3.5 ล้านคน คือจำนวนผู้ใช้งาน LINE WEBTOON THAILAND ต่อเดือน และจำนวนส่วนใหญ่ในนั้นคือชาว Gen-Z ใครว่าคนไทยไม่ใช่นักอ่าน คงต้องพิจารณาข้อมูลชุดนี้ใหม่ เพราะเมืองไทยคือหนึ่งในหัวเมืองหลักในอาเซียน ที่ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลกอย่าง WEBTOON ลงหลักปักฐาน 

นอกจากเสิร์ฟคอนเทนต์แปลจากทั่วโลก เว็บตูนยังผลักดันการสร้างออริจินัลคอนเทนต์และครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ชาวไทยไม่หยุดหย่อน บางเรื่องได้รับการแปลเป็นภาษาต่างชาติ ต่อยอดเป็นซีรีส์ หรือนำไปสู่โปรเจกต์สร้างสรรค์ต่าง ๆ มากมาย 

“ปฏิวัติวงการการ์ตูน” Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business คุณ Hana Cha นิยามสิ่งที่เว็บตูนทำ จนกลายเป็น Storytech Platform เบอร์ต้นของโลก การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เกิดจากการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงและแฟนด้อมมหาศาล

จากที่เคยติดการ์ตูนเล่มงอมแงมจนรอวันขายเล่มใหม่สมัยเด็ก ๆ ผู้เขียนยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหลายล้านคน ที่ใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่การ์ตูนที่เรากดติดตามไว้จะออกตอนใหม่ จากที่เคยพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า บัดนี้เปลี่ยนเป็นปัดเลื่อนดูหน้าจอที่ยาวไร้สิ้นสุด 

เพื่อไขข้อข้องใจถึงเบื้องหลังการสร้างมัลติเวิร์สแห่งจินตนาการของคนทั่วโลก เรานั่งคุยกับผู้บริหารชาวเกาหลี เพื่อเจาะลึกการบริหาร การทำงาน และความสำเร็จของแพลตฟอร์มนี้อย่างลึกซึ้ง

Swipe Down แล้วอ่านยาว ๆ ไปพร้อมกันได้เลย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

ก่อนหน้าดูแลทั้ง Eurasia คุณเคยปักหลักที่เมืองไทยมาก่อน ตอนนี้วงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเมืองไทยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

LINE WEBTOON เริ่มต้นในปี 2014 ซึ่งตอนนั้นเราไม่มีคู่แข่งเลย ตอนนั้นไม่มี Netflix ไม่มี Disney+ Hotstar ไม่มี TikTok คนยังใช้คอมพิวเตอร์ PC และนั่งดูโทรทัศน์กับพ่อแม่ แต่ตอนนี้มีแพลตฟอร์มมากมายที่แย่งชิงเวลาของผู้บริโภค ความท้าทายของตอนนั้นไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการหาวิธีว่าทำอย่างไรผู้บริโภคถึงจะมาเสพคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งมันยากมากที่จะหาแรงจูงใจให้ผู้อ่านสนใจเรา มือถือยุคนั้นก็หน้าจอเล็กนิดเดียว อ่านการ์ตูนลำบาก 

ขณะเดียวกัน การหาครีเอเตอร์ที่เข้าใจการวาดเว็บตูนก็ยากพอ ๆ กัน ครีเอเตอร์ในตอนนั้นไม่ค่อยถนัดการวาดการ์ตูนสีทั้งเรื่อง พวกเขาถนัดการวาดในช่องสี่เหลี่ยมแบบหนังสือการ์ตูน เราต้องสอนเขาให้เข้าใจการสร้างเว็บตูน แถมตอนนั้นตลาดมีความเชื่อว่าการ์ตูนไม่ใช่สิ่งทำเงินอีกต่อไปแล้ว ช่วงแรก ๆ จึงหาครีเอเตอร์หน้าใหม่ในวงการก็ยาก แต่หลังจากความสำเร็จของเว็บตูนและการเติบโตในระดับสากล คนก็เริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนมุมมอง หลายคนเริ่มต้นจากการวาดการ์ตูนเป็นงานเสริม แต่พอได้รายได้สม่ำเสมอเพียงพอจากการวาดการ์ตูน จนลาออกมาเป็นครีเอเตอร์เต็มตัว ก็พยายามสร้างงานที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ แฟนด้อมก็ค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นเช่นกัน 

อุปสรรคในช่วงแรก ๆ เปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ ทุกคนมีมือถือทัชสกรีนหน้าจอใหญ่ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะเสพเนื้อหาดิจิทัล คู่แข่งใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมาก คอนเทนต์มีให้เสพมากมายตลอดเวลา 

ในสงครามแย่งชิงดวงตาผู้บริโภค คุณสู้กับคู่แข่งเหล่านี้อย่างไร 

เป็นส่วนที่ยากที่สุดเลย ในวงการคอมิกออนไลน์ เราได้เปรียบเพราะเป็นเจ้าแรกที่มาก่อน เจ้าอื่น ๆ ตามหลังเส้นทางเรามา เราเป็นคอมิกออนไลน์เจ้าแรกที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก และมีส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดในตลาด ถึงคนอื่น ๆ จะตามมาเร็วมาก แต่จุดแข็งคือเรามีแฟนด้อมที่แข็งแรงมากเช่นกัน 

