ยิปซี-คีรติ และ ยิปโซ-อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ คือคู่พี่น้องชื่อคล้ายที่หลายคนคิดว่าพวกเธอเป็นแฝด ทั้งที่จริงๆ ทั้งคู่อายุห่างกัน 2 ปี ยิปซีเป็นพี่ และยิปโซเป็นน้อง

10 กว่าปีก่อนเราได้รู้จัก ‘ตัวละคร’ ที่รับบทโดยยิปซีและยิปโซในหนังอย่าง อนุบาล เด็กโข่ง และ 32 ธันวา แล้วได้เห็นพวกเธอแสดงด้วยกันครั้งแรกใน ส.ค.ส. สวีทตี้ 

มาวันนี้ เราได้รู้จัก ‘ตัวตน’ ของพวกเธอผ่าน YouTube

พบยิปซีใน ไหนเล่าซิ๊ เจอยิปโซใน ยิปโซต้องสู้ 

และเห็นทั้งคู่พร้อมกันใน ยิปย่อย รายการที่พี่น้องชวนกันเม้ามอย ตั้งแต่เรื่องเฮฮาอย่างการแต่งหน้า ไปจนถึงเรื่องเล่าเคล้าน้ำตาอย่างการรักตัวเอง

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก

ในขวบปีที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 ยิปซีและยิปโซผ่านชีวิตในจอมาพอประมาณ ผ่านชีวิตนอกจอมาพอสมควร เรารู้จักพวกเธอผ่านหน้าจอมามาก คงดีไม่น้อยหากได้รู้จักเรื่องราวหลังจอบ้าง

ในเมื่อทั้งคู่คุยกันเองสนุกอยู่แล้ว จะให้ The Cloud สัมภาษณ์สองสาวก็กระไรอยู่ สู้ให้พวกเธอสัมภาษณ์กันเองคงได้อรรถรสมากกว่า 

เรารีบส่งเรื่องที่อยากรู้ แนบกล้องถ่ายรูปฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้งสองตัวให้สองสาว ภาพทั้งหมดที่คุณรับชม จึงเป็นส่วนผสมที่พี่ถ่ายน้องและน้องถ่ายพี่ ส่วนภาพที่มีสองคน… อันนี้เราไม่แน่ใจ 

แม้ชีวิตของสองสาวยิปซี-ยิปโซ จะแตกต่าง แต่เรารับประกันว่าเรื่องราวต่อไปนี้จะทำให้คุณมีความสุขและสนุกจนอมยิ้มไม่ต่างกัน

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
01

คิดถึงตอนเข้าวงการและทรมานกับการแคสติ้ง

ยิปโซ : อันดับแรก ยิปซีคะ ชอบชีวิตตัวเองในวงการบันเทิงตอนไหนที่สุดคะ

ยิปซี : ชอบตอนเข้าใหม่ๆ อายุสิบแปด

ยิปโซ : ทำไมอะ

ยิปซี : มันรู้สึกว่า…

ยิปโซ : เด็ก (หัวเราะ)

ยิปซี : ไม่ใช่ๆ เด็กนี่ชอบอยู่แล้ว (ยิ้ม) เจ๊คิดถึงตัวเองตอนที่แค่ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายเอ็มวี เพราะตอนเข้าสู่วงการละครจะมีความ Toxic บางอย่าง เราต้องพยายามปรับตัวเพื่ออยู่ในนั้นให้ได้ เจ๊เริ่มรู้สึกว่า โอเค เราเป็นนักแสดงที่เก่งขึ้น อยู่เป็นมากขึ้น แต่เราก็สูญเสียความใสบางอย่างไป แล้วเธอล่ะ ชอบชีวิตในวงการตอนไหน… เหรอเธอ (ยิ้ม)

ยิปโซ : เธอดูไม่จริงใจในการถามเราเลยอะ

ยิปซี : ชอบตอนไหนๆ (ยักไหล่ไปมา)

ยิปโซ : บี๊ไม่ชอบช่วงแรกเลย คือบี๊ไม่ใช่คนที่มีแววดารา เจ๊เข้าใจปะ เราไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน รู้สึกเหมือนโดนโยนลงบ่อน้ำ แต่ไม่เคยมีใครสอนเราว่ายน้ำ บรรยากาศตอนแคสต์ทำให้บี๊บอกตัวเองว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากกลับไปแคสต์แล้ว ไม่ใช่ไม่สนุกนะ แต่เป็นเพราะการแข่งขันตรงนั้นทำให้เราอึดอัด ทำไมเราต้องนั่งอยู่ในห้องเดียวกันแล้วจ้องหน้ากัน เหลือบมองว่าใครจะได้งานนี้ไป ลูกฉันดังกว่าลูกเธอนะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนต้องโกรธกันขนาดนั้น (หัวเราะ) 

งานแรกบี๊เข้าไปทำ สตรอเบอรี่ชีสเค้ก กลัวนะ เราโดนคนบิลด์มาเยอะว่า อุ๊ย ผู้หญิงสิบกว่าคนอยู่ด้วยกัน น่ากลัว เดี๋ยวจะเกลียดกันรึเปล่า แต่พอเราผ่านอะไรหนักๆ มาด้วยกัน ก็ไม่เกลียดกันหรอก เราแค่กลัวไปก่อน ช่วงที่บี๊ชอบที่สุดจริงๆ คือช่วงที่เล่นละครเวที

ยิปซี : เอ้ย ตอนนั้นดี

ยิปโซ : ใช่ ตอนนั้นเล่นเรื่อง หลังคาแดง ที่ พี่ตั้ว (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) กำกับ เล่นกับ พี่โทนี่ (โทนี่ รากแก่น) และอีกหลายคน ก่อนหน้านั้นบี๊เล่นหนังไปแล้วหลายเรื่อง แต่ หลังคาแดง คือครั้งแรกที่ได้รู้สึกถึงศาสตร์ของวงการนี้จริงๆ 

ยิปซี : เจ๊ไม่เคยเล่นละครเวที เพราะฉะนั้น I don’t know. 

ยิปโซ : บี๊โดนจับเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ ที่วันๆ ก็ซ้อมการแสดง ร้องเพลง แล้วก็เต้น ทุกคนร่วมมือและให้เกียรติกัน ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เหมือนเราได้เข้าค่าย ได้เรียน ได้แสดง แถมมีคนจ่ายตังค์ด้วย

ยิปซี : แกเน้นฟรีนี่

ยิปโซ : มันจะมีอะไรครบไปมากกว่านี้เจ๊

ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
ยิบซีชวนยิบโซคุยถึงวันที่เผลอเกลียดตัวเอง ความรักภาคปฏิบัติ และการสลัดคราบนางเอก
02

YouTuber ทำให้กลับมาเจอกัน 

ยิปซี : งานหลักของเธอคืออะไรตอนนี้

ยิปโซ : ยิปย่อย (หัวเราะ)

ยิปซี : เป็นยังไงไหนเล่าซิ

ยิปโซ : ก่อนหน้านี้เราไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ก่อนโควิด-19 ดันหยุดทำละครไป พอโควิดปุ๊บก็ยาว ไม่ได้ทำอะไรเลย เพ้อฝันกับชีวิตเป็นปี พอได้มาทำ ยิปย่อย ก็ยากนะ เจ๊ก็รู้ เจ๊อยู่ด้วยตลอด 

ยิปซี : ฉันรู้ แต่ฉันทำหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยไง

ยิปโซ : เออๆๆ บี๊ชอบ ยิปย่อย เพราะบี๊ได้สร้างชิ้นงานของตัวเอง เราเลือกได้ว่าอยากพูดถึงอะไร ทำแบบไหน ซึ่งการสร้างชิ้นงานเองก็ยากด้วย เจ๊เก็ตมั้ย จุดที่ปิ๊งปั๊งที่สุด คือจุดที่ดำมืดที่สุดในเวลาเดียวกัน สมัยก่อนเป็นนักแสดงก็แค่ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แต่อันนี้เราเป็นทั้งนักแสดง พ่วงโปรดิวเซอร์ ครีเอทีฟ ประสานงาน สวัสดิการ

ยิปซี : ตัดต่อ ทำปก หรือบางทีก็ขายงานลูกค้าเอง

ยิปโซ : เออ เป็นทุกอย่างเลย มันคงทำให้เราเก่งขึ้นเนอะ แต่ก็ยากด้วย แล้วเจ๊อะ งานหลักของเจ๊คืออะไร

