“ถ้าถึงอายุที่ต้องเกษียณแล้วมันจะเป็นยังไงนะ”
แอบคิดในใจตอนที่มองเห็นตึกบ้านพักของรัฐบาลที่สูงเท่ากันอย่างเป็นระเบียบ เรียงทอดยาวสุดสายตาอยู่ตรงหน้า

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

อากาศเย็นแผ่วเบา ฟ้ามีเมฆฝนเล็กน้อยกำลังเคลื่อนเข้ามา เตรียมจะแวะมาเติมพลังให้ต้นกล้าที่ถูกปลูกโดยเจ้าบ้านผู้อาศัยอยู่ด้านล่างอาคารแห่งนี้

ชั้น 8 คือปอดขนาดเล็กของผู้ที่ถูกจำกัดความตามพจนานุกรมไทยว่า ‘สูงอายุ’ หรือ ‘เกษียณอายุ’ ได้ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เดินออกกำลังกาย ชมวิว ซึ่งบริเวณโดยรอบมีการปลูกต้นไม้เล่นระดับลดหลั่นคล้ายภูเขาขนาดเล็ก เขียวขจี พร้อมทั้งมีทางลาดสำหรับให้รถเข็นขึ้นลงได้อย่างสะดวก ระหว่างทางเดินมีจุดที่นั่งให้พักขาเป็นระยะๆ

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์
บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ถ้าจะว่าไปแล้ว โต๊ะปิกนิกที่ตั้งอยู่ก็เหมาะสำหรับให้ครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกันทานอาหาร หรือพูดคุยระหว่างที่ฝ่ายคนชราเดินเล่นดูแลสวนพรวนดินไปพลางๆ

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

มุมต่างๆ ของดาดฟ้าก็มีการแบ่งซอยพื้นที่ใช้สอยและปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอก และไม้ใบ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในแต่ละโซนที่นั่ง แม้ว่าในโซนต้นกล้าจะมองไม่ค่อยเห็นผลผลิตน้อยๆ ที่อยู่ใต้ดินนัก แต่ก็เห็นถึงความตั้งใจของคนปลูก เผลอๆ แอบคิดว่าถ้าเป็นบ้านเราอาจจะโดนเก็บทานไปเสียหมดแล้ว

สิงคโปร์
สิงคโปร์

กำปง (Kampung, Kampong) คือภาษามลายู แปลว่า ที่อยู่อาศัยแบบง่ายๆ อาจจะไม่มีน้ำ ไฟ หรือแก๊ส เป็นคำที่ใช้กันในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

‘Kampung Admiralty’ แปลให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ที่อยู่บ้านๆ แถวเขต Admiralty นั่นเอง และดาดฟ้าเขียวขจีคือส่วนหนึ่งของตึกบ้านๆ แห่งนี้

สิงคโปร์

อาคาร Kampung Admiralty เป็นอาคารแบบ Mixed-use ต้นแบบของรัฐบาลสิงคโปร์ที่สร้างเพื่อผู้เกษียณอายุ (First Retirement Village) แปลง่ายๆ ก็อาคารบ้านพักคนชราอย่างเป็นทางการแห่งแรก อาคารแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ 3,000 ล้านสิงคโปร์ดอลลาร์ ที่จะพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณในพื้นที่ที่เหมาะสม (Age in Place)

อาคารดังกล่าวเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง Housing & Development Board, Yishun Health, National Environment Agency, National Parks Board, กรมการขนส่ง (Land Transport Authority), Early Childhood Development Agency และ กระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health) ร่วมวางแผนและพัฒนาขึ้นมา

สิงคโปร์

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์เล็งเห็นว่า การนำบ้านพักคนชราและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของคนในช่วงอายุดังกล่าว อาทิ สถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยชราภาพ ประกอบไว้ในตึกเดียวกันกับอาคารที่พักอาศัย น่าจะเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสังคมผู้สูงอายุในอนาคต โดยในปี 2018 สถิติของกรมแรงงานระบุว่า ประชากรของสิงคโปร์ 1 ใน 4.2 คน มีอายุมากกว่า 65 ปี และภายในปี 2030 อัตราส่วนดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้นเท่าตัวคือ 1 ต่อ 2.4 คน