คนชอบเว็บตูนเรื่องไหนก็จะติดตามเรื่องนั้น ๆ ทำให้เรามีสายใยแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงเรากับผู้อ่าน แล้วเว็บตูนมักเป็นเรื่องขนาดยาว คนอ่านก็ต้องคอยติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ที่เรามีกับแฟน ๆ จึงยาวนาน ถึงอย่างนั้นเขาก็อาจจะปิดแอปฯ ไปดูหนังหรือยูทูบ แต่ข้อดีอีกอย่างของเราคือ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากในการเสพคอนเทนต์ของเว็บตูน เนื้อหาอ่านง่าย ไว ไม่ต้องเปิดเสียงก็เสพได้แป๊บเดียวจบ นี่เป็นจุดที่ทำให้เราแตกต่างจากดิจิทัลแพลตฟอร์มอื่น ๆ 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ WEBTOON โตจนกลายเป็น Storytech Platform ที่มีผู้ใช้งาน 170 ล้านคนทั่วโลก 

ใช่ แฟนด้อมเหนียวแน่นแข็งแรงเกิดขึ้นจากการปฏิวัติวงการการ์ตูน ยิ่งมอบโอกาสและผลประโยชน์ให้ครีเอเตอร์ เรายิ่งได้คอนเทนต์ที่ดีขึ้น คอนเทนต์ที่ดีนำมาซึ่งแฟนด้อม และแฟนด้อมนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจสำหรับเราและครีเอเตอร์ ระบบนิเวศนี้ทำให้ครีเอเตอร์อยากมาลงงานกับเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ที่เมืองไทย ทั้งในเกาหลีเอง ในอเมริกา เว็บตูนเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากเดบิวต์กับเบอร์หนึ่งเป็นเรื่องธรรมดา 

นอกจากนั้นเป็นเรื่องความสามารถในการจัดการผลิต การจัดการคอนเทนต์ การแปลเนื้อหา 

พอไม่มีระบบบรรณาธิการแบบหนังสือการ์ตูนเล่ม คุณควบคุมคุณภาพของผลงานที่ออกมาอย่างไร เพราะแนวทางค่อนข้างต่างกัน และเนื้อหาก็ค่อนข้างเบากว่า

เราก็มีเรื่องดาร์กหรือมีปรัชญาหนัก ๆ เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคอนเทนต์ของเราไม่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์เลย และถึงแม้จะไม่มีระบบบรรณาธิการ เราก็มีระบบของเราเอง โปรดิวเซอร์ใช้เวลาเป็นปีในการพัฒนาเนื้อเรื่องและลายเส้นกับครีเอเตอร์ ทั้งดูแลโครงเรื่อง เบรกดาวน์ ตัวละคร ให้คำแนะนำ คอมเมนต์งาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนการเปิดตัวเว็บตูนเรื่องใหม่ 

เราไม่ได้ทำหน้าที่ Gatekeeping แบบหนังสือเล่มที่มีจำนวนหน้าจำกัด เขาต้องเลือกว่าจะเก็บใครไว้ แต่เราทำได้มากกว่านั้น เราทำงานที่ตอบสนองคนหมู่มากได้โดยไม่ได้มีข้อจำกัดแบบเดียวกัน โอกาสที่ครีเอเตอร์ได้รับก็มีมากขึ้น ไอเดียก็มีเอกลักษณ์ ร่วมสมัย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

เพราะมีเนื้อหาแนวโรแมนซ์แฟนตาซีเยอะ คนอาจจะเห็นว่า WEBTOON ให้ความสำคัญกับความบันเทิงมากกว่าวรรณศิลป์หรือสาระลึกซึ้ง คุณคิดเห็นยังไง

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ทำไมงานที่มีวรรณศิลป์ถึงบันเทิงด้วยไม่ได้ งานในเว็บตูนมีทั้งพูดถึงเรื่องประเด็นสังคมอย่างแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือส่งสารต่าง ๆ มากมาย คนที่บอกว่าเราผลิตแต่งานที่บันเทิงอย่างเดียว หรือขาดศีลธรรม เป็นความคิดแบบยุคเก่าจากคนยุคเก่าที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ได้อ่านเว็บตูนจริง ๆ การที่เรานำเสนอประเด็นสังคมผ่านเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย ทำให้คนได้ตระหนักถึงเรื่องเหล่านั้นได้เหมือนกัน 

WEBTOON เป็นบริษัทเกาหลีที่มีจิตวิญญาณแบบเกาหลี หรือบริษัทระดับนานาชาติ

บริษัทระดับนานาชาติที่มีจิตวิญญาณแบบเว็บตูน ตอนนี้เราเติบโตไปไกลกว่าเกาหลีมาก ๆ แล้ว สำนักงานใหญ่ของเราก็อยู่ในอเมริกา 

อธิบายจิตวิญญาณแบบ WEBTOON ให้ฟังหน่อยได้ไหม

รู้ว่าไม่มีข้อจำกัดอะไร นอกจากจินตนาการ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของเว็บตูนค่ะ ตอนเริ่มต้นเราคิดว่าเว็บตูนก็เป็นบริษัทเกาหลี แต่พอเราได้พาเว็บตูนมาเมืองไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าเรากำลังพาผู้บริโภคไปสู่สื่อใหม่ที่คนอื่นไม่ได้ทำ

