3.5 ล้านคน คือจำนวนผู้ใช้งาน LINE WEBTOON THAILAND ต่อเดือน และจำนวนส่วนใหญ่ในนั้นคือชาว Gen-Z ใครว่าคนไทยไม่ใช่นักอ่าน คงต้องพิจารณาข้อมูลชุดนี้ใหม่ เพราะเมืองไทยคือหนึ่งในหัวเมืองหลักในอาเซียน ที่ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลกอย่าง WEBTOON ลงหลักปักฐาน 

นอกจากเสิร์ฟคอนเทนต์แปลจากทั่วโลก เว็บตูนยังผลักดันการสร้างออริจินัลคอนเทนต์และครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ชาวไทยไม่หยุดหย่อน บางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาต่างชาติ ต่อยอดเป็นซีรีส์ หรือนำไปสู่โปรเจกต์สร้างสรรค์ต่าง ๆ มากมาย 

“ปฏิวัติวงการการ์ตูน” Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business คุณ Hana Cha นิยามสิ่งที่เว็บตูนทำ จนกลายเป็น Storytech Platform เบอร์ต้นของโลก การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เกิดจากการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงและแฟนด้อมมหาศาล

จากที่เคยติดการ์ตูนเล่มงอมแงมจนรอวันขายเล่มใหม่สมัยเด็ก ๆ ผู้เขียนยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลายล้านคน ที่ใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่การ์ตูนที่เรากดติดตามไว้จะออกตอนใหม่ จากที่เคยพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า บัดนี้เปลี่ยนเป็นปัดเลื่อนดูหน้าจอที่ยาวไร้สิ้นสุด 

เพื่อไขข้อข้องใจถึงเบื้องหลังการสร้างมัลติเวิร์สแห่งจินตนาการของคนทั่วโลก เรานั่งคุยกับผู้บริหารชาวเกาหลี เพื่อเจาะลึกการบริหาร การทำงาน และความสำเร็จของแพลตฟอร์มนี้อย่างลึกซึ้ง

Swipe Down แล้วอ่านยาว ๆ ไปพร้อมกันได้เลย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

ก่อนหน้าดูแลทั้ง Eurasia คุณเคยปักหลักที่เมืองไทยมาก่อน ตอนนี้วงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเมืองไทยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

LINE WEBTOON เริ่มต้นในปี 2014 ซึ่งตอนนั้นเราไม่มีคู่แข่งเลย ตอนนั้นไม่มี Netflix ไม่มี Disney+ Hotstar ไม่มี TikTok คนยังใช้คอมพิวเตอร์ PC และนั่งดูโทรทัศน์กับพ่อแม่ แต่ตอนนี้มีแพลตฟอร์มมากมายที่แย่งชิงเวลาของผู้บริโภค ความท้าทายของตอนนั้นไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการหาวิธีว่าทำอย่างไรผู้บริโภคถึงจะมาเสพคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งมันยากมากที่จะหาแรงจูงใจให้ผู้อ่านสนใจเรา มือถือยุคนั้นก็หน้าจอเล็กนิดเดียว อ่านการ์ตูนลำบาก 

ขณะเดียวกัน การหาครีเอเตอร์ที่เข้าใจการวาดเว็บตูนก็ยากพอ ๆ กัน ครีเอเตอร์ในตอนนั้นไม่ค่อยถนัดการวาดการ์ตูนสีทั้งเรื่อง พวกเขาถนัดการวาดในช่องสี่เหลี่ยมแบบหนังสือการ์ตูน เราต้องสอนเขาให้เข้าใจการสร้างเว็บตูน แถมตอนนั้นตลาดมีความเชื่อว่าการ์ตูนไม่ใช่สิ่งทำเงินอีกต่อไปแล้ว ช่วงแรก ๆ จึงหาครีเอเตอร์หน้าใหม่ในวงการก็ยาก แต่หลังจากความสำเร็จของเว็บตูนและการเติบโตในระดับสากล คนก็เริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมอง หลายคนเริ่มต้นจากการวาดการ์ตูนเป็นงานเสริม แต่พอได้รายได้สม่ำเสมอเพียงพอจากการวาดการ์ตูน จนลาออกมาเป็นครีเอเตอร์เต็มตัว ก็พยายามสร้างงานที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ แฟนด้อมก็ค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นเช่นกัน 

อุปสรรคในช่วงแรก ๆ เปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ ทุกคนมีมือถือทัชสกรีนหน้าจอใหญ่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะเสพเนื้อหาดิจิทัล คู่แข่งใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมาก คอนเทนต์มีให้เสพมากมายตลอดเวลา 

ในสงครามแย่งชิงดวงตาผู้บริโภค คุณสู้กับคู่แข่งเหล่านี้อย่างไร 

เป็นส่วนที่ยากที่สุดเลย ในวงการคอมิกออนไลน์ เราได้เปรียบเพราะเป็นเจ้าแรกที่มาก่อน เจ้าอื่น ๆ ตามหลังเส้นทางเรามา เราเป็นคอมิกออนไลน์เจ้าแรกที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก และมีส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดในตลาด ถึงคนอื่น ๆ จะตามมาเร็วมาก แต่จุดแข็งคือเรามีแฟนด้อมที่แข็งแรงมากเช่นกัน 

คนชอบเว็บตูนเรื่องไหนก็จะติดตามเรื่องนั้น ๆ ทำให้เรามีสายใยแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงเรากับผู้อ่าน แล้วเว็บตูนมักเป็นเรื่องขนาดยาว คนอ่านก็ต้องคอยติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ที่เรามีกับแฟน ๆ จึงยาวนาน ถึงอย่างนั้นเขาก็อาจจะปิดแอปฯ ไปดูหนังหรือยูทูบ แต่ข้อดีอีกอย่างของเราคือ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากในการเสพคอนเทนต์ของเว็บตูน เนื้อหาอ่านง่าย ไว ไม่ต้องเปิดเสียงก็เสพได้แป๊บเดียวจบ นี่เป็นจุดที่ทำให้เราแตกต่างจากดิจิทัลแพลตฟอร์มอื่น ๆ 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ WEBTOON โตจนกลายเป็น Storytech Platform ที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลก 