แล้วตึกที่ว่ามันต่างจากบ้านพักคนชราที่บางแคบ้านเรายังไง แค่มีสวนบนดาดฟ้าแค่นั้นเหรอ มันจะแตกต่างกันได้สักแค่ไหนเชียว

ต้องเกริ่นก่อนว่า ปกติแล้ว HDB (Housing & Development Board) อาคารที่อยู่อาศัยโดยรัฐบาลของชาวสิงคโปร์ประกอบด้วย 3 ส่วน คืออาคารที่พัก สวนหรือสนามเด็กเล่น และตึกจอดรถ ซึ่งทั้งสามส่วนกระจายอยู่ในบริเวณใกล้ๆ กันตามแนวราบ มีหลายครั้งที่พื้นที่สวน สนามเด็กเล่น หรือตึกจอดรถ ถูกแบ่งกันใช้ระหว่างหลายๆ ตึกที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน แล้วก็มีตลาด ศูนย์อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ธนาคาร คลินิก หรือห้างร้าน กระจายอยู่รอบๆ ซึ่งแต่ละที่อาจต้องเดินเท้าหรือนั่งรถขนส่งมวลชนไป ถึงแม้ว่ารถเมล์และระบบขนส่งที่สิงคโปร์จะรองรับรถเข็นผู้สูงอายุเป็นอย่างดี แต่ว่าคุณลุงคุณป้าเหล่านั้นก็ยังต้องเดินทางอยู่ดี

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

แต่อาคารกำปงไม่กำปงแห่งนี้กลับมองการณ์ไกลไปถึงยุคที่จะมีแต่คนแก่มากกว่าคนทำงาน ซึ่งเมื่อเวลานั้นมาถึง การเดินทางเพื่อไปซื้อของใช้หรือหาหมอตามคลินิกก็อาจจะเป็นอุปสรรคหนักหนา เพราะข้อเข่าที่เสื่อมของเหล่าผู้ชราภาพ

WOHA บริษัทสถาปนิกที่ชนะการออกแบบในโจทย์นี้จึงพลิกสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จากแนวราบยกขึ้นไปในแนวดิ่ง ตั้งทุกอย่างเรียงซ้อนกันภายใต้พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร (ประมาณ 2 สนามบอล) ที่ความสูง 45 เมตร โดยที่มีพื้นที่สวนขนาดเล็กแต่แน่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิดและสนามเด็กเล่นเป็นเหมือนสะพานเชื่อมอาคารที่อยู่อาศัยของรัฐบาล 2 อาคารเข้าด้วยกัน (อาคารหมายเลข 676A & 676B)

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ด้านล่างของดาดฟ้ามีศูนย์พัฒนาศักยภาพคนชรา (Active Aging Club) ที่มีกิจกรรมให้คุณลุงคุณป้าได้เสริมสร้างสมองตลอดเวลา และศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนหรือที่บ้านเรามักจะเรียกเนอร์สเซอรี่ (Child Care Centre) ครอบคลุมพื้นที่ชั้น 7 ทั้งชั้น และชั้น 6 บางส่วน โดยบางส่วนของชั้น 6 ประกอบไปด้วยสวน (Rooftop Garden) สนามเด็กเล่น และห้องจัดงาน (Function Hall) ต้องชมสถาปนิกผู้ออกแบบที่ให้ความสำคัญแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ เช่นการซ่อนท่อระบายน้ำด้วยต้นไม้

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ตามมาตรฐานความปลอดภัยต่อเด็กๆ เนอร์สเซอรี่รับเลี้ยงเด็กต้องอยู่ในชั้นที่เคลื่อนไหวคล่องตัวเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน (เช่น อยู่ชั้น 1) แต่ในกรณีนี้ ทางสถาปนิกแก้โจทย์ว่าหากมีเหตุคับขันที่ต้องอพยพ เด็กๆ จะถูกเรียกให้รวมตัวกันที่ลานสนามเด็กเล่นแทน

โปรเจกต์นี้ใช้เงินลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อเนรมิตอาคาร Mixed-use แห่งนี้ให้สมบูรณ์พอที่จะเป็นต้นแบบบ้านพักหลังเกษียณในอนาคตให้กับประชาชนชาวสิงคโปร์

