12 มิถุนายน 2564
13 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

ใคร ๆ ก็บอกว่าจังหวัดลำปางเป็นเมืองทางผ่าน

ที่จริงเมืองรองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ในอดีตเป็นหัวเมืองทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรล้านนา มีชื่อเรียกอย่างหลากหลาย ตั้งแต่กุกกุฏนคร เขลางค์นคร อาลัมพางนคร เวียงลคอร (คนพื้นถิ่นออกเสียง เวียงละกอน) นครลำปาง จนปัจจุบันถ้าเอ่ยว่า ‘เมืองรถม้า’ เป็นร้องอ๋อทุกคน เรียงนามเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับของขึ้นชื่อและเอกลักษณ์ของที่นี่ 

จึงอยากจวนหมู่เปื้อน ปี้ น้อง เก็บกระเป๋า หมุนย้อนเวลาแอ่วนครลำปางกับ 10 สถานที่ใหม่นอกลิสต์นักท่องเที่ยว ซึ่งเก็บประวัติศาสตร์เก่าและเล่าเรื่องเมืองลำปางในอดีตจากวิถีชีวิตคนท้องถิ่นแต๊ ๆ ทั้งที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อย่างอดีตบ้านเก่าที่แปลงโฉมเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม สะท้อนความหลังนับร้อยปีผ่านสถาปัตยกรรมและอารยธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้ง ก่อนสวมบทบาทช่างฝีมือจาวเหนือ ลงมือวาดชามตราไก่ ไปเรียนวิชาตีเกือกม้า ชิมนมแพะสด ๆ จากแหล่งเลี้ยง จนถึงขึ้นดอยพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางไร่กาแฟออร์แกนิกที่ตั้งใจรักษาป่าไม้ไปพร้อมกัน

01

ธนบดีเซรามิค

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

ของขึ้นชื่อในกุกกุฏนคร หรือเมืองไก่ขัน คือถ้วยตราไก่และเครื่องเซรามิกทั้งหลาย ด้วยภูมิประเทศที่มากด้วยแร่ดินขาว วัตถุดิบชั้นยอดสำหรับขึ้นรูปเครื่องปั้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่า ไก่ขาวในตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกับไก่แจ้ตัวอวบบนถ้วยไม่ใช่ตัวเดียวกันนะ

ชามตราไก่เกิดขึ้นในเมืองจีน เดินทางเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนค่อย ๆ หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2540 ทายาทรุ่นสองของธนบดีเซรามิค ตั้งโรงงานทำชามตราไก่แห่งแรกในลำปางขึ้น ต่อยอดจากโรงงานธนบดีสกุลที่ก่อตั้งโดยบรรพบุรุษใน พ.ศ. 2508 ผลิตถ้วยขนมหรือถ้วยตะไลแห่งแรกในประเทศไทย

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 55 ปีและยังคืนชีวิตให้เมืองไก่ขาวกลายเป็นเมืองเซรามิกขึ้นชื่อ ธนบดีเซรามิคจึงแบ่งพื้นที่บ้านเก่าของครอบครัว ทำพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชามตราไก่และโรงงานธนบดีสกุล มีให้ชมทั้งชามตราไก่รุ่นแรก ชามตราไก่เล็กจิ๋วขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร เตาเผาเก่าแก่ที่สุดในเมืองลำปาง และถ้าใครพอมีเวลา รอดูพี่ ๆ ช่างปั้นและช่างวาดสาธิตวิธีทำชามตราไก่ให้ชม แถมยังเพนต์เซรามิกลวดลายของตัวเองได้ด้วยนะ 

ส่วนข้างกันมี Dhanabadee Outlet เซรามิกดีไซน์เก๋ร่วมสมัยที่ต่อยอดจากชามตราไก่ให้เลือกช้อป ตั้งแต่แจกัน จาน ถ้วย ที่รองแก้ว ของแต่งบ้านสวย ๆ เพียบ ที่พลาดไม่ได้คือชามไก่ เพราะที่นี่เขาคงลักษณะพิเศษชามไก่แบบต้นตำรับโบราณ ที่ลวดลายมีคอและลำตัวสีส้ม หางและขาสีดำ เดินบนหญ้าสีเขียว รอบ ๆ แซมด้วยดอกเบญจมาศสีชมพูอมม่วง ส่วนก้นชามด้านในมีดอกไม้และใบไม้เล็ก ๆ แต้ม และแน่นอนว่าวาดมือทุกใบ

ที่ตั้ง : 32 ถนนวัดจองคำ พระบาท ซอย 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1273 3344

Facebook : มิวเซียมธนบดี

02

บ้านม้าท่าน้ำ

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

ม้าเคยเป็นพาหนะยอดนิยมของชาวลำปางมากว่าร้อยปี เมื่อความเจริญและถนนคอนกรีตเข้ามา ทำให้เท้าของม้าที่ชินกับทางดินได้รับบาดเจ็บ การสวมเกือกให้ม้าจึงเกิดขึ้น

