ตอนแรก ขึ้นต้นเรื่องว่า “วันนี้ขอบังอาจพูดถึงสิ่งที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญ” แต่แล้วก็ขอเปลี่ยนใจ เพราะถ้าจะขึ้นต้นอย่างนี้ ก็ต้องทำกับทุกบทความที่เขียนนี่ล่ะ

วันนี้จะพาคุณเข้าร้านกาแฟในอิตาลี และการสั่งอย่างไรไม่ให้เด๋อ

CAFÉ VS BAR

ประการแรกขอแบ่งร้านกาแฟออกเป็น 2 ประเภท Bar คือร้านเครื่องดื่มทั่วๆ ไปที่พบได้แทบจะทุกหัวถนนในอิตาลี มีเครื่องดื่มเสิร์ฟทุกอย่างเท่าที่พึงมี บรรยากาศเป็นกันเองมาก ในขณะที่ Café (หรือบางทีก็สะกด Caffè) นั้น มักจะดูสวยงาม มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ มีบรรยากาศเชื้อเชิญให้นั่งคุยกัน มากกว่าจะมาซดกาแฟแล้วจากไป

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บาร์ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งกับการกินกาแฟแบบไม่นั่ง
ภาพ : www.ilcittadino.it

ขั้นตอนบางประการในร้านกาแฟ

การบริโภคกาแฟ หรือเรียกด้วยภาษาชาวบ้าน คือการกินกาแฟในอิตาลีนั้น โดยทั่วๆ ไปมีอยู่ 2 แบบ คือนั่งกับยืน

การยืนนั้น ก็คือการไม่นั่งโต๊ะ ส่วนจะเกาะเคาน์เตอร์ดื่มหรือป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นก็แล้วแต่ร้าน บางร้านจัดโต๊ะสูงไว้ให้มุมหนึ่ง ไม่มีเก้าอี้ นั่นแปลว่า นั่นละ คือมุมยืนกิน ซึ่งราคาก็จะเป็นมิตรกว่า

ส่วนการนั่งโต๊ะ ก็อาจจะแบ่งออกไปเป็น 2 ประเภทย่อยๆ อีก คือนั่งในร้านกับนั่งที่บริเวณหน้าร้านอันสวยงามตรงข้ามเป็นมหาวิหาร ฯลฯ

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในโรม (Antico Caffè Greco)
ภาพ : www.cool-cities.de

ถ้านั่งในร้าน อันนี้แล้วแต่ บางร้านก็คิดเงินค่านั่ง บางร้านก็ไม่คิดเงิน เพราะฉะนั้น เวลาสั่งกาแฟ เรื่องนี้ต้องให้ชัด ถ้าเขาเชิญให้นั่งก็ต้องถามว่าต้องจ่ายเพิ่มไหม หรือถ้าดูเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ไม่น่ามีอะไร ก็ถามเขาว่าจะนั่งต้องจ่ายเพิ่มไหม ไม่ต้องอาย ส่วนใหญ่ถ้าเป็นร้านธรรมดาๆ ในเมืองเล็กๆ เงียบๆ ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถามไว้ก่อนก็ดี

ส่วนร้านที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวและมีหน้าร้านเปิดให้อาบแดดอุ่นหรือให้แสงจันทร์อาบไล้นั้น จงเช็กราคาหน้าร้านให้จงดี อย่าหาว่าไม่เตือน มิเช่นนั้นสิ่งที่จะ Pale มากกว่าแสงจันทร์ก็คือสีหน้าของคุณเองตอนเรียกเก็บเงิน

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บรรยากาศการนั่งจิบกาแฟอาบแดดอุ่น บริเวณหน้าร้านกาแฟฟลอเรียน จตุรัสซานมาร์โก เมืองเวนิส
ภาพ : cafesoftheworld.wordpress.com

