เด็กในวันโน้นกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ แถมบางคนผันสถานะมาเป็นคุณพ่อคุณแม่คนเก่ง ‘สรรพสินค้า’ ครั้งนี้ขอชวนมาอุดหนุน 10 สินค้าเด็กที่คัดสรรอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเด็กจากเส้นใยเทนเซลย้อมสีธรรมชาติถนอมผิวลูกน้อย ของเล่นแฝงแนวคิดปรัชญา รวมถึงขนมสำหรับเด็กขี้แพ้ ที่เราตั้งใจคัดสรรด้วยหัวใจ แนบพร้อมเรื่องราวความน่ารักของคุณพ่อคุณแม่ที่อยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ลูกเช่นกัน

แอบสปอยล์ไว้ก่อนเลยว่า เมื่ออ่านแล้วจะไม่อยากพลาดสักชิ้น แถมนี่คือลิสต์ทรงคุณค่าสำหรับลุง ป้า น้า อา ที่กำลังหาของรับขวัญหลานตัวเล็กตัวน้อย 

รอช้าอยู่ไย ไปช้อป ไปใช้ สินค้าเด็ดๆ ของเด็กๆ ให้สนุกสนานรับหน้าฝนกันเลย

01

สวมเสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติสบายผิวของ Saesong Baby แล้วเริงร่าให้สมวัยกระเตาะ

เด็กๆ ยังผิวบอบบาง ผ้าผิวสัมผัสนุ่มสบายจึงเป็นของคู่กัน เราชวนทำความรู้จัก ‘Saesong Baby’ สินค้าเพื่อคุณแม่และเด็ก ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่คัดสรรวัตถุดิบ การตัดเย็บ ย้อมสีผ้า จนถึงบรรจุภัณฑ์ที่ส่งตรงถึงมือลูกค้า 

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

จุดเริ่มต้นของ Saesong Baby คือ แนน-นันทพร เกียรติเสวีกุล และ พงษ์-พงษ์ปิติ ศรีพลแผ้ว อยากมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกรัก ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า แม้กระทั่งห่วงกัดฟัน โดยทุกสินค้าถูกออกแบบและใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมด ด้วยเส้นใยเทนเซลจากสวนป่ายูคาลิปตัสที่ถูกรับรองในระดับสากลด้วย FSC (Forest stewardship council) ว่าเป็นการปลูกไม้อย่างยั่งยืน ไม่ผ่านการใช้สารเคมี น่าประทับใจมากที่แบรนด์ลงรายละเอียดลึกจนถึงเส้นใย

ความพิเศษของเจ้าเส้นใยเทนเซลคือ เนื้อผ้าปรับเปลี่ยนอุณหภูมิได้ตามสภาพอากาศ แห้งเร็ว ไม่อับชื้น ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากเสื้อผ้า แบรนด์นี้ยังมีตุ๊กตาสำหรับเด็กอ่อนเพื่อนอนกอดและเพิ่มพัฒนาการด้านความรู้สึกและจิตใจ ให้ลูกน้อยนอนหลับอย่างอบอุ่นและปลอดภัย มีคุณตุ๊กตานางฟ้าให้เลือก 4 คาแรกเตอร์ 4 ฤดูกาล คือ คุณ Sunny (ฤดูร้อน), คุณ Dahlia (ฤดูใบไม้ผลิ), คุณ Amber (ฤดูใบไม้ร่วง) และคุณ Laila (ฤดูหนาว) 

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

นอกจากสร้างสินค้าแล้ว เขายังสร้างเรื่องราวความน่ารักแนบมาพร้อมกับสินค้านั้นๆ เพื่อให้ลูกมีจินตนาการเพิ่มขึ้น โดยนำเสนอเรื่องราวของธรรมชาติ ฤดูกาล และสีสันผ่านสินค้าที่เน้นสี Earth Tone เป็นหลัก และยังได้แรงบันดาลใจเรื่องการเลี้ยงลูกจากสแกนดิเนเวียที่ว่า อยากเห็นลูกเป็นเด็กที่กล้าเรียนรู้และยึดโยงกับธรรมชาติ

“เด็กที่จะเกิดใหม่เขาต้องอยู่บนโลกใบนี้ไปอีกนาน หน้าที่ของพ่อแม่อย่างเราคือ จะทำให้ยังไงให้ลูกรู้สึกว่าต้องดูแลโลกและอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน” คุณพ่อพงษ์บอกเล่าด้วยรอยยิ้ม 

Website : www.saesonbaby.com 

Instagram : saesonbaby

02

นุ่งผ้าถุงชื่อดอกไม้ของ Moonbeam และชุดเซ็ตที่ใส่ได้ทั้งครอบครัว

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

แค่ถามถึงที่มา บอกเลยว่าแค่ชื่อก็กินขาด เพราะ ‘Moonbeam’ ที่แปลว่าแสงจันทร์ แท้จริงแล้วเป็นคำพ้องความหมายของชื่อลูกสาวทั้ง 2 คน อย่างน้องมณีจันทร์และน้องจันทร์ชมพู หากจะบอกว่า Moonbeam เป็นแบรนด์ที่เริ่มต้นจากลูกๆ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากชื่อแล้ว บอย-งามพล จันทรมณี และ นิ่ม-วาสนา ซื่อทรงธรรม ยังเผยจุดเริ่มต้นว่า อยากเลือกสิ่งดีๆ ให้ลูกใส่ บวกกับปิ๊งไอเดียถึงผ้าซิ่นทางเหนือ

คุณแม่และคุณพ่อเลยหยิบผ้าจากแก้ววรรณามาดีไซน์ต่อ ความสนุก คงเป็นความร่วมมือจากคนในครอบครัว เรื่องการดีไซน์และแมตช์สีให้เข้ากับเด็กๆ เมื่อทำออกมาแล้วปรากฏว่าเด็กๆ ใส่สบาย เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี จึงเกิดแรงบันดาลใจในการส่งต่อผ้าซิ่นที่มีคุณภาพ แถมส่งเสริมการอนุรักษ์ผ้าทางเหนือให้คนอื่นๆ ได้ใส่อีกด้วย