นอกเหนือจากตัวบ้านพักจำนวน 104 ห้อง (รวม 2 อาคาร) ศูนย์อาหาร (Hawker Center) ในชั้น 2 เนอร์สเซอรี่ (Child Care Centre) ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนชรา (Active Aging Club) ลานกิจกรรมแสนกว้างโล่ง โปร่ง สบาย เหมือนใต้ถุนบ้านแบบไทยๆ และร้านค้าที่บริเวณชั้น 1 และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้น B1 แล้ว

ที่พิเศษยิ่งไปอีกคือ ตึกแห่งนี้มีต้นแบบที่จอดจักรยานอัตโนมัติแบบที่ญี่ปุ่นมีนั่นแหละ (Automated Bicycle Parking System) ซึ่งทางรัฐบาลสิงคโปร์นำมาทดลองใช้ที่นี่เป็นที่แรก สามารถจอดจักรยานได้ประมาณ 500 คัน เลือกจอดได้ทั้งแบบรายชั่วโมง (S$0.45) และรายเดือน (S$48) มีข่าวแว่วมาว่าอาจจะมีการเปิดอีกที่หนึ่งแถวๆ มารินาเบย์อีกด้วย

อาคารบ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

ในส่วนของ Admiralty Medical Care Centre ชั้น 3, 4 ทางผู้รับเหมาก็นำมาตรฐานการก่อสร้างระดับโรงพยาบาลมาปรับใช้เช่นกัน มีบริการที่ครอบคลุมการรักษาเทียบเท่ากับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยคงจะไม่รู้สึกว่าเหมือนโรงพยาบาลสักเท่าไร เพราะวิวที่มองผ่านกระจกออกไปเป็นสวนขนาดย่อมๆ

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

Medical Center แห่งนี้มีบริการแผนกรักษาเฉพาะทางผู้ป่วยนอก (Specialist Outpatient Clinics) แผนกศัลยกรรมและส่องกล้อง (Day Surgery & Endoscopy Suite) สถานฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย (Rehabilitation Gym) แผนกเอกซเรย์และอัลตราซาวนด์ (X-ray & Ultrasound Suite) แผนกเทคนิคการแพทย์ (Medical Laboratory) และร้านขายยา

หน่วยงานรัฐอย่าง National Environment Agency (NEA) ควบคุมส่วนงานนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าการวางระบบหลังบ้านจะทำให้ส่วนต่างๆ ของอาคารแห่งนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการปนเปื้อนจากท่อส่งของเสียของชั้น 3, 4 ไปปะปนกับศูนย์อาหารชั้น 2 และเช่นเดียวกันกับที่ผู้รับเหมางานชั้นศูนย์อาหารก็ต้องทำงานภายใต้กรอบและข้อกำหนดเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัด ไม่ให้ท่อน้ำทิ้งที่มาจากร้านต่างๆ ลงไปปนเปื้อนที่ร้านค้าบริเวณชั้น 1

บ้านพักคนชรา Mixed-use แห่งแรกโดยรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์

  โดยสรุปต้องขอมอบ 5 ดาว ให้กับความสมบูรณ์ของการออกแบบและการใช้งานจริงของอาคารกำปงแห่งนี้ โดยเฉพาะเรื่องความสะดวกในการเข้าถึงได้ง่ายดายของรถเข็นผู้สูงอายุ นับตั้งแต่ออกมาจากสถานีรถไฟฟ้า Admiralty ผ่านลานหน้าอาคารที่กว้างเป็นพิเศษ (เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อาจเดินช้าได้เดินอย่างสะดวกสบายขึ้น) ไปยังอาคารที่พักใน Kampung Admiralty หรือจะขึ้นลงในอาคารไปยังชั้นต่างๆ สมศักดิ์ศรีกับที่รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งใจให้ตึกนี้เป็นต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุนับต่อจากนี้ไป ที่เหลือก็แค่เก็บเงินให้มากพอที่จะดูแลตัวเองตอนถึงวัยที่เราจะใช้บริการที่แห่งนี้..แค่นั้นพอ

Writer & Photographer

Avatar

ส้มฉุน มะลิกุล

สาวโสดชาวไทยผู้จับพลัดจับผลูมาทำงานติดเกาะสิงคโปร์ เคยตั้งใจจะรีบทำงานเก็บเงินกลับบ้าน แต่หลังจาก 7 ปีก็เปลี่ยนเป็นเที่ยวให้รู้ กินให้สุข และลิ้มโกปี๊ (ดื่มกาแฟ) ก่อนที่เข่าและข้อเท้าจะไม่อำนวยให้ออกเดินทาง เย่!

