ช่วงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อย่างน้อยต้องเคยผ่านเวลาของการลงแหวกว่ายในน้ำมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลศึกษา การกระโดดน้ำกับเพื่อนๆ ในลำคลองของชุมชน หัดตีขาในสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน หรือเป็นการแข่งขันกีฬาทางน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่น่ามีใครปฏิเสธว่า 2 สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อเราได้กระโจนลงน้ำคือ หนึ่ง อุณหภูมิที่เย็นกว่าอากาศปกติสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย และสอง การแหวกว่ายในน้ำที่ช่างแตกต่างจากการเคลื่อนไหวบนบก เสมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ร่างกายไร้น้ำหนัก

แค่อยู่บนผิวน้ำยังต่างขนาดนี้ แล้วจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราได้ดำดิ่งลงไปก้นบึ้งทะเลอย่างเสรี ไม่มีอะไรต้องพะวักพะวง และเป็นอิสระต่อความกลัวเรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


1.  เสรีใต้น้ำ

ก่อนจะดำน้ำได้ต้องว่ายน้ำเป็นก่อน ข้อนี้ใครๆ ที่เรียนดำน้ำทราบดีอยู่แล้ว

ข้อกำหนดนี้ ไม่ถูกยกเว้นแม้กระทั่งการดำน้ำแบบ Freediving

Freediving จัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับการดำน้ำ แต่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ นอกจากการเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว ซึ่งใช้การฝึกกลั้นหายใจลงไปในน้ำ และการปรับร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการดำน้ำแบบ Scuba ที่ต้องหายใจผ่านถังออกซิเจนตลอดเวลา Freediving จะมีเพียงแค่หน้ากากสนอร์เกิล ชุดดำน้ำแบบ Wet Suit และ Fin หรือตีนเป็ดเป็นอุปกรณ์เท่านั้น

เราพบ Freediving ได้ในกิจกรรมหลากหลายประเภท เช่น การจับปลา ยุทธวิธีทางทหาร ระบำใต้น้ำ หรือเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง การแข่งขันที่นิยมในปัจจุบันสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือการแข่งขันดำน้ำทน ซึ่งมีสถิติที่ใช้เวลานานที่สุดในโลกคือ 12 นาที และการแข่งขันดำน้ำลึก ถูกบันทึกสถิติไว้คือ 216 เมตร

ปัจจุบัน Freediving เป็นที่นิยมในหมวดกิจกรรมเชิงสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น การชมทัศนียภาพที่สวยงามใต้น้ำ ชมปะการัง ชมสัตว์ทะเล เป็นการดำน้ำที่ไม่มีฟองอากาศ ไม่มีเสียงหายใจดังๆ ดังนั้นจึงเป็นวิธีดำน้ำที่รบกวนสัตว์น้ำน้อยที่สุด ถือได้ว่า Freediving เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางสันทนาการได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

2. เกาะขอบสระ

ฉันพาตัวเองมาถึงสระว่ายน้ำที่นิชดาคลับ โครงการนิชดาธานี เพื่อสังเกตการสอนคลาส Freediving ของ ครูพลอย มาลัยวงศ์ เธออายุเพียง 27 ปี แต่เป็นครูสอน Freediving หญิงคนแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก Professional Association of Diving Instructors (PADI) องค์กรสอนดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขาทั่วโลก และเคยลงแข่ง Freediving ระดับชาติที่อียิปต์และสิงคโปร์ แถมคว้ารางวัลที่ 2 สำหรับผู้เข้าแข่งขันหญิงทั้ง 2 รายการ

แรกพบฉันเห็นครูพลอยกำลังสาละวนกับการสอนนักเรียนของเธออย่างเข้มข้น

คลาสเรียนเล็กๆ วันนั้นมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงเกือบทั้งคลาส บทเรียนในบ่ายวันนี้ ครูพลอยและผู้ช่วยให้นักเรียนเริ่มฝึกการกลั้นหายใจในน้ำ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำจนหมดสติ การว่ายน้ำแบบ Dynamic Apnea (การว่ายน้ำด้วยลมหายใจเดียว) ในระยะทาง 200 เมตร และการเคลียร์หู หรือการปรับความดันภายในหู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำน้ำทั้งแบบ Scuba และ Freediving

