24 พฤศจิกายน 2565

ต้นเดือนพฤศจิกายน 

ผมนั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำเป็นเวลาหลายวัน ใช้ซุ้มบังไพรแคบ ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งลำห้วย ซึ่งขยายกว้างเพราะสายน้ำหลากรุนแรงในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ กับซุ้มบังไพร ตลิ่งสูงมีร่องรอยสัตว์ป่าเดินลงลำห้วยเป็นเส้นทางประจำ บริเวณนี้ระดับน้ำไม่ลึกนัก ช้าง วัวแดง รวมทั้งหมูป่า เลือกใช้จุดนี้เป็นที่ข้ามมาอีกฝั่ง 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
หมูป่าตัวผู้เดินข้ามลำห้วย โดยที่หมูป่าฝูงใหญ่เดินข้ามไปก่อนหน้า

ผมใช้เวลาร่วมกับพวกมัน ไม่ได้รับความไว้วางใจนักหรอก ช้างเดินข้ามน้ำเรื่อย ๆ ใช้งวงดูดน้ำส่งเข้าปาก มันชะงักเมื่อเดินถึงกลางลำห้วยเพราะได้กลิ่นผม หยุดเขม้นมองก่อนค่อย ๆ เดินต่อ สายตามองมาทางผมตลอด เช่นเดียวกับฝูงวัวแดงและหมูป่า กลิ่นกายคนสำหรับพวกมันคือสัตว์ผู้ล่าชนิดหนึ่งที่พวกมันไม่เคยวางใจ 

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ช้างเลือกใช้จุดข้ามลำห้วยจุดเดียวกับสัตว์ตัวอื่น ๆ

ดูเหมือนจะมีแต่นกยูงซึ่งคล้ายจะไม่สนใจอะไร นกยูงตัวผู้ในช่วงเวลานี้มีหางยาวสลวย หางยาวเป็นเครื่องมือสำหรับรำแพนอวดความแข็งแรงเพื่อให้ตัวเมียเลือก ขณะตัวเมียนับสิบตัวคล้ายจะไม่สนใจ และเมื่อมีตัวผู้เข้ามามากกว่าหนึ่งตัว การรำแพนประชันจึงเลี่ยงไม่พ้น

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

นกกระเต็นใหญ่ส่งเสียงก้อง มันบินมาเกาะกิ่งไผ่ที่ยาวโค้งลง การหันหลังให้ดวงอาทิตย์ช่วยซ่อนตัวจากปลา หากมองขึ้นมาจะเห็นเพียงเงาดำ เป็น ‘ทริค’ อย่างหนึ่งที่เหล่านกกินปลาใช้ กระนั้นก็เถอะ เช่นเดียวกับสัตว์ผู้ล่าตัวอื่น ๆ ร่างกายที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม รวมทั้งทักษะต่าง ๆ ซึ่งรับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็ใช่ว่าจะทำให้การโผลงจับปลาประสบผลทุกครั้ง

บินขึ้นกลับมา เกาะบนกิ่งไผ่ด้วยปากว่างเปล่า รอเพื่อเริ่มต้นอีกครั้ง

กับเหล่าสัตว์ผู้ล่า ความล้มเหลวของพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเห็น

การมาถึงที่นี่มีโอกาสได้ ‘เห็น’ ความเป็นไปรอบ ๆ ใช้เวลาไปไม่น้อย หนทางมาถึงไม่ราบเรียบ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราเรียกว่า ‘ทางป่า’

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลาที่สายลมหนาวเข้าครอบคลุมผืนป่าแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความรักของนกยูง เหล่าตัวผู้มีหางยาวเป็นเครื่องมือรำแพนเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย

การเดินทางสัญจรบนทางในป่าถึงวันนี้มีเครื่องมือบอกพิกัดอันบอกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ใด รวมทั้งบอกระยะทางทิศทางของจุดหมายที่กำลังมุ่งหน้า แม้ยังไม่เคยไปมาก่อนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ละเลยหรือทิ้งวิธีการเดิม ๆ ขณะเดินทางในป่า การสังเกตทิวเขา ต้นไม้ จำเป็น สิ่งหนึ่งที่คนในป่าใช้คือตั้งชื่อเรียกสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นที่รับรู้ ใครพูดถึงก็จะเข้าใจกัน ทั้งเส้นทางที่ใช้รถ และด่านที่เราใช้ร่วมกับสัตว์ป่า

