2 กุมภาพันธ์ 2564
4 K

หน้าปก

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

สารบัญผลงาน

นักแสดงสมทบเรื่อง เด็กหอ – 2549

‘องุ่น’ เรื่อง หนีตามกาลิเลโอ – 2552

‘เต็ม’ นักร้องนำวง Arena เรื่อง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ – 2554

‘ต้า’ นักดนตรีวง Sea Scape เรื่อง Hormones วัยว้าวุ่น – 2556

ซิงเกิ้ลแรก ขอพร – 2560

สำนักพิมพ์คนแคะ – 2561

คำนำ

กันต์ ชุณหวัตร คือศิลปินชายวัย 27 ที่อยู่ในการรับรู้ของเรามาตลอด เปิดโทรทัศน์ก็เห็นหน้า เปิดฟังวิทยุออนไลน์ก็ได้ยินเสียง ไปงานเทศกาลดนตรีก็พบเจอ

เขาผ่านงานในวงการบันเทิงมาหลากหลาย ทั้งนักแสดง นักร้อง พิธีกร โปรดิวเซอร์ ดีเจ และอีกสารพัด ชนิดที่ว่ายกนิ้วขึ้นมานับมือเดียวไม่พอ

และต้องนับเพิ่มไปอีกหนึ่งนิ้ว เพราะล่าสุด หลังจากตีพิมพ์ Tokyo Unscripted หนังสือเล่มแรกในชีวิตออกไป เขาได้ตัดสินใจก่อตั้งสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’ ขึ้น

ฉันออกเดินทางในวันที่ไม่มีแดด (2561) 

ฮอกไกโดสีขาว (2562) 

I will be back แล้วจะกลับไปทํางาน (2563)

คือผลงานเขียนที่เขาฝากฝีไม้ลายมือไว้ในนามของสำนักพิมพ์ตัวเอง

ความสงสัยว่าเขาเอาแรงกายแรงใจจากไหนมาทำโน่นนำที่นัก เร่งรัดให้เรารีบยกหูโทรศัพท์นัดหมายเขามาพูดคุย

เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันต์

แต่เชื่อว่าทุกคนรู้จักกันต์ไม่เหมือนกัน

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ น่าจะทำให้คุณผู้อ่านที่รักได้เห็นอีกหนึ่งบทบาทของศิลปินชายคนนี้ โดยเฉพาะในฐานะนักเขียน ผู้ควบตำแหน่งช่างภาพ บรรณาธิการ และเจ้าของสำนักพิมพ์

ก้อนเมฆ

01

“จริงๆ พื้นฐานผมเป็นคนชอบเล่าเรื่อง”

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

เริ่มต้นจากการเป็นนักดนตรี

เพราะตอนเด็กๆ ผมไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่พอโตมาถึงรู้ว่าไม่ได้ไม่ชอบเรียนหรอก ชอบด้วยซ้ำไป ผมแค่ไม่ชอบการโดนบังคับให้ทำสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ทำไมต้องตัดผม ทำไมต้องเข้าแถว ทำไมต้องเรียนบางวิชา พอดีช่วงนั้นมีงานด้วย ก็เลยไปทำงานดีกว่า แล้วดนตรีเป็นสิ่งเดียวที่สนุก ผมชอบการได้อยู่บนเวทีแล้วมองเห็นคนข้างล่าง เวทีคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ใช่ใครๆ จะขึ้นมาหยิบไมค์หยิบกีตาร์มาเล่นแล้วคนอิน ต้องเฉพาะคนที่ได้รับเลือกแล้วเท่านั้น มันมีพลังบางอย่างอยู่ เคยได้ยินที่เขาบอกว่าศิลปินบนเวทีกับล่างเวทีเป็นคนละคนกันไหมครับ ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ผมขึ้นไปผมก็ไม่เหมือนเดิม

แล้วกันต์บนเวทีเป็นยังไง

โห ถามยากจังเลย ไม่รู้เหมือนกันฮะ ต้องไปดูเองมั้งครับ ไว้ว่างๆ เชิญนะ

เห็นเสน่ห์อะไรถึงยังคงเล่นมาตลอด

มันถ่ายทอดเรื่องราวได้ในเวลาสั้นๆ ทำให้เราคล้อยตามได้ เพลงแค่สามสี่นาทีมีผลต่อชีวิตคนได้เลย แปลกนะ แค่เวลาสั้นๆ เอง เอาอะไรก็ไม่รู้มาร้อยเรียงกันเป็นภาษาที่สวยที่สุด จริงๆ พื้นฐานผมเป็นคนชอบเล่าเรื่องแหละ ที่ผมทำเพลงก็เพราะชอบการเล่าเรื่อง

แล้วการแสดงนี่เป็นการเล่าเรื่องด้วยหรือเปล่า

อาจจะใช่ การแสดงคือการทำความเข้าใจคน เปิดใจเพื่อเข้าใจตัวละคร ไม่งั้นก็แสดงไม่ได้เลยเพราะแต่ละตัวละครไม่เหมือนเรา พอเข้าใจแล้วก็เล่าเรื่องราวของตัวละครนั้นออกมา การที่ได้ศึกษาตัวละครทำให้ผมเข้าใจมนุษย์ เข้าใจความคิดเบื้องหลัง ผมว่ามันมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตมาก พอได้แสดงบทบาทที่หลากหลาย เราจะเริ่มสังเกตคนโดยไม่รู้ตัว หมั่นสังเกตดูว่ามนุษย์เป็นยังไง

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

02

“ปกติอยู่บ้านไม่ค่อยติดอยู่แล้ว”

กันต์ในวัย 27 กำลังหลงใหลอะไรอยู่

จริงๆ ก็คงคล้ายเดิมที่ตัวเองชอบและทำมาตลอด คือดนตรี ถ่ายภาพ และหนังสือ

ถ้าตอนนี้ให้เลือกแค่อย่างเดียว

โห ยากเหมือนกันถ้าให้เลือก เพราะชอบทำพร้อมๆ กันและสลับไปมาตามความสนใจ ปีนี้อยากทำอันนี้ ปีหน้าอยากทำอันนั้น แต่ตอนนี้คงดูงานหนังสือเป็นหลัก

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

ชอบอ่านหนังสือแนวไหน

ผมเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปครับ อ่านการ์ตูนมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นหน่อยก็อ่านหนังสือเล่มที่ไม่ใช่การ์ตูน คนโปรดคือ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) และ พี่ก้อง ทรงกลด ตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมบางเล่มอ่านแล้วสนุกจัง มันพาเราไปพื้นที่ใหม่ที่นักเขียนสร้างขึ้นซึ่งไม่มีอยู่จริง อย่างฝนตกลงมาเป็นปลิง ตอนผมอ่านผมก็เชื่อว่าเป็นแบบนั้น จึงเห็นว่าหนังสือมีพลังวิเศษมาก นักเขียนแค่คนเดียวกำหนดทิศทางได้ว่าจะให้ไปทางไหน เห็นความน่าหลงใหลในตัวอักษร เรื่องเดียวกันเนี่ย คนเขียนสิบคน ก็บรรยายสิบแบบ ไม่ซ้ำกัน

