ช่วงนี้เราๆ ท่านๆ คงยังต้องอยู่บ้านกันอีกสักระยะด้วยเรื่องของโรค COVID-19 การจะไปดูวัดอาจจะยังไม่สะดวกมากนัก ไหนๆ เราก็ยังไม่ได้ออกไปไหนกันเท่าไหร่ ผมเลยอยากแนะนำทริกเล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนที่คิดจะเริ่มดูจิตรกรรมฝาผนัง เพราะเชื่อว่าหลายท่านน่าจะประสบปัญหาว่า ภาพที่เห็นคือเรื่องอะไร ฉากอะไร ซึ่งจิตรกรรมฝาผนังในวัดส่วนใหญ่จะเขียนพุทธประวัติบ้าง ทศชาติชาดกบ้าง ฉากไตรภูมิบ้าง โดยวันนี้เราจะเริ่มกันที่ทศชาติชาดกครับผม

ทศชาติชาดก คือเรื่องราว 10 พระชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า ได้รับความนิยมแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยพระชาติทั้ง 10 ประกอบด้วย เตมีย์ชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก มโหสถชาดก ภูริทัตชาดก จันทกุมารชาดก พรหมนารทชาดก วิทูรชาดก และเวสสันดรชาดก

ซึ่งถ้าใครจำลำดับไม่ได้ มีทริกการจำเล็กๆ โดยการย่อทั้งสิบชาติเหลือแค่ ‘เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว’

ทีนี้ เวลาช่างโบราณจะเล่าเรื่องราวเหล่านี้ลงบนฝาผนัง ก็มักจะหยิบเอาฉากสำคัญของเรื่องนั้นๆ มาวาด เพราะถ้าจะให้วาดตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งอาคารคงมีชาดกแค่เรื่องเดียว แต่อาจจะยกเว้นไว้เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ เวสสันดรชาดก ที่บางวัดเขียนแค่เฉพาะชาดกเรื่องนี้เรื่องเดียวโดยไม่เขียนทศชาติชาดกเรื่องอื่นประกอบไปด้วย

แต่เนื่องจากทศชาติชาดกมีถึง 10 เรื่อง ต่อให้เล่าเรื่องแบบสรุปยังไงถ้าเล่าทั้งสิบเรื่องในตอนเดียว คาดว่าผู้อ่านอาจจะหลับก่อนได้ ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับทศชาติชาดก 3 พระชาติแรกกันก่อนแล้วกันครับ

‘เตมีย์ชาดก’ ถือเป็นชาดกเรื่องแรกในชุดทศชาติชาดกซึ่งทรงบำเพ็ญเนขัมมบารมี คือ การออกบวช ในชาตินี้พระองค์เสวยพระชาติ (เกิด) เป็นพระเตมีย์ โอรสของพระเจ้ากาสิกราชแห่งเมืองพาราณสี วันหนึ่งพระเตมีย์เห็นพระบิดาทรงลงโทษโจรด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้พระองค์สลดพระทัยและเห็นว่าการขึ้นครองราชย์เป็นหนทางไปสู่นรก พระเตมีย์จึงแสร้งทำเป็นง่อยเปลี้ย หูหนวก แม้จะถูกทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เอางู เอาช้างมาขู่ เอาสาวงามมายั่วยวน พระองค์ก็ยังอดทนไม่แสดงอาการใดๆ เป็นเวลาถึง 16 ปี จนพระบิดาเชื่อและให้นายสุนันท์ผู้เป็นสารถีหรือคนขับรถนั้นเอาตัวพระเตมีย์ไปฝัง 

ในขณะที่นายสารถีจะขุดหลุมฝังพระเตมีย์นั้น พระองค์ได้ทรงทดลองกำลังโดยการยกราชรถขึ้นแกว่งด้วยมือเดียว จากนั้นพระองค์จึงได้แสดงธรรมโปรดนายสุนันท์และให้กลับไปบอกพระบิดา พระมารดา ว่าพระองค์ออกบรรพชา ต่อมาพระบิดา พระมารดา และบรรดาอำมาตย์ได้มาเข้าเฝ้าและฟังธรรมของพระเตมีย์ จึงพากันออกบรรพชาจนหมด