เรามี ‘มอเปรต’ ฟังชื่อแล้วน่ากลัว แต่เห็นภาพว่าชันมาก มี ‘เนินกระทิง’ มีคนถูกกระทิงวิ่งเข้าชาร์จ จนซี่โครงหักที่เนินนี้ อีกทั้งมี ‘มอตาจ่อย’ ได้ชื่อว่าชันและลื่น กระทั่งรถกำลังดี ๆ ก็ไต่พ้นไปได้ยาก ต้องเข็นรถจนจ่อยไปตาม ๆ กัน

ชื่อส่วนใหญ่สำหรับผู้ไม่คุ้นก็เข้าใจได้ แต่บางชื่อต้องถามที่มาที่ไปจากคนเก่า ๆ

ทางป่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลใดก็ผ่านไปไม่ง่ายนัก อุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฝนซึ่งกำหนดเวลาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าต้องเลื่อยไม้กี่ต้นที่ล้มขวาง ไม่รู้ว่าลำห้วยจะมีระดับน้ำสูงเกินรถจะข้ามได้หรือไม่ บางครั้งรถติดในหล่มจนต้องแขวนเปลนอนข้าง ๆ รถ รุ่งเช้าค่อยหาทางนำรถขึ้นจากหล่มต่อ

เช่นนี้เราอาจได้รับเกียรติให้เป็นชื่อหล่มนั้น

เรื่องจริงขณะอยู่บนทางในป่าอย่างหนึ่งคือ เมื่อรถติดหล่ม ดูเหมือนสายฝนพร้อมโปรยมาร่วมวง

เมื่อผ่านพ้นหล่มแรกไปแล้ว มีอีกหลายหล่มรออยู่เบื้องหน้า

สัญจรอยู่บนทางป่า หากยังตั้งใจไปให้ถึงจุดหมาย การผ่านพ้นหล่มไปให้ได้จำเป็น อีกเรื่องที่สำคัญคือขึ้นจากหล่มที่ติดอยู่ให้ได้ โดยไม่พะวงกับหล่มที่รออยู่ข้างหน้า

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน
กลางวันแสงแดดจัด สภาพอากาศอบอ้าว ควายป่ามุ่งหน้ามาที่ลำห้วยเพื่อแช่น้ำคลายความร้อน

ทางป่า นอกจากฝนและหล่มลึกลื่นไถล บรรดารากไม้ใหญ่น้อยที่โผล่พ้นดินจะต้านล้อ ถ้าจับพวงมาลัยรถไม่ดีมืออาจถูกพวงมาลัยหมุนอย่างรวดเร็วฟาดมือเคล็ด จึงมีการสอนต่อ ๆ กันมาถึงวิธีขับรถในช่วงฤดูฝน และทักษะการเดินทางในป่าอีกสารพัด

รากไม้โผล่เพราะหน้าดินถูกสายน้ำพัดไปหมด อีกจุดที่ต้องระวังมาก ๆ คือสะพานข้ามลำห้วย

สะพานบางแห่งมีระดับต่ำ ๆ บางแห่งสูงลิบจากเบื้องล่าง แต่ที่เหมือน ๆ กันทุกสะพานคือ มีเพียงขอนไม้ขนาดพอดีล้อรถ 2 ท่อนพาดอยู่เท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะพลาดตกสะพาน ไม่ว่าจะเคยผ่านสะพานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

 ฝนตก เดินในทางป่า เสื้อผ้ามี 2 ชุด ไว้เดินและอยู่ในแคมป์ ตกเย็นก่อกองไฟเสื้อผ้าเปียกย่างให้แห้ง รมควันจนเหลือง กลิ่นควันไฟติดทนนาน

กับคนทำงานในป่า หนทางกันดารและสิ่งที่พบเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ความยากลำบาก เป็นสิ่งอันมากับงานที่เราทำ

ทางประจำของสัตว์ป่า จุดที่ช้าง วัวแดง หมูป่า เดินข้ามน้ำด้วยกัน

ทุก ๆ วันผมอยู่บนเส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน ตัดฟันไม้ไผ่ เลื่อยต้นไม้ที่ล้มขวาง ขุดทางเป็นบั้ง ๆ เพื่อไม่ให้รถลื่นไถล ลากสายวินซ์ หลายครั้งปูผ้านอนข้าง ๆ รถที่จมโคลน

