12 มิถุนายน 2564
10 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

ใคร ๆ ก็บอกว่าจังหวัดลำปางเป็นเมืองทางผ่าน

ที่จริงเมืองรองแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ในอดีตเป็นหัวเมืองทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรล้านนา มีชื่อเรียกอย่างหลากหลาย ตั้งแต่กุกกุฏนคร เขลางค์นคร อาลัมพางนคร เวียงลคอร (คนพื้นถิ่นออกเสียง เวียงละกอน) นครลำปาง จนปัจจุบันถ้าเอ่ยว่า ‘เมืองรถม้า’ เป็นร้องอ๋อทุกคน เรียงนามเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับของขึ้นชื่อและเอกลักษณ์ของที่นี่ 

จึงอยากจวนหมู่เปื้อน ปี้ น้อง เก็บกระเป๋า หมุนย้อนเวลาแอ่วนครลำปางกับ 10 สถานที่ใหม่นอกลิสต์นักท่องเที่ยว ซึ่งเก็บประวัติศาสตร์เก่าและเล่าเรื่องเมืองลำปางในอดีตจากวิถีชีวิตคนท้องถิ่นแต๊ ๆ ทั้งที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อย่างอดีตบ้านเก่าที่แปลงโฉมเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม สะท้อนความหลังนับร้อยปีผ่านสถาปัตยกรรมและอารยธรรมล้านนาอย่างลึกซึ้ง ก่อนสวมบทบาทช่างฝีมือจาวเหนือ ลงมือวาดชามตราไก่ ไปเรียนวิชาตีเกือกม้า ชิมนมแพะสด ๆ จากแหล่งเลี้ยง จนถึงขึ้นดอยพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางไร่กาแฟออร์แกนิกที่ตั้งใจรักษาป่าไม้ไปพร้อมกัน

01

ธนบดีเซรามิค

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

พิพิธภัณฑ์ต้นกำเนิดโรงงานชามตราไก่แห่งแรกในลำปาง

ของขึ้นชื่อในกุกกุฏนคร หรือเมืองไก่ขัน คือถ้วยตราไก่และเครื่องเซรามิกทั้งหลาย ด้วยภูมิประเทศที่มากด้วยแร่ดินขาว วัตถุดิบชั้นยอดสำหรับขึ้นรูปเครื่องปั้น แต่ขอบอกก่อนเลยว่า ไก่ขาวในตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดกับไก่แจ้ตัวอวบบนถ้วยไม่ใช่ตัวเดียวกันนะ

ชามตราไก่เกิดขึ้นในเมืองจีน เดินทางเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ก่อนค่อย ๆ หายสาบสูญไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นเมื่อ พ.ศ. 2540 ทายาทรุ่นสองของธนบดีเซรามิค ตั้งโรงงานทำชามตราไก่แห่งแรกในลำปางขึ้น ต่อยอดจากโรงงานธนบดีสกุลที่ก่อตั้งโดยบรรพบุรุษใน พ.ศ. 2508 ผลิตถ้วยขนมหรือถ้วยตะไลแห่งแรกในประเทศไทย

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 55 ปีและยังคืนชีวิตให้เมืองไก่ขาวกลายเป็นเมืองเซรามิกขึ้นชื่อ ธนบดีเซรามิคจึงแบ่งพื้นที่บ้านเก่าของครอบครัว ทำพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชามตราไก่และโรงงานธนบดีสกุล มีให้ชมทั้งชามตราไก่รุ่นแรก ชามตราไก่เล็กจิ๋วขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร เตาเผาเก่าแก่ที่สุดในเมืองลำปาง และถ้าใครพอมีเวลา รอดูพี่ ๆ ช่างปั้นและช่างวาดสาธิตวิธีทำชามตราไก่ให้ชม แถมยังเพนต์เซรามิกลวดลายของตัวเองได้ด้วยนะ 

ส่วนข้างกันมี Dhanabadee Outlet เซรามิกดีไซน์เก๋ร่วมสมัยที่ต่อยอดจากชามตราไก่ให้เลือกช้อป ตั้งแต่แจกัน จาน ถ้วย ที่รองแก้ว ของแต่งบ้านสวย ๆ เพียบ ที่พลาดไม่ได้คือชามไก่ เพราะที่นี่เขาคงลักษณะพิเศษชามไก่แบบต้นตำรับโบราณ ที่ลวดลายมีคอและลำตัวสีส้ม หางและขาสีดำ เดินบนหญ้าสีเขียว รอบ ๆ แซมด้วยดอกเบญจมาศสีชมพูอมม่วง ส่วนก้นชามด้านในมีดอกไม้และใบไม้เล็ก ๆ แต้ม และแน่นอนว่าวาดมือทุกใบ

