจิ๋ว ทิวสนเรียงราย แคมป์ช้างตัวเล็กใหญ่ ร้านอาหารและบาร์เครื่องดื่มในบรรยากาศอะโลฮ่า และมีโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหาดปะการัง หรือ Memories Beach จังหวัดพังงา จึงกลายเป็นหาดประจำของนักเซิร์ฟบอร์ดมือใหม่และมือเก๋าที่แวะเวียนไปมาบ่อย ๆ

ที่นี่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางที่ใครหลายคนตั้งใจมาปักไว้ บ้างปักหมุดชั่วคราว บ้างก็ปักหลักอยู่ยาว แพร-เพียงแพร โชติฐ์สถาพรป์ ก็เป็นอีกคนที่หลงรักที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเก็บกระเป๋าโยกย้ายมาอยู่เขาหลักเมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมก่อตั้ง Seapiens Camp Khaolak แคมป์ธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ ที่สอนเล่นเซิร์ฟ ผจญภัยและทำความรู้จักกับท้องทะเลอย่างเป็นมิตรที่หาดปะการัง

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

“ชื่อของที่นี่มาจากคำว่า Sapiens เป็นหนังสือที่เล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ แล้วเราก็อยากให้ที่นี่เป็นสถานที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทะเลและมนุษย์ไว้ด้วยกัน ก็เลยเอาคำว่า Sea ไปใส่ไว้แทน กลายเป็น Seapiens” แพรเฉลยที่มาแสนน่ารักของชื่อแคมป์ให้เราฟัง 

“ที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นเขาหลักยังมีนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เรากับ Co-founder มาที่นี่ครั้งแรก เจอเด็กคนหนึ่งกำลังเซิร์ฟอยู่ น้องเล่นเก่งมาก เล่นทั้งวันเลย สุดท้ายเราตัดสินใจเข้าไปทักทายน้อง พอได้คุยกันรู้สึกเลยว่าน้องแตกต่างจากเด็กคนอื่นที่เราเคยเจอ ดูมั่นใจ แววตาเขามีความสุขมาก ๆ ตอนนั้นน้องน่าจะอายุแค่ 7 – 8 ขวบ แต่น้องบอกกับเราว่า น้องอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ มีเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ เราสองคนก็เลยคิดว่าอยากให้เด็กคนอื่นมีโอกาสลองมาเล่น เราอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในเด็กคนนี้ ไปอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่นด้วย” เธอย้อนความถึงจุดเริ่มต้น 

“โปรแกรมแรกของ Seapiens Camp Khaolak เลยเริ่มต้นมาจากสอนเซิร์ฟบอร์ดให้เจ้าตัวน้อยก่อน เพราะเราสองคนถนัดกันอยู่แล้ว จากนั้นเราคิดต่อว่า เขาหลักเป็นทะเลที่มีทรัพยากรสมบูรณ์มาก มีความพร้อมในเรื่องการท่องเที่ยว ก็เลยเกิดเป็นโปรแกรมอื่นตามมาด้วย ในคอนเซ็ปต์ Edutainment เรารู้สึกว่าการที่เขาเดินทางมาหาเราถึงพังงา จะทำยังไงให้มันไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องสนุกและได้เรียนรู้ ได้ Entertainment ได้ Education ไปพร้อม ๆ กัน ทุก ๆ โปรแกรมเลยเป็นความรู้ 40 เปอร์เซ็นต์ สอดแทรกอยู่บนพื้นฐานการเล่นอีก 60 เปอร์เซ็นต์ ให้ความสนุกเป็นตัวนำเด็ก ๆ ไป” เธอเล่าแนวคิด

ทำไมความสนุกถึงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ได้ เด็กที่โตในยุคเรียนเป็นเรียน ห้ามเล่น! อดเอ่ยปากถามไม่ได้

“สำหรับเรา เด็กก็คือเด็ก สิ่งแรกที่เด็กคิด เด็กอยากทำ ก็คือการเล่น เพราะฉะนั้น..เล่นเลย! จากนั้นค่อยเอาความรู้เข้าไปใส่ในการเล่นของเขา เขาจะได้รับความรู้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังฝืน ในทุกกิจกรรมเราจะมีสื่อการสอน ทั้งสื่อภาพ สื่อวิดีโอ ไปจนถึงเกมที่ให้เขาได้ลงมือด้วยตัวเองจริง ๆ” แพรเล่าวิธีการคิดกิจกรรมชนะใจเด็ก ๆ 