ใช่ แฟนด้อมเหนียวแน่นแข็งแรงเกิดขึ้นจากการปฏิวัติวงการการ์ตูน ยิ่งมอบโอกาสและผลประโยชน์ให้ครีเอเตอร์ เรายิ่งได้คอนเทนต์ที่ดีขึ้น คอนเทนต์ที่ดีนำมาซึ่งแฟนด้อม และแฟนด้อมนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจสำหรับเราและครีเอเตอร์ ระบบนิเวศนี้ทำให้ครีเอเตอร์อยากมาลงงานกับเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ที่เมืองไทย ทั้งในเกาหลีเอง ในอเมริกา เว็บตูนเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากเดบิวต์กับเบอร์หนึ่งเป็นเรื่องธรรมดา 

นอกจากนั้นเป็นเรื่องความสามารถในการจัดการผลิต การจัดการคอนเทนต์ การแปลเนื้อหา 

พอไม่มีระบบบรรณาธิการแบบหนังสือการ์ตูนเล่ม คุณควบคุมคุณภาพของผลงานที่ออกมาอย่างไร เพราะแนวทางค่อนข้างต่างกัน และเนื้อหาก็ค่อนข้างเบากว่า

เราก็มีเรื่องดาร์กหรือมีปรัชญาหนัก ๆ เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคอนเทนต์ของเราไม่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์เลย และถึงแม้จะไม่มีระบบบรรณาธิการ เราก็มีระบบของเราเอง โปรดิวเซอร์ใช้เวลาเป็นปีในการพัฒนาเนื้อเรื่องและลายเส้นกับครีเอเตอร์ ทั้งดูแลโครงเรื่อง เบรกดาวน์ ตัวละคร ให้คำแนะนำ คอมเมนต์งาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนการเปิดตัวเว็บตูนเรื่องใหม่ 

เราไม่ได้ทำหน้าที่ Gatekeeping แบบหนังสือเล่มที่มีจำนวนหน้าจำกัด เขาต้องเลือกว่าจะเก็บใครไว้ แต่เราทำได้มากกว่านั้น เราทำงานที่ตอบสนองคนหมู่มากได้โดยไม่ได้มีข้อจำกัดแบบเดียวกัน โอกาสที่ครีเอเตอร์ได้รับก็มีมากขึ้น ไอเดียก็มีเอกลักษณ์ ร่วมสมัย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

เพราะมีเนื้อหาแนวโรแมนซ์แฟนตาซีเยอะ คนอาจจะเห็นว่า WEBTOON ให้ความสำคัญกับความบันเทิงมากกว่าวรรณศิลป์หรือสาระลึกซึ้ง คุณคิดเห็นยังไง

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ทำไมงานที่มีวรรณศิลป์ถึงบันเทิงด้วยไม่ได้ งานในเว็บตูนมีทั้งพูดถึงเรื่องประเด็นสังคมอย่างแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือส่งสารต่าง ๆ มากมาย คนที่บอกว่าเราผลิตแต่งานที่บันเทิงอย่างเดียว หรือขาดศีลธรรม เป็นความคิดแบบยุคเก่าจากคนยุคเก่าที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ได้อ่านเว็บตูนจริง ๆ การที่เรานำเสนอประเด็นสังคมผ่านเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย ทำให้คนได้ตระหนักถึงเรื่องเหล่านั้นได้เหมือนกัน 

WEBTOON เป็นบริษัทเกาหลีที่มีจิตวิญญาณแบบเกาหลี หรือบริษัทระดับนานาชาติ

บริษัทระดับนานาชาติที่มีจิตวิญญาณแบบเว็บตูน ตอนนี้เราเติบโตไปไกลกว่าเกาหลีมาก ๆ แล้ว สำนักงานใหญ่ของเราก็อยู่ในอเมริกา 

อธิบายจิตวิญญาณแบบ WEBTOON ให้ฟังหน่อยได้ไหม

รู้ว่าไม่มีข้อจำกัดอะไร นอกจากจินตนาการ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของเว็บตูนค่ะ ตอนเริ่มต้นเราคิดว่าเว็บตูนก็เป็นบริษัทเกาหลี แต่พอเราได้พาเว็บตูนมาเมืองไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าเรากำลังพาผู้บริโภคไปสู่สื่อใหม่ที่คนอื่นไม่ได้ทำ

ทำไมเมืองไทยถึงกลายเป็นหัวเมืองหลักของ WEBTOON ในอาเซียน ทำไมถึงเลือกเรา

ความสามารถในการสร้างคอนเทนต์เองได้ คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่เมืองไทยเป็นประเทศสำคัญในอาเซียน ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่อาจจะไม่ได้มีแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกคน เราคิดว่าเราช่วยเหลือครีเอเตอร์คนไทยในการสร้างและเผยแพร่ผลงานได้ คอนเทนต์ที่ดีคือหัวใจสำคัญของธุรกิจของเรา และเมืองไทยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตคอนเทนต์ของเราในอาเซียน

อย่างที่เล่าไปว่าช่วงแรกยากมากในการหาคอนเทนต์ เราเลยต้องจัดการอบรมให้ครีเอเตอร์เข้าใจว่าเว็บตูนคืออะไร เอางานดัง ๆ ที่ฮิตในเกาหลีหรือในในระดับสากลเข้ามาให้อ่านก่อน ว่านี่คือเว็บตูนในอุดมคตินะ หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มผลิตงานของตัวเอง แล้วเราก็มีแพลตฟอร์มอิสระอย่าง WEBTOON CANVAS ให้คนที่สนใจมาลงงานได้ตามชอบ เราจัด Road Show ให้คนเห็นความสวยงามของเว็บตูน ว่าเรามีวิสัยทัศน์เพื่อพวกเขาอย่างไร หลังจากนั้นความพยายามของพวกเราก็เริ่มค่อย ๆ เห็นผล ชุมชนครีเอเตอร์ไทยขยายตัวขึ้น ครีเอเตอร์เกาหลียังพูดกันเลยว่าคนไทยสร้างสรรค์มาก การคิดเรื่องราวไม่เป็นรองใคร บางเรื่องกลายเป็นเรื่องฮิตในญี่ปุ่นเลยด้วยซ้ำ