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

คลาสสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นกลางทะเล เมื่อเรียนพื้นฐานเสร็จจะได้เวลาสอบในสนามจริงคือมหาสมุทร ข้อสอบแรกคือการกลั้นหายใจนาทีครึ่ง และดำน้ำลึกลงไป 12 เมตร ซึ่งใครๆ ที่ผ่านการฝึกล้วนทำได้โดยไม่เกี่ยงเพศหรืออายุ

ครูพลอยชวนให้ฉันร่วมคลาสด้วยกัน แต่เพราะฉันไม่ได้เตรียมชุดมา ฉันจึงได้แต่นั่งดูการเรียนการสอนอยู่ห่างๆ ที่ริมขอบสระ

ย้อนกลับไปตั้งแต่ครูพลอยยังเป็นเด็ก คุณพ่อของเธอ (คุณราชันย์ มาลัยวงศ์) เป็น Course Director ครูสอนดำน้ำชาวไทยคนแรกขององค์กร PADI และสอนดำน้ำแบบสกูบามาเกือบ 30 ปี ในฐานะลูกสาวและศิษย์เอก ครูพลอยสัมผัสการดำน้ำตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทฤษฎีที่ครูพลอยจะนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องเรียนหรือการสอนภาคปฏิบัติ และการออกภาคสนามตามท้องทะเลในแถบภาคใต้ เธอเกาะหลังคุณพ่อดูการเรียนการสอน วิธีการดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่เธอหลงใหลการดำน้ำ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวนับแต่นั้นมา

“พลอยมาเป็นครูสอน Freediving แบบเต็มตัวได้หนึ่งปีพอดีค่ะ หลังจากลาออกจากงานประจำ พลอยคิดว่าพลอยหลงรักในความท้าทายของมัน พลอยจำความรู้สึกตอนที่ไปเรียน Freediving ครั้งแรกได้ ตอนแรกแค่ชอบดำเล่น พอไปเรียนแล้วครูให้ลงไปในทะเลสิบเมตรแล้วค้างไว้อยู่อย่างนั้น คือมันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการดำน้ำทั่วไปมาก ไม่มีอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เรากับทะเล เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจริงๆ”
เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


3. เหรียญสองด้าน

ครูพลอยบอกว่าปัจจุบันมีผู้สนใจมาเรียน Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสไลฟ์สไตล์ค้นหาประสบการณ์ใหม่และได้ถ่ายภาพสวยๆ ใต้น้ำคู่กับปะการังหรือสัตว์ทะเล แต่แท้จริงแล้ว Freediving มีประโยชน์ที่สำคัญอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ข้อแรก การหายใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการฝึกเก็บลมหายใจ และการหายใจด้วยกะบังลม จะทำให้ควบคุมลมหายใจได้ดียิ่งขึ้น ข้อสอง เกิดการผ่อนคลายและปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ดังที่ครูพลอยได้อธิบายไว้ว่า

“พลอยเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า ‘ความคิดที่เป็นแง่คิดเชิงบวก จะใช้ออกซิเจนน้อย’ อย่างการฝึกในคลาสเรียนที่ผ่านมา ถ้าใครมีความเครียด กังวล หรือไม่ผ่อนคลายร้อยเปอร์เซนต์ก็จะไม่มีทางกลั้นหายใจได้เลย แต่ถ้าใครที่ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ นึกถึงอะไรที่ทำให้สบายใจหรือมีความสุข คนนั้นจะกลั้นหายใจได้นานมาก ซึ่งการฝึกทุกครั้งทำให้เราต้องมีความคิดแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกอย่าง พลอยคิดว่าตรงนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ และปล่อยวางได้เร็วขึ้น”

