ตอนแรก ขึ้นต้นเรื่องว่า “วันนี้ขอบังอาจพูดถึงสิ่งที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญ” แต่แล้วก็ขอเปลี่ยนใจ เพราะถ้าจะขึ้นต้นอย่างนี้ ก็ต้องทำกับทุกบทความที่เขียนนี่ล่ะ

วันนี้จะพาคุณเข้าร้านกาแฟในอิตาลี และการสั่งอย่างไรไม่ให้เด๋อ

CAFÉ VS BAR

ประการแรกขอแบ่งร้านกาแฟออกเป็น 2 ประเภท Bar คือร้านเครื่องดื่มทั่วๆ ไปที่พบได้แทบจะทุกหัวถนนในอิตาลี มีเครื่องดื่มเสิร์ฟทุกอย่างเท่าที่พึงมี บรรยากาศเป็นกันเองมาก ในขณะที่ Café (หรือบางทีก็สะกด Caffè) นั้น มักจะดูสวยงาม มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ มีบรรยากาศเชื้อเชิญให้นั่งคุยกัน มากกว่าจะมาซดกาแฟแล้วจากไป

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บาร์ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งกับการกินกาแฟแบบไม่นั่ง
ภาพ : www.ilcittadino.it

ขั้นตอนบางประการในร้านกาแฟ

การบริโภคกาแฟ หรือเรียกด้วยภาษาชาวบ้าน คือการกินกาแฟในอิตาลีนั้น โดยทั่วๆ ไปมีอยู่ 2 แบบ คือนั่งกับยืน

การยืนนั้น ก็คือการไม่นั่งโต๊ะ ส่วนจะเกาะเคาน์เตอร์ดื่มหรือป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นก็แล้วแต่ร้าน บางร้านจัดโต๊ะสูงไว้ให้มุมหนึ่ง ไม่มีเก้าอี้ นั่นแปลว่า นั่นละ คือมุมยืนกิน ซึ่งราคาก็จะเป็นมิตรกว่า

ส่วนการนั่งโต๊ะ ก็อาจจะแบ่งออกไปเป็น 2 ประเภทย่อยๆ อีก คือนั่งในร้านกับนั่งที่บริเวณหน้าร้านอันสวยงามตรงข้ามเป็นมหาวิหาร ฯลฯ

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บรรยากาศในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในโรม (Antico Caffè Greco)
ภาพ : www.cool-cities.de

ถ้านั่งในร้าน อันนี้แล้วแต่ บางร้านก็คิดเงินค่านั่ง บางร้านก็ไม่คิดเงิน เพราะฉะนั้น เวลาสั่งกาแฟ เรื่องนี้ต้องให้ชัด ถ้าเขาเชิญให้นั่งก็ต้องถามว่าต้องจ่ายเพิ่มไหม หรือถ้าดูเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ไม่น่ามีอะไร ก็ถามเขาว่าจะนั่งต้องจ่ายเพิ่มไหม ไม่ต้องอาย ส่วนใหญ่ถ้าเป็นร้านธรรมดาๆ ในเมืองเล็กๆ เงียบๆ ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่ถามไว้ก่อนก็ดี

ส่วนร้านที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวและมีหน้าร้านเปิดให้อาบแดดอุ่นหรือให้แสงจันทร์อาบไล้นั้น จงเช็กราคาหน้าร้านให้จงดี อย่าหาว่าไม่เตือน มิเช่นนั้นสิ่งที่จะ Pale มากกว่าแสงจันทร์ก็คือสีหน้าของคุณเองตอนเรียกเก็บเงิน

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
บรรยากาศการนั่งจิบกาแฟอาบแดดอุ่น บริเวณหน้าร้านกาแฟฟลอเรียน จตุรัสซานมาร์โก เมืองเวนิส
ภาพ : cafesoftheworld.wordpress.com