ที่ตั้ง : 32 ถนนวัดจองคำ พระบาท ซอย 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1273 3344

Facebook : มิวเซียมธนบดี

02

บ้านม้าท่าน้ำ

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

เกือกม้าทำมือโดยช่างคนสุดท้ายในลำปาง

ม้าเคยเป็นพาหนะยอดนิยมของชาวลำปางมากว่าร้อยปี เมื่อความเจริญและถนนคอนกรีตเข้ามา ทำให้เท้าของม้าที่ชินกับทางดินได้รับบาดเจ็บ การสวมเกือกให้ม้าจึงเกิดขึ้น

แรก ๆ มีการนำเข้าเกือกม้าจากอังกฤษ ก่อนช่างฝีมือชาวบ้านจะคิดค้นและตกตะกอนผ่านภูมิปัญญาการทำค้อน ที่กว่าจะได้เกือกม้าแต่ละชิ้น ต้องลงแรงเผา ทุบ เคาะ เจาะ กันถึง 10 ขั้นตอนเลยทีเดียว เพราะต้องทำให้หนา แข็งแรง ทนทาน โค้งรับพอเหมาะกับรูปทรงเท้า สวมกระชับและดีต่อสุขภาพม้าเป็นสำคัญ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ปัจจุบันมีเพียง บั้ม-ว่าที่ร้อยเอกสุพจน์ ใจรวมกูล ที่ยังเป็นช่างตีเกือกม้าลากรถคนสุดท้ายของจังหวัดลำปาง เขาเปิด ‘บ้านม้าท่าน้ำ’ เป็นแหล่งเรียนเรียนรู้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนเลี้ยงม้า สารถี ศิลปะการฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง ให้เยี่ยมชมพร้อมเวิร์กช็อปวิชาการตีเกือกม้า และยังทำส่งขาย สำหรับผู้ที่ตั้งใจอยากมาเรียนจริงจังไปประกอบอาชีพ เขาก็ยินดีเผยแพร่องค์ความรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งหมดไม่ใช่แค่เพื่อรักษามรดกทางภูมิปัญญา แต่ตั้งใจจุดประกายการอนุรักษ์วิถีชีวิตท้องถิ่นต่อไปยังคนรุ่นใหม่

หากนั่งรถม้าแล้วชอบใจ อยากทดลองเป็นสารถีเอง หรือพูดคุยเรื่องการดูโฉลกม้าตามความเชื่อของคนเลี้ยงม้าสมัยโบราณก็แวะไปที่บ้านม้าท่าน้ำ

ที่ตั้ง : 210/1 ถนนป่าไม้ ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6658 6198

Facebook : เที่ยวลำปาง นั่งรถม้า กับ บ้านม้าท่าน้ำ Lampang Travel By Barn Ma Tha Nam

03

บ้านพระยาสุเรนทร์ บาย มาดามมูเซอร์

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ร้านอาหารในอดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก

ความเฟื่องฟูในยุคสัมปทานป่าไม้ ทำให้นครลำปางรุ่มรวยด้วยเฮือนโบราณ และการค้าขายกับหลากประเทศนำพาสถาปัตยกรรมตะวันตกให้เกิดขึ้นอย่างเสรี หนึ่งในนั้นคือ บ้านพระยาสุเรนทร์

ขอพาไปลิ้มรสสารพัดเมนูอาหารไทยชาววังและอาหารไทยต้นตำรับรสเลิศเคล้าประวัติศาสตร์และบรรยากาศ บ้านสไตล์โคโลเนียลที่มีหลังคาทรงปั้นหยา พร้อมมีมุขยื่นหกเหลี่ยมและระเบียงกว้างตามขนบนิยมสมัยสมัยนั้น 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อดีตจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางคนแรก มหาอำมาตย์ตรี พระยาสุเรนทรราชเสนา (เจิม จารุจินดา) แห่งนี้ ได้รับการชุบชีวิตราวกลับได้ย้อนไปเห็นบรรยากาศชีวิตแบบฝาหรั่งยุคสัมปทานป่าไม้ โดยชั้นล่างมีห้องรับรองแสนโก้หรูสไตล์วิกตอเรียน พร้อมค็อกเทลบาร์บรรยากาศแบบทรอปิคัล ชั้นสองเป็นห้องรับรองหกเหลี่ยมกึ่งห้องสมุดและแกลเลอรี่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ส่วนด้านนอกมีห้องอาหารกลาสเฮาส์ไว้ให้จิบชายามบ่าย ท่ามกลางสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ และอีกจุดไฮไลต์ โคมไฟสนามสมัย ค.ศ. 1903 จากเมืองผู้ดี