ทำไมเมืองไทยถึงกลายเป็นหัวเมืองหลักของ WEBTOON ในอาเซียน ทำไมถึงเลือกเรา

ความสามารถในการสร้างคอนเทนต์เองได้ คือหนึ่งในเหตุผลหลักที่เมืองไทยเป็นประเทศสำคัญในอาเซียน ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่อาจจะไม่ได้มีแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกคน เราคิดว่าเราช่วยเหลือครีเอเตอร์คนไทยในการสร้างและเผยแพร่ผลงานได้ คอนเทนต์ที่ดีคือหัวใจสำคัญของธุรกิจของเรา และเมืองไทยเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตคอนเทนต์ของเราในอาเซียน

อย่างที่เล่าไปว่าช่วงแรกยากมากในการหาคอนเทนต์ เราเลยต้องจัดการอบรมให้ครีเอเตอร์เข้าใจว่าเว็บตูนคืออะไร เอางานดัง ๆ ที่ฮิตในเกาหลีหรือในในระดับสากลเข้ามาให้อ่านก่อน ว่านี่คือเว็บตูนในอุดมคตินะ หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มผลิตงานของตัวเอง แล้วเราก็มีแพลตฟอร์มอิสระอย่าง WEBTOON CANVAS ให้คนที่สนใจมาลงงานได้ตามชอบ เราจัด Road Show ให้คนเห็นความสวยงามของเว็บตูน ว่าเรามีวิสัยทัศน์เพื่อพวกเขาอย่างไร หลังจากนั้นความพยายามของพวกเราก็เริ่มค่อย ๆ เห็นผล ชุมชนครีเอเตอร์ไทยขยายตัวขึ้น ครีเอเตอร์เกาหลียังพูดกันเลยว่าคนไทยสร้างสรรค์มาก การคิดเรื่องราวไม่เป็นรองใคร บางเรื่องกลายเป็นเรื่องฮิตในญี่ปุ่นเลยด้วยซ้ำ

โปรเจกต์ไหนในเมืองไทยที่คุณภูมิใจมากที่สุด

Training Camp ค่ะ เป็นโปรแกรมการศึกษาที่เราพาครีเอเตอร์เกาหลีมาสอนครีเอเตอร์รุ่นเยาว์คนไทย ทั้งการทำงาน แชร์ประสบการณ์และคำแนะนำต่าง ๆ มีครีเอเตอร์ไทยที่ต่อมาได้สร้างงานยอดนิยมขึ้นมาด้วย 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

คุณมีหลักในการลงทุนทำออริจินัลคอนเทนต์อย่างไร

เราพยายามมาเยอะค่ะ ลองผิดลองถูกกันมา บางเรื่องโปรดิวเซอร์คิดว่าจะดังแน่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างนั้นก็มี สิ่งสำคัญคือต้องตั้งใจลงทุนกับคอนเทนต์ไทยให้ตลอด และให้โอกาสคน 

ตอนนี้เราทำคอนเทนต์เต็มที่ในทุก ๆ ประเภท ก่อนหน้านี้เน้นงานสำหรับผู้หญิงมากหน่อย แต่ตอนนี้ขยายไปที่คอนเทนต์ทุกแบบ ฉันก็เลยไม่ได้มองหาเรื่องแบบไหนเป็นพิเศษ แต่ต้องการเรื่องที่มีเอกลักษณ์ สร้างจักรวาลของตัวเองขึ้นมาได้ และถ้าทำได้ ก็อยากจะช่วยพัฒนาครีเอเตอร์ไทยให้มีชื่อเสียงระดับโลก

งานหลักของโปรดิวเซอร์คือปลุกปั้นศักยภาพของครีเอเตอร์ และสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงมั่นคงระหว่างเราและครีเอเตอร์ โชคดีที่เรามี CANVAS ให้เราได้เจอครีเอเตอร์ใหม่ ๆ ที่มีแวว ใครจะลงงานใน CANVAS ก็ได้ เราไม่แตะต้องผลงาน แต่ถ้าจะเป็น WEBTOON Original Content Creator คุณต้องผ่านการทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ และมีแค่บางคนเท่านั้นที่ได้เดบิวต์ในฐานะครีเอเตอร์ของเรา

แล้วเว็บตูนก็เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมได้ ทั้งกดติดตาม กดไลก์ คอมเมนต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการหาคอนเทนต์ที่ดีมาเสิร์ฟได้

บทเรียนที่คุณได้เรียนรู้จากความสำเร็จของออริจินัลคอนเทนต์ของไทยอย่าง คุณแม่วัยใส และ วันทองไร้ใจ คืออะไร

ความสำเร็จของคอนเทนต์ท้องถิ่นช่วยขยายแฟนด้อมได้ และงานที่ดี อยู่แพลตฟอร์มไหนก็ไปได้ ‘คุณแม่วัยใส’ ฮิตมากในญี่ปุ่น ในเกาหลี ไต้หวัน และอินโดนีเซียเองก็เป็นที่นิยม ส่วน วันทองไร้ใจ ก็เพิ่งแปลเป็นภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งดูจากกราฟแล้วก็น่าจะไปได้สวย 

มาตรฐานของเว็บตูนเน้นงานที่มีคุณภาพสูง คนเกาหลีที่ได้อ่านงานไทยต่างบอกว่าได้เห็นสปิริตของคนไทย และเทรนด์ของคนไทย เราเห็นความสำคัญของการหาครีเอเตอร์ท้องถิ่น มีครีเอเตอร์ไทยเก่ง ๆ เต็มไปหมดนะคะ เราปล่อยคอนเทนต์ไทยราว 30 เรื่องต่อปี ครึ่งหนึ่งในนั้นมาจากครีเอเตอร์หน้าใหม่ 

