27 ตุลาคม 2563
3 PAGES
47 K

ตอนแรก ขึ้นต้นเรื่องว่า “วันนี้ขอบังอาจพูดถึงสิ่งที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญ” แต่แล้วก็ขอเปลี่ยนใจ เพราะถ้าจะขึ้นต้นอย่างนี้ ก็ต้องทำกับทุกบทความที่เขียนนี่ล่ะ

วันนี้จะพาคุณเข้าร้านกาแฟในอิตาลี และการสั่งอย่างไรไม่ให้เด๋อ

CAFÉ VS BAR

ประการแรกขอแบ่งร้านกาแฟออกเป็น 2 ประเภท Bar คือร้านเครื่องดื่มทั่วๆ ไปที่พบได้แทบจะทุกหัวถนนในอิตาลี มีเครื่องดื่มเสิร์ฟทุกอย่างเท่าที่พึงมี บรรยากาศเป็นกันเองมาก ในขณะที่ Café (หรือบางทีก็สะกด Caffè) นั้น มักจะดูสวยงาม มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ มีบรรยากาศเชื้อเชิญให้นั่งคุยกัน มากกว่าจะมาซดกาแฟแล้วจากไป

บาร์ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งกับการกินกาแฟแบบไม่นั่ง
ภาพ : www.ilcittadino.it

ขั้นตอนบางประการในร้านกาแฟ

การบริโภคกาแฟ หรือเรียกด้วยภาษาชาวบ้าน คือการกินกาแฟในอิตาลีนั้น โดยทั่วๆ ไปมีอยู่ 2 แบบ คือนั่งกับยืน

การยืนนั้น ก็คือการไม่นั่งโต๊ะ ส่วนจะเกาะเคาน์เตอร์ดื่มหรือป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นก็แล้วแต่ร้าน บางร้านจัดโต๊ะสูงไว้ให้มุมหนึ่ง ไม่มีเก้าอี้ นั่นแปลว่า นั่นละ คือมุมยืนกิน ซึ่งราคาก็จะเป็นมิตรกว่า

ส่วนการนั่งโต๊ะ ก็อาจจะแบ่งออกไปเป็น 2 ประเภทย่อยๆ อีก คือนั่งในร้านกับนั่งที่บริเวณหน้าร้านอันสวยงามตรงข้ามเป็นมหาวิหาร ฯลฯ

บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในโรม (Antico Caffè Greco)
ภาพ : www.cool-cities.de

ถ้านั่งในร้าน อันนี้แล้วแต่ บางร้านก็คิดเงินค่านั่ง บางร้านก็ไม่คิดเงิน เพราะฉะนั้น เวลาสั่งกาแฟ เรื่องนี้ต้องให้ชัด ถ้าเขาเชิญให้นั่งก็ต้องถามว่าต้องจ่ายเพิ่มไหม หรือถ้าดูเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ไม่น่ามีอะไร ก็ถามเขาว่าจะนั่งต้องจ่ายเพิ่มไหม ไม่ต้องอาย ส่วนใหญ่ถ้าเป็นร้านธรรมดาๆ ในเมืองเล็กๆ เงียบๆ ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถามไว้ก่อนก็ดี

ส่วนร้านที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวและมีหน้าร้านเปิดให้อาบแดดอุ่นหรือให้แสงจันทร์อาบไล้นั้น จงเช็กราคาหน้าร้านให้จงดี อย่าหาว่าไม่เตือน มิเช่นนั้นสิ่งที่จะ Pale มากกว่าแสงจันทร์ก็คือสีหน้าของคุณเองตอนเรียกเก็บเงิน

บรรยากาศการนั่งจิบกาแฟอาบแดดอุ่น บริเวณหน้าร้านกาแฟฟลอเรียน จตุรัสซานมาร์โก เมืองเวนิส
ภาพ : cafesoftheworld.wordpress.com

