ในช่วงไม่นานมานี้ ถ้าใครได้ไถหน้าฟีดส์ Facebook อาจจะได้เห็นหนังสั้นตัวใหม่ในมู้ด Sci-fi ดูแปลกตาของธนาคารกสิกรไทย

เนื้อหาของหนังสั้นตัวนี้เป็นเรื่องของหนุ่มเนิร์ดนักพัฒนาโปรแกรมที่กำลังตกหลุมรักสาวแบงก์ซึ่งมาเป็นแบบให้กับโปรเจกต์ AI ที่ทีมของเขากำลังพัฒนาอยู่ และเปรียบเทียบตัวเองเป็นหมาไลก้าที่กำลังเห่ายานอะพอลโล 11

เมื่อดูจบเราก็สืบสาวราวเรื่องไปได้ว่าเป็นโปรเจกต์ที่เริ่มต้นมาจากการทาง KBTG หรือ Kasikorn Business – Technology Group อยากสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไอทีให้อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม จึงตั้งใจที่จะผลิตหนังสั้นเพื่อสื่อสารความเป็นองค์กรที่มีความทันสมัยและมีความคิดสร้างสรรค์ และเพื่อบอกว่า การทำงานกับธนาคารไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

สำหรับกระบวนการตีโจทย์และเบื้องหลังการทำงานที่น่าสนใจของโปรเจกต์นี้ เราได้นัดพูดคุยกับ บาสนัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับผู้อยู่เบื้องหลังหนังสั้นเรื่องนี้

เตรียมตัวปล่อยยาน คลิกดูหนังให้จบก่อน แล้วเรามาสนุกกับแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้กันดีกว่า

เธอกับKult – How Laika Meets Apollo

เมื่อการทำงานในโลกใหม่ นำพา "หมาอวกาศไลก้า" กับ "ยานอะพอลโล่ 11" มาเจอกัน "เธอ กับ Kult" หนังเรื่องใหม่ จากผู้กำกับร้อยล้าน “บาส นัฐวุฒิ”#โลกใหม่ #เป็นไปได้ #kasikorncareer#KBTGCareer http://goo.gl/HwQiey

Posted by KBTG Live on Rabu, 18 Julai 2018

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา

จุดประสงค์ของหนังคืออะไร

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น หนังเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อชักชวนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานกับทาง KBTG และให้เห็นว่าบริษัทเป็นองค์กรสมัยใหม่

เขาก็มองว่า ในอนาคต ทุกอย่างก็อยู่ในโลกโซเชียล ในออนไลน์ แล้วธนาคารก็กำลังปรับตัวไปทางด้านนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่มีความสามารถทางด้านการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรม วาง Strategy บางทีอาจจะไม่นึกถึงงานธนาคารเป็นอย่างแรก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วธนาคารต้องการพวกเขานะ ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำออกมาเพื่อรองรับความตั้งใจนั้น

อยากให้คนดูรู้สึกอะไร

เมื่อถามบาสว่า จากผลงานหนังชิ้นนี้ เขามีความตั้งใจให้คนที่ดูรู้สึกอะไร เขาก็บอกเราว่า อย่างแรกคือ อยากให้คนดูรู้สึกว่าองค์กรนี้เป็นสถานที่ที่น่ามาทำงานหรือร่วมงานด้วย

ไม่ว่าเป็นทางด้านความสัมพันธ์ของคน ตัวละครที่เราเห็น หรือแม้กระทั่งเรื่องง่ายๆ อย่างตัวออฟฟิศเอง ต้องถ่ายออกมาดูสวยงาม ดูไฮเทค โจทย์คือดูไฮเทคและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ต้องทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านั้นขึ้นให้ได้ นั่นคือจุดประสงค์ของหนังเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เป็น Sub-text อีกอย่างก็คือ อยากให้คนรู้สึกว่าจริงๆ แล้วการเรียนจบมาแล้ว มันก็คือการจบ Chapter เก่า ขึ้น Chapter ใหม่เป็นชีวิตการทำงาน เพราะฉะนั้น การเกิดอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่ แต่ถ้าเราผ่านมันมาได้มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดี ก็คือสิ่งเหล่านี้แหละ คือผู้คน เพื่อนร่วมงาน หรือแฟนในที่ทำงาน

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา , เธอกับKult

บรรยากาศ บุคคลแวดล้อม และความสัมพันธ์ ในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามถึงจุดเชื่อมโยงว่า หนังเรื่องนี้จะสามารถกลับไปเชื่อมโยงกับคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องในโลกไอทีได้อย่างไร บาสก็ได้อธิบายว่า ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องความรู้สึกหรือประสบการณ์ก็ยังมีจุดร่วมที่คล้ายกันอยู่