ผลตอบรับของโปรเจกต์ที่ LINE WEBTOON THAILAND ให้ มินนี่ (G)I-DLE (ณิชา ยนตรรักษ์) โปรโมตการ์ตูนต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง 

ประสบความสำเร็จมากเลย ทั้งแฟน ๆ ของเว็บตูนและมินนี่ต่างติดตามโปรเจกต์นี้ เรามียอดอ่าน 15 ล้านวิวภายใน 2 วัน คิดว่าแฟนเว็บตูนก็ชอบมินนี่ที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนผู้อ่านของเรา คาแรกเตอร์ของเธอเหมาะกับเว็บตูนเรื่องที่มียอดอ่านมากของเรา (วันทองไร้ใจ, เมื่อฉันต้องไปอยู่โรงเรียนชายล้วน และ สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ) ความจริงใจของเธอที่มีต่อแบรนด์เว็บตูนสร้างความประทับใจให้คนอ่าน และแฟน ๆ ของเธอก็สนใจอ่านเรื่องราวที่เธอแนะนำ นักเขียนเรื่องที่ได้รับเลือกต่างก็ภูมิใจมากที่ไอดอลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีมาโปรโมตให้ สนุกมากค่ะ ทุกคนชอบโปรเจกต์นี้

เหตุผลหนึ่งที่เว็บตูนเลือกมินนี่ น่าจะเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายเป็น Gen-Z ใช่ไหม คุณทำความเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้อย่างไร

เราไม่ได้พยายามศึกษา Gen-Z เป็นพิเศษ อาจจะต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ที่ก่อตั้งในยุคก่อนหน้านี้ที่ต้องพยายามทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ ชาว Gen-Z เป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในแฟนด้อมของเราอยู่แล้วในทุกประเทศ พวกเขาเสพคอนเทนต์ออนไลน์มากเป็นเรื่องปกติ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต บางคนอาจจะไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนกระดาษมาเลยด้วยซ้ำ เว็บตูนคือประสบการณ์อ่านการ์ตูนครั้งแรกของหลาย ๆ คน 

แฟนเว็บตูนส่วนใหญ่คือคนรุ่น Gen-Z และมิลเลเนียล ซึ่งเราเรียนรู้พฤติกรรมของพวกเขาตามปกติ ผ่านดาต้าว่าพวกเขาชอบอะไร อ่านคอมเมนต์ และดูโซเชียลเน็ตเวิร์ก Gen-Z ไม่ใช่คนรุ่นถัดไปที่กำลังมา แต่คือผู้บริโภคหลักของยุคนี้

โควิด-19 ส่งผลอย่างไรบ้างกับ WEBTOON คนอยู่บ้านแล้วอ่านการ์ตูนมากขึ้นรึเปล่า

ใช่ ช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เว็บตูนเติบโตขึ้นมาก ผู้คนมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นเพราะออกไปเจอเพื่อนฝูงไม่ได้ เลยใช้เวลาเสพคอนเทนต์มากขึ้น ผู้ใช้งานของเราเพิ่มขึ้นมาก เพราะเห็นโอกาสนี้เราเลยขยายธุรกิจมากขึ้น ลงทุนกับออริจินัลคอนเทนต์หลายรูปแบบเพื่อจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ 

วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก
วิธีบริหาร WEBTOON ของ Hana Cha การเติบโตของแพลตฟอร์มการ์ตูนออนไลน์ที่ใหญ่สุดในโลก

พอช่วงนี้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว รับมืออย่างไร

เป็นเรื่องธรรมดา แค่อากาศก็ส่งผลกับเว็บตูนแล้ว วันไหนฝนตกคนอ่านเว็บตูนจะเยอะเป็นพิเศษ แต่เนื่องจากเนื้อหามันเสพง่าย มีเวลาแค่ 1 – 2 นาทีก็อ่านการ์ตูนตอนที่ชอบได้แล้ว ตอนไหนก็ได้ 

สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำงานข้ามพรมแดนประเทศและวัฒนธรรมคืออะไร

มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนมีพื้นเพต่างกัน คนเกาหลีกระตือรือร้นและทุ่มเทกับงานหลายชั่วโมงมาก บางทีก็ถูกมองว่ามากเกินไป แต่สิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันคือความรักในการ์ตูน ไม่ใช่ทำแค่งาน แต่ทุกคนกำลังผลักดันอุตสาหกรรมนี้ไปด้วยกัน ดังนั้นก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหามาก และการทำงานข้ามประเทศเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ทุกคนคุ้นเคยกับการประชุมและทำงานออนไลน์ โควิดเลยไม่กระทบการทำงานมาก

ที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นภาษามากกว่า เวลาสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่สองของทั้งฉันและคนไทย บางทีก็ต้องใช้เวลามากในการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ส่วนสำหรับคนตะวันตก วัฒนธรรมยิ่งต่างกันมากกว่า แต่ว่าก็ทำงานกันได้ เหมือนคนที่ชอบวง BTS ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน ก็มีความสนใจและความคล้ายคลึงกัน ถึงเราทำงานกันคนละประเทศ ก็ทำได้ ยากแค่ตรงไทม์โซนที่ต่างกันค่ะ

คุณจัดการการทำงานในภาคพื้นยูเรเชียทั้งหมดได้อย่างไร

ฉันมีทีมที่ดีค่ะ ไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่ทำงานกับทีมที่ดี ทั้งในเมืองไทย เกาหลี ฝรั่งเศส อเมริกา ฯลฯ เว็บตูนมีทรัพยากรคนที่มีศักยภาพสูง 

