12 มิถุนายน 2564
10 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

ใคร ๆ ก็บอกว่าจังหวัดลำปางเป็นเมืองทางผ่าน

ที่จริงเมืองรองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ในอดีตเป็นหัวเมืองทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรล้านนา มีชื่อเรียกอย่างหลากหลาย ตั้งแต่กุกกุฏนคร เขลางค์นคร อาลัมพางนคร เวียงลคอร (คนพื้นถิ่นออกเสียง เวียงละกอน) นครลำปาง จนปัจจุบันถ้าเอ่ยว่า ‘เมืองรถม้า’ เป็นร้องอ๋อทุกคน เรียงนามเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับของขึ้นชื่อและเอกลักษณ์ของที่นี่ 

จึงอยากจวนหมู่เปื้อน ปี้ น้อง เก็บกระเป๋า หมุนย้อนเวลาแอ่วนครลำปางกับ 10 สถานที่ใหม่นอกลิสต์นักท่องเที่ยว ซึ่งเก็บประวัติศาสตร์เก่าและเล่าเรื่องเมืองลำปางในอดีตจากวิถีชีวิตคนท้องถิ่นแต๊ ๆ ทั้งที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อย่างอดีตบ้านเก่าที่แปลงโฉมเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม สะท้อนความหลังนับร้อยปีผ่านสถาปัตยกรรมและอารยธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้ง ก่อนสวมบทบาทช่างฝีมือจาวเหนือ ลงมือวาดชามตราไก่ ไปเรียนวิชาตีเกือกม้า ชิมนมแพะสด ๆ จากแหล่งเลี้ยง จนถึงขึ้นดอยพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางไร่กาแฟออร์แกนิกที่ตั้งใจรักษาป่าไม้ไปพร้อมกัน

01

ธนบดีเซรามิค

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

ของขึ้นชื่อในกุกกุฏนคร หรือเมืองไก่ขัน คือถ้วยตราไก่และเครื่องเซรามิกทั้งหลาย ด้วยภูมิประเทศที่มากด้วยแร่ดินขาว วัตถุดิบชั้นยอดสำหรับขึ้นรูปเครื่องปั้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่า ไก่ขาวในตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกับไก่แจ้ตัวอวบบนถ้วยไม่ใช่ตัวเดียวกันนะ

ชามตราไก่เกิดขึ้นในเมืองจีน เดินทางเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนค่อย ๆ หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2540 ทายาทรุ่นสองของธนบดีเซรามิค ตั้งโรงงานทำชามตราไก่แห่งแรกในลำปางขึ้น ต่อยอดจากโรงงานธนบดีสกุลที่ก่อตั้งโดยบรรพบุรุษใน พ.ศ. 2508 ผลิตถ้วยขนมหรือถ้วยตะไลแห่งแรกในประเทศไทย

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 55 ปีและยังคืนชีวิตให้เมืองไก่ขาวกลายเป็นเมืองเซรามิกขึ้นชื่อ ธนบดีเซรามิคจึงแบ่งพื้นที่บ้านเก่าของครอบครัว ทำพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชามตราไก่และโรงงานธนบดีสกุล มีให้ชมทั้งชามตราไก่รุ่นแรก ชามตราไก่เล็กจิ๋วขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร เตาเผาเก่าแก่ที่สุดในเมืองลำปาง และถ้าใครพอมีเวลา รอดูพี่ ๆ ช่างปั้นและช่างวาดสาธิตวิธีทำชามตราไก่ให้ชม แถมยังเพนต์เซรามิกลวดลายของตัวเองได้ด้วยนะ 