โปรเจกต์ไหนในเมืองไทยที่คุณภูมิใจมากที่สุด

Training Camp ค่ะ เป็นโปรแกรมการศึกษาที่เราพาครีเอเตอร์เกาหลีมาสอนครีเอเตอร์รุ่นเยาว์คนไทย ทั้งการทำงาน แชร์ประสบการณ์และคำแนะนำต่าง ๆ มีครีเอเตอร์ไทยที่ต่อมาได้สร้างงานยอดนิยมขึ้นมาด้วย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

คุณมีหลักในการลงทุนทำออริจินัลคอนเทนต์อย่างไร

เราพยายามมาเยอะค่ะ ลองผิดลองถูกกันมา บางเรื่องโปรดิวเซอร์คิดว่าจะดังแน่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างนั้นก็มี สิ่งสำคัญคือต้องตั้งใจลงทุนกับคอนเทนต์ไทยให้ตลอด และให้โอกาสคน 

ตอนนี้เราทำคอนเทนต์เต็มที่ในทุก ๆ ประเภท ก่อนหน้านี้เน้นงานสำหรับผู้หญิงมากหน่อย แต่ตอนนี้ขยายไปที่คอนเทนต์ทุกแบบ ฉันก็เลยไม่ได้มองหาเรื่องแบบไหนเป็นพิเศษ แต่ต้องการเรื่องที่มีเอกลักษณ์ สร้างจักรวาลของตัวเองขึ้นมาได้ และถ้าทำได้ ก็อยากจะช่วยพัฒนาครีเอเตอร์ไทยให้มีชื่อเสียงระดับโลก

งานหลักของโปรดิวเซอร์คือปลุกปั้นศักยภาพของครีเอเตอร์ และสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงมั่นคงระหว่างเราและครีเอเตอร์ โชคดีที่เรามี CANVAS ให้เราได้เจอครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ที่มีแวว ใครจะลงงานใน CANVAS ก็ได้ เราไม่แตะต้องผลงาน แต่ถ้าจะเป็น WEBTOON Original Content Creator คุณต้องผ่านการทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ และมีแค่บางคนเท่านั้นที่ได้เดบิวต์ในฐานะครีเอเตอร์ของเรา

แล้วเว็บตูนก็เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมได้ ทั้งกดติดตาม กดไลก์ คอมเมนต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการหาคอนเทนต์ที่ดีมาเสิร์ฟได้

บทเรียนที่คุณได้เรียนรู้จากความสำเร็จของออริจินัลคอนเทนต์ของไทยอย่าง คุณแม่วัยใส และ วันทองไร้ใจ คืออะไร

ความสำเร็จของคอนเทนต์ท้องถิ่นช่วยขยายแฟนด้อมได้ และงานที่ดี อยู่แพลตฟอร์มไหนก็ไปได้ ‘คุณแม่วัยใส’ ฮิตมากในญี่ปุ่น ในเกาหลี ไต้หวัน และอินโดนีเซียเองก็เป็นที่นิยม ส่วน วันทองไร้ใจ ก็เพิ่งแปลเป็นภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งดูจากกราฟแล้วก็น่าจะไปได้สวย 

มาตรฐานของเว็บตูนเน้นงานที่มีคุณภาพสูง คนเกาหลีที่ได้อ่านงานไทยต่างบอกว่าได้เห็นสปิริตของคนไทย และเทรนด์ของคนไทย เราเห็นความสำคัญของการหาครีเอเตอร์ท้องถิ่น มีครีเอเตอร์ไทยเก่ง ๆ เต็มไปหมดนะคะ เราปล่อยคอนเทนต์ไทยราว 30 เรื่องต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นมาจากครีเอเตอร์หน้าใหม่ 

ผลตอบรับของโปรเจกต์ที่ LINE WEBTOON THAILAND ให้ มินนี่ (G)I-DLE (ณิชา ยนตรรักษ์) โปรโมตการ์ตูนต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง 

ประสบความสำเร็จมากเลย ทั้งแฟน ๆ ของเว็บตูนและมินนี่ต่างติดตามโปรเจกต์นี้ เรามียอดอ่าน 15 ล้านวิวภายใน 2 วัน คิดว่าแฟนเว็บตูนก็ชอบมินนี่ที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนผู้อ่านของเรา คาแรกเตอร์ของเธอเหมาะกับเว็บตูนเรื่องที่มียอดอ่านมากของเรา (วันทองไร้ใจ, เมื่อฉันต้องไปอยู่โรงเรียนชายล้วน และ สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ) ความจริงใจของเธอที่มีต่อแบรนด์เว็บตูนสร้างความประทับใจให้คนอ่าน และแฟน ๆ ของเธอก็สนใจอ่านเรื่องราวที่เธอแนะนำ นักเขียนเรื่องที่ได้รับเลือกต่างก็ภูมิใจมากที่ไอดอลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีมาโปรโมตให้ สนุกมากค่ะ ทุกคนชอบโปรเจกต์นี้

เหตุผลหนึ่งที่เว็บตูนเลือกมินนี่ น่าจะเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายเป็น Gen-Z ใช่ไหม คุณทำความเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้อย่างไร