แรก ๆ มีการนำเข้าเกือกม้าจากอังกฤษ ก่อนช่างฝีมือชาวบ้านจะคิดค้นและตกตะกอนผ่านภูมิปัญญาการทำค้อน ที่กว่าจะได้เกือกม้าแต่ละชิ้น ต้องลงแรงเผา ทุบ เคาะ เจาะ กันถึง 10 ขั้นตอนเลยทีเดียว เพราะต้องทำให้หนา แข็งแรง ทนทาน โค้งรับพอเหมาะกับรูปทรงเท้า สวมกระชับและดีต่อสุขภาพม้าเป็นสำคัญ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ปัจจุบันมีเพียง บั้ม-ว่าที่ร้อยเอกสุพจน์ ใจรวมกูล ที่ยังเป็นช่างตีเกือกม้าลากรถคนสุดท้ายของจังหวัดลำปาง เขาเปิด ‘บ้านม้าท่าน้ำ’ เป็นแหล่งเรียนเรียนรู้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนเลี้ยงม้า สารถี ศิลปะการฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง ให้เยี่ยมชมพร้อมเวิร์กช็อปวิชาการตีเกือกม้า และยังทำส่งขาย สำหรับผู้ที่ตั้งใจอยากมาเรียนจริงจังไปประกอบอาชีพ เขาก็ยินดีเผยแพร่องค์ความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งหมดไม่ใช่แค่เพื่อรักษามรดกทางภูมิปัญญา แต่ตั้งใจจุดประกายการอนุรักษ์วิถีชีวิตท้องถิ่นต่อไปยังคนรุ่นใหม่

หากนั่งรถม้าแล้วชอบใจ อยากทดลองเป็นสารถีเอง หรือพูดคุยเรื่องการดูโฉลกม้าตามความเชื่อของคนเลี้ยงม้าสมัยโบราณก็แวะไปที่บ้านม้าท่าน้ำ

ที่ตั้ง : 210/1 ถนนป่าไม้ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6658 6198

Facebook : เที่ยวลำปาง นั่งรถม้า กับ บ้านม้าท่าน้ำ Lampang Travel By Barn Ma Tha Nam

03

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ความเฟื่องฟูในยุคสัมปทานป่าไม้ ทำให้นครลำปางรุ่มรวยด้วยเฮือนโบราณ และการค้าขายกับหลากประเทศนำพาสถาปัตยกรรมตะวันตกให้เกิดขึ้นอย่างเสรี หนึ่งในนั้นคือ บ้านพระยาสุเรนทร์

ขอพาไปลิ้มรสสารพัดเมนูอาหารไทยชาววังและอาหารไทยต้นตำรับรสเลิศเคล้าประวัติศาสตร์และบรรยากาศ บ้านสไตล์โคโลเนียลที่มีหลังคาทรงปั้นหยา พร้อมมีมุขยื่นหกเหลี่ยมและระเบียงกว้างตามขนบนิยมสมัยสมัยนั้น 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) แห่งนี้ ได้รับการชุบชีวิตราวกลับได้ย้อนไปเห็นบรรยากาศชีวิตแบบฝาหรั่งยุคสัมปทานป่าไม้ โดยชั้นล่างมีห้องรับรองแสนโก้หรูสไตล์วิกตอเรียน พร้อมค็อกเทลบาร์บรรยากาศแบบทรอปิคัล ชั้นสองเป็นห้องรับรองหกเหลี่ยมกึ่งห้องสมุดและแกลเลอรี่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ส่วนด้านนอกมีห้องอาหารกลาสเฮาส์ไว้ให้จิบชายามบ่าย ท่ามกลางสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ และอีกจุดไฮไลต์ โคมไฟสนามสมัย ค.ศ. 1903 จากเมืองผู้ดี

ไม่ว่าจะสั่งหมี่กะทิโบราณ ข้าวผัดน้ำพริกมะขามกุ้งย่าง แกงจืดลูกเงาะ แกงเผ็ดเป็ดย่างสูตรพิเศษ ก็อย่าลืมสั่ง ‘หลงเปิ้น หลงตั๋ว’ ชามอนซูนลิ้นจี่อู่หลงเติมความซาบซ่านจากรสมะนาวกับสะระแหน่มาดับกระหาย

ที่ตั้ง : 20 ถนนสุเรนทร์ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9111 4305

Facebook : Baan Phraya Suren by Madame Musur

04

หม่องโง่ยซิ่น

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี 

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี

อีกหนึ่งอาคารสง่างามในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้ ตั้งโดดเด่นใน ‘กาดกองต้า’ ถนนคนเดินริมแม่น้ำวัง อดีตเคยเป็นทำเลทองและได้ชื่อว่าเป็น ‘ตลาดจีน’ 

หม่องโง่ยซิ่น เป็นคาเฟ่เรือนแถว 5 คูหา อาคารขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 เดิมทีเป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของหม่องส่วยอัตถ์ เฮดแมนคนแรกในไทยของบอมเบย์เบอร์มาร์ บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกยุครัชกาลที่ 5 ผ่านลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว อาทิ ลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ และยังใช้ฝ้าดีบุกอัดลายแห่งเดียวในไทย ออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์

 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจตกต่ำ อาคารหลังงามกลายเป็นเพียงโกดังเก็บวัสดุก่อสร้าง ก่อนได้รับการปัดฝุ่นอย่างดี เก็บกลิ่นอายอดีตและซ่อมแซมให้สมบูณ์ที่สุด เพื่อเปิดต้อนรับผู้คนอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมแบ่งปันมุมเล็ก ๆ ให้แวะชมนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในที่แห่งนี้

