อิ้งค์-วรันธร เปานิล

เข้าสู่วงการเพลงครั้งแรกในฐานะสมาชิกวง Chilli White Choc ของค่ายกามิกาเซ่ เมื่ออายุ 12 ปี และออกจากวงการ 2 ปีให้หลัง

กลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง กับการรับบทนางเอกภาพยนตร์เรื่อง Snap แค่…ได้คิดถึง ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เมื่อ 3 ปีก่อน

ปีเดียวกับที่เธอเซ็นสัญญาเป็นนักร้องกับค่าย Boxx Music

เธอเรียนจบมาทางด้านร้องเพลงคลาสสิก แต่เลือกทำเพลงซินธ์ป๊อปที่เธอรัก ซิงเกิล 5 เพลงที่ผ่านมาของเธอโด่งดังติดทุกชาร์ต เช่นเดียวกับตัวเธอที่กลายเป็นนักร้องหน้าใหม่ซึ่งใครๆ ก็ชื่นชม

เธอเพิ่งออกซิงเกิลใหม่ล่าสุด ความลับมีในโลก

บทสัมภาษณ์ไหนๆ ก็มักจะแนะนำ อิ้งค์ วรันธร แบบนี้

แต่ The Cloud ขอแนะนำเธอเพิ่มเติมว่า

เธอเป็นคนที่ชอบเล่าเรื่องงาน และเล่าแต่เรื่องงาน เวลาพูดถึงเธอ เราจึงนึกออกแต่เรื่องงาน เราแทบไม่เห็นชีวิตในมิติอื่นของเธอเลย

เธอเป็นคนที่มีแพสชันเรื่องงานดนตรีแบบล้นปรี่ ไม่ใช่แค่ทำเพลงให้ดี ยังแต่รวมถึงการวางตัวให้ดีด้วย

เธอเป็นคนที่ตั้งใจฟังทุกคำถาม ทวนคำถามซ้ำ ใช้เวลาคิด และค่อยๆ ตอบ ตั้งแต่คำถามแรกถึงคำถามสุดท้าย

“อิ้งค์เป็นคนคิดมาก” เธอว่าอย่างนั้น

ความคิดมากหลายๆ เรื่องของเธอน่าสนใจมาก และดูจะเกินวัย 24 ปีไปมาก

Th.INK แบบอิ้งค์ เป็นแบบนี้

อิ้งค์ วรันธร
อิ้งค์ วรันธร

ในบรรดาบทสัมภาษณ์ทั้งหมดของคุณ ชิ้นที่สนุกที่สุดคือคุณคุยกับคงเดช จาตุรันต์รัศมี คุณถามคำถามได้น่าสนใจมาก คุณชอบคุยกับคนเหรอ

ใช่ อิ้งค์ชอบคุยกับคน ชอบเรียนรู้ชีวิตกับคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครอิ้งค์ได้รับสิ่งที่จุดประกายอะไรสักอย่างกลับมาตลอดเลย ตอนไปเล่นคอนเสิร์ตกับพี่ๆ ศิลปินอิ้งค์ก็คุยกับเขานะ เวลามีปัญหาชีวิตอิ้งค์จะขอนัดคุยกับพี่เดช (คงเดช จาตุรันต์รัศมี) ทุกวันนี้พี่เดชเป็นเหมือนคุณพ่ออีกคนแล้ว เขาไม่ได้พูดเพื่อให้กำลังใจเรา แต่จะพูดสิ่งที่เป็นความจริงให้เรายอมรับ แล้วเดินต่อไป อิ้งค์เคยมีปัญหาเรื่องงานแล้วถามเขาว่า สิ่งที่เราเจอเป็นเรื่องปกติของการทำงานใช่ไหม เขาบอกว่า ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องปกติของชีวิต ทุกวันนี้พี่ลูกสองแล้วยังเจอเรื่องอะไรแบบนี้เลย ไม่ว่าอิ้งค์จะไปอยู่จุดไหนก็จะเจอมัน คำพูดของเขาช่วยให้เราหายเร็วขึ้น

ปัญหาใหญ่สุดที่คุณเคยเจอคืออะไร

มันมีทั้งที่เล่าได้และเล่าไม่ได้ อิ้งค์เป็นคนคิดมากเกินไปจนรบกวนชีวิต บางทีเราเล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็เอาคอมเมนต์จากคนรอบตัวมาคิด ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ ไม่คิดแบบนี้ เราคาดหวังกับมันมากเกินไปว่าต้องดี จนกดดันตัวเอง ถึงวันหนึ่งเราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนห่วยๆ คนรอบข้างบอกว่าเราพัฒนาขึ้น แต่เราอยากพัฒนามากกว่านี้ มันเป็นแผลใหญ่มากนะ จนกระทั่งมีคอนเสิร์ตปิดอีพีอัลบั้มของอิ้งค์ที่ช่วยปลดล็อกทุกอย่าง วันนั้นฝนตกรถติด แต่คนหกเจ็ดร้อยคนก็ออกจากบ้านมาดูเรา มันทำให้เรามั่นใจ อิ้งค์มีปัญหาเรื่องการพูดบนเวที การบิลด์คนให้เล่นไปกับเรา วันนั้นทำได้ทุกอย่างเลย เหมือนได้ก้าวข้ามปัญหาใหญ่ในใจมาได้ ก็มาตั้งใจลุยกับซิงเกิลนี้แบบเต็มที่มาก เพราะเราเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นแล้ว

คุณทำได้ไม่ดีจริงๆ หรือคุณเป็นเพอร์เฟกชันนิสต์

ก็อาจจะด้วย แต่อิ้งค์ไม่เคยประเมินว่าตัวเองเก่งเลยตั้งแต่แรก เวลาไปโชว์เราก็มีความสุขนะ แต่จะกลับมาหาจุดบกพร่องของโชว์ อิ้งค์มีโจทย์กับพี่ครีเอทีฟตลอดว่า งานแรกอิ้งค์ทำให้คนเฮไม่ได้ งานที่สองทำยังไงก็ได้ให้คนเฮ งานที่สามทำให้พื้นที่ข้างหน้าไม่มีที่ว่าง เราควรจะก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ไม่ใช่อยู่ที่เดิม บางทีเราก็มองหาความเพอร์เฟกต์จากโชว์นั้นมากจนเกินไป ทำให้ลืมว่าเราก็มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวได้ ความสุขมันก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ เพียงแต่เรามองหาแต่จุดที่บกพร่อง คอนเสิร์ตครั้งที่ผ่านมาเลยไม่คิดว่าจะทำให้มันไม่มีจุดบกพร่อง อยากทำอะไรก็ทำ

วันนั้นได้พลังอะไรกลับบ้านมาบ้าง

ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร ได้รับทุกอย่างเลย ไม่ใช่แค่ความสุข แต่ได้รับประสบการณ์จากการทำงานด้วย ลิสต์เพลงก็มาจากเรา การจัดไฟของแต่ละเพลงก็คิดเอง ดูโปสเตอร์ เลือกเสื้อผ้า ไปยืมเสื้อผ้ายังไปยืมเองเลย ด้วยความที่อิ้งค์อยู่กับ Boxx Music มาตั้งแต่วันแรก ถ้ามีอะไรที่เราช่วยได้เราก็ช่วย เข้าประชุมทุกครั้ง จากศิลปินร้องเพลง ได้มามีส่วนร่วมกับทุกอย่าง มันเป็นคอนเสิร์ตที่เป็นความฝันของเราตั้งแต่ออกเพลง เหงา เหงา เราอยากมีคอนเสิร์ตของตัวเอง คนดูจะกี่คนก็ได้ ตอนท้ายอิ้งค์พูดขอบคุณทุกคนไปเกือบชั่วโมง พูดไปร้องไห้ไป อิ้งค์ซ้อมพูดขอบคุณในห้องซ้อมไม่ได้เลยนะ เพราะพูดแล้วร้องไห้ตลอด