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

PRIVATE SURFING

โปรแกรมแรกที่ครองใจเด็ก ๆ มานักต่อนัก ทั้งเจ้าตัวน้อยจอมซนที่ชอบทะเล วิ่งไปลุยทรายตั้งแต่แรกเห็น จนถึงเจ้าตัวน้อยที่ยังกลัวเลอะ ไม่กล้าก้าวเท้าเหยียบทราย ให้เปลี่ยนใจไปหลงรักเขาหลัก คลื่นทะเล และหาดทราย

“เราให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกับเซิร์ฟคัลเจอร์ก่อน เล่าประวัติความเป็นมา เปิดการ์ตูนสนุก ๆ เล่าให้เขาฟัง มีเกมที่เราคิดขึ้นเอง สอนให้เขาได้เรียนรู้ถึงการเกิดคลื่น ให้เขาเข้าใจว่าคลื่นมันเกิดจากอะไร ก่อนที่จะไปเล่นเซิร์ฟ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน โดยที่เราไม่ต้องบังคับหรือยัดเยียดเนื้อหาให้เขา

“ซึ่งความปลอดภัยเป็นอย่างแรกที่เราคิด เพราะถ้าเด็กเล่นแล้วเจ็บขึ้นมา จะเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจเด็ก เขาจะไม่เล่นแล้ว ไม่เอาแล้ว ความปลอดภัยที่แคมป์เลยมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างโปรแกรมเซิร์ฟ เด็กจะต้องใส่ทั้งหมวกกันน็อก ทั้งชูชีพ แล้วก็มีคุณครูที่ดูแลน้องเฉพาะคนเลย จริง ๆ คุณครูที่แคมป์ทุกคนเป็น Surfer ทั้งหมด เราเล่นเซิร์ฟอยู่แล้ว เราอยู่กับทะเลทุกวัน เราบอกกันตลอดว่าจะต้องดูแลน้องทุกคนเหมือนเป็นน้องสาวกับน้องชายของเราเอง เวลาที่น้องเล่นเซิร์ฟ เราผลักส่งเขาไป เราจะต้องไปรับเขาเหมือนไปรับน้องเรา ต้องไปถึงตัวเขาให้เร็วที่สุด” เธอย้ำอย่างหนักแน่น

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

เรียนรู้กันกันจนเหนื่อย และแล้วก็ถึงเวลา… แคมป์ไฟ! อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเจ้าตัวแสบทั้งหลาย ที่เด็ก ๆ ติดใจไม่แพ้การ์ตูนหรือท้องทะเล คือการจุดไฟ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ แม้จะเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่อร่อยสำหรับเด็ก ๆ แต่ Seapiens Camp Khaolak ก็ยังไม่พลาดที่จะสอดแทรกความรู้ลงไปตามคอนเซ็ปต์ Edutainment

“เล่นเซิร์ฟเสร็จ ก็จะมีแคมป์ไฟ จุดไฟตรงกลางวงให้เด็ก ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่กัน คุณครูที่คอยมาช่วยจุดไฟก็จะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องจุดไฟแบบนี้ ทำไมต้องวางหินแบบนี้ เด็ก ๆ ก็สนใจ เข้ามาดูเราใกล้ ๆ ช่วยเราหยิบจับฟืน เขาจะได้ความรู้เรื่องการเกิดไฟ รวมถึงทิศทางลม และทรายที่อยู่บริเวณนั้นด้วย” เธอเล่า ก่อนพาไปสู่กิจกรรมน่าสนุกถัดไป

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

SHAPER HOUSE

“หนูอยากทำอันนี้ (เซิร์ฟบอร์ด) กลับบ้านด้วย” เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยขึ้นมา ลอยเข้าหูของคุณครูผู้รับฟังเสียงเจ้าตัวน้อยพอดี โปรแกรม Shaper House อันน่าสนุกจึงเกิดขึ้นในห้องเรียนกลางหาดทรายแห่งนี้ 

“Shaper เป็นชื่อเรียกอาชีพคนทำเซิร์ฟบอร์ดในต่างประเทศ ทำเงินได้มหาศาลเลย แต่ในประเทศไทย อาชีพนี้ยังไม่แพร่หลาย จุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ เราอยากเอาอาชีพนี้มาเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ เห็นว่า ในโลกนี้มีอาชีพอะไรอีกเยอะมาก อยากให้น้องได้สนุกกับการดีไซน์เซิร์ฟบอร์ดของตัวเอง ผ่านกระบวนการเคลือบเซิร์ฟบอร์ด ได้หยิบจับอุปกรณ์ที่ใช้จริงในโรงงาน ให้น้องได้เป็นคนแรกที่สัมผัสว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เรารู้จักในทุกวันนี้” เธอเล่าความตั้งใจ

