31 พฤษภาคม 2561
10 K

ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ในขณะที่ใครหลายคนหนีอากาศร้อนมากของช่วงนี้ไปพึ่งที่เย็น (กว่า) ประเทศญี่ปุ่นอาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่หลายคนมั่นหมายไปพักผ่อน บางคนอาจคิดว่าการแวะเข้าพิพิธภัณฑ์เป็นเรื่องสิ้นเปลืองเวลายามท่องเที่ยวในต่างแดน แต่เมื่อลองเปลี่ยนนิยามเป็นการเดินทาง การทัศนศึกษา และตามล่าตราปั๊ม (แสตมป์) ของแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ดูบ้าง บางทีการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวอาจเปิดเผยมุมเล็กๆ ที่ทั้งน่าสนใจและดีต่อใจไม่มากก็น้อย

นี่คือตราปั๊มจากแหล่งเรียนรู้ 77 แห่ง จากทั้งหมด 80 แห่ง ที่เราแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนด้วย Grutto Pass 2017

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

เดือนเมษายนของทุกปี จะเป็นการเริ่มต้นของ Museum pass ในกรุงโตเกียว ที่มีชื่อเป็นทางการว่า Tokyo Museum Grutto Pass (東京ミュージアムぐるっとパス) แต่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า Grutto Pass คำว่าぐるっと (ออกเสียงคล้าย กุ-รุด-โต๊ะ) แปลง่ายๆ คือการเดินทางเป็นวงกลม และที่ต้องออกเสียงสามพยางค์ก็เพื่อช่วยในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่น!

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

Grutto Pass รวมทั้งบัตรผ่านและบัตรส่วนลดในการเข้าชมแหล่งเรียนรู้ เหตุที่ต้องใช้คำว่า ‘แหล่งเรียนรู้’ เพราะรวมพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถาน หอศิลป์ ห้องแสดงงานศิลปะ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ตลอดจนอาคารอนุรักษ์อีกหลายแห่งไว้ในเล่มเดียวกัน

ในปีนี้ Grutto Pass 2018 รวมสถานที่ไว้มากถึง 92 แห่งทั่วมหานครโตเกียว ที่มาเป็นเล่มขนาดย่อมๆ เท่าฝ่ามือ สนนราคาที่ 2,200 เยน สามารถใช้ได้เป็นระยะเวลาสองเดือนนับจากวันที่ใช้งานวันแรก (นั่นคือสามารถซื้อเก็บไว้ก่อน แล้วใช้ทีหลังได้)

อ้างอิงจาก Grutto Pass 2018 มีระยะเวลาใช้งานหนึ่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 (แต่จะไม่มีขายหลังวันที่ 31 มกราคม 2562) สิ่งที่ดีงามสำหรับชาวต่างประเทศอย่างเราๆ คือ ภายในตัวเล่มเป็นสองภาษา (ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ) ซึ่งมีคำโปรยแนะนำสถานที่อย่างคร่าวๆ พร้อมด้วยรายละเอียดการเดินทางไปยังสถานที่นั้น ทั้งวัน-เวลาที่เปิดทำการและวันหยุด การเดินทางโดยอาศัยรถไฟหรือรถบัสและสถานีปลายทาง รวมถึงแผนที่ฉบับย่อของบริเวณใกล้เคียง ที่ช่วยทำให้การเดินทางแบบ offline ไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด แม้ไม่มี WiFi และไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเลยก็ตาม

เนื่องจากแต่ละสถานที่ (โดยเฉพาะหอศิลป์) มักมีทั้งนิทรรศการที่จัดแสดงงานถาวรและงานจรที่ผลัดเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา จึงทำให้แผ่นพับขนาด A4 ของ Grutto Pass ที่มักจัดวางให้เห็นและหยิบได้ฟรีภายในสถานีรถไฟใต้ดินจะเปลี่ยนทุก 6 เดือน เพื่ออัพเดตนิทรรศการที่เปลี่ยนแปลงนั่นเอง