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

ผ้าซิ่นของ Moonbeam ไม่ได้มีแค่ไซส์เด็กเท่านั้น ยังมีไซส์ผู้ใหญ่ให้ใส่ได้ทั้งครอบครัว และเน้นผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ มีการออกแบบให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งคนทอผ้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่เป็นคุณป้า-คุณยาย ในท้องถิ่นจังหวัดแพร่ ที่ยังแจ่มในฝีมือการทอและความสร้างสรรค์ เพราะการทอแต่ละครั้งจะมีเนื้องานและลวดลายต่างกันออกไป จึงทำให้ผ้าซิ่นแต่ละชิ้นของที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ใส่ได้ทุกโอกาส ไม่ต้องรอให้ไปวัดก็หยิบผ้าซิ่นมานุ่งในชีวิตประจำวันได้ แถมถ้าได้ซื้อมาแมตชิ่งคู่กับเด็กๆ คงเป็นภาพครอบครัวที่น่ารักมากเลยๆ

Facebook : Moonbeamoriginal

Instagram : @moonbeamoriginal 

Line ID : @moonbeam

03

ใส่ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติจากพืชพันธุ์รอบบ้านของ Little home in the wood

‘Little home in the wood’ บ้านหลังน้อยที่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีเกือบ 30 กิโลเมตร กับเสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติด้วยความรักของ หลิน-พัชรา อารยวัฒเวช แม่ของน้องปรรณ (อ่านว่า ปัน-ณะ) วัย 6 ขวบ ที่อยากหาอะไรสนุกๆ ทำร่วมกับลูก โดยสีที่เอามาใช้ย้อมผ้าไม่ใช่ที่ไหนไกล คือต้นไม้รอบๆ บ้านของเธอเอง แม่หลินใช้เปลือกของยูคาลิปตัสมาย้อมเป็นสีน้ำตาล ใช้มะเกลือมาย้อมได้สีเทาออกดำ บางอันอยากได้สีสันก็เอาดอกคำฝอยมาช่วย

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

เกือบ 6 ปีที่ Little home in the wood เติบโตท่ามกลางความรักระหว่างแม่กับลูก ซึ่งทุกๆ ขั้นตอนออกแบบและปักเย็บด้วยความใส่ใจและความรัก แม่หลินพยายามปลูกต้นไม้กินได้และใช้ได้ เพราะนอกจากจะพาเข้าครัวด้วยได้แล้ว ก็นำมาผสมผสานกับการย้อมสีผ้าของเธอได้ด้วย อย่างต้นหม่อนหรือดอกกรรณิการ์ที่ให้สีเหลืองปนสีส้มสดใส 

ชวนพ่อแม่ช้อป 10 สินค้าเด็ก ทั้งเสื้อผ้าสบายๆ ของเล่นปลอดภัย และขนมสำหรับเด็กขี้แพ้

ปัจจุบันแม่หลินร่วมงานกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ช่วยกันทำเสื้อผ้าจากเส้นใยฝ้ายออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้แบรนด์ Maison T.kids เธอช่วยดูเรื่องสีสันและการย้อมสีผ้าจากวัสดุธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าการใช้วัสดุธรรมชาติ จะทำให้ผู้สวมใส่เป็นส่วนหนึ่งและกลมกลืนกับธรรมชาติอีกครั้ง กระซิบเลยว่าใส่ง่าย สีสบายตา น่าเอ็นดูสุดๆ

Facebook : Little home in the wood

Instagram : Maison T.kids 

04

ต่อตุ๊กตาพื้นบ้านฝีมือคุณตา คุณยาย จากโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้

เกริ่นด้วยความรู้สึกผิดตามตรงเลยว่า ในครั้งแรกที่เราเห็นชื่อ ‘โรงเล่น’ หรือ ‘พิพิธภัณฑ์เล่นได้’ นั้น ก็คิดภาพตื้นๆ เพียงว่า โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่น อาจหมายถึงสถานที่ทำของเล่นเพียงอย่างเดียว แต่พอได้ต่อสายพูดคุยกับ ปุ๊-วีรวัฒน์ กังวานนวกุล ผู้ก่อตั้งโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ แห่งนี้ ก็พานพบกับเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก

“เราทำของเล่นให้เด็ก กับเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองทำของเล่นด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือได้ของเล่นเหมือนกัน แต่เรื่องราวระหว่างทางตรงนั้นมันแตกต่างกันมากเลยนะ“ ปลายสายบอกกับเราด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ปุ๊เล่าว่า ด้วยความที่ตนอยู่ในแวดวงศิลปะ การเล่น และการเรียนรู้ของเด็ก มานานหลายปีก็รู้สึกว่าปัจจุบันรูปแบบการเล่นของเด็กเปลี่ยนไปมาก อุตสาหกรรมของเล่นผลิตรูปแบบของเล่นซึ่งคล้ายกับการผลิตซ้ำ ความสวยงามและเสน่ห์ของงานคราฟต์ จากการสรรค์สร้างของเล่นด้วยมือเกือบสลายสูญหายตามเวลา นิยามของโรงเล่นที่นี่คือ การเล่นบนฐานของความรัก ดังนั้น การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและจิตใจก็เป็นสิ่งที่ปุ๊ให้ความสำคัญ

หลายครั้งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้หลงลืมการเล่นไป หรือเผลอคิดว่าการเล่นเป็นสิ่งไร้สาระ ปุ๊สะท้อนประสบการณ์ทำงานว่า การเล่นเป็นเหมือนพรจากสวรรค์นับตั้งแต่มนุษย์ได้วิวัฒนาการขึ้นมาบนโลกใบนี้ การวาดภาพบนผนังก็คือการเล่น การลองนำหินเป็นจุดไฟก็คือการเล่น ซึ่งช่วงเวลาของวัยเด็กคือการเล่น การเล่นส่งผลกับหลายทักษะในตัวเรามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอารมณ์ ความสุข ความยืดหยุ่น พลิกแพลงประยุกต์ การได้เห็นเด็กๆ ยิ้มเวลาเล่นเป็นเหมือนขุมทรัพย์พลังที่ขับเคลื่อนให้ปุ๊มีกำลังเดินหน้าต่อ 

