27 มิถุนายน 2561
21 K

ช่วงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อย่างน้อยต้องเคยผ่านเวลาของการลงแหวกว่ายในน้ำมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลศึกษา การกระโดดน้ำกับเพื่อนๆ ในลำคลองของชุมชน หัดตีขาในสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน หรือเป็นการแข่งขันกีฬาทางน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่น่ามีใครปฏิเสธว่า 2 สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อเราได้กระโจนลงน้ำคือ หนึ่ง อุณหภูมิที่เย็นกว่าอากาศปกติสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย และสอง การแหวกว่ายในน้ำที่ช่างแตกต่างจากการเคลื่อนไหวบนบก เสมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ร่างกายไร้น้ำหนัก

แค่อยู่บนผิวน้ำยังต่างขนาดนี้ แล้วจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราได้ดำดิ่งลงไปก้นบึ้งทะเลอย่างเสรี ไม่มีอะไรต้องพะวักพะวง และเป็นอิสระต่อความกลัวเรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


1.  เสรีใต้น้ำ

ก่อนจะดำน้ำได้ต้องว่ายน้ำเป็นก่อน ข้อนี้ใครๆ ที่เรียนดำน้ำทราบดีอยู่แล้ว

ข้อกำหนดนี้ ไม่ถูกยกเว้นแม้กระทั่งการดำน้ำแบบ Freediving

Freediving จัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับการดำน้ำ แต่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ นอกจากการเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว ซึ่งใช้การฝึกกลั้นหายใจลงไปในน้ำ และการปรับร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการดำน้ำแบบ Scuba ที่ต้องหายใจผ่านถังออกซิเจนตลอดเวลา Freediving จะมีเพียงแค่หน้ากากสนอร์เกิล ชุดดำน้ำแบบ Wet Suit และ Fin หรือตีนเป็ดเป็นอุปกรณ์เท่านั้น

เราพบ Freediving ได้ในกิจกรรมหลากหลายประเภท เช่น การจับปลา ยุทธวิธีทางทหาร ระบำใต้น้ำ หรือเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง การแข่งขันที่นิยมในปัจจุบันสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือการแข่งขันดำน้ำทน ซึ่งมีสถิติที่ใช้เวลานานที่สุดในโลกคือ 12 นาที และการแข่งขันดำน้ำลึก ถูกบันทึกสถิติไว้คือ 216 เมตร

ปัจจุบัน Freediving เป็นที่นิยมในหมวดกิจกรรมเชิงสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น การชมทัศนียภาพที่สวยงามใต้น้ำ ชมปะการัง ชมสัตว์ทะเล เป็นการดำน้ำที่ไม่มีฟองอากาศ ไม่มีเสียงหายใจดังๆ ดังนั้นจึงเป็นวิธีดำน้ำที่รบกวนสัตว์น้ำน้อยที่สุด ถือได้ว่า Freediving เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางสันทนาการได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

2. เกาะขอบสระ

ฉันพาตัวเองมาถึงสระว่ายน้ำที่นิชดาคลับ โครงการนิชดาธานี เพื่อสังเกตการสอนคลาส Freediving ของ ครูพลอย มาลัยวงศ์ เธออายุเพียง 27 ปี แต่เป็นครูสอน Freediving หญิงคนแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก Professional Association of Diving Instructors (PADI) องค์กรสอนดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขาทั่วโลก และเคยลงแข่ง Freediving ระดับชาติที่อียิปต์และสิงคโปร์ แถมคว้ารางวัลที่ 2 สำหรับผู้เข้าแข่งขันหญิงทั้ง 2 รายการ

แรกพบฉันเห็นครูพลอยกำลังสาละวนกับการสอนนักเรียนของเธออย่างเข้มข้น

คลาสเรียนเล็กๆ วันนั้นมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงเกือบทั้งคลาส บทเรียนในบ่ายวันนี้ ครูพลอยและผู้ช่วยให้นักเรียนเริ่มฝึกการกลั้นหายใจในน้ำ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำจนหมดสติ การว่ายน้ำแบบ Dynamic Apnea (การว่ายน้ำด้วยลมหายใจเดียว) ในระยะทาง 200 เมตร และการเคลียร์หู หรือการปรับความดันภายในหู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำน้ำทั้งแบบ Scuba และ Freediving

