‘ถ้าแฟนฝ่าไฟแดง จะท้องมั้ย’

‘หนูผิวขาว แต่น้องสาวคล้ำมาก เป็นเพราะอะไรคะ’

‘มีอะไรกับแฟนแล้วไม่เคยฟินเลย ทำยังไงดี’

‘ผู้หญิงช่วยตัวเองจะบาปมั้ยคะ’

สารพันปัญหาเรื่องเพศของสาวเล็ก-สาวใหญ่ ที่เจอได้ตามเว็บบอร์ดชื่อดัง บางกระทู้ก็ได้คำตอบดีงามพร้อมใช้งานกลับไป บางกระทู้ก็มีผู้เชี่ยวชาญไม่จริงมาตอบทีเล่นทีจริง ทำเอาปวดใจกว่าเดิม หันซ้ายหันขวาถามใครไม่ได้ จะถามเพื่อนก็เขินตัวบิด ยิ่งปรึกษาครอบครัวก็แล้วใหญ่ ใครจะกล้าพูดเรื่องแบบนั้น จนต้องเลือกหมอกูเกิลเป็นคำตอบสุดท้าย แต่จะเชื่อสนิทใจไม่ได้ บางทีแค่ปวดหัวหนักมาก แต่กูเกิลบอกว่าเราเป็นมะเร็ง! เอากับเขาสิ

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

แต่กำแพงความเขินอายก็ถูกทำลายด้วยนารีขี่ลูกพีชอย่าง น้ำอ้อย-ขวัญชนก หอมแสงประดิษฐ หมอเวชศาสตร์ครอบครัวเจ้าของเพจน้องสาว เพจที่ตั้งใจสื่อสารเรื่องความสุขทางเพศของผู้หญิงและสุขภาพทางกายของน้องสาว แถมยังเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงคุยกันอย่างถึงพริกถึงขิง จนมีผู้ติดตามมากถึงหลักแสน

ถ้าอยากรู้ว่าหมอครอบครัวคุยเรื่องจิ๋มยังไงให้สนุกและเป็นมิตร ขอชวนสาวสาวสาวมานั่งฟังด้วยกัน

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

จิ๋ม = น้องสาว

หมอน้ำอ้อยเริ่มสนใจเรื่องจุ๋มจิ๋ม ตั้งแต่ตอนเรียนต่อเฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัวและไปดูงาน Sexual Health Clinic เธอตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเพิ่มเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศของผู้หญิง จนสังเกตว่าหญิงไทยแทบไม่มีพื้นที่ให้พูดเรื่องเพศเลย

“ตลอดระยะเวลาหกปีที่เรียนแพทย์ เราแทบไม่เคยรู้จักว่ามีการดูแลเรื่องเพศแบบนี้อยู่ เราเรียนแค่ว่าผู้ชายไม่แข็งตัวเป็นโรคอะไร ผู้หญิงเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ต้องใช้เจลนะ ส่วนผู้ชายก็มีคลินิกดูแลสุขภาพเพศชาย แต่พอเรามาย้อนดู กลับพบว่าผู้หญิงแทบไม่มีพื้นที่เรื่องเพศเลย เราไม่เคยเห็นคลินิกสุขภาพเพศหญิงที่ไหน ไม่เคยเห็นสังคมที่พูดคุยเรื่องเพศได้อย่างเปิดเผย เราเลยมองว่ามันเป็นความรู้ที่ควรได้รับการเติมเต็ม

“เลยตั้งความฝันอันยิ่งใหญ่ว่า อยากจะพัฒนาสุขภาพทางเพศของหญิงไทยให้เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง” 

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

จากความสนใจและความฝันก้อนใหญ่เมื่อ 5 เดือนก่อน พาเธอมารู้จักกับคนมากถึง 2 แสน!

ใช่ เธอสร้างเพจน่าเอ็นดูชื่อ ‘น้องสาว’

“น้องสาวเป็นคำที่เราใช้เรียกแทนคำว่าจิ๋ม มันเป็นคำที่ดูน่ารัก พูดได้แบบไม่เขินอาย แล้วยังมีอารมณ์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากจะมอบความรักและความดูแลเอาใจใส่ให้กับน้องสาวตัวเอง”  พี่สาวเล่าที่มาของ ‘น้องสาว’

ทำความรู้จักน้องสาว

“ตอนแรกเราอยากทำเพจให้ความรู้เรื่องความสุขทางเพศของผู้หญิง เสร็จ ไม่เสร็จ เสียว ไม่เสียว แต่พอลงมือทำก็รู้ว่าความสุขกับสุขภาพ สองเรื่องนี้มันแยกจากกันไม่ได้ เช่น ผู้หญิงบางคนไม่มีอารมณ์ทางเพศเพราะมีตกขาว ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์แล้วเจ็บเพราะอาจติดเชื้อบางอย่าง เลยกลายเป็นเพจรวมเรื่องสุขภาพทางเพศของผู้หญิงแทน