ที่ตั้ง : ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6728 6362

Facebook : Moungngwezin

05

Papacraft 

แบรนด์เครื่องหนังสุดคราฟต์ในแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ลำปางเป็นเมืองสารพัดช่าง 

ถัดไปไม่ไกลจากหม่องโง่ยซิ่น มีแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่และร้านเครื่องประดับหนังแสนคราฟต์ ในบ้านไม้สองชั้นร่วมสมัย ที่เสิร์ฟสารพัดเมนูเครื่องดื่มร้อนเย็นเป็นอาหารปาก และเสิร์ฟความงามของมวล ‘บุปผากำลัย’ เป็นอาหารใจให้อุดหนุน

บุปผากำลัย เป็นชื่อที่ช่างหนังของแบรนด์ Papacraft ตั้งไว้เรียกเครื่องประดับของตัวเอง เขาหยิบยืมรูปทรงธรรมชาติจากพันธุ์พฤกษาและเทคนิคบาติก มาต่อยอดสร้างสรรค์กลายเป็นเทคนิคพิเศษ Papacrafture มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยลวดลายพลิ้วไหว และสร้างสารพัดเฉดให้กับวัสดุหนังฟอกฟาดจากโรงงาน ซึ่งฟอกด้วยวิธีธรรมชาติอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หากชอบลวดลายไม้ใบ ขอแนะนำ รุ่น Ginkgo ที่เกิดจากความหลงใหลในรูปทรงพัดของใบกิงโกะหรือแปะก๊วย ถ้าชอบแบบน่ารัก ให้หยิบ Beya ที่แปลงไอเดียจากดอกกระจิริดของพันธุ์ไม้ประเภทบีโกเนีย ถ้าชอบแบบร่วมสมัย Hearty จากใบโพธิ์ก็เข้าที หรือถ้าชอบสีสัน Bromy ที่นำต้นสับปะรดสีของแม่มาแปลงโฉม และ Woven Brass ผสานวัสดุทองเหลืองเป็นลวดลายคล้ายงานจักสานก็เข้าท่า และไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ไม่พอดี เพราะทุกชิ้นมีลวดอะลูมิเนียมซ่อนไว้ด้านในให้สวมง่าย ปรับตามขนาดข้อมือได้

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เครื่องประดับหนังของ Papacraft นอกจากพิถีพิถันทำมือทุกขึ้นตอนจนได้ดีไซน์ไม่ธรรมดา และไปอวดโฉมไกลถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี แล้ว พวกเขายังตั้งใจพัฒนาให้บ้านขนาดอบอุ่นหลังนี้ เป็นพื้นที่สำหรับสนับสนุนผลงานของศิลปินและช่างฝีมือท้องถิ่น โดยในอนาคตวางแผนเปิดโรงเรียนการช่างเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงงานฝีมือด้วย

ที่ตั้ง : เลขที่ 268 ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (หยุดเฉพาะวันพุธ)

โทรศัพท์ : 06 5507 3699 และ 08 4049 3246

Facebook : Papacraft

Instagram : papacraftfamily

06

Little lovely bookshop 

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ไม่ต้องนึกแปลกใจ แม้คุณเป็นคนลำปางโดยกำเนิด ก็อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสอง ‘คลินิกบ้านรักษาสัตว์’ ของ หมอมิ้น-นายสัตวแพทย์พงษ์ประสิทธิ์ พงษ์พิจิตร มีร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวในจังหวัดแอบซ่อนตัวอยู่มานานกว่า 7 ปี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

หนังสือภายในร้านเน้นหมวดวรรณกรรมแปล วรรณกรรมไทย ปรัชญา ศาสนา ที่มีมากสุดเห็นจะเป็นนิทานภาพสำหรับเด็ก วรรณกรรมเยาวชน และผลงานของนักเขียนหน้าใหม่จากบรรดาสำนักพิมพ์น้อยใหญ่ คุณหมอมีเกณฑ์คัดเลือกหนังสืออยู่ 2 ข้อ แนวที่ตนเองชื่นชอบ กับต้องสร้างสรรค์และให้พลังบวกต่อสังคม

แม้ขนาดจะกะทัดรัด แต่ก็ยังแบ่งพื้นที่เป็นมุมโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งอ่านเพลิน ๆ หรือใช้เวลาเลือกหนังสือที่ใช่โดยไม่หวง วันดีคืนดี คุณหมอปิ๊งไอเดียสร้างความคึกคักให้กับร้าน เปลี่ยนเป็นพื้นที่กิจกรรมฉายหนังสารคดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองก็มีมาแล้ว 

ใครอยากไปอุดหนุน ‘ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก’ ของนักอ่าน ต้องจดวันดี ๆ เพราะให้บริการเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ เท่านั้น

ที่ตั้ง : 43/20 ถนนท่าคราวน้อย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันพฤหัสบดี-เสาร์ เวลา 9.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 0 5431 1110

Facebook : Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก

07

สถานีรถไฟนครลำปาง

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

เป็นความคิดที่เยี่ยมยอด หากคุณจะเยือนลำปางสักครั้งด้วยรถไฟ พร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงเหลี่ยมย้อนยุค

ชวนเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองรถม้าผ่านรถไฟในสถานีนครลำปาง ชมอาคารสองชั้นที่มีกลิ่นอายของล้านนาและยุโรปแบบบาวาเรียนคอตเทจ (Bavarian Cottage) ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

การมาของรถไฟครั้งนั้นมีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการคมนาคมอย่างมาก บ้านเมืองเจริญขึ้นผิดหูผิดตา เห็นได้จากการออกแบบสถานีแห่งนี้โดย เอิรสท์ อัลท์มันน์ (Mr. Ernst Altmann) วิศวกรชาวเยอรมนี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่วซ้อนชั้นคล้ายหลังคาตามสถาปัตยกรรมล้านนา ที่ชั้นล่างมีช่องประตูระบบคานโค้ง (Arch) 4 ช่วง ขนาบด้วยหน้าต่างโค้งสองฝั่ง รูปแบบนีโอคลาสสิก (Neo-classic) ชั้นบนมีโครงสร้างไม้ทรงสี่เหลี่ยมเสริมไม้แนวทแยงเป็นระยะตามเทคนิคการก่อสร้างแบบเยอรมนี โดยราวระเบียงและช่องแสงเหนือประตูหน้าต่าง ประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายลายแจกันหรือหม้อปูรณฆฏะผสมลายเครือเถา ประดับช่อดอกไม้ม้วน เป็นศิลปะที่ละเอียด ประณีตแบบเดียวกับที่พบในวัดล้านนา ส่วนชานชาลามีโครงหลังคาเหล็กถักแบบ Truss แข็งแรง มั่นคงตรงข้ามกับสถาปัตยกรรมอาคารที่ดูอ่อนช้อย 

บริเวณหน้าสถานี ต้อนรับด้วยรถจักรไอน้ำ C-56 หมายเลข 728 ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาใช้งานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยญี่ปุ่นเลยนะ

อ้อ! ก่อนออกไปจากสถานี อย่าลืมรอทักทาย ‘ป้าดา’ รถจักรดีเซลไฟฟ้าดาเวนพอร์ท (Davenport) ขนาด 500 แรงม้า ที่เหลือใช้งานอยู่ไม่กี่คันในประเทศ ซึ่งอายุอานามก็ปาไป 69 ปีเข้าไปแล้ว ป้าดาจะมาทำหน้าที่สับเปลี่ยนขบวนรถไฟโดยสารทุกเช้าเย็น

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา

08

บ้านหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

ปิดท้ายหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่เป็นผลพวงจากยุคสัมปทานไม้แสนรุ่งเรือง ด้วย ‘บ้านหลุยส์’ เรือนปั้นหยาสไตล์โคโลเนียลที่มีโถงมุขเจ็ดเหลี่ยมยื่นออกไปเป็นเอกลักษณ์

คฤหาสน์อายุกว่า 115 ปีที่ถูกทิ้งรกร้าง เคยเป็นบ้านของ หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ นายห้างค้าไม้คนสำคัญชาวอังกฤษ ลูกชาย แอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนการคืนชีวิตให้บ้านหลุยส์ โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองและองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เมื่อราว 4 ปีก่อน

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

การบูรณะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ถูกวิธี ดูแลโดยกรมศิลป์ฯ และพยายามให้กลับไปเป็นแบบเดิมมากที่สุด เพื่อสะท้อนความละเอียดของช่างยุคเก่า โดยเฉพาะงานไม้โบราณที่เกี่ยวกันเป็นเส้นทแยงมุมแทนการชนทาบ รวมถึงการตีเกร็ดไม้และการเข้าไม้ที่ช่างน้อยคนจะทำได้ในปัจจุบัน ไปจนถึงการใช้สี ด้วยความโชคดีที่ตัวโครงสร้างบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ยังแข็งแรงจึงไม่น่ากังวล

‘บ้านหลุยส์’ กลายเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ในลำปาง หมุนเวียนจัดนิทรรศการ ตลาดนัด สถานที่จัดกิจกรรมเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนในชุมชนท่ามะโอ ซึ่งขณะนี้ซ่อมแซมแล้วเกือบ 100 ร้อยเปอร์เซ็นต์ และรอจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของนครลำปางต่อไป

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบน

โทรศัพท์ : 0 5422 7544

09

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

บ้านแพะหนองแดง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ แหล่งเลี้ยงแพะขึ้นชื่อของเมืองรถม้า

ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร มีหนึ่งฟาร์มแพะชื่อน่ารัก ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ ให้แวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์สารพัดคุณประโยชน์จากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม โยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน เกษตรกรหนุ่มเจ้าของ วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง บอกว่าการทำฟาร์มของเขาสนุกตรงการแก้โจทย์ ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ และลบภาพจำกลิ่นรสที่คนส่วนใหญ่มีต่อนมแพะเสียที ที่บุญบูรณ์ฟาร์มยังผลิตเครื่องสำอางประทินโฉม อย่างสบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะให้เลือกสรรด้วยนะ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

นอกจากนัดรับหรือไปที่ฟาร์มโดยตรง ยังมีบริการจัดส่งถึงบ้าน และเขายังออกบูทขายสินค้าตามตลาดอินทรีย์ทั่วลำปาง คนรักของคุณภาพดี เจอนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบที่ไหน ต้องไม่พลาดลองชิม