ไม่ว่าจะสั่งหมี่กะทิโบราณ ข้าวผัดน้ำพริกมะขามกุ้งย่าง แกงจืดลูกเงาะ แกงเผ็ดเป็ดย่างสูตรพิเศษ ก็อย่าลืมสั่ง ‘หลงเปิ้น หลงตั๋ว’ ชามอนซูนลิ้นจี่อู่หลงเติมความซาบซ่านจากรสมะนาวกับสะระแหน่มาดับกระหาย

ที่ตั้ง : 20 ถนนสุเรนทร์ ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันพุธ-วันจันทร์ เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 9111 4305

Facebook : Baan Phraya Suren by Madame Musur

04

หม่องโง่ยซิ่น

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี 

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี

อีกหนึ่งอาคารสง่างามในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้ ตั้งโดดเด่นใน ‘กาดกองต้า’ ถนนคนเดินริมแม่น้ำวัง อดีตเคยเป็นทำเลทองและได้ชื่อว่าเป็น ‘ตลาดจีน’ 

หม่องโง่ยซิ่น เป็นคาเฟ่เรือนแถว 5 คูหา อาคารขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 เดิมทีเป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของหม่องส่วยอัตถ์ เฮดแมนคนแรกในไทยของบอมเบย์เบอร์มาร์ บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกยุครัชกาลที่ 5 ผ่านลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว อาทิ ลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ และยังใช้ฝ้าดีบุกอัดลายแห่งเดียวในไทย ออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์

 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจตกต่ำ อาคารหลังงามกลายเป็นเพียงโกดังเก็บวัสดุก่อสร้าง ก่อนได้รับการปัดฝุ่นอย่างดี เก็บกลิ่นอายอดีตและซ่อมแซมให้สมบูณ์ที่สุด เพื่อเปิดต้อนรับผู้คนอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมแบ่งปันมุมเล็ก ๆ ให้แวะชมนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในที่แห่งนี้

ที่ตั้ง : ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลา : วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6728 6362

Facebook : Moungngwezin

05

Papacraft 

แบรนด์เครื่องหนังสุดคราฟต์ในแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่

คาเฟ่เรือนขนมปังขิงอายุ 113 ปี
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ลำปางเป็นเมืองสารพัดช่าง 

ถัดไปไม่ไกลจากหม่องโง่ยซิ่น มีแกลเลอรี่กึ่งคาเฟ่และร้านเครื่องประดับหนังแสนคราฟต์ ในบ้านไม้สองชั้นร่วมสมัย ที่เสิร์ฟสารพัดเมนูเครื่องดื่มร้อนเย็นเป็นอาหารปาก และเสิร์ฟความงามของมวล ‘บุปผากำลัย’ เป็นอาหารใจให้อุดหนุน

บุปผากำลัย เป็นชื่อที่ช่างหนังของแบรนด์ Papacraft ตั้งไว้เรียกเครื่องประดับของตัวเอง เขาหยิบยืมรูปทรงธรรมชาติจากพันธุ์พฤกษาและเทคนิคบาติก มาต่อยอดสร้างสรรค์กลายเป็นเทคนิคพิเศษ Papacrafture มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยลวดลายพลิ้วไหว และสร้างสารพัดเฉดให้กับวัสดุหนังฟอกฟาดจากโรงงาน ซึ่งฟอกด้วยวิธีธรรมชาติอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หากชอบลวดลายไม้ใบ ขอแนะนำ รุ่น Ginkgo ที่เกิดจากความหลงใหลในรูปทรงพัดของใบกิงโกะหรือแปะก๊วย ถ้าชอบแบบน่ารัก ให้หยิบ Beya ที่แปลงไอเดียจากดอกกระจิริดของพันธุ์ไม้ประเภทบีโกเนีย ถ้าชอบแบบร่วมสมัย Hearty จากใบโพธิ์ก็เข้าที หรือถ้าชอบสีสัน Bromy ที่นำต้นสับปะรดสีของแม่มาแปลงโฉม และ Woven Brass ผสานวัสดุทองเหลืองเป็นลวดลายคล้ายงานจักสานก็เข้าท่า และไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ไม่พอดี เพราะทุกชิ้นมีลวดอะลูมิเนียมซ่อนไว้ด้านในให้สวมง่าย ปรับตามขนาดข้อมือได้