“เพจเราแบ่งเนื้อหาเป็นสามจิ๋ม จิ๋มแรกคือ จิ๋มสุข พูดเรื่องความสุขทางเพศ จิ๋มที่สองคือ จิ๋มสะอาด พูดถึงการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน การล้างจิ๋มให้ถูกวิธี และจิ๋มปลอดภัย ทั้งทางนรีเวชและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์”

นอกจากสารพัดความรู้ที่หมอน้ำอ้อยตั้งใจสื่อสารกับผู้หญิงด้วยภาษาที่อ่อนโยน เป็นมิตรกับน้องสาว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่เห็นแล้วต้องอุทาน So Cute! นั่นคือภาพประกอบที่ใช้สัญญะแทนน้องสาว (จิ๋ม) และน้องชาย (จู๋)

“เราพยายามทำให้ภาพดูเป็นกันเอง สบายๆ ตอนแรกก็วาดเองบ้าง ตอนหลังก็มีเพื่อนมาช่วย เราอยากให้มันดูน่ารักเข้ากับทุกคน ไม่ใช่กำลังอ่านตอนอยู่บนรถไฟฟ้าแล้วต้องปัดทิ้ง ส่วนตัวเราไม่ชอบแบบนั้น เลยใช้ภาพเชิงสัญลักษณ์แทน ให้คนได้ลองตีความกัน” ภาพประกอบเนื้อหาในเพจเลยเป็นผักผลไม้บ้าง ดอกไม้กำเบ่งบานบ้าง เช่น ภาพกล้วยกับส้มแทนการเล่าเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของชายหญิง ภาพดอกไม้สีชมพูแทนน้องสาว ฯลฯ

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

น้องสาวเม้ามอย

จากเพจที่มีจุดประสงค์ในการคืนความสุขให้น้องสาวด้วยเนื้อหาที่ให้ความรู้เรื่องความสุขทางเพศ กลับกลายเป็นพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพเพศหญิงแบบครอบคลุม แล้วเป้าหมายหลักของเพจคืออะไร เราถาม

 “ตอนเริ่มต้นแค่ต้องการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่พอทำไปเหมือนเราได้ Reflection กลับมาตกตะกอนกับตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ จนได้จุดประสงค์หลักอีกอันของเพจ คืออยากให้เพจเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เช่น แชร์โพสต์เราแล้วแท็กแม่ให้พาไปฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก เหมือนเป็นการพูดแทนกันระหว่างพี่สาวน้องสาว แล้วเรารู้สึกมีความสุขมากตอนที่ข้อมูลของเรามีประโยชน์ต่อคนอื่นและเขาได้รับความรู้ที่ถูกต้อง”

นอกจากเพจน้องสาวจะเป็นแหล่งความรู้ในการแบ่งปันข้อมูลเรื่องความสุขทางเพศและสุขภาพน้องจิ๋ม ยังมีกลุ่มลับที่คุยเรื่องไม่ลับ อย่าง ‘น้องสาวเม้าท์มอย’ เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้หญิงคุยเรื่องเพศได้อย่างเปิดเผย

 “กลุ่มน้องสาวเม้าท์มอยเริ่มจากลูกเพจคนหนึ่งเสนอว่าอยากได้กลุ่มที่มีแค่ผู้หญิงไว้สำหรับพูดคุย เราเลยตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาและมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อมีกลุ่มลับ ตอนนี้มีสมาชิกทั้งหมดประมาณเจ็ดพันกว่าคนที่มาแลกเปลี่ยน ปรึกษาเรื่องราวทางเพศ แต่เราอยากให้เกิดการพูดคุยเรื่องเพศกับคนใกล้ตัวมากกว่าคนแปลกหน้า”

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม
น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

ภาพสะท้อนจากน้องสาว

ไหนจะต้องรับฟังปัญหาหลังไมค์ คอยแก้ไขความเข้าใจผิดจากความเชื่อ เขาว่ากันว่า เขาบอกมาแบบนี้ บ้างพอมีปัญหาก็โทษการศึกษา มันสะท้อนอะไรบ้างในมุมมองหมอเวชศาสตร์ครอบครัวที่เป็นแอดมินเพจน้องสาว

“อย่างแรกมันสะท้อนว่าที่ผ่านมาไม่มีช่องทางอะไรให้เขาถามได้เลย หรือการที่เขาไม่รู้สิทธิ์ในการรักษาตัวเอง บอกว่าแพง ไม่มีเงิน แต่ทุกคนมีสิทธิ์การรักษาสามสิบบาท บางคนกลัวพ่อแม่รู้ เลยให้เราบอกชื่อยา เขาจะไปหาซื้อเอง ภาพรวมปัญหาหลักๆ ที่เรารับรู้คือผู้หญิงไม่เข้าใจปัญหาเรื่องทางเพศเลย”