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

นี่คืิอแผ่นพับ Grutto Pass ตั้งแต่ปี 2014 – 2017 (ในปี 2016 จะเห็นทั้งแผ่นต้นปีและปลายปี) ด้านหน้าเล่ม เจ้าหน้าที่จะประทับวันที่เริ่มใช้งานและวันสุดท้ายที่ใช้ได้ (ในรูปคือ เริ่มใช้วันที่ 8 กรกฎาคม และสิ้นสุดในวันที่ 7 กันยายน) ภายในเล่มยังมี Stamp Rally Card เมื่อสะสมครบ 7 โซนที่กำหนด ก็ส่งไปชิงรางวัลได้อีกด้วย

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

Grutto Pass 2017 และ Stamp Rally Card
อ้างอิงจาก https://www.rekibun.or.jp/pdf/grutto/map_2018_01.pdf

ภายในเล่มมีการจัดเรียงแหล่งเรียนรู้ตามการจัดแบ่งพื้นที่เป็น 7 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 – 6 ในเขตกรุงโตเกียว และโซน 7 ในสามเมืองใกล้เคียง

  1. Ueno (โซนสีเหลือง)
  2. Tokyo station & Imperial Palace Area (โซนสีฟ้า)
  3. Minato-Shibuya-Meguro-Setagaya Area (โซนสีเขียว)
  4. Shinjuku-Nerima-Ikebukuro-Oji Area (โซนสีชมพู)
  5. Sumida-Fukagawa-Bayside Area (โซนสีส้ม ด้านขวา)
  6. Tama Area (โซนสีน้ำตาล ด้านซ้าย)
  7. Beyond Tokyo: Kanagawa, Chiba, Saitama

จากประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ใช้ Grutto Pass 2014 ออกสำรวจครบทั้ง 78 สถานที่ และซื้อหา Grutto Pass 2015 และ 2016 ไว้ในครอบครอง เพื่อใช้แวะไปสถานที่บางแห่งที่ชอบใจและแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม ก่อนจะพยายามสะสมตราปั๊มอีกครั้งใน Grutto Pass 2017 ที่สุดท้ายเก็บได้ 77 จากทั้งหมด 80 แห่ง

แต่ถ้าต้องเลือกเพียง 3 สถานที่เพื่อให้คุ้มค่าตั๋วหนึ่งเล่ม ขอแนะนำแหล่งเรียนรู้ 3 แห่งนี้เลย

Chihiro Art Museum Tokyo

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

(ค่าเข้าชมปกติ 800 เยน)

ภาพวาดสีน้ำของคุณ Chihiro Iwasaki ช่างละมุนและแสนอบอุ่น ภาพส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเด็กและดอกไม้ ผู้คนส่วนใหญ่มักจดจำงานของเธอได้จากภาพประกอบในวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง ‘โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง’ นอกเหนือจากนิทรรศการงานศิลปะแล้ว ตัวอาคารยังออกแบบโดย Naito Architect & Associates ถ้าใครชื่นชอบผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมสวยๆ ของ Hiroshi Naito ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

 

Matsuoka Museum of Art

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

(ค่าเข้าชมปกติ 800 เยน)

ที่นี่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Seijiro Matsuoka ผู้ร่ำรวยจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้คนต่างหลงลืมคนตาย ไม่ว่าผู้นั้นจะเคยยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ศิลปะต่างหากที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ดังนั้นเขาจึงฝันที่จะแบ่งปันศิลปวัตถุที่เขาสะสมให้คนทั่วไปได้ชื่นชม

ภายในอาคารสองชั้นมีการจัดแสดงโบราณวัตถุ (มัมมี่และเครื่องปั้นดินเผา) งานประติมากรรมนูนต่ำ (ภาพสลัก หน้าบัน ทับหลัง) งานประติมากรรมลอยตัว (โดยเฉพาะงานของ Henry Moore และ Émile Antoine Bordelles รวมถึงพระพุทธรูปและเทวรูปจากเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์) ที่เป็นนิทรรศการถาวร ส่วนภาพวาดแบบญี่ปุ่น (Nihonga) และงานเซรามิกจากยุคต่างๆ จะเป็นนิทรรศการชั่วคราวที่จะสลับสับเปลี่ยนมาให้รื่นรมย์ นอกจากนี้ยังมีสวนร่มรื่นให้ชื่นชมอีกด้วย

 

Sato Sakura Museum Tokyo

ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass ตะลุยมิวเซียมลับ 77 แห่งในโตเกียว ด้วยบัตรลดราคา Grutto Pass