แล้วทำไมถึงเขียนหนังสือท่องเที่ยว

เพราะชอบเที่ยว ปกติอยู่บ้านไม่ค่อยติดอยู่แล้ว รู้สึกว่าพออยู่บ้านนานๆ แล้วเครียด คิดอะไรไม่ค่อยออก ผมทำรายการท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก เลยชอบไปโน่นไปนี่ ชอบไปเห็น เพราะตอนไม่เห็นเราไม่รู้ไง บางครั้งการอยู่ในที่ของตัวเองทำให้เราเผลอเอาตนเป็นศูนย์กลางของโลก แล้วรู้สึกไปเองว่าปัญหาที่เราเจอเหลือบ่ากว่าแรง แต่พอได้ออกเดินทาง จึงรู้ว่าจริงๆ แล้วเราตัวนิดเดียว ปัญหาของเราไม่ได้ยิ่งใหญ่เลย ข้างนอกยังมีคนที่ทำอะไรอีกเยอะ ปัญหาเขายิ่งกว่าเราด้วยซ้ำ บางคนเครียดว่าข้าวที่เขาปลูกจะออกรวงไหม บางคนต้องการแค่ให้ไฟฟ้าเข้าถึง ในขณะที่บางคน แค่เน็ตช้า น้ำไม่อุ่น ก็หงุดหงิดแล้ว

การท่องเที่ยวสำหรับผมจึงเป็นการออกไปทำความเข้าใจโลก เข้าใจธรรมชาติและความเป็นไป มันให้อะไรกับผมมากมาย เราเข้าใจมนุษย์ขึ้น แล้วก็ได้หนังสือท่องเที่ยวของผมมา (หัวเราะ)

ตอนเขียนเล่มแรกมั่นใจแค่ไหน

ไม่มั่นใจเลยครับ เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ออกไปสู่คนอ่านได้ แต่ว่าก็เขียนไปก่อน เขียนสิ่งที่อยากเล่า บางทีต้องใช้ความกล้ามากเหมือนกันกว่าจะพิมพ์ตัวแรกออกมาได้ สำหรับผม ตัวอักษรแรก หน้าแรก ยากที่สุด ถ้าได้หน้าแรกปุ๊บ เดี๋ยวที่เหลือก็จะตามมาเอง

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

งั้นทำยังไงให้ได้หน้าแรกออกมา

ทำใจมั้งครับ (หัวเราะ) ทำใจให้แข็งหน่อย อย่างเล่ม ฮอกไกโดสีขาว เขียนหน้าแรกเดือนหนึ่ง ตอนเขียนเล่มแรกจะติดปัญหาว่าเรายังไม่รู้ว่าแค่ไหนคือได้ แค่ไหนคือไม่ได้ แต่พอเล่มต่อๆ มาจะเริ่มติดปัญหาคิดเยอะ ติดกับดักความคิดว่าเขียนยังไงถึงประสบความสำเร็จ เขียนยังไงคนถึงชอบ เลยขาดธรรมชาติบางอย่าง แต่สุดท้ายก็วนกลับมาแค่ว่าเขียนยังไงให้ตัวเองชอบ แล้วปล่อยผ่านไป

เล่มต่อๆ มาน่าจะง่ายขึ้นนะ

ไม่ง่าย ไม่เห็นง่ายขึ้นเลย ผมว่ายากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเราอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้แล้ว

ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทั้งหมดมีส่วนช่วยในการเขียนไหม

อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนชอบเล่าเรื่อง ทำเพลงก็เพราะชอบเล่า ทำหนังสือก็เพราะชอบเล่า แต่มันก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมดนะ อย่างหนังสือมีเวลาเยอะกว่ามาก ค่อยๆ ซึมซับไปทีละหน้าได้ เพลงเดี๋ยวนี้ห้านาทีก็ไม่มีใครทำกันแล้ว เวลาสั้น คุณต้องกระชับทุกอย่างให้ได้ ต้องรีบหา Hit Point ว่าจะเอาตรงไหนมาเข้าฮุก จะให้เรื่องดำเนินไปยังไง ผิดนิดเดียวความหมายเปลี่ยน ความรู้สึกผิดหมด

การทำเพลงยากกว่าเขียนหนังสือมาก เพราะผมเล่นได้ไม่ครบทุกเครื่อง แต่หนังสือ ถ้ามีเวลามากหน่อย ผมสามารถจบได้ในคนเดียว แต่ก็สนุกไปคนละแบบ เครียดเหมือนกันทั้งสองอย่าง เวลาตัน คิดไม่ออก ก็เปลืองเครื่องดื่มในตู้เย็นเหมือนกัน แต่พองานเสร็จก็สนุก แฮปปี้

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

เขียนมาหลายเล่มแล้วกันต์ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

รู้ว่าไม่รู้อะไรเลย เหมือนตอนเราหัดขับรถ ปีแรกๆ ที่ยังไม่เก่งจะเครียด เกร็ง และระวังอย่างดี ยังไม่ค่อยชน เพราะยังไม่เชี่ยวชาญ แต่พอปีที่สองปีที่สาม มักคิดว่าตัวเองขับเก่ง ก็จะเริ่มชนปีนั้น ตอนทำเล่มแรกผมเน้นมาก รอบคอบมาก แต่เล่มต่อๆ มา ทันทีที่รู้สึกว่าเรารู้แล้วว่าต้องทำยังไง ก็จะมีปัญหา สุดท้ายก็เละ ในอนาคตมีสิ่งที่เรายังไม่รู้และปัญหาผุดมาเรื่อยๆ แน่นอน ประสบการณ์เท่านั้นที่จะทำให้เรารับมือและแก้ไขได้ทันเวลา

03

“เป็นนักชอบเขียนก็ได้”

เรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนแล้วใช่ไหม

ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าชอบเขียนนะ

เป็นนักชอบเขียน

เป็นนักชอบเขียนก็ได้ (หัวเราะ)

นักเขียนที่ดีสำหรับกันต์คืออะไร

คำถามนี้ยาก เพราะคำว่าดีคนเรามองไม่เหมือนกัน สำหรับผม นักเขียนที่ดีคือคนที่เล่าเรื่องออกมาจริงๆ ตามที่รู้สึก บางครั้งบางอย่างมันฉาบฉวย รวดเร็ว เน้นขาย จนไม่ได้ผ่านกระบวนการกรองก่อนที่จะปล่อยออกมา แบบนี้ผมไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ อันนี้ความเห็นส่วนตัวของผมนะ