ส่วนข้างกันมี Dhanabadee Outlet เซรามิกดีไซน์เก๋ร่วมสมัยที่ต่อยอดจากชามตราไก่ให้เลือกช้อป ตั้งแต่แจกัน จาน ถ้วย ที่รองแก้ว ของแต่งบ้านสวย ๆ เพียบ ที่พลาดไม่ได้คือชามไก่ เพราะที่นี่เขาคงลักษณะพิเศษชามไก่แบบต้นตำรับโบราณ ที่ลวดลายมีคอและลำตัวสีส้ม หางและขาสีดำ เดินบนหญ้าสีเขียว รอบ ๆ แซมด้วยดอกเบญจมาศสีชมพูอมม่วง ส่วนก้นชามด้านในมีดอกไม้และใบไม้เล็ก ๆ แต้ม และแน่นอนว่าวาดมือทุกใบ

ที่ตั้ง : 32 ถนนวัดจองคำ พระบาท ซอย 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1273 3344

Facebook : มิวเซียมธนบดี

02

บ้านม้าท่าน้ำ

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

ม้าเคยเป็นพาหนะยอดนิยมของชาวลำปางมากว่าร้อยปี เมื่อความเจริญและถนนคอนกรีตเข้ามา ทำให้เท้าของม้าที่ชินกับทางดินได้รับบาดเจ็บ การสวมเกือกให้ม้าจึงเกิดขึ้น

แรก ๆ มีการนำเข้าเกือกม้าจากอังกฤษ ก่อนช่างฝีมือชาวบ้านจะคิดค้นและตกตะกอนผ่านภูมิปัญญาการทำค้อน ที่กว่าจะได้เกือกม้าแต่ละชิ้น ต้องลงแรงเผา ทุบ เคาะ เจาะ กันถึง 10 ขั้นตอนเลยทีเดียว เพราะต้องทำให้หนา แข็งแรง ทนทาน โค้งรับพอเหมาะกับรูปทรงเท้า สวมกระชับและดีต่อสุขภาพม้าเป็นสำคัญ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ปัจจุบันมีเพียง บั้ม-ว่าที่ร้อยเอกสุพจน์ ใจรวมกูล ที่ยังเป็นช่างตีเกือกม้าลากรถคนสุดท้ายของจังหวัดลำปาง เขาเปิด ‘บ้านม้าท่าน้ำ’ เป็นแหล่งเรียนเรียนรู้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนเลี้ยงม้า สารถี ศิลปะการฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง ให้เยี่ยมชมพร้อมเวิร์กช็อปวิชาการตีเกือกม้า และยังทำส่งขาย สำหรับผู้ที่ตั้งใจอยากมาเรียนจริงจังไปประกอบอาชีพ เขาก็ยินดีเผยแพร่องค์ความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งหมดไม่ใช่แค่เพื่อรักษามรดกทางภูมิปัญญา แต่ตั้งใจจุดประกายการอนุรักษ์วิถีชีวิตท้องถิ่นต่อไปยังคนรุ่นใหม่

หากนั่งรถม้าแล้วชอบใจ อยากทดลองเป็นสารถีเอง หรือพูดคุยเรื่องการดูโฉลกม้าตามความเชื่อของคนเลี้ยงม้าสมัยโบราณก็แวะไปที่บ้านม้าท่าน้ำ

ที่ตั้ง : 210/1 ถนนป่าไม้ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6658 6198

Facebook : เที่ยวลำปาง นั่งรถม้า กับ บ้านม้าท่าน้ำ Lampang Travel By Barn Ma Tha Nam

03

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ความเฟื่องฟูในยุคสัมปทานป่าไม้ ทำให้นครลำปางรุ่มรวยด้วยเฮือนโบราณ และการค้าขายกับหลากประเทศนำพาสถาปัตยกรรมตะวันตกให้เกิดขึ้นอย่างเสรี หนึ่งในนั้นคือ บ้านพระยาสุเรนทร์