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้โรงเล่นยังทำงานร่วมกับชุมชน ชวนคุณตาคุณยายมาผลิตของเล่นพื้นบ้าน งานไม้บ้าง งานสานบ้าง สนุกเพลินทั้งคนทำและคนเล่น มากกว่าการอนุรักษ์ของเล่นคราฟต์ในอดีต ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้และเพิ่มคุณค่าให้บรรดาสูงวัย อย่างน้อยเจ้าของเล่นก็ชุบหัวใจพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง

ถ้าเป็นครอบครัวสายตะลุย โรงเล่นก็มีจัดเวิร์กช็อปชวนเด็กๆ และเยาวชนทั่วสารทิศมาทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงทำงานกับเครือข่ายในภาคเหนือ กลุ่มคนผู้สนใจการละคร เวที การเล่นหุ่นกับเงา ก็เวียนเปลี่ยนผ่านเรื่องราวกับโรงเล่นร่วมเข้าปีที่ 3 แล้ว หาก COVID-19 เบาบางลง ก็อาจจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้เราได้ลองไปร่วมแจมได้แน่นอน

ที่ตั้ง : โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ หมู่ 3 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย 57180 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9999 8537

Facebook : โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ 

05

เขียนไดอารี่ลงสมุดทำมือที่เด็กๆ เลือกได้เอง จากคุณพ่อนักทำสมุดที่ Note a Book

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

การฝึกขีด ฝึกเขียน ล้วนต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และเสริมจินตนาการได้ดีนักแล ใครจะไปรู้ว่านักขีดในวันนี้อาจจะเป็นนักเขียนในวันหน้า ฉะนั้น ชวนเด็กๆ มาหาสมุดบันทึกคู่กายที่เขาได้ลงมือเลือกด้วยตนเองกันเถอะ

ขึ้นเชียงใหม่มาเยือนร้านหนังสือทำมือประกอบด้วยหัวใจ ของ โน๊ต-ศุภชัย กองประชุม ที่เป็นทั้งคุณพ่อและนักคราฟต์สมุดทำมือ ภายในโครงการบ้านข้างวัดศูนย์รวมชุมชนนักคราฟต์ในซอยหลังวัดอุโมงค์แห่งนี้ มี ‘Note a Book’ บ้านหลังน้อยที่ตลบอบอวลด้วยความอบอุ่นของคุณพ่อที่หลงใหลการทำสมุด 

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

พ่อโน๊ตเริ่มทำสมุดทำมือราว 5 ปีก่อน องค์ความรู้ของการประกอบร่างสมุด สั่งสมประสบการณ์ เรียนรู้ ทดลอง ทำทีละเล็กน้อยด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำปกด้วยลวดลายต่างๆ การเข้าเล่มด้วยเชือกสุดแสนคลาสสิก การเย็บที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไปภายใต้แนวคิดแบบความเรียบง่าย มากไปกว่านั้น Note a Book ยังเป็นบ้านของเด็กๆ ที่อยากทดลองทำสมุดด้วย

นอกจากจะได้เลือกหน้าปกที่ใช่ รูปแบบที่ชอบ เด็กยังมีส่วนร่วมผ่านเวิร์กช็อปที่คุณพ่อโน๊ตจะออกแบบให้เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ ด้วย, ฟังดูเพลิดเพลิน และเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้ออกมาใช้เวลาร่วมกัน

ที่ตั้ง : โครงการบ้านข้างวัด ถนนวัดอุโมงค์ร่ำเปิง ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7579 9816 

Facebook : Note a Book สมุดทำมือ

06

ระบายสีเทียนและปั้นแป้งโดจากธรรมชาติ ให้สมกับเป็น Little Legend

You’re LITTLE LEGEND ! 

คำชมที่ เพนนี-พนิดา ศิลปกิจ แรบกิ้น ใช้ชมตอนลูกสาวของเขาทำบางสิ่งสำเร็จ 

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

แบรนด์ของเล่นสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ขวบ อย่าง ‘Little Legend’ มาพร้อมกับความเชื่อที่ว่า เด็กๆ ทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพและพลังที่ล้นเหลือ โดยมี 2 ผลิตภัณฑ์ตอกย้ำความเป็น Little Legend ในตัวเด็กๆ เริ่มต้นจาก Sensory Crayon หรือสีเทียนออร์แกนิก ใช้ศาสตร์ Art Therapy เข้ามาดีไซน์ให้สีเทียนแต่ละสีมีกลิ่น 

สีแดงเป็นกลิ่นกุหลาบ สีส้มเป็นกลิ่นส้ม และสีม่วงเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ ใครจะรู้ว่าแค่กลิ่นในสีก็มีข้อดีที่ไม่ใช่แค่ความหอม เพราะกลิ่นจะช่วยทำให้เด็กมีสมาธิ จดจ่อกับการวาดรูป แถมยังลดความเกรี้ยวกราดของเด็กให้ Calm Down ลงได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ตัวต่อมา ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ แป้งโด นอกจากเด็กจะปั้นเป็นรูปต่างๆ ได้แล้ว ทางแบรนด์ยังเอามาจัดเป็นเซ็ตรวมกับอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Loose Parts เกิดเป็นธีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในสวนหรือสัตว์ในทะเลตามจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด แถมยังใช้วัสดุออร์แกนิกและบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยนะ

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์มองว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือการเกิดปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวจากของเล่นชุดนี้ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองใช้เซ็ตของเล่นเป็นเครื่องมือในการคุย สังเกต และสร้างบทสนทนากับลูกได้ เพราะเด็กเล็ก 2 – 3 ขวบ บางทีเขายังพูดไม่เป็นประโยคด้วยซ้ำ แต่คุณพ่อกับคุณแม่ก็สังเกตได้ว่าเขากำลังคิดอะไร จากการเล่น Playset นี้

