27 มิถุนายน 2561
21 K

ช่วงชีวิตของมนุษย์ทุกคน อย่างน้อยต้องเคยผ่านเวลาของการลงแหวกว่ายในน้ำมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นวิชาพลศึกษา การกระโดดน้ำกับเพื่อนๆ ในลำคลองของชุมชน หัดตีขาในสระว่ายน้ำในหมู่บ้าน หรือเป็นการแข่งขันกีฬาทางน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไม่น่ามีใครปฏิเสธว่า 2 สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนเมื่อเราได้กระโจนลงน้ำคือ หนึ่ง อุณหภูมิที่เย็นกว่าอากาศปกติสร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย และสอง การแหวกว่ายในน้ำที่ช่างแตกต่างจากการเคลื่อนไหวบนบก เสมือนอยู่ในโลกอีกใบที่ร่างกายไร้น้ำหนัก

แค่อยู่บนผิวน้ำยังต่างขนาดนี้ แล้วจะดีกว่าขนาดไหน ถ้าเราได้ดำดิ่งลงไปก้นบึ้งทะเลอย่างเสรี ไม่มีอะไรต้องพะวักพะวง และเป็นอิสระต่อความกลัวเรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


1.  เสรีใต้น้ำ

ก่อนจะดำน้ำได้ต้องว่ายน้ำเป็นก่อน ข้อนี้ใครๆ ที่เรียนดำน้ำทราบดีอยู่แล้ว

ข้อกำหนดนี้ ไม่ถูกยกเว้นแม้กระทั่งการดำน้ำแบบ Freediving

Freediving จัดเป็นกีฬาชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับการดำน้ำ แต่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใดๆ นอกจากการเก็บลมหายใจเพียงครั้งเดียว ซึ่งใช้การฝึกกลั้นหายใจลงไปในน้ำ และการปรับร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการดำน้ำแบบ Scuba ที่ต้องหายใจผ่านถังออกซิเจนตลอดเวลา Freediving จะมีเพียงแค่หน้ากากสนอร์เกิล ชุดดำน้ำแบบ Wet Suit และ Fin หรือตีนเป็ดเป็นอุปกรณ์เท่านั้น

เราพบ Freediving ได้ในกิจกรรมหลากหลายประเภท เช่น การจับปลา ยุทธวิธีทางทหาร ระบำใต้น้ำ หรือเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง การแข่งขันที่นิยมในปัจจุบันสามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือการแข่งขันดำน้ำทน ซึ่งมีสถิติที่ใช้เวลานานที่สุดในโลกคือ 12 นาที และการแข่งขันดำน้ำลึก ถูกบันทึกสถิติไว้คือ 216 เมตร

ปัจจุบัน Freediving เป็นที่นิยมในหมวดกิจกรรมเชิงสันทนาการเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเล เช่น การชมทัศนียภาพที่สวยงามใต้น้ำ ชมปะการัง ชมสัตว์ทะเล เป็นการดำน้ำที่ไม่มีฟองอากาศ ไม่มีเสียงหายใจดังๆ ดังนั้นจึงเป็นวิธีดำน้ำที่รบกวนสัตว์น้ำน้อยที่สุด ถือได้ว่า Freediving เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ปรับเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางสันทนาการได้อย่างหลากหลาย และเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

2. เกาะขอบสระ

ฉันพาตัวเองมาถึงสระว่ายน้ำที่นิชดาคลับ โครงการนิชดาธานี เพื่อสังเกตการสอนคลาส Freediving ของ ครูพลอย มาลัยวงศ์ เธออายุเพียง 27 ปี แต่เป็นครูสอน Freediving หญิงคนแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจาก Professional Association of Diving Instructors (PADI) องค์กรสอนดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีสาขาทั่วโลก และเคยลงแข่ง Freediving ระดับชาติที่อียิปต์และสิงคโปร์ แถมคว้ารางวัลที่ 2 สำหรับผู้เข้าแข่งขันหญิงทั้ง 2 รายการ

