ในภาวะที่โควิด-19 ยังระส่ำระส่าย จะเขยื้อนกายไปไหนมาไหนต้องคอยระวังเรื่องโรคภัยกันให้ดี หากเจ็บไข้ขึ้นมาทีก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพื้นที่เตียงและบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาลอาจต้องเผื่อไว้สำหรับผู้ป่วยโควิดเป็นส่วนมาก มนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเตรียมยาสามัญประจำบ้านแบบอินทรีย์ติดตู้ ติดบ้าน (และติดครัว) กันไว้ให้พร้อม ป่วยไข้เมื่อไหร่ก็หยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องวิ่งไปโรงพยาบาลหรือง้อยาเคมีให้ระคายตับไต

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

หากลองแง้มเปิดตู้ยา เราเชื่อว่าแต่ละบ้านล้วนมียาสามัญต่าง ๆ ใส่ตู้ไว้ไม่ขาด บางชนิดรู้หน้าค่าตากันเป็นอย่างดี อย่างยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ฯลฯ เพราะด้วยคุณสมบัติที่หลายคนเชื่อว่ากินปุ๊บ/ใช้ปุ๊บ หายปั๊บ ชะงัดอาการได้ทันใจ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่เจ็บป่วยให้เสียสตางค์ก้อนใหญ่ แต่น้อยคนจะรู้ว่าความรวดเร็วเหล่านี้ อาจแลกมาด้วยผลกระทบระยะยาวแบบไม่พึงประสงค์และการสะสมสารพิษในร่างกาย บางชนิดเป็นยาครอบจักรวาล กินแล้วหายขาดได้แทบทุกอาการ แต่ยาเจ้ากรรมดันไปออกฤทธิ์ทำงานกับอวัยวะส่วนใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรามีหรือจะยอมแพ้ เพราะบรรดายาแก้พิษ แก้ไข แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังมีอีกหลายตำรับนอกจากยาเคมีเพียงอย่างเดียว วิธีง่ายแสนง่ายที่เหล่ากูรูด้านสุขภาพตามศาสตร์อินทรีย์ขอแนะนำ คือการเน้นย้ำให้เรารู้จักฟัง-ดูร่างกายของตนเองเป็นหลักและใช้ยาให้น้อยที่สุด (แถมยาที่ใช้ควรมาจากธรรมชาติล้วน ๆ ด้วยนะ)

อ่านร่างกายก่อนอ่านฉลาก

เพราะส่งเสียงเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างกายจึงเลือกส่งสัญญาณผ่านอาการเจ็บป่วย ให้เรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติภายในที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเราลองสังเกต ทำความรู้จัก และใส่ใจร่างกายให้มาก ว่าสาเหตุของอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นมีที่มาจากอะไร อาหาร อากาศ หรือสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เราก็จะแก้ปัญหาได้จากต้นเหตุ และไม่จำเป็นต้องพึ่งยาสามัญประจำบ้านแบบเฉียบพลันอีกต่อไป

อย่างการแพทย์แผนมนุษยปรัชญา ที่บรรดากูรูอย่าง ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย, ครูจิ้ม-เฉลิมศรี บัตแลนด์ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก ต่างบอกต่อ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถของร่างกายที่ปรับสภาพและฟื้นฟูสมดุลได้ด้วยตัวเอง การปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จนต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้แบบหายขาด โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้ยาทันทีที่มีอาการ จึงเป็นการเยียวยารักษาที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลใจเรื่องผลข้างเคียงร้ายแรง

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเล็ดลอดเข้ามา สิ่งที่เจ้าของร่างกายอย่างเราจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลาลงเร็วขึ้นได้ คือการทำให้ร่างกายทำงานขับสารพิษได้ง่ายขึ้น เช่น หากเรากินอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป ร่างกายก็จะส่งการแจ้งเตือนผ่านอาการท้องเสียและเป็นไข้ หน้าที่ของเราคือดื่มน้ำให้มากขึ้น เติมเกลือแร่ให้ร่างกาย และปล่อยให้สารพิษเหล่านั้นถูกขับถ่ายออกมาให้หมด เพียงเท่านี้ก็หายขาดจากอาการท้องเสียได้โดยไม่ต้องกินยา ในทางกลับกัน หากเราเลือกที่จะกินยาหยุดถ่าย สารพิษที่ว่านี้ก็ไม่ได้ถูกขับออกหรืออันตรธานไปไหน หากแต่หมักบ่มสะสมไว้ในร่างกาย และอาจบานปลายกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด แค่ท้องเสียก็อันตรายถึงชีวิตได้เพราะยาเม็ดเดียว (น่ากลัวไหมล่ะ)

ความร้ายกาจของยาเคมียังมีอีกหลายตลบ ได้ยินแล้วอาจแทบลมจับ อย่างยาแก้ปวดลดไข้ หรือที่รู้จักกันดีในนามยาพาราฯ (Paracetamol) เชื่อว่าหลายคนอาจพกติดกระเป๋าไว้ไม่ขาด เจ็บปวดตรงไหนก็หายได้ทันทีแค่หยิบเข้าปาก ทำหน้าที่เป็นยารักษาทางใจไปในตัว 

แม้ในทางการแพทย์จะไม่ถือว่าพาราฯ เป็นยาอันตราย และไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ยาเกินขนาด ก็อาจส่งผลต่อร่างกายเช่นเดียวกัน บางคนใช้ยาพร่ำเพรื่อจนติดเป็นนิสัย ปวดนิดปวดหน่อยก็ต้องใช้พาราฯ เข้าสู้ ผลข้างเคียงที่ตามมาอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ไปจนถึงอาการร้ายแรงอย่างการเกิดภาวะตับเป็นพิษ ทางที่ดีหากมีความจำเป็นต้องใช้ แนะนำว่าให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ที่สำคัญ อย่าลืมอ่านฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ส่วนขั้นกว่าของยาพาราฯ อย่างยาไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่แรงกว่า ใช้รักษาอาการไข้ อาการอักเสบ ปวด บวมของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่ไม่ควรใช้ขณะท้องว่าง เพราะตัวยามีฤทธิ์กัดกระเพาะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ในทางการแพทย์ยังแนะนำว่าควรใช้ยาชนิดนี้ในปริมาณต่ำสุดที่สามารถรักษาอาการได้ เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงต่อร่างกายได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการแพ้ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจลำบาก เกิดผื่นลมพิษ บวมแดง ไปจนถึงอาการร้ายแรงที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ฟังแล้วน่ากลัวเอามาก ๆ อย่างภาวะโลหิตจาง ไตวาย หรือตับอักเสบ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง หากซื้อเองกินเองพร่ำเพรื่ออาจป่วยหนักแบบไม่รู้ตัวได้