เราไม่ได้พยายามศึกษา Gen-Z เป็นพิเศษ อาจจะต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ก่อตั้งในยุคก่อนหน้านี้ที่ต้องพยายามทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ ชาว Gen-Z เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในแฟนด้อมของเราอยู่แล้วในทุกประเทศ พวกเขาเสพคอนเทนต์ออนไลน์มากเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต บางคนอาจจะไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนกระดาษมาเลยด้วยซ้ำ เว็บตูนคือประสบการณ์อ่านการ์ตูนครั้งแรกของหลาย ๆ คน 

แฟนเว็บตูนส่วนใหญ่คือคนรุ่น Gen-Z และมิลเลเนียล ซึ่งเราเรียนรู้พฤติกรรมของพวกเขาตามปกติ ผ่านดาต้าว่าพวกเขาชอบอะไร อ่านคอมเมนต์ และดูโซเชียลเน็ตเวิร์ก Gen-Z ไม่ใช่คนรุ่นถัดไปที่กำลังมา แต่คือผู้บริโภคหลักของยุคนี้

โควิด-19 ส่งผลอย่างไรบ้างกับ WEBTOON คนอยู่บ้านแล้วอ่านการ์ตูนมากขึ้นรึเปล่า

ใช่ ช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เว็บตูนเติบโตขึ้นมาก ผู้คนมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นเพราะออกไปเจอเพื่อนฝูงไม่ได้ เลยใช้เวลาเสพคอนเทนต์มากขึ้น ผู้ใช้งานของเราเพิ่มขึ้นมาก เพราะเห็นโอกาสนี้เราเลยขยายธุรกิจมากขึ้น ลงทุนกับออริจินัลคอนเทนต์หลายรูปแบบเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก
วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

พอช่วงนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว รับมืออย่างไร

เป็นเรื่องธรรมดา แค่อากาศก็ส่งผลกับเว็บตูนแล้ว วันไหนฝนตกคนอ่านเว็บตูนจะเยอะเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากเนื้อหามันเสพง่าย มีเวลาแค่ 1 – 2 นาทีก็อ่านการ์ตูนตอนที่ชอบได้แล้ว ตอนไหนก็ได้ 

สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำงานข้ามพรมแดนประเทศและวัฒนธรรมคืออะไร

มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนมีพื้นเพต่างกัน คนเกาหลีกระตือรือร้นและทุ่มเทกับงานหลายชั่วโมงมาก บางทีก็ถูกมองว่ามากเกินไป แต่สิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันคือความรักในการ์ตูน ไม่ใช่ทำแค่งาน แต่ทุกคนกำลังผลักดันอุตสาหกรรมนี้ไปด้วยกัน ดังนั้นก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหามาก และการทำงานข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทุกคนคุ้นเคยกับการประชุมและทำงานออนไลน์ โควิดเลยไม่กระทบการทำงานมาก

ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นภาษามากกว่า เวลาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่สองของทั้งฉันและคนไทย บางทีก็ต้องใช้เวลามากในการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ส่วนสำหรับคนตะวันตก วัฒนธรรมยิ่งต่างกันมากกว่า แต่ว่าก็ทำงานกันได้ เหมือนคนที่ชอบวง BTS ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน ก็มีความสนใจและความคล้ายคลึงกัน ถึงเราทำงานกันคนละประเทศ ก็ทำได้ ยากแค่ตรงไทม์โซนที่ต่างกันค่ะ

คุณจัดการการทำงานในภาคพื้นยูเรเชียทั้งหมดได้อย่างไร

ฉันมีทีมที่ดีค่ะ ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานกับทีมที่ดี ทั้งในเมืองไทย เกาหลี ฝรั่งเศส อเมริกา ฯลฯ เว็บตูนมีทรัพยากรคนที่มีศักยภาพสูง 

อะไรคือคุณสมบัติของลูกทีมที่ดี

ความอยากเอาชนะ แพสชันที่มีต่ออุตสาหกรรมเว็บตูน ฉันชอบคำว่าแพสชัน ฉันสอนให้พวกเขาอ่านดาต้าได้ สอนให้ตามหาคอนเทนต์ดี ๆ ได้ แต่แพสชันเป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ ต้องเกิดมากับพวกเขา ฉันชอบคนที่ Positively Aggressive คนที่ลงมือทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้จริง

ทักษะอะไรที่ขาดไม่ได้ในงานของคุณ

การคิดวิเคราะห์ (Analytic Thinking) และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เป็นทักษะที่ทุกคนต้องมี เพราะเรามีดาต้าอยู่ในมือ และต้องลงคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์ ทักษะ 2 อย่างนี้ช่วยให้เราลดความผิดพลาดล้มเหลว

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

แล้วทักษะที่คุณต้องมีในฐานะผู้บริหารล่ะ

การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนถนัดอะไร เก่งอะไร แล้วให้พวกเขาได้ทำงานที่พวกเขาจะทำได้ดี 

WEBTOON มีโปรดักต์มากมายนอกจากการ์ตูน ทั้งนิยาย เกม ซีรีส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ อนาคตเราจะเห็นการเติบโตอะไรต่อไป

เว็บตูนจะกลายเป็นบริษัท IP Source Tank เรามีแฟนด้อม มี Storylog มหาศาล ซึ่งสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ ใคร ๆ ก็มาหาเราเมื่อต้องการลิขสิทธิ์ได้ เราขยายไปธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้ด้วยในอนาคต เช่น ทำสวนสนุก ทำสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จในเกาหลี ในแง่ดิจิทัล เราก็ทำโปรเจกต์เมตาเวิร์สหลายอย่างกับพาร์ตเนอร์ วันหนึ่งคุณอาจจะสวมใส่ กิน หรือบริโภคสินค้าลิขสิทธิ์เว็บตูนได้ 

ส่วนในเมืองไทย เรากำลังทำหลายอย่างเลยค่ะ ยังบอกไม่ได้ แต่ว่าในอนาคตคุณอาจจะได้เห็นมูลค่าลิขสิทธิ์ของครีเอเตอร์ไทยเพิ่มสูงขึ้น จากการแปลงเป็นละครหรือเติบโตในต่างประเทศอย่างแน่นอน

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

Questions answered by Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business