มีผู้หวังดีติ่งร้านกาแฟแบบเอเชียๆ บอกมานานแล้วว่า ควรเตือนท่านผู้หวังว่าจะนั่งทำงาน อ่านหนังสือ (แต่คงไม่มีใครคิดจะไปสอนพิเศษใช่ไหม) ทอดอารมณ์ที่ร้านกาแฟในอิตาลีว่า บรรยากาศของร้านกาแฟในอิตาลี ที่เรียกว่า Bar นั้น มันไม่เอื้อแก่วิถีชีวิตอ้อยส้อยแบบที่หลายคนจินตนาการแต่อย่างไร มันค่อนข้างเร่งรีบและเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนอิตาลีมากกว่าเป็นสิ่งเสริมในชีวิต ใช่ กาแฟสำหรับคนอิตาลีเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตนอกเหนือจากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยซ่อนอยู่ในหมวดของอาหารนั่นเอง

การสั่งกาแฟ

สำหรับร้านทั่วๆ ไปที่มีผู้คนไม่หนาแน่น คุณกินเสร็จแล้วก็จ่าย แต่ถ้าเป็นบางร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านดังๆ คนเยอะๆ บาริสต้า (อันมาจากคำว่า bar+ista) ก็จะเชื้อเชิญให้คุณไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน บอกให้หมดนะว่าจะเอาอะไร เช่น คัปปุชชีโนหนึ่ง ขนมหนึ่ง (ขนมก็พอ ยังไม่ต้องตัดสินใจชัดเจนว่าจะกินอะไร ส่วนใหญ่จะราคาเดียวกัน) พอจ่ายเงินแล้วก็เอาตั๋วหรือใบเสร็จนี่ล่ะ เดินไปที่บาริสต้ายื่นให้เขา ถ้ากินขนมด้วย ระหว่างนี้ก็เดินไปเลือกขนมแล้วยื่นใบเสร็จส่วนขนมให้เขา เดินกลับมาที่บาริสต้าคนเดิม ก็จะได้ทั้งเครื่องดื่มและของกินเสร็จสรรพงับกิน

มีอะไรขายในร้านกาแฟ

ในร้านนอกจากเครื่องดื่มร้อนเย็นแล้ว ก็จะมีขนมอบไว้กินคู่กัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นครัวซองต์กับโดนัทหลากหลายสายพันธุ์ อย่าหวังจะได้กินปาสต้า (Pasta) เว้นแต่จะเป็นร้านใหญ่โตในย่านท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ควรไหม หิวก็ไปกินที่ร้านอาหารสิ จะมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านกาแฟทำไม พิกล

เอาล่ะ พร้อมจะเข้าร้านกาแฟแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้คือข้อควรรู้ในการสั่งกาแฟในอิตาลี

1. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ลาเต้’

ถ้าคุณสั่ง ‘ลาเต้’ ในอิตาลี สิ่งที่คุณได้มาก็มาซึ่งเครื่องดื่มสีขาวอุ่นๆ มีฟองนิดๆ เมื่อคุณจิบแล้วก็จะพบว่ามันคือนมร้อนนั่นเอง ไม่ต้องร้องแรกแหกกระเชอแต่อย่างใด สิ่งที่ควรจัดการที่สุดคือความคิดของคุณต่างหาก ด้วยว่า Latte นั้น (ในภาษาอิตาลีออกเสียงว่า ลัต-เต) แปลว่า ‘นม’ นั่นเอง ถ้าคุณอยากได้อะไรๆ อย่างที่คุณนึกไว้ในใจนั้น คุณต้องสั่งว่า Caffellatte (กัฟแฟลัตเต) ใช่ คุณต้องเรียกให้เต็มยศ

2. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘มัคเคียโต้’

เมื่อคุณสั่งแค่มัคเคียโต้ คุณก็มีแนวโน้มที่จะได้กาแฟมัคเคียโต้นั่นล่ะ ไม่เถียง ส่วนหน้าตาจะเหมือนกับที่คุณคุ้นเคยหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง เพราะในอิตาลีมันคือกาแฟ ‘เหยาะ’ นม นอกจากนี้ สิ่งที่จะบอกอีกอย่างก็คือ จริงๆ แล้วในอิตาลีมี Macchiato อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ Latte Macchiato ซึ่งก็คือนมเหยาะกาแฟ เพราะอันที่จริงแล้วในภาษาอิตาลีนั้น Macchiato แปลว่า ‘เปื้อน’ หลักการของเครื่องดื่มคู่นี้ก็คือของดำเปื้อนของขาว ของขาวเปื้อนของดำนั่นเอง