อีกหนึ่งยายอดฮิตติดท็อป อย่างยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ช่วยแก้อาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ ท้องเสีย หรือมีแผลอักเสบ เป็นที่รู้กันว่าต้องทานต่อเนื่องให้ครบโดส เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุดและป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา แต่ปัญหาอยู่ที่หลายคนดันดื้อกว่ายา เมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็หยุดทานไปเองเสียอย่างนั้น คราวหน้าหากเกิดอาการแบบเดิม ก็อาจต้องใช้ยาชนิดที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น (และแพงขึ้น) เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทันใจ จนกระทั่งอาจไม่มียาชนิดใดที่ร่างกายตอบสนองและใช้ได้ผลอีกต่อไป และอย่าลืมว่ายาฆ่าเชื้อก็ฆ่าทั้งเชื้อดีและเชื้อร้าย ผลสุดท้ายเราจึงกลายเป็นคนปลอดเชื้อและปลอดภูมิคุ้มกันจนเหี้ยน คราวนี้แหละ อาการแพ้นู่นแพ้นี่จะต่อแถวมาเป็นพรวน เพราะไม่มีหน่วยรบมาช่วยสู้กับเชื้อโรคใด ๆ อีกแล้ว

ใช่จะมีแต่ยากินที่อันตราย ยาใช้ภายนอกอย่างยาทาก็น่ากลัวไม่เบา ใครที่มีปัญหาผื่นคันและเป็นลมพิษบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับยาทาแก้แพ้ชนิดผสมสเตียรอยด์เป็นอย่างดี ไม่เถียงว่าทาปุ๊บผื่นหายปั๊บราวกับเสกได้ เพราะเจ้าสเตียรอยด์จะเข้าไปต้านอาการอักเสบ ทั้งอาการเจ็บปวดบวมแดงของเนื้อเยื้อภายใน แต่หากใช้ในปริมาณสูงหรือได้รับยานานเกินไป ภัยร้ายที่แฝงมาก็พร้อมแผลงฤทธิ์ทันที ทั้งผิวหนังบาง เกิดการอักเสบ แตกลาย และทำให้เรากลายเป็นคนผิวแพ้ง่าย ต่อจากนี้จะใช้สกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวตัวใดก็ไม่ได้ เพราะดันแพ้ ๆๆๆ ไปเสียหมด จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา หรือปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งหากจำเป็นต้องซื้อยาสเตียรอยด์สำหรับทาภายนอกใช้เอง

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

ฟังก์ชันหน้าที่ของยา คือรักษาอาการเจ็บปวดหน้างานให้หายเป็นปลิดทิ้งจนเราเผลอวางใจว่าหายดี แต่ผลร้ายบั้นปลายก็ไม่ได้หนีหายตามอาการเหล่านั้น หากแต่วนเวียนสะสมอยู่ในร่างกาย กว่าจะขับออกไปได้ เราก็เผลอกินยาแก้ปวดเม็ดใหม่เข้าไปอีกรอบซะแล้ว 

เมื่อรู้อย่างนี้ว่ายาเคมีอันตรายกว่าที่คาดคิด มนุษย์อินทรีย์จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเคลียร์พื้นที่ในตู้ยา แล้วแทนที่ด้วยแนวทางการบำบัดรักษาจากธรรมชาติ ที่มีฟังก์ชันช่วยเสริมให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แก้อาการเจ็บป่วยจากต้นเหตุ แถมยังมีให้เลือกทำ เลือกกิน เลือกใช้กันหลายตำรับ เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เชิญเลือกใช้ได้ตามอาการ

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : The Living GIFT

แต่อย่าลืมว่ารายนามสูตรทั้งหลายด้านล่าง เป็นเพียงแนวทางการดูแลรักษาในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นยาเคมีหรือธรรมชาติ หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจส่งผลข้างเคียงได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้นก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตามแนวทางที่เราเลือกรักษา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย หรือแนวมนุษยปรัชญา จึงจะปลอดภัยที่สุด

  1. หมวดฆ่าเชื้อ ล้างแผล รักษาแผล

วัตถุดิบอย่างแรกที่อยากแนะนำและหาได้ง่ายใกล้ตัวเอามาก ๆ คือเกลือ เพียงนำมาละลายน้ำสะอาดแล้วใช้ล้างแผล รักษาแผล ฆ่าเชื้อ หรือใช้เกลือโปะแผลถลอก นอกจากนี้ยังใช้น้ำเกลือกลั้วคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือผสมน้ำสำหรับเช็ดตัวลดไข้ได้ด้วย (สูตรยาของ ป้าจันทร์-ลภัสรดา ทศรัศมิ์ สวนศิลป์หนองมน) 

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนฮอมผญา

ถัดมาคือ น้ำผึ้ง หากโดนมีดบาด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเอาน้ำผึ้งป้ายลงบนแผลเพื่อฆ่าเชื้อ จะช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน

หากใครปลูกต้นสาบเสือ ก็ห้ามเลือดได้ดีเช่นเดียวกัน เมื่อมีแผลสด ระหว่างที่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ให้นำใบสาบเสือมาขยี้หรือตำให้พอละเอียด แล้วโปะลงไปที่บาดแผล จะช่วยห้ามเลือดให้หยุดไหลได้เร็วขึ้น แต่อย่าลืมล้างใบสาบเสือให้สะอาดก่อนนำมาใช้ อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชูก็ได้ ไม่อย่างนั้นอาจมีเชื้อโรคปะปนมาด้วย ทำให้ติดเชื้อมากขึ้นไปอีก (สูตรยาของ พี่นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการแสบร้อน ผื่นคัน แมลงกัดต่อย
วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

นอกจากนำมาปรุงอาหารอร่อยแล้ว หากโดนมดหรือแมลงกัดต่อย ลองเก็บใบตำลึงมาล้างให้สะอาด (อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชู) แล้วขยี้ให้พอละเอียด โปะลงบนตุ่มเม็ดบนผิวหนัง ด้วยฤทธิ์เย็นภายในใบ จะช่วยบรรเทาอาการคันและอาการแสบร้อนได้ (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

อีกหนึ่งต้นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องฤทธิ์เย็น หนีไม่พ้นว่านหางจระเข้ หากโดนน้ำร้อนลวกหรือผิวไหม้แดด ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ล้างยางออก แล้วนำเนื้อมาโปะหรือทาบริเวณที่มีอาการ นอกจากช่วยประโลมผิวจากอาการแสบร้อนแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกาย หรือจะใช้กับผิวหน้าก็ได้เช่นกัน (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