แรกพบฉันเห็นครูพลอยกำลังสาละวนกับการสอนนักเรียนของเธออย่างเข้มข้น

คลาสเรียนเล็กๆ วันนั้นมีนักเรียนอยู่ทั้งหมด 6 คน เป็นผู้หญิงเกือบทั้งคลาส บทเรียนในบ่ายวันนี้ ครูพลอยและผู้ช่วยให้นักเรียนเริ่มฝึกการกลั้นหายใจในน้ำ การช่วยชีวิตผู้ที่จมน้ำจนหมดสติ การว่ายน้ำแบบ Dynamic Apnea (การว่ายน้ำด้วยลมหายใจเดียว) ในระยะทาง 200 เมตร และการเคลียร์หู หรือการปรับความดันภายในหู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการดำน้ำทั้งแบบ Scuba และ Freediving

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

คลาสสุดท้ายของเธอเกิดขึ้นกลางทะเล เมื่อเรียนพื้นฐานเสร็จจะได้เวลาสอบในสนามจริงคือมหาสมุทร ข้อสอบแรกคือการกลั้นหายใจนาทีครึ่ง และดำน้ำลึกลงไป 12 เมตร ซึ่งใครๆ ที่ผ่านการฝึกล้วนทำได้โดยไม่เกี่ยงเพศหรืออายุ

ครูพลอยชวนให้ฉันร่วมคลาสด้วยกัน แต่เพราะฉันไม่ได้เตรียมชุดมา ฉันจึงได้แต่นั่งดูการเรียนการสอนอยู่ห่างๆ ที่ริมขอบสระ

ย้อนกลับไปตั้งแต่ครูพลอยยังเป็นเด็ก คุณพ่อของเธอ (คุณราชันย์ มาลัยวงศ์) เป็น Course Director ครูสอนดำน้ำชาวไทยคนแรกขององค์กร PADI และสอนดำน้ำแบบสกูบามาเกือบ 30 ปี ในฐานะลูกสาวและศิษย์เอก ครูพลอยสัมผัสการดำน้ำตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเรียนทฤษฎีที่ครูพลอยจะนั่งเล่นตุ๊กตาในห้องเรียนหรือการสอนภาคปฏิบัติ และการออกภาคสนามตามท้องทะเลในแถบภาคใต้ เธอเกาะหลังคุณพ่อดูการเรียนการสอน วิธีการดำน้ำ และการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เสมอ ไม่น่าแปลกใจที่เธอหลงใหลการดำน้ำ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวนับแต่นั้นมา

“พลอยมาเป็นครูสอน Freediving แบบเต็มตัวได้หนึ่งปีพอดีค่ะ หลังจากลาออกจากงานประจำ พลอยคิดว่าพลอยหลงรักในความท้าทายของมัน พลอยจำความรู้สึกตอนที่ไปเรียน Freediving ครั้งแรกได้ ตอนแรกแค่ชอบดำเล่น พอไปเรียนแล้วครูให้ลงไปในทะเลสิบเมตรแล้วค้างไว้อยู่อย่างนั้น คือมันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการดำน้ำทั่วไปมาก ไม่มีอากาศ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย มีแต่เรากับทะเล เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจริงๆ”
เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


3. เหรียญสองด้าน

ครูพลอยบอกว่าปัจจุบันมีผู้สนใจมาเรียน Freediving มากขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสไลฟ์สไตล์ค้นหาประสบการณ์ใหม่และได้ถ่ายภาพสวยๆ ใต้น้ำคู่กับปะการังหรือสัตว์ทะเล แต่แท้จริงแล้ว Freediving มีประโยชน์ที่สำคัญอยู่ 3 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ข้อแรก การหายใจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการฝึกเก็บลมหายใจ และการหายใจด้วยกะบังลม จะทำให้ควบคุมลมหายใจได้ดียิ่งขึ้น ข้อสอง เกิดการผ่อนคลายและปรับความคิดและทัศนคติให้เป็นบวกมากยิ่งขึ้น ดังที่ครูพลอยได้อธิบายไว้ว่า