ยิปซี : งานหลักของเจ๊ก็คือ ที่เรียกๆ กันว่า YouTuber นี่แหละ

ยิปโซ : Oh my god ! เจ่เจ๊ เราสองคนเป็น YouTuber แล้วอะ

ยิปซี : จับพลัดจับผลูสุดๆ งงมาก เพื่อนยัดเจ๊เข้ามาในวงจรนี้ ทำรายการ ไหนเล่าซิ๊ เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเหมือนกันนะ เจ๊เป็นคนไม่มีความมั่นใจ ไม่ค่อยได้โชว์เวอร์ชันที่เป็นเราจริงๆ ให้ใครเห็น ยิปซีอยู่ในวงการมาสิบปี เป็นคนอื่นตลอด เพื่อนสนิทมักจะถามว่า ‘มึง ยิปซีเขาเป็นคนยังไงวะ’ เจ๊รู้สึกว่าตัวเองเปราะบางมาก เหมือนเป็นตัวนิ่ม ถามตัวเองตลอดว่าถ้าเราเป็นแบบที่เราเป็นในชีวิตจริง คนจะชอบเรามั้ย เขาจะด่าเรารึเปล่า ตอนทำ ไหนเล่าซิ๊ ช่วงแรกก็ประหม่า ก่อนจะค่อยๆ เติบโตขึ้น ถึงจุดหนึ่งเราก็กล้าที่จะให้คนอื่นเห็นตัวตนของเรา โชคดีที่ทุกอย่างในรายการออกมาพอดี น่ารักและคนดูชอบ เจ๊โคตรชอบที่ได้ทำสิ่งนี้

ยิปโซ : (พยักหน้า)

ยิปซี : ที่สำคัญเลยนะ ทั้ง ไหนเล่าซิ๊ และ ยิปย่อย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ๊กับเพื่อน หรือเจ๊กับโซ ดีขึ้นมาก ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน เออ พูดไม่ถูกอะ แต่สวยงามจริงๆ

ยิปโซ : เออ จริง ตอนทำรายการ เราก็ทะเลาะกันบ้างเนอะ จากที่ชีวิตนี้ไม่เคยทะเลาะกันเลย มีช่วงใหญ่ๆ ที่เราสองคนไม่ได้ติดต่อกัน แต่พอมี ยิปย่อย ก็ได้คุย ได้ทะเลาะ

ยิปซี : จะฟาดกันหลายรอบ รักแต่ก็โมโห แต่พอโมโหสักพักก็กลัวโซไม่รักฉัน ดังนั้น…

ทั้งสองคน : ฉันถอยดีกว่า 

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
03

ไม่เท่ แต่เกิดขึ้นจริง

ยิปโซ : ชีวิตเจ๊มีจุดเปลี่ยนอะไรบ้าง

ยิปซี : โห ชีวิตเจ๊เยอะมาก โซก่อนเลย

ยิปโซ : หูย จุดเปลี่ยน (สบถเล็กน้อย) ทำไงดี เยอะอะ

ยิปซี : เจ๊ก่อนก็ได้ เอาแบบป๊อบอัปขึ้นมาในหัวเลยนะ เจ๊ว่าเป็นตอนเข้าวงการ จากที่เป็นเด็กเนิร์ดมาก่อน เราเปลี่ยนไปเยอะมาก

ยิปโซ : ก่อนเข้าเราก็เนิร์ดพอกันแหละ (หัวเราะ)

ยิปซี : เจ๊เป็นเนิร์ดแรดอะตอนนั้น ครูทุกคนต้องรู้จักคีรติ คีรติทำเกรดมากกว่า 3.5 ทุกเทอม เป็นเด็กตั้งใจเรียน แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ โดดเรียนเก่งมาก เคยปีนรั้วออกไปหาแฟนอีกโรงเรียนหนึ่ง

ยิปโซ : นี่ไม่เรียกเนิร์ดแล้วมั้ยเจ๊ เข้าเรื่องๆ การเข้าวงการเปลี่ยนวิธีคิดของบี๊หลายอย่าง บี๊เพิ่งมาค้นพบช่วงหลังเอง ตอนเข้าวงการมีช่วงหนึ่งที่เราตั้งคำถามกับตัวเองเยอะมาก นิสัยเราโอเคหรือยัง เป็นที่ยอมรับของสังคมหรือยัง บี๊เอาการอยู่รอดของตัวเองไปผูกไว้กับความคิดเห็นของคน เดาว่าเจ่เจ๊ก็น่าจะเป็น ดาราทุกคนในวงการด้วย อาจจะมากน้อยไม่เท่ากัน แต่เชื่อว่าทุกคนเคยคิดว่าตัวเองต้องพึ่งพาการยอมรับจากคนอื่น

หลายคนอาจเคยมองว่าบี๊ติสท์มาก แต่แม้แต่คนที่ติสท์ที่สุดก็อาจจะติสท์เพื่อการยอมรับก็ได้ สุดท้ายบี๊ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เข้ามาในวงการ แล้วรู้สึกกลัว ถ้าทำงานตรงนี้ได้ไม่ดี ถ้าคนไม่ยอมรับในผลงาน ฉันจะอยู่ไม่รอด ไม่มีงานทำ เท่ากับว่าเราเลี้ยงตัวเองไม่ได้ เลี้ยงที่บ้านไม่ได้ ทุกอย่างพังหมด ทุกวันนี้มานั่งแก้ความคิดนี้อยู่ เออ จุดเปลี่ยนของบี๊ไม่เท่ แต่มันคือความจริง 

ยิปซี : ที่โซพูดมา เจ๊ก็เป็น จุดเปลี่ยนของเจ๊คือการถูกแสตมป์ว่า ถ้ายูเป็นนางเอกลุคหมวยขาว ยูต้องมีนิสัยแบบหนึ่ง เจ๊ถูกแปะป้ายแบบนี้จนถึงยุคแห่งการปลดแอก ในที่สุดเจ๊ก็บอกตัวเองว่า ฉันจะไม่ยอมให้เธอมาตราหน้าว่าฉันต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น ฉันจะเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย เอาวะ ก็ฉันเป็นอย่างนี้จะให้ทำยังไง ช่วงนั้นเริ่มมีคนถามว่า ทำไมยิปซีฉีกลุค แต่จริงๆ เราเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว แต่งตัวเปิดเผยอยู่แล้ว โซรู้ ที่บ้านรู้ โลกรู้

ยิปโซ : เอ่อ ตอนแรกโลกยังไม่รู้หรอกเจ๊ (หัวเราะ)

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
04

เข้าใจความสุขผิดไป

ยิปซี : อีกจุดเปลี่ยนหนึ่งคือ ช่วงที่เจ๊เหมือนกลายเป็นไอคอนด้านการออกกำลังกาย ตอนแรกเจ๊มีความสุขมากเลยนะ เมื่อก่อนเจ๊เป็นเด็กขี้โรค บี๊ก็รู้ เจ๊เลยหันมาออกกำลังกาย แล้วดันมีผลพลอยได้คือรูปร่างที่ดี แถมมีคนชอบ มากกว่านั้นคือหาเงินได้ด้วย เฮ้ย วิน-วิน ไปหมด กลายเป็นภาพจำของยิปซี คีรติ ไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งถึงจุดที่สามสิบกว่า ไม่ว่าเราจะออกกำลังกายหรือคุมอาหารมากแค่ไหน ผลลัพธ์ก็ไม่เหมือนเดิม เราไม่สามารถทำให้ร่างกายคงที่เหมือนตอนยี่สิบห้าได้ ช่วงนั้นเราป่วย ดีเพรส เรากดดันตัวเอง รู้สึกทำให้คนอื่นผิดหวัง กลัวว่าคนอื่นจะคิดเหมือนกับสิ่งที่เรากลัวแล้วเข้ามาคอมเมนต์ สิ่งที่เจ๊เคยมีความสุขกลายเป็นแหที่รัดและคลุมเจ๊จนไปไหนไม่ได้ 