จะว่าไปก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ผู้หญิงขาดความรู้เรื่องเพศ ทั้งที่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งใกล้ตัวผู้หญิงเรามากที่สุด “คุณหมอคิดว่าอะไรคือสาเหตุให้ผู้หญิงขาดความเข้าใจเรื่องเพศ” เราถามด้วยความสงสัย

 “เรามองว่า หนึ่ง เพราะผู้หญิงโตมาในสังคมที่ไม่ให้พูดเรื่องนี้ อย่างครอบครัวไม่มีใครมาสอนเรื่องใส่ถุงยาง ยาคุมกำเนิดกินยังไง สอง เรื่องกลุ่มเพื่อนผู้หญิงไม่เหมือนกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่จะพูดตลกโปกฮา ถุงยางไซส์เท่าไหร่ อวดช้างน้อยกันหน่อย ผู้หญิงจะพูดกันแค่ ขอยืมผ้าอนามัยหน่อย สาม เรื่องการศึกษา จะสอนเรื่องอสุจิผสมกับไข่แล้วท้อง สอนเรื่องการใช้ถุงยาง แต่ไม่ได้สอนละเอียดในเรื่องคุมกำเนิดแบบไหนถึงจะเหมาะสม

“จนถึงเรื่อง Sexual Consent หากเราไม่อยากมีเซ็กส์ปฏิเสธอย่างไร ดังนั้นเมื่อผู้หญิงขาดการพูดคุย ก็ขาดการแลกเปลี่ยนความรู้กัน สุดท้ายเลยหันหน้าไปพูดคุยกับคนแปลกหน้าในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วหันหลังให้กับคนใกล้ตัว ความเชื่อผิดๆ เลยเริ่มต้นขึ้นจากการขาดพื้นที่พูดคุย” เธอคลายความสงสัยให้เราจนกระจ่าง

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

เรื่องขำที่ไม่ขำ

คำถามยอดฮิตที่มักเจอในเพจเป็นเรื่องแบบไหน

“คำถามยอดฮิตของเราจะวนเวียนอยู่กับเรื่องเซ็กส์เป็นส่วนใหญ่ เพราะคนส่วนมากที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายจะกังวลเรื่องท้องมากที่สุด ไม่มีใครมาถามว่าแบบนี้จะติดเอดส์ไหม ติดเชื้ออะไรไหม ถ้าเป็นคำถามยอดฮิตจะมี 

“ฝ่าไฟแดงท้องไหม”

“แค่ถูไถภายนอกจะท้องไหม”

“ใช้ยาคุมกำเนิดยี่ห้อนี้แล้วท้องเพราะอะไร”

“ยาคุมฉุกเฉินกินได้แค่สองครั้งในชีวิตจริงหรือเปล่า”

“ตั้งท้องอยู่แล้ว มีเซ็กส์จะท้องไหม”

 “บางคำถามหากมองผิวเผินดูเป็นเรื่องที่ตลก แต่พอลองวิเคราะห์แล้วมันกลับเป็นเรื่องที่ไม่ขำเลย เรามองว่าปัญหาเรื่องเพศเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าได้มีช่องทางการเรียนรู้ด้านสุขภาพทางเพศที่ถูกต้อง เรื่องเพศก็จะพัฒนาได้ ตอนนี้เรากำลังทำหนังสือ Sister to Sister พูดคุยเรื่องจุ๋มจิ๋มของน้องสาว เป็นหนังสือรวบรวมบทความในเพจมาตีพิมพ์เป็นเล่ม

“การทำหนังสือ การทำเพจของเรา มันเป็นเพียงแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยผลักดันเรื่องนี้ แต่ถ้าคนเหล่านั้นไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กหรือหาซื้อหนังสือไม่ได้ เขาก็เข้าถึงข้อมูลความรู้ในส่วนนี้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราควรเริ่มตั้งแต่รากฐานเลย คือสถาบันการศึกษาและสถาบันครอบครัว”

น้องสาว เพจที่ชวนหญิงไทยรู้จักและรักร่างกายตัวเองผ่านการคุยเรื่องจิ๋ม

Writer

Avatar

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

อับดุลเอ้ย – เอ้ย!

ถามอะไรตอบได้ – ได้!

รู้จัก The Cloud ไหม – รู้จัก!

รู้จัก รถเมล์ไทยแฟนคลับ ไหม – รู้จัก!

ปกติกลับบ้านยังไง – รถเมล์!

เห้ย! นี่ไม่เคยนั่งรถเมล์เลย – ทำไม!

เพราะขึ้นทีไรมีแต่ยืน!

