พูดถึงเนื้อวัวชั้นดีของญี่ปุ่น เรามักจะนึกถึงน้องวัวชื่อดังจากหลายท้องถิ่น เช่น เนื้อวัวโกเบ เนื้อวัวมัตซึซะกะ เนื้อวัวโยะเนะซะวะ แต่เมื่อเป็นเนื้อหมูล่ะก็ มีเพียงชื่อเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจ นั่นคือ น้องหมูคุโระบุตะจากจังหวัดคะโกะชิมะ

คุโระ แปลว่า ดำ 

บุตะ แปลว่า หมู 

คุโระบุตะ แปลตรงตัวตามนั้นว่า หมูดำ 

แม้หมูดำจะไม่ใช่หมูสัญชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่ก็อยู่เคียงข้างกระเพาะอาหารชาวยุ่นมากว่า 400 ปี มีหลายทฤษฎีวิเคราะห์ว่าอาจจะข้ามทะเลมาจากจีน แล้วเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางโอกินาว่า ถึงจับพลัดจับผลูมาอยู่คิวชู สมัยก่อนที่จังหวัดคาโกะชิมะ แต่ละครัวเรือนจะเลี้ยงน้องหมูดำติดบ้านไว้บ้านละตัวสองตัว จนถึงกับมีอาชีพใหม่ขึ้นมา คือการพาหมูดำไปเดินเล่นเลยทีเดียว ในที่สุดความอร่อยก็ผลักดันให้ชาวเมืองขยับขยายมาทำฟาร์มหมูจริงจัง จนคุโระบุโตะจากคะโกะชิมะมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ

แม้มีเนื้อวัวเลิศรสให้เลือกกินมากมาย แต่คุโระบุตะก็ป๊อปมากไม่น้อยหน้า ในยุค 1960 เคยเกิดกระแสคุโระบุตะฟีเวอร์ในโตเกียวจนหมูขาดตลาด เลี้ยงไม่ทัน ไม่มีขายไปช่วงหนึ่งเลยทีเดียว 

ความอร่อยอันโดดเด่นของน้องหมูดำนั้น คิดว่าหลายคนคงเข้าใจกันดีอยู่แล้ว ความนุ่มละมุนเหนือระดับที่กัดแล้วขาดอย่างง่ายดายแม้เป็นส่วนสันนอก อีกทั้งยังมีความหวานและรสอุมะมิในเนื้อมากกว่าเนื้อหมูขาวทั่วไป สมาคมผู้ผลิตหมูคุโระบุตะประจำจังหวัดคะโกะชิมะเคยทำวิจัย พบว่าคุโระบุตะของคะโกะชิมะนั้นมีอุมะมิมากกว่าหมูขาวเมดอินเจแปนถึง 3.7 เท่า และมากกว่าหมูนำเข้าถึง 4.5 เท่า มีความหวาน (​​Threonine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) มากกว่าหมูขาวเมดอินเจแปนถึง 6.7 เท่า รวมไปถึงเคี้ยวกัดขาดง่าย และเคี้ยวง่ายกว่าหมูขาวเกือบเท่าตัว

คะโกะชิมะเลี้ยงคุโระบุตะยังไง ให้กลายเป็นหมูทอดทงคัตสึที่อร่อย
คะโกะชิมะเลี้ยงคุโระบุตะยังไง ให้กลายเป็นหมูทอดทงคัตสึที่อร่อย

ที่มาของความอร่อยนั้นอยู่ที่จังหวัดคะโกะชิมะ ต้นกำเนิดของความป๊อป อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าหมูดำเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้วทั่วไป แต่ Kagoshima Kurobuta นั้นเป็นชื่อทางการค้าที่จดทะเบียนไว้เรียบร้อย เพราะแตกต่างจากหมูดำอื่น ๆ อย่างพันธุ์ Berkshire หลายอย่างยากจะเลียนแบบ 

อันดับแรก Kagoshima Kurobuta ได้กินแต่ของดี ๆ อร่อย ๆ ในท้องถิ่น 

จังหวัดคะโกะชิมะมีภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ดินในท้องถิ่นจึงเป็นดินภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ พืชพรรณที่ปลูกในย่านนี้จึงมีคุณภาพดี เต็มไปด้วยโภชนาการ และหนึ่งในอาหารหลักของเจ้าหมู ก็คือของดังประจำจังหวัดอย่างมันหวาน