และฉากที่ถือเป็นฉากเด็ดที่สุดของชาดกเรื่องนี้ ก็คือฉากที่พระเตมีย์แสดงพลังดุจยอดมนุษย์โดยการยกราชรถด้วยมือเดียว ถือเป็นฉากที่ฮิตที่ถ้าเห็นเมื่อไหร่ ผนังนั้นก็คือเตมีย์ชาดกแน่นอน นอกจากฉากนี้ ก็ยังมีฉากสำคัญของเรื่อง อย่างฉากที่พระเตมีย์สมัยเป็นพระกุมารนั่งบนตักพระบิดาดูพระองค์สั่งลงโทษบรรดาโจรต่างๆ รวมถึงฉากการทดสอบพระเตมีย์ที่ช่างแต่ละวัดก็จะเลือกฉากการทดสอบแตกต่างกันออกไป บางที่เขียนแค่ 1 บททดสอบ แต่บางที่จัดมา 2 – 3 บททดสอบเลยก็มีครับ 

รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จากจิตรกรรมบนฝาผนังวัดทั่วไทย
จิตรกรรมฝาผนังเตมีย์ชาดกในอุโบสถวัดใหญ่อินทาราม จังหวัดชลบุรี
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
จิตรกรรมฝาผนังเตมีย์ชาดกในอุโบสถวัดหน่อพุทธางกูร จังหวัดสุพรรณบุรี
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
จิตรกรรมฝาผนังเตมีย์ชาดกในอุโบสถวัดใหญ่อินทาราม จังหวัดชลบุรี

‘มหาชนกชาดก’ คือชาดกเรื่องที่ 2 และน่าจะเป็นหนึ่งในชาดกที่คนไทยรู้จักมากที่สุด เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ในพระชาตินี้พระมหาชนกทรงบำเพ็ญวิริยบารมี คือความเพียร ความบากบั่น 

และแน่นอนว่า พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก โอรสของพระเจ้าอริฏฐชนก ผู้ถูกพระอนุชานามพระเจ้าโปลชนกแก้แค้นด้วยการยกทัพมาตีกรุงมิถิลา เพื่อแย่งชิงราชสมบัติและประหารพระเจ้าอริฏฐชนก ทำให้พระราชเทวีที่ทรงตั้งครรภ์ต้องเสด็จหนีจากเมือง โดยความช่วยเหลือของพระอินทร์ไปยังกาลจัมปากนคร 

ที่นั่น พระนางประสูติพระมหาชนก ต่อมาพระองค์ทรงอยากรู้ว่าพระบิดาของตนเป็นใคร พระมารดาจึงเล่าเรื่องพระเจ้าโปลชนกให้ฟัง เมื่อเจริญวัยขึ้น พระมหาชนกจึงขอพระมารดาไปค้าขาย ระหว่างทางเรือสำเภาที่ทรงโดยสารมาแตกเพราะพายุใหญ่ ทำให้พระองค์ต้องว่ายน้ำอยู่ 7 วัน 7 คืน จนนางมณีเมขลาเห็นความวิริยะจึงอุ้มพระองค์ไปยังสวนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่พระเจ้าโปลชนกสวรรคต ประกอบกับทรงมีพระธิดาองค์เดียว คือนางสีวลีเทวี ปุโรหิตจึงทำพิธีเสี่ยงราชรถหาผู้มีบุญญาธิการมาครองราชย์ ราชรถก็มาจอด ณ ที่ที่พระมหาชนกบรรทมอยู่ พระมหาชนกทรงแสดงความสามารถและแก้ปริศนาของพระเจ้าโปลชนกได้ทั้งหมดจึงได้ครองราชย์ที่เมืองมิถิลา ทรงครองราชย์อย่างยาวนานจนเกิดเบื่อหน่ายในราชสมบัติหลังเห็นเหตุที่เกิดกับต้นมะม่วง จึงทรงเสด็จออกจากวังแล้วออกบรรพชา