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

สถานการณ์นี้เกิดทุกเวลา เมื่อสายรถโดยสารอันเป็นที่ต้องการของสาธารณชนแบกคนจำนวนมหาศาลใกล้เข้ามา หลายครั้งมาช้า บางครั้งก็ไม่มาเลย อะอ้าว!

ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็อยู่ในสายตาของเพจ ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับเสมอ’ เช่นเดียวกับเหตุร้องเรียน นโยบายใหม่ ข้อมูลสายรถ ประวัติศาสตร์และเรื่องจิปาถะน่าสนุก มอนิเตอร์โดย พงษ์ และ สิทธิ์ รถเมล์ไทย แอดมินผู้อยากใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

วันนี้ พวกเขาพาเรานั่งรถแอร์ธรรมชาติไปถึงอู่คลองเตย เพื่อเล่าเรื่องน่ารู้ แชร์ประสบการณ์นั่งสุดขอบฟ้า 50 กิโล อยู่ทั้งวันที่คนขับกับกระปี๋ตีกัน โจรกรีดกระเป๋า ซ่อนปืนบนช่องระบายอากาศ และวิ่งหนีกลุ่มเด็กช่างทะเลาะวิวาท

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เจอกันไม่นาน พวกเขาแสดงความสามารถพิเศษที่ทำเราอึ้ง เพราะเห็นแค่เห็นรถอยู่ไกล ๆ หน้าป้ายสวนลุมพินีก็จำได้แล้วว่า

“…นั่นคือสาย 46 ไม่ใช่ 74 เพราะ 74 คันเล็ก ส่วน 46 วิ่ง ม.ราม 2 – รองเมือง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาย 3 – 10 สีส้ม บางคันอายุเกือบ 40 ปี เปลี่ยนสีมาหลายรอบจากสีครีมน้ำเงิน เก็บ 2 – 2.50 บาท เป็นสีครีมแดง เก็บ 3 – 3.50 บาท สีขาวน้ำเงิน รถพัดลม เก็บ 5 – 10 บาท สีชมพูคาดน้ำตาล รถพัดลมเหมือนกันเก็บ 8 – 10 บาท และสีส้ม แต่รถเก่าเก็บ 10 บาท รถใหม่เก็บ 12 บาท ทั้งหมดเป็นราคาตลอดสาย…”

พงษ์ตอบอย่างฉะฉานสมกับที่เป็นเจ้าหนูจำไมตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทุกอย่างเริ่มจากการที่คุณแม่ชอบพานั่งรถเมล์เที่ยว ลูกชายขี้สงสัยจึงศึกษาจากคอลัมน์จราจรบนหนังสือพิมพ์ในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่บูม

เขาบอกเราว่าวันไหนหยุดเรียนจะเดินทางตามคู่มือรถเมล์ พร้อมบัตรรายวันคู่ใจราคา 10 บาทสำหรับรถร้อน และราคา 35 บาทสำหรับรถแอร์ นั่งเที่ยวศึกษาเส้นทาง ไกลสุดจากเซ็นทรัลปิ่นเกล้าถึงหนองจอกกว่า 50 กิโลเมตร

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

เช่นเดียวกับสิทธิ์ กูรูอันดับต้น ๆ ของไทยที่ชอบเดินเล่นในอู่ใกล้บ้านตั้งแต่เด็ก เริ่มสำรวจเส้นทางเองตอน ป.1 อยู่ในยุคที่ผู้คนห้อยโหนรถโดยสารจนล้นประตู แต่ละคันวิ่งแข่งกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังตั้งแต่บอดี้ รุ่นเครื่องยนต์ ความหมายของรหัส ไปจนถึงเขตการเดินรถ แม้กระทั่งนักข่าวหรือผู้กำกับหนังที่ต้องการความคิดเห็นเกี่ยวกับขนส่งสาธารณะชนิดนี้ยังต้องโทรมาถาม

ทั้งสองพบกันโดยมีเพจรถเมล์ไทยแฟนคลับเป็นสื่อกลาง พงษ์สร้างเพจเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นที่ให้ Bus Fan คุยกัน ก่อนกลายเป็นเวทีตอบคำถามของผู้ใช้บริการ และเป็นแหล่งรวมคอนเทนต์เกี่ยวกับรถเมล์ เมื่อสิทธิ์ที่เคยออกจากวงการไปช่วงหนึ่งมาลองเล่นเฟซบุ๊กจึงได้พบกับพงษ์

ปัจจุบันเพจของพวกเขามีผู้ติดตามเกือบ 2 แสนคน ถือเป็นเบอร์หนึ่งในการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการ และเป็นตัวกลางประสานงานตั้งแต่ประชาชนถึงภาครัฐ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

บอกเล่า 90s

ยุคที่ขนส่งหลักคือรถโดยสารประจำทาง เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนจะเคยเจอเหตุการณ์เสียวสันหลังหรืออิหยังวะบ้าง

