เราไม่อาจรับรู้ได้เลยว่า ผู้คนมากหน้าหลายตาที่เพิ่งยื่นมือรับกุญแจ และเดินเข้าไปพักผ่อนภายในห้องพักของโรงแรมนั้นเป็นใคร มาจากไหน สิ่งเดียวที่เราสังเกตได้คือสีหน้าท่าทางของพวกเขาขณะกำลังถูกต้อนรับ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูของห้องนั้นถูกไข มันก็ไม่ต่างอะไรจากการแยกตัวออกไปเป็นส่วนตัว การกระทำทุกอย่างถูกปิดตายอยู่ภายในห้อง มีเพียงผู้รู้เห็นเรื่องลึกลับภายในนั้นเพียงผู้เดียว นั่นคือ โรงแรม 

เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์สไตล์ฟิล์มนัวร์ (Film Noir) ที่คับคั่งไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาอย่างไม่อาจคาดเดาบุคลิกได้ สีเทาอันหม่นหมองภายในภาพยนตร์ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างสีขาวกับดำ ไม่เพียงเป็นตัวตั้งค่าบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจของเรื่องราว แต่ยังเป็นสีประจำนิสัยของเหล่าตัวละครสีเทาที่ไม่มีใครดีเลวอย่างแท้จริง ทุกคนต่างตกเป็นเหยื่อให้กับสีเทาอันสว่างไสวที่มีเงาตกกระทบอันดำมืดกว่าทุกสิ่งอย่าง ‘Hotel Noir’ ของ ตุ้ย-เจด็จ ศาสตร์ขำ เองก็เช่นกัน 

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

ผู้คนในห้องพักจำนวน 8 ห้อง ของตึก 3 ชั้นที่หันหน้าเข้าหากันนั้นเป็นใคร มาจากไหน เราไม่มีทางรู้ สิ่งเดียวที่รู้คือ โรงแรมแห่งนี้กักเก็บความลึกลับของเหล่าแขกผู้มาเยือนเอาไว้อย่างหนาแน่น และแผ่ออกมาผ่านบรรยากาศที่คงยากจะหาที่ไหนมาเปรียบเทียบ นอกเสียจากภาพยนตร์เรื่อง Rear Window (1954) ของ อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและดลใจให้ตุ้ยสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา แต่ก็เป็นการน่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่เคยได้มีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะฉะนั้น จึงขอมอบหน้าที่การบอกเล่าทั้งหมดให้กับตุ้ย ถึงความเป็นโรงแรมที่มีพื้นฐานอยู่บนฟิล์มนัวร์อย่างน่าสนใจ

Draft Script and Screenplay

“เวลาเราทำโรงแรม มีคนเข้ามามากมาย เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วโรงแรมก็เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างลับ มันเหมือนกับคนในฟิล์มนัวร์ เลยคิดคอนเซ็ปต์ให้ตรงกับเรื่องราวพวกนี้ ทุกคนอาจจะมีเรื่องของตัวเองซ่อนอยู่ มันเป็นความคิดสนุก ๆ ในการเริ่มต้นครับ” คอนั่งฟิล์มนัวร์เปรยกับเราถึงต้นความคิด

นั่นคือคำบอกเล่าของตุ้ยผู้เป็นเจ้าของและผู้ออกแบบโรงแรมแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว เขาคือชายผู้หลงเสน่ห์ฟิล์มนัวร์เข้าอย่างเต็มเปา เราพอจะสังเกตได้จากการตั้งชื่อโรงแรมตามสไตล์หนังอันแสนมืดหม่นที่ไม่อาจรู้ได้ตั้งแต่แรกพบว่า ตัวละครไหนเป็นคนดี ตัวละครไหนเป็นคนเลว 