3. มอคค่า (Moka) 

สำหรับคนอิตาลีนั้น มันคือ หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลี ไม่ใช่กาแฟผสมช็อกโกเลตแต่อย่างใด เครื่องดื่มแบบนั้นมีในอิตาลีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน เคยมีเพื่อนอิตาลีคนหนึ่งมาเมืองไทย สั่งม็อคค่ากินด้วยความตื่นเต้นที่คิดว่าจะได้กินกาแฟแบบโบราณ พอจิบเข้าไป เพื่อนแทบพังร้าน

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลีที่เรียกว่า MOKA
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/Moka

4. อิตาเลียนสั่ง Espresso กันไหม

คำตอบคือ ไม่

แต่… เดี๋ยวก่อน

ไม่ได้บอกว่าเขาไม่กิน

คนอิตาลีสั่งกาแฟที่เราเรียกกันว่า Espresso ว่า ‘Caffè’ หรือกาแฟเฉยๆ กล่าวคือ ถ้าสั่งกาแฟด้วยคำว่า Caffè ก็จะได้มาซึ่งกาแฟดำข้นเหนียวในถ้วยเล็กจิ๋วที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Espresso นั่นล่ะ แต่ถ้าเราอยากได้กาแฟแบบที่เราคุ้นเคยกันดี ก็ต้องสั่งว่า Caffè Americano ที่แปลว่ากาแฟอเมริกัน

5. อิตาเลียนมีวิธีสั่งกาแฟได้หลายประเภทมาก รวมทั้ง Cappuccino ไม่เอาฟอง

สำหรับเราคงรู้สึกว่า ไม่ได้สิ คัปปุชชีโนจะต้องมีฟอง ไม่มีฟองจะเป็นคัปปุชชีโนไปได้อย่างไร ประหนึ่งพจมานแห่งบ้านทรายทองที่ไร้เปียฉันนั้น คำตอบก็คือ มี มีจริงๆ ความเป็นคัปปุชชีโนนั้น แท้จริงเป็นที่สัดส่วนระหว่างนมร้อนกับกาแฟ (เอสเปรสโซ่) ที่อยู่ในนั้น มากกว่าจะเป็นเรื่องของฟอง ฟองที่คุณเห็นนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นผลพวงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการอุ่นนม 

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
เอสเปรสโซ หรือที่คนอิตาลีเรียกแค่ ‘กาแฟ’ เฉยๆ
ภาพ : www.scattidigusto.i

คุณคงนึกออกว่า การเก็บรักษานมนั้นต้องเก็บไว้ในที่เย็น ครั้นพอเราจะเอานมใส่ไปในกาแฟร้อนๆ ก็จะทำให้ทุกอย่างเย็นไปหมด คนชงจึงต้องอุ่นนม วิธีการที่เขาทำกันก็คือ เทนมใส่เหยือกสเตนเลส พ่นไอน้ำร้อนๆ ลงไปในนมพร้อมขยับไปมาให้ความร้อนทั่วถึง ซึ่งตรงนี้ละที่จะทำให้เกิดฟองขึ้นมา จากนั้นจึงจะเทนมที่อุ่นแล้วนี้ลงในถ้วยกาแฟที่มีเอสเปรสโซ่รออยู่ ฟองจึงเป็นสิ่งที่ตามมาเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเราสั่งคัปปุชชีโนไม่เอาฟอง (Cappuccino Senza Schiuma) เขาก็แค่เอาด้ามช้อนกันฟองตอนรินนมอุ่นลงในถ้วย เท่านั้นเอง

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
การอุ่นนม
ภาพ : www.caffevergnano.com