มีผู้หวังดีติ่งร้านกาแฟแบบเอเชียๆ บอกมานานแล้วว่า ควรเตือนท่านผู้หวังว่าจะนั่งทำงาน อ่านหนังสือ (แต่คงไม่มีใครคิดจะไปสอนพิเศษใช่ไหม) ทอดอารมณ์ที่ร้านกาแฟในอิตาลีว่า บรรยากาศของร้านกาแฟในอิตาลี ที่เรียกว่า Bar นั้น มันไม่เอื้อแก่วิถีชีวิตอ้อยส้อยแบบที่หลายคนจินตนาการแต่อย่างไร มันค่อนข้างเร่งรีบและเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนอิตาลีมากกว่าเป็นสิ่งเสริมในชีวิต ใช่ กาแฟสำหรับคนอิตาลีเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตนอกเหนือจากเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยซ่อนอยู่ในหมวดของอาหารนั่นเอง

การสั่งกาแฟ

สำหรับร้านทั่วๆ ไปที่มีผู้คนไม่หนาแน่น คุณกินเสร็จแล้วก็จ่าย แต่ถ้าเป็นบางร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านดังๆ คนเยอะๆ บาริสต้า (อันมาจากคำว่า bar+ista) ก็จะเชื้อเชิญให้คุณไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน บอกให้หมดนะว่าจะเอาอะไร เช่น คัปปุชชีโนหนึ่ง ขนมหนึ่ง (ขนมก็พอ ยังไม่ต้องตัดสินใจชัดเจนว่าจะกินอะไร ส่วนใหญ่จะราคาเดียวกัน) พอจ่ายเงินแล้วก็เอาตั๋วหรือใบเสร็จนี่ล่ะ เดินไปที่บาริสต้ายื่นให้เขา ถ้ากินขนมด้วย ระหว่างนี้ก็เดินไปเลือกขนมแล้วยื่นใบเสร็จส่วนขนมให้เขา เดินกลับมาที่บาริสต้าคนเดิม ก็จะได้ทั้งเครื่องดื่มและของกินเสร็จสรรพงับกิน

มีอะไรขายในร้านกาแฟ

ในร้านนอกจากเครื่องดื่มร้อนเย็นแล้ว ก็จะมีขนมอบไว้กินคู่กัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นครัวซองต์กับโดนัทหลากหลายสายพันธุ์ อย่าหวังจะได้กินปาสต้า (Pasta) เว้นแต่จะเป็นร้านใหญ่โตในย่านท่องเที่ยว แต่ก็ไม่ควรไหม หิวก็ไปกินที่ร้านอาหารสิ จะมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านกาแฟทำไม พิกล

เอาล่ะ พร้อมจะเข้าร้านกาแฟแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้คือข้อควรรู้ในการสั่งกาแฟในอิตาลี

1. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ลาเต้’

ถ้าคุณสั่ง ‘ลาเต้’ ในอิตาลี สิ่งที่คุณได้มาก็มาซึ่งเครื่องดื่มสีขาวอุ่นๆ มีฟองนิดๆ เมื่อคุณจิบแล้วก็จะพบว่ามันคือนมร้อนนั่นเอง ไม่ต้องร้องแรกแหกกระเชอแต่อย่างใด สิ่งที่ควรจัดการที่สุดคือความคิดของคุณต่างหาก ด้วยว่า Latte นั้น (ในภาษาอิตาลีออกเสียงว่า ลัต-เต) แปลว่า ‘นม’ นั่นเอง ถ้าคุณอยากได้อะไรๆ อย่างที่คุณนึกไว้ในใจนั้น คุณต้องสั่งว่า Caffellatte (กัฟแฟลัตเต) ใช่ คุณต้องเรียกให้เต็มยศ

2. สิ่งที่คุณเรียกว่า ‘มัคเคียโต้’

เมื่อคุณสั่งแค่มัคเคียโต้ คุณก็มีแนวโน้มที่จะได้กาแฟมัคเคียโต้นั่นล่ะ ไม่เถียง ส่วนหน้าตาจะเหมือนกับที่คุณคุ้นเคยหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง เพราะในอิตาลีมันคือกาแฟ ‘เหยาะ’ นม นอกจากนี้ สิ่งที่จะบอกอีกอย่างก็คือ จริงๆ แล้วในอิตาลีมี Macchiato อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ Latte Macchiato ซึ่งก็คือนมเหยาะกาแฟ เพราะอันที่จริงแล้วในภาษาอิตาลีนั้น Macchiato แปลว่า ‘เปื้อน’ หลักการของเครื่องดื่มคู่นี้ก็คือของดำเปื้อนของขาว ของขาวเปื้อนของดำนั่นเอง