“พลอยเคยได้ยินงานวิจัยที่บอกว่า ‘ความคิดที่เป็นแง่คิดเชิงบวก จะใช้ออกซิเจนน้อย’ อย่างการฝึกในคลาสเรียนที่ผ่านมา ถ้าใครมีความเครียด กังวล หรือไม่ผ่อนคลายร้อยเปอร์เซนต์ก็จะไม่มีทางกลั้นหายใจได้เลย แต่ถ้าใครที่ผ่อนคลาย ทำตัวสบายๆ นึกถึงอะไรที่ทำให้สบายใจหรือมีความสุข คนนั้นจะกลั้นหายใจได้นานมาก ซึ่งการฝึกทุกครั้งทำให้เราต้องมีความคิดแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางทุกอย่าง พลอยคิดว่าตรงนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทำให้เรามองโลกอย่างเข้าใจธรรมชาติ และปล่อยวางได้เร็วขึ้น”

ข้อสุดท้าย การผนวกรวมร่างกายของเราให้เป็นส่วนหนึ่งของทะเล โดยการดำน้ำซึ่งปราศจากอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ เพื่อการเอาชนะข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์ และเพิ่มความรื่นรมย์ในการท่องเที่ยวใต้ทะเลให้งดงามยิ่งขึ้น

แต่กีฬาใต้น้ำนี้ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายคือการหมดสติกะทันหันในน้ำหรือ Blackout ซึ่งเกิดจากขาดอากาศเพราะฝึกดำน้ำโดยไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน กิจกรรมนี้จึงต้องมีบัดดี้ที่แข็งแรงใกล้เคียงกันสำหรับช่วยเหลือคู่ของตนได้ในเวลาฉุกเฉิน

“ความเสี่ยงมากที่สุดคือการพยายามเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองมากจนเกินไป พลอยเคยคุยกับบางคนที่ฝึกจน Blackout วันละเจ็ดแปดรอบ พลอยคิดในใจเลย มันสนุกเหรอ มันเท่เหรอ ไม่นะ มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายตัวเองมาก และเป็นการฝึกที่ผิดด้วย”

ครูพลอยกล่าวเตือน ก่อนกระโจนลงน้ำไป Freediving เราจึงต้องเรียนรู้วิธีการดำน้ำที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

4. กลเม็ดเคล็ดลับ

ในเวลาเรียน ครูพลอยมีกลเม็ดและวิธีการต่างๆ ที่จะเรียกความมั่นใจ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและกังวลก่อนลงน้ำให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการลงดำน้ำแบบ Freediving

อย่างวันนี้จะมีพี่นักเรียนคนหนึ่งกังวลตลอดว่าจะขึ้นมาไม่ทัน เดี๋ยว Blackout พลอยเลยบอกเขาว่ามันไม่ได้แย่นะ อย่าเพิ่งด่วนคิดลบ พี่มีสมาธิ พยายามโฟกัสอยู่ที่ตัวเอง เราใช้ร่างกายของเราในการบริหารออกซิเจนในร่างกาย พี่ลองนึกถึงอะไรที่มีความสุข ทำให้สบายใจ หลังจากครั้งแรกที่เขาทำได้แค่สี่สิบวินาที ครั้งที่สองเขาทำได้สองนาทีกว่าๆ”

นอกเวลาเรียน ครูพลอยก็ถือเป็นนักเรียนอีกคนหนึ่งที่อยากศึกษาความรู้เกี่ยวกับร่างกาย จิตวิทยา และทฤษฎีเกี่ยวกับการดำน้ำแบบ Freediving ไม่เพียงแต่การสอนที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน หากเพื่อการช่วยนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัดของเขา

ครูพลอยเล่าประสบการณ์การสอนนักเรียนคนหนึ่งที่พิเศษมากให้ฉันฟัง

“มีนักเรียนคนหนึ่งติดต่อมาเรียนกับพลอยโดยที่พลอยไม่รู้ประวัติเขามาก่อน ช่วงที่เรียนพลอยสังเกตว่าเขาดูประหม่า ร่างกายเขาดูไม่ปกติเพราะดูจากการจัดระเบียบร่างกาย การเคลื่อนไหวเขาไม่เหมือนคนปกติ พลอยมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ และเขาเพิ่งรับการทำกายภาพบำบัดมา วันนั้นเขาเรียนกับคนที่เก่ง ทุกคนทำได้หมดแล้ว พลอยกลัวมากว่าเขาจะรู้สึกแย่หรือท้อแท้มั้ย เขาบอกพลอยว่าเขาอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ เลยเป็นแรงฮึดที่พลอยอยากช่วยให้เขาทำได้ พลอยลงสระกับเขาประมาณห้ารอบ รอบละสามชั่วโมง จากคนที่ตีขาในน้ำไม่ได้เลย เขาสามารถว่ายน้ำจนสุดสระไป-กลับได้ และไปทดสอบ Performance Base ลงทะเลที่ความลึกหกถึงเจ็ดเมตรได้แบบตัวเปล่า ตีขา กลั้นหายใจลงไปในน้ำได้”

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย


5. สู่มหาสมุทร

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งการเรียน หรือการทำงานในปัจจุบัน มีผลกระทบมากมายทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตแย่ลงกว่าเดิม

สิ่งที่พอจะเยียวยาเราจากความตึงเครียดเหล่านั้น คือการบำบัดตัวเองให้ได้มีเวลาคุณภาพ ใช้เวลาเหล่านั้นปลดปล่อยทั้งกาย ใจ ลงไปกับสายน้ำที่คุ้นเคยในวัยเด็ก สลัดความคิดการงานทั้งหมดที่มีออกไป เก็บลมหายใจแล้วลงไปใต้ผืนน้ำ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าผ่านแว่นตาดำน้ำ แล้วค่อยๆ แหวกว่ายไปพบกับความสวยงามเบื้องหน้า ที่ยิ่งสวยกว่าเมื่อไม่มีพันธนาการใดๆ รั้งเอาไว้ นอกจากร่างกายของเราที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทั้งปวง

นั่นคือเสน่ห์ที่สวยงามของ Freediving ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจอย่างมากมายเหลือคณานับ

เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย เรียนดำน้ำลึกกับครูหญิงที่สอน Freediving คนแรกของไทย

ขอขอบคุณ พลอย มาลัยวงศ์
Bangkok Freedivers
ราคาคอร์สละ 7,900
Facebook : Bangkok Freedivers
Instagram : @ploymalaiwongs

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

อโศก

กิจกรรมและสถานที่บำบัดใจและกายให้แข็งแรง

ในขณะที่เราหลับตา และเข้าไปรับรู้ถึงจักรวาลภายในร่างกาย ด้วยตาด้านในที่ทำให้เห็นได้ถึงรอยต่อ การสัมผัสและการเชื่อมโยงของอวัยวะต่างๆ กระดูกที่เชื่อมต่อกัน เลือดที่ไหลเวียน อากาศที่วิ่งผ่านภายใน ลมหายใจเข้าและออก

เรายังคงหลับตาอยู่ แล้วค่อยๆ เชื่อมต่อกับจักรวาลภายนอก รับรู้ได้ถึงเท้าที่สัมผัสพื้น รับรู้ถึงอากาศที่ไหลผ่านผิวหนัง และตอนนั้นเมื่อเราเอื้อมมือออกไป พื้นที่ของจักรวาลภายนอกของเราก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะเอื้อมมือจนสุด เหยียดขาจนสุด งอเข่า งอแขน ย้ายสะโพกไปด้านหนึ่ง ค่อยๆ สำรวจจักรวาลภายนอก ด้านการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ ไปตามสัญชาตญาณภายใน

เรายังคงหลับตาอยู่ และร่างกายกำลังสำรวจจักรวาลภายนอก ทันใดนั้น มือของเราก็ได้สัมผัสอีกมือหนึ่ง รับรู้ได้ถึงนิ้ว ความอุ่น ข้อต่อนิ้ว ฝ่ามือ ณ จุดนี้จักรวาลภายนอกของเรากว้างขึ้น หลังของเราอาจได้สัมผัสท่อนแขนขอใครบางคน ใช้ร่างกายและประสาทสัมผัสเดินทางสำรวจไปเรื่อยๆ 