มีช่วงหนึ่ง อันนี้ไม่เคยเล่าที่ไหนเลยนะ เจ๊ไม่กล้ามองกระจกเลย เห็นกระจกแล้วจะหันหนี เพราะกลัวส่องแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เจ๊ผ่านตอนนั้นมาได้เพราะเพื่อนที่ทำ ไหนเล่าซิ๊ บอกเราว่า “เธอควรใจดีกับตัวเองมากขึ้นนะ คนเราต้องแก่ขึ้น มึงสามสิบกว่าแล้ว ทำมาได้ขนาดนี้ มึงลืมชมตัวเองไปบ้างรึเปล่า” คำพูดเหล่านี้ดีมากๆ มันช่วยให้เจ๊ไม่ใจร้ายกับตัวเองมากเกินไป

ยิปโซ : มันคือการที่เรากลัวว่าเขาจะมาแสดงความผิดหวังให้เราดู สิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกคนที่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนอื่น ถ้าเราเสพติดคำชมของคนอื่นเมื่อไหร่ ก็อาจจะมีจุดที่เรากลัวจะเสียมันไป วันนี้เรื่องพวกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับดาราแล้ว ทุกคนเป็นดารา ทุกคนมีโซเชียลมีเดีย วันหนึ่งถ้ายอดไลก์ไม่เท่าเดิมเราก็เครียด

ยิปซี : เจ๊เคยเป็นๆ มีครั้งหนึ่งช่วงออกกำลังกาย ได้ไลก์เป็นแสน จู่ๆ มีโพสต์หนึ่งไลก์ลดเหลือหกหมื่น เครียดมาก รูปนี้ไม่ดีเหรอ ทำไมวะ เกิดอะไรขึ้น

ยิปโซ : แต่นั่นแหละ สุดท้ายพอทุกคนทรมานมามากพอ เราก็จะหันกลับมาหาความสุขที่แท้จริง เหมือนที่เจ๊เจอ ไหนเล่าซิ๊ ก็ทำให้เจ๊กลับมาทบทวนตัวเองแล้วก้าวผ่านมาได้ นี่สิการยอมรับตัวเอง นี่สิเพื่อนที่เราสบายใจ

ยิปซี : โซก็เคยผ่านอะไรแบบนี้ตอนเป็นมังสวิรัติ ใช่มั้ยนะ

ยิปโซ : ใช่ บี๊เคยเป็นมังฯ แบบอ่อนๆ เรียกว่า Pescitarian คือกินปลากับไข่ได้ เห็นพี่เจ มณฑล (มณฑล จิรา) กินแบบนี้แล้วเขาดูมีความสุขมาก ตื่นขึ้นมากินแค่ผักผลไม้ กระโดดลงไปว่ายน้ำ แล้วขึ้นมาทำโยคะ เราอยากลองบ้าง สุดท้ายก็ทำได้และทำได้ง่ายด้วย ก็เลยทำมายาวๆ หกปี 

ถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่า Pescitarian ยังไม่พอ อยากทำมากกว่านั้น วีแกนสิความจริงแท้ของมนุษย์ ฟันแบบนี้ สรีระแบบนี้ควรจะกินพืชไม่ใช่กินเนื้อ ทั้งโลกจะทำยังไงก็แล้วแต่เขา เราจะทำแบบนี้ ก็เลย Push ตัวเองมากขึ้น สรุปบี๊หันมากินวีแกนจริงๆ อีกสี่ปี รวมๆ สิบปี เกือบตาย

ยิปซี : เออ ตอนนั้นวันๆ แกอยู่กับแตงโมหนึ่งลูกบ้าง มะละกอหนึ่งแถวบ้าง

ยิปโซ : วีแกนไม่ได้มีอะไรแย่เลยนะ ไม่ว่าจะเป็นวีแกนแบบไหน แต่ปัญหาคือบี๊เป็นคนกินวีแกนที่กินไม่ดี ไม่ดีที่ว่าเคยถึงขั้นเป็น Anorexia กับ Bulimia ที่กินแล้วอาเจียน ตอนนั้นเป็นนรกของบี๊เลย บี๊เชื่อในหลัก Spiritual มันไม่ใช่ศาสนาใดศาสนาหนึ่งนะ แต่คือแก่นกลางของทุกศาสนาที่ต้องมีความเมตตา ทำดีต่อกัน บี๊เชื่อว่าการไม่เบียดเบียนคนอื่นอย่างการไม่กินเนื้อสัตว์ น่าจะช่วยให้ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายดีขึ้น แถมเราตั้งข้อแม้ให้ตัวเองด้วยนะว่าการกินมังฯ ของเราต้องไม่ไปตัดสินคนอื่น ทุกคนเลือกได้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเอง ถ้าฉันกินมังสวิรัติเพราะรักสัตว์ แต่ฉันไม่รักสัตว์คนอื่นซึ่งคือมนุษย์ ฉันจะกินมังฯ ไปทำไม…

แต่สุดท้ายบี๊ค้นพบว่า คนหนึ่งที่เราตัดสินอยู่ตลอดเวลาก็คือตัวเอง กินเยอะเกินคือไม่ดี ทำไม่ได้คือไม่มีค่า เราพยายามเป็นคนดีโดยล้อมกรอบทุกอย่างไว้หมด คือบี๊ไม่ได้บอกให้เราไม่ทำสิ่งดีนะ แต่เราไม่ควรจะทำสิ่งดีแบบบังคับว่าสิ่งดีมีแค่แบบนี้แบบเดียว ตอนนั้นเลยหยุดพัก ไหนลองทำตัวธรรมดาดูซิ กินเหมือนคนอื่น ไม่คิดมาก พอเริ่มปรับตัวได้ปุ๊บ กลายเป็นว่าเราไปสุดเลย กินเนื้อกินทุกอย่าง ฉันจะปลดแอกตัวเอง

ยิปซี : เออ เจ๊งงมาก ตอนนั้นถามป๊าว่าโซไปไหน ป๊าบอกโซไปกินเนื้อย่าง เจ๊แบบ ห้ะ มันเลิกเป็นวีแกนแล้วเหรอ

ยิปโซ : ใช่ แล้วพอไปสุดอีกฝั่งหนึ่งปุ๊บ สุดท้ายมันเคลื่อนเข้าตรงกลาง บี๊คิดว่า คนเราจะเจอตรงกลางได้ ต้องไปซ้ายสุดขวาสุดก่อน แล้วจะรู้ว่าตรงกลางของเราอยู่ตรงไหน วันนี้บี๊ไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่ได้เป็นมังฯ ไม่ได้ไม่เป็นมังฯ แค่เป็นคนที่มีอะไรกินก็กิน ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ กินมังสวิรัติบ้างเป็นบางมื้อ 

ยิปซี : เรื่องเดิมนี่เนอะ สุดท้ายคนเราก็สร้างกรอบบางอย่างมาคลุมตัวเองอยู่ดี ถ้ายูไม่ออกกำลังกาย ถ้ายูไม่ดูแลตัวเอง คือยูไม่โอเค 

ยิปโซ : สิ่งต่างๆ ที่เราทำ เราคิดไปว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข แต่กลายเป็นว่าสิ่งนั้นกลับสร้างข้อแม้ให้การมีความสุขของเรา บี๊คิดว่าตัวบี๊เองและใครหลายคนเข้าใจความสุขผิดไป

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
05

เรียนรักภาคปฏิบัติ

ยิปซี : ถ้าให้โซสรุปชีวิตรักที่ผ่านมาของเจ๊เป็นคำคำเดียว โซว่าเป็นคำว่าอะไร

ยิปโซ : เรียนรู้เชิงปฏิบัติ เจ๊มีเรื่องราวความสัมพันธ์เยอะกว่าบี๊ บี๊ไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์อะไรมากมาย อยากเจอดีๆ แล้วจบเลย บี๊คิดว่า สิ่งที่เจ๊ผ่านมาทั้งหมดต้องอาศัยความกล้าหาญ คุณต้องพร้อมเจ็บ เพราะไม่มีความรักครั้งไหนไม่เจ็บ แล้วเจ๊ก็ได้เรียนรู้เยอะมากจากความรักทุกครั้ง เจ่เจ๊กลายเป็นคนที่รักเป็นขึ้นเรื่อยๆ เราหาบทเรียนนี้จากที่อื่นไม่ได้นอกจากต้องเจอด้วยตัวเอง 

ไหนเจ๊รีวิวความรักของบี๊บ้างดิ นึกถึงคำไหนเป็นคำแรก

ยิปซี : นึกถึงคำว่า ลิมิเต็ด

ยิปโซ : เฮ้ย เออ จริงๆๆ

ยิปซี : ยูลิมิเต็ดทั้งในแง่ของจำนวนครั้งและปริมาณความรัก โซเป็นคนกั๊ก แต่กั๊กอย่างมีเหตุผล คือกั๊กเพราะกลัว ไปไม่สุดเพราะไม่อยากเจ็บ 