ถ้าพูดถึงฉากสำคัญในเรื่องพระมหาชนกย่อมหนีไม่พ้นฉากเรือแตก ซึ่งเขียนกันแทบจะทุกวัดเลยทีเดียว แต่นอกจากฉากนี้แล้ว ยังมีฉากราชรถมาเกยหน้าพระมหาชนก ที่กลายเป็นที่มาของสำนวน ‘ราชรถมาเกย’ ซึ่งได้รับความนิยมมากเป็นรองแค่ฉากเรือแตก และยังมีฉากอื่นๆ เช่น ฉากพระอินทร์แปลงเป็นพราหมณ์พาพระราชเทวีหนี ซึ่งบางครั้งแสดงด้วยรูปพราหมณ์ที่มีกายสีเขียว เพื่อบอกให้รู้ว่านี่คือพระอินทร์แปลงกายมา ไม่ใช่พราหมณ์ธรรมดาๆ หรือ ฉากพระเจ้าอริฏฐชนกและพระเจ้าโปลชนกรบกัน ซึ่งมักใช้ฉากยุทธหัตถีแสดงฉากนี้ครับ

รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
จิตรกรรมฝาผนังมหาชนกชาดกในอุโบสถ วัดช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร

‘สุวรรณสามชาดก’ นับเป็นชาดกเรื่องที่ 3 ซึ่งได้ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี คือความรักและความปรารถนาให้เขามีความสุข ในพระชาตินี้ ทรงเสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสาม บุตรของทุกูลดาบสและปาริกาดาบสินี ที่แม้จะเกิดเป็นบุตรและบุตรีนายพรานแต่กลับไม่ประสงค์ฆ่าสัตว์ จึงออกบวชไปอยู่ป่าและรักษาศีล ต่อมาพระอินทร์เห็นอันตรายที่จะเกิดแก่ทั้งสอง จึงประทานพระโพธิสัตว์ให้มาจุติเพื่อมาปรนนิบัตินามสุวรรณสาม 

และก็เป็นดั่งที่พระอินทร์เห็น พราหมณ์สองผัวเมียโดนงูพ่นพิษจนตาบอดระหว่างที่ออกไปหาผลไม้ในป่า สุวรรณสามจึงดูแลบิดามารดาอย่างดี วันหนึ่งสุวรรณสามออกไปตักน้ำพร้อมกับฝูงเนื้อ แต่สุดท้ายไม่ได้กลับมา เพราะสุวรรณสามโดนพระเจ้าปิลยักขราชยิงลูกศรอาบยาพิษใส่ เนื่องจากสงสัยว่าสุวรรณสามเป็นคน เทวดา หรือนาคกันแน่ พอรู้ความจริงจากปากสุวรรณสาม ท่านจึงสัญญาว่าจะดูแลพ่อแม่ตาบอดของสุวรรณสามแทนเอง 

เมื่อกลับไปยังอาศรม ดาบสก็รู้ความจริงว่าสุวรรณสามได้จากไปแล้ว จึงขอให้พระเจ้าปิลยักขราชพาไปหาลูกชาย เมื่อไปถึงทั้งทุกูลดาบสและปาริกาดาบสินีต่างพรรณาความดีของสุวรรณสาม จนเทพธิดานามสุนธรีผู้เคยเป็นแม่ของสุวรรณสามเมื่อชาติก่อนได้ร่วมทำสัจอธิษฐานกับดาบสทั้งสองและพระเจ้าปิลยักขราช จนทำให้สุวรรณสามฟื้นขึ้นมาและแสดงธรรมแก่พระราชา เมื่อกษัตริย์กลับไปก็ยังปกครองเมืองได้โดยชอบธรรม