แล้วกันต์เข้าข่ายนิยามที่ว่าไว้นี้หรือยัง

ก็พยายามทำให้ได้เต็มที่ที่สุดเท่าเวลาจะอำนวย ผมว่าคงเกี่ยวกับชั่วโมงบินด้วยแหละ ยังต้องสะสมประสบการณ์อีกมาก แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ผมตั้งใจดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ไม่เคยเขียนงานเพราะต้องปล่อย เวลาบีบแล้ว ไม่เคยปล่อยงานไปเพราะไม่มีเงินใช้ ไม่เคยเอาสิ่งนั้นมาเป็นบรรทัดฐาน และก็ไม่เคยคิดจะทำสิ่งที่ไม่ชอบแต่ได้เงิน ไม่เคยทำแบบนี้กับงานเขียนเลย

ความฝันสูงสุดของนักชอบเขียนคนนี้คืออะไร

แค่ปล่อยหนังสือมา มีคนซื้อไปอ่าน ได้วางในร้านหนังสือคู่กับนักเขียนที่ชอบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

04 

“ผมไม่ได้เขียนหนังสือแล้วหวังว่าต้องได้เงิน ต้องขายดี ต้องตีพิมพ์หลายครั้ง”

ทำไมจู่ๆ ถึงกระโจนเข้ามาสู่วงการหนังสือ ทั้งที่เห็นอยู่ว่ายอดขายตกลงทุกปี

ผมฝันอยากเป็นนักเขียนมานานแล้ว อยากลองเขียนหนังสือดูบ้างเพราะชอบอ่านตั้งแต่เด็ก และรู้สึกว่าถ้าเราทำได้แค่อยาก สิ่งนั้นก็จะเป็นได้แค่ความฝัน ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง ผมเลยตื่นมาจากฝัน แล้วลงมือทำ

แต่ความฝันอยากเป็นนักเขียนนี่มันคนละเรื่องกับการเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์นะ

ผมมีนิสัยส่วนตัวซึ่งไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี คือชอบทำงานคนเดียวตั้งแต่เด็ก เราไม่เก่งงานกลุ่ม ถ้าได้ทำอะไรก็อยากทำเอง พอมาเขียนเลยอยากลงมือเองทุกอย่าง เล่มแรกๆ ก็ได้ พี่วิภว์ (วิภว์ บูรพาเดชะ) จากสำนักพิมพ์ happening มาช่วย เขาดีกับผมมาก ให้ความรู้อะไรมากมาย

แต่ผมเปิดสำนักพิมพ์ก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องได้กำไรเยอะๆ ทุกปีนะ แบบนั้นเครียดและสุดท้ายจะเกร็งไปหมด ถ้ามองกำไรผมอาจเลิกทำไปแล้ว ผมเอาความอยากเป็นเป้าหมายก่อน การคิดแบบนี้เปิดโอกาสให้ผมได้เขียนสิ่งที่อยากเขียนจริงๆ คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง คือเครื่องการันตีว่ามีคนชอบงานของเรา ใครๆ ก็อยากมีออฟฟิศใหญ่โตทั้งนั้น แค่ผมไม่ได้มองเป็นจุดแรกมากกว่า เปรียบกับการทำเพลง ถ้าดังแล้วมีงานโชว์เยอะ ใครๆ ก็แฮปปี้ครับ แต่เป็นคนละเรื่องกับการทำเพลงเพราะต้องดังนะ ผมไม่ได้เขียนหนังสือแล้วหวังว่าต้องได้เงิน ต้องขายดี ต้องตีพิมพ์หลายครั้ง

นิสัยอีกอย่างของผมคือผมไม่ชอบไม่รู้ ถ้าได้ลงมือทำอะไรต้องรู้หมด รู้จริงทุกกระบวนการ เลยทำสำนักพิมพ์ของตัวเองขึ้นมา ไม่คิดถึงสักนิดว่าตอนนั้นเป็นขาลงของวงการหนังสือหรือสถานการณ์เป็นยังไง รู้สึกแค่ว่าถ้าไม่สำเร็จ เรายังได้กำไรเป็นประสบการณ์ แม้จะไม่ใช่เงินทองก็ตาม

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

งั้นถ้าสมมติให้กันต์เปิดสำนักพิมพ์ตอนนี้ จะยังกล้าเปิดไหม

คงต้องคิดเยอะ เพราะยี่สิบเจ็ดเป็นวัยที่ไม่อนุญาตให้เราเป็นจูเนียร์ ต้องกระโดดขึ้นมาแล้ว เริ่มกลัวความล้มเหลว มีความกดดันจากทั้งตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น ทุกอย่างค้ำไปหมด ตอนยี่สิบสี่เราไม่ได้คิดมากเหมือนปัจจุบัน ล้มตอนไหนก็ได้เพราะมีสิทธิ์และเวลาที่จะลุกขึ้นมาใหม่เสมอ ยิ่งตอนนั้นเราทดลองหลายๆ อย่างอยู่ด้วย ความกล้าเลยเต็มเปี่ยม ถ้าถามถึงวันนี้ตอบยากมากเลย ต้องดูองค์ประกอบโดยรวมว่าเราทำอะไรอยู่หรือเปล่า ถ้าอะไรๆ ลงตัวอยู่ดีแล้ว ก็อาจไม่กล้าขยับ แต่ตอนนั้นก็แฮปปี้นะที่ตัดสินใจทำไปเลย เพราะเป็นช่วงที่เรากล้าเดินออกไปทำทุกอย่าง

มอง ‘คนแคะ’ ในอนาคตยังไง

ไม่ได้มองไกลครับ แค่คิดถึงปลายปีก็เครียดแล้ว ถ้าเราไปกะเกณฑ์มากว่าอีกห้าปีสิบปีต้องเป็นยังไง เครียดตาย ผมยังไม่รู้ว่าปลายปีสำนักพิมพ์ต้องปิดหรือเปล่าเลย ไม่มีใครคิดหรอกว่า ค.ศ. 2020 ขณะที่เทคโนโลยีก้าวไปไกลมาก เราจะไปดาวอื่น เรายิงนิวเคลียร์ใส่กัน แต่แค่โรคระบาดตัวเดียวเรากลับเอาไม่อยู่ ต้องอยู่บ้าน คุยกันผ่านหน้ากาก เอาเป็นว่าผมปล่อยให้อะไรมันพัดพาไปเรื่อยๆ แล้วกัน 

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

05 

“หน้าที่ 30”

การผ่านประสบการณ์มามากมายทำให้คิดว่าตัวเองโตกว่าคนวัยเดียวกันหรือเปล่า

ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้โตกว่าหรือมีความสามารถดีเด่นไปกว่าใครหรอก แต่ผมว่าสำคัญที่โตมาแบบไหนมากกว่า เพราะจริงๆ แล้ว เด็กไม่ได้แปลว่าด้อย ขึ้นอยู่กับว่าเขาได้เรียนรู้อะไรมาบ้างต่างหาก