อิ้งค์ วรันธร
อิ้งค์ วรันธร

ทำไมพูดขอบคุณถึงยากขนาดนั้น

โหย ยากนะ อิ้งค์ขอบคุณเรียงทีละคนเลย เราจะหาโอกาสขอบคุณคนที่ทำงานให้เราขนาดนั้นได้ที่ไหน นี่เป็นคอนเสิร์ตของเราเอง จะทำอะไรก็ได้ อิ้งค์มาอยู่ตรงนี้ได้ไม่ใช่เพราะอิ้งค์คนเดียว คนรอบตัวมีส่วนผลักดันให้เด็กคนหนึ่งโตขึ้น ได้ทำงานดีๆ ออกมา อิ้งค์รู้สึกขอบคุณทุกอย่างเลย ขอบคุณคนที่มาดูซึ่งมีความหมายกับเรามาก ตอนนั่งรถกลับบ้านนึกถึงตัวเองตอนเด็ก เด็กคนที่ขึ้นเวทีไปร้องเพลงการ์ตูนแบบสั่นๆ รู้สึกว่าเด็กคนนั้นน่าจะดีใจที่มีวันนี้เกิดขึ้น เขาน่าจะบอกเราว่า ขอบคุณนะพี่อิ้งค์ที่ทำให้มันเกิดขึ้น

แล้วคุณอยากบอกอะไรเด็กคนนั้น

ขอบคุณที่ร้องเพลงในรถกับพ่อทุกเช้า พ่อเลยเห็นว่าเราชอบแล้วส่งไปเรียนร้องเพลง จริงๆ ส่งไปเรียนทั้งบ้านเลย แต่เหลืออิ้งค์คนเดียวที่รอด อยากขอบคุณที่ไม่เลิกชอบมัน จำได้ว่าตอนนั้นอิ้งค์มีความสุขกับการร้องเพลงจริงๆ เป็นความสุขที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องภาระหน้าที่ เป็นความสุขที่ได้แต่งตัวเป็นมู่หลานขึ้นไปร้องเพลงให้พ่อแม่ฟัง ร้องให้ตัวเองมีความสุข มันบริสุทธิ์มาก และขับเคลื่อนให้เรามาถึงตรงนี้ ถ้าวันนั้นขึ้นเวทีแล้วไม่มีความสุขหรืออาย วันนี้คงไม่ใช่แบบนี้ ขอบคุณตัวเองที่กล้าทำสิ่งที่ชอบ

3 ปีก่อนคุณเคยเขียนว่า วันเปลี่ยนชีวิตของคุณคือวันที่สอบเข้า ม.ปลาย สายศิลป์-ภาษา เอกอังกฤษ ไม่ได้ ถึงตอนนี้มันยังเป็นวันเปลี่ยนชีวิตที่สำคัญที่สุดอยู่ไหม

ยังใช่อยู่ ถ้าไม่มีวันนั้นเราอาจจะหลงทางไปหลายอย่างเลย นั่นคือจุดเปลี่ยนจริงๆ เราชอบภาษาอังกฤษ แล้วเราก็ชอบร้องเพลงนะ แต่ไม่ได้คิดว่าการเรียนร้องเพลงคือคำตอบของชีวิตขนาดนั้น แต่เราสอบเข้าศิลป์ภาษาไม่ได้เพราะคะแนนไม่ถึง ตอนนั้นเป็นเด็กที่เล่นไปวันๆ ทำกิจกรรม ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรในชีวิตเลย ดูบอร์ดแล้วไม่มีชื่อเรา เราเฟลมาก ในขณะที่เพื่อนรอบตัวเฮกันหมด แต่เราไม่มีสิทธิ์เรียนสิ่งที่เราอยากเรียน มันทำให้เราคิดว่า ทำไม 3 ปีที่ผ่านมาเราห่วยจัง ทำไมไม่วางแผนชีวิตให้ดีกว่านี้ ทำไมคนอื่นทำได้ แต่เราทำไม่ได้ ทำให้กลับมามองตัวเองเยอะมาก เราไม่อยากเจอเหตุการณ์นี้อีกตอน ม.6 แต่อีกแง่ก็ถือว่าโชคดีนะที่เราไม่ติด

ทำไม

ถ้าวันนั้นติดเราอาจจะไม่ได้เห็นคุณค่าของความพยายามเท่าวันนี้ก็ได้ ถ้าติดคงใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ได้เอาแพสชันของตัวเองมาอยู่ในการเรียน วันนั้นอิ้งค์เลือกเรียนสิ่งที่ชอบคือร้องเพลง รู้สึกว่านี่แหละชีวิตอิ้งค์ เราอยากเรียนสิ่งนี้ต่อในมหาวิทยาลัย

คุณได้อะไรจากการเรียนร้องเพลง

อิ้งค์เริ่มเรียนเอกดุริยางค์ตั้งแต่ ม.4 ตอนนั้นก็ไม่ได้เครียดมาก แต่มีจุดมุ่งหมายว่าอยากเรียนร้องเพลงคลาสสิกที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อิ้งค์คุ้นเคยมาตั้งแต่แรก มันไม่ใช่แค่เรียนร้องเพลง แต่ต้องเรียนวิชาพื้นฐานของทุกเอก แข่งกับทุกเอก ทำให้อิ้งค์ต้องกลับมามองตัวเองใหม่หมดเลยว่ายังไม่มีวินัยพอ อ่านโน้ตไม่ค่อยเก่ง ไม่ขยันซ้อม ก็ต้องกลับมามีวินัย ก่อนนอนต้องวอร์มเสียงที่เรียกว่า ซอลเฟจ (Solfège) กดโน้ตที่จะร้องเป็นเมโลดี้ แล้วฮัมๆๆ ให้มันเข้าไปอยู่ในตัวเรา

สังคมในจุฬาฯ ก็หลากหลายมาก พอรู้จักคนหลายๆ สังคมก็รู้ว่าควรวางตัวแบบไหน โชคดีที่ได้ทำงานที่หลากหลาย เป็นจุฬาฯ คทากร ทำละครเวทีคณะ ซึ่งหนักมาก อิ้งค์ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งเขียนบท เช่าชุด ซื้อของ ดีลกับวงออร์เคสตร้าวงใหญ่ พอมาทำงานจริงก็ทำให้เราคุยกับคนอื่นค่อนข้างรู้เรื่อง รู้จักระบบของงาน

อิ้งค์ วรันธร

คุณร้องบรอดเวย์ได้ ร้องคลาสสิกได้ ทุกวันนี้มาร้องเพลงป๊อป เคยมีคนบอกว่าเสียดายทักษะที่มีไหม

พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก เพิ่งบอก ไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยกัน เขารู้ว่าอิ้งค์จบคลาสสิกมา เขาถามว่า ขึ้นเสียงสูงได้ใช่ไหม ขึ้นไปเลย เขาบอกว่า การที่เราเรียนมามันดีนะ มันคือสิ่งพิเศษที่ไม่ใช่ใครก็ร้องได้ ขึ้นเวทีไปพี่ป๊อดให้อิ้งค์โชว์ร้องคลาสสิกเลย เขาบอกว่า เราควรหาโอกาสแสดงให้คนอื่นรู้บ้างเพราะมันเป็นสิ่งที่ดี แต่จะร้องโชว์เลยก็ไม่ได้ ต้องมีคนชงให้แบบพี่นี่แหละ (หัวเราะ)

ความสุขของอาชีพนักร้องคืออะไร

เป็นอาชีพที่ทำให้คนอื่นมีความสุขได้ มีแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างได้ เปลี่ยนบางคนได้ ทำให้คนรู้สึกดีขึ้นได้ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นคนในวงกว้างเป็นร้อย หรือเป็นล้าน อย่างที่ พี่ตูน (อาทิวราห์ คงมาลัย) ทำ อิ้งค์เป็นศิลปินใหม่ เวลาได้เล่นคอนเสิร์ตกับศิลปินที่ชอบอย่าง P.O.P, Friday, โมเดิร์นด็อก มวลความสุขที่ได้รับจากพวกเขาบนเวทีทำให้เราอยากเป็นศิลปินที่ดีขึ้น อยากจะเป็นแบบเขา เขาจุดประกายให้เราอยากทำมากกว่าแค่ขึ้นไปร้องบนเวที

คุณไม่ค่อยเปิดเผยชีวิตส่วนตัวในโลกโซเชียลสักเท่าไหร่ เป็นความตั้งใจหรือเปล่า

ใช่ สิ่งที่เราชอบทำคือร้องเพลง เราก็โชว์ออกไป มันเป็นมุมที่เราสบายใจจะให้คนอื่นเห็น อิ้งค์ไม่ได้ลงรูปตลอดเวลา คิดก่อนลงเยอะมากว่าคนจะได้อะไรจากสิ่งที่เราลง ลงแล้วโอเคไหม เราเป็นคนสาธารณะแล้วจะลงอะไรต้องคิดดีๆ เป็นแบบนี้ตั้งแต่เข้ามาทำงาน

สมัยอยู่กามิกาเซ่

เพิ่งเป็นตอนอยู่กับ Boxx Music ถ้าเลื่อนลงไปดูล่างๆ จะเห็นว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเราลงทุกอย่างนะ แต่พอมาอยู่ตรงนี้โซเชียลก็ไม่ใช่สิ่งหลักของชีวิตแล้ว เราไม่ได้อยู่กับมันตลอดเวลา ข้อดีคือมันเป็นช่องทางให้เราได้แสดงตัวตนให้แฟนคลับรู้จัก ได้ประกาศว่าจะไปเล่นที่นี่นะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องโชว์ความเป็นตัวเองทั้งหมด

สิ่งที่คุณทำได้ดีมากๆ รองจากร้องเพลงคืออะไร

ยากมาก (คิดนาน) ทำขนม ทำอาหาร ก็พอได้ แต่ที่ดีที่สุดอาจจะเป็นที่รับฟังของคน เราเป็นคนที่เพื่อนชอบมาเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง อาจจะเป็นคนที่เขาคุยด้วยแล้วสบายใจ เวลามีคนมาปรึกษาเราจะปล่อยให้เขาระบาย ไม่ตัดสินว่าเขาถูกหรือผิด เราบอกว่า เราเข้าใจนะ บางคนเขาก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำดีหรือไม่ดี จะแก้ปัญหายังไง เขาแค่ต้องการคนรับฟังให้เขาทบทวนสิ่งที่เขาคิด ทบทวนเสร็จเขาก็สบายใจขึ้น อิ้งค์น่าจะเป็นผู้รับฟังที่ดีนะ

อิ้งค์ วรันธร
อิ้งค์ วรันธร

ถ้าเอาคำว่า อิ้งค์ วรันธร ไปเสิร์ชในกูเกิล คำแรกที่เจอต่อท้ายคือ ‘แฟน’ คุณคิดว่าทำไมคนถึงอยากรู้เรื่องนี้ที่สุด

ใช่ (หัวเราะ) อิ้งค์เคยเอาชื่อตัวเองไปเสิร์ช เคาะสเปซบาร์ก็ขึ้นคำว่าแฟนมาเลย คงเพราะไม่มีใครรู้หรือเปล่า

คุณจะตอบกูเกิลว่าอะไร

ยุ่ง (หัวเราะ) เห็นแล้วก็ตกใจนะ ตอนนั้นไม่มีแฟนไง เราก็อยากรู้ว่าเขาจะพูดถึงว่ายังไง เข้าไปดูมันก็ไม่มีอะไร

ความรักตอนอายุ 20 กับ 24 ต่างกันเยอะไหม

เยอะ ตอน 20 มีแฟนตอนเรียนมหาวิทยาลัย เป็นความรักแบบสดใส โลกสีชมพูมาก เหมือนเพลง เกี่ยวกันไหม เจอแล้วเขิน เจอแล้วมีความสุข ไปกินข้าว ไปดูหนังกัน แต่ไม่ได้มีชีวิตส่วนตัวเข้าไปมาก ตอนนี้ไม่น่าจะใช่แค่เรื่องนั้นแล้ว คงไม่ใช่แค่เขินๆ เรามีเรื่องเครียด เรื่องงานที่มากขึ้น เวลาเราอยู่ในจุดที่ไม่มีความสุข การมีแฟนอาจจะเป็นจุดที่ทำให้เรามีความสุขขึ้นได้ เป็นที่ปรึกษาได้ งานของเราไม่ใช่งานที่ใครก็เข้าใจ เขาต้องเข้าใจมันมากๆ ใจกว้างมากๆ เราอาจไม่ได้มีเวลาให้เขามากด้วย ถ้ามีแฟนก็ต้องช่วยสนับสนุนกันและกัน

คุณเคยบอกว่า ชอบผู้ชายที่แพสชันมากกว่าหน้าตา แพสชันดีกว่าหน้าตายังไง

ถ้ามีแพสชันแล้วหน้าตาดีก็โอเคนะคะ (หัวเราะ) เรามีแพสชัน ทำในสิ่งที่ชอบ มีเป้าหมาย คนที่มีแพสชันคือคนที่มีเสน่ห์มาก ไม่ต้องอยากเป็นนายกฯ หรือเปลี่ยนโลกใบนี้ แค่เป็นคนที่มุ่งมั่นกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ หรือทำหน้าที่ของเขาได้ดีมากๆ ก็ได้ มันเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ เราชอบตรงนั้น

รู้สึกยังไงบ้างที่มีคนชมรูปลักษณ์ของคุณพอๆ กับเพลง

เวลาที่มีคนชมว่าเราสวยมาก น่ารักมาก ก็รู้สึกขอบคุณที่เขามองเห็นอิ้งค์แบบนั้น แต่เราไม่เคยมองตัวเองว่าสวยขนาดนั้น ยังมีคนอีกมากมายที่สวยกว่าเรา หน้าเรียวกว่าเรา ฟันสวยกว่าเรา ตาสวยกว่าเรา อิ้งค์ไม่ได้เก็บคำชมมาคิดว่าเราต้องสวยให้เขาดู ต้องสวยกว่านี้ เราก็สวยแบบที่เราทำได้ไปเรื่อยๆ แต่อิ้งค์จะดีใจมากเวลามีคนชมเพลง ชมว่าเราร้องดี รูปลักษณ์เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาได้ แต่การร้องเพลงคือตัวตนของเราที่เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เราตั้งใจทำ เราอยากทำให้มีคำชมแบบนี้เพิ่มขึ้นๆ มากกว่า

