“พอได้ยินคำว่าผ้าไหม เรานึกไม่ออกว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไง”

 ‘ใส่ยาก เหมาะกับงานทางการ ดูสูงวัย’ ภาพจำของผ้าไหมทำให้ ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์ ไม่คิดจะหยิบผ้าไหมมาแต่งองค์ทรงเครื่อง จนกระทั่ง 5 ปีก่อน มีคนแนะนำให้เธอรู้จักกับผ้าไหมไทยจากอำเภอปักธงชัย นับแต่นั้นออมก็ก่อร่างสร้างแบรนด์ละออ (La Orr) แบรนด์เครื่องประดับจากผ้าไหมไทย ที่เธออาสาเปลี่ยนภาพจำของผ้าไหมด้วยการผสานงานออกแบบเข้ากับภูมิปัญญาไทย จนคว้ารางวัลชนะเลิศ GIT’s World Jewelry Design Awards 2018 รางวัล DEmark (Design Excellence Award) ในประเทศไทย และรางวัล G-Mark (Good Design Award) ปี 2016 จากประเทศญี่ปุ่น 

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

ถ้าอยากรู้ว่าเธอเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง และเปลี่ยนภาพจำของผ้าไหมจนได้รับการยอมรับได้อย่างไร มาฟังกัน 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามแรกพบ

ออมเรียนจบสาขาออกแบบเครื่องประดับ และทำงานประจำเป็นนักออกแบบ เธอฝันอยากมีแบรนด์ของตัวเอง แต่ยังลังเลว่าจะหยิบภูมิปัญญาไทยด้านไหนมาชูให้เด่น เพราะเธอสนใจงานคราฟต์ไทยทุกประเภท ทั้งจักสาน เซรามิก เบญจรงค์ ย่านลิเภา ถ้าจะเหมามาใช้ทำแบรนด์ทั้งหมด เกรงว่าคาแรกเตอร์ของแบรนด์จะไม่ชัดเจน จนกระทั่งร้านผ้าไหมสุรีพรแนะให้เธอเอาผ้าไหมไทยจากอำเภอปักธงชัยไปทำเครื่องประดับ แวบแรกเธอบอกเราว่า นึกไม่ออกว่าจะเอาผ้าไหมไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนผ่านเครื่องประดับได้อย่างไร แต่พอได้เห็นผ้าไหมผืนสวย เธอกลับเปลี่ยนความคิดและมองว่าผ้าไหมมีคาแรกเตอร์ชัดเจนมาก ทั้งสีสัน ความเงา และเทกซเจอร์ วันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นความงามของแบรนด์ละออ

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

“เราเคยเป็นดีไซเนอร์มาก่อน หลังเลิกงานเราจะมานั่งทดลอง ระหว่างนั้นเราค้นตัวเองไปด้วยว่าคาแรกเตอร์เราเป็นยังไง ขณะเดียวกันก็ศึกษาวัสดุที่เราเลือก ความงามอยู่ตรงไหน เสน่ห์อยู่ตรงไหน จุดเด่นของภูมิปัญญาอยู่ตรงไหน เราใช้เวลาสามสี่ปีในการสร้างละออ เราเลยพูดได้เต็มปากว่าเป็นงานของเรามาจากมือและสมองของเราร้อยเปอร์เซ็นต์”

ความงามที่ปลายผ้า

แบรนด์ของเธอเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างออมและแม่ช่างทออำเภอปักธงชัย ด้วยเธอเรียนจบสาขาเครื่องประดับ เลยมีวิชาขึ้นตัวเรือนโลหะติดตัวมาด้วย ละออเลยเป็นแบรนด์ที่จับสีสันของผ้าไหมมาประดับแทนอัญมณี

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

“เราทดลองหาจุดเด่นของผ้าไหมว่ามีความแตกต่างจากผ้าแบบอื่นยังไง จนมาเจอความเหลือบที่คนไม่ค่อยชอบ ความจริงมันเกิดจากการทอของเส้นพุ่งกับเส้นยืนต่างสีกัน เวลาเอามาใช้งานเราจะใช้ผ้าไหมทอสองสี เพื่อเผยภูมิปัญญาของผ้าไหมผ่านความงามที่ปลายผ้า ถ้าปลายผ้าเป็นสีม่วงและสีเขียว แสดงว่าเกิดจากเส้นพุ่งสีเขียว เส้นยืนสีม่วง 