และที่บุญบูรณ์ฟาร์ม ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้การทำฟาร์มนมแพะขนาดเล็กครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงแปรรูป มีคอร์สเรียนและกิจกรรมให้เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มเล็กโดยมีค่าใช้จ่าย และต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

ที่ตั้ง : 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9815 1804

Facebook : Boonboon farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม

10

บ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเขลางค์เป็นที่ราบ แต่ก็อยู่ระหว่างทิวเขาผีปันน้ำ ลำปางไม่โดดเด่นเรื่องดอยสูง แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีมากพอให้ไปเยือน

มาขึ้นกระบะไต่ดอย เยือนไร่กาแฟอาราบิก้าที่หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน ศึกษาการปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกและแมคคาเดเมีย ที่ชักชวนคนทั้งหมู่บ้านมาปลูกพืชเศรษฐกิจสองชนิดนี้โดยดูแลธรรมชาติไปพร้อมกัน 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เดินทางมาถึงไร่ของ พี่ปาว เลาสาร กับ พี่ดาว-วิภารัตน์ แซ่จ๋าว แล้ว ขณะเดินตามพี่ ๆ ทั้งสองขึ้นไปยังแหล่งปลูกกว่า 20 ปีของพวกเขา กลิ่นดินและน้ำค้างปลายยอดหญ้าที่ลอยมาตามลมช่างพิเศษ ไม่นานจะพบกับต้นกาแฟที่อยู่ใต้ต้นแมคคาเดเมีย ทั้งคู่กระซิบเคล็ดลับว่าจะช่วยให้รสกาแฟมีความหอมมันเหมือนกับลูกแมคคาเดเมีย ก่อนเก็บกาแฟเชอร์รี่สีแดงสวยลงไปเต็มตะกร้า

จากนั้นขอตามพี่เปาและพี่ดาวไปดูกระบวนการผลิตกาแฟออร์แกนิก ตั้งแต่ล้างกะเทาะเปลือกไปทำปุ๋ย ตาก จนคั่ว จากที่มีแค่สองสามีภรรยา ตอนนี้พื้นหมู่บ้านกว่า 70 เปอร์เซ็นกลายเป็นไร่กาแฟออร์แกนิกจากเกือบทุกครัวเรือน ที่สำคัญ ธรรมชาติโดยรอบอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างน่าชื่นใจ 

ถ้าไม่รีบไปไหน จะแวะนอนโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตกลางขุนเขาสักคืนก็ดีนะ

ที่ตั้ง : หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านแม่แจ๋ม

โทรศัพท์ : 08 0128 2528 (ผู้ช่วยแคท) และ 09 8802 2339 (พ่อหลวงสมบัติ)

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณากร, วันวิสข์ เนียมปาน, นภษร ศรีวิลาศ, นิภัทรา นาคสิงห์ และ สุทธิดา อุ่นจิต

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ณ ตรอก ซอก ซอย แห่งย่านเมืองเก่าบางลำพู ร่องรอยบนกำแพงล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่เคยรุ่งโรจน์ แม้วันนี้หลายอย่างจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่การเดินย่ำเพื่อท่องเที่ยวและถ่ายภาพก็เป็นการเรียนรู้อดีตที่น่าสนใจและสนุกสนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเราได้เดินเลาะเสาะหาสถานที่ลับไปกับ ‘ไกด์เด็กบางลำพู

คอลัมน์ Take Me Out ครั้งนี้ กลุ่มไกด์ตัวน้อยพาเราเดินลัดไปตามถนนสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ทัศนา 7 สถานที่ลับพร้อมประวัติที่น้อยคนจะรู้ โดยเราได้เดินชมเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพจ เสน่ห์บางลำพู เพิ่งเปิดต้อนรับฤดูร้อน พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่างการรับประทาน 4 อาหารคาว-หวาน จาก 4 ร้านท้องถิ่นขึ้นชื่อที่เหมาะจะทานลดอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กชอปที่จะเปลี่ยนช่วงเย็นของวันอันคุ้นเคย เป็นคลาสเรียนวิถีชีวิตเก่าก่อน แต่ไม่เก่าเก็บของชาวบางลำพู

01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

โรงเรียนพิมานวิทย์

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก
01
โรงเรียนอายุ 102 ปี แห่งเดียว ท่ามกลางสถานบันเทิงบนถนนข้าวสาร

ไม่มีใครเชื่อแน่นอนว่าท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสนุกของสถานบันเทิง จะมีโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ แถมยังตั้งมานานกว่า 102 ปีแล้ว โรงเรียนนั้นก็คือโรงเรียนพิมานวิทย์ 

ในช่วงเย็นหลังเด็กเลิกเรียนและถนนข้าวสารยังหลับใหล พันธกานต์ เกตุแก้วเจริญ ไกด์เด็กบางลำพูและศิษย์เก่าโรงเรียนพิมานวิทย์ พาเราเดินทางไปพบกับ คุณครูวชิรปราณี อำพล เพื่อเข้าไปทัศนศึกษาในอาคารเรียน 3 ชั้น ที่ก่อตั้งราว พ.ศ. 2465 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