ความลับที่มีในโลกของอิ้งค์ วรันธร คืออะไร

ถ้าเล่าก็ไม่ใช่ความลับสิ (หัวเราะ)

อิ้งค์ วรันธร

งั้นอะไรคือเรื่องเกี่ยวกับอิ้งค์ วรันธร ที่คนทั่วไปไม่รู้

อิ้งค์ละเมอเก่งมาก (หัวเราะ) ทุกวันนี้นอนคนเดียวเลยไม่รู้ว่ายังละเมอหรือเปล่า เมื่อก่อนตอนช่วงมัธยมนอนกับคุณพ่อ อิ้งค์เคยนอนละเมอร้องเพลงจนจบเพลงเลย ตอนนั้นฝันว่าตัวเองร้องเพลงอยู่บนเวที พ่อก็ฟังจนจบแล้วก็คิดว่าต้องปรบมือไหม ตอนไปญี่ปุ่นนอนกับ พี่เอิ๊ต ภัทรวี ศรีสันติสุข ก็ละเมอว่าไปคุยกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ขาเทคนิคที่อาจารย์สอนดีมากเลย หนูยังใช้มันอยู่เลย ละเมอพูดไปเรื่อย พี่เอิ๊ตก็งงว่าพูดกับใคร

คุณไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ตอนไหนได้บ้าง

(คิดนานมาก) ตอนคงเดช จาตุรันต์รัศมี รู้ทุกอย่างแน่นอน อิ้งค์ไม่เคยรู้จักพี่เดชมาก่อน รู้จักวันที่มาแคสต์หนัง (Snap) กลับไปก็ตามดูงานทุกอย่างของเขาเลย

ชอบหนังเรื่องไหนของคงเดชที่สุด

ตอบว่า Snap ได้ไหม จริงๆ ชอบแทบทุกเรื่อง เพราะมันไม่ใช่หนังหน้าเดียว มีอะไรซ้อนให้เราคิดได้อีก Snap เป็นสิ่งที่เปิดโลกทุกอย่างของอิ้งค์ ทั้งการแสดง เปลี่ยนความคิดในการดูหนังฟังเพลงของเรา ก่อนหน้านี้ดูแต่หนังที่ดูง่าย พอได้มาเล่นก็เปิดใจให้หนังอินดี้มากขึ้น หนังสือที่พี่เดชเขียนอิ้งค์ก็ตามอ่านนะ ที่ชอบ Snap เพราะมันเกิดขึ้นกับตัวเรา บทที่เราเล่นออกไป พอกลับมานั่งดูอีกที อีกที อีกที ทำไมความหมายมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดูกี่ทีก็ร้องไห้

ร้องไห้ให้กับอะไร

เรารู้จักตัวละครผึ้งมากกว่าแค่ดูในหนัง แต่เราร่วมสร้างคาแรกเตอร์นี้ขึ้นมา รู้จักเขา รู้ว่าเขาคิดอะไร พอถึงจุดที่เขาร้องไห้ เรารู้ว่าในใจเขาคิดอะไร อยากให้เป็นยังไง แต่มันเป็นไปไม่ได้ไง

นอกจากคงเดช คุณอยากคุยกับใครอีกไหม

เอมี่ ไวน์เฮาส์ (Amy Winehouse) อิ้งค์ดูสารคดีเขาแล้วร้องไห้เลย ชีวิตเขาเต็มไปด้วยแพสชันสุดๆ แต่ด้วยหน้าที่การงานทำให้เขาต้องเจอปัญหาอะไรมากมาย เขารับมันได้ยังไง น่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานให้เราได้ อยากนั่งคุยกับเขาในวันที่เขายังมีความสุขอยู่ เรามีคำถามเยอะมากในหัว แต่คงไม่กล้าถามเยอะ ให้เขาเล่าให้ฟังดีกว่า

เรื่องล่าสุดที่ได้เรียนรู้คือ

เรียนรู้ที่จะทำงานแบบผู้ใหญ่มากขึ้น มีการจัดการทุกอย่างที่ดีขึ้น 3 ปีที่ผ่านมาอิ้งค์โตขึ้นมาก ทัศนคติในการมองโลกก็เปลี่ยนไป ประสบการณ์สอนให้เราอยู่กับความจริงมากขึ้น เมื่อก่อนจะค่อนข้างโลกสวย มองว่าถ้าตั้งใจเดี๋ยวมันก็ดีเอง แต่บางทีแค่ตั้งใจอาจจะไม่พอ ถ้ามีแผนการทำงาน มีการเตรียมตัว มันจะดีกว่าแน่ๆ

อิ้งค์ วรันธร
อิ้งค์ วรันธร

วันนี้คุณก็เลยพยายามจะขอดูคำถามก่อน

ใช่ เราเคยไปตอบหน้างาน พอเป็นไลฟ์สดเราไม่ได้เตรียมตัว ไม่มีอะไรในหัว เราไม่ใช่คนพูดเก่ง ตรงนั้นคือจุดบกพร่อง อิ้งค์ไม่ได้กลัวว่าตอบแล้วจะเสียลุคนะ แต่กังวลว่าตอนนี้มีคนชื่นชอบเรามากขึ้น สิ่งที่เราพูดอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้บางคนได้ หรือทำให้บางคนเปลี่ยนความคิดได้เลยนะ เราก็อยากให้คนอ่านได้อะไรจากการให้สัมภาษณ์ของเรา เราคิดมากขึ้น

ความสนุกของการเป็นอิ้งค์ วรันธร คือ

ได้เจอคนเยอะมาก ได้เจอศิลปินที่เราชอบเยอะมาก เติมพลังตัวเองง่ายมากเลย วันไหนเศร้า เสียใจ ก็มีคนดีๆ มากมายที่เราไปหาพลังบวกได้อยู่รอบตัว อิ้งค์เป็นคนที่ไม่โกรธง่าย ไม่โกรธนาน สุดท้ายก็จะกลับมามองในแง่ดีได้เสมอ แต่ความสนุกของอิ้งค์ยิ่งโตยิ่งน้อยลงนะ เมื่อก่อนอาจจะสนุกเพราะไปสวนสนุก ไปดูหนังกับเพื่อน แต่ตอนนี้ความสนุกของเราอยู่บนเวทีกับการทำงาน กับการคุยกับคน

ความไม่สนุกของการเป็นอิ้งค์ วรันธร คือ

เป็นคนคิดมากเกินไป เอาหลายๆ เรื่องมาแบกกับตัวเองมากเกินไป

คุณตั้งใจคิดกับทุกเรื่องของชีวิต เหมือนตั้งใจคิดก่อนตอบคำถามทุกข้อแบบนี้หรือเปล่า