หากใช้โปะผิวแล้วเนื้อว่านหางจระเข้ยังเหลืออยู่ อย่าเพิ่งทิ้งเชียวนะ เพราะหากเอาเนื้อวุ้นไปแช่เย็นแล้วทานสด จะช่วยลดเรื่องอาการอักเสบภายในได้ด้วย ส่วนใครที่ติดหวานก็อย่าเผลอเติมน้ำตาลลงไป เพราะน้ำตาลจะไปเร่งการอักเสบให้รุนแรงขึ้นได้ (สูตรยาของ ครูจิ้ม-เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย อ่อนเพลีย

พืชเหง้าสารพัดประโยชน์อย่างขิง นำมาใช้ต้มเป็นชาเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า เสริมร่างกายให้มีพลัง หรือใครอยากใช้วิธีประคบร้อนก็ตามสะดวก เพียงนำขิงแก่มาขูดหรือสับ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบางหรือผ้าก๊อซเตรียมไว้ โดยก่อนประคบให้ลองเช็กก่อนว่าเท้าเย็นหรือไม่ หากเย็นให้ใช้ผ้าคลุมแล้ววางกระเป๋าน้ำร้อนทับเท้าให้อุ่น เพื่อให้ความร้อนคืนเข้าสู่ร่างกาย การฟื้นฟูต่าง ๆ ก็จะทำได้ดีขึ้น จากนั้นนำผ้าห่อขิงที่เตรียมไว้มาวางบริเวณแผ่นหลังตรงตำแหน่งไต ใช้ผ้าสะอาดวางทับและห่อตัวไว้ (หากหาได้ ให้ใช้ผ้าฝ้าย ผ้าเส้นใยออร์แกนิกหรือผ้าขนสัตว์) ตามด้วยวางกระเป๋าน้ำร้อน และห่อตัวด้วยผ้าขนหนูอีกชั้นหนึ่ง (สูตรยาของ ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย)

อีกหนึ่งวิธีประคบร้อน ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานและแก้อาการปวดเมื่อยได้อยู่หมัด วิธีการคือให้ประคบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ต่อมไทมัส ตับ ม้าม ลำไส้ (รอบสะดือ) ไตทั้ง 2 ข้าง ก้นกบ ไล่ลงไปจนถึงฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อรู้สึกร้อนแล้วจึงเอากระเป๋าน้ำร้อนออกและใช้ฝ่ามือทาบไว้ให้ความอุ่นซึมลงไปใต้ผิวหนัง ทำแบบนี้จุดละประมาณ 5 นาที ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนพลังชีวิต ปรับสมดุลให้ภูมิคุ้มกันและอวัยวะภายในได้ด้วย (สูตรยาของ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

อ้อ คุณหมอฝากมาบอกว่า สำหรับผู้มีภาวะเบาหวานหรือกระดูกทับเส้นประสาทที่มีอาการชา อาจไม่เหมาะกับวิธีรักษาด้วยการประคบร้อนทั้งหลาย เพราะเจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไปหรือไม่ และอาจเป็นอันตรายได้หากร่างกายสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป

  1. หมวดบรรเทาอาการเวียนหัว เมารถ 

ใครที่เดินทางไกลบ่อย ๆ อาจประสบปัญหาเมารถ เมาเรือ หรือร่างกายปรับสภาพไม่ทันเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหัน ลองใช้ขิงซอย ข้าวเหนียวคั่ว น้ำผึ้ง และน้ำอุ่น ใส่ลงในเหยือกแก้วคนให้เข้ากัน ดื่มแล้วจะช่วยให้อาการเมารถ เมาเรือ รวมไปถึงอาการอ่อนเพลียเวียนหัวต่าง ๆ ดีขึ้นมากทีเดียว (สูตรยาของอาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า) 

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ปวดท้องประจำเดือน

พืชยอดฮิตที่มีติดริมรั้วแทบทุกครัวเรือนอย่างกะเพรา นำใบมาต้มในน้ำสะอาดเพื่อใช้ดื่มเป็นชาแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องอาการไอ ลดไข้ ขับเหงื่อ หรือจะใช้เป็นสมุนไพรไล่ยุงแบบธรรมชาติก็ได้ด้วย ปลูกต้นเดียวใช้ได้ครอบจักรวาล (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

 ต่อกันที่อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของผู้หญิงอย่างอาการปวดท้องประจำเดือน หลายคนจึงเลือกตัดปัญหาความทรมานด้วยการใช้ยาแก้ปวดให้รู้แล้วรู้รอดกันไป แต่จริง ๆ แล้วเราบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยการทานอาหารประเภทเต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต โดยแนะนำว่าควรทานล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (สูตรยาของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รักษาเหงือก ดูแลสุขภาพช่องปาก
พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

สูตรยาแก้เจ็บคอขวัญใจวัยเด็กวัยโต อย่างน้ำผึ้ง มะนาว เกลือ สามสหายนี้นอกจากให้รสอร่อย เปรี้ยวนิด หวานหน่อย ตัดเค็มอย่างลงตัว ยังช่วยเสริมสรรพคุณให้กันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยสมานแผลจากการกัดกร่อนของน้ำมะนาวในช่องปาก แต่เพราะน้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อน หลังจากหายเจ็บคอจึงอาจเป็นร้อนในต่อได้ จึงต้องใช้เกลือที่มีฤทธิ์เย็นผสมเข้าไปทำให้สมดุล ส่วนจะผสมแต่ละอย่างมากน้อยเท่าไหร่ แค่ชิมให้ได้รสกลาง ๆ ไม่หวานไป ไม่เปรี้ยวไป ก็เป็นอันใช้ได้ (สูตรยาของเชฟแบล็ก-ภานุภน บุญสุวรรณ)

แม้ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการประคบร้อนด้วยมันฝรั่ง จะช่วยเรื่องอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะได้เหมือนกัน วิธีการใช้ให้หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ต้มให้สุกจนนิ่ม จากนั้นห่อด้วยผ้าแล้วนำมาประคบบริเวณแผ่นหลัง ในตำแหน่งที่ตรงกับปอดประมาณ 2 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนมาประคบด้านหน้าในตำแหน่งเดียวกัน โดยให้ประคบอย่างต่อเนื่องจนกว่ามันฝรั่งจะเย็น (สูตรยาของครูหมวย บ้านไม้หอม และ HEALTH FROM HOME)

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

อีกหนึ่งสูตรยาอย่างการใช้น้ำมันมะพร้าวบ้วนปาก หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ออยล์ พูลลิ่ง ให้ใช้มันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นประมาณ 2 – 3 ช้อนชา กลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลา 15 – 20 นาที จากนั้นจึงบ้วนปากตามด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง โดยผลจากการวิจัยยังช่วยยืนยันว่า การทำออยล์ พูลลิ่ง ด้วยน้ำมันมะพร้าว จะช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรคในช่องปาก และยังช่วยลดความเสี่ยง บรรเทาอาการจากโรคเหงือกได้อีกด้วย (สูตรของ พี่เยา-เยาวดี ชูคง) 

อ้างอิงผลการวิจัยจาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

  1. หมวดระบายสารพิษ ช่วยเรื่องการขับถ่าย

ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมชนิดไฟเบอร์หรือยาดีท็อกซ์ที่ไหน เพียงเลือกทานอาหารให้ถูกประเภทและพยายามขับถ่ายให้ได้ทุกวัน ก็จะช่วยขจัดพิษในร่างกายออกไปได้อย่างหมดจด อย่างการทานผักและโพรไบโอติกจากอาหารหมักดอง เช่น โยเกิร์ต เทมเป้ แหนม ถั่วเน่า ข้าวแช่ ฯลฯ นอกจากนี้การดื่มน้ำมันมะพร้าววันละ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ช่วยให้เราขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องลำบากลำไส้ให้ทำงานหนัก (สูตรของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์และพี่เยา) 

  1. หมวดลดไข้ยอดนิยม

นอกจากใช้ดื่มแก้อาการเจ็บคอ-กระหายน้ำแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าน้ำมะนาว นำมาใช้เช็ดตัวไล่พิษไข้ได้ด้วย เพียงนำมะนาวผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบลงในน้ำอุ่นให้มีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยของเปลือกมะนาวออกมา ใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวที่ได้แล้วนำไปเช็ดตัวทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลืองและตามข้อพับต่าง ๆ ที่สำคัญให้แบ่งไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการแช่เท้า โดยควรแช่ให้พ้นระดับตาตุ่มขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยลดไข้ แก้อาการตัวร้อน ปรับสมดุลอุณหภูมิ และทำให้ความร้อนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ศีรษะ อาการปวดหัวก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย

ส่วนใครปลูกต้นรางจืดก็ใช้ลดไข้ได้ดี แต่อาจต้องระวังเรื่องปริมาณและวิธีใช้กันเสียหน่อย เพราะรางจืดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้หญิงในช่วงมีรอบเดือน เพราะจะทำให้ร่างกายอุณหภูมิต่ำลงอย่างรวดเร็วและอาจมีไข้เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคตับ ไต เพราะอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน วิธีการใช้ให้นำใบรางจืด 5 – 7 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วต้มในน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4 – 5 ครั้ง (สูตรยาของเชฟแบล็ก)

แม้แต่การทานอาหารเป็นยาก็ช่วยรักษาอาการไข้ได้ อย่างใบมะรุม แนะนำให้ลองเอามาใส่ในแกงจืดหมูสับ แกงส้ม หรือใส่ในไข่เจียว หรือพืชผักชุดต้มยำ อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ผักเหล่านี้นอกจากทานอร่อยแล้ว สรรพคุณเรื่องลดไข้ก็ดีงามไม่น้อยเลยนะ! (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

ตบท้ายด้วยสูตรยาสุมโปงจากหอมแดง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีอาการคัดจมูกหรือหายใจติดขัดจากเชื้อหวัด เพียงใช้หอมแดงต้มน้ำแล้วสุมโปงไว้จนอาการดีขึ้น หรือเอามาวางที่หมอนเวลานอน ก็จะช่วยให้หายใจโล่งขึ้นเยอะ (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

อีกหนึ่งยาสามัญประจำบ้าน ที่จัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มอาการใดไม่ได้ เพราะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้นได้สารพัด นั่นคือการดื่มน้ำเปล่า ช่วยบรรเทาทั้งอาการร้อนใน ท้องผูก ท้องเสีย ล้างพิษ ปวดหัว เป็นไข้ ฯลฯ เจ็บป่วยตรงไหน เรียกใช้น้ำเปล่าก่อนได้ในเบื้องต้น

ตบท้ายด้วยร้านยาธรรมชาติสามัญประจำบ้านและสถานเยียวยากายใจแนวมนุษย์อินทรีย์ ที่ยินดีจ่ายยาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดี แถมมีความสบายใจเป็นของแถมให้ เพราะไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

แหล่งยาธรรมชาติสามัญประจำบ้าน

1. น้ำผึ้ง HIN LAD NAI

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : Tot Hinlad

มิตรรักแฟนน้ำผึ้งต้องถูกใจ เพราะน้ำผึ้ง HIN LAD NAI จากที่ราบสูงเชียงรายเจ้านี้ ผลิตจากน้ำผึ้งป่าออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ผ่านการแต่งกลิ่นหรือเติมสารให้ความหวานใด ๆ กลิ่นหอมและรสชาติที่ได้จึงมั่นใจว่ามาจากธรรมชาติส่งตรงจากผืนป่าของแท้ อัดแน่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จะใช้ปรุงอาหารคาวหวาน หรือทานเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยแบบมนุษย์อินทรีย์ก็ดีงาม

Facebook : Tot Hinlad

2. น้ำผึ้งฮอมผญา 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนฮอมผญา

ใครอยากรู้ว่าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเป็นอย่างไร ต้องลองอุดหนุนน้ำผึ้งป่าเดือนห้า จากสวนฮอมผญา จังหวัดพะเยา ไปลองชิม นอกจากรสชาติดีเพราะเก็บด้วยกรรมวิธีธรรมชาติแล้ว ฮอมผญายังเป็นน้ำผึ้งที่ทานแล้วช่วยเสริมพลังชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง จะโรคภัยหน้าไหนก็ไม่กลัว

Facebook : สวนฮอมผญา

3. เกลือ เดอะมนต์รักแม่กลอง

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

เกลือเม็ดใหญ่ เกรดคัดพิเศษจากผืนนาเกลือสมุทรสงคราม ด้วยกระบวนวิธีนำน้ำทะเลมาตากแดดตากลม จนตกผลึกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ให้รสชาติเค็มอมหวาน และมีไอโอดีนธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังมีให้เลือกซื้อเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์กันถึง 4 แบบ ทั้งแบบดอกเกลือ เกลือแก้ว เกลือขาว และเกลือกลาง จำหน่ายในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า แถมยังได้อุดหนุนเหล่าเกษตรกรชาวนาเกลือไปในตัว

Facebook : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

4. ดอกเกลือตัวผู้ สวนศิลป์หนองมน

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

ความพิเศษของเกลือจากที่นี่อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เกลือตัวผู้คัดพิเศษ จากผืนนาเกลือคลองตำหรุผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี รูปทรงผลึกเรียวแหลมแปลกตา ใช้อมเป็นยาแก้อาการไอ เจ็บคอ ละลายเสมหะ เพราะมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อราและเเบคทีเรียได้อย่างเห็นผล ที่สำคัญกว่าจะได้เกลือแต่ละเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นชนิดที่หายากและมีน้อย จึงต้องคอยนั่งคัดกันทีละตัวเลยทีเดียว