ยิปโซ : เราเชื่อมาตลอดว่า ในเรื่องความรัก ยังไงวันหนึ่งก็ต้องจากกัน แม้แต่คนที่เรารักที่สุดอย่างพ่อแม่ วันหนึ่งก็ต้องจาก เราคิดแบบนี้ตั้งแต่เด็ก เราเลยลิมิเต็ดอย่างที่เจ๊ว่า จนครั้งล่าสุดนี่แหละ บี๊ถึงได้เรียนรู้จริงๆ สักที คือถ้าเป็นในห้องเรียน เจ๊อะเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ส่วนบี๊เป็นเด็กหนีเรียน 

ทั้งสองคน : (หัวเราะ)

ยิปซี : โซว่าความรักให้อะไรและเอาอะไรไปจากโซบ้าง

ยิปโซ : ต่อให้ประสบการณ์บี๊จะน้อย แต่บี๊ได้นะ ความรักทำให้บี๊รักเป็นมากขึ้น บี๊รู้นะว่าตัวเองช้าเหมือนเต่าเลย แต่ทุกครั้งที่บี๊มีความรัก แม้แต่ความรักที่ล้มเหลว บี๊ก็ได้เรียนรู้เสมอ อ๋อ อันนี้ไม่ใช่ อ๋อ อันนี้เจ็บตรงนี้ว่ะ ความรักทำให้บี๊เข้าใจคนอื่นๆ ที่เจ็บปวดมากขึ้น 

ส่วนความรักเอาอะไรจากบี๊ไป บี๊ว่าวันนี้ยังเอาไปไม่มากพอนะ อยากให้เอาไปมากกว่านี้อีก ความรักเอาอีโก้ของบี๊ไปเรื่อยๆ ถ้าบี๊เรียนรู้ที่จะรักเป็นไปเรื่อยๆ อีโก้อาจจะหายไปจนหมด วันหนึ่งบี๊อาจจะมีความสุขได้โดยไม่มีเงื่อนไข แล้วเธอล่ะเจ๊ ความรักให้อะไรกับเธอ (ยิ้ม)

ยิปซี : เจ๊ชอบทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านมามากๆ ทั้งที่ได้เป็นแฟนหรือไม่ได้เป็น ทั้งที่เราทำตัวดีหรือแย่ ความรักทำให้เราเป็นแบบนี้ และที่ชอบที่สุดคือความรักทำให้รู้สึกว่า นี่แหละ เรายังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เรามีความสุข หรือตอนที่เศร้าแทบตายร้องไห้หัวใจบีบ เราโอบกอดทุกสิ่งทุกอย่างเลย ซาดิสต์เปล่าวะ (หัวเราะ)

เอาอะไรไปบ้าง ครั้งเดียวเลยมั้งที่เจ็บหนัก ครั้งนั้นความรักทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง ทั้งคุณค่าและการนับถือตัวเอง จะเรียกว่าเป็นความรักแบบผิดๆ ก็ได้ แต่สุดท้ายก็ดีนะที่วันนั้นเกิดขึ้น การได้เจอกับวันที่เราตกเหวนรก ทำให้ได้เรียนรู้ว่าทางนั้นน่ะผิด ฉันจะไม่ก้าวไปอีกแล้ว เจ๊ได้หันกลับมาฝึกรักตัวเอง กลับมาตัวฟูได้อีกครั้ง

06

ชุดแต่งงานธีมเจ้าหญิงและสุขแท้จริงที่ไร้เงื่อนไข

ยิปโซ : เวลาให้สัมภาษณ์ เจ่เจ๊ไม่ค่อยตอบเรื่องความฝันเลย เอาจริงๆ มีปะ

ยิปซี : จริงๆ เจ๊มีนะ แต่จะเป็นฝันยิบย่อย อยากทำอันนี้อันนู้น แล้วก็อยากมีความรักแบบป๊ากับม้า อายจัง เราดูเป็นผู้หญิงกร้านโลกเนอะ แต่ลึกๆ แล้วเจ๊มีความฝันที่จะได้แต่งงานและได้ใส่ชุดสวยๆ เป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ เจ๊เคยส่ง Reference ชุดแต่งงานให้เพื่อนดู เป็นชุดเจ้าหญิงกระโปรงพองหมดเลย เพื่อนตอบมาว่า เฮ้ย มึงจะใส่แบบนี้ไม่ได้นะ (หัวเราะ)

ยิปโซ : เฮ้ย ได้ดิ เจ่เจ๊ไม่ต้องคิดมาก อยากทำอะไรทำเลย

ยิปซี : ก็อินเนอร์ข้างใน ฉันยังอยากเป็นเจ้าหญิงอยู่ไง

ยิปโซ : อย่าไปคิดมากเจ๊ เดี๋ยวช่วยๆ

ยิปซี : แล้วแกมีความฝันมั้ย หรือมีแต่ความมุ่งมั่นเหมือนที่พูดใน ยิปย่อย

ยิปโซ : อยากเป็นคนมีความสุข พออยู่มาเรื่อยๆ เราพยายามปรับแก้อะไรบางอย่างของตัวเองเพื่อให้มีความสุขมากขึ้น บี๊อยากมีความสุขโดยไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก เป็นคนที่สุขได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่รู้จะเป็นได้จริงมั้ย อาจจะนามธรรมหน่อย แต่บี๊อยากเป็นจริงๆ นะ 

ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
ยิปซี-ยิปโซ คุยเรื่องจากวงการบันเทิงสู่ YouTuber เมื่อสิ่งที่รักทำให้เผลอเกลียดตัวเอง ชุดแต่งงาน และความรักที่สลายอีโก้
07

เป็นน้องยิปซี เป็นพี่ยิปโซ

ยิปโซ : รู้สึกยังไงที่เป็นพี่ของยิปโซ เฮ้ย มันต้องซึ้งแน่เลยอะ

ยิปซี : อย่ามาบิลด์ แค่เห็นคำถามฉันก็ขนลุกแล้ว

(นิ่งไป 5 วินาที)

ยิปซี : เจ๊จะร้องไห้อะ

ยิปโซ : อย่าเพิ่งร้อง

ยิปซี : โอเค เมื่อก่อนรู้สึกเครียด ก็เหมือนที่เคยเขียนให้โซนั่นแหละ สำหรับเจ๊ โซเป็น Beautiful Soul ตั้งแต่เด็ก การได้เป็นพี่ของคนที่ดี สวยงาม และบริสุทธิ์ขนาดนี้ เครียดจัง กดดันจัง แล้วฉันก็เอาเธอมาเทียบกับตัวเองตลอด ฉันคิดว่า ฉันคงเป็นแบบโซไม่ได้หรอก โซเจิดจ้าเหลือเกิน ขอถอยออกมาดีกว่า เพราะอยู่กับเธอแล้วฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง ทั้งที่จริงๆ ฉันชื่นชมเธอมากๆ

จนวันหนึ่งที่เจ๊ก้าวผ่านความป๊อดของตัวเอง ได้กลับมาคุยกับโซ ได้มองกันใกล้ขึ้น ได้อยู่ข้างๆ เจ๊รู้สึกภูมิใจมากๆ ยูเป็นมนุษย์ที่พิเศษ โลกใบนี้โชคดีแล้วที่มีคนแบบนี้ โชคดีจังที่ได้รู้จักกัน ดีจังที่ตอนนี้เป็นแบบนี้

ยิปโซ: เนี่ย สุดท้ายก็ดราม่า

ยิปซี : เขาเขียนคำถามนี้มาเพื่อฆ่าเราชัดๆ เลย 

ยิปโซ : ไม่ร้องๆ ฮึบๆ อยากบอกว่าฝั่งน้องอะ ไม่เคยคิดเลยว่าเจ๊จะรู้สึกกับบี๊แบบนี้ได้ยังไง สภาพบี๊ไม่มีอะไรที่เรียกว่าเจิดจ้าเลย เจ๊ต่างหากที่เจิดจ้า ตอนเด็กๆ บี๊น้อยใจนะ ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ่เจ๊ไม่รัก เราอยากอยู่กับพี่ แต่ทำไมพี่ไม่อยากอยู่ด้วย ฮึ้ย แย่แล้ว (น้ำตาคลอ)