3. มอคค่า (Moka) 

สำหรับคนอิตาลีนั้น มันคือ หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลี ไม่ใช่กาแฟผสมช็อกโกเลตแต่อย่างใด เครื่องดื่มแบบนั้นมีในอิตาลีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน เคยมีเพื่อนอิตาลีคนหนึ่งมาเมืองไทย สั่งม็อคค่ากินด้วยความตื่นเต้นที่คิดว่าจะได้กินกาแฟแบบโบราณ พอจิบเข้าไป เพื่อนแทบพังร้าน

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
หม้อต้มกาแฟแบบอิตาลีที่เรียกว่า MOKA
ภาพ : it.wikipedia.org/wiki/Moka

4. อิตาเลียนสั่ง Espresso กันไหม

คำตอบคือ ไม่

แต่… เดี๋ยวก่อน

ไม่ได้บอกว่าเขาไม่กิน

คนอิตาลีสั่งกาแฟที่เราเรียกกันว่า Espresso ว่า ‘Caffè’ หรือกาแฟเฉยๆ กล่าวคือ ถ้าสั่งกาแฟด้วยคำว่า Caffè ก็จะได้มาซึ่งกาแฟดำข้นเหนียวในถ้วยเล็กจิ๋วที่ทั่วโลกรู้จักกันในนาม Espresso นั่นล่ะ แต่ถ้าเราอยากได้กาแฟแบบที่เราคุ้นเคยกันดี ก็ต้องสั่งว่า Caffè Americano ที่แปลว่ากาแฟอเมริกัน

5. อิตาเลียนมีวิธีสั่งกาแฟได้หลายประเภทมาก รวมทั้ง Cappuccino ไม่เอาฟอง

สำหรับเราคงรู้สึกว่า ไม่ได้สิ คัปปุชชีโนจะต้องมีฟอง ไม่มีฟองจะเป็นคัปปุชชีโนไปได้อย่างไร ประหนึ่งพจมานแห่งบ้านทรายทองที่ไร้เปียฉันนั้น คำตอบก็คือ มี มีจริงๆ ความเป็นคัปปุชชีโนนั้น แท้จริงเป็นที่สัดส่วนระหว่างนมร้อนกับกาแฟ (เอสเปรสโซ่) ที่อยู่ในนั้น มากกว่าจะเป็นเรื่องของฟอง ฟองที่คุณเห็นนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นผลพวงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการอุ่นนม 

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
เอสเปรสโซ หรือที่คนอิตาลีเรียกแค่ ‘กาแฟ’ เฉยๆ
ภาพ : www.scattidigusto.i

คุณคงนึกออกว่า การเก็บรักษานมนั้นต้องเก็บไว้ในที่เย็น ครั้นพอเราจะเอานมใส่ไปในกาแฟร้อนๆ ก็จะทำให้ทุกอย่างเย็นไปหมด คนชงจึงต้องอุ่นนม วิธีการที่เขาทำกันก็คือ เทนมใส่เหยือกสเตนเลส พ่นไอน้ำร้อนๆ ลงไปในนมพร้อมขยับไปมาให้ความร้อนทั่วถึง ซึ่งตรงนี้ละที่จะทำให้เกิดฟองขึ้นมา จากนั้นจึงจะเทนมที่อุ่นแล้วนี้ลงในถ้วยกาแฟที่มีเอสเปรสโซ่รออยู่ ฟองจึงเป็นสิ่งที่ตามมาเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเราสั่งคัปปุชชีโนไม่เอาฟอง (Cappuccino Senza Schiuma) เขาก็แค่เอาด้ามช้อนกันฟองตอนรินนมอุ่นลงในถ้วย เท่านั้นเอง