ขอพาไปลิ้มรสสารพัดเมนูอาหารไทยชาววังและอาหารไทยต้นตำรับรสเลิศเคล้าประวัติศาสตร์และบรรยากาศ บ้านสไตล์โคโลเนียลที่มีหลังคาทรงปั้นหยา พร้อมมีมุขยื่นหกเหลี่ยมและระเบียงกว้างตามขนบนิยมสมัยสมัยนั้น 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) แห่งนี้ ได้รับการชุบชีวิตราวกลับได้ย้อนไปเห็นบรรยากาศชีวิตแบบฝาหรั่งยุคสัมปทานป่าไม้ โดยชั้นล่างมีห้องรับรองแสนโก้หรูสไตล์วิกตอเรียน พร้อมค็อกเทลบาร์บรรยากาศแบบทรอปิคัล ชั้นสองเป็นห้องรับรองหกเหลี่ยมกึ่งห้องสมุดและแกลเลอรี่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ส่วนด้านนอกมีห้องอาหารกลาสเฮาส์ไว้ให้จิบชายามบ่าย ท่ามกลางสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ และอีกจุดไฮไลต์ โคมไฟสนามสมัย ค.ศ. 1903 จากเมืองผู้ดี

ไม่ว่าจะสั่งหมี่กะทิโบราณ ข้าวผัดน้ำพริกมะขามกุ้งย่าง แกงจืดลูกเงาะ แกงเผ็ดเป็ดย่างสูตรพิเศษ ก็อย่าลืมสั่ง ‘หลงเปิ้น หลงตั๋ว’ ชามอนซูนลิ้นจี่อู่หลงเติมความซาบซ่านจากรสมะนาวกับสะระแหน่มาดับกระหาย

ที่ตั้ง : 20 ถนนสุเรนทร์ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9111 4305

Facebook : Baan Phraya Suren by Madame Musur

04

หม่องโง่ยซิ่น

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี 

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี

อีกหนึ่งอาคารสง่างามในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้ ตั้งโดดเด่นใน ‘กาดกองต้า’ ถนนคนเดินริมแม่น้ำวัง อดีตเคยเป็นทำเลทองและได้ชื่อว่าเป็น ‘ตลาดจีน’ 

หม่องโง่ยซิ่น เป็นคาเฟ่เรือนแถว 5 คูหา อาคารขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 เดิมทีเป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของหม่องส่วยอัตถ์ เฮดแมนคนแรกในไทยของบอมเบย์เบอร์มาร์ บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกยุครัชกาลที่ 5 ผ่านลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว อาทิ ลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ และยังใช้ฝ้าดีบุกอัดลายแห่งเดียวในไทย ออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์

 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจตกต่ำ อาคารหลังงามกลายเป็นเพียงโกดังเก็บวัสดุก่อสร้าง ก่อนได้รับการปัดฝุ่นอย่างดี เก็บกลิ่นอายอดีตและซ่อมแซมให้สมบูณ์ที่สุด เพื่อเปิดต้อนรับผู้คนอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมแบ่งปันมุมเล็ก ๆ ให้แวะชมนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในที่แห่งนี้

ที่ตั้ง : ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6728 6362

Facebook : Moungngwezin

05

Papacraft 

แบรนด์เครื่องหนังสุดคราฟต์ในแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ลำปางเป็นเมืองสารพัดช่าง 

ถัดไปไม่ไกลจากหม่องโง่ยซิ่น มีแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่และร้านเครื่องประดับหนังแสนคราฟต์ ในบ้านไม้สองชั้นร่วมสมัย ที่เสิร์ฟสารพัดเมนูเครื่องดื่มร้อนเย็นเป็นอาหารปาก และเสิร์ฟความงามของมวล ‘บุปผากำลัย’ เป็นอาหารใจให้อุดหนุน