“คู่สีมาจากแม่ช่างทอ เราไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนอะไรเขาเลย เพราะเราอยากได้ความดั้งเดิมและรสนิยมทางศิลปะของเขา ส่วนเราเอาการออกแบบเข้าไปช่วยจัดการกับความเหลือบที่คนมองว่าใช้ยาก ให้ใส่ได้จริงในปัจจุบัน”

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ไม่เพียงแค่สีเหลือบวิบวับ ออมยังเหมาผ้าสีฉูดฉาดค้างสต๊อกมาใช้แทบทั้งหมด เพราะเธอมองว่าเป็น ‘ความกล้า’ ของแม่ช่างทอ เพราะพวกเขามองแล้วว่าจับคู่สีแบบนั้น จับคู่สีแบบนี้ ต้องออกมาสวย บวกกับความยากในการทอแต่ละผืน ไม่ง่าย! คล้ายว่าเป็นงานศิลปะของช่างทอด้วยส่วนหนึ่ง เป็นงานศิลปะของเธอด้วยส่วนหนึ่ง แถมออมมองว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ไม่จำเป็นต้องไปเริ่มพัฒนาสินค้าเพื่อให้ช่างทอขายได้ในตลาด แต่เธอเข้าไปรักษาความออริจินัลของภูมิปัญญาและดึงออกมาเป็นจุดเด่นของแบรนด์ เพื่อให้คนทั่วไปใส่ผ้าไหมได้จริงในชีวิตประจำวันและเป็นปัจจุบัน 

ความงามของนักสู้

ช่วงแรกของการทำแบรนด์เธอมีท้อบ้าง เพราะนึกไม่ออกว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นแบรนด์ได้จริงหรือเปล่า ความเป็นตัวตนของเธอคนจะยอมรับมากน้อยแค่ไหน เครื่องประดับจากผ้าไหมคนจะเข้าใจและเปิดใจยอมรับหรือเปล่า

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

“เราลองสู้อีกครั้ง จากตอนแรกเราใส่ความเป็นตัวเราลงไปร้อยเปอร์เซนต์ เราเปลี่ยนมาเริ่มจากชิ้นเล็กที่สุดให้คนเข้าถึงได้ง่ายก่อน แล้วค่อยใส่ความเป็นตัวเราเยอะขึ้น เริ่มมีชิ้นใหญ่ มีชิ้นมาสเตอร์พีซที่เป็นตัวเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เราไม่ได้สนใจว่าใครจะซื้อหรือไม่ซื้อ แต่เราอยากทำ และเริ่มมีชิ้นย่อยแตกออกมาจากชิ้นที่เป็นเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ปรับสีให้อ่อนลง แต่ยังเป็นตัวเราอยู่ เป็นเราในขนาดเล็กลง ที่คนใส่ได้ง่ายขึ้น คงไม่มีใครอยากใส่ความเป็นตัวเรา (ออม) ตลอดเวลา” 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามของความพยายาม

ขณะละออกำลังเดินไปข้างหน้า ออมก็พัฒนาทักษะของเธอควบคู่ไปด้วยผ่านการลงสนามประกวด ล่าสุดเธอคว้ารางวัลชนะเลิศ GIT’s World Jewelry Design Awards 2018 ด้วยผลงาน ‘ARISE’ แนวคิดจากจันทรุปราคา

“โจทย์ของ GIT ตอนนั้นเกี่ยวกับไข่มุก เราเลยตั้งโจทย์ว่าจะทำยังไงให้ไข่มุกสวยที่สุด ส่วนตัวมองว่ามุกสวยทุกสี อยากจะใช้มุกตั้งแต่สีขาว เทา ดำ ให้ครบทุกเฉดในงานชิ้นเดียว เลยตรงกับแรงบันดาลใจเรื่องจันทรุปราคา คล้ายว่าดวงจันทร์ค่อยๆ ดับลง แล้วก็ค่อยๆ สว่างขึ้น เน้นไล่เฉดของสีไข่มุก สำคัญเลยต้องผลิตในระบบอุตสาหกรรมได้ด้วย” 

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความจริงก่อนจะทำแบรนด์ ออมเฝ้าลงสนามของ GIT อยู่ 3 ปี เพื่อทดลองว่าความเป็นตัวตนของเธอจะไปด้วยกันกับระบบอุตสาหกรรมได้หรือไม่ และศึกษาเทคนิคที่เธอยังไม่คุ้นชิน โดยอาศัยความเห็นจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ

“จะเห็นว่างานสองส่วนของเราต่างกันมาก แต่กระบวนการคิดและกระบวนการออกแบบทุกอย่าง มันเป็นกระบวนเดียวกัน ต่างกันแค่โจทย์และวัสดุ ถ้าเป็นละออ โจทย์คือการทำผ้าไหมยังไงให้อยู่ในชีวิตของคน แต่โจทย์ GIT แต่ละปีไม่เหมือนกัน แต่ต้องผลิตในระบบอุตสาหกรรมและขายได้จริง จะเป็นแค่ข้อกำหนดที่ไม่มีในละออ แต่มีในการประกวด

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

”มันเป็นเช็กพอยต์ของเราด้วย เวลาเราไปทำงานขายจริงเรามักจะมีโจทย์ในใจว่าเราจะทำอะไร แล้วเราเช็กพอยต์ได้ตรงหรือเปล่า งานประกวดเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำอย่างอื่น ยิ่งกรรมการเลือกผลงานเรายิ่งเสริมความมั่นใจว่าเราสื่อสารได้ ต่อให้เขาให้โจทย์มายังไง สำคัญคือ มันต้องมีคาแรกเตอร์เราอยู่ในงานผ่านกระบวนการออกแบบด้วย”

ความงามจากธรรมชาติ

การออกคอลเลกชันของละออ เธอมองสิ่งใกล้ตัวจากธรรมชาติ ลองเอามาผสมผสานสร้างเป็นแรงบันดาลใจ ที่เน้นรูปธรรมเป็นหลัก เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ ผีเสื้อสีสวย ตัวด้วงตาเดียว (ตามจินตนาการ) 

เราขออาสาเราเล่า 6 คอลเลกชันสนุก เต็มไปด้วยจินตนาการและสีสันฉูดฉาดดึงดูดสายตา

 คอลเลกชันแรกเธอเปิดตัวด้วย Blossom Ballet เป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก แรงบันดาลใจจากดอกไม้ที่ห้อยอวดโฉมอยู่ตามต้นไม้ ตัวเรือนก็น้ำหนักเบา ทำให้ใส่ได้บ่อย รับรองว่าไม่มีเบื่อ! ส่วน Overwhelm คอลเลกชันที่ได้แรงบันดาลใจจากขนนก กำลังสะบัดปีกโบยบิน บางชิ้นเธอแอบใส่ขนนกเพิ่มความสมจริงไปด้วย สีสันของผ้าไหมก็อิงมาจากสีของพันธุ์นกหลายชนิด แถมการันตีด้วยรางวัล G-​Mark (2016) จากประเทศญี่ปุ่น ขอต่อด้วย Sense เน้นความงามของสรีระผู้หญิง โทนสีอ่อนละมุนเหมือนสีผิวอมชมพูของหญิงสาว แต่ถ้าคนชอบสีจัดจ้านต้องคอลเลกชัน Orchid Traps ดึงสีมาจากดอกกล้วยไม้ มาหมดทั้งสีม่วง สีชมพู ตัดกับตัวเรือนสีทอง ยิ่งสวยน่าจับจอง แต่งตัวเรียบง่ายแล้วใส่สร้อยคอสักเส้น เก๋!

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ก่อนจะทำความรู้จักกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ขอชวนชม Horizon เครื่องประดับเลียนแบบคลื่นทะเลที่มีแสงอาทิตย์ตกดินพาดผ่าน ท้องผ้าสีวานิลลาสกายถูกแทนที่ด้วยผ้าไหมทอมือสีสวย ด้วยตัวเรือนสีดำยิ่งขับให้ผ้าไหมดูเจิดจ้า

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

 ล่าสุดเธอนำเสนอความเชื่อของคนไทยผ่าน ‘แมลง’ ยกทัพตัวด้วงและผีเสื้อที่มีความหมายดีมาล่อตาล่อใจ แต่หน้าตาของแมลงจะเปลี่ยนใจตามจินตนาการของเธอ ขอเพิ่มหินแท้เข้าไปอีกหน่อยเพื่อเสริมความโชคดีและเสริมสิริมงคล

La Orr แบรนด์เครื่องประดับไทยแท้ที่จับสีสันของผ้าไหมอำเภอปักธงชัยมาประดับแทนอัญมณี

ความงามจากภูมิปัญญาไทย 

ละออ มาจากคำศัพท์ภาษาไทย มีความหมายว่า ‘งาม’ 