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

คลาสสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นกลางทะเล เมื่อเรียนพื้นฐานเสร็จจะได้เวลาสอบในสนามจริงคือมหาสมุทร ข้อสอบแรกคือการกลั้นหายใจนาทีครึ่ง และดำน้ำลึกลงไป 12 เมตร ซึ่งใครๆ ที่ผ่านการฝึกล้วนทำได้โดยไม่เกี่ยงเพศหรืออายุ

ครูพลอยชวนให้ฉันร่วมคลาสด้วยกัน แต่เพราะฉันไม่ได้เตรียมชุดมา ฉันจึงได้แต่นั่งดูการเรียนการสอนอยู่ห่างๆ ที่ริมขอบสระ

ย้อนกลับไปตั้งแต่ครูพลอยยังเป็นเด็ก คุณพ่อของเธอ (คุณราชันย์ มาลัยวงศ์) เป็น Course Director ครูสอนดำน้ำชาวไทยคนแรกขององค์กร PADI และสอนดำน้ำแบบสกูบามาเกือบ 30 ปี ในฐานะลูกสาวและศิษย์เอก ครูพลอยสัมผัสการดำน้ำตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทฤษฎีที่ครูพลอยจะนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องเรียนหรือการสอนภาคปฏิบัติ และการออกภาคสนามตามท้องทะเลในแถบภาคใต้ เธอเกาะหลังคุณพ่อดูการเรียนการสอน วิธีการดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่เธอหลงใหลการดำน้ำ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวนับแต่นั้นมา

“พลอยมาเป็นครูสอน Freediving แบบเต็มตัวได้หนึ่งปีพอดีค่ะ หลังจากลาออกจากงานประจำ พลอยคิดว่าพลอยหลงรักในความท้าทายของมัน พลอยจำความรู้สึกตอนที่ไปเรียน Freediving ครั้งแรกได้ ตอนแรกแค่ชอบดำเล่น พอไปเรียนแล้วครูให้ลงไปในทะเลสิบเมตรแล้วค้างไว้อยู่อย่างนั้น คือมันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการดำน้ำทั่วไปมาก ไม่มีอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เรากับทะเล เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจริงๆ”
เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


3. เหรียญสองด้าน

ครูพลอยบอกว่าปัจจุบันมีผู้สนใจมาเรียน Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสไลฟ์สไตล์ค้นหาประสบการณ์ใหม่และได้ถ่ายภาพสวยๆ ใต้น้ำคู่กับปะการังหรือสัตว์ทะเล แต่แท้จริงแล้ว Freediving มีประโยชน์ที่สำคัญอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ข้อแรก การหายใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการฝึกเก็บลมหายใจ และการหายใจด้วยกะบังลม จะทำให้ควบคุมลมหายใจได้ดียิ่งขึ้น ข้อสอง เกิดการผ่อนคลายและปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ดังที่ครูพลอยได้อธิบายไว้ว่า

“พลอยเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า ‘ความคิดที่เป็นแง่คิดเชิงบวก จะใช้ออกซิเจนน้อย’ อย่างการฝึกในคลาสเรียนที่ผ่านมา ถ้าใครมีความเครียด กังวล หรือไม่ผ่อนคลายร้อยเปอร์เซนต์ก็จะไม่มีทางกลั้นหายใจได้เลย แต่ถ้าใครที่ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ นึกถึงอะไรที่ทำให้สบายใจหรือมีความสุข คนนั้นจะกลั้นหายใจได้นานมาก ซึ่งการฝึกทุกครั้งทำให้เราต้องมีความคิดแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกอย่าง พลอยคิดว่าตรงนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ และปล่อยวางได้เร็วขึ้น”