1. ตัวการ์ตูนโปรดตลอดกาลของคุณคือ

Run Hani ตัวละครในมันฮวายุค 80 เรื่อง Dallyeola Hani มีแอนิเมชันด้วย ฉันชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รันฮานิเป็นเด็กกำพร้าที่พยายามมาก ๆ ที่จะเป็นนักวิ่ง เธอมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และวิ่ง ๆๆ ไปข้างหน้าเสมอ

2. WEBTOON เรื่องไหนที่คุณให้คนในทีมอ่าน

หวนคืนสู่ฮวาซาน (Return of the Blossoming Blade) เป็นเรื่องที่แนะนำทุกคนค่ะ ลองอ่านแล้วคุณจะรู้ คุ้มค่ากับเวลาของคุณแน่นอน มันสนุกมาก! เนื้อหาเล่าสาส์นหลายอย่างที่ดีมาก ฉันอ่านทีไรร้องไห้ทุกที

3. หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน

Power to Have People ภาษาเกาหลีคือ 인간니여가 เป็นหนังสือของนักเขียนญี่ปุ่นที่เล่าว่าจะชนะใจคนได้อย่างไร ช่วงนี้อ่านหนังสือแบบนี้เพราะอยากชนะใจคนในทีมค่ะ (หัวเราะ)

4. ถ้าเรื่องราวของคุณเป็นการ์ตูน จะอยู่ใน Genre ไหน

อยากอยู่ในหมวดโรแมนซ์ แต่ชีวิตจริงน่าจะเป็นคอเมดี้ เพราะชีวิตมีเรื่องสุขนาฏกรรมหลายอย่าง แต่อยากให้อนาคตมีเรื่องโรแมนซ์นะคะ

5. ใช้เวลาบนมือถือวันละกี่ชั่วโมง

นอกจากเวลานอนกับเวลาประชุม ก็ใช้มือถือตลอดเวลาเลยค่ะ น่าจะอย่างน้อย 9 ชั่วโมงต่อวัน

6. แอปพลิเคชันที่ใช้บ่อยที่สุด

NAVER, WEBTOON, Line, Netflix และอื่น ๆ 

7. ถ้าได้รับเชิญให้ไปพูดบนเวที TED Talk หัวข้อที่คุณจะพูดคือ

พลังของเว็บตูน และ IP Business

8. เวลาให้กำลังใจลูกทีม คุณจะพูดว่า

มาลองดูสักตั้งเถอะ (Let’s just try it!)

9. ความสามารถพิเศษลับ ๆ ที่ไม่เคยบอกใคร

คำถามนี้ยากที่สุดเลย เป็นคนมี Self-sustainability เวลาเหนื่อยล้าหรือรู้สึกเจ็บปวดจากผู้คน ฉันเอาชนะมันได้ง่าย ๆ ค่ะ

10. อยากได้ทักษะอะไรใหม่ในปีนี้

ทักษะการเยียวยาคน อยากจะเยียวยาจิตใจของทีมที่เหนื่อยล้าให้ได้ค่ะ

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

ถ้าจะบอกว่า ‘เมกาบางนา (Megabangna)’ เป็นความภาคภูมิใจของชาวบางนาเนี่ยนก็ไม่น่าจะเกินจริงไปนัก เพราะแม้คุณจะไม่ใช่คนแถวนี้ เราเชื่อว่าคุณก็ต้องเคยได้ยินชาวบางนาพูดถึงที่นี่มาบ้างแน่ ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้านเก๋ ๆ แบรนด์ดัง ๆ หรือพื้นที่สนุก ๆ ที่ชาวบางนามักพูดถึงว่า “ที่เมกาบางนาก็มี”

การทำศูนย์การค้าในยุคนี้ไม่ง่าย เพราะนอกจากจะมีห้างน้อยใหญ่ผุดขึ้นมาแข่งกันเป็นดอกเห็ดแล้ว ผู้บริโภคยังมีตัวเลือกกิจกรรมอื่น ๆ มากมายให้ทำในวันว่าง แถมข้าวของต่าง ๆ ก็มาถึงมือได้เพียงแค่ปลายนิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์

แต่ศูนย์การค้าแห่งนี้ก็ยืนหยัดและเติบโตมาได้อย่างดี 

บนพื้นที่ 400 ไร่ เมกาบางนามีร้านค้าน้อยใหญ่กว่า 900 ร้าน มีพื้นที่สาธารณะกว้างขวาง ต้อนรับลูกค้ามาแล้ว มากกว่า 500 ล้านคน แถมพื้นที่ร้านค้ายังถูกจองเต็มแทบจะตลอดเวลา และแม้จะเป็นห้างที่มีโลเคชันเดียว แถมตั้งอยู่ชานเมือง แต่ก็มีผลงานโดดเด่นจนเป็นที่จับตาและถูกยกให้เป็นกรณีศึกษาอยู่เสมอ

วันนี้ The Cloud ไม่เพียงแต่ได้มาเดินเที่ยวห้างในเวลางาน แต่ยังได้มาคุยกับผู้บริหารที่เป็นเบื้องหลังเสน่ห์ของศูนย์การค้าแห่งนี้ด้วย

คุณดิว-พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็น CEO ที่เป็นลูกหม้อของเมกาบางนา เธอบอกว่ารู้จักที่นี่จากการขับรถผ่านไปมาทุกวันตั้งแต่ลงเสาเข็ม จนห้างเสร็จเป็นรูปเป็นร่างก็มายื่นใบสมัครงาน ทั้งที่ตำแหน่งที่เธอมีประสบการณ์ยังไม่เปิดรับ แต่สุดท้ายก็ได้มาทำงานสมใจในปีที่ 2 ของการก่อตั้ง

พลินี คงชาญศิริ แฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mega Bangna

 จากผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่า มีหน้าที่วางกลยุทธ์พื้นที่และผู้เช่าจนกลายเป็นที่รักของผู้เช่าและทีมงาน ทุกคนจึงไม่แปลกใจที่คุณดิวจะได้รับเลือกมาดำรงตำแหน่ง CEO ต่อจากผู้บริหารคนเก่าที่หมดวาระไป