ในคลาสเรียนนี้ เด็ก ๆ เริ่มต้นด้วยการดูการ์ตูนแสนสนุก เรียนรู้วิธีการทำเซิร์ฟบอร์ดด้วยเปลือกหอย ตามฉบับ Shaper มือโปรในอดีต ก่อนจะสำรวจรอบ ๆ ตัวภายในห้อง Shaper Room ที่ทำมาเพื่อ Shaper ตัวน้อยโดยเฉพาะ เพื่อหาอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ยุคปัจจุบันใช้กัน จากนั้นมีวิดีโอสอนทำเซิร์ฟบอร์ดทีละขั้นตอน เพื่อตอบข้อสงสัยในใจเด็ก ๆ จากนั้นปล่อยให้วัยซนดีไซน์ ระบายสี และลงมือขัดเซิร์ฟบอร์ดอันจิ๋วด้วยตัวเองจนเสร็จ พร้อมพกเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา
Seapiens Camp แคมป์เด็กที่มีห้องเรียนและสนามเด็กเล่นเป็นท้องทะเลและหาดทรายพังงา

MEET MARINE LIFE

ไปสำรวจสัตว์ทะเลกัน! 

เมื่อได้ยินคำนี้ ขอยอมรับตามตรงว่าแม้ร่างกายและวัยจะไม่เด็กแล้ว ก็ยังแอบตื่นเต้นตามเสียงเรียกของคุณครูไม่ได้ แล้วเจ้าตัวน้อยที่ร่างกายและหัวใจยังเด็ก จะตื่นเต้นแค่ไหนกันนะ 

“เด็ก ๆ ชอบมาก!” คุณครูแพรขวัญใจเด็ก ๆ ยืนยันกับเรา 

“เราจะจับมือพาเขาไปสำรวจทะเล ให้เขาได้คว้าแว่นขยายและกล้องส่องทางไกล สวมชุดกันฝนหลากสีออกเดินทางไปกับเรา คุณครูจะคอยเล่าให้ฟังว่า ระบบนิเวศบริเวณนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจะเจอใครกันบ้าง จะเจอพี่ทากทะเลหรือเปล่านะ จะเจอพี่ปลิงทะเลไหม แล้วทำไมพี่ปูเสฉวนถึงมาอยู่ตรงนี้กันนะ มื้อกลางวันของพี่ปักเป้าเขาเป็นอะไร

“เราอัปเดตลิสต์สัตว์ทะเลที่เด็ก ๆ เจอกันในเพจ Seapiens Camp ด้วยนะ เพราะบางครั้งเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่เราเพิ่งเคยเจอ บางครั้งเป็นสิ่งที่เจอประจำ เราสอนเขาได้ว่าทำไมพี่คนนี้ถึงมาให้เจอบ่อย ๆ ทำไมพี่คนนี้ไม่ค่อยมา” 

เด็ก ๆ จะได้ทบทวนความรู้ระหว่างทาง ด้วยเกมแปะสติกเกอร์ ให้เจ้าหนูเสนอว่าสัตว์ทะเลชนิดไหน อาศัยอยู่ตรงไหนของทะเลกันนะ ใต้โขดหินหรือเปล่า ในหาดทรายหรือเปล่า พี่คนไหนที่เจอเขาว่ายอยู่เยอะ ๆ ช่วยกันแปะสติกเกอร์รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ลงบนภาพการ์ตูน ก่อนคุณครูใจดีจะชวนเด็ก ๆ สวมชุดปฏิบัติการสำหรับนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลที่สนใจ แล้วนำมาส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อเรียนรู้เรื่องกายภาพจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วง ว่าการเก็บตัวอย่างสัตว์ทะเลมาเรียนรู้ พี่ ๆ สัตว์ทะเลจะกลับบ้านถูกไหม แพรก็แอบกระซิบช่วยให้หมดห่วงว่า “สัตว์และปะการังทุกตัวที่เราเก็บไปเข้าห้องแล็บ เราจะพาเขากลับมาปล่อยที่เดิมทุกครั้ง เด็ก ๆ ก็จะได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์และธรรมชาติด้วย” 

จบทริปด้วยการจูงมือเจ้าหนูกลับมาวาดรูป ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำความรู้จักพี่ ๆ สัตว์ทะเลตัวไหนบ้าง