โทรศัพท์ : 08 9699 7179, 09 5585 8871

Facebook : สวนศิลป์หนองมน

5. มะนาว สวนมะนาวแป้นจงจิตร อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : The Living GIFT

มะนาวแป้นอินทรีย์ที่ปลูกและดูแลแบบวิถีธรรมชาติโดยครอบครัวของ จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรม ปราศจากสารเคมีทุกชนิด ด้วยความดูแลใส่ใจอย่างดี จึงทำให้มะนาวเปลือกบาง น้ำเยอะและหอมมาก จนได้รับความไว้วางใจจากสาวกชาวอินทรีย์มาอย่างยาวนาน อุดหนุนไปรับรองไม่มีผิดหวัง ส่งตรงจากผืนไร่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

โทรศัพท์ : 09 2956 3994

Facebook : The Living GIFT

6. น้ำมะพร้าว สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

มะพร้าวน้ำหอม ผลผลิตจากสวนป่ามะพร้าวมาตรฐานออร์แกนิก เนื้อบางนุ่ม หอมหวาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และปลูกด้วยกรรมวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมแบบ Zero Waste สร้างสวนมะพร้าวให้เป็นผืนป่า ช่วยรักษาสมดุลและคืนความสมบูรณ์ให้สิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โทรศัพท์ : 08 1409 4964

Facebook : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

Line Official Account : cocowittaya

7. น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น Agrilife

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์สกัดเย็นจากธรรมชาติ ปราศจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนสังเคราะห์และการดัดแปลงพันธุกรรม การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลจากหลายเวที ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนมะพร้าวสด เนื้อสัมผัสบางเบา ทานง่าย เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือเหม็นเปรี้ยวมากวนใจ ทั้งยังมีสรรพคุณหลากหลายใช้ได้ตามชอบ ทั้งปรุงอาหาร ทานเป็นยา เสริมความงาม ไปจนถึงบำรุงผิวพรรณ 

โทรศัพท์ : 0 2714 1167

Facebook : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

เว็บไซต์ : www.agrilife.co.th/

8. คลังความรู้เสริมภูมิคุ้มกันและพลังชีวิต ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีเนื้อหาวิชาการเคร่งเครียดให้นักเรียนแต่อย่างใด แต่กลับมอบพื้นที่ให้แก่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิชาชีวิต ที่ช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายใจให้แข็งแกร่ง โดยติดตามข่าวสารการเปิดคอร์สเสวนาและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ทางหน้าเพจ รับรองว่าหลังจากจบคอร์สไป ลูกศิษย์ครูนิตย์ต้องได้พลังชีวิตใส่กระเป๋าเป้กลับบ้านกันจนตุงหลังอย่างแน่นอน

โทรศัพท์ : 08 3265 9951

Facebook : ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

9. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

นอกจากมีแผนกการรักษาเหมือนโรงพยาลทั่วไปแล้ว ความพิเศษไม่ซ้ำใครของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คงต้องยกให้แผนกแพทย์แผนไทย ที่มีบริการการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม กดจุด นวดอบสมุนไพร และยังเป็นที่ตั้งของคลินิกฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังโควิดด้วยแพทย์แผนไทยเป็นที่แรกอีกด้วย ใครกำลังมองหาแนวทางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกที่ทั้งปลอดภัยและได้ผลดี รีบเก็บที่นี่เข้าลิสต์โดยด่วน

เว็บไซต์ : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ขอบคุณเจ้าของสารพัดสูตรยาเยียวยากายใจ

ป้าจันทร์ สวนศิลป์หนองมน (ลภัสรดา ทศรัศมิ์ – ตลาดนัดธรรมชาตืคืนชีวิต life’s market)

ครูจิ้ม (เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ – บ้านสวนริมคลองสามวา)

ครูนิตย์ (ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล – โรงเรียนในสวนยาย)

พี่ปิ๋ม Whispering Land (ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง – ครูค่ายธรรมชาติ บ้านลิตเติ้ลทรี)

พี่นก (พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ -โปรดิวเซอร์วิดีโอ The Cloud)

พี่เยา (เยาวดี ชูคง – นักสื่อสารด้านอาหาร ของ Slow food community food for change Chiangmai )

คุณปรินซ์ บ้านเจ้าชายผัก (นคร ลิมปคุปตถาวร – ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก)

อาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า (ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก – ผู้อำนวยการสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า จ.เชียงราย)

เฟิร์น (เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์ – ศิลปินและโปรดิวเซอร์สารคดีเกี่ยวกับอาหาร)

เชฟแบล็ก (ภานุภน บุลสุวรรณ – เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่)

ลุงวิท (วิทยา เลี้ยงรักษา – เจ้าของสวนมะพร้าวสวนป่ามะพร้าวลุงวิท จ.นครปฐม)

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

เค้ก คุกกี้ บราวนี่ ไอศกรีม ขนมทานเล่นและเบเกอรี่ต่างๆ คือสิ่งที่แต่งแต้มรสชาติของโลกใบนี้ให้มีสีสัน สร้างความเพลิดเพลินให้จิตใจเพียงแค่หยิบเข้าปาก และให้พลังงานแก่ชีวิตมนุษย์

ไม่แปลก หากเราจะตามหาพึ่งพาขนมอร่อยๆ เหล่านี้มาเยียวยากายใจอยู่เรื่อยในชีวิตประจำวัน แม้จะอิ่มจากมื้อหลักแล้วก็ตาม เสมือนว่าเรามีกระเพาะของหวานสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ 

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
        ภาพ : Shebakes

แต่ความเคยชินนี้ อาจทำให้เราเผชิญภัยร้ายที่แฝงอยู่ในส่วนผสมของขนมหวานทั่วไปที่มีอยู่ตามท้องตลาดแบบไม่รู้ตัว หากไม่ยับยั้งช่างใจในการบริโภค อาจไม่ต่างอะไรกับการทานยาพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย

ก่อนที่เราจะแนะนำร้านเพื่อเป็นทางออกของผู้หลงรักเบเกอรี่และขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนแนะนำตลาดออร์แกนิกที่น่าไว้วางใจเมื่อครั้งก่อน ขอชวนคุณมาเช็กกันก่อนว่าสิ่งที่เราหยิบจับเข้าร่างกายกันทุกวันนี้ มีความน่ากังวลอะไรบ้าง

สำรวจวัตถุดิบที่คุ้นเคย

วัตถุดิบที่มักเป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม และเบเกอรี่ต่างๆ ทั่วไป มีดังต่อไปนี้ ซึ่งขอเน้นย้ำว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยในการเกิดโรคต่างๆ เท่านั้น และขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถบริโภคได้เช่นกัน

1. น้ำตาลทรายขัดขาวและน้ำตาลเทียมอื่นๆ : สารให้ความหวานประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย และทำให้เนื้อสัมผัสของขนมอย่างเค้กชุ่มฉ่ำ อ่อนนุ่ม และฟูขึ้น

แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป (วัยรุ่นและวัยทำงานไม่ควรบริโภคเกิน 4 – 6 ช้อนชาต่อวัน) จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เกิดภาวะดื้ออินซูลินและเสี่ยงต่อเบาหวาน มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รู้สึกหิวง่ายขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา

2. เนยสดและเนยเทียม (มาการีน) : วัตถุดิบอุดมไขมัน ถ้าเป็นเนยสดจะพอมีวิตามินจากนมอยู่บ้าง แต่หากทานมากไปจะส่งผลให้มีปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีสูง เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. สารกันบูด วัตถุกันเสีย : สารเคมีที่ใช้เพื่อถนอมอาหารให้มีอายุยืนนานขึ้นผ่านการยับยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย หากบริโภคสารนี้บางชนิดมากเกินไป อาจส่งผลให้คลื่นไส้ เกิดผื่นคัน และตับไตทำงานหนักขึ้น

4. สารแต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ : สารที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเลียนแบบสีและกลิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติ แต่เช่นเดียวกันกับสารกันบูด หากทานติดต่อกันในปริมาณมากเกินพอดี จะสะสมและเป็นภัยต่อร่างกายในภายหลัง

5. วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ นม แต่ไม่ได้เป็นแบบธรรมชาติหรือออร์แกนิก : วัตถุดิบเหล่านี้จะมีสารเคมีจากกระบวนการเพาะปลูกหรือเลี้ยงดู เป็นพิษได้อีกเช่นกัน

6. วัตถุดิบที่บางคนแพ้ เช่น กลูเตนในแป้งสาลี เป็นโปรตีนที่ทำให้ขนมอยู่ตัวเป็นรูปทรง เนื้อเหนียว แต่คนที่แพ้ก็จะกินไม่ได้เลย

ถึงตรงนี้ คุณอาจเริ่มลองสำรวจวัตถุดิบขนมที่คุณรัก หรือวางแผนปรับเปลี่ยนการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสม

ความหวังของหวาน

แต่อย่าเพิ่งวิตกเสียจนเกินไป ขนมหวานและเบเกอรี่ต่างๆ ไม่ได้เป็นผู้ร้ายเสมอ หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะพอควร

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

และถ้าโลกไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ดีๆ เลย ชีวิตคงจืดชิด น่าเศร้าใจตาย

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนที่เห็นปัญหาจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาใช้ความสร้างสรรค์ในการพัฒนาสูตรเบเกอรี่ เพสทรี และไอศกรีมที่เป็นมิตรต่อร่างกายและโลก แถมยังทำให้อร่อยได้อีกต่างหาก ด้วยการใช้กระบวนการและวัตถุดิบแบบธรรมชาติและออร์แกนิก ไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ บางแห่งบางเมนูไม่ใส่เนยและนมด้วย

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Shebakes

แน่นอนว่าการทำเช่นนี้ยากกว่าวิถีทั่วไป เพราะต้องทำสิ่งเหล่านี้

1. สรรหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ จากเกษตรกรและผู้ผลิตที่คำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ต้นทุนอาจสูงกว่า แต่ได้เพิ่มคุณประโยชน์ให้ตัวขนม ไม่เสียคุณค่าจากกระบวนการแปรรูป

2. ปรับสูตร หาวัตถุดิบใหม่ๆ มาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่เป็นทางลัด เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ แทนความนุ่มของเนื้อ กลิ่น และสี รวมถึงวัตถุดิบที่คนแพ้อย่างกลูเตน

3. ปรับกระบวนการ เพราะเมื่อไม่ใส่สารเคมี ผลิตภัณฑ์ก็มีอายุสั้นลงหรือไม่ได้รสชาติเป็นไปตามใจหวัง หลายอย่างต้องมาเคี่ยว คั้น หรือผสมเองแบบโฮมเมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบดีและลงตัวจริงๆ ซึ่งมักต้องทดลองอยู่หลายต่อหลายครั้ง

สรุปคือ ใช้เวลามากกว่าและเหนื่อยกว่า

8 ร้านขนมและไอศกรีมวิถีธรรมชาติและออร์แกนิก ที่กินแล้วไม่รู้สึกผิดจากทั่วเมืองกรุง
ภาพ : Jinta Ice Cream

แต่ความดีงามของวิถีนี้คือการพยายามทำร้ายสิ่งรอบตัวให้น้อยที่สุด และได้สนับสนุนคนที่คิดทำสิ่งดีๆ ทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และธรรมชาติ ทำให้ลิ้มรสได้อย่างสบายใจขึ้น (ทั้งนี้ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะกับสุขภาพร่างกายตัวเอง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะ)

เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจ พยายามคิดค้นเมนูเบเกอรี่และไอศกรีมที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย ให้พวกเขาได้เติบโตไปด้วยกัน

เราจึงขอแนะนำ 8 ร้านคุณภาพให้คุณได้ปักหมุดสั่งซื้อเมื่อคิดอยากทานขนมครั้งต่อไป โดยรอบนี้ขอเริ่มจากเมืองหลวง เพื่อเป็นที่พักพิงให้บรรดาคนเมืองที่ชีวิตวุ่นวาย โดยทุกร้านล้วนมีผู้นำที่มีความตั้งใจอันดีในการส่งมอบขนมดีๆ ให้แก่ผู้บริโภค และเรายินดีมอบความไว้วางใจให้พวกเขา

01

Shebakes

เบเกอรี่ที่บรรจุรสชาติจากรอบโลก

ตำแหน่ง : (สั่งซื้อทางเดลิเวอรี่เท่านั้น)

วันเปิด : ดูรายละเอียดรอบการสั่งซื้อได้ในโซเชียลมีเดีย

วิธีการสั่งซื้อ : พรีออเดอร์เพื่อส่งแบบเดลิเวอรี่ได้ทาง LINE : @Shebakes

Facebook : Shebakes

Instagram : Shebakes

ติดต่อ : ทาง LINE @Shebakes

Shebakes

ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์รอบโลกผ่านคุกกี้ บราวนี่ พาย มัฟฟิน เค้ก และขนมปัง จากความสร้างสรรค์และฝีมือของนักเดินทางที่เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและวัตถุดิบพรีเมี่ยมจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในไทย ญี่ปุ่น ยุโรป และแอฟริกา นำมาทำเป็นกาแฟและเบเกอรี่ที่ปราศจากแป้ง นม เนย น้ำตาลขัดสี สารสังเคราะห์ อัดแน่นด้วยธัญพืชและ Superfoods มากสรรพคุณอย่างคาเคา เบาบับ อาซาอิ ผสมด้วยอัลมอนด์บด แฟล็กซีด และกระบก ทำเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนศิลปินที่บรรจงสร้างผลงานศิลปะให้งดงามที่สุด