ข้อสุดท้าย การผนวกรวมร่างกายของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของทะเล โดยการดำน้ำซึ่งปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพื่อการเอาชนะข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความรื่นรมย์ในการท่องเที่ยวใต้ทะเลให้งดงามยิ่งขึ้น

แต่กีฬาใต้น้ำนี้ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคือการหมดสติกะทันหันในน้ำหรือ Blackout ซึ่งเกิดจากขาดอากาศเพราะฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน กิจกรรมนี้จึงต้องมีบัดดี้ที่แข็งแรงใกล้เคียงกันสำหรับช่วยเหลือคู่ของตนได้ในเวลาฉุกเฉิน

“ความเสี่ยงมากที่สุดคือการพยายามเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองมากจนเกินไป พลอยเคยคุยกับบางคนที่ฝึกจน Blackout วันละเจ็ดแปดรอบ พลอยคิดในใจเลย มันสนุกเหรอ มันเท่เหรอ ไม่นะ มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายตัวเองมาก และเป็นการฝึกที่ผิดด้วย”

ครูพลอยกล่าวเตือน ก่อนกระโจนลงน้ำไป Freediving เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการดำน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

4. กลเม็ดเคล็ดลับ

ในเวลาเรียน ครูพลอยมีกลเม็ดและวิธีการต่างๆ ที่จะเรียกความมั่นใจ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและกังวลก่อนลงน้ำให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการลงดำน้ำแบบ Freediving

อย่างวันนี้จะมีพี่นักเรียนคนหนึ่งกังวลตลอดว่าจะขึ้นมาไม่ทัน เดี๋ยว Blackout พลอยเลยบอกเขาว่ามันไม่ได้แย่นะ อย่าเพิ่งด่วนคิดลบ พี่มีสมาธิ พยายามโฟกัสอยู่ที่ตัวเอง เราใช้ร่างกายของเราในการบริหารออกซิเจนในร่างกาย พี่ลองนึกถึงอะไรที่มีความสุข ทำให้สบายใจ หลังจากครั้งแรกที่เขาทำได้แค่สี่สิบวินาที ครั้งที่สองเขาทำได้สองนาทีกว่าๆ”

นอกเวลาเรียน ครูพลอยก็ถือเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่อยากศึกษาความรู้เกี่ยวกับร่างกาย จิตวิทยา และทฤษฎีเกี่ยวกับการดำน้ำแบบ Freediving ไม่เพียงแต่การสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน หากเพื่อการช่วยนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัดของเขา

ครูพลอยเล่าประสบการณ์การสอนนักเรียนคนหนึ่งที่พิเศษมากให้ฉันฟัง

“มีนักเรียนคนหนึ่งติดต่อมาเรียนกับพลอยโดยที่พลอยไม่รู้ประวัติเขามาก่อน ช่วงที่เรียนพลอยสังเกตว่าเขาดูประหม่า ร่างกายเขาดูไม่ปกติเพราะดูจากการจัดระเบียบร่างกาย การเคลื่อนไหวเขาไม่เหมือนคนปกติ พลอยมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ และเขาเพิ่งรับการทำกายภาพบำบัดมา วันนั้นเขาเรียนกับคนที่เก่ง ทุกคนทำได้หมดแล้ว พลอยกลัวมากว่าเขาจะรู้สึกแย่หรือท้อแท้มั้ย เขาบอกพลอยว่าเขาอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ เลยเป็นแรงฮึดที่พลอยอยากช่วยให้เขาทำได้ พลอยลงสระกับเขาประมาณห้ารอบ รอบละสามชั่วโมง จากคนที่ตีขาในน้ำไม่ได้เลย เขาสามารถว่ายน้ำจนสุดสระไป-กลับได้ และไปทดสอบ Performance Base ลงทะเลที่ความลึกหกถึงเจ็ดเมตรได้แบบตัวเปล่า ตีขา กลั้นหายใจลงไปในน้ำได้”