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

OCEAN AND ART

“โปรแกรมนี้เราเริ่มต้นจากการที่อยากให้เด็ก ๆ เก็บขยะทะเล ถ้าเราบอกเขาว่า เด็ก ๆ ไปเก็บขยะกัน เขาคงไม่อยากไป เลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้เขาอยากลุกออกไปเก็บขยะกับเรา โดยไม่รู้สึกว่ากำลังโดนบังคับ เริ่มต้นจากเราชวนเขาดูสื่อการเรียนรู้ก่อน ชวนให้เขาคิดกับเราว่าทำไมน้ำทะเลถึงมีสีฟ้านะ สื่อที่เราเตรียมมาก็จะช่วยตอบข้อสงสัยของเขา ว่ามันเป็นการสะท้อนของแสงนะ ออกมาเป็นโปรแกรมศิลปะ ชวนให้เขาได้มาสร้างเมืองริมทะเลตามจินตนาการ ได้สร้างหาดทราย น้ำทะเลของตัวเอง” แพรบรรยายถึงความสนุกที่มาของกิจกรรมน่าสนุกอย่าง Ocean and Art

พอเด็ก ๆ ทำทรายและทะเลเสร็จแล้ว ทีนี้ก็เข้าทาง!

“เด็ก ๆ ไปเก็บขยะมาสร้างบ้านกัน” น้ำเสียงน่าสนุกของคุณครูเกริ่นขึ้น ก่อนเจ้าตัวน้อยจะรีบลุกอย่างตื่นเต้นในทันที เพื่อไปเก็บขยะมาสร้างเป็นเมืองในจินตนาการของตัวเอง “โปรแกรมนี้สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จมาก น้องบางคนเก็บขยะมาสร้างโมเดลบ้านเสร็จแล้ว ยังถือถุงมาบอกเราอีกว่าหนูอยากไปเก็บขยะต่อ เรายังสอนเขาต่อเรื่องของขยะได้อีก ชวนเขาคิดไปถึงของเล่นที่บ้าน ถ้าหนูเอาไปทิ้ง จะต้องใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย หนึ่งร้อยปีเลยนะรู้ไหม สุดท้ายเขาก็จะเข้าใจเรื่องการทิ้งขยะมากขึ้น เล่นแบบระมัดระวัง คุ้มค่าที่สุด” เธอเล่าถึงเรื่องราวเรียกรอยยิ้ม

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp 

“การที่เขาได้มาเข้าแคมป์ เขาจะต้องปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบ ๆ เป็นฝ่ายที่คอยทำความเข้าใจกับธรรมชาติ เราว่าเรื่องนี้เด็ก ๆ จะได้พัฒนาการไปเต็ม ๆ เลย เดินไปสำรวจหินจะต้องทำยังไง เพราะหินก็เป็นหิน เป็นพื้นเรียบให้เขาไม่ได้ เขาก็จะต้องเรียนรู้ที่จะระมัดระวัง เดินช้า ๆ เพื่อไม่ให้ล้ม” เธออธิบายถึงวิธีคิด นอกจากปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ เจ้าตัวน้อยยังต้องคอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนและคุณครู เรียนรู้ที่จะไว้ใจเพื่อนร่วมเดินทางด้วย

แล้วมีน้อง ๆ คนไหนที่งอแงบ้างไหมนะ – เราสงสัย

“เยอะเลยค่ะ แต่ด้วยความที่คุณครูเจอมาบ่อย ก็จะคิดกันเสมอว่านี่คือการพาน้อง ๆ ไปเล่น ต้องไม่ทิ้งน้องนะ เราก็จะมีวิธีการคุยกับน้อง ถ้าหนูไม่ไปกับพี่แพร หนูจะเสียดายนะ เพราะพี่แพรจะพาเราไปดูบ้านปูเสฉวน ทำให้เขารู้สึกว่าเราก็เล่นกับเขาได้นะ เราเป็นเพื่อนเขาได้ พอได้พาเขาไปดูปูเสฉวน เด็ก ๆ ก็จะเห็นว่าปูมันอยู่ในเปลือกหอย เราก็สอนเขาได้ ถ้าเขาไปทะเล แล้วเก็บเปลือกหอยกลับบ้าน พี่ปูเสฉวนก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ เราเชื่อว่าทุกอย่างกลายเป็นกิจกรรมสำหรับเด็กได้หมด เพียงแต่ว่าเราต้องใส่เรื่องราวเข้าไป ที่นี่ทุกอย่างจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวน่าสนุก พี่คนนี้เขาเกิดมาแบบนี้ มีเพื่อนเป็นพี่คนนี้นะ ทำเรื่องธรรมดาให้มันน่าสนุก เด็ก ๆ เขาก็จะตื่นตาตื่นใจ” แพรเผยเคล็ดลับมัดใจเจ้าหนู