6. คัปปุชชีโนไม่ดื่มกันตอนบ่ายจริงไหม

เอาจริงๆ นะ ตอนเด็กๆ ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะสั่งทีไรก็ได้กินทุกที พอมีคนพูดกันหนาหูเรื่องนี้ ในยูทูบก็มีกูรูชาวอิตาลีออกมาหลายคน เอาล่ะสิ ก็…เพื่อความเซฟ ก็ได้แต่บอกคนใกล้ๆ ตัวว่า ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ไม่ต้องสั่ง ทั้งๆ ที่ในใจรู้ว่า ถ้าสั่งก็ต้องได้อย่างแน่นอน แล้วในที่สุด ก็เก็บความกังขานี้ไว้ต่อไปไม่ได้ บ่ายวันหนึ่ง ณ ร้านกาแฟที่สถานีรถไฟโบโลญญา (ชื่อนี้รับประกันความใหญ่โตของสถานีฯ เพราะเป็นชุมทางใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ) ก็ได้ออกภาคสนาม โดยการสั่งว่า “ฉันสั่งคัปปุชชีโนได้ไหม” คนชงขมวดคิ้วถามกลับมาว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ถามกลับ “ก็มีคนบอกว่าคัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย” ชายคนชงหัวเราะเบาๆ แล้วถามกลับมาว่า “ใครบอก” พร้อมตะโกนเข้าไปถามแม่ที่อยู่หลังร้าน แม่ก็ตะโกนถามกลับมาว่า “ใครบอก” เป็นอันปิดคดี อย่างน้อยที่ร้านกาแฟเมืองโบโลญญาก็ไม่ได้คิดอย่างนี้ ส่วนที่อื่นคิดยังไงก็สุดแท้แต่ แต่ถ้าเจอบาริสต้าตอบกลับมาว่า “คุณไม่มีวันจะได้กินคัปปุชชีโนที่ร้านนี้ อย่าคิดนะว่าเงินซื้ออะไรได้ทุกอย่าง” ฝากถามกลับไปด้วยว่า ที่บ้านดูเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ด้วยเหรอ

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลเอาเสียเลย เนื่องจากว่าอิตาเลียนมักดื่มคัปปุชชีโนเป็นอาหารเช้าคู่กับครัวซองต์ เรารู้สึกกับการเห็นคนกินโจ๊กเป็นอาหารมื้อเที่ยงฉันใด อิตาเลียนคงเห็นคนดื่มคัปปุชชีโนตอนบ่ายฉันนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อิตาเลียนถือเป็นอนันตริยกรรมของการกินคัปปุชนีโนคือ การกินหลังอาหาร กล่าวคือ ถ้าคุณเดินดุ่มไปสั่งคัปปุชชีโนในช่วงบ่าย คนชงอาจจะชงให้ แต่ถ้าคุณกินอาหารจบมื้อแล้วขอกาแฟเป็นคัปปุชชีโน งานนี้อิตาเลียนอาจมีสะอึก บริกรที่รับคำสั่งอาจจะกัดฟันกรอด หรือถ้าเป็นเพื่อนอิตาลีที่กินร่วมโต๊ะอยู่ก็อาจจะกรีดร้อง ขว้างปา ทำมือจีบใส่ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความต้องห้ามนี้คือ อิตาเลียนไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมหลังอาหาร ซึ่งพออธิบายแล้วก็เข้าใจได้เนาะ เพราะฉะนั้น หากเพื่อนอิตาลีของคุณขู่จะฆ่าถ้าคุณสั่งคัปปุชชีโนหลังอาหาร แล้วคุณเลี่ยงไปสั่ง “กัฟแฟลัตเต” แทน คุณก็ไม่รอดอยู่ดี

7. Venti 

เรื่องสุดท้ายที่นึกออกคือ ‘Venti’ คำนี้ออกเสียงว่า เวนตี แปลว่า 20 ในภาษาอิตาลี ลองจินตนาการแล้วกันว่าถ้าคุณสั่งกาแฟด้วยคำว่า Venti จะเกิดอะไรขึ้น 