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


5. สู่มหาสมุทร

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งการเรียน หรือการทำงานในปัจจุบัน มีผลกระทบมากมายทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

สิ่งที่พอจะเยียวยาเราจากความตึงเครียดเหล่านั้น คือการบำบัดตัวเองให้ได้มีเวลาคุณภาพ ใช้เวลาเหล่านั้นปลดปล่อยทั้งกาย ใจ ลงไปกับสายน้ำที่คุ้นเคยในวัยเด็ก สลัดความคิดการงานทั้งหมดที่มีออกไป เก็บลมหายใจแล้วลงไปใต้ผืนน้ำ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าผ่านแว่นตาดำน้ำ แล้วค่อยๆ แหวกว่ายไปพบกับความสวยงามเบื้องหน้า ที่ยิ่งสวยกว่าเมื่อไม่มีพันธนาการใดๆ รั้งเอาไว้ นอกจากร่างกายของเราที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทั้งปวง

นั่นคือเสน่ห์ที่สวยงามของ Freediving ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมากมายเหลือคณานับ

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

ขอขอบคุณ พลอย มาลัยวงศ์
Bangkok Freedivers
ราคาคอร์สละ 7,900
Facebook : Bangkok Freedivers
Instagram : @ploymalaiwongs

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

นานมาแล้ว ฉันเคยได้ยินเรื่องราวของ ‘การบำบัดด้วยดอกไม้’ (Flower Essence Therapy) ณ ตอนนั้นก็ได้แต่ฟังผ่าน ไม่ได้สนใจ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะแค่ความงดงามของดอกไม้ เพียงแค่เราได้จ้องมอง หรือดอมดม มันก็ช่วยพาความสดชื่น เบิกบาน และรู้สึกสุขในใจได้อย่างไม่ต้องสงสัย 

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อชีวิตนำพาให้มีบ้านในป่า และไม่ได้ออกไปพบเจอผู้คนเท่าไรนัก ในแต่ละวันฉันใช้เวลาอยู่กับการฝึกชี่ นั่งสมาธิ โยคะ เพื่อนที่เราพูดคุยด้วยนอกจากตัวเองก็คือ ดอกไม้ ใบไม้ ธรรมชาติและสัตว์ป่า ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและดอกไม้จึงลึกซึ้งและชัดเจนขึ้น 

ในแต่ละวัน ฉันเห็นดอกไม้รับพลังด้วยการชาร์จแสงอาทิตย์เป็นเวลาหลายชั่วโมง พวกเขามีพลังงานและการสั่นสะเทือน (Vibration) แบบที่ฉันและเราทุกคนมี และฉันก็เชื่อว่าดอกไม้แต่ละชนิดก็มีพลังชีวิตแตกต่างกัน เหมือนการที่เราต่างมีเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ ไม่มีใครจะมาเลียนแบบเราได้ 

จากองค์ประกอบต่างๆ ทั้งด้วยความเชื่อเนิ่นนานด้วยพลังเยียวยาจากธรรมชาติ การฝึกฝนเรื่องพลังงานอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับการได้ย้ายบ้านเข้าไปอยู่ในป่า มันคงถึงเวลาที่ทำให้ฉันได้พบกับ มิเชล (Michelle Teo) เจ้าของ Namreka Sanctuary : Private Wellness Resort แบบบังเอิญ แต่ก็น่าอัศจรรย์ในเวลาเดียวกัน 

Flower Essence Therapy ศาสตร์สลายความเครียด ด้วยการดื่มน้ำค้างจากดอกไม้

มิเชลทำงานด้านพลังงานมาเป็นเวลากว่า 20 ปี เธอบอกว่าตัวเองเป็น Energy Work Practitioner มากกว่าจะเป็น Healer ตอนเจอกันครั้งแรก เธอบอกปมภายในของฉันได้อย่างแม่นยำผ่านการอ่านพลังงานด้วยทักษะของเธอ จากนั้นวันต่อมา เธอผสมบางอย่างมาให้ในขวดดรอปเปอร์สีชา แล้วกำชับว่าให้เก็บห่างจากโทรศัพท์มือถือ หยดในน้ำดื่ม 5 – 7 หยด เช้า-เย็น หรือ 4 ครั้งต่อวันก็ได้ถ้าไม่ลืม 