โรงเรียนพิมานวิทย์ก่อตั้งโดย นายฮัจยียอ พิมานแมน คฤหบดีผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาอิสลาม ภายใต้ชื่อเดิมคือ โรงเรียนอนุเคราะห์อิสลาม ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวมุสลิมในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ต่อมามีการพัฒนาหลักสูตรสอนภาษาไทย รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา กระทั่งนายฮัจยียอถึงแก่อนิจกรรม นายมาโนช พิมานแมน บุตรชายจึงดูแลโรงเรียนต่อ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งแต่นั้น

ภายในโรงเรียนไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังมีนักเรียนศึกษาอยู่ทุกวันจันทร์-ศุกร์ แต่ในบางโอกาส เหล่าไกด์เด็กก็พาผู้มาเยือนเข้าชมได้ โดยโรงเรียนพิมานวิทย์ตั้งอยู่ริมถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด

02
ป้ายสมาคมสหายสงครามโลกครั้งที่ 1 ป้ายโบราณที่หลับใหลอยู่ในข้าวสาร

สมาคมสหายสงคราม

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู
สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

อีกหนึ่งไฮไลต์บนถนนข้าวสาร ที่หลายคนเดินผ่านอาจคิดว่าเป็นเพียงของประดับตกแต่งธรรมดา แต่ป้ายสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ มีประวัติเก่าแก่กว่านั้น 

หลังฝ่ายสัมพันธมิตรชนะฝ่ายอักษะ พ.ศ. 2461 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่วนหนึ่งคือที่ตั้งของตึก Buddy Group ให้กับทหารอาสาไทยที่ออกไปรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และจัดตั้งเป็นสมาคมสหายสงคราม ในพระบรมราชูปภัมภ์ พร้อมให้สัมปทานป่าไม้ในประเทศไทย กล่าวคือ ใครที่ต้องการตัดไม้ในประเทศ จะต้องขออนุญาตกับทางสมาคมฯ และรายได้เหล่านั้นจะถูกมอบให้กับทหารอาสาเป็นการตอบแทน

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรงค์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เล่าให้ฟังว่า ป้ายนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แต่หลังจากนั้นได้ถูกขโมยไปขาย ทางเจ้าของ Buddy Lodge จึงนำเงินไปไถ่คืนและนำมาตั้งไว้ที่ตึกเช่นเดิม

หากใครแวะไปข้าวสาร ก่อนเดินขึ้นบันไดเข้าร้าน Mulligans Irish Bar ก็เงยหน้าชมป้ายสมาคมสหายสงครามกันได้

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

ปัยย์สปา

03
ร้านนวดในเรือนไทยสมัยรัชกาลที่ 4 เรือนหลังสุดท้ายของย่านบางลำพู

เดินต่อไปเกือบสุดซอยรามบุตรี ไกด์เด็กพาเราหยุดชมร้านนวดแห่งหนึ่งที่มีเรือนไทยทรงคหบดีตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ที่แห่งนี้คือ ปัยย์สปา ร้านนวดแผนไทยในเรือนไทยไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายรัชกาลที่ 4 มีอายุมากกว่า 150 ปี 

ขณะที่เรือนไทยหลังอื่นในละแวกข้าวสารถูกรื้อออกไป เรือนไทยแห่งนี้ถือเป็นหลังสุดท้ายที่ไม่ยอมให้ใครมาชิงพื้นที่ กระทั่งเจ้าของคนปัจจุบันเข้ามาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนให้เรือนไทยกลายเป็นร้านนวดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ร้านปัยย์สปาจึงกลายเป็นจุดนัดหมายของผู้คนที่เมื่อยล้า ให้พวกเขาได้มาผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

ตั้งฮั่วเส็ง

04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ
04
ห้างแรกของตั้งฮั่วเส็ง ที่โดดเด่นเรื่องอุปกรณ์และวัสดุสำหรับงานฝีมือ

เดินจากถนนข้าวสารมาหลบร้อนกันในห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อของย่านอย่าง ตั้งฮั่วเส็ง ไกด์เด็กยังไม่หยุดบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสนใจ เพราะที่แห่งนี้คือแหล่งขายวัสดุและอุปกรณ์งานฝีมือที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเส้นด้ายและไหมพรมที่มีสีให้เลือกเยอะกว่าแหล่งอื่น แถมยังเน้นคุณภาพเป็นหลัก

ห้างตั้งฮั่วเส็งก่อตั้งใน พ.ศ. 2505 บนทำเลทองในย่านการค้าบางลำพู ถือเป็นตั้งฮั่วเส็งสาขาแรกของประเทศไทยที่อยู่คู่ย่านเก่ามากว่า 60 ปี โดยคำว่า ตั้ง เป็นชื่อแซ่ของตระกูลจุนประทีปทอง ผู้ก่อตั้ง, ฮั่ว คือ ชื่อของนายอุดม พี่ชายคนโตของตระกูล และผู้บริหารตั้งฮั่วเส็งรุ่นที่ 1 ส่วนคำว่า เส็ง เป็นอักษรมงคลที่หมายถึง ความเจริญงอกงาม นิยมนำมาตั้งชื่อธุรกิจการค้า 

ปัจจุบันห้างแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการทุกวัน และมีส่วนของซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า แต่ขณะที่การตลาดต้องพัฒนา ทางตั้งฮั่วเส็งก็ไม่ลืมที่จะสนับสนุนชุมชน ในฐานะห้างเก่าและความภูมิใจของคนพื้นที่ด้วย 