ข้อสุดท้าย การผนวกรวมร่างกายของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของทะเล โดยการดำน้ำซึ่งปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพื่อการเอาชนะข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความรื่นรมย์ในการท่องเที่ยวใต้ทะเลให้งดงามยิ่งขึ้น

แต่กีฬาใต้น้ำนี้ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคือการหมดสติกะทันหันในน้ำหรือ Blackout ซึ่งเกิดจากขาดอากาศเพราะฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน กิจกรรมนี้จึงต้องมีบัดดี้ที่แข็งแรงใกล้เคียงกันสำหรับช่วยเหลือคู่ของตนได้ในเวลาฉุกเฉิน

“ความเสี่ยงมากที่สุดคือการพยายามเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองมากจนเกินไป พลอยเคยคุยกับบางคนที่ฝึกจน Blackout วันละเจ็ดแปดรอบ พลอยคิดในใจเลย มันสนุกเหรอ มันเท่เหรอ ไม่นะ มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายตัวเองมาก และเป็นการฝึกที่ผิดด้วย”

ครูพลอยกล่าวเตือน ก่อนกระโจนลงน้ำไป Freediving เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการดำน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

4. กลเม็ดเคล็ดลับ

ในเวลาเรียน ครูพลอยมีกลเม็ดและวิธีการต่างๆ ที่จะเรียกความมั่นใจ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและกังวลก่อนลงน้ำให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการลงดำน้ำแบบ Freediving

อย่างวันนี้จะมีพี่นักเรียนคนหนึ่งกังวลตลอดว่าจะขึ้นมาไม่ทัน เดี๋ยว Blackout พลอยเลยบอกเขาว่ามันไม่ได้แย่นะ อย่าเพิ่งด่วนคิดลบ พี่มีสมาธิ พยายามโฟกัสอยู่ที่ตัวเอง เราใช้ร่างกายของเราในการบริหารออกซิเจนในร่างกาย พี่ลองนึกถึงอะไรที่มีความสุข ทำให้สบายใจ หลังจากครั้งแรกที่เขาทำได้แค่สี่สิบวินาที ครั้งที่สองเขาทำได้สองนาทีกว่าๆ”

นอกเวลาเรียน ครูพลอยก็ถือเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่อยากศึกษาความรู้เกี่ยวกับร่างกาย จิตวิทยา และทฤษฎีเกี่ยวกับการดำน้ำแบบ Freediving ไม่เพียงแต่การสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน หากเพื่อการช่วยนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัดของเขา

ครูพลอยเล่าประสบการณ์การสอนนักเรียนคนหนึ่งที่พิเศษมากให้ฉันฟัง

“มีนักเรียนคนหนึ่งติดต่อมาเรียนกับพลอยโดยที่พลอยไม่รู้ประวัติเขามาก่อน ช่วงที่เรียนพลอยสังเกตว่าเขาดูประหม่า ร่างกายเขาดูไม่ปกติเพราะดูจากการจัดระเบียบร่างกาย การเคลื่อนไหวเขาไม่เหมือนคนปกติ พลอยมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ และเขาเพิ่งรับการทำกายภาพบำบัดมา วันนั้นเขาเรียนกับคนที่เก่ง ทุกคนทำได้หมดแล้ว พลอยกลัวมากว่าเขาจะรู้สึกแย่หรือท้อแท้มั้ย เขาบอกพลอยว่าเขาอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ เลยเป็นแรงฮึดที่พลอยอยากช่วยให้เขาทำได้ พลอยลงสระกับเขาประมาณห้ารอบ รอบละสามชั่วโมง จากคนที่ตีขาในน้ำไม่ได้เลย เขาสามารถว่ายน้ำจนสุดสระไป-กลับได้ และไปทดสอบ Performance Base ลงทะเลที่ความลึกหกถึงเจ็ดเมตรได้แบบตัวเปล่า ตีขา กลั้นหายใจลงไปในน้ำได้”

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


5. สู่มหาสมุทร

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งการเรียน หรือการทำงานในปัจจุบัน มีผลกระทบมากมายทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