ใช่ เป็นคนคิดเยอะ คิดทุกอย่าง คิดก่อนทำ

อะไรทำให้เป็นคนแบบนั้น

อยู่บ้านเราเป็นพี่คนโต เราเคยทำอะไรที่เราพอใจและไม่พอใจในตัวเอง ก็ค่อยๆ เรียนรู้กับมันมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าถ้าเราคิดก่อนทำก็ดีนะ มันไม่ได้เสียหายอะไร มันมีข้อดีมากกว่าทำโดยไม่ได้คิดแน่ๆ

เวลามีคนมาสัมภาษณ์หรือตอนที่เราทำหน้าที่เป็นอิ้งค์ ถือไมค์บนเวที ถ้ามันสามารถสร้างอะไรให้คนที่มาดูหรือมาฟังได้ อิ้งค์ก็อยากจะทำให้เกิดขึ้นในทุกๆ ครั้ง เมื่อก่อนเราอาจจะไม่ได้เห็นค่าของสิ่งที่ทำอยู่ว่ามันให้อะไรกับใคร มีค่าแค่ไหน จนมีคนเดินมาบอกอิ้งค์ว่า พี่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเล่นกีตาร์ หรือมีคนส่งข้อความมาว่า เขาประสบอุบัติเหตุ เดินไม่ได้ เขาเคยเป็นนักดนตรีมาก่อน ทุกวันนี้เขากลับมาเล่นดนตรีได้อีกครั้งเพราะอิ้งค์ อ่านแล้วเราร้องไห้เลย

ดังนั้น การที่เราได้พูด ได้ให้สัมภาษณ์ ได้ขึ้นคอนเสิร์ต เราก็อยากทำให้ดีที่สุด เพราะไม่ใช่แค่ตัวเราเองที่ได้รับพลังนี้ คนดูก็ได้รับโดยที่เราไม่รู้ตัว เราพยายามทำมันให้ดีที่สุดทุกอย่าง

อิ้งค์ วรันธร

Facebook | Ink Waruntorn
Instagram | inkwaruntorn
Youtube | BOXX MUSIC

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หากไม่ร้องเพลงด้วยลูกเอื้อนอย่างคนรักลูกกรุง อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก็ร่ายกลอนสักบทของสุนทรภู่ โดยเราพยายามต่อกลอน เท่าที่ยังพอจำได้

ท่ามกลางความเงียบของโรงละคร 1,069 ที่นั่งในวันที่ไม่มีการแสดง อาร์มจดจ่อกับการจัดท่าทางหน้ากล้อง เช่นเดียวกับช่างภาพของเราที่วิ่งขึ้นลงระหว่างที่นั่งอย่างขะมักเขม้น

ก่อนที่เขาจะมานั่งอยู่ตรงนี้ เราใช้เวลา 47 นาที เพื่อพูดคุยกับอาร์ม ชายหลายบทบาทที่เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง พิธีกร นักพากย์ ผู้ประกาศข่าวช่อง Workpoint 23 หน้ากากระฆังจาก The Mask Singer ทาสแมว พุทธมามกะ คนอกหัก คนที่ไม่เคยขอบคุณตัวเอง และคนสบาย ๆ ที่บอกว่าไม่ต้องจำเขาก็ได้ แค่รู้สึกดีต่อกันก็พอ

เจ้าตัวบอกกับเราว่า เขาไม่เคยมีเวลาตกตะกอนชีวิตอย่างนี้มาก่อน และคำถามของเรา ทำให้เขาได้ย้อนมองตนเองอีกครั้งในวันที่เติบใหญ่ แต่ยังไม่หยุดเติบโต

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Work Work Work Work Work

ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าเราจะได้คิวคุณมา หน้าตาตารางงานของคุณเดือนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

(เปิดโทรศัพท์ให้ดูตารางงานหลากสีที่มองไม่เห็นช่องว่าง)

งานประจำผมจะลงตารางอยู่แล้ว สีน้ำเงินคืออีเวนต์ สีเขียวคืองานพิชชิง สีดำคือมีงานอื่นจนต้องลางานประจำ ส่วนสีส้มคือธุระสำหรับศาสนา

สีส้มเป็นสิ่งที่ต้องมีในตารางเสมอไหม

มี เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิต หลายคนบอกว่า เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม แต่เรามีความสุขดี ไม่มีทุกข์อะไร เพียงแต่ชีวิตควรมีอะไรที่มั่นคง บางครั้งการวิ่งไปดูแลอาจารย์ที่เราเคารพอาจทำให้เหนื่อยกาย แต่ข้างในเราอิ่ม เลยเหมือนการพักผ่อน

มีเวลานอนบ้างไหม

นอนแปลว่าอะไรหรอครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น เรื่องนอนสำคัญมาก เพียงแค่ช่วงนี้งานค่อนข้างหนักหน่วง เมื่อคืนโชคดีที่ได้นอนเก็บไว้ 6 – 7 ชั่วโมง ถือว่าโอเค คืนก่อนหน้านั้นนอน 5 ชั่วโมง เพราะเราต้องตื่นเช้ามาอ่านข่าวทุกวันจันทร์-ศุกร์ ไม่ว่าจะทำงานดึกยังไง 6 โมงก็ต้องตื่น แต่ไม่เบื่อนะ เป็นหน้าที่ที่เราชอบและสนุกที่จะทำ

การเป็นผู้ประกาศข่าวคือสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ต้นเลยไหม

เอาจริง ๆ ตอนเรียนคณะนิเทศ จุฬาฯ วิชาที่ไม่เคยสนใจเรียนเลยคือวารสารสนเทศ เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้แน่ ๆ แต่สุดท้ายเราก็มาเป็นผู้ประกาศข่าว โชคชะตาผันผวนอยู่

จากตารางงานที่แน่นหนาของคุณ มีอะไรที่จะมาแทรกงานหรือสำคัญกว่างานได้บ้าง

เวลาผมจัดลำดับชีวิต ครอบครัวมาก่อนอันดับหนึ่ง วันพักผ่อนบางทีก็พาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนอันดับสองคืองาน บางทีอันดับหนึ่งกับสองก็ไล่บี้กันบ้าง

ถามว่าเวลาไม่กลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่มีบ่น มีถามถึงบ้างไหม พอดีเราปูทางเข้าวงการมาตั้งแต่เข้ามัธยมศึกษา ทำกิจกรรม เล่นละครนิเทศ เลิกดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันค้างบ้านรุ่นพี่ ครอบครัวรู้ว่าเราไม่ใช่คนเหลวไหล เวลาที่ติดงาน ไม่ได้ไปทานข้าวด้วย เขาก็รู้ว่าทำงานจริง ๆ

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

Multiple Arms

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่คุณชอบที่สุด บทบาทนั้นคืออะไร

โห! อ่านข่าว นักร้อง พิธีกร นักแสดงละครเวที ตอบยากมากเลย เพราะทุกอย่างสนุกและมีเสน่ห์ในแบบของมัน ที่สำคัญคือได้เงิน แต่กระบวนการที่ชอบที่สุดขอเลือกการแสดงละครเวทีแล้วกัน

ในแง่งบ อาจต้องบอกว่าละครเวทีไม่ได้ตอบโจทย์ เพราะเป็นงานที่กินคิว ต้องเสียสละคิวให้คนอื่น ต้องรักสิ่งที่ทำมากถึงอยู่กับมันได้นาน แต่มวลมันอบอุ่น ถ้าเป็นภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ใช้คิวน้อยกว่า ต่างคนต่างมาเจอกันเฉพาะเวลาก็จบ แถมยังเหนื่อยกว่า เพราะโลเคชันเปลี่ยน ขณะที่การแสดงในโรงละคร เราวางแผนชีวิตได้