อาจจะต่างแค่ประเภทของงานในออฟฟิศนั้น แต่ว่าเรื่องคน ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เชื่อมโยงกันอยู่ เพราะ ตอนพัฒนาบท ต่อให้โลกในเรื่องมันคือโลกไอทีที่แบบที่เราไม่ค่อยรู้จักเลยก็ตาม แต่เราก็พยายามจะแบบนึกถึงตอนที่เราจบใหม่ๆ เราไปทำงานออฟฟิศช่วงแรก นึกถึงความตื่นเต้น นึกถึงความสนุกของการได้มีเพื่อนที่เราพูดเรื่องเดียวกัน แชร์ทุกอย่างกันได้

“เรานึกถึงความรู้สึกของการมีเด็กฝึกงานมาใหม่แล้วแบบ เชี่ย น้องน่ารักว่ะ เรานึกถึงการที่แบบเวลามีเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ เข้ามาแล้วเราแบบไปจีบเค้า บางทีเราเห็นเพื่อนเราจีบกัน มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้ชีวิตการทำงานมันมีสีสัน ก็เลยพอสามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์ตรงตัวเองได้แล้วเนี่ย มันก็เลยค่อนข้างง่ายในการพัฒนา

ทำไมถึงเป็นไลก้ากับอะพอลโล

บาสเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้วคอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้ก็คือหมาเห่าเครื่องบิน แต่พอเมื่ออยู่ในโลกของ AI ที่ต้องพูดถึงอะไรที่เป็นเรื่องของเทคโนโลยี เขาก็เลยคิดว่าแทนที่จะพูดว่าหมาเห่าเครื่องบินธรรมดา ก็ดันให้มีลูกเล่นและพิเศษขึ้นมากว่านั้นนิดหนึ่ง ซึ่งทางคนเขียนบทก็เสนอหมาไลก้าเห่ายานอวกาศขึ้นมาพอดี

นักแสดงออกมาเป็นคนเหล่านี้ได้ยังไง

เราสนใจเรื่องวิธีการหานักแสดงมาเล่นในหนังสั้นของบาสอยู่เสมอ ซึ่งในกรณีนี้ การเลือกเอานักแสดงหน้าใหม่ที่เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ ก็มีส่วนช่วยให้หนังออกมาอย่างที่มันควรจะเป็น

บางคาแรกเตอร์ก็มีในใจไว้อยู่แล้วว่าจะเอาใครมาเล่น อย่างพวกบรรดาแก๊งเพื่อน อย่างพี่เม้ง ก็เห็นเลยว่าชื่อเดียวกันกับคาแรกเตอร์เลย แต่ที่ยากน่าจะเป็นพระเอก นางเอก ตอนแรกเราก็ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนเท่าไหร่ คร่าวๆ แค่หนุ่มเนิร์ดกับสาวมนุษยสัมพันธ์ดี เพียงแต่เป็นการทำแคสที่เราต้องการต้นทุนจากนักแสดงเยอะเหมือนกัน

“หมายถึงว่าผมจะไม่บังคับให้เขาเล่นเป็นแบบไหนยังไง แค่บรีฟคร่าวๆ แล้วดูว่าเขาจะให้อะไรเรากลับมา แล้วน้องเฟรมกับน้องมินนี่ก็ใหม่ทั้งคู่ ซึ่งความใหม่ ความหน้าไม่ช้ำของเขานี่แหละ ทำให้หนังเรื่องนี้มันมีความเฟรชบางอย่าง ทั้งทางด้านการแสดงแล้วก็ลุคที่ออกมา

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา, เธอกับKult

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา, เธอกับKult

เมื่อเพลงมีส่วนช่วยให้อารมณ์ของหนังออกมาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

บาสบอกเราว่า ถ้าสังเกตหนังของเขา เกือบทุกเรื่องในช่วงหลังมานี้จะมีเพลงแปะมาด้วยอย่างน้อย 1 เพลง ซึ่งเพลงนี้แหละที่เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญซึ่งมาช่วยเติมเต็มให้ Mood and Tone ของหนัง และอารมณ์ของภาพในหัวของเขาให้ชัดขึ้นด้วย

มันเริ่มมาจากการที่บางครั้งเวลาเราคิดเรื่องหรือพล็อตขายลูกค้าไปแล้ว จะรู้ว่าเนื้อเรื่องประมาณนี้แหละ แต่ในฐานะผู้กำกับ ส่วนมากจะยังไม่เจออารมณ์ของหนัง เสียงของมันจริง ว่ามันควรจะต้องเป็นมู้ดแอนด์โทนแบบไหน เราจะเจอมันตอนฟังเพลง โดยจะชอบฟังเพลงใน Music Streaming และปล่อยให้มันรันไปเรื่อย ก็เลยได้ฟังเพลงแปลก

“ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้จักวงนี้เลย (วง Safeplanet) คือเคยฟังบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้จักขนาดนั้น แต่พอช่วงที่กำลังคิดเรื่องนี้ก็กลับมาฟัง ก็ได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นมา แค่เมโลดี้แรกขึ้นก็รู้สึกว่าเพลงนี้มันสำหรับหนัง มันมีความ Sci-fi มีความอ้างว้าง มีความโรแมนติก ตีความได้หลากหลาย ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ แล้วก็เลยรู้สึกว่านี่แหละนี่คือ Direction ของหนัง ความรู้สึกของหนังทั้งหมด