เป็น CEO มาเกือบ 2 ปี คุณดิวบอกว่าการบริหารเมกาบางนาคือเรื่องสนุก คือความสุขที่เธอไม่คิดอยากแยกมันออกจากชีวิตส่วนตัว

ความพิเศษของเมกาบางนา อาจจะมาจากความตั้งใจนี้ก็ได้

ว่าแล้วก็มารู้จัก CEO ที่เป็นทั้งผู้บริหาร แฟนตัวยง และลูกค้าประจำของเมกาบางนาคนนี้กัน

คนบ้านเดียวกัน 

คุณดิวเป็นบางนาเนี่ยน เธอและครอบครัวจึงเป็นลูกค้าของที่นี่มาตั้งแต่วันแรก ๆ เหมือนชาวบ้านใกล้คนอื่น ๆ 

แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้าดูศูนย์การค้าแห่งนี้ ผ่านทั้งสายตาผู้บริหารพื้นที่ศูนย์การค้ามืออาชีพ และผู้บริโภคที่ต้องการแหล่งแฮงก์เอาต์ดี ๆ ในวันหยุด

จากประสบการณ์การบริหารพื้นที่ในศูนย์การค้ากลางเมืองมา 8 ปี เธอตั้งข้อสังเกตว่า เมกาบางนามีแบรนด์อินเตอร์อย่าง IKEA มาเปิด เป็นแหล่งดึงดูดคนจากใจกลางเมืองให้มาช้อป แต่ร้านอื่น ๆ ในศูนย์กลับไม่ค่อยดึงดูดใจคนเมือง

และในฐานะชาวบางนา เธอตั้งข้อสังเกตว่า ครอบครัวของเธอและเพื่อนบ้านในย่านนี้ต้องขับรถเข้าเมืองเพื่อทำกิจกรรม จับจ่ายสินค้า หรือกินข้าวในร้านดัง เพราะไม่มีศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์อยู่ใกล้บ้าน

พอได้โอกาสเข้ามาทำงานที่เมกาบางนา คุณดิวจึงเอาอินไซต์ที่สะสมไว้มาสร้างจุดแข็งให้ศูนย์การค้าใกล้บ้าน

“ไม่ว่าใครจะมา ก็จะรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ของตัวเอง” คุณดิวสรุปความตั้งใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ไว้ในหนึ่งประโยค

 10 ปีผ่านมา เราจึงได้เห็นเมกาบางนา โดดเด่นกว่าห้างชานเมืองอื่น ๆ ในหลายเรื่อง 

ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งโซนและออกแบบส่วนผสมของร้านค้าให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น ฝั่ง Big C มีตลาดนัด มีธนาคาร คนที่มาเดินแล้วใส่ขาสั้นลากแตะสบาย ๆ มาแล้วไม่รู้สึกอึดอัด มีที่จอดรถอยู่ใกล้ ๆ มาซื้อของ ทำธุระแบบใช้เวลาน้อย ๆ ได้ 

การมีช็อปของแบรนด์หรูต่าง ๆ ที่ห้างในกรุงเทพฯ บางห้างยังไม่มี

และแม้ว่าจะอยู่ชานเมือง แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยร้านดังเหมือนกับที่มีในใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นทองสมิทธ์, Coffee Academic, Nice To Meet You, Saemaeul, Sushiro, Carnival, Marimekko, ชงเจริญ, Terra เป็นต้น

“แล้วยอดขายในสาขาเมกาบางนาของร้านดังเหล่านี้ก็ติด 1 ใน 5 ของร้านที่ขายดีเสมอ” คุณดิวเล่าอย่างภาคภูมิใจ

แม้จะเป็นวันที่ไม่ต้องการซื้ออะไร หรือไม่ต้องการกินอะไร เมกาบางนาก็มีโซนเอาไว้ให้นั่งเล่น เดินเล่น พร้อมกันทั้งครอบครัวและสัตว์เลี้ยงได้อีก

“เราทำห้างสำหรับชาวบางนาทุกคน คนแถวนี้ต้องชอบที่นี่ ถ้าอยู่บางนาแล้วไม่ได้เดินที่นี่ก็ไม่ใช่คนบางนาแล้ว” คุณดิวยืนยันด้วยเกียรติความเป็นคนบางนา

พลินี คงชาญศิริ แฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mega Bangna

กรีดเลือดมาเป็นเมกาบางนา

คุณดิวยอมรับว่าที่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เพราะใกล้บ้าน แล้วก็ใช้ความเป็นตัวเอง ความเห็นจากลูก เพื่อนลูก และเพื่อนร่วมงาน มาเป็นข้อมูลเสริมจากการสำรวจความต้องการของลูกค้า ในการเลือกร้านต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในศูนย์การค้าแบบไม่เกี่ยงว่าต้องแยกเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว

ผู้บริหารหญิงที่มีลูกสาว 2 คนและดูอารมณ์ดีตลอดเวลาคนนี้บอกเราแบบแทบไม่หยุดคิดว่า “ไม่เคยมีแนวคิด Work-life Balance มีแต่แนวคิดให้งานกับชีวิตมันเดินไปพร้อม ๆ กัน”

‘เมกาบางนายังขาดอะไรอีกไหม บอกได้นะ’ ‘ไปร้านนี้หรือยัง เปิดแล้วนะ ’ เป็นบทสนทนาที่คุณดิวมักใช้ชวนพ่อแม่ ผู้ปกครองคนอื่นคุยเวลาไปรอลูกทำกิจกรรมต่าง ๆ 

“คนอื่นเขาคงคิดว่ากรีดเลือดมาเป็นเมกาบางนาแน่ ๆ ”คุณดิวบอกพร้อมหัวเราะร่วน

ความมีเมกาบางนาเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ คุณดิวจึงบริหารที่นี่ทั้งในฐานะแฟนตัวยง ลูกค้าประจำ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