อีกอย่างคือมันขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งองค์กร 30 – 50 ชีวิต นักแสดง ผู้กำกับ ทีมเสียง ทีมแสง ทีมเอฟเฟกต์ ทีมเสื้อผ้า เรามีเกมบัดดี้ให้เล่น ทั้งหมดคือเรื่องของความสัมพันธ์ของคนเดิม ๆ ในที่เดิม ๆ ได้แชร์มุมมองชีวิต โดยเฉพาะละครในมหาวิทยาลัย ละครนิเทศ

ในวัย 34 คุณมองเรื่องความสัมพันธ์อย่างไรบ้าง

บางทีเราสังเกตว่า ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เหนื่อยและวุ่นวายกับชีวิตเหมือนกัน แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ด้วยหน้าที่การงานต้องไปเจอผู้คน เราทิ้งความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ไม่ใช่สิ่งที่กระทบการทำงานและจิตใจ วัยนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการมากกว่า

นอกจากการเป็นนักแสดงละครเวที มีบทบาทไหนที่ยังไม่ได้ทำ แต่อยากทำไหม

นั่นสิ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรบ้างนะ (ทำท่าคิด) อาจจะเป็นเบื้องหลัง กำกับ หรือโปรดิวเซอร์ คิดว่าถ้าให้ทำก็ทำได้ แต่ยังไม่ถึงเวลา อนาคตอาจจะมีจังหวะเวลาที่เหมาะสม 

น้องมาเจอตอนที่พี่ไฟแรงเรื่องการเข้าวัดพอดี พี่ก็จะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้นะ (หัวเราะ) ภาพพี่อีก 5 ปีอาจไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ น่าจะเปลี่ยนไปแล้ว

แล้วจากที่เข้าวงการมา 13 ปี อาร์ม กรกันต์ เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการมองชีวิต

ก็เปลี่ยนตามสิ่งรอบตัวที่หล่อหลอมเราขึ้นมา แต่สิ่งที่ อาร์ม กรกันต์ ยังเหมือนเดิมคือความใจดี สิ่งที่เพิ่มมาตามวัยคือกิจกรรม งาน วัด เพื่อน แมว

ส่วนมุมมองชีวิต คำถามที่ว่าชีวิตคืออะไรเป็นสิ่งที่ ครูป๋อม-ไศลทิพย์ จารุภูมิ อาจารย์คณะนิเทศเคยถามผมและเพื่อนเพื่อดูว่าเด็กคนนี้เป็นอย่างไร 

คำตอบของผมในวันนั้นกับวันนี้ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ชีวิตคือการเรียนรู้เพื่อพัฒนา แต่เพิ่มเติมคือ เราเรียนรู้เพื่อปรับตัว เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก คำตอบเราธรรมดาไม่หวือหวาเลยเนอะ เราเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง เพราะอยากให้ใช้ได้จริง

ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว
ชีวิตที่ขอบคุณทุกคนของ อาร์ม กรกันต์ คนรักเพลงลูกกรุง แมว วัด และการตื่น 6.00 น. มาอ่านข่าว

คุณถือเป็นลูกชายคนหนึ่งของ Workpoint ออกรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซั่นที่ 1 ในฐานะหน้ากากระฆัง คุณคิดว่าความดังคืออะไร และคุณมองว่าตัวเองดังหรือยัง

โห! สำหรับผมความดังคือการที่เราเดินไปแล้วคนทักเราถูก ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองดังไหม โดนคัดออกตั้งแต่แรก ๆ ด้วย (หัวเราะ) แต่ช่วงเป็นหน้ากากระฆังคือช่วงที่พีกมาก มีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาด เคยชิมลางตอนไปทัวร์แบบไป-กลับช่วงนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสจริง ๆ เดินไปไหนคนก็เรียก แต่พอเวลาผ่านไป คนใหม่ขึ้นมามันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเรียกว่า โลกธรรม 8 เป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเลือกได้คุณอยากให้คนจดจำ อาร์ม กรกันต์ ในมุมไหน

แต่ก่อนคิดว่าคงตอบได้ ตอนนี้ผมว่า ไม่ต้องจำอาร์มหรอก แค่เรามีไมตรีต่อกันก็พอแล้ว ถ้าคนลืมเรา แปลว่าอาจจะไม่มีงานในวงการ แต่ถ้าพูดถึงอุดมคติ วันหนึ่งที่คนไม่รู้จัก อาร์ม กรกันต์ เลยมันจะมาถึงแน่นอน เพียงแต่ช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราเลยต้องเตรียมตัว จาก Someone เป็น No one เพราะมันคืออนิจจังของทุกคนที่สักวันต้องถูกลืม

ถ้าทำใจได้ตั้งแต่วันนี้ มันก็เคลียร์เลย เพียงแต่เรายังมีบทบาทหน้าที่ต้องทำ เพราะเรามีพ่อแม่ที่ต้องดูแล มีแมว 10 ตัวที่ค่าใช้จ่ายเยอะ มีบ้านที่ต้องผ่อน งานก็ต้องมีและต้องทำต่อไป

แต่เราไม่อยากให้คนมองเป็นสายบุญขนาดนั้นนะ เราไม่ได้ดีกว่าใคร ที่พูดไปเพราะแค่สนใจปรัชญาชีวิต เรื่องไม่ดีก็มีทำอยู่บ้าง โกหกสีขาว แกล้งแมวก็ยังทำอยู่ (หัวเราะ)

แล้วคุณอยากประสบความสำเร็จไหม ในด้านไหน

ง่าย ๆ เลย ขอให้ใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะเราใช้ชีวิตเกือบรายวัน หมายความว่าเตรียมตัววันนี้ เพื่อทำงานพรุ่งนี้ ประสบความสำเร็จให้ทำมาหากินพอเลี้ยงพ่อแม่และแมวได้ เพราะสิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือครอบครัว

คุณคิดว่าความความสำเร็จเกิดจากอะไรบ้าง

คนชอบบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเก่ง แต่ผมว่าต้องเฮงด้วย เพราะคนที่ตีระนาดเก่งกว่าผมมีเยอะ นักแสดง นักร้อง ผู้ประกาศข่าวหลายคนพูดได้เก่งกว่าผม ความเฮงเลยเป็นสิ่งที่คุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมความพร้อม เมื่อพร้อมและโอกาสมา จึงจะกลายเป็นความสำเร็จ แต่เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ได้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมงนะ เราก็มีวันที่ไม่พร้อม แต่พยายามทำให้ดีที่สุด

แล้วอาร์มอยากเฮงหรือเก่งมากกว่ากัน

อยากเก่งเยอะกว่า เพราะถ้าเฮงอย่างเดียวแล้วไม่เก่ง ยังไงก็แป๊ก เฮงในที่นี้ก็แค่ไม่อยากโชคร้าย แต่เราโชคดีอยู่แล้วที่เกิดมาในครอบครัวอบอุ่น สนับสนุนทุกอย่างที่อยากทำ โตขึ้นมาผมถึงรู้ว่า สิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือความโชคดีที่สุด