“เราอยากใช้รากของภาษาไทย เพราะเราทำงานจากวัสดุไทย ต่อไปถ้าเป็นวัสดุอื่นก็ต้องมาจากภูมิปัญญาและท้องถิ่นไทย เลยใช้คำว่า ‘ละออ’ เรามองว่าเครื่องประดับเป็นอะไรก็ได้ แต่ว่ามันต้องมีความงามอยู่ งามในแบบของเรา งามในแบบที่ยังมีเซนส์ของความเป็นไทย และการทำงานกับผ้าไหมของเราก็เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันเราก็นำเสนอมุมมองใหม่ของผ้าไหมมากขึ้นด้วย  ผ้าผืนหนึ่งเราใช้คุณค่าของมันอย่างเต็มผืน การทอของเขาที่ทำมาไม่ได้เสียเปล่าเลย”

แม้ครั้งแรกของการสัมผัสผ้าไหมเธอจะไม่กล้าจับ ไม่กล้าพับ และไม่กล้าตัด กว่าจะทอได้แต่ละผืนล้วนใช้เวลา นับจากวันที่เธอเข้าใจและเปลี่ยนทัศนคติ เธอกล้าตัดผ้าไหม กล้าทำทุกอย่างกับผ้ามากขึ้น เพราะเธอไม่ได้ทำให้ผ้าเสียหาย เพียงแต่นำเสนอความงามในมุมมองใหม่ ที่สำคัญ เธอใช้ทุกส่วนของผ้า เหลือผ้าน้อยที่สุดและใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด

“งานของเรามีคนใส่ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะสีและโครงสร้างถูกทอนมาแล้ว ทำให้ผ้าไหมเข้าสู่วงกว้างมากขึ้น การที่วัยรุ่นจะจับผ้าไหมมาใส่สักชิ้น มันยากมาก แต่ตอนนี้ไม่ได้มีทัศนคติตรงนั้นมาปิดแล้วในส่วนของการทำละออ คนมองว่าเราเป็นเครื่องประดับที่ใส่ได้และคุณค่าของผ้าไหมยังอยู่” เจ้าของแบรนด์เล่าด้วยความภูมิใจในภูมิปัญญา

ออม-สุพัจนา ลิ่มวงศ์

ในปีนี้การประกวดออกแบบเครื่องประดับและพลอยเจียระไนได้จัดพิธีมอบรางวัลในงานเทศกาลนานาชาติ ‘พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี (International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2019)’ เป็นครั้งแรก 

จัดขึ้นโดย GIT หรือสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ภายใต้แนวคิด ‘Power of Gemstones and Jewelry’ ระหว่างวันที่ 4 – 8 ธันวาคม 2562 พร้อมจัดนิทรรศการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือ ตลอดจนผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือก ณ บริเวณศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง changemsfest.com

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากพูดถึงจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่าชื่อ ‘สับปะรดนางแล’ ต้องเป็นผลไม้อร่อยที่หลายคนนึกถึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้เข้าใกล้คำว่า ‘สูญพันธุ์’ 

เราก็เพิ่งรู้จากคำบอกเล่าของลูกหลานชาวเชียงรายอย่าง กะปิ-ปีย์ญานันท์ รัตนจันทร์ เธอเป็นเจ้าของ ‘Himlya Cotton’ (ฮิมญยา คอตตอน) กิจการกระดาษและสีธรรมชาติ (ผลิตมือ) จากวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนบ้านเกิด

กะปิเป็นศิลปินที่ทำแบรนด์เครื่องเขียนเล็ก ๆ จากจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังกู้ชีพให้สับปะรดนางแลกลับมาเป็นภาพจำของจังหวัดอีกครั้ง โดยเธอใช้แทบทุกส่วนมาแปรรูปเป็นกระดาษเส้นใยธรรมชาติและสี สนุกดีที่เธอจำแนกสีจากสับปะรดได้มากถึง 12 เฉด ซึ่งกะปิตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การทำงานและความต้องการของเพื่อนศิลปินอย่างแท้จริง 

นี่เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราต่อสายไปหาเธอ ชวนพูดคุยถึงความสนใจในของดีบ้านเกิด กับการเล่นแร่แปรสารพัดวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก แม้เริ่มตั้งไข่ แต่ขออวยชัยให้นัก ๆ เจ้า