เข้า Café ไปดูว่าคนอิตาลีสั่งกาแฟอย่างไร อิตาเลียนไม่สั่งเอสเปรสโซ คัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย, วิธีสั่งกาแฟแบบคนอิตาลี
การอุ่นนม
ภาพ : www.caffevergnano.com

6. คัปปุชชีโนไม่ดื่มกันตอนบ่ายจริงไหม

เอาจริงๆ นะ ตอนเด็กๆ ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะสั่งทีไรก็ได้กินทุกที พอมีคนพูดกันหนาหูเรื่องนี้ ในยูทูบก็มีกูรูชาวอิตาลีออกมาหลายคน เอาล่ะสิ ก็…เพื่อความเซฟ ก็ได้แต่บอกคนใกล้ๆ ตัวว่า ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ไม่ต้องสั่ง ทั้งๆ ที่ในใจรู้ว่า ถ้าสั่งก็ต้องได้อย่างแน่นอน แล้วในที่สุด ก็เก็บความกังขานี้ไว้ต่อไปไม่ได้ บ่ายวันหนึ่ง ณ ร้านกาแฟที่สถานีรถไฟโบโลญญา (ชื่อนี้รับประกันความใหญ่โตของสถานีฯ เพราะเป็นชุมทางใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ) ก็ได้ออกภาคสนาม โดยการสั่งว่า “ฉันสั่งคัปปุชชีโนได้ไหม” คนชงขมวดคิ้วถามกลับมาว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ถามกลับ “ก็มีคนบอกว่าคัปปุชชีโนไม่กินตอนบ่าย” ชายคนชงหัวเราะเบาๆ แล้วถามกลับมาว่า “ใครบอก” พร้อมตะโกนเข้าไปถามแม่ที่อยู่หลังร้าน แม่ก็ตะโกนถามกลับมาว่า “ใครบอก” เป็นอันปิดคดี อย่างน้อยที่ร้านกาแฟเมืองโบโลญญาก็ไม่ได้คิดอย่างนี้ ส่วนที่อื่นคิดยังไงก็สุดแท้แต่ แต่ถ้าเจอบาริสต้าตอบกลับมาว่า “คุณไม่มีวันจะได้กินคัปปุชชีโนที่ร้านนี้ อย่าคิดนะว่าเงินซื้ออะไรได้ทุกอย่าง” ฝากถามกลับไปด้วยว่า ที่บ้านดูเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ด้วยเหรอ

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีมูลเอาเสียเลย เนื่องจากว่าอิตาเลียนมักดื่มคัปปุชชีโนเป็นอาหารเช้าคู่กับครัวซองต์ เรารู้สึกกับการเห็นคนกินโจ๊กเป็นอาหารมื้อเที่ยงฉันใด อิตาเลียนคงเห็นคนดื่มคัปปุชชีโนตอนบ่ายฉันนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อิตาเลียนถือเป็นอนันตริยกรรมของการกินคัปปุชนีโนคือ การกินหลังอาหาร กล่าวคือ ถ้าคุณเดินดุ่มไปสั่งคัปปุชชีโนในช่วงบ่าย คนชงอาจจะชงให้ แต่ถ้าคุณกินอาหารจบมื้อแล้วขอกาแฟเป็นคัปปุชชีโน งานนี้อิตาเลียนอาจมีสะอึก บริกรที่รับคำสั่งอาจจะกัดฟันกรอด หรือถ้าเป็นเพื่อนอิตาลีที่กินร่วมโต๊ะอยู่ก็อาจจะกรีดร้อง ขว้างปา ทำมือจีบใส่ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในความต้องห้ามนี้คือ อิตาเลียนไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมหลังอาหาร ซึ่งพออธิบายแล้วก็เข้าใจได้เนาะ เพราะฉะนั้น หากเพื่อนอิตาลีของคุณขู่จะฆ่าถ้าคุณสั่งคัปปุชชีโนหลังอาหาร แล้วคุณเลี่ยงไปสั่ง “กัฟแฟลัตเต” แทน คุณก็ไม่รอดอยู่ดี