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เครื่องประดับหนังของ Papacraft นอกจากพิถีพิถันทำมือทุกขึ้นตอนจนได้ดีไซน์ไม่ธรรมดา และไปอวดโฉมไกลถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลี แล้ว พวกเขายังตั้งใจพัฒนาให้บ้านขนาดอบอุ่นหลังนี้ เป็นพื้นที่สำหรับสนับสนุนผลงานของศิลปินและช่างฝีมือท้องถิ่น โดยในอนาคตวางแผนเปิดโรงเรียนการช่างเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงงานฝีมือด้วย

ที่ตั้ง : เลขที่ 268 ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 9.00 – 17.00 น. (หยุดเฉพาะวันพุธ)

โทรศัพท์ : 06 5507 3699 และ 08 4049 3246

Facebook : Papacraft

Instagram : papacraftfamily

06

Little lovely bookshop 

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์

ร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวของลำปางในคลินิกรักษาสัตว์
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

ไม่ต้องนึกแปลกใจ แม้คุณเป็นคนลำปางโดยกำเนิด ก็อาจไม่รู้ว่าบนชั้นสอง ‘คลินิกบ้านรักษาสัตว์’ ของ หมอมิ้น-นายสัตวแพทย์พงษ์ประสิทธิ์ พงษ์พิจิตร มีร้านหนังสืออิสระแห่งเดียวในจังหวัดแอบซ่อนตัวอยู่มานานกว่า 7 ปี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

หนังสือภายในร้านเน้นหมวดวรรณกรรมแปล วรรณกรรมไทย ปรัชญา ศาสนา ที่มีมากสุดเห็นจะเป็นนิทานภาพสำหรับเด็ก วรรณกรรมเยาวชน และผลงานของนักเขียนหน้าใหม่จากบรรดาสำนักพิมพ์น้อยใหญ่ คุณหมอมีเกณฑ์คัดเลือกหนังสืออยู่ 2 ข้อ แนวที่ตนเองชื่นชอบ กับต้องสร้างสรรค์และให้พลังบวกต่อสังคม

แม้ขนาดจะกะทัดรัด แต่ก็ยังแบ่งพื้นที่เป็นมุมโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งอ่านเพลิน ๆ หรือใช้เวลาเลือกหนังสือที่ใช่โดยไม่หวง วันดีคืนดี คุณหมอปิ๊งไอเดียสร้างความคึกคักให้กับร้าน เปลี่ยนเป็นพื้นที่กิจกรรมฉายหนังสารคดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองก็มีมาแล้ว 

ใครอยากไปอุดหนุน ‘ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก’ ของนักอ่าน ต้องจดวันดี ๆ เพราะให้บริการเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ เท่านั้น

ที่ตั้ง : 43/20 ถนนท่าคราวน้อย ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันพฤหัสบดี-เสาร์ เวลา 9.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 0 5431 1110

Facebook : Little lovely bookshop #ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่รัก

07

สถานีรถไฟนครลำปาง

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

อาคารสองชั้นสมัย ร.6 กลิ่นอายล้านนาผสมยุโรป

เป็นความคิดที่เยี่ยมยอด หากคุณจะเยือนลำปางสักครั้งด้วยรถไฟ พร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงเหลี่ยมย้อนยุค

ชวนเรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองรถม้าผ่านรถไฟในสถานีนครลำปาง ชมอาคารสองชั้นที่มีกลิ่นอายของล้านนาและยุโรปแบบบาวาเรียนคอตเทจ (Bavarian Cottage) ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

การมาของรถไฟครั้งนั้นมีผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการคมนาคมอย่างมาก บ้านเมืองเจริญขึ้นผิดหูผิดตา เห็นได้จากการออกแบบสถานีแห่งนี้โดย เอิรสท์ อัลท์มันน์ (Mr. Ernst Altmann) วิศวกรชาวเยอรมนี