การได้ชื่อว่าเป็นคะโกะชิมะคุโระบุตะนั้น นอกจากต้องเกิดและเติบโตในจังหวัดแล้ว ยังต้องได้รับอาหารที่มีมันหวานเป็นส่วนผสมมากกว่า 10 – 20 เปอร์เซ็น ต่อเนื่องเกิน 60 วัน ก่อนนำหมูพร้อมส่ง นอกจากนี้หมูดำยังกินของอร่อยอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ข้าวโพดหรือปลาจากทะเลในท้องถิ่น แม้จะไม่ได้กินเบียร์แบบวะกิว แต่หมูดำคะโกะชิมะก็ได้กินของอร่อยจนน่าอิจฉาไม่แพ้กัน

อันดับสอง น้องหมูชีวิตดี มีความเป็นอยู่สะดวกสบาย ท่ามกลางอากาศอบอุ่นของคะโกะชิมะ

ภาพคอกหมูอาจจะดูแน่น ๆ แออัด แต่หมูดำคะโกะชิมะได้อยู่กันอย่างสบาย ๆ มีระยะห่างทางสังคมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเคล็ดลับสำคัญของความอร่อยอีกอย่าง คือการที่น้องหมูไม่เครียด ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ยิ่งจังหวัดคะโกะชิมะมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อากาศอบอุ่นตลอดปี น้อง ๆ ยิ่งแฮปปี้ ถ้าอากาศร้อนหรือหนาวไป คนเลี้ยงก็สแตนด์บายรอปรับอุณหภูมิให้เสมอ

อันดับสาม เจ้าของฟาร์มหมูดำในจังหวัดคะโกะชิมะมีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูและการพัฒนาสายพันธุ์มายาวนาน

กินของดี มีความสุข น้องหมูก็อร่อยแล้ว แต่เจ้าของฟาร์มยังไม่หยุดพัฒนาต่อ นอกจากพวกเขาจะถ่ายทอดเทคนิคและความรู้ เกี่ยวกับการเลี้ยงดูหมูดำสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน คะโกะชิมะคุโระบุตะยังได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเรื่อย ๆ แต่ละครั้งใช้เวลาวิจัยยาวนานถึง 10 ปี เพื่อให้ได้เนื้อสันนอกที่ใหญ่มากขึ้น ลดปริมาณไขมัน และเพิ่มคุณภาพของเนื้อหมู ปัจจุบันก็ยังมีการวิจัยต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงให้อร่อยขึ้นไปอีก 

คะโกะชิมะเลี้ยงคุโระบุตะยังไง ให้กลายเป็นหมูทอดทงคัตสึที่อร่อย
เจาะลึกความอร่อยกว่า 400 ปี ของ Kagoshima Kurobuta เนื้อหมูตัวท็อปจากญี่ปุ่น

เนื้อหมูคุณภาพดี อร่อยมาตั้งแต่แรกแบบนี้ แค่ทำให้สุกก็อร่อยแล้ว ไม่ว่าจะต้ม นึ่ง ทอด หรือแม้แต่นำไปแปรรูปเป็นไส้กรอกหรือแฮม แต่ชาวคะโกะชิมะแอบแนะนำเรามาว่า การนำไปทอด เช่น หมูทงคัตซึ ยิ่งทำให้เราสัมผัสความอร่อยของหมูดำได้ดีขึ้นไปอีก เพราะว่าไขมันในหมูดำจะละลายที่อุณหภูมิสูงกว่าหมูทั่วไป เมื่อนำมาทอดเลยไม่แฉะ ไม่เลี่ยน ในทางกลับกัน เราจะสัมผัสถึงรสหวานของมันหมูดำอันเป็นเอกลักษณ์ได้ชัดเจนขึ้นไปอีก 

เจาะลึกความอร่อยกว่า 400 ปี ของ Kagoshima Kurobuta เนื้อหมูตัวท็อปจากญี่ปุ่น

นุ่มอร่อยกินง่ายแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปริมาณการส่งออกหมูดำคะโกะชิมะต่อปีถึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างปี 2020 ส่งหมูดำออกเกือบ 70 ตันเลยทีเดียว 