มีผู้หวังดีติ่งร้านกาแฟแบบเอเชียๆ บอกมานานแล้วว่า ควรเตือนท่านผู้หวังว่าจะนั่งทำงาน อ่านหนังสือ (แต่คงไม่มีใครคิดจะไปสอนพิเศษใช่ไหม) ทอดอารมณ์ที่ร้านกาแฟในอิตาลีว่า บรรยากาศของร้านกาแฟในอิตาลี ที่เรียกว่า Bar นั้น มันไม่เอื้อแก่วิถีชีวิตอ้อยส้อยแบบที่หลายคนจินตนาการแต่อย่างไร มันค่อนข้างเร่งรีบและเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนอิตาลีมากกว่าเป็นสิ่งเสริมในชีวิต ใช่ กาแฟสำหรับคนอิตาลีเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตนอกเหนือจากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยซ่อนอยู่ในหมวดของอาหารนั่นเอง

การสั่งกาแฟ

สำหรับร้านทั่วๆ ไปที่มีผู้คนไม่หนาแน่น คุณกินเสร็จแล้วก็จ่าย แต่ถ้าเป็นบางร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านดังๆ คนเยอะๆ บาริสต้า (อันมาจากคำว่า bar+ista) ก็จะเชื้อเชิญให้คุณไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน บอกให้หมดนะว่าจะเอาอะไร เช่น คัปปุชชีโนหนึ่ง ขนมหนึ่ง (ขนมก็พอ ยังไม่ต้องตัดสินใจชัดเจนว่าจะกินอะไร ส่วนใหญ่จะราคาเดียวกัน) พอจ่ายเงินแล้วก็เอาตั๋วหรือใบเสร็จนี่ล่ะ เดินไปที่บาริสต้ายื่นให้เขา ถ้ากินขนมด้วย ระหว่างนี้ก็เดินไปเลือกขนมแล้วยื่นใบเสร็จส่วนขนมให้เขา เดินกลับมาที่บาริสต้าคนเดิม ก็จะได้ทั้งเครื่องดื่มและของกินเสร็จสรรพงับกิน

มีอะไรขายในร้านกาแฟ

ในร้านนอกจากเครื่องดื่มร้อนเย็นแล้ว ก็จะมีขนมอบไว้กินคู่กัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นครัวซองต์กับโดนัทหลากหลายสายพันธุ์ อย่าหวังจะได้กินปาสต้า (Pasta) เว้นแต่จะเป็นร้านใหญ่โตในย่านท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ควรไหม หิวก็ไปกินที่ร้านอาหารสิ จะมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านกาแฟทำไม พิกล

เอาล่ะ พร้อมจะเข้าร้านกาแฟแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้คือข้อควรรู้ในการสั่งกาแฟในอิตาลี

1. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ลาเต้’

ถ้าคุณสั่ง ‘ลาเต้’ ในอิตาลี สิ่งที่คุณได้มาก็มาซึ่งเครื่องดื่มสีขาวอุ่นๆ มีฟองนิดๆ เมื่อคุณจิบแล้วก็จะพบว่ามันคือนมร้อนนั่นเอง ไม่ต้องร้องแรกแหกกระเชอแต่อย่างใด สิ่งที่ควรจัดการที่สุดคือความคิดของคุณต่างหาก ด้วยว่า Latte นั้น (ในภาษาอิตาลีออกเสียงว่า ลัต-เต) แปลว่า ‘นม’ นั่นเอง ถ้าคุณอยากได้อะไรๆ อย่างที่คุณนึกไว้ในใจนั้น คุณต้องสั่งว่า Caffellatte (กัฟแฟลัตเต) ใช่ คุณต้องเรียกให้เต็มยศ

2. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘มัคเคียโต้’

เมื่อคุณสั่งแค่มัคเคียโต้ คุณก็มีแนวโน้มที่จะได้กาแฟมัคเคียโต้นั่นล่ะ ไม่เถียง ส่วนหน้าตาจะเหมือนกับที่คุณคุ้นเคยหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง เพราะในอิตาลีมันคือกาแฟ ‘เหยาะ’ นม นอกจากนี้ สิ่งที่จะบอกอีกอย่างก็คือ จริงๆ แล้วในอิตาลีมี Macchiato อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ Latte Macchiato ซึ่งก็คือนมเหยาะกาแฟ เพราะอันที่จริงแล้วในภาษาอิตาลีนั้น Macchiato แปลว่า ‘เปื้อน’ หลักการของเครื่องดื่มคู่นี้ก็คือของดำเปื้อนของขาว ของขาวเปื้อนของดำนั่นเอง