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

เช่นเดียวกับการทำโรงแรมของตุ้ย เขาเองก็ไม่รู้ว่าแขกของเขานั้นเป็นใครมาจากไหน ทุกคนต่างมีความลึกลับเป็นเครื่องแต่งกายติดตัวเหมือนกันทุกคน พร้อมด้วยหน้ากากความเป็นแขกที่มีสีหน้าเหมือนกันหมด ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกปลดเปลื้องออกเมื่อเข้าสู่ห้องพัก ตุ้ยนำแนวคิดและความชอบดังกล่าวมาผสมผสานเข้าด้วยกัน บรรยากาศอันน่าพิศวงของมนุษย์ที่มีโรงแรมเป็นที่ตั้ง และความชอบหนังฟิล์มนัวร์ตั้งแต่สมัยที่ยังไปหาซื้อแผ่นจากห้างฟอร์จูนทาวน์ กรุงเทพฯ ก็ดูจะฝังลึกเข้าไปในสมองส่วนความทรงจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน หากหนังเรื่อง Rear Window คือหนึ่งในหลักใหญ่สำคัญของการสร้างสถานที่นี้ขึ้นมา พี่ชายของเขาเองก็มีอิทธิพลไม่น้อยไปกว่ากัน ถ้าจะบอกให้ถูกต้องตามข้อมูล สิ่งนั้นคงเป็น Guest House ชื่อ บ้านเสลา ที่เคยตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีพี่ชายของเขาเป็นเจ้าของ

เปรียบเสมือนครู สอนให้เขาครูพักลักจำผ่านการซึมซับบรรยากาศ ณ ที่แห่งนั้น

“เมื่อก่อนพื้นที่ย่านนิมมานฯ ยังไม่เจริญเท่าวันนี้ พี่ชายเราเปิดเกสต์เฮาส์ชื่อ บ้านเสลา เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนนั้นเรายังเด็ก วิ่งเล่นอยู่ที่เกสต์เฮาส์ แล้วมีความรู้สึกว่า เออ เราชอบ ชอบอยู่กับลูกค้า ชอบเจอฝรั่ง ชอบเจอผู้คนมากมาย นั่นเป็นสิ่งที่เราซึบซับจากเกสต์เฮาส์มาตลอด”

ด้วยความบังเอิญหรืออย่างไร ที่ดินเปล่าซึ่งติดกับบ้านของเขาประกาศขาย แม้ราคาแรง แต่ด้วยความคิดที่ว่า “ตรงนี้ต้องเป็นของเรา” ยิ่งผลักดันให้เขาอยากได้สิ่งนั้นไม่แพ้ไปกว่าเหล่าตัวละครในหนังฟิล์มนัวร์ที่ต้องการได้ผลประโยชน์ แม้จะเป็นความเสี่ยงราคาแพงก็ตาม

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

อีกมุมหนึ่ง คงเป็นเรื่องแกมบังคับที่เขาต้องซื้อ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกันแบบเชื่อมถึงในปัจจุบัน หากมีผู้อื่นมาซื้อแล้วกลายเป็นสถานบันเทิง เรื่องวุ่นวายอาจถูกยกระดับจากการอยู่อาศัยของแขกในโรงแรมกลายเป็นความลำบากในการอยู่อาศัยของตนเอง ท้ายที่สุด เขาจึงครอบครองที่ดินตรงนี้พร้อมด้วยความคิดตั้งต้นว่า “ต้องทำเป็นโรงแรม” ภายใต้งบจำกัด ไม่มีลิฟต์ ไม่มีสระว่ายน้ำ แต่เขาชอบดูหนังเป็นทุนเดิม และมีความรู้ด้านออกแบบ/ตกแต่งภายใน เป็นปริญญาตรีใบที่ 2 จากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเป็นทุนหลักติดตัว การสร้างโรงแรมแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีพื้นฐานอยู่บนความชอบของตัวเอง ความสุขของลูกค้า และบรรยากาศความลึกลับของโรงแรมที่โชยไปด้วยกลิ่นของฟิล์มนัวร์

“ผมคิดว่าถ้าสิ่งที่ชอบมาใส่ในงาน มันจะสนุกกับการบริหาร ก็เลยติดมาตั้งแต่แรก คิดว่าถ้าเราชอบอะไรแล้วทำควบคู่กัน มันจะไปได้เรื่อย ๆ เราก็อิ่มเอิบใจ ถ้าเจอคนที่จูนตรงกัน” 

