21 พฤศจิกายน 2563
27 K

เข้าเรื่องเลยนะ

การแบ่งมื้อแบบอิตาเลียน

โดยทั่วไปแล้วอาจเรียงลำดับได้เป็นอย่างนี้

1. ออเดิร์ฟ (antipasti)

2. อาหารจานแรก (primi piatti)

3. อาหารจานที่สอง (secondi piatti)

4. สลัด (insalata)

5. ขนมหรือผลไม้ (dessert)

ถ้าเป็นการชวนเพื่อนมากินกันที่บ้าน ก็มักจะต่อท้ายที่ กาแฟ และสนทนาท่ามกลางม่านควันบุหรี่คล้ำครึ้มคุมเวร

ออเดิร์ฟ

แน่นอนนี่ไม่ใช่จานบังคับ การไม่มีย่อมไม่เป็นไร แต่ถ้าไปกินอาหารตามร้านล่ะก็ แนะนำจริงๆ ให้สั่ง เพราะปาสต้านั้น อิตาเลียนจะไม่มีวันต้มรอไว้เป็นอันขาด ที่จะให้ต้มสุกไว้ก่อนแล้วถึงเวลามาใส่ตะกร้อลวกนั้นอย่าหมาย มีเรื่องเล่าจริงเท็จอย่างไรไม่รู้ พูดกันเล่นๆ ว่า เมื่อโทรศัพท์มือถือได้อุบัติขึ้นในอิตาลีนั้น ประโยคที่คนอิตาเลียนพูดมากที่สุดคือ “จะถึงบ้านแล้วแม่ ต้มปาสต้าได้เลย”

การสั่งออเดิร์ฟในร้านอาหารจึงเป็นการประวิงเวลา และไม่ให้เรานั่งแทะขนมปังขาไก่จนหมดสิ้นนั่นเอง

กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น, อาหารอิตาลี
บรุสเก็ตต้า
ภาพ : www.cucchiaio.it/ricetta/ricetta-bruschetta-pomodoro/

อนึ่ง ถ้าไม่รู้จะสั่งอะไร ขอแนะนำ bruschetta ซึ่งออกเสียงว่า บรุส-เก็ต-ต้า อันเป็นขนมปังอิตาเลียนปิ้งแล้ววางหน้าด้วยมะเขือเทศสับหยาบปรุงรส ส่วนผสมมีน้อย แต่นี่เป็นเหมือนการโหมโรง เป็นการอวดฝีมือการคัดเลือกวัตถุดิบของทางร้านได้เป็นอย่างดีทีเดียว

อาหารจานแรก (primi piatti)

คืออาหารตระกูลแป้ง มีปาสต้า (pasta) เป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้มีแต่ปาสต้าหรอกนะ คนทางเหนืออาจจะกินข้าว หรือแป้งข้าวโพดหรือที่เรียกว่า polenta ก็ได้

กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น, อาหารอิตาลี

เวลาที่คุณไปกินตามร้านอาหารนั้น หากเขามิได้เชื้อเชิญ คุณมิควรเล่นแร่แปรธาตุในการเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนซอสไปมา ด้วยว่า หนึ่ง คนทำย่อมมิได้สั่นติ้วหรือทอยลูกเต๋าจับคู่เส้นกับซอส หากแต่ใคร่ครวญไตร่ตรองมาอย่างแยบคายแล้วว่าซอสใดควรกินกับปาสต้าเส้นใด ใช่ ซอสหรือหน้าต่างๆ ของปาสต้านั้น มันมีความเข้มข้นไม่เหมือนกัน ปาสต้าก็เช่นกัน บางเส้นก็ถูกออกแบบมาให้ซอสเกาะได้ดีขึ้น และประการที่สองอันเป็นประการต่อเนื่องก็คือ ถ้าคุณไม่เป๊ะพอ คุณอาจปล่อยเด๋อได้ เช่น สปาเก็ตตี้ไม่มีวันลงน้ำ (ซุป) เป็นอันขาด เป็นอาทิ