“มันคือยอดน้ำค้างบนดอกไม้ ที่ค้นพบโดยแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ ดร.เอ็ดเวิร์ด บาค (Edward Bach) ผู้ที่มีความเชื่อว่าความเครียดทางอารมณ์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยทางกาย การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและวิธีการมองโลกในแง่บวก ช่วยเยียวยาโรคภัยไข้เจ็บได้ นายแพทย์ผู้นี้ได้ค้นคว้าทัศนคติลบในจิตใจเท่าที่มนุษย์ได้มีประสบการณ์ร่วมกันไว้ 38 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความกลัว ความสิ้นหวัง ความหดหู่ ท้อแท้ ไม่มั่นใจ ไม่เห็นค่าของตัวเอง 

“จากนั้นเขาก็เริ่มศึกษาคุณลักษณะในทางยาของดอกไม้ทั้งหลาย ผสมผสานกับผัสสะและ Sensitivity อ่านคลื่นความสั่นสะเทือนของดอกไม้แต่ละชนิด ว่าส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง และคิดค้นสูตร Flower Essence ออกมาทั้งหมดสามสิบแปดขนาน ซึ่งมาจากน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ โดยตัวน้ำค้างเองได้พลังมาจากดอกไม้แต่ละชนิดอีกที

Flower Essence Therapy ศาสตร์สลายความเครียด ด้วยการดื่มน้ำค้างจากดอกไม้
Flower Essence Therapy ศาสตร์สลายความเครียด ด้วยการดื่มน้ำค้างจากดอกไม้

“การเก็บยอดน้ำค้างจากกลีบดอกไม้ในตอนเช้า มีความเข้นข้นไม่เท่ากับน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ฉันศึกษา Flower Essence กับ Essential Oil มาทั้งคู่ จึงเห็นความแตกต่าง น้ำมันเกิดจากการสกัดพืชและดอกจำนวนมาก ซึ่งมีความเข้มข้นทางยาจากคุณลักษณะของดอกไม้แต่ละชนิด เช่น เปปเปอร์มินต์ มีตัวยาเมนทอลที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เชื้อไวรัส ต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการปวด ดังนั้น จึงถูกนำมาใช้เยียวยาทางกาย แก้ปวดหรือดื่มกิน แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าสูดดมก็ช่วยเรื่องทางด้านจิตใจ คลายเครียด ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ 

ส่วน Flower Essence นั้นไม่ได้สกัดมาจากดอกไม้แต่อย่างใด แต่เป็นการเก็บยอดน้ำค้างจากกลีบดอกไม้ในยามเช้า ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำค้างได้พลังมาจากดอกไม้แต่ละชนิด พลังที่ว่านี้คือคลื่นความถี่ที่มีความละเอียดอ่อนมากๆ การทำงานของ Flower Essence จึงไม่ได้ทำงานกับกายหยาบ (Physical Body) แต่ลงลึกไปที่ความรู้สึก (Emotional Body) และจิตวิญญาณภายใน (Spiritual Body) นั่นเอง”

หลังจาก Dr.Bach เสียชีวิต คนที่ทำงานด้านนี้ต่อคือ เอียน ไวต์ (Ian White) จากออสเตรเลีย เขาเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ Australian Bush Flower Essences ขึ้นมา เขาค้นคว้าและค้นพบขนานยามากขึ้น เพราะในแต่ละประเทศพืชพันธุ์ก็ต่างกันออกไป และในสมัยที่ Dr.Bach ยังมีชีวิตอยู่ ประเด็นต่างๆ ก็ยังไม่มากมายเท่าปัจจุบัน อย่างเรื่องการข่มขืน การทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงความสัมพันธ์กับแม่ และการให้ความสำคัญในสตรีเพศ เหล่านี้ถูกคิดค้นในภายหลัง 