Storyboard and Production

“ธีมการออกแบบเป็นของฮิตช์ค็อก เรื่อง Rear Window เป็นฆาตกรรมที่มองเห็นกันสองฝ่าย เห็นฆาตกรรมผ่านหน้าต่างตัวเองไปอีกฝั่งหนึ่ง ผมออกแบบให้มีคอร์ตตรงกลาง ห้องนี้จะมองเห็นอีกฝั่งหนึ่ง” ตามที่กล่าวไปข้างต้น ตุ้ยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แบบสุดลิ่มประตู การมองเห็นการฆาตกรรมจากหน้าต่างฝั่งตรงข้ามแลดูจะเป็นความลึกลับ เขย่าขวัญ และพิศวง จนเขาเองยังอดใจไม่ได้ที่จะนำมาเป็นจุดขายหลักของตัวอาคาร ซึ่งมีเขาเป็นผู้ออกแบบแต่เพียงผู้เดียว

มันดูไปได้ดีกับขนาดพื้นที่ที่จำกัด การสร้างตึกที่หน้าต่างหันหน้าชนกัน มีพื้นที่ตรงกลางเป็นช่องว่าง มีต้นไม้ใหญ่ขนานไปกับตึก ยิ่งช่วยบดบังการเข้าถึงของแสงอาทิตย์ ส่งผลให้บรรยากาศของอาคารที่ต้องพึ่งแสงไฟสลัว ๆ อันน้อยนิด ยิ่งสร้างเสริมบรรยากาศได้ตามชื่อนัวร์แบบไม่ขาดตกบกพร่อง

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

แม้ว่าหลายครั้งหลายคราวลูกค้ามักไม่รู้ตัว ว่ามองเห็นฝั่งตรงข้ามของตนได้ผ่านผ้าม่านและมู่ลี่ที่กั้นไว้ ซึ่งคงถือเป็นโชคดีของแขกที่ไม่ต้องตกกระไดพลอยโจนไปกับเหตุการณ์อันแสนลึกลับของห้องฝั่งตรงข้าม ที่อาจทำให้ปวดขมับได้เมื่อต้องรับรู้อย่างไม่ตั้งใจ 

ส่วนสไตล์ของตึก ตุ้ยแทบจะยกตึกอิฐที่เห็นได้ตามมหานครนิวยอร์กมาตั้งเอาไว้ที่เชียงใหม่อย่างไรอย่างนั้น เพราะเคยติดสอยห้อยตามพี่ชายไปอยู่ที่เขตบรูกลินในสมัยวัยเรียน ผนวกเข้ากับการตกแต่งสไตล์ยุโรปที่ติดตามาจากสถาปัตยกรรมในภาพยนตร์อีโรติกสัญชาติฝรั่งเศสหลาย ๆ เรื่องที่ตุ้ยชอบดูไม่แพ้ฟิล์มนัวร์ ก็ค่อย ๆ ขัดเกลารสนิยมของเขา จนแสดงออกผ่านการออกแบบให้กลายเป็นตึกหลังงามหลังนี้

“Noir เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ดำ ๆ มืด ๆ ดาร์ก ๆ ฝ้าออกแนวฝรั่งเศสนิดหนึ่ง กระเบื้องก็เรียงเป็นลายฝรั่งเศส ท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายอากาศก็ออกยุโรปนิด ๆ โดยรวมจะมีความฝรั่งเศสปนมาด้วย”

ทว่าการก่อสร้างย่อมไม่ราบรื่น เมื่อต้องนำตึกจากนครมหานครนิวยอร์กมาตั้งไว้ในซอยนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่ และตุ้ยยังเลือกใช้เป็นอิฐปั้นมือที่มีรูปทรงไม่ค่อยสมมาตร แต่ก็เป็นเสน่ห์ พ่วงมาด้วยปัญหาที่เกิดจากผู้รับเหมาที่มีความเคยชินกับการฉาบปูนให้เรียบเนียนสวยงาม ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของเขา จนต้องยืนคุมแบบไม่ให้คลาดสายตา

“ฉาบปูนแบบยุโรปไม่ต้องเรียบก็ได้ อิฐไม่ต้องเรียงเป็นลายอิฐเป๊ะก็ได้ ผู้รับเหมาเขาอาจจะติดความเพอร์เฟกต์ แต่เราบอกว่าไม่ต้องการแบบเพอร์เฟกต์ ก็ต้องยืนคุมช่างก่อเวลาก่ออิฐทุกก้อน”