ที่ผ่านมาในไทยมีคุโระบุตะขายก็จริง แต่เป็นการนำสายพันธุ์หมูดำมาเลี้ยงในไทย ไม่ใช่ 1 ใน 70 ตันที่บินตรงมาจากญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ใครอยากลองชิมหมูคุโระบุตะแท้ ๆ จากคะโกะชิมะ กำเงินไว้ได้เลย เพราะไมเซนนำหมูคะโกะชิมะคุโระบุตะเข้ามาให้ได้ลองกินกันถึง 3 เมนู ได้แก่ Kagoshima Kurobuta Loin Katsu Set, Kagoshima Kurobuta Loin Curry Rice Set และ Kagoshima Kurobuta Loin Katsu With Egg Bowl Set 

เจาะลึกความอร่อยกว่า 400 ปี ของ Kagoshima Kurobuta เนื้อหมูตัวท็อปจากญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังนำเข้าชิ้นส่วนสุดแรร์อย่าง Toku Rosu ซึ่งเป็นพาร์ตที่มีเพียงน้อยนิดในหนึ่งตัว ชิ้นส่วนนี้นุ่มเป็นพิเศษ เพราะมีมันลายหินอ่อนพาดอยู่ตรงกลาง นำมาซึ่งความฉ่ำหวานและนุ่มละมุนแต่ไม่เลี่ยน ใครอยากลองต้องไวหน่อย เพราะมีจำนวนจำกัด 5 ชามต่อวัน ต่อสาขาเท่านั้น

ตอนนี้บินไปเที่ยวไม่ได้ แต่กินหมูคะโกะชิมะคุโระบุตะได้นะ

Writer

ณิชมน หิรัญพฤกษ์

นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นที่คิดเลขไม่ได้ อ่านแผนที่ไม่ออก แต่รักการเดินทาง / ผู้ประสานงานใน a day และ HUMAN RIDE ฉบับญี่ปุ่น / เจ้าของคอลัมน์ made in japan และหนังสือ 'ซะกะ กัมบัตเตะ!' ปัจจุบันใช้เวลาว่างจากการหาร้านคาเฟ่กรุบกริบไปนั่งเรียนปริญญาโทที่โตเกียว และโดนยัดเยียดความเป็นไกด์เถื่อนให้อยู่เป็นระยะ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ใต้แสงแดดแผดจ้าที่สาดส่องลงมายังเมืองโพนโฮง เสียงกึงกังของเครื่องจักรสลับกับเสียงสอนสั่งของผู้มีอายุที่อึงอลมาจากโรงฝึกทั้งสี่หลัง ฟังดูคล้ายคำทักทาย “สะบายดี” ซึ่งคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์กำนัลแด่ผู้มาเยือน

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านคนสนิทของพวกเราชาวไทยที่ปลูกเรือนอาศัยอยู่อีกฟากของแม่น้ำโขง

จะด้วยสำเนียงการพูดที่แปร่งหู หรือใด ๆ ก็ตามที่ฟ้องว่าคณะของเรายกขบวนข้ามโขงมาจากเมืองไทย ทั้งผู้เรียนและผู้สอนที่สถาบันการศึกษาวิชาชีพแห่งนี้ดูจะมีรอยยิ้มแจ่มใส เกินจะเชื่อได้ว่านั่นเป็นเพียงยิ้มมารยาทที่ปุถุชนพึงมีต่อกัน

ต้นเหตุของรอยยิ้มเหล่านั้นมีที่มาจากข้อความ 2 ภาษาบนผืนป้ายกลางวิทยาลัยนี้เอง

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

อาชีวะสึกสา

เมื่อสัก 50 ปีก่อนหน้านี้ การเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาของประเทศลาวจัดอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าขัดสน ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดเล็ก ประชากรเบาบาง ซ้ำยังไม่มีทางออกสู่ทะเล การจะนำเข้าเทคโนโลยี วัตถุอุปกรณ์ ตลอดจนวิทยาการความรู้ต่าง ๆ จากต่างประเทศจึงมีข้อจำกัดสูง

ท่านหนูพัน อุดสา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬาแห่ง สปป.ลาว กล่าวว่า โรงเรียนที่เปิดสอนด้านนี้ทั่วประเทศเคยมีน้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือของต่างชาติ

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ก่อนการตั้ง สปป.ลาว มีโรงเรียนอาชีวศึกษาแค่ 2 – 3 แห่ง เช่น โรงเรียนเทคนิคปากป่าสัก โรงเรียนลาว-เยอรมัน สะหวันนะเขต ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ภายหลังประเทศชาติได้รับการปลดปล่อย ก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางดี”