“ผมเคยเจอคนยิงกันแล้วเอาปืนซ่อนไว้บนช่องระบายอากาศ ตำรวจปิดถนนและเรียกค้น ผมโดนค้นด้วย แต่ตอนนั้นพูดไม่ได้ เพราะกลัวมาก ขณะที่ลุง ๆ ป้า ๆ คุยกับตำรวจแล้วก็เจอปืน” สิทธิ์เริ่มแชร์ก่อน

“ส่วนของผมไปยืนรอรถที่หน้าสถาบันแห่งหนึ่ง ปรากฏว่ารถคันที่วิ่งมาเป็นสถาบันคู่อริ ข้างหลังผมเป็นคู่แค้นมาดักรอ ทีนี้รถเมล์วิ่งผ่าน เขาก็ปาไม้เขวี้ยงดาบใส่กัน ผมตกใจหนี บางทีคนอยู่ในรถก็ปีนหน้าต่างออกมาไล่ฟันกันด้วย” พงษ์หัวเราะ แต่วันนั้นบอกเลยว่าขำไม่ออก

ในอดีต รถติดยังไง ปัจจุบันรถก็ติดไม่ต่างกัน ชีวิตคนเมือง สมัยก่อน เลนซ้าย รถเมล์ต่อแถวกันยาว ดูเป็นระเบียบมากๆ #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Thursday, 17 February 2022

“ตอนอายุ 15 – 16 นั่งรถอยู่แถวกองสลาก นั่งแถวหลังสุด เราก็สงสัยว่าทำไม 2 คนข้างหน้าถึงยืนเบียดคุณลุงคนนั้นจัง อ้าว! มันกรีดกระเป๋าอย่างไวเลย พอประตูรถปิดเท่านั้น ผมรีบบอกลุงว่าลุงโดนกรีดกระเป๋า ลุงบอกให้ผมลงไปช่วยลุงหน่อย ปรากฏว่าช่วยลุงได้

“แล้วมีหลายคันที่คนขับกับกระเป๋าเป็นแฟนกัน ผมเคยขึ้นแล้วเจอเขาทะเลาะกัน คิดว่าน่าจะเป็นตั้งแต่ที่บ้าน เก็บเงินไปด่าไปไม่หยุด จนจังหวะออกรถ กระเป๋าคงทนไม่ไหวกระโดดพุ่งออกนอกหน้าต่างตอนรถกำลังวิ่ง หัวร้างข้างแตกกันไปเลย กระบอกตั๋วปลิว เงินกระจาย ผมเห็นตั๋วแล้วเสียดาย เปรอะเลือดหมดแล้ว” สิทธิ์ในฐานะนักสะสมสิ่งของที่เกี่ยวกับรถโดยสารประจำทางเปรยด้วยความโคตรเสียดาย

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

นอกจากประสบการณ์ในฐานะผู้ใช้บริการ เรื่องเล่าของเหล่าคนให้บริการที่พวกเขาไปรับรู้มาก็น่าสนใจเช่นกัน น่าสนใจในแง่ว่า ทรหดเหลือเกิน

“หลายคนรักรถเมล์มาก แต่ระบบไม่เอื้อ สมมติในอู่มีรถ 30 คัน เราปล่อยออกไปหมดแล้ว แต่ยังไม่กลับมาสักคันเพราะรถติด กลับมาปุ๊บ ยังไม่ทันกินข้าว ไม่ทันเข้าห้องน้ำ ต้องไปต่อแล้ว ผู้โดยสารขึ้นมากดดัน ส่วนใหญ่เลยเป็นโรคกระเพาะ เนื่องจากกินอาหารไม่เป็นเวลา โรคระบบทางเดินหายใจ ทางเดินทางอาหาร โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ บางสายไม่มีอู่ แวะปั๊มโดนตำรวจจับ เพราะรถใหญ่เข้าปั๊มไม่ได้ ต้องจอดข้างถนนเลยกีดขวางทางจราจร” สิทธิ์เล่า

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน
'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

ด้วยความรัก พนักงานหลายคนยังปฏิบัติหน้าที่ข้ามเวลามาหลายทศวรรษ เรื่องน่ารักของพวกเขาถูกส่งผ่านเพจ ไม่ว่าจะเป็นเคสผู้โดยสารฝากขอบคุณพนักงานรถเมล์เอกชนสาย 27 ที่ช่วยเหลือตอนเป็นลมหมดสติบนรถโดยสาร จนเพจกลายการเป็นชุมชนให้คนมาพูดคุยเล่าเรื่อง การขัดสีฉวีวรรณให้รถเก่าเงาเหมือนใหม่ แต่งล้อด้วยสีสัน เช็ดกระจกใสกิ๊ง พื้นรถสะอาดเนี้ยบ หรือแม้แต่ตามหาอดีตพนักงานเก็บค่าโดยสายในชุดสวย