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

เราอาจจะได้เจอมืออีกมือหนึ่ง แขนอีกแขนหนึ่ง บนแพลตฟอร์มนี้ ต่างคนต่างเคลื่อนไหว ต่างคนต่างสำรวจจักรวาลภายนอก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสัมผัสได้ถึงจักรวาลภายในของตัวเอง ต่างคนต่างเต้นในท่วงท่าของตัวเอง แต่ต่างคนก็ต่างสัมผัสกันในทุกส่วนของอวัยวะภายนอกร่างกาย ปล่อยร่างกายและจิตใจให้รับรู้ถึงประสบการณ์การสัมผัสในปัจจุบันขณะนั้น

และนี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ฉันรับรู้ได้ จากการเข้าร่วม Contact Improvisation กับ อ๋อง-นิธิพัฒน์ พลชัย นักวิจัยทางด้านฟิสิกส์ประยุกต์ ซึ่งมีอีกหนึ่งบทบาทที่น่าทึ่ง คือศิลปินนักเต้นภายใต้กลุ่ม Spine Party Movement หรือพรรคสันหลัง ตอนนี้อ๋องเป็นทั้งครูสอนเต้นและครูสอนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันเขาสนใจมิติการดูแลตัวเอง การพัฒนามนุษย์ และการอยู่ร่วมกัน ผ่านการฟังและการตระหนักรู้ด้วยร่างกาย เขาชื่นชอบการเรียนรู้และผลิตความรู้ใหม่ๆ สนุกกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ ให้คนได้รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเอง กับคนอื่น และกับโลก

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

“จริงๆ แล้วการสัมผัสเป็นสภาวะบริสุทธิ์ของเด็กทารก เป็นการเรียนรู้ภายในตัวเองตั้งแต่แรกเกิด แต่พอเราโตเป็นผู้ใหญ่ มันกลับเข้าสู่ความบริสุทธิ์ยากขึ้น เพราะเราเริ่มสั่งสมนิสัย เรามีความเป็นตัวเอง ไปจนถึง Social Condition ต่างๆ การเต้น Contact Dance จึงพาเราเข้าสู่ห้วงเวลาปัจจุบันของการสัมผัส เหมือนเป็นการภาวนาผ่านร่างกายในรูปแบบหนึ่ง

“ปัจจุบันนี้ผู้คนในเมืองต่างถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่แคบๆ ยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้ สิ่งเดียวที่ทำให้เราเชื่อมโยงกับโลกภายนอกคือโซเชียลมีเดีย ที่รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสตาจากการมองเห็น แล้วเข้าสู่ระบบความคิด เราใช้สมองหนักมาก ทั้งภาพจำ ภาพความเคยชิน สุดท้ายแล้วมันก็อาจกลายเป็นขยะทางสมอง เกิดเป็นความเครียดและปัญหาสุขภาพตามมา 

“ดังนั้น ประโยชน์ของ Contact Dance ที่ถึงแม้เราจะเต้นคนเดียวในห้อง แต่มันก็เป็นการเปิดพื้นที่ภายในร่างกาย เป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ให้ตัวเอง หลับตาภายนอกเพื่อช่วยลดปริมาณความคิด และเปิดตาภายใน ให้เห็นถึงการเชื่อมต่อการสัมผัสต่างๆ ของอวัยวะภายในร่างกาย”

Contact Improvisation คือการเต้นหรือเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเน้นการสำรวจและค้นหาความสัมพันธ์ของร่างกายกับสิ่งรอบตัว เริ่มตั้งแต่ร่างกายเราเอง ร่างกายผู้อื่น บรรยากาศโดยรอบ และสิ่งของรอบตัว ถูกคิดค้นโดยนักเต้นและนักออกแบบการเคลื่อนไหวชาวอเมริกันชื่อ Steve Paxton ที่ผสมผสานกฏทางกายภาพของแรงเสียดทาน โมเมนตัม แรงโน้มถ่วงและแรงเฉื่อย 