(ค่าเข้าชมปกติ 500 เยน)

แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) เป็นจุดชมดอกซากุระที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว แต่ดอกซากุระที่แสนบอบบางจะเบ่งบานเพียงเวลาสั้นๆ แล้วก็ร่วงโรยไป ดังนั้นหากใครพลาด สถานที่แห่งนี้อาจช่วยทุเลาอาการขาดสีชมพูและความหวานได้บ้าง เพราะอาคารทั้งสามชั้นคัดสรรเฉพาะภาพวาดเพื่อให้เชยชมดอกซากุระบานได้ทั้งปี เดินทางสะดวกเพียง 5 นาทีจากสถานี ​Naka-Meguro จะเจอตึกที่มี façade สวยเด่น ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ (วาด) แต่ก็แอบถ่ายแสงและเงามา…น่าจะไม่เป็นไร ;D

*รายละเอียดของ Grutto Pass 2018 และแหล่งเรียนรู้ทั้ง 92 แห่ง สามารถอ่านได้ที่นี่

*นอกจากจะซื้อ Grutto Pass ได้จากทุกแหล่งเรียนรู้ที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังสามารถซื้อแบบ combo set (Grutto Pass + Tokyo Metro 24-hour ticket อีกสองใบ) ในราคา 2,870 เยน ได้ที่ Tokyo Metro Pass Offices ในบางสถานีรถไฟใต้ดิน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

รณพร ตันติเวชวุฒิกุล

อดีตนักศึกษา The University of Tokyo ที่ออกสำรวจแห่งเรียนรู้มากกว่า 100 แห่ง ซึ่งแฝงตัวเงียบๆ ในกรุงโตเกียวและเมืองใกล้เคียง ภาษาญี่ปุ่นที่รู้เพียงงูๆ ปลาๆ ก็พาให้หลงทางบ่อยๆ แต่ก็ดีใจเสมอที่ได้พบเจอหลายสถานที่ที่อยู่นอกเรดาร์หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว ในบางครั้งการเรียนและงานวิจัยก็หนักหนา (และสาหัส) ทำให้ museum journey และการออกล่าตราปั๊มเป็นกิจกรรมโปรดที่ช่วยบำบัดความเครียดได้ชะงัด!

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

5 มิถุนายน 2564
234

เพื่อเป็นการงาน CSD (Christopher Street Day) Frankfurt 2020 เป็นขบวนพาเหรดที่จัดปีละครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศ บางประเทศเรียกว่า Pride Parade หรือ Pride March งานนี้จัดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมปีที่แล้ว ควบคู่กับงานเสวนาออนไลน์ พิเศษตรงรูปแบบของขบวนพาเหรดที่เป็น Auto-Demo ภาษาเยอรมัน แปลว่า Car Demonstration Parade (ขบวนพาเหรดรถยนต์) เราเพิ่งรู้จักกับการจัดขบวนพาเหรดแบบนี้เป็นครั้งแรกที่นี่

ช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 ในครั้งแรก ก็มีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อวางแผนมาตรการเฝ้าระวัง ในตอนนั้นทางรัฐบาลมีข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ การเดินประท้วงแบบปกติจึงต้องงดเว้นไป แต่ทางการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ได้ โดยจะต้องมีผู้โดยสารคันละไม่เกิน 2 คน จึงทำให้เราได้เห็นการประท้วงแบบ Auto-Demo นี้แทนการเดินถนน

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ผู้จัดต้องการให้มีพาเหรดนี้เกิดขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์โรคระบาด ก็เลยนำไอเดีย Auto-Demo มาใช้กับงานพาเหรดในปีนี้เช่นกัน ในขบวนมีทั้งผู้สนับสนุนจากเมือง Frankfurt และเมืองใกล้เคียง เช่น Offenbach และ Wiesbaden มาร่วมด้วย ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Romerberg ลานกว้างที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ Frankfurt โชคดีที่ในวันงาน สถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว ทางการอนุญาตให้เดินขบวนและชุมนุมได้ 