หากเปรียบทางป่าเป็นคล้ายเส้นทางเดินของชีวิต ผมเลือกเดินบนทางป่านี้มานาน ว่าตามจริงมันไม่ใช่การเดินสู่จุดหมาย ตามหา หรือแสวงหาอะไร

เพราะผมถึงจุดหมายนั้นมานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผมเลือกเดิน บน ‘ทางป่า’

แต่ก็นั่นแหละ ผมต้องใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะรู้ความจริงนี้…

Writer & Photographer

ปริญญากร วรวรรณ

ถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์ป่าและดงลึกทั่วประเทศไทยผ่านเลนส์และปลายปากกามากว่า 30 ปี มล. ปริญญากร ถือเป็นแบบอย่างสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างเคารพธรรมชาติให้คนกิจกรรมกลางแจ้งและช่างภาพธรรมชาติรุ่นปัจจุบัน

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

ทันทีที่เราดำดิ่งลงสู่ความลึก เสียงเคาะถังอากาศเป็นสัญญาณเรียกด้วยความตื่นเต้นดังมาจากไดฟ์ลีดเดอร์ ฉลามขนาดใหญ่ประมาณเมตรครึ่งอยู่ด้านล่างของพวกเรา ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่มีใครทันตั้งตัว และฉลามก็ว่ายผ่านไปโดยที่เรายังไม่ทันได้เปิดกล้องถ่ายภาพ

แทบทุกไดฟ์ที่มัลดีฟส์ เราจะได้เจอฉลามอย่างน้อย 1 ตัว บางไดฟ์ก็มีเยอะจนนับไม่ถ้วน

พวกเราเกาะเรียงหน้ากระดานบนยอดหินแนวปะการัง ปลาทองทะเลสีส้มลอยตัวกระจายเป็นฉากหน้า ฉลามเกรย์รีฟ 6 ตัวว่ายวนเป็นแถวด้านหลัง เหมือนภาพที่เคยเห็นจากสารคดีไม่มีผิด กระแสน้ำไหลแรงพัดเข้ากระทบหน้าคล้ายกับกระแสลมเย็น ผิดกันตรงที่ในน้ำแรงดึงดูดให้เราเกาะติดกับพื้นแทบไม่มี ถ้าไม่เกาะยึดหินไว้ให้ดี ก็จะไหลตามน้ำไป

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามเกรย์รีฟว่ายวนเป็นแถวนอกแนวหินปะการัง

จุดที่พบเจอฉลามเกรย์รีฟมักเป็นบริเวณต้นน้ำ ความแรงของกระแสน้ำที่ทำให้เราแทบยึดตัวไว้ไม่อยู่ ดูจะไม่มีผลอะไรกับฉลามเลย และตัวเราที่เกาะดูอยู่ตรงนั้น ก็แทบจะไม่มีผลอะไรกับพวกมันเช่นกัน

พวกมันว่ายน้ำวนไปมาโดยรักษาระยะห่างจากพวกเราเท่าเดิมตลอดเวลา มีบางจังหวะที่บางตัวเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่เคยใกล้อย่างที่เราอยากให้เป็น ฉลามไม่เคยชอบว่ายไล่งับคน เหมือนอย่างท่อนฮุกของเพลงฮิตเลยสักครั้ง

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามเกรย์รีฟขนาดตัวไม่ใหญ่ว่ายรักษาระยะห่างจากเรา

ความกลัวฉลามน่าจะเป็นความกลัวคลาสสิก เทียบเท่าความกลัวผี ซึ่งทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะลงว่ายน้ำในทะเลเปิด ถ้าหากลองเสิร์ช Google ด้วยคำว่าฉลาม ส่วนใหญ่จะเจอคำถามว่า การว่ายน้ำในทะเลจะโดนฉลามกัดหรือไม่

การได้เห็นฉลามตัวเป็น ๆ ว่ายผ่านหน้าเราไปช้า ๆ ทำให้เราเห็นพวกมันชัดยิ่งกว่าที่เคย ความกลัวคือสิ่งที่กั้นกลางระหว่างมนุษย์กับฉลาม ในขณะที่เรากลัวพวกมัน พวกมันก็กลัวเราไปพร้อมกัน