คุณดิวเล่าว่า “ลูกสาว 2 คนเติบโตที่นี่ หลังเลิกเรียนมาทำการบ้านที่นี่ แล้วก็กลับบ้านด้วยกัน วันเสาร์อาทิตย์ก็พาลูกมาเล่นที่นี่ เราก็ได้ดูว่ามีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอีก”

Mega Harbor Land น้ำพุกลางแจ้ง สวนสาธารณะที่พาสัตว์เลี้ยงมาเดินได้ ร้านหนังสือที่กำลังจะเปิด และร้านอาหารอีกหลายร้านก็เกิดจากความเห็นของถิงถิง และ ผิงอัน สองสาวพี่น้องที่มีเมกาบางนาเป็นห้างที่ดีที่สุดในโลก

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

บริษัทดี เราก็ดี

แต่ความรักแบบหมดจิตหมดใจของผู้นำก็ไม่อาจทำให้องค์กรขับเคลื่อนได้ การบริหารทีมงานให้มีทัศนคติความเป็นเจ้าของร่วมกันจึงเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มเทสร้าง

ตลอดเวลาที่คุณดิวและทีมงานพาทีม The Cloud เดินชมศูนย์การค้า เราได้เห็นทีมงานซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ถ่ายรูปจุดที่น้ำสาด(ตอนนั้นฝนตก) ชวนกันเดินไปดูจุดที่เคยมีน้ำสาด

พอถามถึงเรื่องนี้ คุณดิวบอกว่า “เราพูดกันเสมอว่าให้คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้าน เดินไปที่ไหนเจอขยะก็หยิบทิ้ง เจออะไรไม่เรียบร้อยก็แจ้งให้คนมาดู เรียกแม่บ้าน ถ่ายรูปส่งในไลน์ ช่วยกันทำงาน ช่วยกันดู มันไม่ใช่แผนกใดแผนกหนึ่ง ให้คิดเหมือนว่าคุณเป็นเจ้าของที่นี่”

การจะทำให้ทุกคนรู้สึกอย่างนี้ ผู้บริหารต้องจริงจังในการสร้างการมีส่วนร่วม และสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานกล้าที่จะรู้สึกเป็นเจ้าของ

เมกาบางนามีวิธีการน่ารัก ๆ โดยให้ทุกคน ทุกแผนก มาประชุมร่วมกัน แล้วให้แต่ละฝ่ายเล่าว่าในเดือนที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง 

ทุกคนในบริษัทจะได้รู้รายละเอียดถึงขนาดว่า เดือนนี้ช่างเปลี่ยนหลอดไฟไปกี่หลอด เปลี่ยนท่อไปกี่อัน มีร้านไหนเข้าใหม่ ร้านไหนออกไปบ้าง เพราะมีเป้าหมายที่ทั้งบริษัทตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้นปีว่าจะช่วยกันขับเคลื่อน และประชุมนี้ก็เป็นวาระที่จะมาติดตามผลร่วมกัน

“เป็นประชุมที่สนุกมาก เวลาใครทำอะไรดี ได้ยอดดี หรือแก้ปัญหาอะไรได้ เราก็จะปรบมือ ส่งเสียงเชียร์กัน เหมือนดูคอนเสิร์ต ถ้าเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องไปใช้เวลาประชุมเยอะ มันเครียด” คุณดิวเล่า

ทีมงานที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ก็บอกด้วยว่าชอบประชุมนี้มากเช่นกัน “รู้สึกว่าผู้บริหารรับรู้สิ่งที่เราทำ เพราะ CEO มานั่งฟังและสนุกกับเราทุกเดือน”

คุณดิวเล่าอีกว่าในการประชุมประจำเดือน เธอจะเปิดทุกอย่างให้พนักงานทั้งบริษัทดู แม้กระทั่งกำไร ขาดทุน เดือนไหนดี เดือนไหนติดลบ เพื่อให้ทุกคนรับรู้สถานการณ์ไปพร้อม ๆ กัน ให้สมกับเหมือนเป็นกิจการของตัวเอง

เธอบอกว่า “วันที่ลำบากก็ให้เขาเห็นว่าลำบากไปด้วยกัน เจ็บก็เจ็บไปด้วยกัน ดีก็ดีไปด้วยกัน”

บริหารแบบวิน-วิน

เราเชื่อว่าอินไซต์ที่แม่นยำและการบริหารผ่านความรู้สึกเป็นเจ้าของนี้ เป็นปัจจัยต้น ๆ ซึ่งทำให้ที่นี่มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 99% เสมอ 

คุณดิวเล่าว่า “การทำห้างที่มีพื้นที่น้อยมาก่อนทำให้เป็นคนเลือกมาก และต้องเน้นเลือกร้านที่ทั้งเราและเขาจะประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กันได้”

คุณดิวยกตัวอย่างกรณีร้านชานมไข่มุกว่า เมื่อตอนชานมไข่มุกเป็นกระแส เธอให้ทีมไปเชื้อเชิญร้านต่าง ๆ ให้มาเปิดร้าน จัดเขาให้อยู่ในพื้นที่ที่คนผ่านเยอะ และมีสัญญาสั้น ๆ ประมาณ 1 ปี เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันกันทั้งศูนย์การค้าและผู้เช่า

คนที่มาเดินห้างได้ซื้อชานมไข่มุกเจ้าดังแบบไม่ต้องเข้าเมือง ส่วนร้านชานมไข่มุกก็ได้ยอดขายในช่วงที่เป็นกระแสแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าที่มากนัก

“เมื่อเขาขายดี เราก็ดีไปด้วย” คุณดิวบอกพร้อมรอยยิ้ม

เมกาบางนาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมกาซิตี้ ซึ่งมี SF Development Company Limited เป็นเจ้าของโครงการ 