ถ้าวันนี้ต้องขอบคุณใครสักคน อาร์ม กรกันต์ อยากขอบคุณใคร

เยอะเลย พ่อแม่ที่อ้าแขนรับเราอย่างสุดหัวใจ ขอบ คุณครูเอก-จิระชัย กุลละวณิชย์ ที่สอนเรามากกว่าการสอนร้องเพลง ท่านสอนวิธีวางตัวในสังคม สอนวิธีคิด การวางแผนชีวิต ท่านแบ่งปันประสบการณ์ให้อาร์มเยอะมาก เป็นข้อคิดที่มีค่าทั้งหมด

ขอบคุณเพื่อน คนที่อยู่รอบข้าง เป็นไหล่ให้เราซบในเรื่องหนักและเรื่องเบา ผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส โดยเฉพาะใน Workpoint และทุกงาน มีความสุขทุกครั้งที่เขานึกถึงเราและทุกครั้งที่ได้ทำงาน

จากที่ฟังมา คุณไม่ขอบคุณตัวเองบ้างหรอ

นั่นคงเป็นเรื่องของตัวตน อาร์มมองว่าชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป เลยขอบคุณคนอื่นมากกว่า ถ้าเรายังอยากมีลมหายใจ เรายังอยากยืนอยู่ตรงนี้ ยังไงก็ต้องเดินต่ออยู่แล้ว

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

What Makes You, You?

ย้อนกลับไปวัยเด็ก ยังจำได้ไหมว่าอาชีพแรกที่คุณตอบครูว่าอยากทำคืออะไร

อยากเป็นวิศวกร แต่ไม่ได้อยากไปออกแบบหรือตรวจสอบอะไรเลย เราแค่ชอบคำนี้ เพราะเป็นคำศัพท์ภาษาไทยที่ออกเสียงแล้วดูเก่ง (หัวเราะ)

ต่อมาตอนที่อยากเข้านิเทศ จุฬาฯ มีภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน ของผู้กำกับไฟแรง 6 คน นั่นคือเหตุผลแรกที่อยากเข้าเรียน เพราะอยากเป็นผู้กำกับ ส่วนอีกเหตุผลคือ ไปดูละครนิเทศฯ แล้วอยากยืนอยู่บนนั้นบ้าง สังเกตว่าไม่ได้คิดถึงอาชีพในอนาคตเลย

แล้วอะไรคือเหตุผลที่อาชีพผู้กำกับไม่ได้ไปต่อ

เราลองเป็นเด็กฟิล์ม เรียนสาขาวิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง ตอนเรียนคิดว่ามันเหนื่อยจัง นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราทุ่มเทได้มากพอ แต่ก็เข้าภาค 2 ปีเต็ม ไม่ได้ย้ายสาย จบไปค่อยว่ากัน ก็คงจะทำงานเรื่องเพลงอยู่ดี เพราะตอนปี 3 ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีใหญ่ครั้งแรกคือ KPN Award Thailand Singing Contest 2009 ครั้งที่ 18 ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular Vote พอมีคนเริ่มรู้จัก ไปออกงาน มันได้เงิน เราคิดคงจะทำสิ่งนี้แหละ เลยยึดเป็นอาชีพมา

จากที่ผ่านคุณเหมือนยังไม่ได้มีความฝันที่ชัดเจน ตอนนี้มีความฝันหรือยัง

ก็เห็นเลขบ้างบางคืน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ตอนนี้ยังไม่มีเลย ฝันของผมคงเป็นการทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันไปเรื่อย ๆ เป็นการ Maintain

ส่วนการเติบโต ผมมองว่าเป็นโบนัส

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาสร้างชีวิตบ้างไหม

เราคิดว่าหลายส่วนประกอบกัน ความชอบในเรื่องนั้น ๆ โชคชะตาก็คงมี แต่ความขวนขวายเราก็มีเอง ฝึกระนาดใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี อย่างเรื่อง โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คิดว่าอันนี้เป็นโชคชะตาเหมือนกัน เพราะเขาแคสต์กันมาเยอะมาก เราเป็นคนสุดท้าย เพิ่งรู้ด้วยว่าตอนนั้นถึงขั้นผู้บริหารไปทาบทามให้ พี่หนึ่ง จักรวาล ฝึกระนาดแล้ว

ที่ได้ไป เพราะไปลงเรียนการแสดงกับครูเงาะ เพื่อนเราชื่อ ครูลูกแก้ว ขับรถมาส่งที่บ้านแล้วเล่าให้ฟัง เราหูผึ่งบอกไปเลยว่า เราตีระนาดได้นะ ขอไปแคสต์ได้ไหม เพื่อนยังไม่เชื่อเลย แต่เขาก็นัดให้ ปรากฏว่าได้

เห็นไหม เรามีความพร้อมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เริ่มจาก ป.4 แค่เล่นได้ แต่ยังประชันไม่ได้ กลายมาเป็นโอกาสให้เรา

คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเหรอ

เหนื่อยมาก แต่เรากลัวที่จะปล่อยมันไป เพราะโอกาสไม่ได้เข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็อยากลองกระโดดเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำกับมันดูว่ารอดไหม ส่วนตอนนี้อายุ 34 แล้ว ถ้าไม่รอดก็ต้องปล่อยมันไป เก็บแรงไปทำในสิ่งที่ดีกว่า หรือเก็บแรงไปพักผ่อน

แม้กระทั่งบางคนที่ชอบบอกให้เราเก่งขึ้นกว่าเมื่อวาน มันเหนื่อยนะเอาจริง รู้สึกว่าแค่ทำให้ผ่านไปได้ด้วยดีก็ดีแล้ว ถ้ามีเวลามากพอค่อยติดปีกให้ตัวเองไปต่อก็ได้ แต่ต้องมีเวลาให้ตัวเองด้วย นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายเรื่องงาน

ตอนนี้ใครนึกถึงอาร์มก็จะมีเสียงระนาดลอยมาด้วยทั้ง ๆ ที่คุณเรียนโรงเรียนคริสต์ คุณไปเริ่มจับระนาดได้อย่างไร

มันมาจากชาติปางก่อน (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ พอดีผมอยากโดดเรียนตอนประถม ก็เลยไปเข้าชมรมดนตรีไทย เราก็ยืนหนึ่งเล่นระนาดเอกประถมคนเดียวในโรงเรียน 2,000 คน ทุกคนแย่งเล่นบอล แต่ผมไม่เล่นกีฬาเลย 

เออทำไมนะ (นิ่งคิด) ถ้าไม่ถามนี่จำไม่ได้แล้วนะ เพราะเคยพลาดไปยืนตรงโกลด์ฟุตบอลขณะที่โค้ชกำลังสาธิตการยิงพอดี อัดเข้าเต็มท้อง ผมเลยเกรง ๆ ตั้งแต่นั้น

มีอะไรที่คุณคิดว่าตัวเองทำ และคนอื่นไม่ทำอีกไหม

ชอบถือหนังสือธรรมะตั้งแต่ประถม เพราะคิดว่าเท่ หนังสือท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านไม่รู้เรื่องแต่อยากอ่าน มีบางเล่มที่อ่านแล้วเข้าใจ นอกจากนี้ก็ชอบทำบุญ คิดโปรเจกต์เพื่อศาสนามาตั้งแต่เด็ก ๆ