ในยุคแรกๆที่ ขสมก.เดินรถปรับอากาศ เราจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ กระเป๋าสาวสวย ภาพในอดีตที่ หลายท่านคงชินตา คนขับผูกเนคไท กระเป๋าผู้หญิงใส่หมวก แล้วใส่เสื้อกั๊ก #ชวนคิดเรื่องอดีต #รถเมล์ไทยแฟนคลับ

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 16 March 2022

“คนที่รักรถ เวลาเห็นอะไรใกล้พังเขารีบเรียกช่างมาซ่อม แต่กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้บริหารมองว่า นี่คือรถไม่ดี รถดีต้องไม่ซ่อมเยอะ เมื่อรถที่พนักงานรักถูกย้าย มันก็เหลือแค่รถเก่า ๆ โทรม ๆ ที่ไม่ได้รับการดูแล อย่างรถครีมแดงวิ่งมา 31 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ก็ยังทำหน้าที่อยู่ พี่ที่ดูแลรักมาก” เขาเล่า ขณะที่เราบอกกลับว่า พวกคุณรู้เรื่องของรถโดยสารประจำทางดีจริง ๆ

“พวกผมเขาเรียกพวกบ้า (หัวเราะ) ไม่ปกติเรื่องรถเมล์” ทั้งสองยอมรับ

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

รู้จักรถเมล์ไทยและแฟนเพจฉบับย่อ

เราใช้เวลาคุยกับพงษ์และสิทธิ์กว่า 2 ชั่วโมง รวมเวลาเดินทางสัมผัสควันพิษไปอู่คลองเตยก็ปาไปครึ่งวันเห็นจะได้

การเดินทางไปสู่การปฏิรูปรถเมล์โดยมีรัฐบาลเข้ามาดูแลทั้งหมด คือปลายที่พวกเขาฝันไว้ ส่วนระหว่างทาง แฟนเพจขอใช้ความคลั่งไคล้ให้เป็นประโยชน์ทั้งในแง่ส่งต่อสาระ ชื่นชมคนทำงาน ตามหาของหาย และทำให้เรื่องร้องเรียนคืบหน้าไวที่สุด ถึงขั้นที่เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เอาไปทำเป็นข่าวดังมาแล้ว

'รถเมล์ไทยแฟนคลับ' บริการความรู้จากกูรู คุยทุกเรื่องตั้งแต่ประวัติรถเมล์ถึงคนตีกัน

1. ทำไมรถเมล์ต้องวิ่งแข่งกัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ค่อยแข่ง แต่ตัวตึงที่คนจดจำจะเป็นสาย 8 เพราะมีจำนวนรวมกว่าร้อยคัน ปล่อยออกทุก 2 นาที หลายครั้งติดไฟแดงที่แยกแฮปปี้แลนด์มีสาย 8 ตามมา 2 – 5 คัน เมื่อไฟเขียวจึงต้องเหยียบให้มิด เพราะพนักงานไม่มีเงินเดือน รับค่าแรงรายวัน ต้องกินเปอร์เซ็นต์จากหน้าตั๋วร้อยละ 10 – 12 ขึ้นอยู่กับบริษัท ผู้โดยสารยิ่งมากยิ่งได้เปอร์เซ็นต์

2. นอกจาก ขสมก. ทำไมเอกชนถึงวิ่งรถได้

เพราะเอกชนได้รับสัมปทาน (ใบอนุญาตเดินรถ) โดยกรมการขนส่งทางบกส่งเปิดประมูลเส้นทาง แต่ถึงอย่างนั้นเอกชนก็วิ่งไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขสมก. ต้องวิ่งควบคู่ บางครั้งจึงเกิดการวิ่งทับสาย เช่น 28 กับ 542 (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) ถ้าเห็น 28 วิ่งมา คนขับ 542 ต้องรีบกวาดคนและโกยอ้าว ไม่อย่างนั้นจะโดนแย่งลูกค้า

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

3. ทำไมเปลี่ยนรถใหม่ แต่นิสัยไม่เปลี่ยน

รถใหม่ รถพลังงานไฟฟ้า อาจเป็นพนักงานสาย 8 มาขับก็ได้ อย่าง ขสมก. มีกฎกติกาควบคุมความประพฤติ แต่เอกชนยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะต้องง้อพนักงาน หากเข้มงวดมาก พนักงานลาออก ไม่มีคนขับ จากรถที่เคยออก 10 คัน เกเรไป 2 พาพรรคพวกลาออกอีก 6 เหลือแค่ 2 คัน โดนคนใช้บริการด่าว่ารถน้อยและมาช้า นี่คือความกดดันที่ทั้งกระเป๋าและคนขับโดน ทำให้คนไม่อยากเข้ามาทำงาน