เมนูมีหลากหลายรสชาติและสีสันให้เลือกสรร เราขอยกตัวอย่างขนมล่าสุดที่เปิดขายคือ Double Matcha Swirl Homemade Nutella Flourless Cake เค้กไร้แป้งตัวที่ 17 ของ Shebakes ภายในมีดาร์กช็อกโกแลตแท้และนูเทลล่าแบบโฮมเมด อบเฮเซลนัทและโรยด้วยมัทฉะ หอมเข้มเนื้อนุ่มแบบไม่ต้องกังวลใจ

ลองแวะเข้าไปดูรูปสวยๆ กับเมนูที่น่าลองไปหมดได้ที่โซเชียลมีเดียของ Shebakes หากใครอยากสั่งจองเมื่อมีรอบใหม่ อาจต้องนั่งเฝ้าและรีบเสียหน่อย เพราะบางเมนูขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

Shebakes
ภาพ : Shebakes

02

Farm to Table, Hideout

เจลาโต้รสแปลกใหม่เสิร์ฟคู่ขนมไทย

ตำแหน่ง : วังบูรพาภิรมย์ พระนคร (แถวปากคลองตลาด)

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Farm to Table, Hideout

ติดต่อ : 0 2004 8771

ชวนเดินเท้าเข้าร้านลับบรรยากาศร่มรื่นย่านปากคลองตลาด สาขาของร้าน Farm to Table ที่มีหนึ่งในทีมบริหารเป็นทายาทของธุรกิจผักสด เสิร์ฟทั้งอาหารไทยสไตล์ฟิวชันที่หยิบวัตถุดิบหลากหลายมามิกซ์แอนด์แมตช์ สลัดผักออร์แกนิก ชากาแฟ พร้อมไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดหลากรสสุดพิเศษที่หาทานตามร้านทั่วไปได้ยากให้เราเลือกสรร เช่น อะโวคาโด้ มันหวานต้มขิง ถั่วแระ มะยงชิดซอร์เบต์ ฟักทอง น้ำเต้าหู้ โดยมีนม ผัก และผลไม้ออร์แกนิกจากฟาร์มภาคเหนือ ไม่มีการเติมสารและสีเสริมใด

Farm to Table, Hideout

การออกแบบไอศกรีมนี้ช่วยแปรรูปวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพดี แต่หน้าตาภายนอกดูไม่สวยงามและเก็บได้ไม่นาน เป็นของหวานที่ทานร่วมกันได้ทั้งครอบครัวและช่วยส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ เมื่อเสิร์ฟคู่และทานร่วมกับขนมไทยอย่างข้าวตอกตั้งเนื้อหนุบ บัวลอยเผือกมะพร้าวน้ำหอมและขนมกลีบลำดวน ยิ่งเกิดเป็นรสชาติเฉพาะตัวของ Farm to Table, Hideout ที่น่าจดจำจนอยากแวะกลับมาอีกครั้ง

บางเมนูมีการสลับสับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมตามฤดูกาลด้วย แวะเวียนไปเมื่อไรอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ให้ลองลิ้มรสกัน

Farm to Table, Hideout
ภาพ : Farm to Table, Hideout

03

Bakery Therapy

คุกกี้และเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่พิถีพิถัน

ตำแหน่ง : เสนานิคม 1 ลาดพร้าว

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ตลาด เช่น ปันอยู่ปันกิน และ Kiss Me Indy/เดลิเวอรี่

Facebook : Bakery Therapy

ติดต่อ : 06 3404 2699

เบเกอรี่ที่ดีช่วยเยียวยาชีวิต ชิ-ลัดดาพร มานิตยกุล เข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์จากการดูแลโภชนาการอาหารให้กับคุณแม่ที่เคยป่วยเป็นมะเร็ง จึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การบริโภคผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และตัดสินใจเปิดร้าน Bakery Therapy เพื่อส่งมอบสุขภาพดีต่อให้ผู้คน

Bakery Therapy

ด้วยเทคนิคการตีไข่ไก่และผสมแป้งแบบญี่ปุ่นที่ค่อยๆ ตะล่อมไข่ขาวกับส่วนผสมให้เข้ากันด้วยความเบา ปราศจากการใช้ผงฟู เกิดกลายเป็นสูตรเฉพาะตัวของร้านที่นุ่มอร่อย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้ ขอชวนคุณมาเยียวยาร่างกายและจิตใจด้วยชีสเค้กสไตล์ญี่ป่น (Japanese Cheesecake) ทอฟฟี่เค้กรสกาแฟ (Coffee Toffee Cake) เค้กดาร์กช็อกโกแลต (Gateau Dark Chocolate Cake) และคุกกี้ออร์แกนิก 4 รสชาติ ส่งตรงจากเตาอบ บรจจุในขวดกระปุกขนาดกะทัดรัดให้พกพาไปไหนมาไหนแก้หิวได้สบายๆนอกจากแวะเวียนไปซื้อหรือสั่งจากที่ร้านแล้ว ยังไปพบ Bakery Therapy ได้ตามตลาดออร์แกนิกต่างๆ เช่น ตลาดปันอยู่ปันกิน ได้อีกด้วย ซื้อได้ครบทั้งอาหารและของทานเล่นเลย

Bakery Therapy
ภาพ : Bakery Therapy

04

เกาะดอกเหมย

ขนมสไตล์จีนสุดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบโฮมเมด

ตำแหน่ง : อัจฉริยะประสิทธิ์ บางกรวย

วันเปิด : ทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 19.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : เกาะดอกเหมย

ติดต่อ : 09 4435 9000

เกาะดอกเหมย

หากใครอยากจิบชาพร้อมทานขนมหวานสไตล์จีน เราขอแนะนำให้แวะมาลิ้มรสชาติเช่นนั้นที่เกาะดอกเหมย ร้านเบเกอรี่ที่ประดับตกแต่งคล้ายโรงน้ำชา มีสวนต้นหลิวและริมบ่อน้ำให้นั่งเล่นภายนอก มาพร้อมเมนูที่ไม่เพียงสวยงามด้วยรูปลักษณ์ แต่ไม่ทำร้ายร่างกาย ทั้งกระต่ายชมจันทร์ที่เป็นดาร์กช็อกโกแลตมูสเค้กสุดเข้มข้น สอดไส้แยมพีชที่เคี่ยวเอง ไร้เนย ไร้นม โซ่ยซาน เค้กดาร์กช็อกโกแลตไร้แป้งอุ่นๆ ที่มาคู่ซอสนมวอลนัท วาฟเฟิลกะลอจี๊ที่ทำจากการคั่วงาขาวและงาดำผสมกัน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมปลอดสาร และเค้กเก่าลักงาขาวคั่วหอมกรุ่นจากเกาลั่กแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ และหลายเมนูไม่ใช้เนย นม ครีมเลย หากทานคู่กับการจิบชาดอกไม้ออร์แกนิกจากทางภาคเหนือ รับรองว่าไม่มีทางลืมรสชาติสไตล์เกาะดอกเหมยนี้แน่นอน