Website : www.littlelegend.co

Facebook : Little Legend – Nature Inspired Play

Instagram : littlelegend.playset

07

เล่นของเล่น DIY จาก ๑4๑ Social Enterprise ที่การซื้อเท่ากับการให้

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

‘๑4๑ Social Enterprise’ แค่เห็นชื่อก็อยากรู้แล้วว่าเขาช่วยสังคมอย่างไร แต่สินค้าจะเป็นอะไร คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่า อ้วน​-คมกฤช​ และ แพท​-กฤติยา​ ตระกูล​ทิวากร​ ที่จะมาแถงไขสินค้า 3 คอลเลกชัน 3 คอนเซปต์

มาเริ่มกันที่คอลเลกชันแรก คอนเซปต์ตรงกับชื่อแบรนด์อย่าง ‘141’ ย่อมาจาก One for Another One หรือ หนึ่งเพื่ออีกหนึ่ง เป็นการดีไซน์ให้ผลิตภัณฑ์มีช่องว่าง เอาตุ๊กตาหรือของในช่องว่างนั้นไปบริจาคให้เด็กด้อยโอกาสตามชายแดน อย่างแม่สอด อมก๋อย กาญจนบุรี รวมถึงเด็กที่ป่วยเป็นโรค HIV ก็ไปมาหมดแล้ว นอกจากนี้ ยังมีชุดของเล่น DIY ทำเอง ความพิเศษคือ เมื่อลูกค้าซื้อชุดของเล่น DIY 1 ชิ้น ก็จะมีของเล่นเหมือนกันอีก 1 ชิ้น มอบให้กับเด็กที่ขาดแคลน เรียกได้ว่าเป็นการซื้อและให้ในเวลาเดียวกัน นอกจากจะได้ของไปฝากเด็กๆ ยังได้แบ่งปันด้วย

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วางมือจากเทคโนโลยี สัมผัสความรู้สึกที่ช้าลงใน ‘SlowPlay’ คอลเลกชันที่ 2 มีจุดประสงค์ให้ผู้ปกครองพาลูกๆ ออกจากกรอบสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือห้องสี่เหลี่ยม ไปสัมผัสกับธรรมชาติ โดยวิธีการเล่นคือให้เด็กๆ ออกไปเดินเล่นตามสวน อยู่กับธรรมชาติ แล้วประกอบก้อนไม้กลมๆ มีรูที่ทางร้านให้ไป ด้วยกิ่งไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ให้เป็นสัตว์ตามใจชอบ ถือเป็นของเล่นปลายเปิดให้เด็กสร้างจินตนาการ และเป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและคนรอบข้าง ส่วน ‘กล้องไม้’ เด็กๆ จะกดถ่ายแล้วเก็บภาพไว้ในความทรงจำ ไม่ว่าจะหยิบกล้องตัวนี้ไปถ่ายใคร ก็จะได้รอยยิ้มกลับมาเสมอ ส่งเสริมให้เด็กมองเห็นโลกภายนอกด้วยตาของเขาเอง แทนที่จะเห็นผ่านพิกเซล

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

‘Believe in our hands again’ เชื่อในสองมืออีกครั้ง เป็นคอลเลกชันหมายเลขสาม ทางร้านจะมีกล่องของเล่น DIY ที่ยังไม่สำเร็จเสร็จดี ดังนั้น ภารกิจของเด็กๆ คือต้องประกอบหรือขัดด้วยกระดาษทรายที่มีมาให้ในกล่อง ของเล่นชิ้นนี้ส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็กลายเป็นของเล่นที่มีความหมาย 

ที่สำคัญ เด็กจะมีความเชื่อว่าสองมือของเขาทำมันได้ ตัวอย่างของเล่นในคอลเลกชันนี้ก็จะมีกี่ทอผ้าเด็กรูปทรงสัตว์ขนาดพอดี ให้เด็กได้โฟกัสกับสิ่งที่ทำเสร็จ นอกจากความสนุก ยังเป็นการสร้างความภูมิใจในตัวเขาเองด้วย

Facebook : ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : 141se

08

พิมพ์ภาพแสงอาทิตย์และเล่นของเล่นมหัศจรรย์จาก Pipshop ที่เชื่อว่า Play is Play

CREAM Bangkok ‘โรงแรมมหัศจรรย์’ พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน เป็นทั้งคลับ ห้องสมุด และห้องทดลองสุดสร้างสรรค์พร้อมให้บริการสำหรับแขกมหัศจรรย์ตั้งแต่วัยจิ๋วจนถึงน้องๆ ประถมต้น แม้ตอนนี้จะปิดบริการเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องห่วงว่าลูกๆ จะหยุดการเรียนรู้ เพราะภายในโรงแรมแห่งนี้มี Pipshop ร้านขนาดย่อมที่ออกโปรดักต์มาให้เด็กๆ เล่นสนุก แถมยังคงธรรมชาติแห่งความกระหายใคร่รู้ โดยไม่ต้องแวะเวียนมาโรงแรมมหัศจรรย์

“เราอยากให้รู้สึกว่าการเล่นก็คือการเล่น มันมีคุณค่าในตัวอยู่แล้ว” 

คำพูดของ ใบปอ-อ้อมขวัญ เวชยชัย ผู้ก่อตั้งโรงแรมครีม ทำให้เราพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่รู้ตัว แล้วทุกอย่างก็กระจ่างมากขึ้นเมื่อใบปอเผยว่า จริงๆ แล้วร้านของเล่น Pipshop มาจากคำว่า ‘Play is Play’ การเล่นก็คือการเล่น โดยชุดของเล่นที่น่าสนใจของที่นี่ เราขอยกตัวอย่างพอสังเขป อาทิ บล็อกไม้ แป้งโด กล้องถ่ายรูปจิ๋ว กระดาษพิมพ์ภาพจากแสงแดดที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ล้างรูปฟิล์ม