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

มัสยิดจักรพงษ์ – ตรอกสุเหร่า

05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู
05
ศาสนสถานและศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมุสลิมในบางลำพู

ตรอกมีความกว้างเล็กกว่าซอย และในตรอกสุเหร่า ทางเข้ามัสยิดจักรพงษ์แห่งนี้ ก็แคบจนแทบจะเดินพร้อมกัน 2 คนไม่ได้ ถึงอย่างนั้น เมริกา พลังเดช หนึ่งในไกด์เด็กบางลำพูก็ยังเชิญชวนให้เรามาในช่วงเช้า เพื่อชิมอาหารจากร้านค้าข้างทางที่ขายอาหารมุสลิมแสนอร่อย (เสียดายว่าตอนที่เราไป ร้านปิดกันหมดแล้ว)

หลังจากเดินผ่านตรอกเข้าไปในชุมชน เราได้ยินเสียงสวดดังมาจากมัสยิดสีเหลืองนวลตรงหน้า นี่คือมัสยิดจักรพงษ์ ศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิม เดิมทีคนในชุมชนเป็นชาวมุสลิมผู้ประกอบอาชีพช่างทองจากจังหวัดปัตตานี เดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างสิบหมู่ทำเครื่องประดับจากทองส่งเข้าวัง หลังจากนั้นครอบครัวช่างฝีมือก็เดินทางมาเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชน ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันจะมีมัสยิดอยู่ทั้งหมด 2 แห่ง คือ มัสยิดจักรพงษ์และมัสยิดบ้านตึกดิน (ตั้งอยู่แถวโรงเรียนสตรีวิทยา)

สุพิน หนองบัว ผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพูเล่าว่า หากไม่ใช่ช่วงที่มีกิจกรรมทางศาสนา พวกเขาจะพาแขกผู้มาเยือนเข้าเยี่ยมชมด้านบนของมัสยิด ซึ่งด้านในมีการตกแต่งสวยงาม ทั้งยังมีนาฬิกาแบบจันทรคติที่ชาวมุสลิมใช้ดูเวลาตั้งอยู่ด้วย

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

ตรอกต.เง๊กชวน

06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา
06
จุดถ่ายภาพแนวสตรีทในตรอกเล็ก ทะลุไปหาร้านขนมเบื้องแม่ประภา

คำเตือนแรกคือระหวังหลงทาง หากไม่ได้มากับผู้ช่ำชองพื้นที่อย่างไกด์เด็กบางลำพู แต่อย่างไรก็ตาม ปานทิพย์ ลิกขะไชย ประธานชมรมเกสรลำพู และผู้ดูแลกิจกรรมไกด์เด็กบางลำพู บอกกับเราว่า ทางออกจากมัสยิดจักรพงษ์มีทั้งหมด 4 ทาง ซึ่งชื่อของตรอกจะตั้งตามสถานที่หน้าซอย ได้แก่ ตรอกต.เง๊กชวน ตรอกฟาโรห์ ตรอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด และตรอกสุเหร่า

ส่วนที่หน้าตรอกต.เง๊กชวน คือที่ตั้งของร้านขนมเบื้องแม่ประภา ซึ่งแม่ประภาคือสะใภ้ของนายเตีย เง๊กชวน หรือ ต.เง๊กชวน เจ้าของห้างจำหน่ายเครื่องหีบเสียงและจานเสียงตรากระต่าย แต่ในปัจจุบัน ต.เง๊กชวน ปิดกิจการไปแล้ว เหลือเพียงขนมเบื้องแม่ประภาเท่านั้น

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ศาลเจ้าพ่อเขาตก

07
ศรัทธาอันแรงกล้ากับศาลเจ้าจีน ท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

ความศรัทธาและความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อเขาตกกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับศาลเจ้าจีนของเจ้าพ่อเขาตกที่ตั้งอยู่บนถนนไกรสีห์ ขนาบข้างด้วยตึกปูนและอาคารจอดยานยนต์ของกรุงเทพมหานคร 

เดิมทีศาลเจ้าพ่อเขาตกเป็นศาลเจ้าประจำตลาดยอด แต่หลังเกิดเพลิงไหม้ใน พ.ศ. 2510 ศาลเจ้าก็ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่กระนั้นความศรัทธาของชาวจีนในย่านบางลำพูก็ไม่ได้มอดหมดไปพร้อมเถ้าถ่าน พวกเขาสร้างศาลเจ้าพ่อเขาตกขึ้นอีกครั้งบนพื้นที่ลานจอดรถของตลาดยอดเดิม ก่อนจะมีการย้ายอีกครั้ง และมาตั้งอยู่บนพื้นที่ปัจจุบันเป็น ศาลเจ้าพ่อเขาตก-เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ 

08
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

08 
ข้าวแช่แม่ศิริ และขนมจีนซาวน้ำ

เนื่องจากนี่คือทริปสุดพิเศษในธีม Se(e)crets of Summer in Banglumphu ที่จัดขึ้นโดยไกด์เด็กในย่าน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์กันมาเหนื่อย ๆ เจ้าบ้านตัวน้อยจึงได้จัดเตรียมเซ็ตอาหารคาว-หวานขึ้นชื่อประจำย่านมาให้เราได้ทานทั้งหมด 4 เมนู พร้อมผักและผลไม้แกะสลักประดับจานโดย พรชิตา บัวประดิษฐ หนึ่งในเหล่ามัคคุเทศก์ ซึ่งเซ็ตอาหารดังกล่าวสามารถหาทานได้ตลอดปี แต่จะเหมาะที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยทุกท่านสามารถเดินทางไปที่ร้านเอง หรือให้ไกด์เด็กคัดเลือกสำรับมาให้ในช่วงท้ายของวันก็ได้