ยิปซี : ไม่เป็นไร โซไม่รอดหรอก (ยิ้ม)

ยิปโซ : พอต่างคนต่างแยกย้ายไป บี๊ก็พยายามปรับตัว บอกตัวเองว่าต้องอยู่โดยไม่มีเจ๊ให้ได้ พอวันหนึ่งเราได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง ได้คุยกันว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ในที่สุดบี๊ก็ได้ปรับความเข้าใจกับเจ๊

ณ วันนี้ สำหรับบี๊เจ๊คือแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ในฐานะยิปซีที่หน้าท้องสวยหุ่นดี สิ่งนี้ไม่ได้สำคัญ แต่สิ่งที่บี๊ชื่นชม คือความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความเข้มแข็งในทุกอย่างที่เจ๊ผ่านมาในชีวิต เจ๊ผ่านอะไรมาเยอะมาก บี๊นับถือเจ๊จริงๆ โคตรดีใจที่มาลงล็อกในจุดที่เจ่เจ๊ภูมิใจในน้องสาวและบี๊ก็นับถือพี่สาว… 

เอ้า! เจ๊หัวเราะนี่หว่า โคตรเฟกเลย 

ยิปซี : ฉันปรับมู้ดไงเธอ เย่ๆๆ

ทั้งสองคน : (หัวเราะ)

ภาพ : คีรติ และ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากพูดถึงยูทูบเบอร์เกาหลีในประเทศไทย Kyutae Oppa น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ใครต่อใครนึกถึง

หลายคนอาจคุ้นหูชื่อนี้จากการขึ้นอันดับ 1 บนเทรนด์ทวิตเตอร์ ทั้งที่จริง ๆ คิวเทคือยูทูบเบอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เส้นทางชีวิตของเขาอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่มีคุณค่าและน่าสนใจมากมาย ที่แน่ ๆ มันมีอะไรมากกว่าแค่ข่าวร้ายช่วงต้นปีอย่างแน่นอน

ซิม คิวเท เจ้าของช่อง Kyutae Oppa ลืมตาและเริ่มเรียนรู้โลกที่จังหวัดชลบุรี แม้จะมีพ่อกับแม่เป็นคนเกาหลีแท้ ๆ จานโปรดที่ช่วยให้เขาเติบใหญ่กลับไม่ใช่กิมจิ แต่เป็นส้มตำไก่ย่าง 

เรียกว่าถึงจะมีสายเลือดแดนโสม แต่หัวใจก็เป็นไทยเต็มดวง

หนุ่มคิ้วเข้มนิยามตัวเองในวัยเด็กว่าเป็นคนขี้อาย การอกหักจากรักแรกตอนมัธยมเหมือนเป็นการสับสวิตช์ เปลี่ยนเด็กเก็บตัวให้กลายเป็นวัยรุ่นที่ทั้งรั่ว กล้า และบ้าบิ่น ช่องยูทูบ Kyutae Oppa หรือที่ก่อนหน้าใช้ชื่อ Kyutae TV ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

บุคลิกที่ขี้เล่น จริงใจ กล้าทำทุกอย่างที่ขวางหน้า ส่งให้ช่องของเขาพุ่งทะยานจนมีคนติดตามกว่า 8 ล้านใน 5 ปี เขาจริงจังกับเส้นทางนี้ถึงขั้นลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนไปได้เพียง 3 เดือน

อาจเพราะความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา หลายคนจึงไม่รู้ว่า ซิม คิวเท เพิ่งจะมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้บ่งชี้ว่าประสบการณ์ของเขาน้อยไปกว่าใคร และอันที่จริง เขาน่าจะผ่านอะไรมามากกว่าคนที่แก่กว่าเขาไปแล้วด้วยซ้ำ

หลังปล่อยคลิปอธิบายความขัดแย้งระหว่างตนเองและทีมงาน สื่อแทบทุกสำนักก็ต่อคิวขอสัมภาษณ์จนเขาแทบไม่มีเวลาพักหายใจ เราจึงรู้สึกพิเศษไม่น้อยที่คิวเทเลือกเทคิวมาพูดคุยกับ The Cloud ในวันนี้

ขณะนั่งรอการมาถึงของโอปป้า เราได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าหนุ่มอารมณ์ดีที่เราเห็นในช่อง หลังกล้องจะเป็นคนแบบไหน จะยิ้มแย้มบ้าบอแบบในคลิป หรือจะสุขุมนุ่มลึกเข้าถึงยาก

หนุ่มเกาหลีหัวใจไทยไม่ทิ้งให้สงสัยนาน ทันทีที่ได้เจอ คิวเทส่งยิ้มล้นปรี่ไม่ต่างจากที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ความสนุกสนานในยูทูบเป็นอย่างไร ชีวิตจริงเขาก็เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อการสนทนาเริ่มต้น เราจึงค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงตัวตนความเป็นมนุษย์ของเขาทีละเล็กละน้อย เป็นชีวิตที่ไม่ได้มีเพียงมุมที่ยิ้มอิ่มสุข หากยังมีด้านที่จริงจัง ทุกข์ ไปจนถึงโศกเศร้า 

เขาเล่าทั้งหมดให้ฟังแบบตรงไปตรงมา 

ตรงหน้าของเราคือมนุษย์ที่จริงใจที่สุดคนหนึ่ง และคงถึงเวลาอันสมควรที่ทุกคนจะได้สัมผัสความจริงใจของยูทูบเบอร์วัยยังไม่เบญจเพสคนนี้

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

กิมจิไม่ค่อย ขอส้มตำดีกว่า

ชื่อ ‘ซิม คิวเท’ ของคุณ ที่แปลว่า คนที่ห่วงใยประเทศไทย มีที่มาจากอะไร

พ่อแม่ผมเป็นคนเกาหลี แต่ผมเกิดที่นี่ เมดอินไทยแลนด์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนผมเกิด คุณปู่บินจากเกาหลีมาไทย เขาบอกพ่อกับแม่ว่า ไหน ๆ จะมาตั้งหลักที่ไทยอยู่แล้ว ลูกก็เกิดที่ไทยด้วย ก็อยากให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวกับประเทศไทยหน่อย คุณปู่เสนอว่าให้ชื่อห่วงใยประเทศไทยดีมั้ย แต่ละพยางค์ในภาษาเกาหลีมีความหมายอยู่แล้ว ชื่อคิวเทลงตัวพอดี ซิมคือชื่อตระกูล ‘คิว’ ย่อมาจากคำว่าเข้าใจ ส่วน ‘เท’ มาจาก ‘แทกุก’ ที่แปลว่าประเทศไทย ก็เลยเป็น ซิม คิวเท แต่เพื่อนเรียกกันไม่ค่อยถูกนะ คิวเทบ้าง ไคยิวเทบ้าง เรียกหยาบ ๆ ก็มี ผมเลยให้เพื่อนเรียก ‘ซิม’ แล้วกัน น่าจะเรียกง่าย จำง่ายกว่า

แล้วคุณห่วงใยประเทศไทยจริงมั้ย

จริง ๆ ก็เหมือนผมเป็นคนไทยนะ ทุกครั้งที่ไปเกาหลีจะอยากกลับมาไทยตลอด ที่นั่นไม่มีอะไรที่เราคุ้นชินเลย เหมือนไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า รู้สึกชัดเจนเลยว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา ถามว่าห่วงใยมั้ยก็ต้องห่วงอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือบ้าน

ถามจริง ประเทศนี้มีอะไรให้คุณหลงรัก

อย่างแรกก็เรื่องอาหาร ผมชอบกินอาหารรสจัด เผ็ด ๆ อร่อย ๆ อย่างกิมจิผมก็ไม่ค่อย ขอเลือกส้มตำดีกว่า กินมาตั้งแต่เด็กแล้ว

และที่ประทับใจที่สุดคือผู้คน ผมว่านิสัยคนไทยไม่เหมือนคนเกาหลีนะ คนไทยค่อนข้างใจเย็น ใจดีกว่า คนเกาหลีแอบดุ (หัวเราะ) ถ้าไม่รู้จักกันจะเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ พออยู่เกาหลีนาน ๆ ผมกลายเป็นอีกคนหนึ่งเลย เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก เข้าไปเฮฮากับใครไม่ได้ แต่ที่ไทยเราได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่