ค.ศ. 1975 ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ความสัมพันธ์กับบางประเทศมีอันต้องชะงักงันลง ขณะที่บางประเทศก็งอกเงยขึ้น ส่วนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไทยนั้น ย่อมไม่มีวันตัดกันขาด

“สำหรับความร่วมมือก็มีหลายประเทศ เช่นราชอาณาจักรไทย มีการร่วมมือกับประเทศไทยตั้งแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา ความร่วมมือขั้นแรกสุดเลยก็คือเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโรงเรียนวิชาชีพโพนโฮงเพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนเทคนิควิชาชีพแขวงเวียงจันทน์”

โฮงเฮียนอาชีวะสึกสาโพนโฮง

ประเทศลาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 17 แขวง กับ 1 เขตนครหลวง คือนครหลวงเวียงจันทน์อันเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของประเทศ บริเวณที่ห้อมล้อมนครหลวงอยู่นั้นถูกจัดตั้งเป็นแขวงชื่อ ‘เวียงจันทน์’ เหมือนกัน แต่มีเมืองหลักคือเมืองโพนโฮง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไป 55 กิโลเมตร

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ค.ศ. 1988 แขวงเวียงจันทน์ก่อตั้ง ศูนย์อาชีวศึกษาโพนโฮง ขึ้นเพื่อใช้ฝึกอบรมการช่างแก่ทหารช่างตลอดจนนายช่างทั่วไป ก่อนจะโอนมาสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในอีก 4 ปีให้หลัง พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น โรงเรียนการอาชีวศึกษาโพนโฮง

ท่านทองหล่อ วิไลทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์คนปัจจุบัน พาเราย้อนรำลึกความหลังเมื่อครั้งยังเป็นโรงเรียน และตัวเขายังดำรงตำแหน่งเป็นเพียงรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนั้นด้วยความภูมิใจในทุก ๆ ย่างก้าวที่ผ่านมา

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“เราได้โยกย้ายจากศูนย์อาชีวะมาเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮง เลยย้ายมาตั้งอยู่ที่นี่ แล้วเผอิญว่า วัตถุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ โครงสร้างต่าง ๆ ก็ไม่มี ทางรัฐบาลลาวจึงได้สมทบกับรัฐบาลไทยให้มายกระดับ มาปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนนี้นับแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา”

มิตรคนแรกที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงได้รู้จัก คือตัวแทนจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศของไทย

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“TICA มาซ่วยพวกเฮาหลาย” รอง ผอ. ในวันนั้น บอกด้วยภาษาลาวปนไทย พลางนำแขกจากดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงชมอุปกรณ์การเรียนที่ได้รับการตีตรากรมความร่วมมือระหว่างประเทศไว้ มีตั้งแต่โลโก้รุ่นเก่ายันรุ่นปัจจุบัน “เขาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนให้เรามาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว อย่างจักรเย็บผ้าพวกนี้ก็ 22 ปี เป็นบ่าวน้อย (หนุ่มน้อย) แล้วนะนี่”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ในยุคที่วิทยาลัยยังมีสถานะเป็นโรงเรียนอยู่นั้น ท่านทองหล่อนับว่าเป็นความช่วยเหลือในระยะที่ 1 ธารน้ำใจที่ไหลข้ามโขงมาในคราวนั้นมีประจักษ์พยานเป็นโรงฝึก 4 หลัง ซึ่งใช้เป็นที่เล่าเรียนต่างสาขาวิชากัน

“โรงฝึกที่ 1 เป็นโรงฝึกปฏิบัติสร้างรถยนต์และกลจักรการเกษตร โรงที่ 2 ไว้ฝึกไฟฟ้า โรงที่ 3 ใช้ฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า โรงที่ 4 เป็นโรงฝึกก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ใช่เพียงความช่วยเหลือทางอาคารและอุปกรณ์การเรียน กรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยยังส่งครูบาอาจารย์และนักวิชาการด้านการศึกษาไปปรับปรุงหลักสูตรให้โรงเรียนในทั้ง 5 สาขาที่เปิดสอน ไม่ว่าจะเป็นก่อสร้างเคหสถาน ตัดเย็บเสื้อผ้า ไฟฟ้า กสิกรรม หรือแม้แต่ปรุงแต่งอาหาร (คหกรรม)