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

ผลจากการมีวิชาด้านการตกแต่งและออกแบบภายในมาโดยตรง เขาจึงย่อมรู้ดีกว่าใครว่า วัสดุแบบไหนจะส่งผลดีกับโรงแรม ขณะเดียวกันก็ส่งผลดีกับลูกค้าด้วย ซึ่งสิ่งนั้นคือ สัจจะวัสดุ (การแสดงถึงเนื้อแท้ ที่เป็นการโชว์พื้นผิวของวัสดุโดยไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาปิดทับ)

เขาอธิบายเพิ่มเติมเอาไว้ว่า “สัจจะก็หมือนเนื้อแท้ของวัสดุ ปูนจริง ๆ อิฐจริง ๆ หินจริง ๆ พยายามหลีกเลี่ยงวัสดุสังเคราะห์ทั้งหลาย เราใช้ไม้จริง ๆ เหล็กจริง ๆ มันค่อนข้างเป็นสัจจะ” 

กระนั้นเองตุ้ยก็เสริมว่า ทุกอย่างต้องมีตรงกลางตามความเหมาะสม สัจจะวัสดุอาจไม่เหมาะสมกับทุกพื้นที่ในโรงแรม อาจต้องมีวัสดุเทียมเข้ามาปะปนเพื่อการดูแลรักษาตามการใช้งาน โดยเฉพาะในห้องพัก ถ้าหากนำไม้จริง ๆ ไปปูพื้นในห้องที่ลูกค้าอาจทำน้ำหกใส่ หรือกระเป๋าลากจนกระทบกระเทือน ความยากในการดูแลรักษา ความเสียหายและความถี่ในการเปลี่ยนวัสดุ เห็นจะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย นำไปลงแรงกับตรงอื่นได้จะดีกว่า เพราะฉะนั้นวัสดุสังเคราะห์จึงเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จำนวนห้องมีทั้งหมด 8 ห้อง ชั้น 2 และชั้น 3 ชั้นละ 4 ห้อง โดยมีห้อง Deluxe 7 ห้อง และห้อง Executive 1 ห้อง พร้อมกับการตกแต่งห้องที่มีคอนเซ็ปต์ชัดเจนตายตัวเลยว่า 

“ห้องของเราจะต้องมีลักษณะคล้ายโฮมเธียร์เตอร์”

นั่นคือสิ่งที่ตุ้ยบอกทันทีเมื่อพูดถึงห้องพัก การจัดวางทีวีให้ตรงกับเตียงหรือโซฟา หากเป็นห้อง Executive และยังเอาโต๊ะออกไปจากห้องทั้งหมด เพื่อให้แขกได้พักผ่อนจริง ๆ เหมือนเป็นการแปะป้าย Do not work in here แบบอ้อม ๆ

“เราจัดห้องให้เป็นสตูดิโอโฮมเธียร์เตอร์ มีม่านปิดหน้าประตูให้ มีไฟ Low Light เหมือนในโรงหนัง ถ้าดูหนังอยู่แล้วปิดไฟ ก็มีไฟ Low Light ด้านใต้ให้ เราเลียนแบบโรงหนังไว้ในห้องนอนเลยครับ”

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

แต่ถ้าหากแขกคนไหนต้องการโต๊ะทำงาน ทางโรงแรมมีห้อง Common ให้บริการอยู่ที่ชั้น 1 เพราะถึงเขาจะหลงเสน่ห์ในฟิล์มนัวร์แค่ไหน แต่ความสะดวกสบายของแขกต้องไม่ถูกลืม

“อ่างล้างหน้าก็จะใช้แบบยุค 80 90 ที่มันลอยตัว เราไม่ได้ใส่เคาน์เตอร์แบบสวย ๆ เหมือนสมัยใหม่ แต่เรามีความโมเดิร์นเข้ามา เช่น มีน้ำร้อน มี Touch Switch ที่หัวเตียง เหมือนเป็นการมิกซ์กันระหว่างใหม่กับเก่า คิดว่าน่าจะเป็นเสน่ห์ในห้องพักของเราด้วย”