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา

ความต่างของการขายโปรดักต์ที่ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นแบรนด์เสียมากกว่า

บาสบอกเราว่า ความต่างของกระบวนการคิดงานชิ้นนี้คือ ปกติแล้วงานทั่วไปมักจะเป็นเชิงเน้นไปที่ตัวโปรดักต์มากกว่า แต่ด้วยสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอในหนังเรื่องนี้เป็นแนวคิดเรื่องการสร้างทุกอย่างให้เป็นโอกาส และความเชื่อที่ว่าทุกคนในองค์กรคือความเป็นได้ในการคิดค้น พัฒนา สร้างสรรค์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมกัน เพราะด้วยความที่เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เท่าไหร่ งานหนักก็คือทำยังไงให้เห็นภาพและออกมาน่าสนใจ

งานส่วนมากที่ทำโฆษณาในเชิงหนังสั้น เราต้องรู้ว่าสินค้าตัวนั้นขายอะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ต้องพูดเรื่องประโยชน์ของสินค้าในแง่ไหน แต่พอเป็นบริษัท IT ที่ทำงานเกี่ยวกับธนาคาร แล้วเราจะพูดมันยังไงให้มันน่าสนใจที่สุด กลายเป็นว่าสุดท้ายแล้วเราพูดเรื่องคน คนที่ทำงาน คนแบบ เราๆ ท่านๆ ที่เราพบเห็นทั่วไปในชีวิตการทำงานประจำวันนั่นแหละ

“เราจะทำยังไงให้ดึงคาแรกเตอร์และดึงเสน่ห์ของคนเหล่านั้นออกมาได้ ดึงความน่าสนใจในความสัมพันธ์ของคนในสถานที่ทำงาน แล้วทำให้การพูดเรื่องออฟฟิศไอทีมันสามารถเชื่อมโยงกับคนในทุกออฟฟิศได้จริง ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ยากแล้วก็ท้าทายดี

เมื่อคนแอนะล็อกต้องมากำกับหนังที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี

บาสยอมรับกับเราว่า ที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องมากำกับเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัด ก็เป็นความท้าทายแบบหนึ่งของการเป็นผู้กำกับที่ต้องมีการทำการบ้านและทำความเข้าใจเยอะพอสมควร

สิ่งที่เราต้องทำการบ้านมากขึ้นและหนักขึ้นจริงๆ คือ สิ่งที่เขาทำในหนัง เรื่องเทคโนโลยี ภาษาที่เขา ใช้ซึ่งมันจะต้องค่อนข้างเป๊ะมาก และจริงๆ ก็ได้ความช่วยเหลือจากลูกค้าเยอะมากครับ ลูกค้าจากองค์กร KBTG เข้ามาให้คำแนะนำเรื่องเทคโนโลยี เรื่องภาษาพูด เรื่องแอ็กชั่น หลายๆ อย่างจากตัวละครก็มาจากเขา

การที่ต้องเจอโจทย์ที่หลากหลาย และในบางครั้งก็ไม่ได้อินไปกับมันด้วย ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่บาสรู้สึกว่าเป็นความท้าทายในฐานะผู้กำกับที่ดี ที่จะต้องถ่ายทอดออกมาให้ได้ในแบบที่งานควรจะเป็นและดีที่สุด

ยิ่งเราทำงานโฆษณา บางทีโจทย์ที่เราได้รับมันไม่ใช่ตามใจเราทุกอย่าง โจทย์บางโจทย์ สินค้าบางประเภท เราอาจจะไม่ได้นึกถึงมันมาก่อน ไม่เคยสนใจมันมาก่อน แต่พอเราต้องรับผิดชอบมันในฐานะของคนเล่าเรื่อง เราก็ต้องทำความรู้จักสิ่งเหล่านั้น โลกที่ลูกค้าอยู่ สิ่งที่ลูกค้าต้องการจะบอก ซึ่งผมว่าอันนี้เป็นหน้าที่ที่สำคัญของผู้กำกับโฆษณา

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา

สิ่งที่สัมผัสได้จากการร่วมงานกับ KBTG  Kasikorn Business – Technology Group

ไม่ใช่ทุกครั้งที่การทำงานกับแบรนด์จะราบรื่น ยิ่งกับลูกค้าที่ไม่ค่อยเข้าใจขั้นตอนในการทำหนังและสนใจแค่เพียงผลลัพธ์ แต่กับการร่วมงานกับ KBTG ไม่เป็นอย่างนั้น