ทำความรู้จักการบำบัดใจ ด้วยศาสตร์การผสมยอดน้ำค้างจากดอกไม้ที่สะสมพลังจากธรรมชาติ
ทำความรู้จักการบำบัดใจ ด้วยศาสตร์การผสมยอดน้ำค้างจากดอกไม้ที่สะสมพลังจากธรรมชาติ

ปกติแล้ว Flower Essence Therapy จะเป็นการถาม-ตอบ (Consultation) อาการทางกายและใจที่เกิดขึ้น ทางนักบำบัดจะเก็บข้อมูล วิเคราะห์ แล้วผสมตัวยาให้ 

แต่วิธีที่มิเชลวิเคราะห์นั้นต่างออกไป ซึ่งฉันก็อธิบายออกมาเป็นคำพูด หรือหาหลักฐานพิสูจน์ใดๆ ไม่ได้ ฉันแค่หลับตานั่งอยู่ตรงหน้าเธอ ไม่ได้แนะนำตัวหรือพูดอะไรใดๆ ลืมตาขึ้นมา เธอก็รู้แล้วว่าต้องเบลนด์อะไรให้ 

“ในการทำงานของฉัน การถามตอบเป็นการใช้สมองซีกซ้ายมากเกินไป และฉันไม่ชอบใช้วิธีนี้ เพราะคนไข้บางคนมาด้วยความเครียด การถูกถามซ้ำๆ และต้องตอบสิ่งที่เจ็บปวดหรือสิ่งที่ไม่อยากจะคิดถึงมันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร ฉันจะสัมผัสพลังงานและดูว่ามีจุดติดขัดที่ตรงไหน มีจักระใดที่ไม่สมดุล อย่างเช่นในระหว่าง Session บางเคสฉันรู้ว่ามีการปิดกั้นที่จักระคอ นั่นหมายถึงเขาอาจมีปัญหาการปฏิเสธคน พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการไม่ได้ ตอบปฏิเสธได้ยาก ฉันจะเบลนด์น้ำค้างจากดอกเซนทอรี (Centaury) เพื่อช่วยให้กล้าพูดมากขึ้น และในขณะเดียวกัน เคสแบบนี้ฉันจะผสมน้ำค้างจากดอกอะกริโมนี (Agrimony) เพื่อเอาตัวตนที่แท้จริงออกมา เอาหน้ากากที่สวมไว้ออก เพราะบางครั้งการที่เราพูดอย่างที่เราอยากไม่ได้ ก็เหมือนกับเราไม่ได้เป็นตัวของเราเองนั่นเอง

ทำความรู้จักการบำบัดใจ ด้วยศาสตร์การผสมยอดน้ำค้างจากดอกไม้ที่สะสมพลังจากธรรมชาติ

“บางคนยึดติดกับอดีตมากไป หรือให้อดีตมามีผลกระทบกับปัจจุบัน ก้าวไปต่อไม่ได้ ต้องใช้น้ำค้างจากดอกสายน้ำผึ้ง (Honeysuckle) ถ้าคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่นับถือตัวเอง เราจะใช้น้ำค้างจากดอกสนลาร์ช (Larch) หรือคนที่ชอบคิดว่าตัวเองโชคร้ายเสมอ หรือแบบว่าตัวเองไม่สมควรได้รับโชคดี ทับถมตัวเอง อันนี้ก็ต้องใช้จากต้นหลิว (Willow) หรือคนที่คิดว่าตัวเองไม่เคยดีพอ แครบแอปเปิ้ล (Crabapple) จะช่วยได้ 

“ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อของขนานยาน้ำค้างจากดอกไม้ ที่ทำงานกับแรงสั่นสะเทือนของอารมณ์ต่างๆ ในร่างกาย ฉันเรียกมันว่า Vibrational Medicine และนี่คือเหตุผลที่ฉันแนะนำให้วางมันไกลจากโทรศัพท์มือถือ เพราะมันกวนคลื่นกันและกันได้