ฉากสำคัญในเรื่องสุวรรณสามชาดกที่พบบ่อย ก็คือฉากที่พระเจ้าปิลยักขราชแผลงศรอาบยาพิษใส่สุวรรณสาม ซึ่งทิศทางหรือระยะยิงจะผกผันไปตามสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ช่างโบราณวาด อีกฉากที่นิยมพอๆ กันคือฉากที่ดาบสทั้ง สอง พระเจ้าปิลยักราช และนางเทพธิดาสุนธรี ร่วมกันตั้งสัจอธิษฐานจนสุวรรณสามฟื้นขึ้นมา 

แต่วัดที่เขียนฉากอื่นก็มี เป็นต้นว่าฉากที่งูพ่นพิษจนพ่อแม่ของสุวรรณสามตาบอด หรือฉากที่พระเจ้าปิลยักราชแบกหม้อน้ำกลับไปหาพ่อแม่ของสุวรรณสาม ซึ่งมีหลายเวอร์ชัน ทั้งเวอร์ชันที่แบกหม้อน้ำเตรียมเข้าไปหา และเวอร์ชันที่นั่งรายงาน และมักจะต่อด้วยฉากพาพ่อแม่ไปหาสุวรรณสาม

รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย
รวมฉากเด็ดใน 3 ชาติแรกของ ทศชาติชาดก จาก จิตรกรรมฝาผนัง วัดทั่วไทย

สำหรับตอนแรกก็จะขอพักไว้เท่านี้ก่อน ตอนต่อไปเราจะไปต่อกันอีก 3 ชาดก นั่นก็คือ เนมิราชชาดก มโหสถชาดก และภูริทัตชาดก อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะครับว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ฉากไหนดี ฉากไหนเด็ด มารอชมกันครับผม


เกร็ดแถมท้าย

  1. สำหรับใครที่อยากรู้เนื้อหาล่วงหน้าของชาดกเรื่องถัดๆ ไป ลองอ่านในเว็บไซต์ก่อนได้ครับ มีทั้งแบบสรุปเนื้อเรื่องอย่างย่อและเนื้อเรื่องแบบเต็ม เลือกดูเลือกอ่านกันได้ตามสะดวกเลยครับ
  2. แต่ถ้าใครสนใจเป็นหนังสือก็ขอแนะนำ 3 เล่มครับ ได้แก่ ความเข้าใจในจิตรกรรมไทยประเพณี ของ เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว หนังสือชุด ทศชาติกับจิตรกรรมฝาผนัง ของ นิดดา หงษ์วิวัฒน์ แล่วก็หนังสือ ท่องทศชาติผ่านจิตรกรรม ของ อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย

Writer & Photographer

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ก่อนจะเล่าเรื่องราวในความทรงจำเรื่องหนึ่งให้ฟัง ต้องขอเกริ่นก่อนเล็กน้อยว่า ที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ไม่ได้เป็นคนเขียนนะครับ เนื่องในโอกาสพิเศษ ผม คุณพ่อของต้า เจ้าของคอลัมน์อารามบอย จะขอเป็นคนเล่าเรื่องเอง แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับวัดเหมือนเช่นเคย

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมกับครอบครัวเที่ยววัดด้วยกันมากว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงเวลานี้ก็ไปวัดมาแล้วแทบทุกแบบ ทั้งวัดร้าง วัดเก่า วัดใหม่ วัดที่ไปครั้งเดียวแล้วไม่ได้ไปอีก และวัดที่ไปแล้วก็ยังได้ไป จนถึงตอนนี้น่าจะไปมาเกิน 100 วัดไปนานแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่วัดแห่งหนึ่งก็ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม และวัดนั้นก็คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

รักแรกที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

ผมไปวัดพระธาตุลำปางหลวงครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวกับครอบครัวในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครั้งนั้นไป 3 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ตาก และลำปาง พอไปถึงก็เอารถไปจอดอยู่ด้านล่างใกล้ ๆ ทางขึ้น พอลงรถไปก็เจอพวกแม่หมออยู่ริมถนนเลย ดูดวงบ้าง ขายของบูชาพระธาตุบ้าง ลูกชายผมตอนนั้นก็ได้กระดาษเขียนเรื่องพระธาตุประจำปีเกิดมาด้วย