กับองค์กร KBTG พอเราเข้าไปรีเสิร์ชข้อมูล ได้รู้จักกับลูกค้าจริงๆ ก็รู้สึกว่าเขาก็เหมือนพวกเรา เหมือนคนทำงาน Production House ที่มีความชอบในหนัง เขาก็มีแพสชันในโลกของเขา ในสิ่งที่เขาทำมาก เหมือนกัน อย่างวันถ่ายก็มีลูกค้าคอยบอกเราว่าอะไรใช่ ไม่ใช่ ทั้ง ที่ไม่จำเป็น แต่เขาก็อยู่กับเราจนเช้า เขามาช่วยเราจัดพร็อพ ช่วยเราเขียนไดอะล็อกที่ใช้พูด

“ซึ่งพอเราสัมผัสได้ถึงแพสชันของเขา ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันมีความยิ่งใหญ่มากเหมือนกัน แล้วเราต้องพยายามทำยังไงก็ได้ที่จะผลักดันความคาดหวังของเขาให้ออกมาดีที่สุด มันเลยการเป็นการส่งพลังงานการทำงานทางบวกซึ่งกันและกัน ก็เป็นสิ่งที่พยายามสื่อสารสิ่งนี้ลงไปในหนังด้วย” บาสพูดสรุป

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, หนังสั้น, ผู้กำกับ, ธนาคารกสิกรไทย, Kbank, หนังโฆษณา

สนใจเป็นเพื่อน / ร่วมงานกับกสิกรไทยได้ที่

Writer

ณิชากร เอื้อสุนทรวัฒนา

อดีตนักเรียนโฆษณาที่มาเอาดีทางด้านอาหาร แต่หลงใหลการสัมภาษณ์และงานเขียน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์ Focus Working ฟังให้ได้บรรยากาศห้องทำงานในฝัน 

เจ้าของเพลย์ลิสต์อย่างพฤกษา อาสาพาเราย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน ในตอนที่พวกเขาริเริ่มโปรเจกต์ Tomorrow. Reimagined. ภายใต้แนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ด้วยความเชื่อที่ว่า บ้านคือการลงทุนทั้งชีวิต ซึ่งทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ดังนั้น จึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วันนี้ถึงจนถึงอนาคตข้างหน้า พร้อมตั้งใจที่อยากให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขกายที่ดี และสุขภาพใจที่ดี

ประกอบไปด้วย 3 เรื่องสำคัญคือ Health and Wellness บ้านไม่ใช่แค่ที่ปลอดภัย แต่ควรเป็นบ้านที่ส่งเสริมให้สุขภาพดียิ่งขึ้น, Lifestyle Disruption บ้านที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่แตกต่างกันของคนทุกช่วงวัย และ Sustainability การสร้างชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุด

ความจริง แนวคิดข้างต้นของพฤกษาก็ปรากฏอยู่ในคอลัมน์หมู่บ้านของ The Cloud ไปแล้ว แต่คราวนี้พฤกษาไม่ได้มาเพื่อพูดถึงเรื่องนั้น

ผ่านไป 1 ปี พวกเขายังคงพัฒนาต่อยอดแนวคิดดังกล่าว 

เรากำลังจะเล่าถึงแคมเปญล่าสุดอย่าง Unlock Your Future Living ที่จะช่วยดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อทุกชีวิตในบ้านอย่างแท้จริง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Generation Why?

ทุกคนรู้ไหมว่า ‘บ้าน’ ทำให้สุขภาพกายและใจของเราดีขึ้นได้

อาจจะเป็นคำถามที่เราไม่เคยคิดมาก่อน แต่จริง ๆ แล้วบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดีได้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสุขภาพกายให้ดีโดยใช้ทุกพื้นที่ของบ้านในการออกกำลังกาย การเลือกบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีสารพิษ หรือการสร้างสุขภาพใจที่เราสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้าน เพื่อเติมใจให้ฟูในช่วงเวลาที่อยู่บ้านได้

ความต้องการของพฤกษา คือการทำบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้นในทุก ๆ วันที่ใช้ชีวิต

แม้แคมเปญที่ผ่านมา พวกเขาจะสื่อสารเพื่อคนทุกช่วงวัยเป็นหลัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นกำลังหลักในการเลือกซื้อบ้าน คือกลุ่มคน Gen Y โดยส่วนมากยังไม่มีลูก คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มาอาศัยอยู่ด้วย และอายุก็ยังไม่มากนัก สิ่งที่ควรดูแลเป็นอย่างมากจึงหนีไม่พ้นตัวเอง

พวกเขาตีความว่า บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี แต่จิตใจอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่ากายนัก จากปัจจัยภายนอกที่เผชิญมาตลอดวัน

พฤกษาอยากให้คุณกลับบ้านมาแล้วเหมือนได้ชาร์จแบต เพราะการมีสุขภาพที่ดีขึ้นของคนกลุ่มนี้ คือการออกไปทำตามฝัน ทำในสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ แม้ในวันพรุ่งนี้จะต้องออกไปลุยและอาจจะต้องเจอกับเรื่องเดิม ๆ อีกก็ตาม รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากับโลกของเราในช่วง 2 – 3 ปีนี้ คนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้บ้านต้องมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการใช้ชีวิตอยู่เสมอ