อาหารจานสองคืออะไร

อาหารจานที่สองคืออาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นตัวเอก เนื้อสัตว์ก็คือเนื้อสัตว์ คงไม่ต้องการอรรถาธิบายใดๆ แต่นอกจากหมู เนื้อ ไก่ ปลาแล้ว คุณก็อาจจะได้เจอเนื้ออื่นๆ ได้แก่ เนื้อหมูป่า เนื้อกระต่าย ฯลฯ

คนที่ไม่กินเนื้อวัว ต้องหมั่นเช็กให้ดีก่อนสั่งนะ และหากไปกินตามร้านอาหาร แทนที่จะให้บริกรยืนสาธยายไปแต่ละเมนูว่าอะไรเป็นอะไร ขอแนะนำให้บอกบริกรเลยว่า ตัวเองไม่กินอะไร เขาจะได้แนะนำให้ได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ส่วนถ้าเขาเชิญไปกินที่บ้าน ก็ควรบอกเขาไปเลยโดยไม่ต้องรอให้เขาถามว่าเราไม่กินเนื้อวัว

สลัดค่อยตามมา

ใช่แล้ว อิตาเลียนกินสลัดทีหลัง ที่น่าสนใจก็คือ สิ่งที่เรียกว่า Italian Dressing นั้น ไม่มีอยู่จริงในอิตาลี คนอิตาเลียนปรุงสลัดด้วยน้ำมันมะกอกและบัลซามิก (รสเหมือนจิ๊กโฉ่ว) เท่านั้น

ของหวานหรือผลไม้

สำหรับอิตาเลียนนั้น เมื่อจบสลัดแล้ว ถ้ากินที่บ้าน ความเป็นไปได้สูงคือผลไม้ตามฤดูกาล อันมีส้มปรากฏอยู่แทบทุกฤดู ของหวานอิตาเลียนทำค่อนข้างยากและใช้เวลา แต่ถ้าไปกินตามร้านอาหารก็ควรสั่งของหวาน ไอศกรีมเหรอ จริงๆ ถ้าอยู่ในอิตาลีไม่ค่อยแนะนำให้สั่งนะ เดินกินตามถนนดูแก่นแก้วกฤษดาดอยกว่าเยอะ

พิซซ่าไปไหน ทำไมไม่มีพิซซ่า

ดูก่อนภราดรทั้งหลาย อันว่าพิซซ่า (ซึ่งออกเสียงเป็นภาษาอิตาเลียนเป๊ะๆ ว่า “ปิ๊ต-ส่ะ”) นั้น เป็นของกินที่ Stand Alone หาได้อยู่ในเซ็ตนี้ไม่

เอาล่ะ ต่อไปนี้ได้เวลาขึ้นโต๊ะอาหารเสียที

ข้อปฏิบัติ ธรรมเนียม ความเชื่อบนโต๊ะอาหาร

การกินปาสต้า ใช้ส้อมหมุนกับพื้นจานเท่านั้น ไม่มีการใช้ช้อนช่วย อันนี้พูดถึงการกินแบบอิตาเลียนนะ ถ้าคุณไปขึ้นโต๊ะในระดับ International กว่านั้น ก็จะพบว่ามีการใช้ช้อนประคอง ก็อย่าไปจิ๊จ๊ะให้มันมากไป มันจะเป็นบ้า เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

วิธีม้วนปาสต้านั้น คือดันปาสต้าในจานไปทางหนึ่งก่อน พอให้มีที่สักนิดในการหมุด จากนั้นใช้ส้อมสอยเส้นปาสต้าออกมาสักสี่ซ้าห้าเส้น แล้วเอามาหมุนตรงนั้น พยายามทำเนียนๆ หน่อย พูดจาหัวเราะหัวใคร่กับทุกคนไปเรื่อยๆ อย่าเอาเป็นเอาตายกับมันมาก จนดูราวกับเรากำลังไขน็อตตรึงจานไว้กับโต๊ะ