หมู่บ้าน

แนวคิดของผู้สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่

รีสอร์ทสู่เรสสิเดนซ์

คอลัมน์หมู่บ้านคราวนี้ พามุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี เยือน ‘Veranda Pool Villas hua hin – cha am’ โครงการบ้านพักตากอากาศแบบพูลวิลล่าติดกับโครงการวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ ซึ่งตั้งใจทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้น โดย คุณบุ๊ค-คุณวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าถึงความพิเศษของที่นี่ และการขยับขยายธุรกิจจากโรงแรม-รีสอร์ทสู่ที่พักอาศัยแบรนด์วีรันดา  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

“ตอนแรกรีสอร์ทของเราเปิดที่หัวหิน-ชะอำมากว่า 18 ปี ไม่มีส่วน Residence เพราะความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นมีไม่มากครับ มาเริ่มทำเล็ก ๆ ที่เชียงใหม่ สร้างเป็น Residence ติดกับรีสอร์ท 20 ยูนิต”

การขยับไปทำที่พักอาศัยของวีรันดา จึงไม่ใช่การเริ่มใหม่จากศูนย์ซะทีเดียว แต่เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จเดิมของหนึ่งในโรงแรม-รีสอร์ทดีไซน์ดีมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนมักจะนึกถึง เมื่อมองหาการบริการแบบ 5 ดาว วิวสวย นอนสบาย หาที่พักง่าย เพราะกระจายอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน หรือ So/Bangkok ที่ได้วิวสวนลุมพินีใจกลางเมือง โรงแรมที่มีสระว่ายน้ำวิวสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ จนอยากเปลี่ยนมาเป็นลูกบ้านก็มีไม่น้อย

บ้านพักตากอากาศที่ดีเป็นอย่างไร 

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ที่วีรันดากำลังดำเนินการสร้างอยู่ ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของบ้านพักตากอากาศในย่านหัวหิน-ชะอำ เราเลยอดไม่ได้ที่จะถามถึงหัวใจของบ้านพักตากอากาศที่ดีผ่านมุมมองเจ้าของโครงการ 

เขาบอกกับเราว่า ‘การทำวันหยุดให้มีคุณค่ามากขึ้น’ เป็นหัวใจสำคัญ

แต่จะทำด้วยวิธีไหน… ไปดูกัน

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

องค์ประกอบสำคัญที่วีรันดาคิดว่าจะทำให้วันหยุดของเจ้าของบ้านมีคุณค่ามากขึ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 – 4 ข้อ 

1. Location

โลเคชันสำคัญเพราะเกี่ยวพันกับเวลา Veranda Pool Villas hua hin – cha am เลยเลือกที่ตั้งที่อยู่บริเวณรอยต่อของชะอำกับหัวหิน บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลักรถวิ่งได้สะดวก ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่นานก็ถึงที่พัก ทำให้วันหยุดเริ่มต้นได้เร็ว เมื่อเทียบกับโลเคชันอื่นที่ต้องขับรถลงใต้ไปจากตัวเมืองหัวหินอีกครึ่งชั่วโมง อย่างเขาเต่าหรือปราณบุรี

2. Early Check-in / Late Check-Out

อีกข้อดีของการมีบ้านพักตากอากาศ นอกจากการมีห้องพักแน่นอน ไม่ต้องจองล่วงหน้า และไม่โดนฟันราคาในช่วงวีกเอนด์แล้ว ยังมีเรื่องความยืดหยุ่นในการเช็กอิน-เช็กเอาต์ ที่คุณบุ๊คมองว่าสำคัญ และได้เปรียบกว่าการพักโรงแรม รีสอร์ท เพราะเป็นอีกส่วนที่ช่วยยืดเวลาวันหยุดของเราให้ยาวนานขึ้น ออกจากกรุงเทพฯ ได้แต่เช้า เลี่ยงเวลารถติด พอมาถึงแล้วก็เข้าที่พักได้เลย ไม่ต้องรอเช็กอินหลังบ่าย 3 หรือตอนขากลับ ถ้ายังอยากละเลียดใช้เวลาพักผ่อน อ้อยอิ่งได้อีกหน่อย ไม่ต้องรีบตื่นมาเก็บข้าวของให้ทันก่อนเที่ยง