3. มอคค่า (Moka) 

สำหรับคนอิตาลีนั้น มันคือ หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลี ไม่ใช่กาแฟผสมช็อกโกเลตแต่อย่างใด เครื่องดื่มแบบนั้นมีในอิตาลีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน เคยมีเพื่อนอิตาลีคนหนึ่งมาเมืองไทย สั่งม็อคค่ากินด้วยความตื่นเต้นที่คิดว่าจะได้กินกาแฟแบบโบราณ พอจิบเข้าไป เพื่อนแทบพังร้าน

หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลีที่เรียกว่า MOKA
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/Moka

4. อิตาเลียนสั่ง Espresso กันไหม

คำตอบคือ ไม่

แต่… เดี๋ยวก่อน

ไม่ได้บอกว่าเขาไม่กิน

คนอิตาลีสั่งกาแฟที่เราเรียกกันว่า Espresso ว่า ‘Caffè’ หรือกาแฟเฉยๆ กล่าวคือ ถ้าสั่งกาแฟด้วยคำว่า Caffè ก็จะได้มาซึ่งกาแฟดำข้นเหนียวในถ้วยเล็กจิ๋วที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Espresso นั่นล่ะ แต่ถ้าเราอยากได้กาแฟแบบที่เราคุ้นเคยกันดี ก็ต้องสั่งว่า Caffè Americano ที่แปลว่ากาแฟอเมริกัน

5. อิตาเลียนมีวิธีสั่งกาแฟได้หลายประเภทมาก รวมทั้ง Cappuccino ไม่เอาฟอง

สำหรับเราคงรู้สึกว่า ไม่ได้สิ คัปปุชชีโนจะต้องมีฟอง ไม่มีฟองจะเป็นคัปปุชชีโนไปได้อย่างไร ประหนึ่งพจมานแห่งบ้านทรายทองที่ไร้เปียฉันนั้น คำตอบก็คือ มี มีจริงๆ ความเป็นคัปปุชชีโนนั้น แท้จริงเป็นที่สัดส่วนระหว่างนมร้อนกับกาแฟ (เอสเปรสโซ่) ที่อยู่ในนั้น มากกว่าจะเป็นเรื่องของฟอง ฟองที่คุณเห็นนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นผลพวงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการอุ่นนม 

เอสเปรสโซ หรือที่คนอิตาลีเรียกแค่ ‘กาแฟ’ เฉยๆ
ภาพ : www.scattidigusto.i

คุณคงนึกออกว่า การเก็บรักษานมนั้นต้องเก็บไว้ในที่เย็น ครั้นพอเราจะเอานมใส่ไปในกาแฟร้อนๆ ก็จะทำให้ทุกอย่างเย็นไปหมด คนชงจึงต้องอุ่นนม วิธีการที่เขาทำกันก็คือ เทนมใส่เหยือกสเตนเลส พ่นไอน้ำร้อนๆ ลงไปในนมพร้อมขยับไปมาให้ความร้อนทั่วถึง ซึ่งตรงนี้ละที่จะทำให้เกิดฟองขึ้นมา จากนั้นจึงจะเทนมที่อุ่นแล้วนี้ลงในถ้วยกาแฟที่มีเอสเปรสโซ่รออยู่ ฟองจึงเป็นสิ่งที่ตามมาเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเราสั่งคัปปุชชีโนไม่เอาฟอง (Cappuccino Senza Schiuma) เขาก็แค่เอาด้ามช้อนกันฟองตอนรินนมอุ่นลงในถ้วย เท่านั้นเอง