แคมเปญนี้จึงแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือการดูแลสุขภาพกายและดูแลสุขภาพใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือจะสื่อสารเรื่องพวกนี้ให้คนวัยทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ไม่ได้สนใจตัวเองเท่าไรได้ยังไง

ถ้าเป็นเราก็คงนิ่งคิดไปนาน แต่พฤกษาส่งน้องฟิวเจอร์กลับมาเป็นคำตอบ เรียกน้องว่า Virtual Life Inspirer แบรนด์พรีเซนเตอร์ AI คนแรกของพวกเขา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังว่า พฤกษาออกแบบบ้านยังไง ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ว่าต้องคำนึงถึงอะไรถ้าต้องเลือกซื้อบ้าน และคุณเลือกได้เพื่ออนาคตของคุณเอง

ในขณะที่หลายแบรนด์เลือกใช้ดารานักแสดงเป็นพรีเซนเตอร์ ความสงสัยถัดมาจึงหนีไม่พ้นว่าอะไรทำให้พฤกษาเลือกใช้ AI ชื่อฟิวเจอร์เป็นทางออก 

คำตอบคือ จากที่ได้ศึกษา Consumer Insight ของกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่เป็น Digital Natives ดังนั้น การใช้ Virtual Inspirer จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่เข้าถึงใจของกลุ่ม Gen Y ได้มากขึ้น รวมไปถึงช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กลุ่มคน Gen Y ที่มีความคิด ความสนใจหลากหลายได้อย่างเท่าเทียม

การตามหาพรีเซนเตอร์หน้าตาดีเพื่อดึงดูดลูกค้าจึงไม่ใช่สิ่งที่พฤกษาคาดหวัง พวกเขากำลังหาคนคนหนึ่งหรือสิ่งสิ่งหนึ่งที่มาช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีความ Individual แตกต่างกันได้

แม้แต่งานแถลงข่าว พฤกษายังแถลงบน Metaverse ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยการเป็น Avatar แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสนใจกับโลกแห่งอนาคตมากแค่ไหน 

โดยลักษณะนิสัยของฟิวเจอร์เป็นคนจริงใจ เฟรนด์ลี่ สดใส เข้าถึงง่าย คอยห่วงใยผู้อื่นเสมอ อีกทั้งฉลาด รอบรู้ทั้งเทรนด์ปัจจุบันและอนาคต เสมือนเพื่อนผู้เป็นโค้ชที่มาพร้อมคำแนะนำดี ๆ ซึ่งต่อให้แบรนด์ไม่เฉลย เราก็รับรู้ได้เองว่านั่นสะท้อนจาก Brand Personality ของพฤกษาเป็นแน่

นอกจากฟิวเจอร์จะพาทุกคนเยี่ยมชมโครงการของพฤกษาได้แล้ว ยังมีโปรแกรมออกกำลังกายสนุก ๆ เปลี่ยนบ้านให้เป็น Sport Lifestyle Studio for Tomorrow ปลดล็อกสุขภาพกายของลูกบ้านอีกด้วย 

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

เพลง Old Fashioned ของ Bruno Major ดังคลอขึ้นมา ชวนให้อยากรู้ว่าใครกันนะที่คัดเลือกเพลงเหล่านี้ได้อย่างเหมาะเจาะ และพวกเขามีวิธีการทำงานให้เสียงเพลงส่งผลกับสุขภาพจิตใจอย่างไรกันแน่

People – Pet – Plant

เพลย์ลิสต์ส่งเสริมสุขภาพใจของพฤกษาแบ่งออกเป็น 3 หมวดที่ออกแบบสำหรับทุกชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ มีทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ ได้แก่ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย, Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ, Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ

เพราะพฤกษาเชื่อว่า การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต ไม่ได้หมายถึงแค่เฉพาะคนเท่านั้น แต่รวมถึงการใส่ใจรายละเอียดที่จะสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ผ่อนคลาย และสร้างเสริมความสุขสำหรับทุก ๆ ชีวิตในบ้านด้วยเช่นกัน 

เรื่องที่สนุกที่สุด คือขั้นตอนของการค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ Gen Y สนใจ เพราะพวกเขาให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้ามาก

หนึ่ง พฤกษาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจในทุก ๆ รายละเอียดการใช้ชีวิตของลูกค้า จึงมีการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจคนกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้ง 

สอง พวกเขาใช้ Big Data ที่มีมากพอสมควร จาก Customer Journey จากความเข้าใจลูกค้า จากทุกจุด Touch Point ตั้งแต่เริ่มเสิร์ชหาบ้าน ลงทะเบียน มาคุยกับเซลส์ ไปเยี่ยมชมโครงการ จนถึงวันที่เข้าไปอยู่จริง

เมื่อได้ชุดข้อมูลมหึมา คำถามแรกที่แบรนด์ตั้งคือ จะพูดเรื่องอะไรให้ Gen Y รู้สึกมีส่วนร่วม 