“ปรับปรุงหลักสูตรสำเร็จไปแล้ว เราก็ได้รับการสนับสนุนวัตถุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักร ประกอบเข้าอยู่ในโครงสร้าง ให้มันถูกต้องตามสาขาดังกล่าวนี้ จากนั้นก็ยังได้ส่งครูไปยกระดับวิชาเฉพาะทาง เพื่อให้ครูมีระดับความรู้เพื่อจะเอามาสอนต่อ อันนี้เป็นความช่วยเหลือระยะที่ 1” ท่านผู้อำนวยการสรุปปิดท้าย ก่อนพาเราไปรู้จักกับความช่วยเหลือระยะที่ 2

วิทะยาไลเตกนิกแขวงเวียงจัน

“นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา โรงเรียนของเราได้ยกระดับเป็นวิทยาลัย”

ท่านทองหล่อซึ่งควบบทบาทผู้ประสานงานโครงการความร่วมมือลาว-ไทย มาตั้งแต่ต้น เล่าถึงหลักไมล์สำคัญที่ทำให้สถาบันในความดูแลของท่านต้องรับมือความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ตอนนั้นก็เผอิญว่าเราจะได้ปรับปรุงวิทยาลัยนี้ให้เป็นตัวแบบของอาชีวศึกษา โครงการร่วมมือทางด้านวิชาการลาว-ไทย เลยได้สืบต่อเป็นระยะที่ 2”

ระยะนี้โรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงซึ่งมีชื่อใหม่ว่า ‘วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์’ ยังได้เฝ้าฯ รับเสด็จเจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยอย่าง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“สมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาเยี่ยมวิทยาลัยเรา และพระราชทานคอมพิวเตอร์ให้ 20 เครื่องในเบื้องต้น ท่านสนับสนุนเราเรื่องคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ตัวโครงการของสมเด็จพระเทพฯ ก็มีวิทยาลัยเทคนิคหนองคายเป็นผู้รับผิดชอบ ตอนหลังคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องนั้นล้าสมัย ตกรุ่นไปแล้ว ท่านยังได้พระราชทานเพิ่มให้อีก 20 เครื่อง รวมแล้วเป็น 40 เครื่องที่พระราชทานมา”

เนื่องจากที่ตั้งวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์เป็นเนินสูง อีกหนึ่งความขาดแคลนนอกเหนือจากอุปกรณ์การเรียนก็คือน้ำใช้ พระองค์ท่านจึงทรงแนะนำให้ TICA ช่วยให้ในวิทยาลัยมีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียนนักศึกษา เป็นที่มาของหอถังเก็บน้ำบาดาลที่ยืนเด่นอยู่ในวิทยาลัยทุกวันนี้

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“มีน้ำใช้เพียงพอแล้ว ท่านยังให้สืบต่อ ทำโครงการน้ำสะอาดให้เด็กได้ดื่มอีกด้วย” ท่านทองหล่อว่า

ปัจจุบัน วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์มีครูผู้สอนมากกว่า 160 คน ทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่นักศึกษามากกว่า 2,000 คน เยาวชนลาวที่มีอายุราว 15 – 18 ปีเหล่านี้ เมื่อร่ำเรียนจบจากโพนโฮงไปแล้ว พวกเขาจะได้รับวุฒิชั้นกลาง (เทียบเท่า ปวช.) หรือชั้นสูง (เทียบเท่า ปวส.) เป็นฝีมือชนที่พร้อมสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองและบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาต่อไป

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“นักศึกษาพวกนี้จบไปแล้วก็ไปทำงานต่อในโรงงาน” ผอ.ทองหล่อ เล่าด้วยแววตาภาคภูมิ หลังจากแวะสนทนานักศึกษาสาวในชุดยูนิฟอร์มนุ่งซิ่นที่กำลังง่วนอยู่หน้าจักรเย็บผ้า “มีบางคนไปทำงานถึงเกาหลี ถึงญี่ปุ่น เขามาให้วิทยาลัยออกใบรับรองภาษาอังกฤษให้ก็มี”

นอกจากสาขาวิชาเรียนที่เราได้เห็นในโพนโฮงแล้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยยังกระซิบให้เราฟังอีกว่า ทุกวันนี้ทางวิทยาลัยได้ขยายวิทยาเขตเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่เมืองวังเวียง ที่นั่นมีไว้สอนสาขาวิชาการท่องเที่ยวอาหาร และการโรงแรม เพราะวังเวียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวไทยนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ

จากข้อมูลของท่านอธิบดีหนูพัน สถาบันอาชีวศึกษาใน สปป.ลาว ขณะนี้มีมากถึง 78 แห่ง ถ้านับเฉพาะของภาครัฐก็จะมีทั้งสิ้น 25 แห่ง กระจายอยู่แทบทุกแขวงในประเทศ มีอาจารย์มากกว่า 2,000 คน ส่วนนักศึกษาก็มีไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ความร่วมมือจากไทยช่วยให้ศูนย์อาชีวศึกษาเล็ก ๆ ที่เคยขาดแคลนทุกด้าน พัฒนามาเป็นหนึ่งในวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบให้สถาบันอื่นมาศึกษาดูงาน

“มาถึงปัจจุบันก็ถือว่าวิทยาลัยเราเป็นวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบทางด้านทักษะฝีมือของอาชีวศึกษา เพราะว่าวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยเราก็เขียนแบบนั้น ในโครงการร่วมมือลาว-ไทย โดยเฉพาะวิทยาลัยเทคนิคแห่งเวียงจันทน์ของพวกเรา เป็นวิทยาลัยที่ได้รับการสนับสนุนครั้งแรกจากทุก ๆ วิทยาลัยทั่วประเทศ ฉะนั้นเมื่อผ่านการช่วยเหลือมา ก็ถือว่าการพัฒนาการเรียนการสอนนี่ก็ถือว่าดีขึ้น แล้วก็มีคุณภาพกว่าเก่า จากเดิมที่ไม่มี ก็ถือว่าดีขึ้น มีคุณภาพขึ้นกว่าเก่า ครบชุดทั้งอาคารสถานที่ นักเรียนนักศึกษามีความสนใจเข้ามาเรียนในวิทยาลัยของเราเยอะขึ้น พอเรียนจบไปแล้ว เขาก็จะมีความรู้ มีทักษะทางฝีมือ ไปประกอบสัมมาชีพในสถานประกอบการได้” ท่านทองหล่อบอกก่อนนำคนของท่านไปถ่ายรูปหมู่

คณะผู้บริหารวิทยาลัยพากันส่งยิ้มกว้างให้หน้ากล้อง เมื่อทั้งหมดประจำที่หน้าป้าย ‘โครงการความร่วมมือลาว-ไทย’ ซึ่งเขียนด้วยชุดอักษรของทั้งสองชาติเคียงคู่กัน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“ราชอาณาจักรไทยและ TICA ให้การสนับสนุนพวกเราตลอดมา ทำให้มีสิ่งดี ๆ เยอะขึ้น วิทยาลัยเราก็ทำทุกอย่างให้เป็นต้นแบบวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ก็ต้องอาศัยพี่น้องไทยมาช่วย เดี๋ยวนี้นักศึกษาก็เข้ามาเพิ่มเยอะมาก ที่มาเรียนไม่ได้มีอยู่แค่ในแขวงเวียงจันทน์ แต่มาจากทั่วประเทศ ห้องฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ของเราก็ยังไม่มีเท่าที่ควร

“ตรงนี้คงมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อหาทางพัฒนากันต่อไป เพราะเราก็เหมือนพี่เหมือนน้อง พูดกันด้วยความเข้าใจ โดยเฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ที่อยู่เลียบแม่น้ำโขง เป็นต้นว่าหนองคาย อุดรธานี พวกเราก็ได้ร่วมมือกันมาหมด” ผู้ประสานงานโครงการฝ่ายลาวทิ้งท้าย

แม้ สปป.ลาว จะสามารถยืดหยัดพัฒนาตนเองได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน แต่ความเป็นบ้านพี่เมืองน้องและสายสัมพันธ์ที่ผูกพันเชื่อมโยงมาแต่ก่อนเก่ากลับไปอาจตัดขาด เป็นความสบายใจและความเข้าใจที่สองฝั่งแม่น้ำโขงมีให้กันตลอดมาและตลอดไป ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

พลอยดาว ธีระเวช

ชอบถ่ายภาพอาหาร ชอบดูคนทำอาหาร ชอบซื้ออาหารแล้วบังคับให้คนอื่นทาน ชอบทำอาหารทั้งขนาดปกติและขนาดจิ๋ว ชอบชาเขียวและชอบเที่ยวตลาดอาหาร

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load