อะไรคือคุณสมบัติของลูกทีมที่ดี

ความอยากเอาชนะ แพสชันที่มีต่ออุตสาหกรรมเว็บตูน ฉันชอบคำว่าแพสชัน ฉันสอนให้พวกเขาอ่านดาต้าได้ สอนให้ตามหาคอนเทนต์ดี ๆ ได้ แต่แพสชันเป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้ ต้องเกิดมากับพวกเขา ฉันชอบคนที่ Positively Aggressive คนที่ลงมือทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นได้จริง

ทักษะอะไรที่ขาดไม่ได้ในงานของคุณ

การคิดวิเคราะห์ (Analytic Thinking) และการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เป็นทักษะที่ทุกคนต้องมี เพราะเรามีดาต้าอยู่ในมือ และต้องลงคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์ ทักษะ 2 อย่างนี้ช่วยให้เราลดความผิดพลาดล้มเหลว

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

แล้วทักษะที่คุณต้องมีในฐานะผู้บริหารล่ะ

การเลือกคนให้เหมาะกับงาน ต้องเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนถนัดอะไร เก่งอะไร แล้วให้พวกเขาได้ทำงานที่พวกเขาจะทำได้ดี 

WEBTOON มีโปรดักต์มากมายนอกจากการ์ตูน ทั้งนิยาย เกม ซีรีส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ ฯลฯ อนาคตเราจะเห็นการเติบโตอะไรต่อไป

เว็บตูนจะกลายเป็นบริษัท IP Source Tank เรามีแฟนด้อม มี Storylog มหาศาล ซึ่งสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ ใคร ๆ ก็มาหาเราเมื่อต้องการลิขสิทธิ์ได้ เราขยายไปธุรกิจประเภทอื่น ๆ ได้ด้วยในอนาคต เช่น ทำสวนสนุก ทำสินค้า ซึ่งประสบความสำเร็จในเกาหลี ในแง่ดิจิทัล เราก็ทำโปรเจกต์เมตาเวิร์สหลายอย่างกับพาร์ตเนอร์ วันหนึ่งคุณอาจจะสวมใส่ กิน หรือบริโภคสินค้าลิขสิทธิ์เว็บตูนได้ 

ส่วนในเมืองไทย เรากำลังทำหลายอย่างเลยค่ะ ยังบอกไม่ได้ แต่ว่าในอนาคตคุณอาจจะได้เห็นมูลค่าลิขสิทธิ์ของครีเอเตอร์ไทยเพิ่มสูงขึ้น จากการแปลงเป็นละครหรือเติบโตในต่างประเทศอย่างแน่นอน

คุยกับ Hana Cha ผู้บริหาร WEBTOON ระดับ EURASIA ถึงการเติบโตของดิจิทัลแพลตฟอร์มจากเกาหลีที่กลายเป็นบริษัทนานาชาติ

Questions answered by Head of Marketing & Global Webtoon Eurasia Business

1. ตัวการ์ตูนโปรดตลอดกาลของคุณคือ

Run Hani ตัวละครในมันฮวายุค 80 เรื่อง Dallyeola Hani มีแอนิเมชันด้วย ฉันชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รันฮานิเป็นเด็กกำพร้าที่พยายามมาก ๆ ที่จะเป็นนักวิ่ง เธอมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้และวิ่ง ๆๆ ไปข้างหน้าเสมอ

2. WEBTOON เรื่องไหนที่คุณให้คนในทีมอ่าน

หวนคืนสู่ฮวาซาน (Return of the Blossoming Blade) เป็นเรื่องที่แนะนำทุกคนค่ะ ลองอ่านแล้วคุณจะรู้ คุ้มค่ากับเวลาของคุณแน่นอน มันสนุกมาก! เนื้อหาเล่าสาส์นหลายอย่างที่ดีมาก ฉันอ่านทีไรร้องไห้ทุกที

3. หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน

Power to Have People ภาษาเกาหลีคือ 인간니여가 เป็นหนังสือของนักเขียนญี่ปุ่นที่เล่าว่าจะชนะใจคนได้อย่างไร ช่วงนี้อ่านหนังสือแบบนี้เพราะอยากชนะใจคนในทีมค่ะ (หัวเราะ)

4. ถ้าเรื่องราวของคุณเป็นการ์ตูน จะอยู่ใน Genre ไหน

อยากอยู่ในหมวดโรแมนซ์ แต่ชีวิตจริงน่าจะเป็นคอเมดี้ เพราะชีวิตมีเรื่องสุขนาฏกรรมหลายอย่าง แต่อยากให้อนาคตมีเรื่องโรแมนซ์นะคะ

5. ใช้เวลาบนมือถือวันละกี่ชั่วโมง

นอกจากเวลานอนกับเวลาประชุม ก็ใช้มือถือตลอดเวลาเลยค่ะ น่าจะอย่างน้อย 9 ชั่วโมงต่อวัน

6. แอปพลิเคชันที่ใช้บ่อยที่สุด

NAVER, WEBTOON, Line, Netflix และอื่น ๆ 

7. ถ้าได้รับเชิญให้ไปพูดบนเวที TED Talk หัวข้อที่คุณจะพูดคือ

พลังของเว็บตูน และ IP Business

8. เวลาให้กำลังใจลูกทีม คุณจะพูดว่า

มาลองดูสักตั้งเถอะ (Let’s just try it!)