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

จุดเริ่มต้น

Himlya Cotton บ่มเพาะขึ้นในระหว่างการทำวิจัยปริญญาโท ขณะนั้นเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเยื่อสาที่ใช้ทำกระดาษ และนั่นเป็นแรงบันดาลใจชุดแรกที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เริ่มจากเราอยากรู้ว่ากระดาษทำยังไง เลยตัดสินใจไปเวิร์กช็อปที่หมู่บ้านสันต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ตอนนั้นไปเรียนทำกระดาษเพื่องานศิลปะโดยเฉพาะ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ผลิตภัณฑ์ของ Himlya Cotton ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษจากเชียงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคจากต่างประเทศที่กะปิออกเดินทางไปศึกษา ทั้งเทคนิคการทำกระดาษจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินเดีย สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสีน้ำธรรมชาติและกระดาษเส้นใยธรรมชาติจากวัตถุดิบของเชียงราย

“ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทำกระดาษอย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้มั้ย” เธอหัวเราะ “ความคิดแรกเราอยากทำสมุดเย็บมือ เป็นสมุดที่ออกแบบเส้นใยกระดาษของตัวเอง พอถึงกระบวนการย้อมสี เราใช้สีเคมี แต่ใช้ไปใช้มามันมีผลกระทบกับร่างกาย เราเป็นไมเกรน เลยหันมาเลือกทำสีธรรมชาติใช้เอง”

ที่สำคัญ ปณิธานอันแรงกล้าของกะปิ คือการทำให้คนรู้จักสับปะรดนางแลจากสินค้าของเธอ

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ปฏิบัติการกู้ชีพสับปะรดนางแล

แท้จริงแล้วสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิมที่เป็นของดีประจำจังหวัดเชียงราย คือ สับปะรดนางแล ซึ่งตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เปลือกบาง ยากต่อการขนส่ง และส่งออกต่างประเทศไม่ได้ พ่วงกับกระบวนการปลูกที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้ปุ๋ย ใช้กำลังคน เมื่อออกดอกก็ต้องใช้ใบมาคลุมกันฝน กันช้ำ

“ด้วยความที่ต้นทุนสูงสวนทางกับราคาขาย ชาวบ้านเลยไม่ค่อยขายสับปะรดพันธุ์นี้กัน หันไปขายพันธุ์ภูแลแทน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับมาปลูกนางแลกันแล้ว แต่ยังไม่เยอะ อีกอย่างพันธุ์นางแลออกผลผลิตแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทุกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หมดหน้าแล้วก็หมดเลย”

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

เมื่อเล็งเห็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ปฏิบัติการชุบชีวิตสับปะรดนางแลจากผลผลิตของชุมชนป่าซางวิวัฒน์ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ให้กลับมาเป็นพระเอกประจำจังหวัดอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งการส่งเสริมการบริโภคและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง Himlya Cotton ก็ช่วยแปรรูปเป็นเครื่องเขียน อาทิ กระดาษ สมุด สีจากธรรมชาติ เพื่อนำส่วนต่าง ๆ ของสับปะรดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ตอนที่เราอยากทำกระดาษก็พยายามหาวัตถุดิบ แต่เชียงรายไม่มีขาย ต้องสั่งจากเชียงใหม่ ใช้เวลาขนส่งนาน เลยคิดหาวัสดุทดแทนเยื่อสา บวกกับเราเห็นสับปะรดนางแลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่จะทำให้สับปะรดพันธุ์นี้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งและเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว

“เราเลยเข้าไปหา ป้ารัตน์ ในชุมชนป่าซางวิวัฒน์เพื่อเรียนทำกระดาษเส้นใยสับปะรด ซึ่งป้ารัตน์เป็นหลานของคนที่นำพันธุ์นางแลเข้ามาปลูกในเชียงราย เป็นทายาทที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับสับปะรด เขาพยายามชูพันธุ์นางแลอย่างเต็มศักยภาพ” 

ป้ารัตน์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของกะปิด้วยเช่นกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

กระดาษจากศิลปินเพื่อศิลปิน

กะปิบอกกับเราในฐานะศิลปินผู้คลุกคลีกับงานศิลปะอยู่บ่อย ๆ คุณสมบัติที่เธอมองหามากที่สุดในกระดาษ 1 แผ่น คือประสิทธิภาพในการซับน้ำ และความสดของสีหลังแต้มลงบนกระดาษ

นี่แหละสำคัญ คนในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

“ตอนซื้อกระดาษจากญี่ปุ่น กระดาษเขาทำมาจากเยื่อไผ่ ซับน้ำได้ดีมาก กระดาษบางประเภทลงสีไปแล้วสีซีด แต่กระดาษเขาใช้แล้วสีชัดขึ้น ซึ่งเราพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัตินี้”