7. Venti 

เรื่องสุดท้ายที่นึกออกคือ ‘Venti’ คำนี้ออกเสียงว่า เวนตี แปลว่า 20 ในภาษาอิตาลี ลองจินตนาการแล้วกันว่าถ้าคุณสั่งกาแฟด้วยคำว่า Venti จะเกิดอะไรขึ้น 

ขอให้มีความสุข สนุกกับกาแฟ

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เขียนเรื่องนี้ด้วยได้รับแรงบันดาลใจจากไอร้อนของประเทศเรา ในอิตาลีตอนนี้ยังไม่ร้อนหรอก อากาศดีด้วยซ้ำ จะร้อนเอาจริงจัง สิงหาฯ โน่น แล้ว เมื่อเอย เมื่อนั้น เราก็จะได้เจออิตาเลียนเต็มเมืองไทย ส่วนจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า หนีร้อนมาพึ่งเย็น หรือหนีเสือปะจระเข้นั้น ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

หน้าร้อนในอิตาลีนั้น นับคร่าว ๆ เอาช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม อย่าลืมว่าอิตาลีมี 4 ฤดู ฤดูละ 3 เดือน คูณ 4 ก็ 12 เดือน พอดิบพอดี

พอย่างเข้าหน้าร้อน อิตาเลียนก็จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งท่าจะเตรียมเที่ยวกันท่าเดียว เรื่องวางแผนเที่ยวน่ะเหรอ บางบ้านวางกันเป็นปี หาไม่แล้วที่พักหรืออะไรต่ออะไรก็จะเต็มเอา

ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม อย่าได้ติดต่อธุรกิจ เพราะมักจะไม่ได้รับการตอบรับ จะทำอะไรให้รีบทำเสียตอนนี้ หรือไม่อีกทีก็เริ่มชีวิตกันใหม่ต้นเดือนกันยายน… ไม่ได้ฟังดูเหมือนโหราพยากรณ์เกินไปใช่ไหม

จะดึงดันไปเที่ยวอิตาลีช่วงนั้นเหรอ เอาซี่… (เสียงสูงมาก) ถ้าคิดว่ายังร้อนในไทยไม่พอ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะของ Sales ช่วงกรกฎาฯ ก็ล่อตาล่อใจอยู่ใช่หยอกเสียเมื่อไหร่ แต่ถ้าไปช่วงเดือนสิงหาคมนั้น มีแนวโน้มสูงว่าจะได้พบเมืองร้าง หากคิดว่า ดีสิ เมืองจะได้สงบ ๆ ก็ให้นึกด้วยว่า ร้านอาหารใด ๆ ก็อาจจะปิดด้วย เราก็อาจจะต้องต้มมาม่ากินอย่างสงบ ในโรงแรมอันแสนสงบไปด้วยเช่นกัน

สรุปว่า คนทั้งประเทศพร้อมใจกันเที่ยวโดยไม่ได้นัดหมายนั่นเอง (โถ พระหมายของโยม โดนอีกแล้ว) เมื่อคนไม่อยู่ จะเปิดร้านไว้ทำไม ก็ถือโอกาสนี้ไปเที่ยวด้วยสิ

หยิบยืมเงินเที่ยว

การเที่ยวแต่ละครั้งใช้เงินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเยอะ อาจารย์ชาวอิตาเลียนเคยบอกว่า บางคนถึงกับหยิบยืมเงินคนใกล้ตัวเพื่อไปเที่ยว ร้อนถึงนักเรียนไทยผู้ไม่เข้าใจความคิดนี้เลย ถามว่า ทำไมไม่รอให้มีเงินแล้วค่อยไปเที่ยวละ อาจารย์บอกว่า “เพราะหน้าร้อนไม่เคยคอยใคร”

คำกล่าวสั้น ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถอ้างถึงอิตาเลียนในภาพรวมได้ แต่สะท้อนให้ตระหนักได้ว่า ความแตกต่างระหว่างเรากับเขาอย่างหนึ่งคือ ฤดูกาลที่ชัดเจน สำหรับเรา ไปหน้าไหนก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก ไม่สิ พอถึงหน้าหนาวเราก็เต้นหรับ ๆ ขยับเตรียมขึ้นเหนือเหมือนกันละ