4. อะไรคือหนทางแก้ไขที่ดีที่สุด

รัฐควรเป็นผู้กำกับดูแลแต่เพียงผู้เดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

5. รถเมล์ไทยมีปัญหาตั้งแต่เมื่อไหร่

พ.ศ. 2498 คือปีแรกที่ราชการกำหนดระบบรถเมล์อย่างจริงจัง กรมการขนส่งทางบกเปิดสัมปทานให้ผู้ประกอบการถือใบอนุญาตเดินรถในเส้นทางของตัวเอง จึงเกิดเป็นระบบหลายผู้ประกอบการ มีทั้งรถเมล์นายเลิด รถเมล์ขาว รถเมล์ รสพ. รถเมล์ บขส. นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

ต่อมาช่วง พ.ศ. 2516 – 2517 เกิดวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง แต่ผู้ประกอบการขึ้นราคาไม่ได้ เมื่อ พ.ศ. 2518 รัฐบาลหม่อมราชวงค์คึกฤทธิ์ ปราโมช จึงเริ่มมีแนวคิดรวบกิจการ 24 บริษัทและ 2 รัฐวิสาหกิจเป็นกิจการเดียว ดำเนินการโดยรัฐในนาม บริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 – 30 กันยายน พ.ศ. 2519 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ขสมก. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา 

Fiat 130 รถเมล์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) สาย 4 ท่าเรือคลองเตย – ตลาดพลู คลองเตย – บ่อนไก่ – สวนลุมพินี…

Posted by รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai on Wednesday, 20 January 2016

6. สุดท้าย รัฐบาลรวมกิจการสำเร็จไหม

ขสมก. มีปัญหาว่า รถเก่าจากยุค 24 บริษัทจอดเสียเป็นจำนวนมาก หาอะไหล่ยาก เมื่อปล่อยวิ่งในจำนวนน้อยจึงเกิดปัญหารถโดยสารขาดแคลน ผู้โดยสารตกค้าง ขสมก. แก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการเช่ารถจากเอกชน นำมาสู่การกำเนิด รถร่วม ขสมก.

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นช่วง พ.ศ. 2528 ขสมก. เริ่มให้เอกชนมาร่วมเดินรถแบบเต็มตัว จากที่รัฐบาลเดินรถเองทั้งหมดจึงเปลี่ยนมาเปิดเส้นทางให้เอกชนเดินรถร่วมครึ่งต่อครึ่ง

สุดท้ายราชการมองว่า ขสมก. กำกับดูแลรถร่วมไม่ดีพอ จึงกลับมาเป็นระบบหลายผู้ประกอบการอีกครั้ง ปัจจุบัน เอกชนที่เคยวิ่งร่วมและ ขสมก. ขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบกตั้งแต่ พ.ศ. 2562

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

7. ทำไมตอนเช้ามีรถ แต่ตอนเย็นรถน้อย

ขสมก. เป็นระบบกะเช้ากะบ่าย ทำงาน 8 ชั่วโมง นอกจากนั้นต้องจ่าย OT ถามว่าทำไมไม่ให้คนกะเช้าทำต่อ เพราะมีเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องชี้แจงกับทางฝั่งบริหารว่าทำไมถึงเกิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้เยอะ

พอคนบรรจุใหม่เงินเดือนน้อย ไม่ได้ทำ OT ก็อยู่ไม่นาน ถ้าวิ่งจบเร็วก็ไปทำอาชีพเสริมต่อ

ส่วนเอกชนไม่มีกะ ออกจากอู่ตี 3 เลิกอีกที 1 ทุ่ม บางคนอยู่ 16 – 18 ชั่วโมง สรุปพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมเอกชนที่รับคนขับเกษียณจาก ขสมก. คนแก่เคยทำแค่ 8 ชั่วโมง มาทำแบบนี้ก็ไม่ไหว มีโรคติดตัว

ลดเวลางานก็ไม่ได้ คนด่า ที่เลวร้ายมากกว่าคือพนักงานบางคนไปเล่นเครื่องดื่มชูกำลัง กินน้ำกระท่อม เพราะไม่เสพแล้วไม่มีเเรงทำงาน นี่คือเรื่องจริง 

8. ทำไมบนถนนมีแต่รถเก่า

ผู้ประกอบการเดินรถกำไรน้อยมาก กำไรทั้งปีอาจมีแค่หลักหมื่น การซื้อรถใหม่แปลว่าต้นทุนเพิ่มหลักล้าน เขาจึงใช้วิธีประมูลรถเก่าปลดระวางจาก ขสมก. ราคาหลักแสน