การอุ่นนม
ภาพ : www.caffevergnano.com

6. คัปปุชชีโนไม่ดื่มกันตอนบ่ายจริงไหม

เอาจริงๆ นะ ตอนเด็กๆ ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะสั่งทีไรก็ได้กินทุกที พอมีคนพูดกันหนาหูเรื่องนี้ ในยูทูบก็มีกูรูชาวอิตาลีออกมาหลายคน เอาล่ะสิ ก็…เพื่อความเซฟ ก็ได้แต่บอกคนใกล้ๆ ตัวว่า ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ไม่ต้องสั่ง ทั้งๆ ที่ในใจรู้ว่า ถ้าสั่งก็ต้องได้อย่างแน่นอน แล้วในที่สุด ก็เก็บความกังขานี้ไว้ต่อไปไม่ได้ บ่ายวันหนึ่ง ณ ร้านกาแฟที่สถานีรถไฟโบโลญญา (ชื่อนี้รับประกันความใหญ่โตของสถานีฯ เพราะเป็นชุมทางใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ) ก็ได้ออกภาคสนาม โดยการสั่งว่า “ฉันสั่งคัปปุชชีโนได้ไหม” คนชงขมวดคิ้วถามกลับมาว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ถามกลับ “ก็มีคนบอกว่าคัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย” ชายคนชงหัวเราะเบาๆ แล้วถามกลับมาว่า “ใครบอก” พร้อมตะโกนเข้าไปถามแม่ที่อยู่หลังร้าน แม่ก็ตะโกนถามกลับมาว่า “ใครบอก” เป็นอันปิดคดี อย่างน้อยที่ร้านกาแฟเมืองโบโลญญาก็ไม่ได้คิดอย่างนี้ ส่วนที่อื่นคิดยังไงก็สุดแท้แต่ แต่ถ้าเจอบาริสต้าตอบกลับมาว่า “คุณไม่มีวันจะได้กินคัปปุชชีโนที่ร้านนี้ อย่าคิดนะว่าเงินซื้ออะไรได้ทุกอย่าง” ฝากถามกลับไปด้วยว่า ที่บ้านดูเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ด้วยเหรอ

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลเอาเสียเลย เนื่องจากว่าอิตาเลียนมักดื่มคัปปุชชีโนเป็นอาหารเช้าคู่กับครัวซองต์ เรารู้สึกกับการเห็นคนกินโจ๊กเป็นอาหารมื้อเที่ยงฉันใด อิตาเลียนคงเห็นคนดื่มคัปปุชชีโนตอนบ่ายฉันนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อิตาเลียนถือเป็นอนันตริยกรรมของการกินคัปปุชนีโนคือ การกินหลังอาหาร กล่าวคือ ถ้าคุณเดินดุ่มไปสั่งคัปปุชชีโนในช่วงบ่าย คนชงอาจจะชงให้ แต่ถ้าคุณกินอาหารจบมื้อแล้วขอกาแฟเป็นคัปปุชชีโน งานนี้อิตาเลียนอาจมีสะอึก บริกรที่รับคำสั่งอาจจะกัดฟันกรอด หรือถ้าเป็นเพื่อนอิตาลีที่กินร่วมโต๊ะอยู่ก็อาจจะกรีดร้อง ขว้างปา ทำมือจีบใส่ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความต้องห้ามนี้คือ อิตาเลียนไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมหลังอาหาร ซึ่งพออธิบายแล้วก็เข้าใจได้เนาะ เพราะฉะนั้น หากเพื่อนอิตาลีของคุณขู่จะฆ่าถ้าคุณสั่งคัปปุชชีโนหลังอาหาร แล้วคุณเลี่ยงไปสั่ง “กัฟแฟลัตเต” แทน คุณก็ไม่รอดอยู่ดี

7. Venti 

เรื่องสุดท้ายที่นึกออกคือ ‘Venti’ คำนี้ออกเสียงว่า เวนตี แปลว่า 20 ในภาษาอิตาลี ลองจินตนาการแล้วกันว่าถ้าคุณสั่งกาแฟด้วยคำว่า Venti จะเกิดอะไรขึ้น 

ขอให้มีความสุข สนุกกับกาแฟ

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!