แล้วเรื่องการร้องเพลง ก่อนประกวด KPN Award คุณไปฝึกร้องเพลงจากใคร

คุณพ่อ คุณแม่ คุณป้า ชอบถล่มร้านอาหารและยึดไมค์ร้องเพลง (หัวเราะ) เขาก็ร้องเพลงสุนทราภรณ์กัน เราเลยเรียนร้องเพลงจากสุนทราภรณ์ เพลงแรกที่ร้องคือ พรานทะเล ฟังวนและแกะตามต้นฉบับได้

เราฝึกร้องจากเพลงลูกกรุง เพราะคิดว่าเสียงมันเนิบดี แต่หารู้ไม่ว่าการผ่อนลมเนี่ยยาก กลายเป็นฝึกของยากก่อน พอมาร้องป๊อปเลยง่าย

ยังจำละครเวทีเรื่องแรกที่เล่นได้ไหม ถ้าย้อนเวลากลับไปเป็นผู้กำกับได้ คุณจะบอกอะไรกับเด็กคนนั้นบ้าง

จำได้สิ โตขึ้นผมจะขี่รุ้ง โรงเรียนของผมไปขอลิขสิทธิ์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ถ้าย้อนกลับไปก็คงจะบอกให้เล่นไปเถอะ เพราะเป็นเด็กมาก อยากให้เขาสนุกให้เต็มที่ แต่ถ้าเด็กคนนั้นมาแสดงตอนนี้ โรงละครพังเลยนะ ไม่มีพื้นฐานอะไรทั้งสิ้น

ปัจจุบัน คุณแสดงละครเวทีไปกี่เรื่องแล้ว

ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน โดยเพลงเอก ถือเป็นเรื่องที่ 10 ถ้านับละครที่คนดูต้องซื้อบัตรมาชม

เรยา เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องแรก แสดงคู่กับ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ส่วน โหมโรง เดอะ มิวสิคัล คือเรื่องที่ 3 

จากเรื่องที่เคยแคสต์มา คุณเคยอกหักตกรอบบ้างไหม

เคย มีเรื่องหนึ่งไปแคสต์มา 3 เดือน ยังไม่ได้แสดงนะ ทั้งซ้อมและท่องบทพูดบางส่วนมาแล้ว เป็นเรื่องในโรงใหญ่ ผู้กำกับมาจากอังกฤษ เวลาเราทำอะไร เขาจะเป็นคนตรวจการบ้าน เพราะฉะนั้นจะเป็นมาตรฐานเดียวกับที่อังกฤษ เรื่องนี้สร้างความหวังให้เราเยอะมาก เพราะเข้าไปแคสต์ 5 ตัวละคร คิดในใจว่าต้องได้สักตัว แต่ปรากฏว่า 3 เดือนไม่ได้เลยสักบท ก็อกหักไป แต่หลังจากนั้นก็ได้ไปเล่นเรื่อง เรยาฯ พอดี

อกหักครั้งนั้นคุ้มค่าไหม

การอกหักครั้งนั้นสอนเราเยอะมาก ทั้งเรื่องการร้อง เล่น วินัย กระบวนการการทำละครในมาตรฐานสากล เป็นการอกหักที่คุ้มค่า

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ปัจจุบัน ดูคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยซื้อบัตรชมละครเวทีกันแล้ว คุณคิดอย่างไร หรือต้องเป็นละครเพลงเท่านั้นถึงจะมีคนชม

คิดว่าคนแค่ยังกลัวโควิด-19 อยู่ กับเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะบัตรดูละครเวทีราคาไม่เหมือนดูหนัง คนต้องตั้งใจออกจากบ้าน แต่มันเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูงเพื่อมอบความพึงพอใจที่ไม่เหมือนสื่ออื่น บางเรื่องมีอุดมการณ์สอดแทรก บางเรื่องเหมือนพาเราย้อนเวลากลับไปหาสิ่งที่ปัจจุบันคิดถึง

เมืองไทยเราอาจจะชินกับการแสดงละครเวทีที่ต้องมีการร้องเพลง แต่ของอเมริกา อังกฤษ ต่างประเทศเขามีละครพูดเยอะมาก อย่างของไทย เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา ของ พี่บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก็เป็นละครพูดที่เราชอบมากเหมือนกัน

ในฐานะนักแสดงละครเวทีอาชีพ คุณคิดว่าการเป็นนักแสดงที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีวินัย เสียสละคิวให้คนอื่น เพราะเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว ต้องเล่นให้ทีมแสง Blocking เล่นให้ผู้กำกับดู วินัยสำคัญมาก เพราะขับเคลื่อนทั้งองค์กร และต้องเป็นคนที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามมีให้ครบ แม้บางวันจะพร่องไปบ้าง

ละครเวทีสุนทราภรณ์ ได้ Restage อีกครั้งหนึ่ง บุคคลในตำนานและเพลงที่ถูกเรียกว่า ‘เพลงเก่า’ ให้พลังกับคุณที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง

เรียกว่าให้พลังซึ่งกันและกันดีกว่า นี่เป็นเรื่องแรกที่เราจับมือทีมงานทุกคนเพื่อรวมพลังก่อนแสดง แล้วเรารู้สึกว่ากำลังจะเปลี่ยนชีวิตใครบางคน เพราะสื่อบันเทิงของคนรุ่นพ่อแม่ที่จิ้มถึงใจเขามีน้อยมาก เพลงที่เขาฟังตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วกลับมาฟังจนมีกำลังวังชามันแทบไม่มี 

เรามีความสุขที่ได้ออกไปแสดง เพราะรู้ว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก พอจบการแสดง คนทั้งโรงละคร ผู้ใหญ่ที่นั่งรถเข็นมา มีไม้เท้ามาเป็นขาที่สาม คนที่จับมือลูกหลานมา เขาลุกขึ้นเต้นและยิ้ม กลับไปเรารู้ว่าเขาไม่จบแน่นอน เขาจะเอาเพลงที่ฟังไปคุยกับเพื่อน เพลงนั้นของศรีสุดา เพลงนี้ร้องตอนวันลอยกระทง เธอจำเรื่องในวันนั้นได้ไหม มันคือการจุดประกายความสุขต่อ

ทุกครั้งที่จะออกไปแสดง ผู้กำกับบอกเสมอว่า ลองหาเป้าหมายดู ละครสักเรื่องอาจทำให้คนที่อยากทำร้ายตัวเองชั่งใจคิด บางคนอาจมีความกล้าในการเผชิญสิ่งที่หวาดกลัว หรือเขาอาจกล้าที่จะบอกรักใครสักคน มันมีประโยชน์แน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เช่นเดียวกับงานอื่น ๆ ในตอนนี้และในอนาคต ตราบใดที่คนยังเห็นว่าเราทำอะไรสักอย่างได้ เราก็จะคว้าโอกาสต่อไปและทำให้ดีเสมอ

อ้อ! อุปสรรคเดียวคือ เวลา เพราะเรามีเวลาจำกัดและต้องนอนครับ

เข้าโรงละคร มาตกตะกอนแต่ละบทบาทชีวิตของ ‘อาร์ม กรกันต์’ นักร้อง นักแสดง ผู้ประกาศข่าว คนรักวัด และทาสแมว 10 ตัว

ขอบคุณสถานที่

โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 (แผนที่)

เว็บไซต์ : siampicganesha

Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load