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ
Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

“เราเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก เบสิกเลยเริ่มต้นให้เราเริ่มสัมผัสแต่ละส่วนของร่างกาย เช่นเริ่มนวดหัว ลูบแขน จับที่ใบหน้า เข้าเป็นเช็คอินกับส่วนต่างๆ ว่าเขาเป็นยังไง พอเราสัมผัสแล้วเรารู้สึกยังไง”

สเต็ปที่สอง ให้ลองยืนสมาธิดู ค่อยๆ พิจารณาการเรียงตัวตั้งแต่ศีรษะ ลงไป ผ่อนข้อต่อ ผ่อนเข่า ดูการสัมพันธ์และการเรียงตัวของกระดูกและอวัยวะต่างๆ สักพักปล่อยตัวเอง ขยับไปอย่างที่อยากขยับ ลองขยับครึ่งบนของตัวเองในแต่ละส่วน ลองขยับครึ่งล่างของตัวเอง ลองสำรวจพื้นที่รอบๆ ถ้าเอื้อมมือไปจนสุด หรือเหยียดขาไปจนสุด เราสามารถจินตนาการได้ถึงวงกลมที่ครอบคลุมเราอยู่ เราลองใช้ร่างกายสำรวจสเปซวงกลมอันนี้ ผ่านการขยับอวัยวะส่วนต่างๆ อาจจะลองลงไปที่พื้น สัมผัสกับพื้น นอน เหยียด กลิ้ง แล้วเราจะเข้าใจคำว่าขยายการรับรู้ของพื้นที่ เราอาจจะกลับมุมมอง เอาขาขึ้นข้างบน เอาหัวลงข้างล่าง 

“ตอนนี้เรารู้จักวงกลมของตัวเองแล้ว ให้ค่อยๆ เอามันไปอยู่กับพื้นที่ ไปอยู่บนโต๊ะเป็นยังไง ไปอยู่บนกำแพงเป็นยังไง แล้วมันรู้สึกต่างกันยังไง ให้เราขยับ เข้าไปจับ ไปสัมผัส เราจะเห็นความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่โดยรอบ ไปจนถึงเมื่อมีคนเต้นข้างๆ เรา เราจะเห็นการซ้อนทับของวงกลมสองวง แค่วงกลมสองวงซ้อนทับกัน มันก็คือการสัมผัสกันแล้ว ซึ่งการสัมผัสมันไม่ได้หมายถึงการจับแน่นๆ เท่านั้น มันคือค่าความเข้มข้นของการสัมผัสมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วคนเราก็สัมผัสกันผ่านสายตา ผ่านพลังงาน ผ่านอากาศ ผ่านสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา”

Contact Dance การเต้นคนเดียวตามใจไร้แบบแผน เพื่อผ่อนคลายจิตใจและเพิ่มสมาธิ

ตอนที่ลองฝึกตามที่อ๋องบอก เราลองเปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วย ฉันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันสดใหม่ที่ไม่ต้องมีแบบแผนการเต้นใดๆ เราไม่ต้องคิดว่าอยากจะขยับมือ ขยับขา ขยับสะโพก แบบนั้น แบบนี้ เพื่อให้การเต้นเป็นอย่างนั้นและต้องสวยอย่างนี้ เราแค่ขยับร่างกายตามที่ร่างกายอยากจะขยับ เพื่อสำรวจพื้นที่ในตัวเองและพื้นที่โดยรอบ ค่อยๆ ไป ไปอย่างธรรมชาติ เบา พลิ้วไหว และผ่อนคลาย ตัดความคิดออกไป เอาความรู้สึกไปอยู่กับประสาทสัมผัสที่ร่างกาย เป็นการสร้าง Body Awareness ที่เข้มข้น เสมือนการทำภาวนาอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว 