พอเดินขึ้นบันได ผ่านประตูโขงไป ถึงจะเห็นวิหารหลวงก่อน แต่ไปสะดุดตากับลานทราย เพราะลานทรายในสมัยนั้นครอบคลุมพื้นที่ข้างบนแทบทั้งหมด มองไปตรงไหนก็เป็นทราย เวลาเดินบนพื้นทรายแล้วนุ่ม เดินด้วยเท้าเปล่าได้เลยไม่ร้อน เพราะถึงผิวหน้าจะร้อน แต่ย่ำลงไปแล้วข้างล่างเย็น และที่สะดุดตาที่สุดก็คือองค์พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุองค์ไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นเหลือเกินแม้จะมีอาคารอื่นอยู่โดยรอบ แถมสัดส่วนขององค์พระธาตุก็สวยมาก กลายเป็นความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

นอกจากพระธาตุลำปางหลวงแล้ว วิหารแต่ละหลังที่อยู่รอบพระธาตุก็สวยงาม มีเอกลักษณ์ วิหารหลวงมีพระเจ้าล้านทองอยู่ภายในกู่ พระเจ้าดูแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน มีวิหารน้ำแต้ม วิหารหลังเล็กที่มีจิตรกรรมอยู่ซ้ายขวา ข้างหลังมีต้นโพธิ์สีทองอยู่ แล้วก็มีวิหารพระพุทธ วิหารทึบหลังเดียวที่อยู่ข้างบน ข้างในพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีลายคำอยู่ตามเสา

พอดูโดยรอบพระธาตุเสร็จก็เดินทะลุไปข้างหลัง ไปที่พิพิธภัณฑ์ของวัดเพื่อไปกราบพระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปสำคัญของวัดที่ตั้งอยู่ในตู้ สมัยนั้นพิพิธภัณฑ์ยังดูรก ๆ มีข้าวของและพระพุทธรูปตั้งอยู่เต็มไปหมด

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

เมื่อความเปลี่ยนแปลงมาเยือน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

หลังจากนั้น เวลาไปเที่ยวเหนือกับครอบครัว ทุกครั้งที่ผ่านลำปางก็จะต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงทุกครั้ง อย่างน้อยก็ขึ้นไปกราบพระนมัสการพระพุทธรูป และทุกครั้งที่ไปก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัด จากเมื่อก่อนเคยจอดด้านหน้าได้ ก็ต้องขยับไปจอดที่ลานจอดรถ ด้านหน้าที่เคยมีบรรดาแม่หมอดูดวงก็หายไปหมดกลายเป็นสวน ด้านข้างที่เคยมีตลาดก็หายไป บรรดาร้านค้าไปอยู่แถวลานจอดรถแทน

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอขึ้นไปข้างบน บรรยากาศข้างบนก็เปลี่ยน เริ่มมีอาคาร มีเต็นท์เพิ่มเติมขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือลานทราย จากครั้งแรกที่มามีลานทรายอยู่เต็มไปหมด เริ่มมีการเอากระเบื้องมาปูแทนที่ทราย แม้แต่รอบพระธาตุก็มีจากที่ครั้งแรกไม่มี แล้วต้องเดินไปด้วยเท้าเปล่า ร้อนเท้ามาก เดินได้ไม่นานก็ต้องรีบใส่รองเท้าไม่ก็เข้าไปในร่ม ตอนหลังดีหน่อยที่เขาเอาออกไปเยอะแต่ก็ยังไม่หมด ยังเหลือบริเวณรอบองค์พระธาตุอยู่ดี

ผู้คนหรือกิจกรรมรอบ ๆ ก็มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและหายไป จำได้ว่าครั้งแรกจะมีการถวายรูปปั้นวัว เพราะพระธาตุลำปางหลวงเป็นพระธาตุประจำปีฉลู สมัยก่อนตามพระธาตุประจำปีเกิดจะมีการถวายรูปสัตว์ประจำปีเกิดแทบทุกที่ แต่ไปครั้งหลัง ๆ ก็ไม่เห็นแล้ว และไม่ใช่แค่ที่นี่ รวมถึงพระธาตุประจำปีเกิดองค์อื่น ๆ ด้วย

จริงอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงนำพาความสวยงาม ความเป็นระเบียบ ความสะดวกสบาย เข้ามา แต่บรรยากาศหลาย ๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนไปด้วย ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะยังรู้สึกประทับใจวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ได้สัมผัสในครั้งแรกมากที่สุด ชอบความโล่งของพื้นที่ที่ทำให้เห็นวัด เห็นพระธาตุได้ชัดเจน รวมถึงวิถีแบบเก่า ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ยังอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย จนยังแอบคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า อยากให้กลับไปเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่มา

ไปหลายครั้ง ได้หลายสิ่ง

ถึงวัดจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความประทับใจที่มีต่อพระธาตุลำปางหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าใครมาถามว่าชอบเจดีย์องค์ไหนมากที่สุด ผมก็คงตอบพระธาตุลำปางหลวงอยู่ดี แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมองหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้รู้ได้เห็นมากขึ้น

อย่างพระธาตุกลับหัว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ทุกคนต้องไปดูกัน ผมเพิ่งจะได้ดูตอนไปครั้งที่ 3 โน่น เพราะครั้งแรกไม่รู้ รู้แต่ที่วัดพระธาตุจอมปิงมีพระธาตุกลับหัว เลยได้ไปดูที่นั่น พอกลับไปรอบที่ 3 ก็เลยไปดู อยู่ในหอพระพุทธบาทเยื้อง ๆ กับพระธาตุ แต่ผู้หญิงขึ้นไม่ได้ ผู้ชายขึ้นได้อย่างเดียว ครั้งนั้นเลยขึ้นไปดูกับลูกชาย แต่ส่วนตัวไปดูแล้วเฉย ๆ คือพระธาตุกลับหัวก็สวย แต่ถ้าจะดูพระธาตุ รู้สึกว่าดูของจริงสวยกว่า

พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา
พ่อ ‘อารามบอย’ ยึดคอลัมน์ พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง ชมพระธาตุเจดีย์สำคัญของล้านนา

พอลูกชายเรียนที่คณะโบราณคดี เวลามาดูวัดพระธาตุลำปางหลวงก็สนุกมากขึ้น เพราะผมก็เข้าใจในศิลปะมากขึ้น ทั้งรูปแบบของเจดีย์ กู่พระเจ้าล้านทอง เริ่มรู้ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เริ่มดูจิตรกรรมฝาผนังที่อยู่ที่วิหารหลวงกับวิหารน้ำแต้มออก เวลาไปทีไรก็ได้ความรู้ แล้วก็ได้ถาม ได้คุย ได้แลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับลูกชายด้วย จากที่ครั้งแรกมาแค่ชื่นชมความงามของพระธาตุและสิ่งต่าง ๆ ในวัดอย่างเดียว

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

แล้วยิ่งพอรู้มากขึ้น ก็กลายเป็นยิ่งเพิ่มความประทับใจในองค์พระธาตุลำปางหลวงมากขึ้นอีก ทั้งรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเทียบกับพระธาตุองค์สำคัญ ๆ หลายองค์ทางภาคเหนือ เช่น พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุหริภุญชัย ทั้งสัดส่วนของพระธาตุที่ดูกี่ครั้งก็รู้สึกว่าลงตัวเหลือเกิน กลายเป็นยิ่งชื่นชอบในองค์พระธาตุ และชื่นชมคนที่ออกแบบพระธาตุไปพร้อม ๆ กัน

พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี
พ่อของ ‘อารามบอย’ ขอยึดคอลัมน์ชั่วคราว พาเที่ยววัดพระธาตุลำปางหลวง วัดสำคัญของลำปางที่อยู่ในใจมากว่า 20 ปี