กองเซ็นเซอร์

สำหรับตุ้ยแล้ว ส่วนที่ยากที่สุดในการออกแบบเห็นจะไม่ใช่การพยายามให้ตรงใจกับความชอบของตนเองหรือเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้มากที่สุด แต่เป็นการออกแบบเพื่อให้ผ่านกองเซ็นเซอร์ที่มีชื่อว่า ‘เทศบาล’ เสียมากกว่า เพราะด้วยกฎการจัดเรตของเทศบาลที่เยอะและยาก จนกว่า Hotel Noir จะสมบูรณ์ดีก็แก้แบบกันไปนักต่อนักเป็นเวลากว่า 1 ปี และใช้พื้นที่ของตัวเองไม่ได้ครบถ้วน 100% ด้วยข้อบังคับของเทศบาลที่บอกว่า คุณต้องมีพื้นที่โล่งสีเขียว 40% แต่ละชั้นห้ามมีความสูงเกินจากที่กำหนดไว้

การซ่อนแอร์ กรีดคาน ระยะข้างเคียง และระยะเปิดหน้าต่าง ถึงแม้ในตอนนี้อาจกลายเป็นเรื่องติดตลกระหว่างเล่าให้ฟังสำหรับตุ้ยไปแล้ว แต่เชื่อเลยว่า ในช่วงเวลานั้นคงน่าปวดหัวไม่น้อย ทั้งกับการถูกจำกัดตึกให้เหลือเพียงแค่ 3 ชั้น และการถูกจำกัดพื้นที่จนเหลือเพียงแค่ 60% จากทั้งหมด

“เหมือนเทศบาลมาช่วยออกแบบ คล้ายคนทำหนังที่มีกองเซ็นเซอร์มาคุม” เขาหัวเราะ

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

Spoiler Alert!

อันที่จริงแล้ว Hotel Noir เป็นโรงแรมที่เต็มไปด้วยความลับ ซึ่งเกิดจากความสนุกระหว่างออกแบบของตุ้ยไม่มากก็น้อย โดยสิ่งที่เขาดูสนุกสนานและเล่นใหญ่กับมันที่สุด คือ หน้าต่างฝ้าที่จะทำให้เห็นเงาคนในห้องน้ำแบบในภาพยนตร์เรื่อง Psycho (1960) ของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก

“มีห้องน้ำอยู่ห้องหนึ่ง เป็นห้องเดี่ยว เราอยากสนุก งั้นเจาะตรงนี้แล้วกัน ติดกระจกฝ้ามันก็จะเห็นเงา (ฮา) คนอาบน้ำ ก็เลยต้องใส่ม่านปิด ออกแบบไปด้วยสนุกไปด้วย เพราะออกแบบเอง”

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่

แต่คงจะอีโรติกเกินไปหากแขกต้องมาอาบน้ำโชว์เรือนร่างผ่านกระจกฝ้า เขาจึงไม่ลืมที่จะติดมู่ลี่สำหรับปกปิดและป้องกันความเป็นส่วนตัวเอาไว้ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของแขก

อีกอย่างหนึ่งคือ ตู้เซฟที่เขาซ่อนไว้ตามที่ต่าง ๆ ในห้อง แล้วแต่ว่าแขกจะหาเจอหรือไม่ ซึ่งข้างในก็ไม่ได้มีอะไรแม้จะหาเจอก็ตาม ทว่าสิ่งที่เป็นความลับและเรื่องราวกลับใหญ่โตที่สุดเห็นจะเป็นรีโมตทีวีที่ซ่อนอยู่ในหนังสือ และก็อาจจะซ่อนเนียนไปสักหน่อย จนบางครั้งลูกค้าก็หาไม่เจอ

“เรื่องรีโมต หลัง ๆ เราต้องไกด์ลูกค้า เพราะลูกค้าเคยโวยวาย เฮ้ย ทำไมไม่มีรีโมตให้ หาไม่เจอ จนเช็กเอาต์ออกไปก็ยังหาไม่เจอ ก็เลยต้องไกด์บอก เคยโดนลงคอมเมนต์ Agoda ซะเละเลย”