ยิ่งเมื่อจิตอยู่กับปัจจุบันขณะ เข้าสู่สภาวะสมาธิผ่านร่างกาย ทำให้เกิดความผ่อนคลายภายในจิตใจ และในขณะเดียวกัน การสำรวจผ่านร่างกายตัวเอง ทำให้ฉันรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น รักมันมากขึ้น รู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในสเปซของตัวเองอย่างแท้จริง

ทำความรู้จัก Contact Dance การเต้นนเดียวเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภายในใจตัวเองกับสิ่งรอบข้าง เพื่อเพิ่มปัญญาญาณ

“นอกจากสมาธิและความผ่อนคลายในจิตใจแล้ว สิ่งที่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ Intuition หรือปัญญาญาณ ซึ่งเรื่องของปัญญาญาณนี้ไม่ได้มาจากแบบแผนที่บอกว่าทำแบบนี้ หนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วจะได้มันออกมา มันไม่มีรูปแบบตายตัวเลยจริงๆ แต่จะได้จากการรับรู้เนื้อตัว การฟังผ่านร่างกาย มาจากการศิโรราบ ไม่คาดหวัง กะเกณฑ์ แล้วก็มากับความเงียบ ที่เชื้อเชิญ ชักชวน เราจะเกิด Wisdom ซึ่งเป็นศักยภาพให้เราเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น สิ่งใหม่ๆ สิ่งที่นอกเหนือจากการรับรู้

“ฟังแบบนี้แล้วอาจจะดูจับต้องยาก แต่อยากจะยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัว อย่างเรื่องความสัมพันธ์กับครอบครัว เราถูกเลี้ยงมาแบบถูกสัมผัสน้อยมาก ทำให้เรามีข้อจำกัดในการสื่อสารกับเขา ยิ่งเราเรียนต่างประเทศ ทำให้พื้นฐานการศึกษาต่างกัน พูดด้วยภาษาเดียวกันไม่ได้ และด้วยการเต้น ปัญญาญาณ และ Wisdom ทำให้เราค้นพบว่า เราไม่จำเป็นต้องสื่อสารผ่านการพูด แต่ใช้ร่างกายในการสื่อสารแทน แค่นั่งใกล้กัน รับรู้พลังงานกันและกัน แสดงความรักผ่านการอยู่ด้วยกัน หลังๆ พบว่าแม่ชอบกอดเรามาก รู้สึกเชื่อมโยงกันมากขึ้น รู้สึกถึงอากาศที่อยู่ระหว่างกันมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราฟังเขาในแบบที่เขาเป็น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแม่ในอุดมคติ แต่เรายอมรับกันและกัน”

ในขณะที่พื้นที่ภายนอกถูกจำกัดเหลือเกินในสถานการณ์โควิด-19 ออกไปไหนไม่ได้ การสำรวจพื้นที่ภายในใจ ภายในกาย อาจเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเยียวยา เปิดให้โลกกว้างขึ้นโดยไม่ต้องก้าวขาออกไปไหน อาจมองได้ว่าการเต้นหรือเคลื่อนไหวคนเดียวในห้อง ไม่ได้เกิดการสัมผัสกับใครเลย แต่แท้จริงแล้ว การมองเห็นและรู้สึกถึงการเชื่อมต่อของอวัยวะภายใน หรือการสัมผัสถูกสิ่งของต่างๆ ภายในห้อง ก็เป็น Contact Dance ได้แล้ว 

ก็ได้แต่หวังว่าสักวัน เมื่อสถานการณ์เป็นใจ เราจะได้เต้นแบบที่สัมผัส และสานสัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ผ่านผิวหนัง หัวใจ และจิตวิญญาณ

ทำความรู้จัก Contact Dance การเต้นนเดียวเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภายในใจตัวเองกับสิ่งรอบข้าง เพื่อเพิ่มปัญญาญาณ

Writer

นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์

เกิดและเติบโตในเมือง จนวันหนึ่งรู้สึกว่า Disconnect กับธรรมชาติ เลยเลือกมาใช้ชีวิตบนเกาะกับสายน้ำและภูเขาแทน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load