“ปกติแล้วเวลาผสม เรามักจะไม่เบลนด์เกินเจ็ดชนิด เพราะเชื่อว่าถ้าเยอะเกินไป อาจแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด แต่สำหรับบางคน ฉันอาจจะเบลนด์ถึงเก้าชนิด ถ้ามันจำเป็นสำหรับเขาจริงๆ แต่ละเคสนั้นมีความเฉพาะตัวและไม่มีใครเหมือนใคร”

ตอนที่ฉันได้ Flower Essence จากมิเชลเป็นของขวัญ ฉันไม่ได้ถามว่าเธอใส่อะไรเข้าไป ฉันเริ่มดื่มได้ 2 – 3 วันก็ตัดสินใจนั่งสมาธิอยู่ที่บ้าน อยู่กับตัวเอง ไม่ออกไปไหน ไม่เจอใคร ปิดโทรศัพท์สัก 7 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฉันนอนยาววันหนึ่งเต็มๆ เหนื่อย เพลีย และง่วงมาก ฉันฝันตลอด ความฝันที่ผุดขึ้นเป็นความทรงจำเก่าๆ จากอดีต ที่ไม่คิดว่าจะจำได้ มิเชลบอกฉันว่า 

ทำความรู้จักการบำบัดใจ ด้วยศาสตร์การผสมยอดน้ำค้างจากดอกไม้ที่สะสมพลังจากธรรมชาติ
ทำความรู้จักการบำบัดใจ ด้วยศาสตร์การผสมยอดน้ำค้างจากดอกไม้ที่สะสมพลังจากธรรมชาติ

“มันเป็นเรื่องปกติ ถ้า Flower Essence ที่เบลนด์นั้นมันเหมาะกับคุณ และเข้าไปถึงปัญหาที่คุณมี ร่างกายคุณจะเกิดการดีท็อกซ์ เช่น เพลีย ปวดหัว เป็นไข้นิดหน่อย ท้องเสีย เพราะร่างกายต้องการขับพิษที่สะสมมานานออก และเราเรียกช่วงเวลานี้ว่า Healing Crisis โดยปกติแล้วหลังจาก Session ฉันมักบอกให้คนไข้ดื่มน้ำ มีสติ สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 

“ฉันนับถือคนทุกคนที่เข้ามารักษากับฉันมากๆ เพราะผลจากอารมณ์ที่คั่งค้าง จากจิตใต้สำนึก แรงสั่นสะเทือนของ Flower Essence ไปเปิดความทรงจำ ความเจ็บปวด ปมต่างๆ ในอดีตได้ แต่หลังจากนั้น พอผ่านช่วง Healing Crisis ไปแล้ว ซึ่งปกติจะไม่นานมาก ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ คุณจะรู้สึกดีขึ้น เบาขึ้น และอยากจะดูแลตัวเองมากขึ้น” 

หลังจากดื่ม Flower Essence หมดไปหนึ่งขวด ฉันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง จึงเริ่มตั้งคำถามกับเธอว่าเบลนด์นั้นคืออะไร เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนแบบที่ยิ้มให้ฉันเสมอแล้วบอกว่า 

“มียอดน้ำค้างจากต้นสน (Pine) ทำให้เธอเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นจากดอกเซนทอรี เพื่อให้เธอกล้าพูดในสิ่งที่อยากพูด ตอบว่าได้เมื่อต้องการ ตอบว่าไม่เมื่อไม่ต้องการแบบไม่รู้สึกผิดใดๆ ส่วนน้ำค้างจากดอกเวอร์บีน่า (Vervain) ให้เธอไม่ต้องผลักดันตัวเองให้หนักเกินไป ฉันรู้เธอตั้งใจฝึกฝนตัวเองทุกวัน แต่ถ้าวันไหนเธอไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องเครียดว่าไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้”

ขอบคุณนะคะมิเชล

Facebook : Namreka Sanctuary Koh Phangan 

Website : www.namreka.com

โทรศัพท์ : 09 3574 2693

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load