ขอให้มีความสุข สนุกกับกาแฟ

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

ตอนเด็ก ๆ ฉันเป็นคนชอบชื่อ ชอบนามสกุล ฉันท่องนามสกุลเพื่อนได้ทุกคน ถึงวันนี้ ใครบอกชื่อเพื่อนสมัยประถมมา ฉันมักจะต่อด้วยนามสกุลโดยอัตโนมัติ จะไม่ให้ทำอย่างนี้ต้องหยิกตัวเองอย่างแรง

ชื่อของคนอิตาเลียน

ปกติชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงโอ จะเป็นผู้ชาย ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา จะเป็นผู้หญิง เช่น Paolo-Paola, Mario-Maria เป็นต้น แต่ก็มีชื่อที่ไม่ได้ตามกฎนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เช่น

ชื่อที่ลงท้ายด้วยเสียงอา แต่เป็นผู้ชาย ได้แก่ Andrea, Luca และ Nicola (ถ้าเป็นผู้หญิงจะเป็น Andreina, Nicoletta ส่วน Luca นั้นไม่มีเพศหญิง)

ชื่อที่เราอาจนึกว่าเป็นผู้หญิงได้แก่ Gabriele (กาบรีแยเล), Emanuele (เอมานูแยเล) (ชื่อผู้หญิงจะเป็น Gabriella, Emanuela)

ส่วนนามสกุลนั้น ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยเสียงอี (-i) เช่น Rossi หรือ Bianchi แต่ก็ไม่เสมอไปอีกเช่นกัน

วางชื่ออย่างไร ชื่อก่อนหรือนามสกุลก่อน

คำตอบคือ ชื่อแล้วค่อยนามสกุล เว้นแต่จะเป็นรายชื่อเรียงรายแบบในตามประกาศราชการ ประกาศผลสอบ หรือแม้แต่ในสมุดโทรศัพท์ ทั้งนี้เพราะชื่ออิตาเลียนซ้ำกันเหลือเกิน นามสกุลก็อาจมีซ้ำบ้าง แต่ไม่ซ้ำเท่า อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ มักมีเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างนามสกุลกับชื่อ

ส่วนคนไทยอย่างเรานั้น หากจะต้องติดต่อกับคนอิตาเลียน จะทำอย่างไรให้อิตาเลียนรู้ว่าอันไหนชื่ออันไหนนามสกุล คนอื่นทำอย่างไรไม่ทราบ แต่ฉันนั้น นอกจากจะเรียงลำดับอย่างที่บอกไปแล้ว ฉันจะเขียนหรือพิมพ์นามสกุลด้วยตัวใหญ่ทั้งหมดเพื่อเป็นการเน้น ส่วนปัญหาเรื่องว่าเขาจะคิดว่าเราเป็นชายหรือหญิงนั้น แก้ไม่ได้ในชื่อ แต่ถ้าเรามีเนื้อความอะไรเขียนต่อไป เพศของเรามันจะแสดงให้เห็นในเนื้อความเอง เพราะภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาที่มีเพศ

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : whoisdenilo-unsplash

เขาตั้งชื่อกันอย่างไร

ไม่มีเกจิรับตั้งชื่อ ไม่มีชื่อไหนมงคลกว่าชื่อไหน ธรรมเนียมการตั้งชื่อของคนอิตาเลียน ‘แบบดั้งเดิม’ นั้น จะใช้ชื่อปู่-ย่าเสียก่อน จากนั้นก็ค่อยย้ายไปเป็นตา-ยาย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราเห็นบุคคลสำคัญโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ชื่อสลับกันไป แล้วใส่ที่หนึ่ง ที่สอง ฯลฯ ไว้ข้างหลัง ของอิตาลีก็เช่น