9. ความสามารถพิเศษลับ ๆ ที่ไม่เคยบอกใคร

คำถามนี้ยากที่สุดเลย เป็นคนมี Self-sustainability เวลาเหนื่อยล้าหรือรู้สึกเจ็บปวดจากผู้คน ฉันเอาชนะมันได้ง่าย ๆ ค่ะ

10. อยากได้ทักษะอะไรใหม่ในปีนี้

ทักษะการเยียวยาคน อยากจะเยียวยาจิตใจของทีมที่เหนื่อยล้าให้ได้ค่ะ

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการ นักเขียน ที่สนใจตึกเก่า เสื้อผ้า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวที พอๆ กับการเดินทาง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

ทุกวันนี้ธุรกิจค้าปลีกก้าวเลยจุดที่คิดแยกส่วนออนไลน์หรือออฟไลน์ไปแล้ว แต่เป็นการผสมผสานเพื่อสร้างประสบการณ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า นี่คือหน้าที่สำคัญของ Chief Commercial Officer ของ Central Retail ในยุคนี้

75 ปีของเซ็นทรัล คือเส้นทางอันยาวนานของต้นแบบธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย วิถีชีวิตของคนไทยใกล้ชิดกับห้างสรรพสินค้าแทบทุกมิติ ผ่านยุคสมัยของรูปแบบการบริโภคที่หลากหลาย ไปพร้อมกับการเติบโตของสังคมเมือง ชุมชน และความเจริญทางเศรษฐกิจ 

ตลาดออนไลน์เติบโตขนาดนี้ แล้วห้างสรรพสินค้ายังจำเป็นอยู่หรือไม่

The Cloud นั่งคุยกับ ณัฐธีรา บุญศรี Chief Commercial Officer ของ Central Retail ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารขององค์กรแห่งนี้ แต่ยังเป็นสมาชิกครอบครัวของตระกูลผู้บุกเบิกห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยด้วย เมื่อจังหวะสนทนาเดินหน้าต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ประสบการณ์และความภาคภูมิใจของเธอที่เติบโตมาใต้ร่มเงาของเซ็นทรัลก็เปล่งประกายมากขึ้น  

จากเรื่องราวของห้างแรกที่เริ่มใช้บาร์โค้ด มาถึงบริบทใหม่ของถุงพลาสติก ถูกเล่าอย่างไร้รอยต่อผ่านบทความนี้

ณัฐธีรา บุญศรี กับการทำให้ Central Retail อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง

รับผิดชอบงานด้านใดใน Central Retail บ้าง

หน้าที่หลักอันแรกคือดูแลเรื่องการเติบโตของธุรกิจทั้งด้านยอดขายและผลกำไร โดยรับผิดชอบเรื่อง Store Transformation เช่น การปรับปรุงห้างที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัลพระราม 2 ซึ่งเป็นโครงการที่เราทำ Renovation ปรับลุค ปรับสินค้า ปรับไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับลูกค้า รวมถึงการทำ Brand and Category Management ด้วยค่ะ 

ส่วนที่สองคือเรื่องการตลาดค้าปลีกแบบผสมผสาน Omni Channel เราต้องการเป็น Omni Channel Retailer ซึ่งขายของทั้งหน้าร้าน ช่องทางออนไลน์รวมถึงช่องทางการขายอื่น ๆ ไปด้วยกัน ทุกอย่างที่ทำเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ Seamless ไม่ว่าจะมาที่ห้าง ซื้อของออนไลน์ หรือเป็น Social Commerce อย่างในไลน์ Chat&Shop หรือทาง Facebook ก็ตาม เราต้องการให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกช่องทาง ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง

เรื่องที่สามคือ Group Synergy เป็นการผนึกกำลังกันใน Central Retail ซึ่งเรามีทั้งแฟชั่น อาหาร ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ และกลุ่มเซ็นทรัล เราทำเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และการสร้างคุณค่าทางสังคมร่วมกัน (CSV) เราให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม อันนี้จะเป็นหน้าที่โดยรวมค่ะ

ภารกิจเยอะมากเลย ไม่เหนื่อยหรือ

โอ๊ดถือว่าเป็นความท้าทายมากกว่าค่ะ มีอะไรให้ทำเรื่อย ๆ ก็สนุกไปกับมัน และเซ็นทรัล รีเทล มีทีมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว  นอกจากนี้สิ่งที่ทำไม่เพียงช่วยพัฒนาธุรกิจของเรา แต่ช่วยพัฒนาเมือง ชุมชน และประเทศของเราด้วย 

ณัฐธีรา บุญศรี กับการทำให้ Central Retail อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง
ณัฐธีรา บุญศรี กับการทำให้ Central Retail อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง

พูดถึง Store Transformation เราก็เห็นร้านค้าหลายรูปแบบแล้ว จะยังทำอะไรเพิ่มได้อีกบ้าง

การพัฒนาร้านทำได้ตลอด ธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกรวมทั้งเซ็นทรัลของเราก็พัฒนาตลอดเวลานะคะ ย้อนไปตั้งแต่การเป็นห้างแรกที่ขายสินค้าโดยกำหนดราคาแน่นอนเพื่อเป็นมาตรฐาน ไม่ต้องมาต่อรองกัน รวมถึงการใช้บาร์โค้ดก็เริ่มต้นที่เซ็นทรัล ตอนนี้ที่เราทำจะเน้นเรื่องไลฟ์สไตล์มากขึ้น เมื่อก่อนเราเน้นเรื่องขายของเป็นหลัก แต่ตอนนี้เซ็นทรัลเน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อให้เป็นที่ที่ลูกค้ามาแฮงก์เอาต์ โดยมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ป๊อปอัพ หรืออีเวนต์สเปซที่นำเสนอเทรนด์ใหม่ ๆ ในห้างของเรา เราร่วมมือกับพันธมิตร แบรนด์ รวมทั้งศิลปินอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและอยากมาที่ห้างของเรา