3. Service 

เนื่องจาก Pool Villa ใหม่นี้สร้างติดกับวีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน-ชะอำ เจ้าของบ้านจะสามารถเข้าถึงการบริการมาตรฐานเดียวกับรีสอร์ท ทั้งบริการจากส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามาเซอร์วิสในที่พัก หรือการเข้าไปใช้บริการในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม เช่น สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และเดินผ่านรีสอร์ทไปถึงหน้าหาดได้โดยไม่ต้องขับรถออกไปนอกโครงการ นอกจากนั้นยังอยู่ในระยะที่สามารถใช้บริการจากภายนอก เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบันอีกได้อีกด้วย 

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศที่ออกแบบให้วันหยุดมีคุณค่ามากขึ้น

4. Design

โครงการนี้เป็นพูลวิลล่า เพราะจากการสังเกตเทรนด์ท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะหลังที่เริ่มเปลี่ยนไป มีความต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเลือกที่จะพักในบ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่ามากขึ้น เพราะทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ต้องเข้าไปปะปนกับผู้อื่นในพื้นที่ส่วนกลาง ที่นี่จึงมีวิลล่าเพียง 13 หลัง เพราะเน้น Optimum Return มากกว่า Maximum Return

โครงการนี้คุณบุ๊คลงไปเลือกที่ดินด้วยตัวเอง และพัฒนาแบบร่วมกับนักออกแบบมือดีที่ร่วมงานกันมาหลายโครงการ อย่างบริษัทสถาปนิกกรุงเทพ (OBA) รับหน้าที่ออกแบบสถาปัตยกรรม และบริษัท August Design ดูแลด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้น่าอยู่

“เขาเข้าใจว่าเราต้องการสร้างโปรดักต์แบบไหน อันที่ดูง่ายไป เขาก็จะทำให้มันดูยากขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ได้โครงการที่แตกต่าง ซึ่งเขาก็ได้เครดิตไปด้วยครับ” หัวเรือใหญ่ของวีรันดาเล่าถึงการร่วมงานกับดีไซเนอร์คู่ใจกลั้วเสียงหัวเราะ

บ้านพักทั้ง 13 หลังแบ่งเป็น Pool Villa แบบ 2 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอย 248 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 6 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 481 ตร.ม. และแบบ 5 ห้องนอน เพียง 1 หลัง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 756 ตร.ม. สำหรับลูกค้าที่ต้องการทั้งบริการและพื้นที่แบบพรีเมียม โดยแยกเป็น 2 ฝั่ง คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำ ระหว่าง Pool Villa 2 ห้องนอน ชั้นเดียวสูงโปร่ง และ Pool Villa แบบ 3 กับ 5 ห้องนอนซึ่งจะพิเศษกว่าตรงที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่บนดาดฟ้าอีกด้วย  

“ส่วนของสระว่ายของ 3 ห้องนอน กับ 5 ห้องนอน เรายกขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า เพราะเคยเห็นหลายโครงการที่คนเดินผ่านหน้าสระแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัว พอเป็นวิลล่าที่แพงหน่อย เราเลยยกสระไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า นอกจากเพิ่มพื้นที่ด้านล่างแล้ว ด้านบนยังเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ได้ด้วย ผมมองว่าลูกค้าน่าจะโหยหาพื้นที่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคอนโดมิเนียมปกติ ต่อให้เป็นห้อง Penthouse คุณก็ต้องไปเล่นสระรวมอยู่ดี แต่ที่นี่คุณได้สระส่วนตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา” 

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของวีรันดาหรือ?