พฤกษาพบว่าคนส่วนใหญ่สนใจ Entertainment ทั้งเพลง หนัง ละคร ไปจนถึงยูทูบเบอร์ ตามมาด้วยกลุ่มของคนรักสัตว์ที่เห็นได้เกือบทุกหลังในโครงการ จะมีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยใหญ่ และกลุ่มคนรักต้นไม้ที่มีการเติบโตชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเสียงเพลงคือสิ่งที่จะยึดโยงทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน

แต่พฤกษาจะทำทุกอย่างให้ตอบโจทย์ทุกคนได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาถนัดสร้างบ้าน

การร่วมมือกันระหว่างบ้าน จิตแพทย์ นักดนตรีบำบัด โรงพยาบาล และสัตวแพทย์จึงเกิดขึ้น 

ส่วนเพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Dream Team

จุดยืนของพฤกษาชัดเจน คือไม่อยากทำเพลย์ลิสต์ให้เป็นแค่ Marketing Gimmick แต่ต้องเข้าใจลูกค้าจริง ๆ ดีจริง ได้ผลจริง แคมเปญนี้จึงจำเป็นต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องนี้จริง ๆ และมีงานวิจัยที่รับรองจริง ๆ ด้วย

สมาชิกคนแรกในทีมอเวนเจอร์คือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สุขภาพใจและนักดนตรีบำบัด โรงพยาบาลวิมุต หมอประจำบ้านของพฤกษา รับดูแลหมวด People ที่ต้องทำงานร่วมกันในการศึกษาและพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อทำความเข้าใจเป็นรายบุคคล เพราะดนตรีที่จะบำบัดได้ดีไม่ได้เกิดจากนักดนตรีบำบัดเป็นคนเลือกอย่างเดียว แต่ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการเลือกด้วย  

ถือเป็นการ synergy ของพฤกษาและรพ.วิมุต ต่อยอดมาจากการที่ทางทีมผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.วิมุตช่วยออกแบบฟังก์ชั่น ทั้งภายในบ้านและส่วนกลาง ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านได้อย่างครอบคลุม เพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน พฤกษาจึงใส่ใจออกแบบบ้านให้เหมาะกับกิจกรรมที่หลากหลายของแต่ละคน มีการออกแบบพิเศษให้ตอบโจทย์กิจกรรมที่แตกต่างกันตามความชอบ ทั้งการทำ Flexible Space บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ, Ventilation System แค่ได้นั่งพักผ่อน สูดอากาศดี ๆ ในมุมโปรดของบ้านก็หายเหนื่อย, ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่พักใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนถึงบริการ Pruksa x Vimut ที่ให้ลูกบ้านรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ทุกเมื่อ  

จากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความกดดันที่มีมากขึ้น สุขภาพใจที่หลายคนมักมองข้าม กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ

คราวนี้ คุณหมอเข้ามาช่วยในเรื่องของทฤษฎีดนตรีบำบัดว่าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง เพลงแนว Breathing List ที่มีจังหวะสม่ำเสมอ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และ สอง Energy List มีเนื้อเพลงและจังหวะเร้าใจ เพิ่มความแอคทีฟเติมพลังให้กับชีวิต ทางการแพทย์ก็ใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือรักษาโรคอยู่แล้ว เนื่องจากมันทำให้อารมณ์ดีและเข้าใจตัวเอง

ซึ่งในหมวดนี้มีถึง 4 เพลย์ลิสต์ด้วยกัน แบ่งตามกลุ่มกิจกรรมในบ้าน ได้แก่ Fine Cooking เพลงดีทำอะไรก็อร่อย, Family Gathering สร้างความสุขทุกช่วงเวลา, Focus working เพลงดี…ไอเดียเกิด และ Hard Workout ได้ทั้งฟีล ได้ทั้งเหงื่อ สามารถเลือกฟังเพลงที่เหมาะกับอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลาของตนเองได้ตามความต้องการ 

สมาชิกคนต่อมาของทีม คือ น.สพ.ภพปภัค หุ่นโพธิ์ สัตวแพทย์โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รับดูแลในหมวด Pet ที่ทางพฤกษาเองก็ต้องลงไปนั่งคุยและศึกษาอย่างจริงจัง พบว่า สุนัขที่ป่วยก็มีวิธีบำบัดด้วยการเปิดเพลงแนวคลาสสิกให้ฟังเช่นกัน พร้อมข้อแนะนำอีกหลายอย่างจากผลวิจัยและการทดลองใช้จริง รวมถึงข้อเสนอแนะว่าจะสร้างบ้านให้มีพื้นที่เพียงพอต่อสัตว์เลี้ยงได้ยังไง มากไปกว่านั้น คือเพลงแบบไหนกันที่เด็ก ๆ ฟังแล้วจะอารมณ์ดี