การม้วนสปาเก็ตตี้โดยไม่ใช้ช้อน
https://www.wikihow.com/Eat-Spaghetti

อย่าตัดเส้นปาสต้า ถ้าทนไม่ได้ ให้เปลี่ยนไปสั่งขนมจีนแป้งหมักมากิน

อย่ากัดเส้นสปาเก็ตตี้หรือเส้นยาวใดๆ ให้หล่นเผละผละลงมาจากปากอย่างน่าเวทนา เพราะนอกจากจะไม่งามแล้ว คุณกำลังดับอนาคตอันใกล้ของคุณในการกิน เพราะเส้นปาสต้าที่ขาดเหล่านั้นจะไม่มีวันหมุนขึ้นมาได้อีกต่อไป

ว่าด้วยช้อน ช้อนใหญ่ใช้สำหรับทานซุป ส่วนช้อนเล็กก็เอาไว้ชงกาแฟเวลาเติมน้ำตาล กับกินขนมเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้ามีเมนูข้าวมา เช่น ริซอตโต ก็ต้องกินด้วยส้อมเช่นกัน

ไม่นั่งบนโต๊ะอาหาร 13 คน เพราะมันจะเป็นจำนวนของ The Last Supper หากบังเอิญว่ามี 13 พอดี เขาจะขยับโต๊ะให้แยกออกจากกันนิดหนึ่งพอเป็นพิธี

ห้ามทำเกลือหก ถ้าทำเกลือหก ก็ไม่ต้องกรีดร้อง ทึ้งผม โทษตัวเองว่าเป็นกาลกิณีและขอให้เจ้าบ้านนำตัวเองไปลอยแพล้างซวย ก็เพียงแค่บรรจงหยิบเกลือนั้น ทิ้งข้ามไหล่อีกข้าง กริยาเดียวกับตอนโยนเหรียญที่น้ำพุเทรวี่ แต่ไม่ต้องเหวี่ยงแรงขนาดนั้น และที่สำคัญ ไม่ต้องพริ้มตาอธิษฐาน จะอธิษฐานอะไรเล่า เอิ้ว!

แต่ถ้าทำไวน์หก คนทั้งโต๊ะจะพากันร้องว่า อัลเลเกรีย (ไชโย) ในทันที เรื่องนี้ตำนานไม่ปรากฏ แต่เดาว่าคงขำว่า จะต้องมีใครเมาเข้าแล้วในโต๊ะนี้

เมื่อมีคนขอให้ช่วยส่งเกลือหรือพริกไทยให้หน่อย ตามสมบัติผู้ดีอิตาเลียนแล้วไซร้ พึงส่งให้ทั้งสองอย่าง เพราะมันควรจะอยู่ด้วยกันตลอด แล้วเวลาส่ง ก็หยิบแล้ววาง ให้คนถัดไปหยิบแล้ววาง ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ห้ามปล้นกลางทางคือดักโรยเสียก่อน และห้ามทำหก ที่เขาให้วางก่อนก็เพราะกลัวหกนี่ล่ะ

กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น, อาหารอิตาลี
 ที่ใส่เกลือกับพริกไทย
ภาพ : gotti.shop/brandani-porta-sale-e-pepe-in-porcellana-bianca-cuore.html

การใช้ขนมปังปาดซอสที่เหลือบนจาน เขาทำกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองนะ มักจะทำที่บ้านหรือไปกินข้าวบ้านเพื่อน เพราะบางครั้งมันก็มีนัยของการชื่นชมคนทำ ทำให้คนทำปลื้ม จริงๆ ไม่แนะนำให้ทำในที่สาธารณะนะ แต่ถ้าจะทำก็… (เขยิบเท้าถอยห่างออกมาก้าวหนึ่งด้วยจริตของรัดเกล้าในท้ายเพลง บ้านทรายทอง)

กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น, อาหารอิตาลี
การใช้ขนมปังเช็ดจาน
ภาพ : pt.toluna.com/opinions/2354227/Perch-si-dice-fare-la-scarpetta-intendendo-pulire-con-un-pezzo-di-pane-quel-che-resta-nel-piatto

ประเมินกำลังในการกินด้วย ถ้ารู้ว่าจะต้องกินอาหารจานเนื้อ อย่ากินอาหารจานแป้งให้อิ่มเกิน

ขนมปังคือพระเยซู อย่าโยนเล่น อย่าจับหงาย และอย่าเอามีดไปปักเล่น

กินอาหารอิตาเลียน ปรุงได้ไหม

คำตอบคือ ปรุงได้ แต่ได้ไม่กี่รสหรอกนะ ใส่เกลือ ใส่พริกไทย อาจจะมีคนเถียงว่า tabasco ไง เห่ลโล่ว! นั่นมันเม็กซิกันมั้ย ไม่ห้ามไม่ให้ใส่ ปากใครก็ปากมัน แต่อย่าไปตำหนิอะไรทางร้านถ้าหากขอแล้วเขาไม่มีให้ เหมือนไปขอจิ๊กโฉ่วในร้านข้าวแกงงี้

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งบางท่านอาจจะไม่ทราบคือ ท่านสามารถปรุงให้เผ็ดได้ และทุกร้านจะมีของอย่างหนึ่งซ่อนเอาไว้ คือ น้ำมันพริก มันคือน้ำมันมะกอกที่ใส่พริกดองหรือทำอะไรสักอย่างเอาไว้ น้ำมันพริกนี่โรยใส่อาหารอะไรก็นัว คือ มันนัวกว่าการใส่พริกป่นแดงแห้งๆ มาก

กินอย่างอิตาลีคืออย่าโยนขนมปัง ไม่ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า และดื่มเอสเปรสโซตบท้ายเท่านั้น, อาหารอิตาลี
น้ำมันเผ็ด
ภาพ : www.lacucinadibacco.it/olio-piccante-fatto-in-casa

พาร์มีซานชีส

อย่าโชว์เหนือโดยการขอชีสมาโรยหน้าปาสต้าทุกหน้าไป เพราะมันมีกฎอยู่เหมือนกัน คือจะไม่โรยพาร์มีซานชีสกับอาหารทะเลเป็นอันขาด จบนะ

สั่งอาหารไม่ครบคน

จริงๆ อิตาเลียนไม่มีธรรมเนียมการสั่ง 2 แต่มา 3 พร้อมขอจานแบ่งนะ แต่เดี๋ยวนี้เหมือนจะยอมรับได้มากขึ้นในหลายๆ ร้าน แต่ถ้าหากไม่อยากเสี่ยงกับการถูกดุ มีอีกวิธีคือ สั่งของคนละประเภทกันแล้วมาแบ่งกันกิน เช่น ถ้าไปกัน 2 คน คนหนึ่งก็สั่งจานแป้ง อีกคนสั่งจานเนื้อ แล้วเอามาแบ่งกันโดยที่ไม่ต้องขอจานแบ่ง อย่างนี้ก็เวิร์กนะ ไปกัน 3 เหรอ อีกคนก็สั่งพิซซ่าสิ

ค่า coperto

สิ่งที่หลายคนคิดว่าอิตาเลียนโกงคือเรื่องนี้ ค่าโคแปร์โต้ ซึ่งมันก็คือค่าหัวนั่นเอง บางคนก็เรียกว่าค่าขนมปัง บ้างก็ว่าค่าซักผ้าปูโต๊ะ แต่ฉันว่าบอกว่าค่าหัวยังจะเข้าใจได้เสียมากกว่า นั่นก็คือ เมื่อคุณนั่งลงที่โต๊ะ คุณก็เสียค่านั่งแล้ว จะราคาเท่าไหร่ก็แล้วแต่ร้าน 2 ยูโรน่าจะเป็นอย่างต่ำ มันก็คือค่า Service Charge อย่างหนึ่งล่ะมั้ง แต่มันก็แฟร์ดีนะ คือ มันกันคนมานั่งกันเยอะแต่สั่งกันน้อย อย่างน้อยร้านก็ได้เงินจากการเสียพื้นที่ให้ลูกค้าคนอื่นไปล่ะ