หมายความว่าไม่มีความคิดจะไปใช้ชีวิตที่เกาหลีเลย

ปกติผมกลับเกาหลีปีละครั้งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยคิดจะกลับไปใช้ชีวิตที่นั่นยาว ๆ เคยมีที่คิดเล่น ๆ ว่าอยากดังที่เกาหลีบ้างเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็รู้ตัวว่าวันนี้มีความสุขอยู่แล้ว ผมอยากประสบความสำเร็จในไทยให้สุดมากกว่า

หลายคนเรียกคุณว่าเกาหลีตัวปลอม บ้างก็แซวว่าคุณพูดภาษาไทยไม่ชัด เคยน้อยใจบ้างรึเปล่า

ไม่เลย ผมว่าเป็นอะไรที่ดี จริง ๆ แล้วหนึ่งในสี่ของคนที่ติดตามช่อง Kyutae Oppa ก็ไม่รู้นะว่าผมเป็นคนเกาหลี เขาคิดว่าผมเป็นคนไทยที่แกล้งเป็นเกาหลี แต่ผมไม่น้อยใจเพราะมันเป็นกิมมิกดี ให้คนงงว่าสรุปเป็นเกาหลีหรือไทยกันแน่ คนดูจะสงสัยว่าไอ้นี่เป็นใคร แล้วก็อาจจะไปค้นหา เข้าไปดูคลิปของเราต่อ

แต่ทุกวันนี้ภาษาไทยของผมก็เก่งขึ้นเยอะนะ 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'
Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

อกหัก…จึงกล้าแสดงออก

จากเด็กที่อยากทำงานเบื้องหลัง ไม่ค่อยกล้าแสดงออกตอน ม.ปลาย เปลี่ยนแนวมาอยู่หน้ากล้อง ทำช่องยูทูบได้ยังไง

ผมอกหัก ด้วยความเป็นเด็กด้วยเลยรู้สึกอกหักอย่างแรง ตลกดีเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่ที่สถานบันเทิงพอดี ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไร จู่ ๆ ก็อยากขึ้นไปเต้น จากที่เศร้า ๆ พอเต้นแล้วรู้สึกลืมเรื่องอกหักไปเลย เหมือนได้เจอความสุขที่แท้จริง เห็นผู้คนมองขึ้นมาบนเวที โฟกัสที่เราคนเดียว หลังจากวันนั้น ผมก็ลองเป็นคนอีกแบบหนึ่งดู ลองยกมือขอขึ้นเวทีในงานโรงเรียนบ้าง ลองทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ร้องเพลงตามบันไดบ้าง (หัวเราะ) ก่อนหน้านั้นผมไม่กล้าเลยนะ กลัวมาก 

พอรู้ตัวว่ามีความสุขที่ได้แสดงออก ทีแรกผมอยากเป็นนักร้อง แต่ก็คิดว่าเป็นไม่ได้ เพราะขนาดคนที่ร้องเพลงอยู่ข้าง ๆ ยังร้องเพราะกว่าเราเลย โลกนี้มี 7 พันล้านคน ผมคงไปถึงจุดที่เป็นนักร้องไม่ได้ ก็เลยมองหาอะไรบางอย่างที่จะทำให้เรามีชื่อเสียง ก็ได้เจอยูทูบ เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ฟรี จะมาจากไหน อายุเท่าไหร่ ก็สร้างได้ ก็ลองทำดู ทำมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้

พอจะจำได้มั้ยว่าคลิปแรกมีคนดูเท่าไหร่

โห คลิปหนึ่ง 40 – 50 วิวเอง ตอนนั้นคิดเยอะมากนะ ผมเริ่มทำช่วง ม.6 ทำแล้วคนก็ล้อ เพื่อนที่โรงเรียนก็ล้อว่าไอ้นี่เป็นอะไร เด็ก ๆ รุ่นน้องก็หัวเราะ คุณครูก็ดูถูก ออกแนวเป็นห่วงเพราะใกล้จะต้องเข้ามหาลัยแล้ว แต่ไอ้นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปมหาลัยไหน วัน ๆ ทำแต่คลิป

ยอดก็ไม่ได้ดี แถมมีคนดูถูกด้วย ทำไมคุณจึงยังทำต่อ

ก็โดนล้อโดนดูถูกไปแล้ว ผมขอทำต่อดีกว่า (หัวเราะ) 

แต่ผมไม่โกรธคนที่ล้อนะ เพราะผมก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง ผมยังไม่ดังจริง ๆ และคุณภาพของคลิปที่เราทำก็ตลกด้วย สมัยนั้นคนยังไม่เข้าใจว่าทำยูทูบเป็นยังไง แต่เราไม่สนใจ โอเค มีคนล้อ งั้นลองทำอีกคลิปแล้วกัน ลองหาดูว่าแบบไหนคนถึงจะชอบ ทำไปก็ยังไม่ดีหรอก แต่มันทำให้เรากลายเป็นรุ่นพี่ทำคลิปประจำโรงเรียน แม้จะมียอดติดตามไม่ถึงร้อยคนก็เถอะ

แต่พอโดนล้อมาก ๆ เข้า ผมก็เขินจนทนไม่ไหว ทำคนเดียวเหงาไปหน่อย เลยบอกเพื่อนว่ามาทำด้วยกันเถอะ คุณครูจะได้ดูถูกมึงด้วยไง (หัวเราะ) แก๊งผมมี 4 คน ก็มาช่วยออกในคลิป พอทำด้วยกันกับแก๊งเพื่อนก็เหมือนยูทูบเป็นกิจกรรมที่ได้มาสนุกกัน ตอนผมถ่ายจะมีรุ่นน้องในโรงเรียนมาดูตลอด เพราะสิ่งที่เราทำตลกมาก ผมเลยมีกำลังใจจะทำต่อไป

ใครสอนคุณทำยูทูบ

ศึกษาเองหมดเลย หลายคนทำเป็นอยู่แล้ว มันแอบคล้ายหลักการตลาดนิดหน่อย เราต้องหาอะไรที่แตกต่างในตลาดเดียวกัน ในยูทูบมีคอนเทนต์กินแล้ว เฮ้ย เกาหลีเต้นสายย่อ เกาหลีดูหนังผีไทยยังไม่มีนี่หว่า งั้นผมลองทำดีกว่า 

ส่วนการตัดต่อ ผมก็ต้องเรียนเหมือนกัน ความโชคดีอย่างหนึ่งคือผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์ เลยสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่รู้อะไรก็เสิร์ช ยุคนั้นคลิปสอนตัดต่อที่เป็นภาษาไทยยังไม่ค่อยมี แต่ภาษาอังกฤษมีทุกอย่างที่เราอยากเรียน ได้เข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า ถ้าผมอยากเรียนอะไรก็เรียนเองได้ ไม่ต้องมีอาจารย์คอยสอน

ช่อง ‘Kyutae Oppa’ เริ่มเป็นที่รู้จักตอนไหน

คลิปแรกที่ดังน่าจะเป็นเกาหลีดูหนังผีไทย เราอัดคลิปตัวเองดูหนังผี แล้วตัดเฉพาะรีแอคชันตอนตกใจ ปรากฏว่ามีคนดูดคลิปผมไปลงในเพจ คนแชร์เป็นหมื่นเลย ผมรีบทักไปหาเขาว่าใส่เครดิตให้หน่อยได้มั้ย ตอนนั้นไม่มีความรู้ ไม่รู้เลยว่าการที่เขาเอาคลิปเราไปลงดีหรือไม่ดี คิดแค่ว่า ขอบคุณครับพี่ที่เอาคลิปผมไปลง ไหน ๆ ก็เอาไปแล้ว ฝากแปะชื่อผมด้วยได้มั้ย (หัวเราะ) วันนั้นยอดติดตามผมขึ้นมา 2,000 – 3,000 แล้วไม่นานก็ขึ้นไปถึงหลักหมื่น

ทุกวันนี้ คลิปที่คุณนำเพลงไทยมาแปลงเนื้อเป็นภาษาเกาหลีได้รับความนิยมมาก ๆ เล่าแรงบันดาลใจของคลิปแนวนี้ให้ฟังหน่อย