“ไม่ถึงกับเคล็ดลับหรอกครับ แต่ผมมองว่าตอนเราตั้งโจทย์ เราต้องตั้งบนความแตกต่างที่เรามีและตอบโจทย์ลูกค้าได้ อย่างตอนนี้ลูกค้าชอบความ Instagramable ชอบมุมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ เราก็ต้องจัดหาให้ ถึงแม้ว่าจะต้องเสียพื้นที่บางส่วน ทำให้ไม่ได้ผลตอบแทนต่อตารางเมตรสูงสุด อย่างเช่นการสร้างสระน้ำบนดาดฟ้า แทนที่จะสร้างบนพื้นเพราะค่าโครงสร้างถูกกว่า แต่พอลงทุนสร้างชั้นบนแล้วได้มุมแบบที่ที่อื่นไม่มี มันก็จะเป็นจุดเด่นของเราไปตลอด ซึ่งลูกค้าที่มาหรือใครที่จะลงทุนต่อจากเราก็จะแฮปปี้ นอกจากนั้นก็ยังเพิ่มดีเทลอื่น เช่น ที่ชาร์จรถ EV ที่พยายามทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ด้วยครับ”

“เวลาพูดถึง 3 ห้องนอน คนอาจจะนึกถึงห้องขนาด 100 – 200 ตร.ม. แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ Pool Villa แบบ 3 ห้องนอน เราให้พื้นที่ 400 กว่าตารางเมตรเลย เพราะเราเน้นเทรนด์ที่มีหมู่เพื่อนหรือญาติเข้ามาใช้งานด้วย เขาอาจจะมาเล่นน้ำทำกิจกรรมในวิลล่าเราก็ได้ ส่วนห้องนอนที่ต้องเพิ่ม สามารถจองห้องพักในโรงแรมได้เลย เจ้าของบ้านประหยัดขึ้น ไม่ต้องลงทุนทำวิลล่า 7 – 8 ห้องนอนไว้รับแขก มีแค่ 2 – 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวก็เพียงพอ” 

ชั้น 1 มีที่จอดรถได้ 2 คัน มีห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว และห้องนอนที่ตัวห้องน้ำออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ฝั่งข้างบ้านเป็นระเบียงที่นั่งเล่น รับลมแบบ Semi-outdoor ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ที่มองออกไปเป็นวิวสระว่ายน้ำส่วนกลาง พร้อมห้องน้ำส่วนตัว และชั้นดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำกับ Pool Deck สำหรับนั่งพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ ซึ่งมองเห็นวิวได้กว้างขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากระดับอาคารที่สูงกว่า Pool Villa แบบ 2 ห้องนอนชั้นเดียว 

ส่วน Pool Villa แบบ 5 ห้องนอน จอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน มีจุดเด่นเป็นคอร์ตบริเวณกลางบ้าน มีช่องแสงเจาะทะลุลงมาจากสระว่ายน้ำ สร้างมิติแสงเงาน่าสนใจเปลี่ยนไปตลอดวัน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าว ความพิเศษของหลังนี้คือมีครัวไทยและห้องแม่บ้านให้กับลูกค้าด้วย เหมาะกับการยกพลมาพักผ่อนกันทั้งบ้าน และได้ทานอาหารรสมือที่คุ้นเคย ในขณะที่ฝั่งขวาประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน มีห้องน้ำซึ่งออกแบบมาพร้อมระยะและสิ่งอำนวยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์

ส่วนชั้นสอง ห้อง Master Bedroom อยู่ฝั่งซ้าย มีจากุซซี่ที่ระเบียงไว้สำหรับแช่น้ำและดื่มด่ำกับวิวจากมุมสูง ในขณะที่พื้นที่ดาดฟ้าเข้าถึงได้ด้วยลิฟต์ เป็นอีกความพิเศษที่โครงการเตรียมเอาไว้ให้ เมื่อเปิดออกไปจะเห็นวิวกว้างของท้องฟ้าและธรรมชาติรอบ ๆ มีพื้นที่ Pool Deck ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและจัดปาร์ตี้ พร้อมสระน้ำ 2 แบบ คือ Shallow Pool ที่วาง Daybed ไว้สำหรับนอนเล่น อาบแดด รับลม และสระว่ายขนาดประมาณ 5 x 10 ม. ที่ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริง 

นอกจากความสะดวกในตัวบ้านพักแล้ว เจ้าของบ้านยังเข้าไปใช้พื้นที่ Recreation Space ที่อยู่บริเวณจุดเชื่อมต่อกับทางเข้าของโรงแรมอีกด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมให้ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Fitness พื้นที่ Meeting ที่กั้นเป็นยูนิต เป็นสัดส่วน มีความเป็นส่วนตัวนั่งทำงานได้ พื้นที่นั่งเล่น เป็น Lifestyle Area ใช้ร่วมกันระหว่างโรงแรมและส่วน Pool Villa 