สิ่งที่พอจะเยียวยาเราจากความตึงเครียดเหล่านั้น คือการบำบัดตัวเองให้ได้มีเวลาคุณภาพ ใช้เวลาเหล่านั้นปลดปล่อยทั้งกาย ใจ ลงไปกับสายน้ำที่คุ้นเคยในวัยเด็ก สลัดความคิดการงานทั้งหมดที่มีออกไป เก็บลมหายใจแล้วลงไปใต้ผืนน้ำ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าผ่านแว่นตาดำน้ำ แล้วค่อยๆ แหวกว่ายไปพบกับความสวยงามเบื้องหน้า ที่ยิ่งสวยกว่าเมื่อไม่มีพันธนาการใดๆ รั้งเอาไว้ นอกจากร่างกายของเราที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทั้งปวง

นั่นคือเสน่ห์ที่สวยงามของ Freediving ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมากมายเหลือคณานับ

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

ขอขอบคุณ พลอย มาลัยวงศ์
Bangkok Freedivers
ราคาคอร์สละ 7,900
Facebook : Bangkok Freedivers
Instagram : @ploymalaiwongs

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

คาดการณ์ว่าเทรนด์หนึ่งในปี 2022 นี้ จะเป็นการกินเพื่อสุขภาพใจที่ดี หลังจากที่คนทั่วโลกต้องเผชิญวิกฤตมาร่วมกัน และส่งผลต่อสภาพจิตใจมาต่อเนื่องและเนิ่นนาน

การกินเพื่อบำบัดจิตใจมีหลายวิธีการและหลากหลายระดับความเชื่อ แต่แนวทางหนึ่งที่เราสนใจคือวิถีของ Nik Heartsong นักบำบัดผู้ที่ตรวจสอบร่างกายด้วยวิถีธรรมชาติ และใช้วิธีการกินอาหารเพื่อปรับสมดุลของสภาวะในร่างกาย เป้าหมายเพื่อขับสิ่งที่ไม่ดี และทำให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมกับการเกิดพลังงานดีที่จะมีผลต่อสภาพจิตใจโดยตรง

การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน

“ไม่รู้ว่าจะเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายที่ฉันเริ่มเจ็บป่วยมาตั้งแต่อายุ 25 แบบที่หาสาเหตุไม่ได้ ก่อนหน้านั้น ฉันเป็นเด็กที่แข็งแรง ชอบเล่นกีฬา เล่นยิมนาสติก แต่หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ก็เริ่มมีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้นเยอะมาก จุดเริ่มต้นเริ่มมาจากไม่มีแรง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ นอนไม่อิ่ม หลับยาก สมองคิดอะไรไม่ค่อยออก แพ้ มีอาการคันตามผิวหนัง และรู้สึกถึงการอักเสบในร่างกาย มีการติดเชื้อ ฉันไปหาหมอหลายที่ ไปหาแพทย์ทางเลือก ทั้งฝังเข็มและอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ไม่มีใครหาสาเหตุได้ ต่างคนต่างก็วินิจฉัยไปในวิถีทางของตัวเอง” นิคเริ่มเล่าเรื่องของตัวเธอให้ฟังในบ่ายวันหนึ่ง หลังจากที่เราเพิ่งทำซาวน่าด้วยกันเสร็จ 

มันเป็นเส้นทางที่ยากลำบากและเข้มข้นกับการหาสาเหตุความเจ็บป่วยด้วยตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ และเธอก็พอใจและภูมิใจในผลลัพธ์เอามาก ๆ และสุดท้ายจากประสบการณ์ของเธอ ทำให้ได้ทำงานที่เธอรัก ช่วยเหลือผู้คน นิคมีอาชีพเป็น Quantum Bioresonance Therapist หรือนักบำบัดโรคด้วยคลื่นความถี่ (เราจะยังไม่พูดถึงบทบาทนี้ของเธอในบทความนี้ แต่ติดตามได้ว่าเธอมีคอร์สอะไรบ้างได้ที่ www.wingedhearthealing.com) เธอใช้ตัวเองพิสูจน์ว่าโรคต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้มันมีสาเหตุมาจากอะไร ทำให้นิคอยากแลกเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์กับใครอีกหลายคน