กันต์นิยามความสำเร็จไว้ว่ายังไง

ไม่เห็นว่าจะต้องประสบความสำเร็จอะไรนะครับ คำนี้คืออะไร เอาจริงๆ ไม่มีใครการันตีสิ่งนี้ได้เลย ตอนเป็นนักแสดงมีคนมาบอกว่าเราประสบความสำเร็จ คนก็มาเฮกับเรา แต่พอวันหนึ่งที่เราเปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทน เหมือนเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ของชีวิต นี่แปลว่าไม่ประสบความสำเร็จแล้วหรอครับ คำนี้นิยามยากมาก บางคนบอกขอกำไรพันล้าน บางคนได้ล้านเดียวก็พอใจ ไม่เหมือนกันแล้ว ผมเลยไม่กำหนดกะเกณฑ์ไว้เลยดีกว่า สบายใจตรงไหน ตรงนั้นก็คือความสำเร็จแล้วกัน

ถ้าชีวิตกันต์เป็นหนังสือความยาว 100 หน้ากระดาษ ช่วงปีที่ 27 เรื่องราวดำเนินมาถึงหน้าไหนแล้ว

หน้าที่สามสิบมั้งครับ (หัวเราะ) เรื่องราวก่อนหน้านี้น่าจะปูมาให้รู้จักตัวละครก่อนตามประสา ตอนนี้คนอ่านคงเริ่มเอ๊ะๆ อะไรบ้างแล้ว กำลังเข้าช่วงที่จะได้เจอเหตุการณ์สำคัญ น่าจะเกิดคำถามในใจแล้วแหละ

แล้วหน้าต่อไปล่ะ

นั่นสิครับ ผมก็ไม่รู้ ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน ขอให้ไม่เลวร้ายมาก

กันต์ ชุณหวัตร จากนักแสดง นักร้อง สู่บทบาทนักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ ‘คนแคะ’

Writer

Avatar

นิรภัฎ ช้างแดง

กองบรรณาธิการผู้คนพบความสุขในวัยใกล้เบญจเพสจากบทสนทนาดีๆ กับคนดีๆ และเพลงรักสุดแสน Bittersweet ของ Mariah Carey

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

2 กุมภาพันธ์ 2566
3 K

สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ 

หากใครกำลังมีความรักที่ผลิบานก็ยินดีด้วย แต่หากใครรักไปแล้วหัวใจต้องแตกทุกครั้งก็ขอชวนมาเข้าแก๊ง 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านดังย่านเมืองเอก เพื่อพูดคุยกับ ‘เรนิษรา เจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด ท่ามกลางตารางทัวร์คอนเสิร์ตที่แน่นยาวไปจนถึงมีนาคม 

ไม่ต้องรอให้สิ้นหน้าหนาว จากคนสองคนที่เชื่อว่าตนถูกเลือกให้ผิดหวัง พวกเขากลับมามีหวังอีกครั้ง เพราะเพลงที่ปล่อยออกมาอย่างไม่ตั้งใจนั้นเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล

เบื้องหลังเสียงร้องชวนฝัน คือ ตั้ม-ชยพล ล้วนเส้ง และ สบาย-เรนิษรา ลี​ประโคน ดูโอ้คู่รักวัย 20 ต้น ๆ ที่จะมาเปิดอกคุยถึงความหลังอันเจ็บช้ำกับ The Cloud เป็นที่แรก ตั้งแต่วันที่เกลียดตัวเองสุดขีด การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องรักของพวกเขาที่ทำให้วันนี้เป็นมากกว่าฝัน และก้าวใหม่ของเรนิษราในวันที่รับบทเป็นผู้เลือก

บทสนทนาขาดห้วงจากการเดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อเก็บภาพ John Lennon กับ Yoko Ono ได้รับรู้อีกนิดหน่อยว่าพวกเขามีครอบครัวมาดูแลข้างเวที แถมยังขับรถตู้คันโตไปส่งเล่นดนตรีไม่ว่าที่ไหน

ตกดึกแล้วอากาศเย็นชะมัด แต่คนตรงหน้าเราทำให้รู้สึกอบอุ่น

ขอให้ทุกคนโชคดีและไม่ผิดหวังอีกเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

ลุควันนี้แสบสันมาก ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร

ตั้ม : (หัวเราะ)

สบาย : วันนี้ที่ร้านเป็นธีม Y2K จริง ๆ จะใส่เสื้อหนังไบเกอร์ค่ะ แต่ว่าเก็บไว้ก่อนเป็นเซอร์ไพรส์ ส่วนของตั้มเป็นเสื้อทรง 80s แบบดิสโก้ ใส่ออกกำลังกาย ได้ตอนไปเล่นงานที่บุรีรัมย์จากร้านฮิปปี้แนวย้อนยุค

ทั้งคู่เป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วไหม

(ตอบพร้อมกันว่าใช่)

ตั้ม : แต่ก็ไม่ได้เป็นแฟชั่นจ๋าขนาดนั้นนะ ผมอยากแต่งแค่ตอนไปเล่นงานครับ ถ้าไม่เล่นงานก็ใส่เสื้อยืด

สบาย : ใส่เสื้อขาด ๆ (หัวเราะ)

แต่ในโซเชียลจะเห็นตั้มแต่งตัว Feminine มากเลย ส่วนสบายก็แต่งตัวสีฉูดฉาด 

ตั้ม : อ๋อ เพราะว่าอยู่ในกล้องด้วย มีใส่ไปเรียนบ้าง แต่น้อยมากครับ เพราะผมมองว่าการแต่งตัวคือการแสดงออก ต้องแคร์คนอื่นอยู่แล้ว 

สบาย : ใช่ ๆ บายเคยอ่านอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสัตว์ชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นปลา เลือกสวยแค่ตอนจะสืบพันธุ์ ตอนหากินปกติมันก็ทำสีให้จืด ๆ ธรรมดา ถ้าเข้าใจว่าเราเป็นสัตว์เหมือนกันก็เป็นเรื่องปกติ

ตั้ม : บางทีการแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วพยายามใส่อะไรที่แตกต่างมาก ผมว่ามันเหนื่อยตัวเองนะ การแสดงออกต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 

ตอนนี้นอกจากทัวร์ร้องเพลงทุกวัน ทำอะไรกันอยู่

ตั้ม : ยังเรียนอยู่ครับ ปี 4 ที่ศิลปากร 

คณะอะไร

ตั้ม : ผมเรียนดุริยางค์ครับ

สบาย : บายเรียนโบราณคดี เอกอังกฤษ ไม่เข้ากันเลย

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

นั่นสิ ทำไมถึงมาลงเอยกัน

ตั้ม : เรามาเจอกันตอนปี 1 ครับ เป็นวิชาเรียนรวมที่ต้องไปเรียนคณะดุริยางคฯ

สบาย : วิชาศิลปะ วิชาออกแบบ

เล่าได้ไหมว่าเส้นทางรักของพวกคุณเป็นยังไง

สบาย : เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนค่ะ เริ่มจากชวนคุย แล้วก็มียืมปากกาวาดรูปเรียนวิชาศิลปะ

ตั้ม : เราชวนกันคุยเรื่องชีวิต เพลง ทัศนคติ ผมดูเหมือนจะพูดเก่งนะ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใครเท่าไหร่

สบาย : เจอกันครั้งแรกคุยกันเรื่องการเมืองแล้วก็ตีกันไปช่วงหนึ่งค่ะ เพราะตั้มเป็นคนชัดเจน บายเป็นคนไม่ค่อยออกความเห็น ตั้มก็จะบังคับให้บายออกความเห็นบ้าง

ตั้ม : แค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคิดยังไง เราจะได้คุยกันและปรับตัวเข้าหากันได้ถูก อาจจะเป็นเรื่องเล็กนะ เรื่องทัศนคติการเมือง แต่อนาคตก็มีผลต่อครอบครัว ต่อลูก 

จุดไหนที่ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนา

สบาย : เราก็คุยเล่นกันไป 4 – 5 เดือนค่ะ แล้วก็เจอกันทุกวัน มีเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์บ้าง

ตั้มเป็นคนไปส่ง?