อย่างที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเราก็ปรับปรุงแผนกอาหารและแผนกของเด็ก หรือเซ็นทรัลเวิลด์เราก็เอาร้านอาหารมาผสมกับแผนกของใช้ในบ้าน แล้วก็จะมีกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตามจุดต่าง ๆ ในอนาคตก็น่าจะมีรูปแบบใหม่ ๆ มาอีก ซึ่งต้องพัฒนากันต่อไป

พัฒนาธุรกิจร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ อย่างไรบ้าง และสนับสนุนแบรนด์ไทยอย่างไร

เรามองว่าแบรนด์ต่าง ๆ รวมทั้งพันธมิตรสำคัญมาก เราเหมือนบ้านหลังใหญ่ที่รวบรวมหลากหลายแบรนด์ที่ลูกค้าต้องการ ดังนั้นจึงต้องจับมือเติบโตไปด้วยกัน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนทำงานด้วยกันได้ดีและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกช่องทางที่เรามี ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หรือช่องทางออนไลน์ เราวางแผนธุรกิจร่วมกันกับแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายและสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างชัดเจน 

เซ็นทรัลให้ความสำคัญกับแบรนด์ไทยมากนะคะ เช่น เรามีส่วนที่เป็นแบรนด์ไทยดีไซเนอร์  ซึ่งจะทำให้คนไทยและชาวต่างชาติเห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ไทย และเราอยากให้แบรนด์ไทยขยายไปที่เวียดนามด้วย เราอยากช่วยคนไทยให้พัฒนาไปด้วยกัน

มุมมองของ ณัฐธีรา บุญศรี แห่ง Central Retail ธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง

คิดว่าลูกค้ายุคใหม่เอาใจยากขึ้นหรือไม่

โอ๊ดมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกค้าต้องการความสะดวกสบายสูงสุดค่ะ ซึ่งเราต้องตอบสนองส่วนนี้ให้กับลูกค้า และยังมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายมากขึ้นให้กับลูกค้าในหลากหลายช่องทาง โอ๊ดมองลูกค้าเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าช่องทางไหนก็ต้องดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เซ็นทรัลมีจุดแข็งเรื่องการขายของหน้าร้านมา 75 ปีแล้ว ตอนนี้ก็รุกช่องทางออนไลน์ให้หนักขึ้น เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

ทำไมยังเชื่อเรื่องหน้าร้าน

เชื่อมากค่ะ ลูกค้าจำนวนมากยังชอบมาเดินห้าง มาสัมผัสกับสินค้าด้วยตัวเอง มาลองเสื้อผ้า หรือใครอยากมานัดเจอเพื่อนที่ห้างและเดินช้อปปิ้งต่อ เราก็ตอบโจทย์ ลูกค้าอาจตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางออนไลน์ก่อนแล้วมาซื้อของที่หน้าร้าน ซึ่งจะใช้เวลาตัดสินใจได้เร็วขึ้น เราจึงเชื่อว่าหน้าร้านยังสำคัญมากและจะยังคงอยู่ต่อไป เพราะลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ต่างจากการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยโจทย์สำคัญคือต้องทำให้ลูกค้าสนุกที่จะได้มา

เติบโตมากับภาคค้าปลีก เห็นวิถีของธุรกิจนี้อย่างไร

เซ็นทรัลเน้นเรื่องนวัตกรรมและการพัฒนา เพื่อเข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด จึงต้องคิดสิ่งใหม่เสมอ เราเป็นห้างแรกที่ห้ามสูบบุหรี่ในห้าง ก่อนที่กฎหมายในยุคนั้นจะประกาศเสียอีก หรือการขยายสาขาในต่างจังหวัดเราก็ทำก่อน เช่นเดียวกับความตั้งใจลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งด้วย ที่ทำตลอดคือการปรับปรุงห้างต่าง ๆ ให้น่าสนใจ ทันสมัย อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลเวิลด์ เราก็ปรับปรุงบ่อย หรืออย่างเซ็นทรัลชิดลม ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่ขึ้นค่ะ

เซ็นทรัลชิดลมเป็นสัญลักษณ์สำคัญของธุรกิจ จะปรับปรุงอย่างไร

เราอยากทำให้เซ็นทรัลชิดลมเป็นห้างหรูระดับโลกเหมือนห้างในยุโรปที่เราไปลงทุนมา อย่าง Rinascente ที่ประเทศอิตาลี ห้าง Kadewe ที่ประเทศเยอรมนี หรือ Selfridges ที่ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นห้างอันดับหนึ่งของโลกที่เราเพิ่งเข้าไปลงทุน เราต้องการยกระดับเซ็นทรัลชิดลมไปให้ถึงระดับนั้น ทั้งแบรนด์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ต้องไปในทิศทางเดียวกัน และแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับปรุง จะทำให้แฟน ๆ ของเซ็นทรัลชิดลมมีความสุขค่ะ