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ยังมีชุดของเล่นปลายเปิด Loose Parts จากธรรมชาติ ซึ่งของเล่นทั้งหมดเป็นงานทำมือ อย่างบล็อกไม้ก็ขัดเองทุกชิ้น มีความเบี้ยวความมนเพิ่มเสน่ห์ แล้วมีของเล่นสำหรับเด็กวัยเตาะแตะรึเปล่านะ คำตอบคือมีแน่นอน 

‘บล็อกไม้สำหรับเด็กจิ๋ว’ ที่ตั้งใจทำออกมาเป็นบล็อกไม้ชิ้นแรกของพวกเขา แม้จะยังต่ออะไรไม่ได้มาก แต่เขาจะได้ทำความรู้จักไม้แต่ละชิ้นที่ไม่เหมือนกัน ทั้งสี เสียงเคาะ ผิวสัมผัส และน้ำหนัก เพื่อเสริมสร้างประสาทสัมผัสที่ดี

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ถ้าอ่านมาขนาดนี้แล้ว คุณคิดว่าชุดของเล่นเหล่านี้ธรรมดาหรือไม่ ถ้าคุณคิดว่าธรรมดา คุณคิดผิดครับ (ขอยืมเสียงพี่จิ้มและพี่อั้มในรายการ จ้อจี้ ที่เราดูตอนเด็กๆ ทุกวันหยุด) เพราะนอกจากจะมีสารพัดของเล่นแล้ว ยังมีบริการอื่นๆ อย่างการทำเวิร์กช็อปตุ๊กตาไม้ การทำแป้งโด น่าสนุกตรงที่มีละครหุ่นให้เด็กๆ ชม แล้วให้พวกเขาคิดค้นสูตรผสมแป้งโดไปพร้อมกับเนื้อเรื่องตามจินตนาการ รวมถึงกระดาษพิมพ์ภาพที่เล่นกับแสงและเงา (Sun Print) เด็กๆ จะได้ฝึกสังเกตว่ากระดาษเป็นแบบนี้ มีตัวพิมพ์แบบนี้ แล้วรูปจะออกมาเป็นแบบไหน ทุกอย่างล้วนมีการทดลองอยู่ในนั้น ซึ่งเด็กๆ เป็นเจ้าของการเรียนรู้ แถมยังได้ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโรงแรมครีมแห่งนี้ด้วย

Facebook : CREAM Bangkok 

Instagram: pipshop.cream

09

ชิมขนมของเด็กขี้แพ้ที่ทำด้วยฝีมือแม่ผู้ไม่ย้อมแพ้ จากครัว Kitchen Player

เสียงที่เปี่ยมล้นด้วยพลังแห่งความสดใสของ ตั้ม-ศิระษา จังธรานนท์ คุณแม่ของน้องยินดีวัย 10 ขวบที่ส่งมาถึงเรานั้น ทำให้เรารู้สึกถึงกำลังใจและเรื่องราวในอดีตที่คุณตั้มผ่านมาได้ด้วยกำลังใจที่ดีมาก คุณตั้มเล่าว่าช่วงแรกที่คลอดน้องยินดีมาไม่รู้เลยว่าน้องแพ้อาหาร จนกระทั่งกินนมแม่ครั้งแรก ก็เกิดอาหารผิวแห้งสาก มีผื่นแดง จนต้องเข้าโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่าน้องยินดีแพ้สารอาหารที่ถูกส่งผ่านทางนมแม่ หรือภาวะแพ้อาหารผ่านนมแม่

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

จุดเริ่มต้นของ ‘Kitchen Player’ มาจากเรื่องราวที่ฟังแล้วอบอุ่นมาก เกิดจากกลุ่มใน Facebook ที่เป็นดั่งศูนย์รวมคุณแม่ๆ ลูกน้อยของเธอแพ้อาหาร ผลัดกันส่งผ่านกำลังใจ พร้อมกับแบ่งปันสูตรอาหารและขนมที่ลูกๆ ทานได้ และแน่นอน คุณตั้มที่ตั้งใจอยากให้ลูกของตัวเองได้กินอาหารหลากหลายและอร่อยด้วย ก็พร้อมจะส่งต่อสูตรทำให้กับคนอื่นเช่นกัน มีทั้งคุกกี้และขนมเค้กกล้วยหอมที่ไร้ส่วนผสมจาก 8 กลุ่มเสี่ยง เช่น ไข่ไก่ แป้งสาลี นมวัว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเปลือกแข็ง รวมถึงปลาทะเลและสัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งด้วย นอกจากขนมก็ยังมีบะหมี่ผักเรนโบว์ Gluten-free ที่ไม่ใส่วัตถุกันเสียและใช้สีจากธรรมชาติ ทั้งบีทรูท แครอท ฟักทอง มันม่วง ใบเตย และอัญชัน รวมพลัง 6 สี

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

แม่ตั้มกาดอกจันเลยว่าจะแพ้อาหารหรือไม่แพ้อาหาร ก็อร่อยกับบะหมี่ผักเรนโบว์ได้ทุกเพศทุกวัย 

ขนมจากครัว Kitchen Player มีคุกกี้การ์ตูนให้เด็กๆ แต่งแต้มสีสันและหน้าตาด้วยนะ เพลินกับการกินมากกว่าเดิม เพราะเติมความภูมิใจจากคุกกี้ที่มีชิ้นเดียวในโลก ว่าแล้วก็อยากอ้าปากกว้างแล้ว อ้ำ! ขนมฝีมือแม่ตั้ม

Facebook : Kitchen Player ขนมสำหรับเด็กแพ้อาหาร มังสวิรัต เจ gluten free Top8 free