ปู่ – Vittorio

พ่อ – Umberto

ฉัน – Vittorio

ลูก – Umberto

หลาน – Vittorio

ธรรมเนียมนี้ ว่ากันว่า เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนอิตาเลียนโบราณมีลูกดก ทั้งนี้เพื่อให้ปู่ย่าตายายอิ่มอกอิ่มใจ การมีลูกแล้วไม่ตั้งชื่อตามท่านเหล่านั้น ถือเป็นการขาดความเคารพซึ่งเป็นคุณธรรมสำคัญของคนอิตาเลียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวใต้ อย่างเช่นชาวเกาะซิซีลี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้คลายลงไปมากแล้วตามยุคสมัย ส่วนหนึ่งก็พบว่า บ้างก็ว่าชื่อบรรพบุรุษเชยฉ่ำไปบ้าง ลูกสะใภ้เกลียดแม่ผัวบ้าง หรือถ้าเกิดคุณปู่มีลูกชาย 3 คน แล้วลูกทั้งสามตั้งชื่อลูกตามคุณปู่ จะต้องเกิดความโกลาหลเป็นแน่แท้

ปัจจุบันตั้งชื่อกันอย่างไร

สมัยนี้มีอิสระในการตั้งชื่อมากขึ้น ชื่ออิตาเลียนที่ฮิตที่สุด (ดังจะได้กล่าวต่อไป) ก็แทบไม่มีชื่อนักบุญแล้ว เรียกได้ว่า เจอชื่ออะไรเพราะ ๆ ก็สรรหากันไป บางคนก็ตั้งชื่อตามโอกาสสำคัญ คนที่คลอดลูกในวันอีสเตอร์ (ภาษาอิตาเลียนคือ Pasqua – ปัสกวา) ก็มีไม่น้อยที่ตั้งชื่อลูกว่า Pasqua หรือ Pasquale หรือเด็กที่เกิดวันคริสต์มาส อาจจะได้ชื่อ Natale – Natalia ไปก็ได้ (คริสต์มาส = Natale) เพื่อนคนหนึ่งเกิดตอนย่ำรุ่ง แม่ของเธอก็ตั้งชื่ออย่างเก๋ว่า โรซัลบา (Rosalba) อันแปลว่า กุหลาบยามรุ่งอรุณ ฉันแอบคิดในใจว่า ถ้าเพื่อนคนนี้เกิดที่เมืองไทย เธอจะต้องได้รับการตั้งชื่อลูกจากแม่ว่า ดาวพระศุกร์สุดแสนอำไพ อย่างแน่นอน

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ: danielfazio-unsplash

มีกฎมีเกณฑ์อะไรในการตั้งชื่อบ้างไหม เช่น เกิดวันจันทร์ต้องไม่มีสระ ฯลฯ

เท่าที่ทราบไม่มีอะไรอย่างนั้น คงมีแต่กฎหมายที่กำหนดไว้ (โดยสรุป) ว่า

  1. ห้ามใช้ชื่อของบิดามารดา พี่น้อง ที่ยังมีชีวิตอยู่
  2. ห้ามชื่อเหมือนกับนามสกุล
  3. ห้ามชื่อที่ขบขันน่าอาย
  4. ชื่อทางภูมิศาสตร์ ชื่อหรือนามสกุลจะต้องไม่บอกที่มาว่าเป็นลูกกำพร้า เช่น Esposito, Diotallevi, Innocenti เป็นต้น เนื่องจากนามสกุลที่ยกตัวอย่างมานี้ ในสมัยก่อนจะตั้งให้แก่เด็กกำพร้าเท่านั้น

ชื่อยอดนิยมในปัจจุบันของคนอิตาเลียน

ชื่อที่ฮิตที่สุด 5 อันดับแรก ในการสำรวจของสำนักสถิติแห่งชาติอิตาลีซึ่งสำรวจในปี 2019 คือ

ชื่อผู้ชาย

5. Andrea (อันแดรอา)
4. Alessandro (อเลสซานโดร)
3. Lorenzo (โลเรนโซ)
2. Francesco (ฟรันเชสโก)
1. Leonardo (เลโอนาร์โด)

ชื่อผู้หญิง

5. Alice (อะลีเช)
4. Ginevra (จิเนฟวรา)
3. Giulia (จูเลีย)
2. Aurora (เอารอรา)
1. Sofia (โซฟียา)

คนอิตาเลียนเปลี่ยนชื่อได้ไหม

ประมวลกฎหมายแพ่งใน ‘มาตรา 6 – สิทธิในชื่อ’ ระบุว่า: “บุคคลทุกคนมีสิทธิในชื่อที่ตนกำหนดตามกฎหมาย ชื่อประกอบด้วยชื่อจริงและนามสกุล ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือแก้ไขชื่อ เว้นแต่ในกรณีและวิธีการที่ระบุโดยกฎหมาย.” แสดงว่า มีช่องทางเปลี่ยนได้ แต่ดูเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