ขอ Ketchup ในร้านพิซซ่า

(ชี้นิ้ว แขนตึง) นั่นประตู!

กาแฟตอนตบท้าย

ขอให้เป็นเอสเปรสโซเท่านั้น เขาจะถามว่าเอากาแฟมั้ย แค่เราตอบรับ ก็จะได้เอสเปรสโซแล้ว ไม่ต้องสาธยายให้มากความ

อะไรนะ คัปปุชชีโน?

เอามันไปโบย

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นคนชอบชื่อ ชอบนามสกุล ฉันท่องนามสกุลเพื่อนได้ทุกคน ถึงวันนี้ ใครบอกชื่อเพื่อนสมัยประถมมา ฉันมักจะต่อด้วยนามสกุลโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้ทำอย่างนี้ต้องหยิกตัวเองอย่างแรง

ชื่อของคนอิตาเลียน

ปกติชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงโอ จะเป็นผู้ชาย ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา จะเป็นผู้หญิง เช่น Paolo-Paola, Mario-Maria เป็นต้น แต่ก็มีชื่อที่ไม่ได้ตามกฎนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น

ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา แต่เป็นผู้ชาย ได้แก่ Andrea, Luca และ Nicola (ถ้าเป็นผู้หญิงจะเป็น Andreina, Nicoletta ส่วน Luca นั้นไม่มีเพศหญิง)

ชื่อที่เราอาจนึกว่าเป็นผู้หญิงได้แก่ Gabriele (กาบรีแยเล), Emanuele (เอมานูแยเล) (ชื่อผู้หญิงจะเป็น Gabriella, Emanuela)

ส่วนนามสกุลนั้น ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยเสียงอี (-i) เช่น Rossi หรือ Bianchi แต่ก็ไม่เสมอไปอีกเช่นกัน

วางชื่ออย่างไร ชื่อก่อนหรือนามสกุลก่อน

คำตอบคือ ชื่อแล้วค่อยนามสกุล เว้นแต่จะเป็นรายชื่อเรียงรายแบบในตามประกาศราชการ ประกาศผลสอบ หรือแม้แต่ในสมุดโทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะชื่ออิตาเลียนซ้ำกันเหลือเกิน นามสกุลก็อาจมีซ้ำบ้าง แต่ไม่ซ้ำเท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ มักมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างนามสกุลกับชื่อ

ส่วนคนไทยอย่างเรานั้น หากจะต้องติดต่อกับคนอิตาเลียน จะทำอย่างไรให้อิตาเลียนรู้ว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล คนอื่นทำอย่างไรไม่ทราบ แต่ฉันนั้น นอกจากจะเรียงลำดับอย่างที่บอกไปแล้ว ฉันจะเขียนหรือพิมพ์นามสกุลด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้น ส่วนปัญหาเรื่องว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นชายหรือหญิงนั้น แก้ไม่ได้ในชื่อ แต่ถ้าเรามีเนื้อความอะไรเขียนต่อไป เพศของเรามันจะแสดงให้เห็นในเนื้อความเอง เพราะภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาที่มีเพศ

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : whoisdenilo-unsplash

เขาตั้งชื่อกันอย่างไร

ไม่มีเกจิรับตั้งชื่อ ไม่มีชื่อไหนมงคลกว่าชื่อไหน ธรรมเนียมการตั้งชื่อของคนอิตาเลียน ‘แบบดั้งเดิม’ นั้น จะใช้ชื่อปู่-ย่าเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายไปเป็นตา-ยาย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราเห็นบุคคลสำคัญโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ชื่อสลับกันไป แล้วใส่ที่หนึ่ง ที่สอง ฯลฯ ไว้ข้างหลัง ของอิตาลีก็เช่น