ช่วงโควิดผมว่างมาก เลยลองหาเพลงดัง ๆ ตอนนั้นเพลง วาฬเกยตื้น ของ GUNGUN มาแรง เลยลองแปลเนื้อเพลงดู วันเดียวก็เสร็จ ผมก็ร้องแล้วลงยูทูบ โอ้โห คนดูเยอะมาก 10 – 20 ล้าน งั้นผมทำต่อดีกว่า แค่นั้นเลย 

การร้องเพลงลงยูทูบทำให้คุณเข้าใกล้ความฝันวัยเด็กที่อยากเป็นนักร้องมากขึ้นมั้ย

ทุกวันนี้ก็ยังอยากเป็นนักร้องนะ แต่พอทำยูทูบ ผมก็ไม่มีเวลาเข้าหาดนตรีเท่าไหร่ มีช่วงที่ลืมความอยากเป็นศิลปินไปเหมือนกัน รู้สึกว่าศิลปินเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง ต้องทุ่มเท ต้องให้เวลามาก ๆ เดี๋ยวนี้มีแอบทำเพลงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ยังตั้งใจเต็มที่กับยูทูบเหมือนเดิม แต่กับอะไรที่จะตามมา ผมก็พยายามทำเรื่อย ๆ เพื่อให้วันหนึ่งมันสมบูรณ์

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ถ้ารู้สึกเครียด ผมไม่ทำ

เคล็ดลับอะไรที่ทำให้ ‘Kyutae Oppa’ โดดเด่นกว่าช่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

ผมขายตัวเองไว้ในนั้น เอาบางอย่างที่เป็นชีวิตจริงลงไปอยู่ในช่อง สิ่งที่ผมอยากเป็น การที่น้องสาวเป็นเด็กพิเศษ หรือสิ่งต่าง ๆ ที่พบเจอ ผมก็เอาไปละลายในช่อง บางคนอาจจะมองว่านี่เป็นการขายวิญญาณ แต่ผมว่านี่คือวิถีชีวิต คือการนำเสนอตัวตนให้คนดูตามที่ตัวบุคคล วิธีนี้เป็นอะไรที่อยู่ได้นานที่สุด

แล้วบุคคลที่ชื่อ ซิม คิวเท น่าติดตามยังไง

ผมสัญญากับตัวเองว่า ตอนอยู่หน้ากล้องต้องสนุก พลังงานต้องเต็มร้อย จะเช็กก่อนทุกครั้งว่าเรามีเรื่องเครียดอะไรรึเปล่า ถ้ามี ผมจะไม่ถ่ายเลย ผมว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคนดู เพราะคนดูส่วนใหญ่มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่อยากมาดูว่าวันนี้ผมทำอะไร อยากหัวเราะในสิ่งที่ผมทำ อยากเห็นผมบ้า เห็นผมโชว์พลังในที่สาธารณะ อยากเห็นผมมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไร ไปร่วมงานกับแขกรับเชิญคนไหน ผมจะไม่มีการเกร็งหรือกลัว ผมอยากให้พลังงานของผมช่วยให้คนดูมีความสุข นี่น่าจะเป็นจุดสำคัญที่สุดที่ทำให้คนติดตามผม 

คุณไม่ฝืนเลยเหรอที่ต้องเต้นหรือทำเรื่องตลกในที่สาธารณะ

ฝืนครับ ฝืนมาก ครั้งแรกผมก็ไม่กล้า คืนก่อนหน้านอนไม่หลับเลย วันนั้นนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มาช่วยถ่าย ต้องเต้นกลางห้าง เราไม่เคยถ่ายคลิปในห้างมาก่อน ทั้งเกร็งทั้งกลัว (ทำท่าลุกลี้ลุกลน) เฮ้ย คนนั้นมองเราทำไม เฮ้ย คนนั้นสวยมากเลย เขินจัง ผมเกร็งไปหมด

จริง ๆ ผมลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วนะ แต่ยูทูบเบอร์หลายคนก็ยังเป็นอยู่เวลาต้องถ่ายคลิปในที่สาธารณะ ทุกวันนี้ผมแบ่งช่องในสมองได้แล้ว ถ่ายคลิปคือถ่ายคลิป ทำอย่างอื่นคือทำอย่างอื่น ประสบการณ์ทำให้เราแบ่งได้ชัดเจนว่าเวลาไหนเครียดได้ เวลาไหนต้องถ่าย 

Kyutae Oppa ยูทูบเบอร์เกาหลี 8 ล้านซับใน 5 ปี กับขวบปีที่ได้รู้ว่า 'คนจริงใจหายาก'

ทุกวันนี้ก็คือเต้นกลางห้างได้แบบชิลล์ ๆ

ตอนนี้ดีดนิ้วปุ๊บ เต้นได้เลย (หัวเราะ)

อะไรทำให้เด็กปี 1 ที่เพิ่งเรียนมหาลัยได้แค่ 3 เดือน ตัดสินใจลาออกไปเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

ก่อนทำยูทูบ ผมอยากไปเรียนที่นิวยอร์ก อยากเป็นผู้กำกับอยู่หลังกล้อง แต่พออกหัก เริ่มทำยูทูบ ก็ไม่ได้อยากเรียนอะไรเป็นพิเศษ แต่พ่อแม่อยากให้เรียน และผมก็อยากรู้ เอ เรียนมหาลัยจะเป็นยังไง

ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปถ่ายคลิปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ลงคลิปเสร็จ มหาลัยก็ติดต่อมาว่าอยากให้ไปเรียนที่นั่น คณะนิเทศ ให้ทุนเรียนฟรี 4 ปีเลย ผมคิดในใจ ‘โห สบายจัด ทำยูทูบจนได้เข้ามหาลัย บ้าไปแล้ว (ทำเสียงสูง)’ 

แต่พอเข้าไปเรียนจริงไม่เหมือนที่คิดไว้ ผมต้องเรียนใหม่หมด ตั้งแต่วิธีเปิดกล้อง ชัตเตอร์สปีด เช็ดเลนส์ ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อย ทำยูทูบ เรียนหนัก เดินทางก็ไกล เลยลองชั่งน้ำหนักดูว่า ระหว่างออกมาเรียนเองกับเรียนในมหาลัย อันไหนเร็วกว่า เรียนเองอาจจะไม่ละเอียดเท่ามหาลัย แต่ก็คงเร็วกว่า ได้เจอคนมากกว่า ผมมีเป้าหมายใหม่ด้วย อยากลองก้าวไปอีกขั้น เห็นยูทูบเบอร์หลายคนเริ่มเปิดบริษัทของตัวเอง ผมเลยลาออกหลังจากเรียนไปแค่ 3 เดือนเพื่อมาจดทะเบียนบริษัท ตอนนั้นอายุแค่ 19 

การเปิดบริษัทนับเป็นก้าวสำคัญของชีวิตเลยรึเปล่า

เป็นแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น ตอนนั้นเป้าหมายผมเกินจริงมาก ยังเด็กด้วย คิดแผนว่าจะเปิดบริษัท จะมีลูกน้องกี่คน จะขายนู่นนี่นั่น ต้องมีเสื้อผ้านะ ต้องมีผู้ติดตาม 70 ล้านคนนะ จะมีรถกี่คัน วันหนึ่งต้องเปิดโรงเรียนสอนทำยูทูบให้ได้ 

ถึงวันนี้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ไม่ได้ทำเลยครับ (หัวเราะ)

พอลองทำบริษัทจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าเราไม่ได้ชอบ เราแค่ทำตามคนอื่น ผมรวยขึ้น ดังขึ้นก็จริง แต่ว่าในใจรู้สึกว่าเดินผิดทาง ทุกวันนี้ยังมีบริษัทอยู่ แต่ก็ทำยูทูบเป็นหลัก ไม่ได้มีธุรกิจอะไรมากมาย

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ
คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

คนจริงใจมีน้อย

ทำยูทูบมา 5 ปี มีผู้ติดตามกว่า 8 ล้านคน เคยรู้สึกหมดไฟ อยากเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างรึเปล่า

ถ้าตอบว่าไม่ก็โกหกแล้ว มีแน่นอน ช่วงที่เหนื่อยและหมดไฟที่สุดคือ ตอนที่จะเปลี่ยนยูทูบจากงานอดิเรกมาเป็นอาชีพ ยากนะ ไม่รู้เลยว่าจุดเปลี่ยนคือตอนไหน ถามวันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ 