บุปผากำลัย เป็นชื่อที่ช่างหนังของแบรนด์ Papacraft ตั้งไว้เรียกเครื่องประดับของตัวเอง เขาหยิบยืมรูปทรงธรรมชาติจากพันธุ์พฤกษาและเทคนิคบาติก มาต่อยอดสร้างสรรค์กลายเป็นเทคนิคพิเศษ Papacrafture มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยลวดลายพลิ้วไหว และสร้างสารพัดเฉดให้กับวัสดุหนังฟอกฟาดจากโรงงาน ซึ่งฟอกด้วยวิธีธรรมชาติอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หากชอบลวดลายไม้ใบ ขอแนะนำ รุ่น Ginkgo ที่เกิดจากความหลงใหลในรูปทรงพัดของใบกิงโกะหรือแปะก๊วย ถ้าชอบแบบน่ารัก ให้หยิบ Beya ที่แปลงไอเดียจากดอกกระจิริดของพันธุ์ไม้ประเภทบีโกเนีย ถ้าชอบแบบร่วมสมัย Hearty จากใบโพธิ์ก็เข้าที หรือถ้าชอบสีสัน Bromy ที่นำต้นสับปะรดสีของแม่มาแปลงโฉม และ Woven Brass ผสานวัสดุทองเหลืองเป็นลวดลายคล้ายงานจักสานก็เข้าท่า และไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ไม่พอดี เพราะทุกชิ้นมีลวดอะลูมิเนียมซ่อนไว้ด้านในให้สวมง่าย ปรับตามขนาดข้อมือได้

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เครื่องประดับหนังของ Papacraft นอกจากพิถีพิถันทำมือทุกขึ้นตอนจนได้ดีไซน์ไม่ธรรมดา และไปอวดโฉมไกลถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี แล้ว พวกเขายังตั้งใจพัฒนาให้บ้านขนาดอบอุ่นหลังนี้ เป็นพื้นที่สำหรับสนับสนุนผลงานของศิลปินและช่างฝีมือท้องถิ่น โดยในอนาคตวางแผนเปิดโรงเรียนการช่างเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงงานฝีมือด้วย

ที่ตั้ง : เลขที่ 268 ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (หยุดเฉพาะวันพุธ)

โทรศัพท์ : 06 5507 3699 และ 08 4049 3246

Facebook : Papacraft

Instagram : papacraftfamily

06

Little lovely bookshop 

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ไม่ต้องนึกแปลกใจ แม้คุณเป็นคนลำปางโดยกำเนิด ก็อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสอง ‘คลินิกบ้านรักษาสัตว์’ ของ หมอมิ้น-นายสัตวแพทย์พงษ์ประสิทธิ์ พงษ์พิจิตร มีร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวในจังหวัดแอบซ่อนตัวอยู่มานานกว่า 7 ปี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

หนังสือภายในร้านเน้นหมวดวรรณกรรมแปล วรรณกรรมไทย ปรัชญา ศาสนา ที่มีมากสุดเห็นจะเป็นนิทานภาพสำหรับเด็ก วรรณกรรมเยาวชน และผลงานของนักเขียนหน้าใหม่จากบรรดาสำนักพิมพ์น้อยใหญ่ คุณหมอมีเกณฑ์คัดเลือกหนังสืออยู่ 2 ข้อ แนวที่ตนเองชื่นชอบ กับต้องสร้างสรรค์และให้พลังบวกต่อสังคม

แม้ขนาดจะกะทัดรัด แต่ก็ยังแบ่งพื้นที่เป็นมุมโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งอ่านเพลิน ๆ หรือใช้เวลาเลือกหนังสือที่ใช่โดยไม่หวง วันดีคืนดี คุณหมอปิ๊งไอเดียสร้างความคึกคักให้กับร้าน เปลี่ยนเป็นพื้นที่กิจกรรมฉายหนังสารคดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองก็มีมาแล้ว 

ใครอยากไปอุดหนุน ‘ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก’ ของนักอ่าน ต้องจดวันดี ๆ เพราะให้บริการเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ เท่านั้น

ที่ตั้ง : 43/20 ถนนท่าคราวน้อย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันพฤหัสบดี-เสาร์ เวลา 9.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 0 5431 1110

Facebook : Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก

07

สถานีรถไฟนครลำปาง

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

เป็นความคิดที่เยี่ยมยอด หากคุณจะเยือนลำปางสักครั้งด้วยรถไฟ พร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงเหลี่ยมย้อนยุค

ชวนเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองรถม้าผ่านรถไฟในสถานีนครลำปาง ชมอาคารสองชั้นที่มีกลิ่นอายของล้านนาและยุโรปแบบบาวาเรียนคอตเทจ (Bavarian Cottage) ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