Facilities ที่โดดเด่นอันเป็นจุดขายของวีรันดา รีสอร์ท คือเรื่อง Branded Residence ทุกโครงการเรสซิเดนซ์จะเปิดติดกับรีสอร์ทเสมอ จากความตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่ซื้อโครงการได้รับบริการต่าง ๆ เสมือนมาพักรีสอร์ท รวมถึงเข้าถึง Facilities ของรีสอร์ทได้ ตั้งแต่อาหารเช้า รูมเซอร์วิส แม่บ้านทำความสะอาด ร้านอาหารภายในรีสอร์ท สปา ซึ่งการมาใช้เวลาพักผ่อนก็แทบไม่ต้องออกไปไหน จึงใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดได้มากขึ้น 

รวมถึงสิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัย ที่นี่มีทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีการบริหารการปล่อยเช่าโครงการโดย วีรันดา รีสอร์ท ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาในวันที่ไม่ได้เข้าใช้บริการเองอีกด้วย  

Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต
Veranda Pool Villa Hua Hin Cha-am บ้านตากอากาศแบบพูลวิลล่าริมหาดหัวหินที่สบายเหมือนนอนรีสอร์ต

5. คุณค่าในการส่งต่อ

โครงการ Veranda Pool Villas hua hin – cha am สำหรับวิลล่าแบบ 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 16.5 ล้านบาท 

“ราคาอาจจะดูสูงนะครับ แต่ลูกค้าจะได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าพูลวิลล่าทั่วไป เมื่อหารออกมา ตารางเมตรหนึ่งจะอยู่ที่ 50,000 – 60,000 บาท หาได้ยากนะครับ อย่างคอนโดมิเนียมที่ราคาตารางเมตรละ 60,000 ไม่มีหรอกครับที่จะลงทุนตกแต่งและดีไซน์แบบนี้ อันนี้เป็นอีกมุมมองเรื่องความคุ้มค่านะครับ”

คุณบุ๊ครีบเสริมขึ้นมาทันทีที่เราตาโตกับราคาค่างวดของวิลล่าแต่ละแบบ เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากเรื่องราคาต่อตารางเมตรแล้ว ยังมีความคุ้มค่าในแง่ที่พูลวิลล่าแห่งนี้ เป็น Property ที่อยู่ใน Branded Residence ตัวอาคารจะอยู่ในสภาพค่อนข้างดี เพราะเมื่อที่พักติดกับโรงแรม ก็จะจูงใจให้เจ้าของดูแล เป็นหน้าเป็นตา ทำให้ส่วนกลางหรือตัวบ้านน่าไปอยู่เสมอ เมื่อผ่านเวลาไปราคาขายต่อก็จะมีแต่จะเพิ่มขึ้น 

ปกติแล้วเจ้าของบ้านพักตากอากาศบางหลัง นอกจากจะใช้เองในวันพักผ่อนแล้ว ก็ยังปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Airbnb ด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am มีอีกบริการเสริมเป็น Option สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการปล่อยเช่าแต่ไม่ต้องการบริหารเอง โดยทีมของวีรันดาจะดูแลให้ทั้งหมดทั้งการติดต่อ การจัดการที่พักด้วยการบริการแบบ 5 ดาว เพราะนอกจากการซื้อเก็บเพื่อเก็งกำไรขายต่อ เจ้าของยังสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการปล่อยเช่า ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ นำมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าบำรุงรักษาบ้านได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ Veranda Pool Villas hua hin – cha am ตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศสมัยใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำช่วยทำให้วันหยุดของลูกค้ามีคุณค่ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน 

ภาพ : Veranda 

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ

Website : https://bit.ly/3gVH5aW 

สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติม โทร 092 354 5511 

Add LINE : https://line.me/R/ti/p/@024qgfee

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด

Writer

Avatar

นิปุณ แสงอุทัยวณิชกุล

สถาปนิกที่สนใจในงานเขียน สถาปัตยกรรม ที่ว่าง เวลา และหมาฟลัฟฟี่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load