กลับมามองเขาบ้าง ถ้าเขามีเงินในช่วงที่อากาศไม่ดีล่ะ ถ้ามีเงินในช่วงที่ลูก ๆ เปิดเทอมล่ะ ฯลฯ การไม่ไปเที่ยวหน้าร้อนก็คือ สูญเสียวันเวลาพักผ่อนไป 1 ปีนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อตอนอิตาลีคิดจะปิดประเทศช่วงโควิดนั้น ไม่มีช่วงไหนเลยที่คนอิตาเลียนจะเดือดเนื้อร้อนใจได้มากเท่ากับตอนที่กลัวว่า หน้าร้อนจะไม่ได้เที่ยว

ความร้อนแบบอิตาเลียน

ความร้อนของฤดูร้อนในอิตาลีหรือในยุโรปนั้น ยากแท้หยั่งถึง เรา ซึ่งถึงไม่ชอบแต่ก็แอบขิงคนทั้งโลกว่า เรามีหน้าร้อนที่ร้อนที่สุด ร้อนราวกับซ้อมตกนรกก็มิปานนั้น เมื่อเปรียบกับร้อนแบบอิตาลี เป็นความร้อนกันคนละแบบ

อิตาลีเวลาร้อนจัด ๆ จะร้อนแบบซาวน่า คือ แห้ง ๆ แผดเผา ในขณะที่ของไทยร้อนแบบห้องอบไอน้ำ เหงื่อตกเผาะ ๆ ๆ ตัวเหนียวหนุบหนับตลอดเวลา แต่ที่ทำให้หน้าร้อนในอิตาลีดูสิ้นหวังไปกว่า คือ เราโผไปหาความเย็นที่ไหนไม่ได้เลย ห้างก็ไม่ได้ใหญ่โตให้เราเดินแช่แอร์ได้ (อิตาเลียนเองก็ไม่ค่อยมีนิสัยชอบเดินห้าง) ร้านต่าง ๆ ถ้าไม่ใหญ่จริงก็ไม่มีแอร์

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
ภาพ : www.italymagazine.com

แล้วคลายร้อนกันอย่างไร

สมัยนี้ที่ไหนก็คงมีแอร์ แต่โดยทั่วไปสิ่งแรกที่ทำคือ เปิดประตู เปิดหน้าต่าง ให้ลมเข้า สมัยที่เรียนอยู่ในยุคต้น 90 ก็เป็นอย่างนั้น พอถึงหน้าร้อน โรงเรียนก็เปิดหน้าต่าง วันดีคืนดีคงเห็นว่าทั้งเด็กทั้งครูหน้าโรยกันไปตาม ๆ กัน ก็ซื้อพัดลมมาให้ตัวนึง นับว่าน่ารักมาก ขอขอบพระคุณมหาวิทยาลัยสำหรับชาวต่างชาติแห่งเมืองเซียน่ามา ณ ที่นี้ด้วย

ในยุคเดียวกัน บนรถก็เปิดหน้าต่าง ทั้งรถเมล์ รถไฟ โรงภาพยนตร์หลายแห่งปิดหน้าร้อน แต่ก็ทำให้เกิดความโรแมนติกในหลาย ๆ ที่ กล่าวคือ มีการจัดหนังกลางแปลง อย่างเช่นที่เมืองเซียน่า จัดฉายหนังกลางแปลงกันบนโรงละครโบราณ ที่ป้อมปราการของเมืองกันเลยทีเดียว

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
หนังกลางแปลงที่เซียนา
ภาพ : www.radiosienatv.it
คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
สถานที่ฉายหนังยามที่ไม่มีหนัง มันคือโรงละครโบราณ
ภาพ : www.gazzettadisiena.it

พัดลมของพี่ ส.ว.