พื้นทรายด้านล่างมีฉลามปะการังครีบขาวนอนนิ่งอยู่หลายตัว ฉลามเป็นปลาที่ไม่มีถุงลมในตัว ถ้าหากหยุดว่ายน้ำ ตัวก็จะจมลงกับพื้น เราว่ายเข้าหาฉลามตัวหนึ่งด้วยความระมัดระวัง ไม่อยากทำให้มันตกใจ เราคอยจ้องดวงตาของฉลามที่ขยับมองมาที่เรา เมื่อเห็นว่าเรายังไม่หยุด มันจึงเริ่มยกตัวขึ้นช้า ๆ และสะบัดตัวว่ายหนีไปทันทีที่เราเข้าไปใกล้ พวกมันเลือกจัดการกับความกลัวด้วยการถอยห่างจากพวกเรา ต่างจากคนบางกลุ่มที่เลือกทำร้ายฉลามเพราะความกลัว

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามปะการังครีบขาวว่ายหนี เมื่อเราเข้าไปใกล้

ที่เมืองไทย 20 กว่าปีก่อน ร้านดำน้ำบางร้านในภูเก็ตโฆษณาทริปด้วยประโยคที่ว่า “ถ้าไม่เจอฉลามวาฬ ยินดีคืนเงิน” แต่มาทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าที่จะสัญญากับลูกค้าแบบนั้นอีกต่อไป แม้แต่ในจุดดำน้ำที่เคยพบเจอฉลามวาฬอย่างต่อเนื่องหลายปีอย่างโลซิน ซีซั่นล่าสุดก็แทบจะไม่มีใครพบเจอพวกมัน

เราลงน้ำโดยไม่ได้คิดว่าจะเจอกับฉลามวาฬตามที่ไดฟ์ลีดเดอร์บรีฟไว้ก่อนลง สภาพบนผิวน้ำมีคลื่นลมพอประมาณ ท้องฟ้ามัวไปด้วยเมฆฝน เราว่ายตามกลุ่มที่นำอยู่ด้านหน้าไม่ทัน เลยแยกตัวออกมาดำแบบช้า ๆ ด้านหลัง ตอนท้ายของไดฟ์ก่อนที่จะกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ จู่ ๆ ฉลามวาฬขนาดตัวประมาณ 5 เมตร ก็ว่ายออกมาจากหน้าหาด สวนทางกับเราแล้วว่ายหายไปทางที่ลึกด้านนอก ส่วนกลุ่มนักดำน้ำที่แยกไปด้านหน้าก็ได้เจอฉลามวาฬอีกตัว เมื่อดูรูปเทียบกันแล้วพบว่าเป็นคนละตัวกับที่เราได้เจอ มีฉลามวาฬมากกว่า 1 ตัวในพื้นที่นี้ พวกมันมีจำนวนมากพอและวนเวียนอยู่ในพื้นที่นี้ประจำ จนทำให้ที่นี่โฆษณาเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาพบได้ตลอดทั้งปี

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
 ฉลามวาฬว่ายสวนออกมาจากหน้าหาด ผ่านหน้าเราแล้วลงไปที่ลึกด้านนอก

แคมเปญของนักสิ่งแวดล้อมหลายปีที่ผ่านมาเน้นย้ำว่า “ฉลามมีค่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าตายไปแล้ว” มูลค่าของฉลามไม่ใช่ทางสิ่งแวดล้อมเท่านั้น พวกมันมีมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน่าทึ่งด้วย มีการวิจัยพบว่า มัลดีฟส์มีรายได้จากการท่องเที่ยวดำน้ำดูฉลามประมาณ 550 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 1995 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนมีกฎหมายห้ามประมงฉลาม

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
การดำน้ำกับฉลามเป็นแคมเปญท่องเที่ยวของมัลดีฟส์ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศหลายร้อยล้านบาท

มัลดีฟส์ออกกฎหมายห้ามประมงฉลามทุกชนิดในน่านน้ำทั้งประเทศตั้งแต่ปี 2010 ระยะเวลา 12 ปีของการแบนนี้ทำให้จำนวนฉลามเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลเบื้องหลังของการแบนนี้มาจากเรื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยวล้วน ๆ นอกจากการส่งออกปลาทูน่าแล้ว รายได้หลักของประเทศนี้มาจากการท่องเที่ยว