ตั้ม : เขาเดินมาส่งผม ไม่ใช่ครับ! ต่างคนต่างเดินไปส่งกันครับ (หัวเราะ)

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

สบายชอบอะไรในตัวตั้ม

สบาย : ตอนแรกเข้าไปหาตั้มเพราะเขาดูไม่สนใจคนอื่นค่ะ หนูชอบคนที่อยู่กับตัวเอง เพราะจะทำให้เขาเป็นตัวของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งเพราะหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วมันก็เป็นสิ่งที่หนูอยากเป็น แรก ๆ หนูเอาใจคนอื่นมากเลย พยายามทำให้คนอื่นชอบ แต่งตัวไปเรียนแบบจัดเต็ม อยากเป็นจุดสนใจ 

ตั้ม : เพราะเมื่อก่อนไม่ได้รับไง เป็นปกติของคนแหละ

สบาย : ใช่ เพราะเมื่อก่อนหนูไม่ได้หน้าแบบนี้ หนูโดนบูลลี่เยอะมาก จนบอกแม่ว่า ขึ้นมหาลัยขอทำจมูกได้ไหม พอเราเปลี่ยนไปเยอะก็ปรับตัวรับแสงไม่ทันค่ะ อึดอัดตัวเอง 

คือบางทีไม่อยากใส่สั้น ไม่อยากแต่งอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเราแต่งตัวน่าเกลียดคนจะว่าเราไหม เพราะตอนแรกคนชมว่าเราสวย มาหลัง ๆ เราก็คิดว่าคนชมเขาให้อะไรเราบ้าง เราได้แค่คำชม ไปเรียนหนังสือ แล้วก็เดินตากแดดกลับบ้านเหมือนเดิม เลยใส่มอมแมม ๆ ไปเรียนแล้วค่ะ สบายใจมากกว่า ตอนเจอตั้มคือเขาใส่เสื้อขาด ๆ กับกางเกงชาวเล (หัวเราะ)

แล้วตั้มชอบอะไรในตัวสบาย

ตั้ม : สบายเป็นคนเอาใจครับ ด้วยความที่ผมไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่ ตอนแรกบายก็ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองนะ แต่งตัวเวอร์มาก เหมือนใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ คนละขั้วกันเลย แต่ถึงเราไม่เหมือนกัน เราก็จะไม่บังคับกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำ มีความสุขกับตัวเอง 

ผมเคยคบกับแฟนเก่าที่รู้สึกเหมือนถูกบังคับตลอดเลย ไม่ชอบคนไว้ผมยาว ไม่ชอบให้ไว้หนวด เขาเหมือนจะตีกรอบว่า เฮ้ย ผู้ชายที่ไว้ผมยาวสกปรกเลอะ ๆ บางทีก็ดูเป็นเพศที่สาม พอเขาบังคับเรามาก ๆ มันเป็นเหมือนปมที่มีผลกระทบต่อชีวิตผมในเรื่องของตัวตน 

อีกเรื่องคือผมทำเพลงมานานแล้วครับ ผมเคยประกวด Hot Wave ปี 2018 ได้เข้ารอบชิง แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้เข้าไปทำงานในค่ายต่อ ซึ่งก็เฟลมากครับ แล้วแฟนเก่าผมก็ให้คำแนะนำอะไรแปลก ๆ 

นั่นคือ

ตั้ม : เขาจะออกแนวว่าเรามากกว่าว่า ทำไมทำเพลงอย่างนี้ ผมก็แบบ เชี่ย ก็กูเป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่ได้แคร์นะ การที่เข้ารอบไปแล้วค่ายเขาจะไม่เอาเรา ผมก็ช่างแม่ง จนมาเจอบายก็ได้ทำเพลงด้วยกัน ประเด็นหลักคือบายไม่ได้บังคับอะไรผม มันเลยออกมาเป็นเรนิษราทุกวันนี้ เพราะผมทำเพลงตามใจ ไม่ได้มีกรอบว่าต้องทำอะไร

สบาย : สมัยที่ตั้มทำวงแรกกับเพื่อน เขาเป็นวงร็อกเลยค่ะ หนัก ๆ แต่หนูไม่ได้ว่า เพราะหนูฟังเพลงทุกแนว มันก็เพราะในแบบของมัน 

ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต
ความรักต่อเสียงเพลง แฟน และ The Beatles ของ ‘เรนิษรา’ ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต

แล้วพวกคุณมาทำวงเรนิษราร่วมกันได้ยังไง

สบาย : หลังจากนั้นตั้มก็แยกวงมาทำเพลงกับบายแนวดิสโก้หน่อย แล้วก็ไม่ดังค่ะ เราคิดว่าชื่อวงมันไม่มีเอกลักษณ์ ตอนนั้นชื่อ Winterberry หนูเลยคิดจะตั้งใหม่ แล้วช่วงปี 1 หนูเกลียดตัวเองตอนมัธยมมาก เพราะว่าหนูโดนบูลลี่เยอะ ก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็นเรนิษรา ดัดแปลงมาจาก เรนิตา เป็นภาษาละติน แปลว่า เกิดใหม่ 

ช่วงนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สบาย : เรื่องแรกที่ทำให้หนูติดเรื่องค่านิยมขึ้นมา คือการที่เพื่อนผู้ชายในห้องบอกว่า ทำไมหนูขนขาเยอะจัง (หัวเราะ) 

พอขึ้นมัธยมหนูก็เริ่มมีความรัก เริ่มรู้ว่าในประเทศนี้ใครคือสวย ใครคือไม่สวย พอมองกระจกแล้วเราคือฝั่งที่ไม่สวย เราตรงข้ามหมดเลยทั้งสีผิวทั้งหน้าตา ม.ปลาย น่าจะโดนเยอะสุดว่าหน้าเหมือนกะเทย นักมวย เหมือนไดโนเสาร์ ทุกวันนี้ก็ยังโดนนะคะ เพราะเราเป็นคนแต่งหน้าจัด แล้วผู้หญิงปกติจะแต่งหน้าใส ๆ แต่จริง ๆ เราแค่ชอบยุค 60 ที่เขานิยมแต่งหน้าเหมือนตุ๊กตามากกว่า 