ขอแทรกเรื่องส่วนตัว ย้อนไปเมื่อปี 1992 อันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักความร้อนของอิตาลี บ้านที่ฉันพักอยู่นั้น มีพี่คนไทยอยู่พร้อมกับแฟนอันเป็นหนุ่มหล่อลูกผู้มีอันจะกินจากทางใต้ของอิตาลี ให้ชื่อภาษาไทยยามเม้าต่อหน้าและลับหลังว่า พี่ ส.ว.อันย่อมาจาก Salvatore ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ พูดชื่อนี้ทีไรหันขวับทุกที

พี่ ส.ว. รักแฟนมาก เมื่อสาวเจ้าบ่นว่าร้อน พี่ ส.ว. ได้ซื้อของที่ไม่ได้มีกันทุกบ้านมาให้ตนเองและแฟน นั่นคือ พัดลม

วันที่พี่ ส.ว. ถือพัดลมเข้าบ้านมานั้น คนข้างบ้านและผู้ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยต่างมองตามอย่างตื่นเต้น มองตามตั้งแต่ประตูเข้าบ้านไปจนพี่ ส.ว. เปิดพัดลมให้มันส่ายหน้าไปมา ทุกคนทำหน้าเหมือนกลัวห้องจะพองลม

จะว่าไป พัดลมก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายนัก แต่ถ้าคิดว่าในปีหนึ่งจะได้เปิดแค่ราว 2 เดือน กับอีกอย่าง ลมที่ออกมาก็ไม่ค่อยต่างจากไดร์เป่าผมขนาดใหญ่สักเท่าไหร่ ก็ดูเป็นของฟุ่มเฟือยนิด ๆ สำหรับคนอิตาเลียน ทั้งนี้ไม่นับทางใต้ที่อุณหภูมิสูงกว่าทางเหนือ พัดลมก็อาจะไม่ได้เป็นของหายากเท่า

ของกินหน้าร้อน

ย่อมไม่ใช่ข้าวแช่ที่เอามาเข่นกันว่าของใครของแท้ คนไหนของปลอม คนนี้เจ้า คนนั้นไพร่

แน่นอน ไอศกรีมย่อมมาแรงโดยไม่ต้องเสียเวลาบรรยาย แต่อีกอย่างคือ ‘กรานีตา’ (granita) ต้นตำรับต้องของเกาะซิชีเลีย มันก็คล้าย ๆ น้ำผลไม้แช่เย็นจนขึ้นเกล็ดนั่นล่ะ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
กรานีตามะนาว
ภาพ : calabrianelpiatto.it

ส่วนผลไม้หน้าร้อนของอิตาลี ได้แก่ เชอรี่ สตรอเบอรี่ มะเดื่อ (Fig) แอปริคอต เนสโปลา (Nespola ในภาษาอิตาเลียน ชื่ออังกฤษคือ Medlar) ลูกพลัม พีช แตงโม เบอรี่ต่าง ๆ (อิตาเลียนเรียกรวม ๆ ว่า ผลไม้สีแดง) เมล่อน เป็นอาทิ

คลายร้อนตอนซัมเมอร์แบบคนอิตาลี อย่างที่คนเมืองร้อนอย่างเรานึกไม่ถึง
เนสโปลา
ภาพ : www.cedior.com

ส่วนผลไม้อีกอย่างที่จะโผล่มาตอนหน้าร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่ผลไม้อิตาเลียนหรอกนะ คือ มะพร้าว ขายชิ้นละราว ๆ 1 ยูโร การจัดวางของการขายมะพร้าวนี้เหมือนกันทุกแห่งคือ เรียงรายเป็นชั้นอยู่ในน้ำพุขนาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งอิตาเลียนและไม่อิตาเลียน ชอบซื้อเอามาขบกิน ใช่ ต้องขบ หรือไม่ก็เอากระต่ายมาขูด เพราะหน้าตาดูแก่ห้าวเหลือเกิน เหมาะแก่การนำไปคั้นกะทิต้มสายบัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : www.afar.com