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ทุกพื้นที่ทะเลของมัลดีฟส์เต็มไปด้วยฉลาม ในภาพนี้มีฉลามปะการังครีบขาวถึง 6 ตัว

หลังจากการท่องเที่ยวหยุดชะงักเพราะการระบาดของโควิด-19 รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง มูลค่าของฉลามที่เคยประเมินไว้จากการท่องเที่ยวก็ลดลงด้วย เมื่อปีทีแล้วมัลดีฟส์เริ่มพิจารณายกเลิกการแบนประมงฉลาม โดยให้เหตุผลว่ามาจากเสียงเรียกร้องจากชาวประมงท้องถิ่น ปัญหาของพวกเขาคือฉลามที่มีอยู่มากมายในทะเลชอบมาขโมยกัดปลาที่พวกเขาจับได้ ทำให้ผลผลิตที่ควรได้ของพวกเขาลดลง

“ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม” จำไม่ได้แล้วว่าได้ยินประโยคนี้มาจากที่ไหนเป็นหนแรก ทุกครั้งที่ดำน้ำลงไปแล้วเจอฉลามไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนว่ายผ่าน ประโยคนี้ก็จะผุดขึ้นมาในหัว น่าประหลาดใจที่การมีอยู่ของฉลามกลับทำให้ปลาในแนวปะการังมีจำนวนเพิ่มขึ้น เมื่อมีฉลามอยู่ ก็คุมจำนวนปลานักล่าขั้นต่อไปอย่างเช่นทูน่าหรือปลามงได้ ซึ่งการที่จำนวนนักล่าไม่เยอะเกินไป ก็ทำให้ปลาเหยื่อที่เป็นฐานของพีระมิดมีชีวิตรอดเพิ่มขึ้น

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามขี้เซาใช้โพรงหินเป็นที่นอนในเวลากลางวัน

ปลากระเบนฝูงใหญ่ว่ายฉวัดเฉวียนตัดไปมารอบตัวเรา ในระหว่างที่พวกเรากำลังเพลินกับการถ่ายรูปปลากระเบนก็มีเสียงเคาะถังอากาศดังขึ้นมา ฉลามตัวใหญ่ความยาวเกือบ 2 เมตร ว่ายตัดจากซ้ายไปขวา หน้าตาและขนาดแตกต่างไปจากบรรดาฉลามเกรย์รีฟที่เราพบบ่อย ๆ ตลอดทั้งทริปอย่างเห็นได้ชัด ข้างตัวของมันมีลายเส้นแนวตั้งที่เห็นได้ชัดมาแต่ไกล ฉลามเสือขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในฉลามที่มีโอกาสทำร้ายคน มันว่ายผ่านพวกเราไปอย่างไม่สนใจ

ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามเสือขนาดใหญ่เป็นฉลามที่มีรายงานการทำร้ายคน ว่ายผ่านพวกเราไปอย่างไม่สนใจ
ทะเลที่ดี คือทะเลที่มีฉลาม ประโยชน์ของฉลาม ทำไมฉลามตายถึงสร้างรายได้ไม่เท่าฉลามเป็น
ฉลามหัวค้อนขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตรโผล่มาจากที่ลึกด้านนอกแนวปะการัง

เสียงเคาะถังอากาศดังรัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเราหันตามเสียงไป คราวนี้เป็นฉลามหัวค้อนขนาดใหญ่ ความยาวตัวของมันใหญ่กว่าฉลามเสือที่เราคิดว่าใหญ่แล้วเมื่อสักครู่ขึ้นไปอีก มันว่ายมาช้า ๆ ตัวเดียวที่ความลึกด้านล่าง

สมแล้วกับคำว่าพื้นที่ลี้ภัยของเหล่าฉลาม มีเพียงไม่กี่ที่ในโลกที่จะเจอฉลามเสือและฉลามหัวค้อนในไดฟ์เดียวกันได้อย่างที่นี่ เรามองฉลามหัวค้อนว่ายผ่านไป พร้อมกับความหวังในใจว่าจะได้เจอกับมันอีกครั้งที่ใต้น้ำ ในพื้นที่ที่พวกมันไม่ต้องว่ายหนีด้วยความกลัว

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load