“จากจุดนั้น ฉันเลยเริ่มมาสังเกตตัวเองอย่างละเอียด ดูอาการของตัวเอง ใช้การรับรู้ความรู้สึกและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ดูวิถีการใช้ชีวิต การกิน 

“จนสุดท้าย ฉันค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย ปรสิต และอาหาร” นิคเล่าถึงสิ่งที่เธอค้นพบ

การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน
การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน

ตอนนี้นิคอายุ 36 แต่เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่เธอเพียรหาคำอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสุดท้ายเธอคิดว่ามันเป็นความโชคดีที่เธอเจ็บป่วยมาตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อให้เข้าใจร่างกาย อาหารที่ก่อโรค และดูแลตัวเองได้อย่างที่มันควรจะเป็นจนถึงทุกวันนี้

“ฉันใช้ตัวเองเป็นตัวทดลอง เพื่อรักษาตัวฉันเองโดยไม่พึ่งพาหมออีกต่อไป ฉันสังเกตทุกอย่างว่ากินอาหารอะไร แล้วมันส่งผลต่อร่างกายแบบไหน แล้วสุดท้ายฉันก็ค้นพบว่า ปรสิตอยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด 

“ทุกการเจ็บป่วยต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ และไม่มีหมอคนไหนพูดถึงสิ่งนี้ให้ฉันฟัง จากอาการของฉันที่กล่าวมาข้างต้น มันไปจบที่การเป็นมะเร็งได้ จึงอธิบายได้ว่าอาหารบางประเภทเป็นอาหารที่ทำให้ปรสิตเติบโตมากขึ้น มันสร้างสภาพแวดล้อมให้ปรสิตเติบโตได้ดี และน้ำตาลเป็นตัวอันตรายที่สุด (ส่วนน้ำตาลมะพร้าว หญ้าหวาน และน้ำผึ้ง ทานได้) นอกจากนั้นยังมีแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์จากนม กลูเตน และถั่วเหลืองอีก ซึ่งถ้าหากไม่บอกว่าอาหารเหล่านี้เป็นอาหารชั้นดีของปรสิต อาหารเหล่านี้ก็มีส่วนทำให้เกิดการอักเสบและการติดเชื้อภายในร่างกายได้ง่ายมาก” 

การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน

นิคลองเข้ารับ Treatment และ Therapy มาเกือบหมดทุกอย่าง ไปมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ทั้งการฉีดวิตามิน การใส่ออกซิเจนในร่างกาย หรือแม้แต่ทำเลเซอร์เพื่อรักษาโรค แต่กลับไม่มีวิธีไหนได้ผลดีเลย จนได้พบว่าปรสิตนี้เองที่เป็นตัวการ เพราะเมื่อปรสิตเข้าไปในร่างกายเรา มันจะสร้างรัง ซึ่งรังนี้ก็จะดูดแบคทีเรีย เชื้อรา และโลหะหนัก ให้หมักหมมอยู่ในร่างกายและก่อให้เกิดโรค ถ้าเราฆ่าเฉพาะแค่แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยไม่ทำลายปรสิตไป เมื่อมีแบคทีเรียและเชื้อราตัวใหม่เข้ามา มันก็จะไปเติบโตในรังของปรสิตอยู่ดี พอรู้อย่างนี้ ฉันก็หาวิธีที่จะกำจัดปรสิตในร่างกาย ศึกษาอยู่หลายวิธี ทั้งที่แบบซื้อยาจากร้านขายยา แต่มันก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร 

จนนิคค้นพบวิธีธรรมชาติ นั่นก็คือการทำ Juice Fasting หรือการอดอาหารและดื่มน้ำผลไม้อย่างเดียว ร่วมกับการสวนทวารด้วยน้ำกาแฟหรือกระเทียม โดยใช้กระเทียม 3 กลีบปั่นกับน้ำสะอาดแล้วสวนล้างทวารเข้าไป ต่อเนื่องเป็นเวลา10 วัน และทำซาวน่าเป็นบางวัน 