คิดว่าการเปลี่ยนชื่อทำให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ได้จริงรึเปล่า

สบาย : ไม่ลืมค่ะ (หัวเราะ) หนูเหมือนหลอกตัวเองว่าหนูลืมได้มากกว่า

ตอนนี้ปัญหาในอดีตยังมารบกวนจิตใจอยู่เหรอ

ตั้ม : ทุกวันนี้ยังมีอยู่เลย

สบาย : ก็มีคนที่โรงเรียนเก่ามาส่องบ้าง แต่หนูก็ไม่ได้สนใจค่ะ เพราะหนูตอนนี้กับตอนนั้นเหมือนคนละคนกันแล้ว คือถ้าไม่มีใครรู้ว่าหนูชื่อบายก็คงจำหนูไม่ได้ (หัวเราะ) หน้าหนูไม่เหมือนเดิม ชื่อไม่เหมือนเดิม เหลือแค่นามสกุลแล้วตอนนี้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน

ตอนที่บายบอกว่าอยากตั้งชื่อวงด้วยชื่อตัวเอง ตั้มโอเคไหม

ตั้ม : โอเคเลยครับ

สบาย : ตอนแรกก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่า ตั้มชื่อชยพล หรือจะเปลี่ยนเป็น เชนิษรา แต่ไม่เอาดีกว่า (หัวเราะ) 

พวกคุณเคยมีทัศนคติหลาย ๆ อย่างขัดแย้งกัน ความชอบเรื่องการทำเพลงของคุณสวนทางกันด้วยรึเปล่า 

สบาย : เราชอบเหมือนกันค่ะ

ตั้ม : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าครับ The Beatles เป็นวงดนตรีที่ผมชอบที่สุด ถ้าไม่มี The Beatles ก็คงไม่มีผมในตอนนี้ครับ ผมสักรูป John Lennon ไว้ สักโน้ตเพลง All You Need is Love ไว้ด้วย เป็นขวัญกำลังใจให้ตัวเอง

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ทำไมต้องเพลงนี้

ตั้ม : เพราะมันแปลไทยประมาณว่า ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้ถ้าคุณอยากทำ ไม่มีภาษาไหนที่คุณจะพูดไม่ได้ถ้าคุณอยากพูด ไม่มีเพลงไหนที่คุณร้องไม่เป็นถ้าคุณอยากร้อง ไม่ว่าทุกสิ่งจะเป็นยังไง จะเศร้าจะเหงา คุณแค่ต้องการความรัก ผมก็มองแค่นั้นแหละ 

ผมมองรอยสักเพื่อเข้าใจตัวเองว่าเราแค่ต้องการความรักนี่หว่า บางทีเราอ่านคอมเมนต์ก็รู้สึกแย่นะ บางคนก็ด่าเละเลย เสียงแบบนี้ใครจะไปร้องตามได้ ดนตรีก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือกูไปทำอะไรให้มึง คนไม่แคร์มันก็ต้องมีสักนิดในความรู้สึกที่ยังแคร์คนอื่นอยู่ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลก

อะไรทำให้ The Beatles มีอิทธิพลกับคุณ

ตั้ม : ผมเป็นเด็กชุมพรที่ขึ้นมาเรียนกรุงเทพฯ แล้วก็มีอาการ Homesick ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนคนอื่นเรียนเสร็จเขามีบ้าน ได้กลับไปนอน ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีบ้าน อยู่ชุมพรเรามีมอเตอร์ไซค์ขับรถได้ แต่พอมาอยู่ที่นี่เราไม่มีอะไรเลย เดินอย่างเดียว ครอบครัวผมก็ไม่ได้เรียกว่าอบอุ่น พ่อก็ทำงานหนัก แม่ก็ทำงานหนัก ไม่ค่อยได้เจอกัน พอมาฟัง The Beatles ก็รู้ว่า John Lennon เขาขาดพ่อขาดแม่แต่ก็็ยังทำเพลงได้ ซึ่งผมต่างจากบายที่ชอบเพลงป๊อปทันสมัย

สบาย : ใช่ค่ะ ตั้มก็จะไม่รู้จักเพลงใหม่ บายก็จะไม่รู้จักเพลงเก่า บายฟังพวก Cardi B, Nicki Minaj, Doja Cat แต่ที่เข้ากันได้ เพราะว่าทุกคนที่หนูฟัง เขามีอดีตลากไปถึงสิ่งที่ตั้มฟัง ป๊อป R&B ก็มาจาก Marvin Gaye ค่ะ 

แต่บายเรียนโบราณคดีไม่ใช่เหรอ ความรู้สึกอยากทำเพลง เริ่มขึ้นมาได้ยังไง

สบาย : จริง ๆ อยากร้องเพลงทำเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ปลายแล้วค่ะ แต่เรากดความรู้สึกไว้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ หน้าตาเราไม่ดี คงเป็นสินค้าให้คนอื่นขายไม่ได้ คงไม่มีใครซื้อเรา

ตั้ม : วงการนี้ของไทยมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ นะ ถ้าหน้าตาแย่แล้วอยากประสบความสำเร็จก็ต้องตลก

นึกถึงเพลงหนึ่งของคุณที่ร้องว่า “ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี” แล้วจริง ๆ คุณเป็นลูกใคร

ตั้ม : (หัวเราะ) เอาแล้วไงทีนี้

ผมไม่ได้เรียกว่าลำบากนะครับ แค่ต้องเล่นดนตรีและเรียนไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะจะนอนโรงเรียนมากกว่า ที่บ้านผมถ้าพอมีตังค์ก็จะไม่ค่อยถึงผมเท่าไหร่ ต้องหาใช้เอาเองบ้าง ดิ้นร้นบ้าง เราไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไร แค่ต้องเชื่อในตัวเอง 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ตัดภาพมาที่ตอนนี้ดังเป็นพลุแตก เป็นยังไงบ้าง

ตั้ม : งงครับ (หัวเราะ) เพราะเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะโปรโมตอะไรเลย แค่ลงไปเฉย ๆ ดูจาก MV ก็น่าจะรู้ 

สบาย : จริง ๆ MV ถ่ายเหมือนคนมักง่าย (หัวเราะ)

ตั้ม : ก็เพราะว่าเราไม่มีตังค์จริง ๆ ครับ ไม่มีเงินจริง ๆ ก็เลยได้ MV เป็นฟีลธรรมชาติ 

ช่วยเล่าที่มาที่ไปของเพลงนี้ให้ฟังหน่อย

ตั้ม : จริง ๆ ตอนแรกมันไม่เกี่ยวกับตัวผมและไม่เกี่ยวกับตัวบาย 

คืออย่างนี้ครับ เราเป็นนักแต่งเพลง ผมก็จะดูทวิตเตอร์ดูอะไรไปเรื่อย ๆ ผมไปเจอคำว่า ความผิดหวังมักเลือกฉันเสมอ ผมก็คิดว่า เออ งั้นมีคำว่า ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แล้วกัน ซึ่งไม่รู้มันมาจากไหน มั่วมากเลย แม่บายก็มาบอกมันแปลกดี เพราะปกติคำว่าผู้ถูกเลือกมักจะเป็นแง่บวก 

พอทำไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าเออจริง ๆ มันเข้ากับเรานี่หว่า เพราะเราเป็นคนทำอะไรไม่เคยสมหวัง ประกวด Hot Wave ได้เข้ารอบชิงมาก็ไม่ได้เซ็นสัญญา แต่เพื่อนที่อยู่รอบข้างเราได้เซ็นสัญญา ได้เห็นเขาออกไปเป็นศิลปินค่ายใหญ่

เคยพยายามหาคำตอบไหมว่าทำไม

ตั้ม : จริง ๆ ผมโทษตัวเองมากกว่าครับ เมื่อก่อนตอนเด็กเราโทษเขา ตอนนี้ผมโทษตัวเองว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ เราขายไม่ได้ เราไม่พร้อมที่จะปั้นเป็นสินค้า ผมไม่อยากไปว่าใคร ผมแก้ที่ตัวเองก็ได้ เพราะว่าเราแก้ที่เขาไม่ได้ มันก็แค่นั้นเอง

เรื่องนี้เป็นปมในใจตั้มไหม

ตั้ม : เป็นครับ เป็นเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นครับ ทุกวันนี้เลยรู้สึกสะใจนิดหนึ่งที่วงประสบความสำเร็จ เพราะคำว่าผมขายไม่ได้นี่แหละครับ

ผมเคยโดนบอกว่า หน้าแบบผมไม่มีใครเลือกหรอก จะไปอยู่ในค่ายเพลงที่ไหนได้ ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครดูหรอก ตอนนั้นเพลง ผู้ถูกเลือกฯ ยังไม่ออก เขาเปิดเพลงเราฟังแล้วก็นั่งชี้เลยว่าไม่แมสหรอก ทำไปก็ไม่มีคนฟัง เขามองว่าวงเราขายไม่ได้ เขาไม่ชอบแนวนี้ เราก็เถียง เพราะเป็นเพลงเรา ผมบอกว่า เห้ย มันเป็นความคิดเห็นของพี่คนเดียวหรือเปล่าที่ไม่แมส เพราะว่าเพลงมันต้องเอาไปเจอคนนะ ซึ่งตอนนั้นเพลงผมก็ไม่แมสจริงแหละครับ ยอดวิวหลักหมื่น 

กลับบ้านมาด้วยความรู้สึกโกรธหรือเสียใจ

ตั้ม : แค้นครับ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

มันไม่ได้เสียใจนะครับ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมก็ทำเพลงของผม แต่ว่าคุณเรียกเราไปด่าทำไม ไม่มีเหตุผล ผมไม่เคยไปขอเขาอยู่ค่าย ไม่เคยไปขอเขากินข้าว ไม่เคยไปขออะไรสักอย่าง เขาเป็นคนชวนเราไปคุยเรื่องฝึกงาน แต่พอไปนั่งปุ๊บเขาก็เปิดเพลงเลยและก็นั่งวิจารณ์เพลงผม

จากนั้นมาน่าจะไม่ถึงเดือน ผมก็ปล่อยเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง พอเริ่มประสบความสำเร็จก็เลยเหมือนได้ตบหน้า และค่ายเพลงหลาย ๆ ค่าย แม้กระทั่งค่ายที่ปฏิเสธเรา เขาก็ติดต่อมาแสดงความยินดี ผมก็ไม่ค่อยได้ตอบ

สบาย : เขาทักมาจะจ้างงานเรา

ไปรึเปล่า

ตั้ม : ไม่ไปครับ

กระแสตอบรับจากเพลงนี้มากมายท่วมท้นขนาดไหน รับมือไหวไหม

ตั้ม : ช่วงแรกรับมือไม่ไหวครับ โทรศัพท์ผมเมื่อก่อนไม่มีอะไรเลย ใช้เรียน ดูหนัง ทำเพลง ชีวิตมีแค่นั้น ว่าง ๆ โล่ง ๆ ครับ แต่พอลงเพลงไปสัก 1 – 2 อาทิตย์ได้ โทรศัพท์มันเด้ง ๆๆ เปิด TikTok ก็มีเพลงเรา มีคนโทรมาทั้งวัน ถามแบบจะจ้างงาน แล้วก็เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันเลยเป็น 10 ปีก็ทักมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าเราร้องเพลง วุ่นวายไปหมดมีแต่คนเข้ามาหา

สบาย : หนูก็จะล้อ ๆ ตั้ม สวัสดีพี่ชื่อติ๋วน้อง ๆ แม่ต่ายอะไรแบบนี้แบบไปเรื่อยค่ะ (หัวเราะ)

ตั้ม : คือมึงเป็นใครวะ ไม่เคยคุยกันเลย เจอกันแบบในโรงเรียนแค่รอบเดียว (หัวเราะ) ไม่ได้อะไรกับเขาหรอกครับ เราก็ขอบคุณมาก แต่มันแค่แปลกสำหรับเราไง เพราะเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจเรา 

เห็นชอบมีคนมาเถียงกันว่าใครเป็นคนร้องเพลงกันแน่

ตั้ม : เราร้องคู่แต่เสียงเราคล้ายกัน ผมเป็นคนเสียงเป็ด ๆ เสียงสูง บายเป็นผู้หญิงเสียงใหญ่ แล้วพอร้องมันก็เลยเข้ากันพอดีจนแยกไม่ออก

จากชื่อเพลง ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง แต่หลังเพลงดังกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือกให้สมหวัง กลัวไหมถ้าเกิดว่าดังเพลงเดียว 

ตั้ม : ผมไม่คิดว่าจะดังเพลงเดียว มั่นใจ แต่คิดว่าเพลงอื่นไม่น่าจะดังเท่าเพลงนี้แล้วแหละ แค่ประครองให้วงเราอยู่ได้ ซึ่งก็พยายามหาทางอยู่ครับ 

ผมก็มีไปคุยกับค่ายหลาย ๆ ค่าย แต่ก็มานั่งคิดอยู่ว่าเราจะเอายังไงดี เรียกว่าทุกวงก็มีระยะเวลาเป็นของตัวเอง หมายถึง ไม่ใช่ทุกวงที่จะอยู่ไปตลอด ยิ่งพวกวงอินดี้ เดี๋ยวแป๊บ ๆ มันก็เปลี่ยนแล้ว

สบาย : มีหน้าใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ใครก็ใช้คำว่าอินดี้ได้