โดยยังแนะนำให้มีการใส่หน้ากากและเว้นระยะห่าง 1.5 เมตรอยู่ 

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+

ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อฟังผู้นำการจัดงานพูดแนะนำงานและความสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศ ก่อนที่จะเริ่มขบวน Auto-Demo ซึ่งผู้ร่วมขบวนและรถยนต์ทั้งหมดได้จอดรอเรียบร้อยแล้ว บนถนนริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก

เมื่อถึงเวลา ทุกคนเดินไปขึ้นรถของตัวเองและรอสัญญาณจากทีมงาน ก่อนจะเริ่มขับออกไปพร้อมกับโบกธง Pride Flag ให้กับผู้คนรอบข้าง ทั้งขบวนมีรถประมาณ 20 – 30 คัน แต่ละคันมาจากองค์กรและหน่วยงานอิสระมากมาย รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล บางส่วนก็เป็นผู้ร่วมขบวนที่เดินเป็นหน้ากระดานทั้งระหว่างขบวนและท้ายขบวน

ในความรู้สึกของเราถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ และรณรงค์ได้ด้วยมาตรการความปลอดภัย ในขบวนพาเหรดครั้งนี้ เราได้เห็นข้อความที่น่าสนใจคือ การรณรงค์เรื่อง Artikel 3 หรือกฎหมายมาตราที่ 3 

เมื่อได้อ่านดู ก็พบว่ามีใจความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม มีประโยคขึ้นต้นมาตราว่า

“All persons shall be equal before the law.”

เดินขบวนทิพย์ในงานขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

เนื้อหาในกฎหมายมาตรานี้ยังพูดถึงสิทธิเท่าเทียมของชายและหญิง รัฐมีหน้าที่กำจัดความไม่เท่าเทียมใดก็ตามที่เกิดขึ้น ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความลำเอียง เพราะเพศ การมีลูก ชาติพันธุ์ ภาษา ถิ่นกำเนิด เชื้อสาย ความเชื่อ หรือความคิดเห็นที่เกี่ยวกับศาสนาและการเมือง และบุคคลไม่ควรได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมเพราะมีความพิการ

(ข้อมูลอ้างอิง: https://www.bundesregierung.de/breg-en/chancellor/basic-law-470510)

ในฐานะผู้หญิงตรงเพศที่แต่งงานกับสามีซึ่งเป็นผู้ชายตรงเพศเช่นกัน เราจินตนาการไม่ได้เลยว่า ความไม่เท่าเทียมที่ชาว LGBTQ+ ต้องแบกรับนั้นนักหนาขนาดไหน แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีกฎหมายคุ้มครอง และผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนมาก แต่ในความเป็นจริง ชาว LGBTQ+ ก็ยังถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว และการทำงาน 

ตราบใดที่ยังมีความไม่เท่าเทียมในสังคม การรณรงค์นี้ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

นอกจากมาตราที่ 3 ที่เป็นกฎหมายพื้นฐานแล้ว ประเทศเยอรมนียังมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสได้ และอุปการะบุตรบุญธรรมได้ด้วย เราได้เห็นครอบครัว LGBTQ+ ที่นี่กับลูกๆ หลายครั้ง และรู้สึกดีมากที่ได้อยู่ในประเทศที่มีกฎหมายรับรอง เราเชื่อว่าความรักที่ดีมาจากคนสองคนที่รักและเคารพกันในฐานะคนที่เท่าเทียม และความรักที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สถาบันครอบครัวเข้มแข็งและทำให้สังคมมีความเข้มแข็งตามไปด้วย

เราหวังว่าจะมีวันที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมและกฎหมายความเท่าเทียมพื้นฐานเช่นกัน

สำหรับปีนี้งาน CSD Frankfurt 2021 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2021 รูปแบบงานจะกลับมาเป็นขบวนพาเหรดเดินเท้า พร้อมกิจกรรม Mini-CSD ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเป็นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและดูแลความปลอดภัยให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ติดตามรายละเอียดที่ : https://csd-frankfurt.de

เดินขบวนทิพย์ในงาน CSD Frankfurt ขบวนพาเหรดรถยนต์เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีหมวกรุ่นพิเศษจาก Painkiller Atelier X The Cloud ส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

วรรณิดา กสิวงศ์

เวดดิ้งแพลนเนอร์ @wondersweddings ชอบหนังสือ ช็อกโกแลตร้อน และดอกไม้ ใฝ่ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load