หรือการทาน Juice Shot ที่นิคเรียกมันว่า Parasite Bomb ทุกเช้าที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ กระเทียม ขมิ้น ขิงมะนาว ส้ม และหยดออริกาโนออยล์ 2 – 3 หยดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ 

ส่วนวิธีที่ง่ายที่สุดและราคาไม่แพง แต่ใช้เวลานานสุดคือ การกินดินเบาหรือไดอะตอมไมต์ (Diatomaceous Earth) 2 – 3 เวลาต่อวัน เป็นเวลา 1 เดือน โดยตักมา 1 ช้อนโต๊ะผสมในน้ำแล้วดื่ม เป็นวิธีที่ปลอดภัย แม้แต่เด็กก็ทานได้ เพราะดินเบามีคุณสมบัติดูดซับไขมันที่ผนังลำตัวชั้นนอกของปรสิต ทำให้มีการสูญเสียน้ำ ประกอบกับรูปร่างของดินเบา ถ้าส่องกล้องจุลทรรศน์ดูจะเห็นว่าชั้นผิวรอบนอกขรุขระ ซึ่งขีดข่วนลำตัวปรสิตให้สูญเสียน้ำเช่นกัน และเนื่องจากปรสิตเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก การสูญเสียน้ำนิดเดียวมันก็ตายได้ 

การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน
การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน

วิธีสุดท้ายคือการรักษาด้วยสมุนไพร ซึ่งจะกินเป็นแบบแคปซูลหรือแบบผงก็ได้ มี 3 อย่างด้วยกัน คือ วอลนัทดำ บอระเพ็ด และกานพลู ซึ่งต้องกินติดต่อกัน 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือน เพราะปรสิตมีมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ แต่ละชนิดก็มีวงจรชีวิตที่แตกต่างกัน บางพันธุ์สั้น บางพันธุ์ยาว ดังนั้นบางทีเราฆ่าตัวไปแล้ว แต่ไข่อาจจะยังอยู่

ถึงแม้ว่าเราจะเข้าใจว่าปรสิตเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของโรคทางกาย แต่ถ้าให้มองลึกลงไปในแง่พลังงาน เจ้าปรสิตนี้ก็มีผลต่อจิตใจและอารมณ์เช่นกัน เพราะสสารทุกอย่างเริ่มต้นที่พลังงาน มันมีแรงสั่นสะเทือน มีความถี่ ไม่ว่าจะเป็นความคิด อารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ก็ล้วนเป็นพลังงาน และเมื่อคลื่นความถี่ในร่างกายถูกรบกวน ร่างกายและจิตใจก็เกิดความไม่สมดุล ความเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ จึงกลับมาเล่นงานเราได้นั่นเอง 

มีความเชื่อว่าบางครั้งการเติบโตของปรสิตในร่างกาย ก็มาจากนิสัยบางอย่างที่เกิดจากความไม่ชัดเจนในตัวเอง เช่น การไม่สร้างเกราะให้ตัวเอง เช่น การไม่สามารถพูดว่า ได้ หรือ ไม่ได้ แบบตรงไปตรงมา พลังงานความถี่ของนิสัยเหล่านี้ จะส่งผลกลับให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของปรสิตเช่นกัน 

ปกติแล้ว เราดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมวของเราด้วยการให้กินยาฆ่าพยาธิทุกเดือน แล้วทำไมเราถึงจะดูแลตัวเองไม่ได้ 

อย่างที่บอกไปข้างต้น วิธีที่ทรงพลังและได้ผลที่สุดคือ Juice Fasting ซึ่งจะเป็นน้ำผักผลไม้อะไรก็ได้ที่ไม่มีกากใย แต่ถ้าเน้นเป็นผักใบเขียวได้ก็จะดี เพราะวิธีนี้เชื่อมต่อกับจิตใจของเราด้วย มันสร้างวินัยอย่างสูง และสร้างความเข้มแข็งภายในจิตใจให้เราผ่านไปได้ 