มุมมองของ ณัฐธีรา บุญศรี แห่ง Central Retail ธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง
มุมมองของ ณัฐธีรา บุญศรี แห่ง Central Retail ธุรกิจค้าปลีกที่อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง

การผลักดันทีมทำงานร่วมกันขององค์กรในเครือเซ็นทรัลยากหรือไม่

ไม่ยาก เพราะทุกคนมีเป้าหมายในการเติบโตร่วมกัน เป้าหมายของเราคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ต้องร่วมมือกันทำงานผ่านโครงการต่าง ๆ อย่างเรามีกลุ่มธุรกิจอาหารและแฟชั่น ก็มาคุยกันว่าแต่ละส่วนจะร่วมกันพัฒนาอย่างไรให้ห้างของเราดีขึ้นตามโจทย์ที่ต้องการ อย่างตอนทำ Say No to Plastic Bag ทุกหน่วยงานร่วมมือกันโดยมีเป้าหมายว่า ต้องการเป็นผู้นำของค้าปลีกในการปลุกจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกันเพื่อโลกยุค
ใหม่

เซ็นทรัลให้ความสำคัญเรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างไร

เซ็นทรัลทำเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ เพราะเราตั้งใจจะเป็น Green & Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกต้นแบบด้านความยั่งยืนรายแรกของไทย เรามีโครงการที่ทำไปแล้วมากมาย เช่น จริงใจ Farmers’ Market ซึ่งร่วมกับภาคการเกษตร ให้เกษตรกรนำสินค้าปลอดสารพิษมาขายในห้างของเราโดยไม่ผ่านคนกลาง ช่วยสร้างรายได้ไปถึงมือพวกเขาโดยตรง ปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้มากกว่า 220 ล้านบาท เม็ดเงินกระจายไปถึงเกษตรกร 2.4 หมื่นราย ซึ่งเราจะทำเรื่องนี้ต่อเนื่องไปในอนาคตแน่นอน 

นอกจากเรื่องชุมชนแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องสังคม อย่างล่าสุดที่เราเพิ่งเปิดตัวโครงการ Gift to Gifted ส่งเสริมเด็กไทยที่มีความสามารถ และสนับสนุนความเท่าเทียมด้านการศึกษา 

รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม นอกจากถุงพลาสติกแล้ว ยังมีโครงการรวบรวมฝาขวดน้ำ เพื่อเอาไปสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเป็นชั้นวางหรือตู้ แล้วเอาไปบริจาคให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน เราเน้นเรื่องชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

งานเยอะขนาดนี้ คุณแบ่งบทบาทของการเป็นแม่และผู้บริหารอย่างไร

เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบที่ดีที่สุดอยู่เลยค่ะ (หัวเราะ) คิดเรื่องนี้ตลอด คือเป็นทั้งสองบทบาทมาพักหนึ่งแล้ว เราทำงานค้าปลีก ก็ต้องไปเยี่ยมสาขาบ่อย ๆ รวมถึงช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน Central Application ซึ่งโอ๊ดพยายามปลูกฝังลูก ๆ ในสิ่งที่เราทำ อย่างช่วงที่ปรับปรุงเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือเซ็นทรัลพระราม 2 ก็พาลูกไปเดินดูด้วย เป็นการผสมผสานเวลาทำงานกับเวลาที่ใช้กับลูกไปในตัว

หรืออย่างให้ลูกลองเล่น Central Application แล้วฟังความเห็นจากเขาว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหน ขนาดเขาเพิ่ง 9 ขวบแต่ให้ไอเดียได้ ทั้งหมดก็ตอบโจทย์ว่า แม้เราจะมีเวลาไม่มาก แต่ก็ตั้งใจทำทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด 

บางครั้งโอ๊ดก็เอาสิ่งที่สอนลูกมาปรับใช้กับการทำงานด้วย เวลาเลี้ยงลูก เราอยากให้เขาเติบโตได้อย่างดีด้วยตัวเอง ให้เขารู้จักวิธีคิดที่ดี มองโลกที่ดี อดทน ขยัน มีความพยายาม และทำสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำมาถ่ายทอดให้กับทีมได้เหมือนกัน 

โอ๊ดมีหน้าที่ทั้งกำหนดทิศทางและเสริมแรงให้ทีมได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ให้คำแนะนำและกำลังใจเพื่อให้พวกเขาได้ลอง

ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ในบางครั้งเราต้องเลิกทำแบบเดิม ๆ และคิดสิ่งใหม่ ๆ  เช่นเดียวกันกับลูกและทีม พวกเขามีโอกาสผิดพลาด ที่สำคัญคือต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นและพัฒนาต่อไป 

หลักสำคัญในการทำงานคืออะไร

การทำงานต้องสร้างทีมที่ดี โอ๊ดได้เรียนรู้ว่า ไปคนเดียวไปได้ไม่ไกลหรอก มันต้อง We before Me เรื่องนี้สำคัญมาก  รวมถึงเมื่อก่อนโอ๊ดชอบทำงานมากจนลืมใส่ใจเรื่องสำคัญ แต่ตอนนี้ได้ให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ใช้เวลากับพวกเขา พยายามกลับให้ถึงบ้านตอนทุ่มครึ่ง จะได้มีเวลาคุยกับลูก ส่วนวันหยุดก็จะให้กับลูกเต็ม ๆ เลย

ณัฐธีรา บุญศรี กับการทำให้ Central Retail อยู่ได้ในยุคที่การซื้อของออนไลน์รุ่งเรือง

Writer

Avatar

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load