10

ใช้ไม้ ใช้มือ ออกแบบงานปั้นเซรามิกกับ ภาชานะสตูดิโอ

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

‘ภาชานะ’ สตูดิโอเซรามิกที่ทำงานดีไซน์ของใช้ ภาชนะบนโต๊อาหาร และของตกแต่งบ้าน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ใช้บริการได้ เราได้พูดคุยกับเจ้าของสตูดิโออย่าง โกมล คงเจริญ เขาเผยจุดเด่นแบบไม่กั๊กเลยว่า สินค้าและผลงานทุกชิ้นไม่ซ้ำกัน มีชิ้นเดียวบนโลก เพราะเขาทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดีไซน์ การผสมเคลือบ ตกแต่งเคลือบ จนถึงการแต้มสี

แต่งลวดลายเพิ่มความสวยงาม โครงสร้างและรูปทรงของสินค้าจะมีความเป็นศิลปะ และเน้นให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับตัวงาน รับรองว่าเห็นแล้วต้องปลื้ม อย่างผลงานชุดสลัก เป็นแก้วไม้ ลูกค้าสนุกได้ด้วยการ Customize เปลี่ยนหูแก้วเป็นทรงอื่น ถ้าเอาแก้วหลายๆ ทรงมาตั้งรวมกัน ก็ดูเป็นคอลเลกชันงานมือที่สวยไปอีกแบบ แถมยังใช้ได้จริง

ช้อปสินค้าเด็ก ตั้งแต่ขนมเพื่อลูกแพ้อาหาร ภาชนะเซรามิก เสื้อผ้าสีธรรมชาติ ยันของเล่นที่ออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากสรรพสินค้ารอบนี้เป็นของเด็กๆ หลายคนคงสงสัยว่าเด็กจะมีส่วนร่วมอย่างไร และคำตอบก็คือ ที่นี่เขามีสินค้าเป็นแก้วคาแรกเตอร์การ์ตูนให้เด็กได้ซื้อตามความชอบ และเด็กโตขึ้นมาหน่อยก็เข้าร่วมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ผลงานในสตูดิโอ จะปั้น จะเคลือบ หรือทาสีก็ไปทำกันได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจและสะดวกพาลูกไปใช้ไม้ใช้มือออกแบบงานปั้นเซรามิก ก็นัดเวลาแล้วไปที่โครงการวัดข้างบ้าน จังหวัดเชียงใหม่ หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เพราะเขายังมีส่วนที่ฝากขายในโรงแรมรายา เฮอริเทจ และช่องทางออนไลน์ให้เราไปส่องก่อนลงมือปั้นจริง

ป.ล. แม้เราจะพูดถึงแก้วอยู่บ่อยๆ แท้จริงแล้วสินค้าของภาชานะยังมีภาชนะอื่นๆ ให้สะสมและเอาไปใช้งาน อย่างกระถางดอกไม้-กระถางต้นไม้ กาต้มชา รวมถึงเครื่องจาน-ชาม งานนี้บอกเลยว่าเด็ดจนอยากมีติดบ้าน

Website : www.pachanastudio.com

Facebook : Pachana Studio / Komol Kongcharoen

Instagram : pachana_studio

Writers

Avatar

ปภาวิน พุทธวรรณะ

เพิ่งเรียบจบอยู่ในช่วง Gap Year พยายามจะทดลองใช้ชีวิตคราวละวันทีละวันดำเนินชีวิตปกติสามัญธรรมดา แฟนคลับคนเหงาลุง Haruki Murakami

Avatar

วิศรุต พวงพะเนียด

ขอเป็นมือใหม่หัดเขียนที่อยากลองสิ่งใหม่ ตกหลุมรักในชาเขียว และฟังเพลง Taylor Swift เป็นชีวิตจิตใจ

สรรพสินค้า

ห้างสินค้าดีไซน์ คัดสรรโดย The Cloud

เวลาผ่านไปเร็วจริงหนอ จากงานหนังสือเมื่อต้นปีเผลอแป๊บเดียวก็ถึงเวลาคราวบรรจบอีกครั้งกับงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 23 และเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 12’

ถ้าใครได้ไปเที่ยวงานรอบนี้แล้วจะเห็นว่ามีหลายบูทที่ขายหนังสือแบบ ‘เทกระจาด’ จัดมุมหนึ่งของบูทใส่หนังสือจำนวนมากให้นักอ่านได้รื้อค้นเอง ไปจนถึงวางเรียงสวยงามคละปกให้เลือกหากันง่ายๆ อีกทั้งราคาขายที่น่ารักน่าชังอย่างแรง มีตั้งแต่ 20 – 50 บาท ของถูกแบบนี้ใครจะไม่ชอบ

สำหรับคราวนี้ เราขอแนะนำหนังสือถูกและดี ทุกเล่มที่นำมาเสนอราคาไม่เกิน 100 บาท แต่คุณภาพคับแก้ว (เล่ม) เกินร้อยในแง่เนื้อหาและของสะสม พร้อมด้วยการชี้เป้าทั้งพิกัดและราคาให้สะดวกต่อการค้นหาและคำนวณเงินในกระเป๋า มีอะไรบ้างมาดูกัน

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

 

บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน 1-2

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : ศรีรัชนี
ผู้แปล : พจนา จันทรสันติ
พิกัด : โกมลคีมทองD01
ราคา : 100 บาท (เล่มละ 50)

หากพูดถึงชื่อ ภควัน ศรีรัชนี อาจไม่คุ้นหูกันเท่าไหร่ แล้วถ้าเราจะบอกว่าชื่อเมื่อกล่าวไปในข้างต้นคือ ‘OSHO’ คุรุทางจิตวิญญาณผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของยุคล่ะ เริ่มคุ้นกันบ้างหรือยัง

โดยเล่มนี้ บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน จบที่ 2 เล่มโดยสมบูรณ์ เนื้อหาพูดถึงการปฏิบัติภาวนา ใช้สมาธิเพื่อเดินทางกลับเข้าไปสำรวจภายในของตัวเอง โดยแต่ละหน้าจะเป็นข้อเขียนขนาดกำลังพอดีๆ เหมาะสำหรับหยิบขึ้นอ่านก่อนนอนสัก 2 – 3 หน้า หรือจะอ่านจนจบก็ไม่ว่ากัน

อย่าเพิ่งคิดว่าน่าเบื่อ หากสนใจในเรื่องปรัชญา เล่มนี้ขอแนะนำ อ่านไม่ยากอย่างที่คิด

 

Exodus

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : ลีออน อูริส
ผู้แปล : ธนิต ธรรมสุคติ
พิกัด : มอร์แกน พับลิชชิ่ง N46
ราคา : 100 บาท (ย้ำว่าราคาปก 700 บาท!)