แพรยังกระซิบให้เราฟังด้วยว่า การมาเปิดแคมป์ธรรมชาติให้เจ้าตัวน้อยมาเรียนรู้ ทั้งการเล่นเซิร์ฟ การจุดไฟ การดูคลื่น ไม่ทิ้งขยะในทะเล รวมถึงทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากชนิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เป็นเพียงการสอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ในฐานะผู้สอนก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งเหมือนกัน, เรียนรู้เรื่องอะไรบ้างเหรอคะ – เราถามกลับ

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

“เราได้เรียนรู้ว่า เด็กทุกคนต่างกัน เราต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็ก โลกนี้มีอะไรที่เขาจะต้องเจออีกเยอะ ต้องค้นหาตัวตน เด็กบางคนได้เรียนรู้ เจอความเป็นตัวเองจากกิจกรรมนี้ บางคนเจอจากอีกกิจกรรมหนึ่ง เราก็ต้องพยายามทำกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อเด็ก ๆ ทุกคนจะได้สนุก แล้วก็เจอตัวตนของตัวเองจากที่นี่” เธอตอบ 

“มีหลายครอบครัวกลับมาที่ Seapiens Camp ปีละสองสามครั้ง มาอยู่อาทิตย์ สองอาทิตย์ บางครอบครัวมาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อน ไปเล่นเซิร์ฟด้วยกันทั้งคุณครู พ่อแม่ลูก ไปกินข้าว ปิ้งบาร์บีคิวที่หาดด้วยกันก็มี พ่อแม่บางคนไม่คิดว่าลูกตัวเองจะทำได้ บางคนไม่คิดว่าลูกจะยอมเดินบนทราย พอมาที่นี่ลูกเขากลับกล้าเดินลุยทรายกับพี่ ๆ ไปสำรวจสัตว์ทะเล เราดีใจมาก มีความสุขมาก ที่เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ปลดล็อกความกลัวของตัวเอง แล้วยอมวิ่งลงไปเล่นกับเรา

“บางคนยังพูดไม่ชัดเลย บอกเราว่า ‘อยากไปเรียนเจิฟ ไปเรียนเจิฟ’ ที่สำคัญเราดีใจที่เด็กบางคนมาแคมป์เราแล้วเขามีเป้าหมายใหม่ในชีวิตเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่าง บางคนบอกว่าอยากเป็นนักเซิร์ฟทีมชาติ บางคนบอกว่าอยากจับสัตว์ทะเลทุกวัน มันเกิดการพัฒนาต่อ เขาอาจจะโตไปเป็นสัตวแพทย์ เรียนประมง เราไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ความฝันจะเปลี่ยนไหม แต่อย่างน้อยวันนี้เขาเข้าใจการมีเป้าหมาย และเติบโตไปอย่างมีเป้าหมายแล้ว” แพรเสริม 

“เราอยากให้เขารู้สึกว่าทะเลเป็นบ้านของเขา ให้เขาสนุก สบายใจ อยากกลับมาที่นี่อีก คิดว่าการที่เขามาแคมป์กับเรา ต้องมีสักเรื่องที่โดนใจเขา พอเขารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้าน เมื่อเขาเติบโตขึ้น เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นในวันนี้ ในอีก 2 หรือ 3 ปีนี้ แต่ว่าในอีก 10 ปี 20 ปี ที่เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เหมือนเรา เขาจะไม่มีทางทำลายบ้านของเขาแน่ ๆ” 

เธอทิ้งท้ายถึงภาพอนาคตที่อยากเห็น

เรียนรู้วัฒนธรรมเซิร์ฟ โต้คลื่น สำรวจสัตว์ทะเล ในห้องเรียนธรรมชาติ ริมหาดปะการัง จังหวัดพังงา

Seapiens Camp Khaolak

ที่ตั้ง : หาดปะการัง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา (แผนที่)

สอบถามวัน-เวลาจัดกิจกรรมและโปรแกรมห้องเรียนธรรมชาติได้ที่ 

โทรศัพท์ : 08 0991 2516

เว็บไซต์ : www.seapienscamp.comFacebook : Seapiens Camp Khaolak

Writer

นิธิตา เอกปฐมศักดิ์

นักคิดนักเขียนมือสมัครเล่น ผู้สนใจงานคราฟต์ ต้นไม้และการออกแบบเป็นพิเศษ แต่สนใจหมูสามชั้นย่างเป็นพิเศษใส่ไข่

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

ช่างภาพอิสระ | ภูเก็ต ชอบหาของอร่อยกิน รักการใช้เวลากับคนรัก ig : Kenhitive

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load