ปัจจุบัน เมกาบางนามีผู้ร่วมทุนอยู่ 2 บริษัท คือ บริษัท อิคาโน่ รีเทล เอเชีย จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

แม้เซ็นทรัลพัฒนาจะเป็นเจ้าแห่งการทำศูนย์การค้าอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย ส่วนอิคาโน่ก็เป็นเจ้าของ IKEA ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก แต่คุณดิวก็ได้รับอิสระในการบริหารเมกาบางนาอย่างเต็มที่

“ปัจจัยหลักน่าจะเป็นเพราะมันเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว เรามีคนมาเดินเยอะ มีร้านมาเช่าตลอดเวลา ร้านค้าขายของได้ดี ทำให้บอร์ดบริหารไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมาก

“ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ไว้ใจด้วย เพราะมันทำให้เราทำที่นี่ให้เป็นที่ของทุกคนได้อย่างที่ตั้งใจ แล้วก็หวังว่าจะทำให้พนักงานทุกคนมีความสุข” คุณดิวย้ำความตั้งใจ

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

CEO แบบ DIY

พื้นที่ขนาด 400 ไร่นี้บริหารด้วยพนักงานเพียง 120 คน ไม่มีห้องทำงานส่วนตัว ไม่มีคอกกั้น พนักงานทุกคนรวมทั้งผู้บริหารจึงใกล้ชิดกันมาก

คุณดิวผู้เคยเป็นพนักงานมาก่อน จึงเป็นผู้บริหารที่มีความกันเองสูงมาก มีกิจกรรมร่วมกันเยอะ และหมั่นสร้างตำนานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ 

“ไม่มีอะไรหรอก ก็เป็นพี่ ๆ น้อง ๆ กัน” คุณดิวขอตัดบทเอาไว้ตรงนี้ 

แล้วบอกต่อว่า “เราเป็นกันเองเพราะรู้สึกว่าพวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน เรียกว่าเป็นเพื่อนก็ยังน้อยไปนะ เราว่าพวกเขาเป็นครอบครัวด้วยซ้ำ”

การบริหารองค์กรขนาดใหญ่ด้วยทัศนคติเป็นกันเองแบบนี้ สะท้อนออกมาจากบุคลิกความเป็นผู้บริหารหญิงที่เห็นคุณค่าของทุกคนรอบตัว

แม้คุณดิวจะบอกว่าใช้ชีวิตและทำงานไปพร้อม ๆ กัน แต่เธอก็ยอมรับว่าการมีระบบสนับสนุนที่ดีจากเพื่อนและครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญมากที่ช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น

เราถามว่าเธอรักษาสมดุลของมิตรภาพกับการงานเอาไว้ได้ยังไง 

คุณดิวบอกว่า “การรักษาคนดี ๆ เหล่านี้ไว้รอบตัว คือการเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขาทำให้เรา แล้ววันหนึ่งที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เราก็ต้องมีน้ำใจกับเขาเหมือนที่เขามีน้ำใจกับเรา” 

 และอีกปัจจัยคือความใจดีกับตัวเอง 

“วันที่ต้องขึ้นมาเป็น CEO รู้สึกกังวล แต่ก็ตั้งใจว่าได้รับมอบหมายอะไรมา เราจะทำให้มันให้โคตรดีที่สุด แล้วระหว่างทำก็ตบบ่าตัวเองตลอดเวลา

“คำชมของคนอื่นไม่สำคัญเท่าที่เรามองตัวเองนะ ถามตัวเองว่าวันนี้เราทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดหรือยัง เราทำดีกว่าเมื่อวานไหม ดีกว่าปีที่แล้วหรือเปล่า เปรียบเทียบตัวเราเอง มองตัวเองแล้วก็บอกตัวเองว่า เก่งว่ะ ชมตัวเองก็ได้” คุณดิวบอกพร้อมเสียงหัวเราะ

มีอะไรที่อยากฝากไว้ทิ้งท้ายไหม

“จงทำงานอย่างมีความสุขเถอะ สุขและสนุกนำ แล้วมันจะดี” 

การบริหาร ‘ศูนย์การค้าเมกาบางนา’ ให้เป็นความภูมิใจของชาวบางนา โดย พลินี คงชาญศิริ CEO ที่เป็นทั้งแฟนตัวยงและลูกค้าประจำ

Questions answered

by Chief Executive Officer of Megabangna

1. เพลงประจำตัวเวลาไปปาร์ตี้

เจ้าตาก ของคาราบาว (ร้องพร้อมชูมือรูปเขาควาย) “ยุทธศาสตร์ยิ่งใหญ่ ความตั้งใจเด็ดเดี่ยว” 

2. เชื่อเรื่องดวงไหม

ไม่เชื่อ เพราะเคยเชื่อแล้วไม่แม่น

3. เรื่องที่ลูกน้องมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรา

คิดว่าเป็นคนเครียด แล้วก็เป็นทางการ 

4. เรื่องที่ลูกสาวมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรา

ชอบคิดว่าแม่บ่น จริง ๆ แค่เล่าให้ฟัง พูดเฉย ๆ ไม่ได้บ่น

5. โซนที่ชอบที่สุดเวลาไปห้าง

ร้านหนังสือ

6. หลุมหลบภัยในออฟฟิศ

ห้องประชุมเล็ก ๆ ที่ทุกคนจะรู้ว่าถ้าอยู่ในนี้ห้ามเรียก 

7. อาหารจานเด็ดที่ทำเอง

แพนเค้ก

8. คำถามที่ใช้ถามพนักงานใหม่

วันหยุดทำอะไร ถ้าเจอคนที่ไม่ชอบเดินห้างก็จบกัน

9. วันหยุดจะเจอคุณได้ที่ไหน

บ้านแม่

10. อยากชวนใครมาเดินที่เมกาบางนามากที่สุด

พ่อ อยากให้เขาได้อยู่เห็นว่าวันนี้เราได้ทำงานที่รัก ได้เห็นเราออกทีวี เขาน่าจะชอบอะไรแบบนี้มาก

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load