มีช่วงที่บอกกับตัวเองเหมือนกันว่าจะทำยูทูบต่ออีกแค่ 3 ปี จริง ๆ ยูทูบเบอร์หลายคนเคยบอกตัวเองแบบนี้นะ แต่พอคิดแบบนี้แล้วชีวิตไม่มีความสุขเลย เหมือนเราให้วันหมดอายุกับตัวเอง ถึงจุดหนึ่งเลยเปลี่ยนความคิดใหม่ ได้รู้ว่าทำยูทูบไปเรื่อย ๆ ก็ดี จริง ๆ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็คงมีช่วงหมดไฟกันทั้งนั้น ผมลองตั้งใจใหม่ ลุยใหม่ จนความคิดที่จะทำยูทูบอีกแค่ 3 ปีหายไป ก็คงตั้งใจทำจนกว่าจะทำไม่ได้

หมายความว่าอาจจะมีวันที่คุณเลิกทำยูทูบ

มีอยู่แล้ว สักวันแหละ ทุกอย่างมีวันหมดอายุ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าตอนไหน วันหนึ่งคนอาจจะไม่ดูเราแล้ว หรือเราอาจจะทำเหมือนเดิมไม่ได้ก็ได้ ไม่มีทางรู้ แต่ถ้าถามตอนนี้ก็ยังอยากทำช่องไปเรื่อย ๆ นะ

การเป็นบุคคลสาธารณะตั้งแต่เป็นวัยรุ่นให้อะไรและเอาอะไรไปจากคุณบ้าง

ให้ผมได้รู้จักกับธาตุแท้มนุษย์ ผมทำยูทูบมา 5 ปี ทุกคนรอบตัวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ความคิด ความชอบ สังคม เวลาสั้น ๆ เอง แต่ทุกอย่างแทบไม่เหมือนเดิม ผมได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เยอะมาก

สิ่งที่เอาไปคือเวลา ผมได้สนุกสนานกับเพื่อนน้อยมาก ชีวิตผมไม่เหมือนของเพื่อนรุ่นเดียวกัน ตอนเพื่อนเรียนมหาลัย ผมทำงานแล้ว แทบไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลย เพื่อนที่มีส่วนมากก็อายุมากกว่าเราหมด 

อีกอย่างที่เสียไปคือความเป็นส่วนตัวและความรู้สึก ผมไม่ได้มีสังกัดหรือบริษัทมาดูแล ต้องดูแลอารมณ์และชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่เด็ก เหนื่อยนะ ไม่มีผู้ใหญ่แนะนำ พ่อแม่เป็นคนเกาหลี เขาก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร เราติดต่องานเอง ทำเองทุกอย่าง (นิ่งไป) 

ลืมไปเยอะเหมือนกันนะ ผ่านมานานแล้ว ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวว่าจะพูดอะไรผิดรึเปล่า ไม่รู้ว่าออกจากบ้านแล้วจะมีคนว่าอะไรเรามั้ย เคยเจอดราม่าเหมือนกันเลยได้เข้าใจว่า อ๋อ เวลาดาราเจอเรื่องดราม่ารู้สึกแบบนี้นี่เอง แต่ถ้ามองถึงวันนี้ ผมคงบอกว่ามันดีแล้ว คุ้มแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็นความสุขของเราจริง ๆ เราแค่ต้องหาให้เจอ เลือกโฟกัสให้ถูกจุด

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา คุณต้องเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในชีวิต ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักและเพื่อนร่วมงาน สิ่งที่ช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้คืออะไร

เป็นเรื่องที่แปลกมากนะ ช่วงต้นปีมีวันหนึ่งที่เราเอามือขึ้นมาตบหน้าตัวเอง ไม่รู้เลยว่าเกิดจากอะไร ไม่รู้ว่าฝันอยู่รึเปล่า ช่วงนั้นชีวิตผมคงแย่เหมือนมีคนมาตบหน้าตลอดเวลา สมองเลยคิดแต่เรื่องไม่ดีจนมือเริ่มตบปึ้ง ตบปึ้ง ไม่ยอมหยุด ตบถึงตี 4 ช้ำเลยนะ แต่พอได้สติ ผมหันไปมองดาวที่อยู่บนฟ้าหน้าบ้าน ถึงได้รู้ตัวว่าเราอยู่ตรงนี้ ถ้าโฟกัสแค่สิ่งตรงนี้ ความคิดต่าง ๆ ก็จะไม่ทำร้ายเรา ไม่รู้สิ เหมือนสมองสอนตัวเอง อาจจะดูบ้านะ แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลังจากวันนั้น ความคิดลบก็แทบไม่มีเลย ความโกรธก็น้อยลงมาก

ยากนะ กว่าจะผ่านมาได้ ตอนนั้นเหมือนมียมทูตคอยกระซิบตลอดว่า ทำแบบนี้ก็ได้นะ มีหลายวิธีที่สามารถแก้แค้นคนที่ทำไม่ดีกับเรา วิธีมืดก็มีตั้งเยอะ แต่ผมไม่ทำ ผมเลือกที่จะรอ 2 เดือน ให้ตำรวจดำเนินการ แต่ระหว่างนั้นผมก็ยังเห็นสิ่งไม่ดีที่เขาทำกับเรา ก็ทำได้แค่อดทน พออดทนได้ เรื่องดี ๆ ก็เกิดขึ้น คงเป็นความอดทนนี่แหละที่ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้

ถ้าให้สรุปเป็นบทเรียนหนึ่งข้อ

คนจริงใจหายาก

ตอนนี้ผมไม่กลัวอะไรแล้วนะ ถ้าโดนโกง โดนบอกเลิกอีก ก็รู้แล้วว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรอก คนรอบตัวทั้งหมดแหละ เราต้องดูก่อนว่าใครหวังผลประโยชน์อะไรจากเรารึเปล่า ก่อนหน้านี้ผมมีเพื่อนเยอะมาก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมก็เข้าหาคนน้อยลง มีแค่ไม่กี่คนเองที่จริงใจกับเรา เพิ่งได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว คนจริงใจหายากนี่หว่า ตอนเด็กเราไม่รู้ นึกว่าคนจริงใจมีอยู่ทุกที่ ข้างบ้านก็มี แต่เปล่า คนจริงใจมีน้อย และในเมื่อมีน้อยก็ต้องรักษาให้ดี

วันนี้ในวัย 23 คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วรึยัง

ผมว่ายังนะ ประสบความสำเร็จเหรอ (นิ่งไป 20 วินาที)

ใช่ ผมว่ายัง แต่ผมก็ไม่ได้มีเป้าหมายนะว่าอยากเป็นแบบไหน แต่ก็พูดไม่ได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว การประสบความสำเร็จน่าจะมาพร้อมความคิดที่แข็งแกร่ง มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่เกรงกลัว มีปัญหาก็รับมือได้ทุกอย่าง วันนี้ผมมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ผมยังอายุน้อย มีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ ต้องเจออุปสรรคอีกเยอะในชีวิต

แสดงว่าคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ในนิยามของคุณไม่ใช่แค่หน้าที่การงาน แต่จิตใจต้องแข็งแกร่งด้วย

ถ้าคนติดตามในยูทูบเพิ่มขึ้น ผมดีใจอยู่แล้ว การได้ 10 ล้านซับก็สำคัญ (หัวเราะ) แต่ผมก็อยากให้ตัวเองโตขึ้นด้วย อยากให้เรา คนในทีม และช่องยูทูบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพไปพร้อมกัน อยากมั่นใจมากกว่านี้

ตอนนี้ยังมั่นใจไม่พออีกเหรอ

ผมว่ายังไม่พอ นี่เป็นแค่ช่วงเรียนรู้ ผมทำยูทูบมา 5 ปี แต่ก็เพิ่งได้เจออุปสรรคเกี่ยวกับคนครั้งแรก คนรอบตัวเคยโดนมาหมด ผมว่านี่คือประสบการณ์สำคัญที่คนทำธุรกิจทุกคนต้องเจอ ถ้าไม่เจอก็เหมือนยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคิวเท โอปป้า

คิวเท ยูทูบเบอร์สายฮาชาวเกาหลี เด็กขี้อายที่ย้ายมาอยู่หน้ากล้อง ลองเปิดบริษัทในวัย 19 และการมองดาวเรียกสติ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

A.W.Y

ช่างภาพจากเชียงใหม่ที่ชอบของโบราณ ยุค 1900 - 1990

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load