ลดกันแบบถล่มทลาย ลดจริงจังมากๆ กับเล่มนี้ ผู้เขียนเห็นครั้งแรกยังคิดเลยว่ามันต้องเบอร์นี้เลยเหรอวะ (ฮา)

สรุปเร็วๆ เนื้อหาภายในเล่มเล่าเรื่องของการสร้างชาติยิวขึ้นใหม่อีกครั้งและมีช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพื้นหลัง เป็นนวนิยายที่ให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้ดีมาก ลงลึกรายละเอียดต่างๆ ได้ทั่วถึง ผนวกเรื่องแต่งด้วยแล้ว เล่มนี้ให้ทั้งคุณค่าและความบันเทิงครบถ้วนทุกประการ

ราคาเต็ม 700 บาท หนาระดับที่ว่าถ้าเผลอตกใส่หัวอาจหัวร้างข้างแตกได้ เคยซื้อมาก่อนแล้วหรือซื้อหนังสือในงานเยอะแล้วเลยแบกเล่มนี้กลับบ้านไม่ไหว น่าจะเป็น 2 เหตุผลที่จะไม่สอยหนังสือเล่มนี้

 

คู่มือศึกษาโจรสลัด

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : โรเบิร์ต เจ. แอนโทนี
ผู้แปล : ประสิทธิ์ ตั้งมหาสถิตกุล
พิกัด : คบไฟ Q47
ราคา : 20 บาท

ลืมภาพจำหมวกฟางลูฟี่ไปครู่หนึ่ง สำหรับเล่มนี้เราจะมาพูดถึง ‘โจรสลัด’ จริงๆ ในประวัติศาสตร์ ผ่านข้อเท็จจริงทางข้อมูลเอกสาร บทบันทึกเกี่ยวกับโจรสลัดแต่ละยุคสมัย รวมไปถึงการตีความของนักวิชาการ ทำให้มองเห็นทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านทางเรื่องเหล่านี้ได้ด้วย

เรื่องราวของโจรสลัดในประวัติศาสตร์จริงก็น่าสนใจไม่แพ้การที่ลูฟี่กำลังเดินทางค้นหา ‘วันพีซ’ เลย ให้ตายสิ!

 

หมายเหตุฆาตกรรม -ไม่มีใครเขียนจดหมายถึงนายพัน –ตำนานวีรบุรุษ

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ
ผู้แปล : พัชรินทร์
พิกัด : แม่จินดา T42
ราคา : 100 บาท (สามเล่มชุด)

สำหรับนักอ่านบ้านเรา กาเบรียล การ์เซียมาร์เกซ น่าจะเป็นชื่อที่ได้ยินกันหนาหูกับ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ผลงานแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ซึ่งถือเป็นมาสเตอร์พีซของเขาก็ว่าได้

นอกจาก หนึ่งร้อยปีฯ แล้วก็มีงานแปลของนักเขียนคนนี้อยู่บ้างในตลาดวรรณกรรมของไทย น่าดีใจที่หลายสำนักพิมพ์ได้ผลิตงานของเขาออกมาเป็นระยะ รวมถึง 3 เล่มนี้ที่เคยมีการตีพิมพ์ออกมานานมากแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือมาให้นักอ่านรุ่นหลังได้ตามเก็บสะสมในราคาสบายกระเป๋า หากชอบผลงานของนักเขียนคนนี้ ชุดนี้ก็ไม่อยากให้พลาดกัน

 

หนังโรคจิต

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
พิกัด : ศูนย์ส่งเสริมการอ่าน (อยู่ใต้บันใดเลื่อนใกล้ศูนย์อาหาร)
ราคา : 50 บาท

หนังโรคจิต เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวอาการทางจิตของตัวละครต่างๆ ในภาพยนตร์แต่ละเรื่อง วิเคราะห์ถึงพฤติกรรมซับซ้อนที่ตัวละครแสดงออกมา เมื่อได้รู้เรื่องราวเหล่านี้มากขึ้นก็น่าจะทำให้เรา ‘อิน’ กับภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้ง่ายๆ รวมถึงการย้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่าเรามีพฤติกรรมใกล้เคียงกับบางตัวละครหรือยังไม่เสียหายอะไรหากเราจะได้เช็กพฤติกรรมของตัวเองไปในตัว อาจจะเรียกว่าดูละคร (หนัง) แล้วย้อนดูตัวของจริง

 

ผู้เบิกทาง – สวนศาสดา

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : คาลิล ยิบราน
ผู้แปล : กิติมา อมรทัต (ผู้เบิกทาง) – น่านรังษี กิติมา (สวนศาสดา)
พิกัด : โฆษิต U26
ราคา : 70 บาท (ผู้เบิกทาง), 50 บาท (สวนศาสดา)

ปรัชญาชีวิต น่าจะเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายคน ด้วยถ้อยคำสละสลวย ภาษาที่ใช้เรียงร้อยเข้าด้วยกันงดงามจับใจ เด่นในเรื่องอุปมาอุปไมย เป็นงานเขียนเชิงปรัชญา อ่านแล้วชุบชูใจและจิตวิญญาณได้เป็นอย่างดี อันเป็นที่นิยมของนักอ่านในบ้านเราอีกเล่มหนึ่ง