ปู่ – Vittorio

พ่อ – Umberto

ฉัน – Vittorio

ลูก – Umberto

หลาน – Vittorio

ธรรมเนียมนี้ ว่ากันว่า เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอิตาเลียนโบราณมีลูกดก ทั้งนี้เพื่อให้ปู่ย่าตายายอิ่มอกอิ่มใจ การมีลูกแล้วไม่ตั้งชื่อตามท่านเหล่านั้น ถือเป็นการขาดความเคารพซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญของคนอิตาเลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวใต้ อย่างเช่นชาวเกาะซิซีลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้คลายลงไปมากแล้วตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งก็พบว่า บ้างก็ว่าชื่อบรรพบุรุษเชยฉ่ำไปบ้าง ลูกสะใภ้เกลียดแม่ผัวบ้าง หรือถ้าเกิดคุณปู่มีลูกชาย 3 คน แล้วลูกทั้งสามตั้งชื่อลูกตามคุณปู่ จะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้

ปัจจุบันตั้งชื่อกันอย่างไร

สมัยนี้มีอิสระในการตั้งชื่อมากขึ้น ชื่ออิตาเลียนที่ฮิตที่สุด (ดังจะได้กล่าวต่อไป) ก็แทบไม่มีชื่อนักบุญแล้ว เรียกได้ว่า เจอชื่ออะไรเพราะ ๆ ก็สรรหากันไป บางคนก็ตั้งชื่อตามโอกาสสำคัญ คนที่คลอดลูกในวันอีสเตอร์ (ภาษาอิตาเลียนคือ Pasqua – ปัสกวา) ก็มีไม่น้อยที่ตั้งชื่อลูกว่า Pasqua หรือ Pasquale หรือเด็กที่เกิดวันคริสต์มาส อาจจะได้ชื่อ Natale – Natalia ไปก็ได้ (คริสต์มาส = Natale) เพื่อนคนหนึ่งเกิดตอนย่ำรุ่ง แม่ของเธอก็ตั้งชื่ออย่างเก๋ว่า โรซัลบา (Rosalba) อันแปลว่า กุหลาบยามรุ่งอรุณ ฉันแอบคิดในใจว่า ถ้าเพื่อนคนนี้เกิดที่เมืองไทย เธอจะต้องได้รับการตั้งชื่อลูกจากแม่ว่า ดาวพระศุกร์สุดแสนอำไพ อย่างแน่นอน

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ: danielfazio-unsplash

มีกฎมีเกณฑ์อะไรในการตั้งชื่อบ้างไหม เช่น เกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ฯลฯ

เท่าที่ทราบไม่มีอะไรอย่างนั้น คงมีแต่กฎหมายที่กำหนดไว้ (โดยสรุป) ว่า

  1. ห้ามใช้ชื่อของบิดามารดา พี่น้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ห้ามชื่อเหมือนกับนามสกุล
  3. ห้ามชื่อที่ขบขันน่าอาย
  4. ชื่อทางภูมิศาสตร์ ชื่อหรือนามสกุลจะต้องไม่บอกที่มาว่าเป็นลูกกำพร้า เช่น Esposito, Diotallevi, Innocenti เป็นต้น เนื่องจากนามสกุลที่ยกตัวอย่างมานี้ ในสมัยก่อนจะตั้งให้แก่เด็กกำพร้าเท่านั้น

ชื่อยอดนิยมในปัจจุบันของคนอิตาเลียน

ชื่อที่ฮิตที่สุด 5 อันดับแรก ในการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติอิตาลีซึ่งสำรวจในปี 2019 คือ