การมาของรถไฟครั้งนั้นมีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการคมนาคมอย่างมาก บ้านเมืองเจริญขึ้นผิดหูผิดตา เห็นได้จากการออกแบบสถานีแห่งนี้โดย เอิรสท์ อัลท์มันน์ (Mr. Ernst Altmann) วิศวกรชาวเยอรมนี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่วซ้อนชั้นคล้ายหลังคาตามสถาปัตยกรรมล้านนา ที่ชั้นล่างมีช่องประตูระบบคานโค้ง (Arch) 4 ช่วง ขนาบด้วยหน้าต่างโค้งสองฝั่ง รูปแบบนีโอคลาสสิก (Neo-classic) ชั้นบนมีโครงสร้างไม้ทรงสี่เหลี่ยมเสริมไม้แนวทแยงเป็นระยะตามเทคนิคการก่อสร้างแบบเยอรมนี โดยราวระเบียงและช่องแสงเหนือประตูหน้าต่าง ประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายลายแจกันหรือหม้อปูรณฆฏะผสมลายเครือเถา ประดับช่อดอกไม้ม้วน เป็นศิลปะที่ละเอียด ประณีตแบบเดียวกับที่พบในวัดล้านนา ส่วนชานชาลามีโครงหลังคาเหล็กถักแบบ Truss แข็งแรง มั่นคงตรงข้ามกับสถาปัตยกรรมอาคารที่ดูอ่อนช้อย 

บริเวณหน้าสถานี ต้อนรับด้วยรถจักรไอน้ำ C-56 หมายเลข 728 ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาใช้งานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยญี่ปุ่นเลยนะ

อ้อ! ก่อนออกไปจากสถานี อย่าลืมรอทักทาย ‘ป้าดา’ รถจักรดีเซลไฟฟ้าดาเวนพอร์ท (Davenport) ขนาด 500 แรงม้า ที่เหลือใช้งานอยู่ไม่กี่คันในประเทศ ซึ่งอายุอานามก็ปาไป 69 ปีเข้าไปแล้ว ป้าดาจะมาทำหน้าที่สับเปลี่ยนขบวนรถไฟโดยสารทุกเช้าเย็น

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา

08

บ้านหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

ปิดท้ายหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่เป็นผลพวงจากยุคสัมปทานไม้แสนรุ่งเรือง ด้วย ‘บ้านหลุยส์’ เรือนปั้นหยาสไตล์โคโลเนียลที่มีโถงมุขเจ็ดเหลี่ยมยื่นออกไปเป็นเอกลักษณ์

คฤหาสน์อายุกว่า 115 ปีที่ถูกทิ้งรกร้าง เคยเป็นบ้านของ หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ นายห้างค้าไม้คนสำคัญชาวอังกฤษ ลูกชาย แอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนการคืนชีวิตให้บ้านหลุยส์ โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองและองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เมื่อราว 4 ปีก่อน

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

การบูรณะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ถูกวิธี ดูแลโดยกรมศิลป์ฯ และพยายามให้กลับไปเป็นแบบเดิมมากที่สุด เพื่อสะท้อนความละเอียดของช่างยุคเก่า โดยเฉพาะงานไม้โบราณที่เกี่ยวกันเป็นเส้นทแยงมุมแทนการชนทาบ รวมถึงการตีเกร็ดไม้และการเข้าไม้ที่ช่างน้อยคนจะทำได้ในปัจจุบัน ไปจนถึงการใช้สี ด้วยความโชคดีที่ตัวโครงสร้างบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ยังแข็งแรงจึงไม่น่ากังวล

‘บ้านหลุยส์’ กลายเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ในลำปาง หมุนเวียนจัดนิทรรศการ ตลาดนัด สถานที่จัดกิจกรรมเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนในชุมชนท่ามะโอ ซึ่งขณะนี้ซ่อมแซมแล้วเกือบ 100 ร้อยเปอร์เซ็นต์ และรอจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของนครลำปางต่อไป