ความสนุกของชื่อคนอิตาเลียน ชื่อห้ามตั้ง ชื่อต้องปราม ชื่อยอดฮิต และวิธีตั้งชื่อเล่น
ภาพ : jeremypstewardson-unsplash

คนอิตาเลียนมีชื่อเล่นไหม

ชื่อเล่นของคนอิตาเลียนก็มาจากชื่อจริงนั่นเอง และพอคาดเดาได้ไม่ยาก เช่น
Salvatore – Totò

Daniele – Lele

Giuseppe – Pepe

Luigi – Gigi

Alberto – Berto

Andrea – Andrè

นอกจากนี้ก็ยังมีชื่อที่ไว้เรียกเด็กด้วยความเอ็นดู ก็จะใส่คำว่า -ino หรือ -ina ลงไปท้ายชื่อ เช่น คนชื่อเปาโลทุกคนเคยผ่านชื่อ เปาลีโน (Paolino) มาแล้ว แต่ชื่อเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเมื่อคุณเปาโลโตขึ้น

ชื่อบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุโรป

ชื่อบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ตะวันตกอันมีที่มาเป็นชื่อของนักบุญ มักเปลี่ยนเป็นชื่อในสำเนียงอิตาเลียน (เชื่อว่าชาติอื่นในตะวันตกก็ดัดแปลงให้เข้ากับสำเนียงตนเช่นกัน) เช่น

(สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ) อะลิซาเบ็ธ – Elisabetta (เอลิซาเบ็ตตา)

(พระเจ้า) ชาร์ลส์ – Carlo (คาร์โล)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) ฟรันซิส – Francesco (ฟรันเชสโก)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) เบเนดิกต์ – Benedetto (เบเนเด็ตโต)

(สมเด็จพระสันตะปาปา) จอห์นพอล – Giovanni Paolo (โจวันนี เปาโล)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/Giovanni_Paolo_Panini

(พระเจ้า) หลุยส์ – Luigi (ลุยจิ)

(พระนาง) มารีอังตัวเนตต์ – Maria (มารียา) Antonietta (อันโตนีเย็ตตา)

สารพันเรื่องราวชื่อคนอิตาเลียน วิธีตั้งชื่อแบบคลาสสิก แบบโมเดิร์น ชื่อที่ห้ามตั้ง และชื่อที่นายทะเบียนต้องปราม
ภาพ : commons.wikimedia.org/wiki/File:Marie-Antoinette

ชื่อต้องห้าม

ชื่อที่ต้องถูกนายทะเบียนปรามไว้อย่างแน่นอน ได้แก่ เจสุ (Gesù = พระเยซู) ซาตานา (Satana = ซาตาน) ลูชิเฟโร (Lucifero = จอมมารลูซิเฟอร์) เบนีโต (Benito : ชื่อต้นของมุสโสลินี) เป็นอาทิ

ที่บอกว่า ‘ปราม’ เพราะตามกฎหมาย นายทะเบียนไม่มีสิทธิปฏิเสธการจดทะเบียนชื่อ แต่นายทะเบียนจะเตือน หากไม่ฟัง ก็ตามใจ แต่นายทะเบียนจะแจ้งให้อัยการทราบและดำเนินคดีกันไปเอง

ข้อมูลอ้างอิง

www.nomix.it/decreto-legge-396-2000.php

www.istat.it/it/dati-analisi-e-prodotti/contenuti-interattivi/contanomi

www.pianetamamma.it/nomi/la-scelta-del-nome-tradizione-o-volonta-dei-genitori.html

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load