นอกจากเล่มพิมพ์นิยมแล้ว เขายังมีงานเขียนอื่นออกมาให้นักอ่านทั่วโลกได้อิ่มเอมในถ้อยคำ โดยมีทั้งข้อเขียน บทกวี เรื่องสั้น ซึ่งเราก็อยากแนะนำเล่มอื่นๆ ให้ได้ลองอ่านกัน น่าจะประทับใจไม่แพ้ ปรัชญาชีวิต แน่นอน

 

โรเมโอและจูเลียต

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : วิลเลียม เชคสเปียร์
ผู้แปล : พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
พิกัด : คลังวิทยาบูรพา Q53
ราคา : 60 บาท

สุดยอดงานวรรณกรรมระดับโลกของ  วิลเลียม เชกสเปียร์ เรื่องราวโศกนาฏกรรมของคู่รักคู่หนึ่ง เป็นบทละครที่มีสำนวนไพเราะ ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครหลายต่อหลายครั้ง ในส่วนของหนังสือก็มีหลายสำนักพิมพ์ได้สรรค์สร้างขึ้นจนมีหลายปก หลายสำนวนการแปล เอาเป็นว่าถ้าอยากเก็บสะสมเรื่องนี้ให้ครบทุกแบบคงยากเอาเรื่องอยู่

สำหรับเรื่องนี้ สำนวนที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นการแปลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บวกกับการทำรูปเล่มดีๆ มีใบหุ้มปกสวยๆ อย่างนี้ มีเก็บไว้สะสมประดับขั้นหนังสือที่บ้านสักเล่มสองเล่มก็น่าสนใจไม่หยอกเพราะอีกไม่นานหนังสือรุ่นเหล่านี้ก็จะหายากขึ้น ถ้าตามหาอีกทีราคาอาจสูงขึ้นหลายเท่าตัว

 

ภาพพูดเปิดมิติใหม่ในการดูฝาผนัง

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย
พิกัด : หนังสือสายน้ำ O08
ราคา : 20 บาท

อย่างที่เรารู้กันดีว่าภาพวาดฝาผนังต่างๆ ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ จะว่าด้วยเรื่องธรรมะหรือเป็นเพียงมุกตลกของนักวาดก็ตามแต่ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เคยเกิดขึ้นจริงเมื่อครั้งอดีตกาล

หนังสือเล่มนี้เป็นเสมือนไกด์เพื่อบอกเราว่าอิริยาบถต่างๆ ที่ปรากฏผู้คนในภาพกำลังทำสิ่งใด รวมถึงบอกพิกัดด้วยว่ากำแพงที่อ้างอิงมาจากวัดใด บอกรายละเอียดให้เราตามไปดูของจริงได้ด้วยตัวเองด้วย เอาจริงๆ ภาพวาดฝาผนังดูแล้วก็เพลินดีเหมือนกันนะ

 

โลกใบเล็กของอินเดียน

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : อุดร วงษ์ทับทิม (งานรวบรวมแปล)
พิกัด : โกมลคีมทอง D01
ราคา : 50 บาท

ยังคงน่าสนใจเสมอสำหรับเรื่องราวของชาวอินเดียนแดง สำหรับเล่มนี้เป็นการบอกเล่าถึงตำนานต่างๆ ของพวกเขา รวมถึงนิทานพื้นบ้าน บทเพลงในวาระต่างๆ บทกวี ทำให้เราได้เห็นถึงวิถีชีวิตและมรดกทางปัญญาเพื่อเข้าใจธรรมชาติของพวกมากยิ่งขึ้น หนังสือเกี่ยวกับอินเดียนแดงในบ้านเรามีไม่มากนัก สำหรับเล่มนี้อ่านเอาเล่นก็ได้ เก็บไว้อ้างอิงศึกษาก็น่าสนใจ

       

วาระสุดท้าย

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : โตมร ศุขปรีชา
พิกัด : เคล็ดไทย P02
ราคา : 50 บาท

เหตุที่เลือกเล่มนี้มานอกจากเรื่องราคาน่ารักน่าชังแล้ว ยังเห็นว่าประเด็นของเล่มน่าสนใจ ว่าด้วยเรื่องวาระสุดท้ายก่อนบางสิ่งหรือบางคนจะถึงวันสุดท้ายของชีวิต เริ่มไปตั้งแต่งานปาร์ตี้สุดท้ายของเฮมมิ่งเวย์ก่อนที่เขาจะยิงตัวตาย หรือจะพูดถึงเรื่องกว้างๆ อย่างการล่มสลายของระบบราชวงศ์ในเนปาล แล้ววกกลับมาที่เรื่องเล็กๆ อย่างการตายของหมาตัวหนึ่งที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้านที่ถูกประกาศขายไปแล้ว

กล่าวได้ว่าในเล่มมีทั้งสาระ เกร็ดความรู้ ไปจนถึงอ่านเอารู้สึก ถ้าเป็นนักดาบก็คือมีทั้งบู๊และบุ๋นอยู่ในกระบวนท่าเดียว ร้ายกาจยิ่งนัก

 

โรงเรียนใต้ร่มไม้

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ

ผู้เขียน : รพินทรนาถ ฐากูร
ผู้แปล : พยับแดด
พิกัด : นาคร Q49
ราคา : 45 บาท

อีกหนึ่งแนวคิดการศึกษาจากคุรุทางจิตวิญญาณอีกคนหนึ่ง โดย รพินทรนาถ ฐากูร เริ่มต้นก่อโรงเรียนจากคำถามว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรให้แนวการศึกษาแบบตะวันตกสอดคล้องกับวัฒนธรรมอินเดีย โดยจุดประสงค์หลักคือมุ่งเน้นพัฒนาคุณค่าในตัวมนุษย์มากกว่าจะมากางกระดาษข้อสอบดูว่าใครได้คะแนนดีที่สุด

เป็นอีกหนึ่งเล่มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะนักอ่านที่กำลังเป็นครูอยู่ในตอนนี้ บางทีเล่มนี้อาจจะให้บางสิ่งเพื่อนำไปปรับใช้กับการเรียนการสอนได้ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าวิชาชีวิตยังไงก็เป็นสิ่งสำคัญต่อโลกใบนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load