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบน

โทรศัพท์ : 0 5422 7544

09

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

บ้านแพะหนองแดง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ แหล่งเลี้ยงแพะขึ้นชื่อของเมืองรถม้า

ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร มีหนึ่งฟาร์มแพะชื่อน่ารัก ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ ให้แวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์สารพัดคุณประโยชน์จากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม โยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน เกษตรกรหนุ่มเจ้าของ วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง บอกว่าการทำฟาร์มของเขาสนุกตรงการแก้โจทย์ ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ และลบภาพจำกลิ่นรสที่คนส่วนใหญ่มีต่อนมแพะเสียที ที่บุญบูรณ์ฟาร์มยังผลิตเครื่องสำอางประทินโฉม อย่างสบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะให้เลือกสรรด้วยนะ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

นอกจากนัดรับหรือไปที่ฟาร์มโดยตรง ยังมีบริการจัดส่งถึงบ้าน และเขายังออกบูทขายสินค้าตามตลาดอินทรีย์ทั่วลำปาง คนรักของคุณภาพดี เจอนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบที่ไหน ต้องไม่พลาดลองชิม

และที่บุญบูรณ์ฟาร์ม ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้การทำฟาร์มนมแพะขนาดเล็กครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงแปรรูป มีคอร์สเรียนและกิจกรรมให้เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มเล็กโดยมีค่าใช้จ่าย และต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

ที่ตั้ง : 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9815 1804

Facebook : Boonboon farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม

10

บ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเขลางค์เป็นที่ราบ แต่ก็อยู่ระหว่างทิวเขาผีปันน้ำ ลำปางไม่โดดเด่นเรื่องดอยสูง แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีมากพอให้ไปเยือน

มาขึ้นกระบะไต่ดอย เยือนไร่กาแฟอาราบิก้าที่หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน ศึกษาการปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกและแมคคาเดเมีย ที่ชักชวนคนทั้งหมู่บ้านมาปลูกพืชเศรษฐกิจสองชนิดนี้โดยดูแลธรรมชาติไปพร้อมกัน 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เดินทางมาถึงไร่ของ พี่ปาว เลาสาร กับ พี่ดาว-วิภารัตน์ แซ่จ๋าว แล้ว ขณะเดินตามพี่ ๆ ทั้งสองขึ้นไปยังแหล่งปลูกกว่า 20 ปีของพวกเขา กลิ่นดินและน้ำค้างปลายยอดหญ้าที่ลอยมาตามลมช่างพิเศษ ไม่นานจะพบกับต้นกาแฟที่อยู่ใต้ต้นแมคคาเดเมีย ทั้งคู่กระซิบเคล็ดลับว่าจะช่วยให้รสกาแฟมีความหอมมันเหมือนกับลูกแมคคาเดเมีย ก่อนเก็บกาแฟเชอร์รี่สีแดงสวยลงไปเต็มตะกร้า

จากนั้นขอตามพี่เปาและพี่ดาวไปดูกระบวนการผลิตกาแฟออร์แกนิก ตั้งแต่ล้างกะเทาะเปลือกไปทำปุ๋ย ตาก จนคั่ว จากที่มีแค่สองสามีภรรยา ตอนนี้พื้นหมู่บ้านกว่า 70 เปอร์เซ็นกลายเป็นไร่กาแฟออร์แกนิกจากเกือบทุกครัวเรือน ที่สำคัญ ธรรมชาติโดยรอบอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างน่าชื่นใจ 

ถ้าไม่รีบไปไหน จะแวะนอนโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตกลางขุนเขาสักคืนก็ดีนะ

ที่ตั้ง : หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านแม่แจ๋ม

โทรศัพท์ : 08 0128 2528 (ผู้ช่วยแคท) และ 09 8802 2339 (พ่อหลวงสมบัติ)

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณากร, วันวิสข์ เนียมปาน, นภษร ศรีวิลาศ, นิภัทรา นาคสิงห์ และ สุทธิดา อุ่นจิต

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load