ธุรกิจนี้หากำไรไม่ได้ สาย 46 เขาสู้ด้วยลำแข้งตัวเองเพื่อคนใช้บริการ รัฐบาลออกกฎให้เปลี่ยนรถ ผู้ประกอบการยอมเป็นหนี้อีกร้อยล้าน แต่ทำต่อไป 7 ปีก็ไม่คืนทุน เพราะคนใช้บริการน้อย ไหนจะค่าจ้างงาน ค่าซ่อม ค่าน้ำมัน เราจึงพยายามสื่อสารให้คนเข้าใจในจุดนี้ และบอกให้รัฐบาลเข้ามาจัดการเพียงผู้เดียว ถ้าปล่อยให้ผู้ประกอบการค่อย ๆ ตาย สุดท้ายคนก็เปลี่ยนงาน ไม่มีรถให้บริการอีกต่อไป

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

9. ตอนนี้รถใหม่กำลังจอดเหงาจริงหรือ

ผู้เล่นรายใหญ่เจอสถานการณ์เดียวกัน รถใหม่มารอ 1,250 คัน แต่วิ่งไม่ได้ เพราะไม่มีคนขับ รถไม่วิ่ง อนาคตคือพัง เวลาเปิดสายใหม่ มีรถน้อย ก็ใช้เวลานานกว่าคนจะรู้และใช้บริการ ถึงเวลานั้นอาจเจ๊งแล้ว

10. การจดจำสำคัญแค่ไหน

จำไม่ได้ ไม่คุ้นหน้า ไม่รู้ว่าไปไหนก็ไม่ขึ้น ยิ่งเวลาเปลี่ยนเลข เช่น 4-65 เรายังสงสัยเลยว่ารถสายอะไร ไม่เหมือนเลขเก่าเช่น 516 142 46 53 ที่คุ้นเคย แล้วคิดดูว่าลุงป้าที่เป็นแฟนคลับรถโดยสาร รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะขึ้นสายไหน จู่ ๆ มาเจอสาย Y-61 อะไรครับเนี่ย

(เฉลยคือ สาย 4-61 หรือ Yello 61 เนื่องจากอยากแบ่งตามสีให้เหมือนระบบเดินรถของเกาหลีใต้)

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม
โมเดลสาย 142 รถเมล์สายโปรดของสิทธิ์

11. มีแอปพลิเคชันแนะนำไหม

VIABUS ความแม่นยำ 95 เปอร์เซ็นต์ บอกครบทั้งแผนที่ ป้าย สาย เวลาที่ต้องรอ แต่ GPS ไม่ได้ realtime ขนาดนั้น อาจเลยมาจากที่ปักในแอปหน่อย ส่วน TSB Go เป็นของรถเมล์ไฟฟ้า แต่เสียดายเขาไม่เชื่อมกันเลยต้องเปิดสองแอป

12. ทริกสังเกตง่าย ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้

ป้ายสีเหลืองหน้ารถ แปลว่าขึ้นทางด่วน รถร้อนบางคันติดป้ายด้านบนเป็นสีเหลืองหมดเลยก็มี

ป้ายสีแดง คือรถเสริม (วิ่งไม่เต็มเส้นทาง) ป้ายจะบอกว่าคันนั้นไปถึงตรงไหน ที่ต้องมีเสริมเพราะเป็นการตัดเวลา OT ข้อดีคือทำให้คันนี้กลับไปได้เร็ว รถไม่ขาดระยะ

13. สิ่งที่อยากได้

บัตรแมงมุม ใช้ได้ทุกการเดินทาง ล้อ ราง เรือ ไม่แบ่งค่าย และจอแสดงข้อมูลตามป้าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงวัย หรือคนที่ไม่ได้ใช้แอป

สุดท้ายคืออยากให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพระบบขนส่งทั้งหมด เพื่อให้ ‘ประชาชนทุกคน’ เข้าถึงได้

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

14. ทำไมเพจและตัวคุณต้องให้ความสำคัญกับรถเมล์ขนาดนี้

เพราะมันไม่ต่างอะไรจากเส้นเลือดฝอย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน น่าแปลกที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับขนส่งทางรางมากจนละเลยสิ่งนี้ทั้งที่เข้าถึงในชุมชนได้ดีกว่ารถไฟฟ้า 

15. อยากทิ้งท้ายอะไรไหม

จ้างพวกเราได้นะ ถ้ารัฐบาลจ้างเราทำงานให้กับ ขสมก. เชื่อว่าระบบดีขึ้นแน่นอน เพราะเรารู้รากเหง้าของปัญหา และมีประสบการณ์เป็นผู้โดยสารมาอย่างยาวนาน พวกเราชอบด้วยใจ ไม่มีอคติ หวังอย่างเดียวคือคุณภาพชีวิตทุกคนดีขึ้นจากระบบรถเมล์ที่ดีขึ้น

ที่ไหนว่างโปรดนั่ง ฟังเบื้องหลัง ‘รถเมล์ไทยแฟนคลับ’ ของกลุ่มกูรูรถเมล์ที่อยากใช้ความหลงใหลให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load