มันอาจทำให้บางคนอยู่กับตัวเองมากขึ้น ไม่ Distract ตัวเองด้วยการออกไปเจอเพื่อน ไปเจออาหาร เป็นเหมือนการเยียวยาทั้งกายใจไปพร้อมกัน แต่ในกระบวนการนี้จะมีข้อห้าม เช่น ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ ซึ่งเป็นข้อดีที่การอดไปสักระยะ เป็นการชนะใจตนเองในรูปแบบหนึ่งหลังจากผ่านไปได้ 10 วัน หรือยิ่งถ้าบางคนทำได้นานกว่านั้น ก็จะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง รู้สึกเข้มแข็งจากภายใน

หลังจากทำแล้ว ถ้าใครเจ็บป่วยอยู่หรือมี Body Awareness มาก ๆ ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่ายกายและจิตใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ในช่วงแรกที่ทำแนะนำให้ทำทุก 3 เดือนครั้ง หลังจากนั้นค่อยปรับเป็นปีละ 2 ครั้ง 

การกินบำบัด : เมื่อเรารักษาใจและกายของตัวเองได้ด้วยการกิน

หลังจาก Fast ครบ 10 วันแล้ว ให้ค่อย ๆ ปรับตัวมาเริ่มกินอาหารอ่อนก่อน เช่น Smoothie แล้วก็ซุป ค่อย ๆ ให้ร่างกายปรับตัว แล้วก็ให้เริ่มกินโพรไบโอติกและอาหารหมักดอง เพื่อเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในร่างกาย เพราะตอนที่เราฆ่าปรสิต เราก็ฆ่าแบคทีเรียที่ดีในร่างกายไปด้วย 

ทั้งโพรไบโอติกและอาหารหมักดองเป็นสิ่งที่เราควรกินทุกวัน ใส่มันไปในมื้ออาหารทุกมื้อ อาจเป็นมิโซะ กิมจิ ซาวเคราท์ Apple Cider Vinegar หรือคีเฟอร์ก็ได้ อาหารเหล่านี้มีผลดีต่อลำไส้และสมอง ถ้าวันไหนรู้สึกโกรธ รู้สึกแย่ รู้สึกหดหู่ อาหารเหล่านี้ช่วยได้ 

อีกอย่างหนึ่งคือไขมันดี เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว ถั่วต่าง ๆ เมล็ดแฟลกซ์ ปลาที่มีโอเมก้า 3 

ในเมืองไทยเรามักใช้น้ำมันที่ไม่ค่อยดีในการประกอบอาหาร แต่ที่จริงแล้วน้ำมันที่ดีมีมากมายในเมืองไทย เช่นน้ำมันมะพร้าว รองลงมาก็น้ำมันมะกอกและน้ำมันอะโวคาโด การใช้น้ำมันที่ดีมีผลต่อสุขภาพ ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ด้วย 

“จะว่าไปแล้วทุกอย่างล้วนเกี่ยวเนื่องและส่งผลกระทบซึ่งกันและกันไปทั้งหมด มาจากการกระทำของมนุษย์เรานี่เอง ปรสิตก็มาจากอาหาร อากาศ น้ำ ของที่เรากินเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งตอนนี้ปรสิตเติบโตมากมาย ก็เพราะเราปฏิบัติต่อโลกไม่ดี เราไม่ดูแลบำรุงดิน เราปลูกพืชซ้ำไปมา เราใช้เคมีในพืชและในดิน เราเลี้ยงสัตว์ที่เรากินในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี มีเชื้อโรคมากมาย เราใช้เคมีในสัตว์ แล้วพอกินเข้าไปเราก็ป่วย เหมือนเป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด สุดท้ายมันก็เป็นสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปนั่นเอง” นิคเล่าปิดท้าย

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load