Hotel Noir โรงแรมคอนเซ็ปต์ Film Noir ที่ยกอาคารอิฐสไตล์นิวยอร์กมาไว้ที่นิมมานฯ เชียงใหม่
เบื้องหลัง แรงบันดาลใจ และความนึกสนุกของการออกแบบ ‘Hotel Noir’ โรงแรมนัวร์ ๆ คอนเซ็ปต์จัดย่านนิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่

ห้องน้ำเองก็มีลูกเล่นให้หวือหวากันเล็กน้อยกับประตูที่เนียนไปกับกำแพง จึงจำเป็นต้องผลักประตูเข้าไปอีกทีหนึ่งเพื่อพบกับอ่างอาบน้ำและห้องฝักบัว ในแง่หนึ่งมันก็เป็นแนวทางการบริหารพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งลูกเล่นที่ทั้งเวิร์กและไม่เวิร์ก แต่อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้การทำงานของเขาระหว่างออกแบบสถานที่แห่งนี้เจือปนไปด้วยความสนุก และหวังว่าเหล่าแขกผู้แบกความลึกลับเข้ามาในโรงแรม จะรู้สึกประทับใจในความลึกลับที่มอบกลับคืนให้เช่นกัน

Neo-Noir Era

สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจของ Hotel Noir คือการบริการ เพราะถึงแม้ตัวเองจะมีคาแรกเตอร์จัดขนาดไหนก็ตาม แต่ทุกอย่างยืดหยุ่นได้เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เช่น หากมีลูกค้ารู้สึกกลัวบรรยากาศมืดสลัว ๆ ทางโรงแรมยินดีและพร้อมจัดเตรียมโคมไฟให้เพื่อเพิ่มความอุ่นใจ ตุ้ยมองว่าความยืดหยุ่นนี้ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการบริการ พร้อม ๆ กันนั้นก็เป็นการเรียนรู้ถึงข้อด้อยของโรงแรมตัวเองไปด้วย 

ถ้ามีลูกค้าขอหมอนข้าง เขาก็ยินดีจะหาและจัดเตรียมให้ในทันที

ซึ่งความยืดหยุ่นนี้เอง ชวนให้เรารู้สึกว่า Hotel Noir ไม่ต่างอะไรจากหนังในยุค Neo-Noir สักเท่าไหร่ ความยืดหยุ่นที่มากขึ้นกว่ายุคสมัยก่อน ที่แต่เดิมจะว่าด้วยเรื่องของอาชญากรรมและด้านมืดในจิตใจผู้คน แต่นีโอนัวร์เสริมความยืดหยุ่นและเข้าร่วมกับหนังแนวอื่น ๆ หรือประเทศอื่น ๆ ให้ออกมาเป็นแนวทางที่ร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ได้ตายจากไปตามกาลเวลา

เบื้องหลัง แรงบันดาลใจ และความนึกสนุกของการออกแบบ ‘Hotel Noir’ โรงแรมนัวร์ ๆ คอนเซ็ปต์จัดย่านนิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างจากงานบริการของโรงแรมเป็นสิ่งที่ตุ้ยซึมซับมาจากเกสต์เฮาส์ของพี่ชาย การดูแลแขกคือสิ่งที่โรงแรมแห่งนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เปรียบแขกเสมือนกับญาติของตน ไม่เก็บเงินประกันความเสียหาย หากมีปัญหาอะไร คุยกันได้เสมอ แม้แต่ของหายก็ต้องได้คืน

แม้บรรยากาศอันลึกลับของ Hotel Noir จะจัดจ้านในความเป็นตัวของตัวเองขนาดไหน แต่การเป็นโรงแรมที่ดี คือการสร้างความสะดวกสบายให้แก่แขกผู้มาพักอย่างถึงที่สุด ซึ่งตุ้ยก็ให้ความสำคัญกับจุดนั้นไม่แพ้ไปกว่าบุคลิกของโรงแรมที่เขาปลุกปั้นสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ

เบื้องหลัง แรงบันดาลใจ และความนึกสนุกของการออกแบบ ‘Hotel Noir’ โรงแรมนัวร์ ๆ คอนเซ็ปต์จัดย่านนิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่

Hotel Noir

ที่ตั้ง : 5 8 ถนนนิมมานเหมินท์ ตำบลสุเทพ อำเอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 4351 7007

Facebook : Hotel Noir  

 

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load