ของกินที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ไม่ได้มีเพียงผลไม้เท่านั้น ตามร้านขายเครื่องดื่ม (Bar) เครื่องดื่มบางอย่างก็จะมีขายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเช่นกัน เช่น ชาพีชเย็น นมอัลมอนด์เย็น ปัจจุบันทุกอย่างมีขายเป็นกล่องหมดแล้ว แต่ถ้าจะกินแบบสด ๆ กดจ๊อกใส่แก้วแบบน้ำเก๊กฮวยตามตู้แช่หน้าร้านขายยาในเมืองไทย ต้องรอหน้าร้อนเท่านั้น หมดหน้าร้อน เก็บเรียบ อยากกินต้องทำเอง

คนอิตาเลียนไปไหนช่วงหน้าร้อน

โดยทั่วไปแล้ว ยุคก่อนโควิด สถิติบอกว่า คนอิตาเลียนนิยมเที่ยวในประเทศมากกว่านอกประเทศ ในประเทศก็ได้แก่ เกาะซาร์เดนยา (Sardegna) เกาะซิชิเลีย (Sicilia) แคว้นปูลเยีย (Puglia) ที่อยู่ตรงส้นรองเท้าบูต นอกประเทศก็ได้แก่ หมู่เกาะเล็ก ๆ แถวสเปน สรุปว่าโดยส่วนใหญ่ไม่ไปไหนไกล น่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางนั่นเอง เพราะเวลาไปทีก็ยกกันไปทั้งครอบครัว

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
เกาะซาร์เดนยา
ภาพ : www.worldatlas.com

แต่ในปี 2020 มหาวิทยาลัยคูซาโน (Università Cusano) ได้ทำวิจัยซึ่งก็อิงกับสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) ออกมาว่า คนอิตาเลียนในท่องเที่ยวน้อยลงมาก และนิยมเที่ยวกันอยู่แต่ในแคว้นที่ตัวเองอยู่ การเที่ยวก็เป็นไปเพื่อพักผ่อนหย่อนใจจริง ๆ การเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ดูโบสถ์ ดูพิพิธภัณฑ์น้อยลงไม่ใช่แค่กว่าเดิม แต่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

เหตุผลหลักของการไม่เที่ยว คือเรื่องเศรษฐกิจมาเป็นอันดับหนึ่ง การกลัวโควิดมาเป็นอันดับสอง ส่วนถ้าจะออกไปเที่ยวนอกแคว้นนั้น แคว้นที่คนอยากไปที่สุดสองแคว้นคือ แคว้นทัสกานีและแคว้นปูลเยีย ที่ได้กล่าวไปแล้ว

แต่มีสถานที่อีกแห่ง ที่เชื่อว่า หากถามวัยรุ่นอิตาเลียนจะต้องติดโผอย่างแน่นอน คือ รีมีนี (Rimini)

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
รีมีนี 
ภาพ : it.hotels.com

รีมีนี เป็นเมืองที่มีชายหาดกว้าง ยาว ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของอิตาลี อยู่ในแคว้นเอมิเลีย-โรมัญญา (Emilia-Romagna) แล้วก็มีเมืองอื่น ๆ ในละแวก เช่น เชเซนาติโค (Cesenatico) อันเป็นฉากของซีรีส์ Netflix เรื่อง ‘Summertime’ ใครอยากพอเห็นภาพวัยรุ่นอิตาเลียนในช่วงหน้าร้อนริมหาด ขอแนะนำให้ดูเรื่องนี้ เพลงเพราะ นางเอกหน้าเก๋มาก

วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : cdn.shopify.com
วิธีดับร้อนของชาวอิตาลีในช่วงซัมเมอร์ เขาทำอะไร ไปเที่ยวไหน กินอะไร และคลายร้อนกันยังไง
ภาพ : movieplayer.it

จริง ๆ แล้ว เคยคิดที่จะพาลูกศิษย์ลูกหาไปเริงร่าอยู่ริมหาดกับคนอิตาเลียน

แต่ไม่กล้าเสี่ยงเลย

โควิดก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่กลัวกว่านั้นคือ

ขากลับ จะไม่ยอมกลับด้วยน่ะสิ

แหล่งข้อมูล 

www.unicusano.it/blog

Writer

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load