กดดันไหมกับเพลงต่อไป

ตั้ม : ไม่ได้กดดันเลย เรียกว่าไม่ได้สนใจมากกว่าครับ

สบาย : เราฟังแล้วชอบก็โอเคแล้ว

ตั้ม : เอาจริง มันดูแย่นะ ผมแคร์แฟนคลับเหมือนกันแต่ก็เหมือนไม่ได้แคร์เท่าไหร่

หมายความว่า

สบาย : เราว่าแฟนคลับชอบสิ่งที่เราชอบ

ตั้ม : อืม เราไม่ได้แคร์ความคิดเห็นใคร บางทีมีคนมาเมนต์แม้กระทั่งรายละเอียดเบส เบสเบาไป เสียงร้องทำไมสูงจัง ผมแคร์แค่คนที่ชอบ ก็เลยไม่ได้สนใจครับว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเมื่อก่อนวิวหลักหมื่นเราก็อยู่ได้ เราก็ยังทำมันต่อ ผมทำวงมาแค่ปีเดียวแต่ว่าปล่อยมา 10 เพลง ซึ่งผมทำคนเดียวหมดเลยเพราะไม่มีตังค์จ้างใคร

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

ระยะเวลา 1 ปี 10 เพลง กับยอดวิวหลักหมื่น มีท้อบ้างไหม

ตั้ม : มีท้อแค่แวบเดียวก็กลับมา เป็นโชคดีของเราที่ยังเรียนไม่จบ ผมเรียนไปด้วย รับงานนอกไปด้วย รับงานลูกค้า แต่งเพลง ทำเพลงโฆษณา แต่ถ้าเรียนจบคงท้อกว่านี้เพราะต้องไปทำงานประจำ อาจจะหมดเวลา หมดไฟ

แสดงว่า 10 เพลงที่ผ่านมา ทำด้วยแพสชันล้วน ๆ

ตั้ม : ใช่

ถามจริง อยากดังไหม

ตั้ม : ไม่เลยครับ คือวิวน้อยไม่ได้แปลว่าเพลงไม่ดีนะ แต่คนคงไม่เจอแค่นั้นเอง ถ้าเมื่อไหร่คนเจอเดี๋ยวมันก็มาเอง เราก็สู้ทำไปเรื่อย ๆ ผมดูจากศิลปินต่างประเทศ อย่าง Katy Perry ทำเพลง 3 อัลบั้มกว่าจะดัง ซึ่งผมก็คิดว่า ไอ้เชี่ยเราทำแค่ 10 เพลง แค่อัลบั้มเดียวเอง เขายังสู้เลย เราทำเยอะก็มีเพลงเล่นสดเยอะ ผมคิดแค่นั้น มันดันมาดังเพลงที่ 10 แต่ถ้าไม่ดังก็ยังทำต่อครับ

แต่เพลงแรก ๆ อย่าง คุณจะไปแคร์เหี้ยอะไร ดูแตกต่างจาก ผู้ถูกเลือกให้ผิดหวัง มาก 

ตั้ม : ผมไม่ได้มองว่าต้องทำอะไรเหมือนเดิม มนุษย์ทุกคนมีเส้นทางการเดินที่แตกต่างกันจริง ๆ เราแต่งเพลงป๊อปมานานแล้ว แต่ผมแค่อยากเปิดด้วยเพลงที่แสดงความเป็นตัวเองก่อน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีคนฟัง แต่มันมีความพิเศษ คนจะฟังเยอะฟังน้อยเราไม่ได้สนใจ 

แล้วทั้งสองคนเป็นคนไม่ค่อยแคร์เหี้ยอะไรรึเปล่า

สบาย : เมื่อก่อนหนูยังฝืนที่จะไม่แคร์ค่ะ เพราะว่าหนูอยากดัดนิสัยตัวเอง แต่ตอนนี้คือไม่แคร์จริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าแฟนคลับมาเจอเราไปตลาด จะเห็นใส่กางเกงลายสก็อตหรือกางเกงลายชบาออกมาซื้อส้มตำเป็นปกติ 

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด
จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรนิษราจินตนาการไว้คือ

ตั้ม : หาเงินครับ จริง ๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเงิน เราก็แค่ทำเพื่อหาเงิน มีหลาย ๆ คนถามว่ามีเฟสติวัลในฝันไหมที่อยากขึ้น ผมตอบว่าไม่มีนะครับ แต่ผมขึ้นได้ทุกเวที ถ้าเขาเชิญไปเล่นเราก็ไปสนุกได้ แต่ผมไม่ได้มีความฝันว่าเราต้องการไปตรงนั้น ผมอาจจะชอบ The Beatles ด้วยแหละ เขาเป็นวงที่ไม่ค่อยได้ทัวร์และเขาปล่อยเพลงถี่มาก 

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็อาจจะแค่มีเพลงอมตะที่ฟังได้ตลอด อีก 10 ปีก็ยังฟังเพลงนี้อยู่ อยากเป็น Radio Star ไม่ได้อยากเป็น Video Star เหมือนที่ ไมเคิล แจ็คสัน เคยมีดราม่า 

แล้วบายล่ะ 

สบาย : ถ้าเป็นตอน ม.ปลาย จะอยากไปโคเชลล่า แต่บายเป็นเด็กอ้วนด้วยค่ะ (หัวเราะ) พอมาทำเพลงจริง ๆ ก็เลยมีความฝันว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวพิเศษโดยที่ไม่ต้องคิดว่าถ้าเพิ่มเงินมา 5 บาท แล้วจะเสียดายเงิน

ตั้ม : สรุปเราคือพวกงกนั่นเอง

แล้วในมุมของศิลปิน คิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กลับมาฟังเพลงตัวเองจะรู้สึกยังไง

ตั้ม : ถ้าคิดล่วงหน้าในตอนนี้ ผมก็มองว่าเป็นวัยครับ มันดีที่สุดแล้วในตอนนั้น ผมเป็นคนไม่ค่อยเสียดายกับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีตเท่าไหร่ รู้สึกว่าถ้าไม่มีเราในอดีตก็ไม่มีเราในวันนี้ เราแก้มันไม่ได้ 

ฟังเพลงเรนิษราตอนไหนถึงจะเพราะที่สุด

สบาย : ส่วนใหญ่เป็นเพลงเศร้าอะ อาจจะต้องช่วงที่เศร้า ๆ หน่อย

ตั้ม :  ผมมองว่าเป็นเพลงฟังสบาย จังหวะไม่ได้เร็วไม่ได้ช้า ฟังตอนขับรถคงจะเพลิน 

ในฐานะที่พวกคุณคุยกับ The Cloud เป็นที่แรก ขอ 1 เรื่องเข้าใจผิดที่อยากแก้ข่าว

สบาย : แรก ๆ เวลาคนบอกว่าหนูเป็นกะเทย หนูก็หงุดหงิด แต่หลัง ๆ นี้เขามาถามว่าเป็นผู้หญิงหรือกะเทย หนูก็ตอบไปเลยว่าเป็นชายแท้ที่ไว้ผมยาว แล้วก็ชอบแต่งหน้าเหมือนแดร็กควีน หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตั้ม : แต่เป็นกะเทยก็ได้ น่ารักดีนะ

จากผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังมาทั้งชีวิต สู่ ‘เรนิษรา’ ดูโอ้คู่รักเจ้าของเพลงฮิตอันดับ 1 Billboard ไทยคนล่าสุด

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load