คำขอต่อองค์พระธาตุ

อาจจะส่วนตัวสักหน่อย แต่ในใจก็ยังอยากให้วัดพระธาตุลำปางหลวงเก็บรักษาสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ให้ดี ตรงไหนผุ ตรงไหนพัง ก็ต้องซ่อมแซม แต่ต้องซ่อมให้ดี ให้คงสภาพเดิม ไม่ใช่สักแต่ว่าซ่อม แต่ผิดเพี้ยนผิดแผกไปจากเดิม แบบนั้นก็ไม่ดี 

และถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นลานทรายแบบครั้งแรกที่ผมเห็น อยากให้เอากระเบื้องออกจากบริเวณรอบพระธาตุ เวลาไปนมัสการพระธาตุจะได้เดินบนพื้นทราย แล้วก็อยากให้คนลำปางรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ เพราะผมชอบอัธยาศัยของคนลำปาง พวกเขาเป็นคนที่พร้อมต้อนรับ พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้มาเยือน อีกอย่างก็อย่าให้พุทธพาณิชย์เข้ามาแทรกซึมมากจนเกินพอดี ไม่ได้บอกว่าห้ามมี แต่ควรมีอย่างพอดี

ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผม เป็นความทรงจำของผมที่มีต่อวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ผมเอามาแบ่งปัน ผมไม่ได้บอกให้คุณคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผม เพราะทุกคนมีความประทับใจ มีความชื่นชอบ มีรสนิยมต่างกันอยู่แล้ว แต่ที่จะฝากก็คือ อยากให้ทุกคนช่วยกันเก็บรักษาสิ่งดี ๆ เอาไว้ บ้านเรามีสิ่งที่ดี สิ่งที่งามเยอะแยะ อยากให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บรักษาของเหล่านี้ไว้ เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งที่สิ่งนั้นหายไป เราจะได้ไม่มาเสียดายทีหลัง เพราะบางสิ่งเปลี่ยนแล้วเอากลับมาได้ แต่บางสิ่งเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนไปเลย

เกร็ดแถมท้าย

  1. วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหนึ่งในพระธาตุเจดีย์สำคัญของจังหวัดลำปางและดินแดนล้านนา สังเกตได้จากการมีเวียงพระธาตุ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบร่วมกับพระธาตุสำคัญองค์อื่น ๆ ในล้านนา
  2. การเดินทางมายังวัดพระธาตุลำปางมีทั้งใช้รถส่วนตัว หรือจะเหมารถจากในตัวเมืองลำปางมาก็ได้ หรือหากอยากลองขนส่งสาธารณะ สามารถนั่งรถสองแถวสายเกาะคา-ลำปางได้
  3. หรือถ้าใครสนใจเรื่องเงาพระธาตุ ที่จังหวัดลำปางยังมีอีกหลายวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกัน เช่น วัดพระธาตุจอมปิง วัดพระธาตุดอยน้อย วัดอักโขชัยคีรี รวมถึงวัดประตูป่อง หรือวัดผาแดงหลวงก็มีเช่นกัน
  4. นอกจากวัดพระธาตุลำปางแล้ว ในตัวเมืองยังมีพระธาตุสำคัญอีกหลายองค์ ทั้งวัดพระแก้วดอนเต้า วัดพระธาตุเสด็จ รวมถึงยังมีวัดสำคัญในตัวเมืองอีกหลายวัดที่น่าไปชม ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำให้ลองไปดูสักครั้งครับ

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

Photographers

พรชัย ลิ้มหัสนัยกุล

พ่อค้าและนักเดินทางผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะและการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้คน

ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล

ต้า วัดไทย เด็กประวัติศาสตร์ศิลปะผู้ดูวัดมาแล้วกว่าพันวัดแม้จะยังไม่ครบทุกจังหวัด ชื่นชอบในความงามของศิลปะทั้งไทยและเทศรวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ปัจจุบันยังคงออกเที่ยวชมวัดทุกศาสนารวมถึงวังต่างๆ อย่างต่อเนื่องพร้อมกับนำเรื่องราวมาเผยแพร่บน Facebook อยู่เป็นระยะๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load