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้หลังคาทรงปั้นหยาผสมจั่วซ้อนชั้นคล้ายหลังคาตามสถาปัตยกรรมล้านนา ที่ชั้นล่างมีช่องประตูระบบคานโค้ง (Arch) 4 ช่วง ขนาบด้วยหน้าต่างโค้งสองฝั่ง รูปแบบนีโอคลาสสิก (Neo-classic) ชั้นบนมีโครงสร้างไม้ทรงสี่เหลี่ยมเสริมไม้แนวทแยงเป็นระยะตามเทคนิคการก่อสร้างแบบเยอรมนี โดยราวระเบียงและช่องแสงเหนือประตูหน้าต่าง ประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายลายแจกันหรือหม้อปูรณฆฏะผสมลายเครือเถา ประดับช่อดอกไม้ม้วน เป็นศิลปะที่ละเอียด ประณีตแบบเดียวกับที่พบในวัดล้านนา ส่วนชานชาลามีโครงหลังคาเหล็กถักแบบ Truss แข็งแรง มั่นคงตรงข้ามกับสถาปัตยกรรมอาคารที่ดูอ่อนช้อย 

บริเวณหน้าสถานี ต้อนรับด้วยรถจักรไอน้ำ C-56 หมายเลข 728 ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาใช้งานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยญี่ปุ่นเลยนะ

อ้อ! ก่อนออกไปจากสถานี อย่าลืมรอทักทาย ‘ป้าดา’ รถจักรดีเซลไฟฟ้าดาเวนพอร์ท (Davenport) ขนาด 500 แรงม้า ที่เหลือใช้งานอยู่ไม่กี่คันในประเทศ ซึ่งอายุอานามก็ปาไป 69 ปีเข้าไปแล้ว ป้าดาจะมาทำหน้าที่สับเปลี่ยนขบวนรถไฟโดยสารทุกเช้าเย็น

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดตลอดเวลา

08

บ้านหลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

พื้นที่สาธารณะในคฤหาสน์หลุยส์อายุ 115 ปี

ปิดท้ายหลักฐานทางสถาปัตยกรรมที่เป็นผลพวงจากยุคสัมปทานไม้แสนรุ่งเรือง ด้วย ‘บ้านหลุยส์’ เรือนปั้นหยาสไตล์โคโลเนียลที่มีโถงมุขเจ็ดเหลี่ยมยื่นออกไปเป็นเอกลักษณ์

คฤหาสน์อายุกว่า 115 ปีที่ถูกทิ้งรกร้าง เคยเป็นบ้านของ หลุยส์ ที. เลียวโนเวนส์ นายห้างค้าไม้คนสำคัญชาวอังกฤษ ลูกชาย แอนนา เลียวโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนการคืนชีวิตให้บ้านหลุยส์ โดยเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองและองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เมื่อราว 4 ปีก่อน

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

การบูรณะเป็นไปอย่างระมัดระวัง ถูกวิธี ดูแลโดยกรมศิลป์ฯ และพยายามให้กลับไปเป็นแบบเดิมมากที่สุด เพื่อสะท้อนความละเอียดของช่างยุคเก่า โดยเฉพาะงานไม้โบราณที่เกี่ยวกันเป็นเส้นทแยงมุมแทนการชนทาบ รวมถึงการตีเกร็ดไม้และการเข้าไม้ที่ช่างน้อยคนจะทำได้ในปัจจุบัน ไปจนถึงการใช้สี ด้วยความโชคดีที่ตัวโครงสร้างบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ยังแข็งแรงจึงไม่น่ากังวล

‘บ้านหลุยส์’ กลายเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ในลำปาง หมุนเวียนจัดนิทรรศการ ตลาดนัด สถานที่จัดกิจกรรมเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนในชุมชนท่ามะโอ ซึ่งขณะนี้ซ่อมแซมแล้วเกือบ 100 ร้อยเปอร์เซ็นต์ และรอจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ของชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของนครลำปางต่อไป

ที่ตั้ง : ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือบน

โทรศัพท์ : 0 5422 7544

09

บุญบูรณ์ฟาร์ม

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่สร้างผลิตภัณฑ์จากนมแพะชั้นดี

บ้านแพะหนองแดง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ แหล่งเลี้ยงแพะขึ้นชื่อของเมืองรถม้า

ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร มีหนึ่งฟาร์มแพะชื่อน่ารัก ‘บุญบูรณ์ฟาร์ม’ ให้แวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์สารพัดคุณประโยชน์จากนมแพะพาสเจอไรซ์พร้อมดื่ม โยเกิร์ตนมแพะไม่ผสมน้ำตาล พุดดิ้งนมแพะมะพร้าวอ่อน เกษตรกรหนุ่มเจ้าของ วัต-ชญาน์วัต สว่างแจ้ง บอกว่าการทำฟาร์มของเขาสนุกตรงการแก้โจทย์ ว่าทำอย่างไรให้คนรักนมแพะ และลบภาพจำกลิ่นรสที่คนส่วนใหญ่มีต่อนมแพะเสียที ที่บุญบูรณ์ฟาร์มยังผลิตเครื่องสำอางประทินโฉม อย่างสบู่ สบู่เหลว ลิปบาล์ม และโลชั่น จากนมแพะให้เลือกสรรด้วยนะ 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย
10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

นอกจากนัดรับหรือไปที่ฟาร์มโดยตรง ยังมีบริการจัดส่งถึงบ้าน และเขายังออกบูทขายสินค้าตามตลาดอินทรีย์ทั่วลำปาง คนรักของคุณภาพดี เจอนมแพะแช่เย็นเจี๊ยบที่ไหน ต้องไม่พลาดลองชิม

และที่บุญบูรณ์ฟาร์ม ยังเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้การทำฟาร์มนมแพะขนาดเล็กครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงแปรรูป มีคอร์สเรียนและกิจกรรมให้เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มเล็กโดยมีค่าใช้จ่าย และต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

ที่ตั้ง : 120/5 ม.3 หมู่บ้านแพะหนองแดง ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9815 1804

Facebook : Boonboon farm – บุญบูรณ์ฟาร์ม

10

บ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

ไร่กาแฟออร์แกนิกบนดอยสูง 1,200 กิโลเมตร

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเขลางค์เป็นที่ราบ แต่ก็อยู่ระหว่างทิวเขาผีปันน้ำ ลำปางไม่โดดเด่นเรื่องดอยสูง แต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีมากพอให้ไปเยือน

มาขึ้นกระบะไต่ดอย เยือนไร่กาแฟอาราบิก้าที่หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน ศึกษาการปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกและแมคคาเดเมีย ที่ชักชวนคนทั้งหมู่บ้านมาปลูกพืชเศรษฐกิจสองชนิดนี้โดยดูแลธรรมชาติไปพร้อมกัน 

10 ของดีเล่าประวัติเมืองลำปาง มาครบทั้งไก่ แพะ ม้า สถาปัตย์ล้านนาจนถึงอาราบิก้าบนดอย

เดินทางมาถึงไร่ของ พี่ปาว เลาสาร กับ พี่ดาว-วิภารัตน์ แซ่จ๋าว แล้ว ขณะเดินตามพี่ ๆ ทั้งสองขึ้นไปยังแหล่งปลูกกว่า 20 ปีของพวกเขา กลิ่นดินและน้ำค้างปลายยอดหญ้าที่ลอยมาตามลมช่างพิเศษ ไม่นานจะพบกับต้นกาแฟที่อยู่ใต้ต้นแมคคาเดเมีย ทั้งคู่กระซิบเคล็ดลับว่าจะช่วยให้รสกาแฟมีความหอมมันเหมือนกับลูกแมคคาเดเมีย ก่อนเก็บกาแฟเชอร์รี่สีแดงสวยลงไปเต็มตะกร้า

จากนั้นขอตามพี่เปาและพี่ดาวไปดูกระบวนการผลิตกาแฟออร์แกนิก ตั้งแต่ล้างกะเทาะเปลือกไปทำปุ๋ย ตาก จนคั่ว จากที่มีแค่สองสามีภรรยา ตอนนี้พื้นหมู่บ้านกว่า 70 เปอร์เซ็นกลายเป็นไร่กาแฟออร์แกนิกจากเกือบทุกครัวเรือน ที่สำคัญ ธรรมชาติโดยรอบอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างน่าชื่นใจ 

ถ้าไม่รีบไปไหน จะแวะนอนโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตกลางขุนเขาสักคืนก็ดีนะ

ที่ตั้ง : หมู่บ้านป่าคาหรือบ้านแม่แจ๋ม ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง (แผนที่)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านแม่แจ๋ม

โทรศัพท์ : 08 0128 2528 (ผู้ช่วยแคท) และ 09 8802 2339 (พ่อหลวงสมบัติ)

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณากร, วันวิสข์ เนียมปาน, นภษร ศรีวิลาศ, นิภัทรา นาคสิงห์ และ สุทธิดา อุ่นจิต

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load