เมนูแรกคือ ข้าวแช่แม่ศิริ ถือเป็นข้าวแช่ร้านดังในย่านนี้ ตั้งอยู่หลังนิวเวิลด์ ในตรอกไกรสีห์ ถนนพระสุเมรุ ชุมชนบ้านพานถม ซึ่งเป็นร้านที่เริ่มต้นกิจการมานานกว่า 50 ปี เรียกได้ว่าใครมาถึงก็ต้องกิน แต่นอกเหนือจากร้านแม่ศิริแล้วยังมีอีก 4 ร้าน ซึ่งเด็ก ๆ บอกกับเราว่า รสชาติไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยทั้งหมดถือเป็นของดีที่ชาวบางลำพูแนะนำให้ทานในช่วงฤดูร้อนนี้

ส่วนอาหารคาวอีกอย่างคือ ขนมจีนซาวน้ำ ร้านสมทรงโภชนา ซึ่งมี 2 ร้านได้แก่ เจ้าเก่าวัดสังเวช และเจ้าใหม่ที่ถนนสามเสน แต่ในครั้งนี้ พวกเขาเลือกร้านที่ตั้งอยู่บนถนนสามเสนระหว่างซอย 3 กับซอย 5 ให้เรา ซึ่งนอกจากคนจะเข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอันขึ้นชื่อแล้ว เมนูขนมจีนซาวน้ำก็เป็นอีกหนึ่งเมนูแนะนำของร้านด้วย

10
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

10 
แตงโมปลาแห้ง และโบ๊กเกี้ย

แตงโมเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เหมาะจะรับประทานในช่วงฤดูร้อน เพราะให้ทั้งความหวานและความสดชื่น ยิ่งนำไปจิ้มกับปลาแห้งทำเองจาก ร้านลุงโอ่ง ยิ่งเพิ่มความอร่อยและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยร้านลุงโอ่งตั้งอยู่ที่ตลาดเช้าบางลำพู ขายตั้งแต่ประมาณ 6.00 – 8.00 น. นอกจากปลาแห้งยังมีขายข้าวเหนียวมูนสังขยาด้วย สำหรับการตกแต่งภายในจาน รูปทรงแตงโมถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อสื่อถึงกำแพงเมืองเก่าและอาคารโบราณในย่านนี้

อีกหนึ่งของหวานที่นำมาเสิร์ฟคือ โบ๊กเกี้ย ขนมหวานเย็นมาพร้อมขนมสามเหลี่ยมอย่างข้าวต้มน้ำวุ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในชุมชนวัดสามพระยา ทานคู่กันสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี

12
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์
12 
เวิร์กชอปขนมเกสรลำพูและดอกไม้ประดิษฐ์

ตกเย็นปิดท้ายกันด้วยเวิร์กชอปสุดพิเศษจาก แก้วใจ เนตรรางกูร เจ้าของสูตรขนมเกสรลำพู และ สายสุนีย์ แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ ตรอกบ้านพานถม เจ้าของเวิร์กชอปดอกไม้ประดิษฐ์

แก้วใจเล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ขนมเกสรลำพูจะเป็นขนมที่เพิ่งคิดค้นขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่เธอได้ใส่ความเป็นบางลำพูลงไปจนเต็มเนื้อแป้ง ด้วยแป้นพิมพ์ 9 ลายที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นลำพู ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่าน โดยลำพูต้นสุดท้ายได้ยืนต้นตายไปแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ใน พ.ศ. 2554

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

เวิร์กชอปที่ 2 เป็นกิจกรรมทำดอกไม้ประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหรือเข็มกลัด ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพให้กับผู้สูงวัยในชุมชนบางลำพู หากใครคิดว่าการทำดอกไม้ประดิษฐ์ยาก เราบอกเลยว่าผู้สอนจะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นถนัดตา แถมเรายังได้ดอกไม้สวย ๆ กลับไปเป็นที่ระลึก

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

ปิดวันกันเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งสองเวิร์กชอปรวมถึงอาหารเย็น 2 สำรับ เป็นกิจกรรมพิเศษที่ทางเพจเสน่ห์บางลำพู นำโดยไกด์เด็กจัดขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และเป็นการอนุรักษ์ประวัติศาตร์ สถานที่ท่องเที่ยว และความทรงจำให้คงอยู่ต่อไป 

หากใครสนใจเดินชมสถานที่ลับ (ที่แท้จริงแล้วมีมากกว่านี้) รวมถึงดับร้อนด้วยอาหารและกิจกรรมสุดสนุก หรือต้องการชมเส้นทางทัวร์อื่น ๆ สามารถติดต่อไปได้ที่เพจเสน่ห์บางลำพู 

สถานที่ลับและกิจกรรมดับร้อนย่านบางลำพู อิ่มท้องพร้อมเรียนรู้อดีตกับไกด์เด็ก

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load