ซึ่งกระดาษจากใยสับปะรดนางแลดีต่องานศิลปะเป็นพิเศษ เพราะตัวเส้นใยหนา เมื่อจรดปลายพู่กันลงกระดาษก็ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อกระดาษแห้งดี สีก็ติดทนทาน ผลงานออกมาสวยเช้ง

“ล่าสุดเราเอากระดาษของเราไปให้เพื่อนที่เป็นศิลปินใช้ เขาบอกว่ากระดาษของเราซับน้ำได้ดี กระดาษแบรนด์เราเหมาะกับการใช้ในงานศิลปะ โดยเฉพาะสีน้ำและสีอะคริลิก”

ส่วนเทคนิคการทำกระดาษ Himlya Cotton เป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่มีการปรับใช้จากวิธีและเทคนิคของแต่ละประเทศให้เข้ากับสารตั้งต้นท้องถิ่น ที่สำคัญ กะปิรู้อินไซต์ความต้องการของเพื่อนพ้องศิลปิน ทำให้กระดาษเส้นใยธรรมชาติของแบรนด์นี้ตอบโจทย์การทำงานศิลปะแบบสุด ๆ

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

สีจากศิลปินเพื่อศิลปิน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ทนต่อสีเคมี กะปิเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเครื่องเขียนทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสีน้ำ นี่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำสีจากธรรมชาติใช้เอง 

ตอนนี้โทนสีของ Himlya Cotton มีสีจากหิน ดิน ใบไม้ ดอกไม้ สมุนไพร และสับปะรดนางแล ตัวสับปะรดใช้ทุกส่วนมาทำเป็นสี อาทิ ใบ เปลือก น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวัตถุดิบ Made in Chiang Rai

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

“ตอนนี้มีสีจากสับปะรด จำแนกได้ทั้งหมด 12 เฉด จากใบ เปลือก กาก และน้ำ อย่างใบให้โทนสีเขียว เขียวเข้ม เขียวอ่อน ผลสับปะรดกับน้ำให้โทนสีเหลือง เวลาผสมกันให้สีส้ม สีไข่ สีเกือบขาว ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาลดำ นอกจากสีตามธรรมชาติ เราเอาชิ้นส่วนของสับปะรดมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้ม ตาก และอบ เพื่อให้ได้เฉดสีอีกหลายสี อย่างกาก หลังจากเอาน้ำออก ส่วนน้ำให้อีกโทนสีหนึ่ง ส่วนกากก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล เราก็เอากากมาทำต่อได้อีกหนึ่งสี”

Himlya Cotton มีขายทั้งสีน้ำ สีเทียน สีอะคริลิก ซึ่งเคล็ดลับในการทำผงสีของแบรนด์นี้ คือ ดินสอพอง เพราะประสิทธิภาพในการดูดสีอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นวิธีการทำสีของจิตรกรรมไทยโบราณ ซึ่งกะปิมีความรู้ด้านจิตรกรรมไทย เพราะเธอเรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน
Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

โอกาสของภูมิปัญญาเชียงราย

นอกจากสีและกระดาษจากสับปะรดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคต Himlya Cotton อยากทดลองใช้ชา โกโก้ และกาแฟ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของเชียงราย 

“เรามองว่าภูมิปัญญาเป็นแนวคิดเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์และรากเหง้าเฉพาะชุมชน เราไม่อยากให้ภูมิปัญญาสูญหาย เลยต้องสืบทอดและบอกต่อให้คนอื่นรู้จัก อย่างการทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรด เราพยายามหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงรายมาทดลองและต่อยอด เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่ต่อไปได้ และเราตั้งใจให้ Himlya Cotton เป็นแบรนด์จากคนเชียงรายจริง ๆ” 

นอกจากการขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแบรนด์แล้ว กะปิยังเสนอโครงการศิลปะกับชุมชน เพื่อจุดประสงค์ในการเข้าไปพัฒนาชุมชนป่าซางวิวัฒน์ โดยเน้นสร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนาพื้นที่

“เราเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านเพื่อมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เราอยากเห็นเชียงรายเป็นเมืองศิลปะจริง ๆ ที่มีกิจกรรมและพื้นที่เอื้อต่อคนทำงานศิลปะและคนรุ่นใหม่

“ถ้ามีพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนเรียนศิลปะได้แสวงหาแรงบันดาลใจ อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ให้เขาสร้างผลงาน สร้างรายได้อยู่ในบ้านเกิดของเรานี่แหละ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

Himlya Cotton

สั่งซื้อกระดาษเส้นใยธรรมชาติ ที่ Instagram : Himlya Cotton

Writer

Avatar

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

Photographer

Avatar

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load