ชื่อผู้ชาย

5. Andrea (อันแดรอา)
4. Alessandro (อเลสซานโดร)
3. Lorenzo (โลเรนโซ)
2. Francesco (ฟรันเชสโก)
1. Leonardo (เลโอนาร์โด)

ชื่อผู้หญิง

5. Alice (อะลีเช)
4. Ginevra (จิเนฟวรา)
3. Giulia (จูเลีย)
2. Aurora (เอารอรา)
1. Sofia (โซฟียา)

คนอิตาเลียนเปลี่ยนชื่อได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งใน ‘มาตรา 6 – สิทธิในชื่อ’ ระบุว่า: “บุคคลทุกคนมีสิทธิในชื่อที่ตนกำหนดตามกฎหมาย ชื่อประกอบด้วยชื่อจริงและนามสกุล ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขชื่อ เว้นแต่ในกรณีและวิธีการที่ระบุโดยกฎหมาย.” แสดงว่า มีช่องทางเปลี่ยนได้ แต่ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : jeremypstewardson-unsplash

คนอิตาเลียนมีชื่อเล่นไหม

ชื่อเล่นของคนอิตาเลียนก็มาจากชื่อจริงนั่นเอง และพอคาดเดาได้ไม่ยาก เช่น
Salvatore – Totò

Daniele – Lele

Giuseppe – Pepe

Luigi – Gigi

Alberto – Berto

Andrea – Andrè

นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อที่ไว้เรียกเด็กด้วยความเอ็นดู ก็จะใส่คำว่า -ino หรือ -ina ลงไปท้ายชื่อ เช่น คนชื่อเปาโลทุกคนเคยผ่านชื่อ เปาลีโน (Paolino) มาแล้ว แต่ชื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อคุณเปาโลโตขึ้น

ชื่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป

ชื่อบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ตะวันตกอันมีที่มาเป็นชื่อของนักบุญ มักเปลี่ยนเป็นชื่อในสำเนียงอิตาเลียน (เชื่อว่าชาติอื่นในตะวันตกก็ดัดแปลงให้เข้ากับสำเนียงตนเช่นกัน) เช่น

(สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ) อะลิซาเบ็ธ – Elisabetta (เอลิซาเบ็ตตา)

(พระเจ้า) ชาร์ลส์ – Carlo (คาร์โล)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) ฟรันซิส – Francesco (ฟรันเชสโก)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) เบเนดิกต์ – Benedetto (เบเนเด็ตโต)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) จอห์นพอล – Giovanni Paolo (โจวันนี เปาโล)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Paolo_Panini

(พระเจ้า) หลุยส์ – Luigi (ลุยจิ)

(พระนาง) มารีอังตัวเนตต์ – Maria (มารียา) Antonietta (อันโตนีเย็ตตา)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : commons.wikimedia.org/wiki/File:Marie-Antoinette

ชื่อต้องห้าม

ชื่อที่ต้องถูกนายทะเบียนปรามไว้อย่างแน่นอน ได้แก่ เจสุ (Gesù = พระเยซู) ซาตานา (Satana = ซาตาน) ลูชิเฟโร (Lucifero = จอมมารลูซิเฟอร์) เบนีโต (Benito : ชื่อต้นของมุสโสลินี) เป็นอาทิ

ที่บอกว่า ‘ปราม’ เพราะตามกฎหมาย นายทะเบียนไม่มีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนชื่อ แต่นายทะเบียนจะเตือน หากไม่ฟัง ก็ตามใจ แต่นายทะเบียนจะแจ้งให้อัยการทราบและดำเนินคดีกันไปเอง

ข้อมูลอ้างอิง

www.nomix.it/decreto-legge-396-2000.php

www.istat.it/it/dati-analisi-e-prodotti/contenuti-interattivi/contanomi

www.pianetamamma.it/nomi/la-scelta-del-nome-tradizione-o-volonta-dei-genitori.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load