รูปแบบเพลงที่เหมาะสมที่สุดที่จะลดความกังวลในสุนัขจะเป็นดนตรีที่มีจังหวะแผ่วเบา นุ่มนวล สบาย ๆ อย่างเสียงเปียโนช้า ๆ ที่มีบีท 50 – 70 ต่อนาที รองลงมาจะเป็นดนตรีคลาสสิก หรือเป็น canine lullabies เพลงเด็กทำนองช้า ๆ ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกผ่อนคลาย 

จนได้เป็นเพลย์ลิสต์ Happy Pets อารมณ์ก็ดี เลี้ยงก็ง่าย ที่ถ้าเปิดให้ฟัง แล้วลองค่อย ๆ ลูบเขาไปด้วย เขาจะสร้างความจดจำว่านี่คือเสียงเพลงแห่งความสุข เมื่อต้องเดินทางไปเที่ยวไกล ๆ ถ้าเขาได้ยินเพลงเพลงนี้ เขาจะจำได้ และรู้สึกเหมือนอยู่กับเจ้าของ ไม่ได้โดนทิ้ง

เพราะยามที่คุณเหงา เศร้า หรือไม่สบายใจ น้อง ๆ ก็จะเป็นคนฮีลใจและสร้างความสุขให้ พฤกษาจึงอยากให้พวกเขามีความสุขไปด้วยกันกับคุณ 

คนรักสัตว์แบบเราถึงกับต้องเก็บเพลย์ลิสต์เข้ากรุ ก่อนเขยิบมาหมวด Plant ที่พฤกษาเองได้นำผลวิจัยมาใช้ในการออกแบบค่อนข้างมาก บวกกับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้อย่าง บ้านและสวน มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ด้วย ช่วยให้บ้าน เสียงดนตรี และพื้นที่สีเขียวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

ซึ่งนอกจากการให้ความร่มรื่นและช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับทุกคนที่อยู่อาศัยแล้ว ต้นไม้ยังสามารถส่งต่อพลังบวก บำบัด และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในบ้านได้ด้วย แต่การที่ต้นไม้จะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเอาใจใส่ของเราเช่นกัน  

ถ้าได้ลองเปิดเพลงในเพลย์ลิสต์ Growing Plants โตง่าย ก็เพลงมันเพราะ ให้ฟังก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมีทั้งเพลงช้าบรรเลงให้ความรู้้สึกถึงฟ้ายามเช้าที่แดดค่อย ๆ ออก จนถึงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เหมาะแก่การรดน้ำต้นไม้เป็นที่สุด เชื่อว่าพวกต้นไม้เองก็คงรู้สึกสดชื่นไม่ต่างกัน

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ คือคนสุดท้ายในทีม นักร้องที่ผันตัวเองมาเป็นนักจิตวิทยา ซึ่งนอกจากเขาจะเชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพจิตใจแล้ว เขื่อนยังมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองและปลูกต้นไม้จำนวนมาก

เมื่อรวมตัวกันครบทีม ต่อให้กัปตันพฤกษาไม่ได้พูดปลุกใจว่า Avengers Assemble เหมือนในภาพยนตร์ แต่เราเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ที่ตอบโจทย์ลูกบ้านอย่างเต็มกำลังแน่นอน

เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living
เพิ่มพลังบวกให้บ้านด้วย 6 Playlist จากพฤกษา ในแคมเปญ Unlock Your Future Living

Co-working Space

หากจะถามว่าพฤกษารู้ได้อย่างไรว่าเพลงไหนเหมาะสมที่สุดก็คงเป็นคำถามที่ยากเกินไป เพราะคำว่าดีที่สุดของพฤกษา ไม่มีจุดสิ้นสุด

พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกับคุณหมอหลายชั่วโมง เพื่อทำความเข้าใจ คัดเพลง ส่งลิสต์กลับไปกลับมา แล้วก็ประชุมกับคุณหมออีกรอบว่าจัดเพลงยังไง

อย่างที่บอก พวกเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแค่เพลย์ลิสต์ ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว แต่ต้องทำทุก ๆ อย่างประกอบกัน ใส่ใจทุกรายละเอียด และทำอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงเป็นการทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเหมือนกันว่าอะไรคือความหมายของ ‘การใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต’ 

เพราะการสร้างบ้านหลังหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนคนเดียว สถาปนิกของพฤกษาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลี้ยง ทีมออกแบบบ้านต้องทำตามหลักที่เอื้อเรื่องสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี มาร์เก็ตติ้งทุกคนต้องสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ พาร์ตเนอร์ทั้งหลายก็จะเข้ามาช่วยให้แคมเปญนี้ดียิ่งขึ้น

สัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อก็ไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องดนตรีบำบัดสัตว์เลี้ยงเพียงอย่างเดียว ลูกบ้านพฤกษาจะได้รับสิทธิพิเศษที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วย เพราะโจทย์ที่พวกเขาให้ คือลูกบ้านพฤกษามีน้องหมาก็เหมือนมีลูกคน อีกทั้งน้อง ๆ พวกนี้ยังอาศัยอยู่ที่บ้านมากกว่าพวกมนุษย์เสียอีก จะปล่อยให้อยู่อย่างไม่มีความสุขได้ยังไง แม้แต่โรงพยาบาลวิมุต ก็นำเพลย์ลิสต์หมวด People ไปเปิดใช้จริงด้วยเช่นกัน

ตามเจตจำนงของพวกเขาที่อยากบอกว่า จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดของการมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ก็คือบ้านของทุกคนนั่นเอง

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน
Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

Happy Ending

แน่นอนว่าแคมเปญนี้เกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกและชีวิตคนโดยตรง การวัดผลว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนจึงเป็นไปได้ยาก แต่เราก็หวังใจว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเขาจะชื่นชอบ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่ยืนยันได้ว่าพฤกษาพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจลูกค้า และมองทุกมุมโดยละเอียด

เพื่อให้คน Gen Y เข้าใจบ้านที่พวกเขาออกแบบมากยิ่งขึ้นในวันหน้า ในทางกลับกัน พวกเขาก็จะได้ออกแบบบ้านที่เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นต่อเนื่องไปด้วย

ยกตัวอย่างว่า บางคนอายุ 30 กำลังเพิ่งแต่งงาน 10 ปีผ่านไป เขาก็จะอายุ 40 อาจจะมีลูกสักอายุ 2 – 3 ขวบ ผ่านไปอีก 10 ปี เขาจะเริ่มแตะวัย Senior Aging ลูกเขาจะเริ่มเป็นวัยรุ่น และถ้ามีคุณตาคุณยายมาอยู่ด้วย ก็เป็นคนอายุประมาณสัก 80 แล้ว

Future Living ของพฤกษาคือการคิดถึงอนาคตนั้น ไม่ต้องไกลก็ได้ มองใกล้ ๆ ว่าตรงนี้ยังเป็นห้องเก็บของ อยากจะเปลี่ยนเป็นสตูดิโอพรุ่งนี้หรือเดือนหน้าได้เลย วันนี้สนใจปั่นจักรยาน วันต่อไปอยากเล่นโยคะ บ้านนี้ก็จะมีพื้นที่ที่ดีไซน์ให้ทั้งหมดเกิดขึ้นได้

หลังผ่านระยะเวลาหลายเดือน เพลย์ลิสต์ทั้ง 6 ก็ส่งออกสู่ลูกบ้านและคนทั่วไปได้ฟังกัน ขวัญใจคนทำงานอย่างเราคงหนีไม่พ้น Focus Working ที่เล่นเพลง Stiches ของ Shawn Mendes อยู่ตอนนี้

ก่อนจากกัน อยากให้เฝ้าติดตามสเต็ปต่อไปภายใต้แนวคิดอันยิ่งใหญ่ที่มีคำว่า ทั้งชีวิต เป็นคำมั่นสัญญา

เพราะพฤกษาไม่ได้ใส่ใจแค่ลูกบ้าน แต่รวมถึงสัตว์เลี้ยง ต้นไม้ ทุก ๆ ชีวิตในบ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และยังคงตั้งมั่นที่จะทำให้บ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี ทั้งในวันนี้และในอนาคตต่อไป แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะพึงพอใจแล้วก็ตาม

ว่าแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ยามสาย แล้วแวะมาลูบหัวเพื่อนรักสี่ขาที่นอนมองตาละห้อยสักหน่อยดีกว่า 

Unlock Your Future Living : แคมเปญเปลี่ยนบ้านของคน Gen Y ให้เป็นพลังบวก ด้วย 6 Playlist สไตล์จากพฤกษา เพื่อคน สัตว์ ต้นไม้ และทุกชีวิตในบ้าน

นอกจากจะมีเสียงดนตรีที่ช่วยในการสร้างพลังบวก สำคัญคือ บ้านของพฤกษาจะต้องเป็น “บ้านที่จะช่วยสร้างสุขภาพใจที่ดี” พวกเขาจึงใส่ใจออกแบบ Pruksa Living Solution ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ของการอยู่อาศัย เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน ทุกชีวิต มีความสุข และให้บ้านเป็นสถานที่พักกายพักใจ ช่วยให้คุณปลดล็อกสุขภาพกายและใจให้ฟื้นฟูเพราะบ้านที่มาพร้อมกับ Pruksa Living solution จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น 

สัมผัสประสบการณ์ Unlock Your Future Living เพิ่มเติมได้ที่ https://www.pruksa.com/inspiring-story/unlockyourfutureliving-music

ข้อมูลอ้างอิงงานวิจัย
  • Giordano F, Scarlata E, Baroni M, et al. Receptive music therapy to reduce stress and improve wellbeing in Italian clinical staff involved in COVID-19 pandemic: A preliminary study. Arts Psychother 2020;70: 101688.
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977
  • www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7671032/
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1558787811001845
  • www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0031938416306977

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load