เกาะดอกเหมย
ภาพ : เกาะดอกเหมย

หากแวะเข้าไปดูในครัว จะพบว่าส่วนประกอบต่างๆ ผ่านการสร้างสรรค์และลงมือทำเองจากทางร้านเกือบทุกขั้นตอน เช่น แยมผลไม้ นมข้นที่เคี่ยวเอง เพื่อให้ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ทางร้านยังพยายามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่นแก้วและหลอดไบโอพลาสติก ซองถุงชาจากเยื้อไม้และดินแอทต้าพูไกท์จากธรรมชาติ ทานขนมได้อย่างผ่อนคลายสบายใจ

05

Patom Organic Living

ขนมไทยและเทศจากธรรมชาติ

ตำแหน่ง : ซอยทองหล่อ 23

วันเปิด : ทุกวัน เวลา 09.30 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Patom

ติดต่อ : 09 8259 7514

Patom Organic Living คือคาเฟ่ย่านทองหล่อที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกตามฤดูกาล ส่งตรงจากฟาร์มของเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ โดยสวนสามพรานนำมาปรุงรสเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และขนมทั้งแบบไทยๆ และต่างประเทศ รวมกันแล้วมากกว่า 40 ชนิดให้ได้เลือกสรร ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นสามสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่ตั้งใจสร้างกลุ่มเกษตรกรออร์แกนิกที่เข้มแข็ง

Patom Organic Living

ขนมไทยของ Patom มีทั้งคาวและหวาน เช่น หมูโสร่ง ข้าวเหนียวหมูคั่วกลิ้ง ขนมน้ำดอกไม้ ตะโก้ ขนมถ้วย ขนมต้ม ขนาดพอดีคำ คั้นกะทิสดใหม่มาทำทุกเช้า มีสีสันขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น สีเหลืองจากดอกดาวเรือง สีชมพูจากดอกเฟื่องฟ้า บรรจุมาในภาชนะน่ารักๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนใครเป็นสายเค้ก บราวนี่ คุกกี้ Patom มีพร้อมบริการให้คุณที่เรือนแก้วบรรยากาศโปร่งโล่งสบายนี้เช่นกัน หรือสั่งซื้อไปทานสบายๆ ที่บ้านก็ย่อมได้

Patom Organic Living
ภาพ : Patom Organic Living

06

บ้านสุขภาพพุทธิญา

เค้กเนื้อผักที่คิดถึงกาย ใจ และจิตวิญญาณ

ตำแหน่ง : วังใหม่ ปทุมวัน

วันเปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 20.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : จองล่วงหน้าก่อน 2 – 3 วันก่อนทานที่ร้านหรือสั่งล่วงหน้า

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา

ติดต่อ : 06 3195 9782, 09 8594 6469, 06 3209 6415

หากคุณเริ่มรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้า ตึงเครียด หรืออยากป้องกันสภาวะแบบนั้นไม่ให้เกิดขึ้น เราขอแนะนำให้ลองมาปรับสมดุลธาตุภายในที่บ้านสุขภาพพุทธิญา โดย เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย ที่ดัดแปลงบ้านตัวเองให้กลายเป็นแหล่งพักพิงทางอาหารที่ปลอดภัย จากความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่เด็กและความรู้เรื่องการปรุงอาหารให้เปรียบเสมือนยา โดยคงความอร่อยไว้ ลบภาพจำเดิมๆ ว่าอาหารสุขภาพนั้นจืดชืด

ด้วยแนวคิดนี้ การทานอาหารที่บ้านสุขภาพพุทธิญาจึงต้องผ่านการจองล่วงหน้าราว 2 – 3 วัน โดยเชฟจะถามเพื่อทราบความชอบและสรรพคุณที่ต้องการ ก่อนสรรหาวัตถุดิบออร์แกนิกเพื่อสนับสนุนเกษตรกร และปรุงเสิร์ฟด้วยความละเมียดแบบ Chef’s Table ส่งผลดีต่อทั้งอารมณ์ ความคิด ชีวิต และจิตวิญญาณ ทานแล้วสบาย ได้พลังชีวิต

บ้านสุขภาพพุทธิญา

สำหรับสายขนม ในช่วงนี้ เราขอแนะนำเค้กแครอทเนื้อนุ่ม ปราศจากไข่ เนย นม กลูเตน น้ำมัน ราดด้วยเมล็ดมะมะม่วงหิมพานต์ออร์แกนิกและโยเกิร์ตมะพร้าวโฮมเมด และเค้กช็อกโกแลตผสมเนื้อผัก ทั้งกระเจี๊ยบ ฟักเขียว บวบงู ทำจากแป้งที่ไฟเบอร์สูง เติมรสหวานด้วยอินทผาลัมแทนที่น้ำตาล รสกลมกล่อมแบบไม่ต้องกังวลเลยว่าจะเป็นพิษต่อร่างกายเหมือนขนมหวานทั่วไป

บ้านสุขภาพพุทธิญา
ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา

07

Sustaina

ขนมออร์แกนิกวิถีญี่ปุ่นจากฟาร์มที่ปลูกเอง

ตำแหน่ง : สุขุมวิท 37 (BTS พร้อมพงษ์)

วันเปิด : ทุกวัน 10.30 – 20.30 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/เดลิเวอรี่

Facebook : Sustaina Organic Restaurant

ติดต่อ : 0 2258 7516

Sustaina คือซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่มีสินค้าออร์แกนิก ทั้งผักสด วัตถุดิบอาหาร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ให้เลือกสรรหยิบจับกลับไปดูแลตัวเอง ดำเนินการโดย โช โอกะ ชายชาวญี่ปุ่นที่ตัดสินใจทำฟาร์มออร์แกนิกของตัวเองที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อ 21 ปีก่อน เพราะเชื่อว่าอาหารที่ปลอดภัยคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์และโลก และเปิดร้านนี้ในอีก 10 ปีถัดมา นำวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มมาเสิร์ฟให้เราทานถึงที่เมืองกรุง

Sustaina

ในส่วนขนมทานเล่นนั้น มีทั้งเค้ก เจลลี่ ไดฟุกุหลากรส เต้าฮวยที่เคี่ยวน้ำเชื่อมเองจากอ้อย มีส่วนผสมของดอกไม้อย่างอัญชัน เต้าหู้พุดดิ้งที่มีส่วนผสมของธัญพืชและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น สับปะรด เสาวรส มะละกอ หวานน้อย เนื้อนุ่ม แม้ไม่ใส่สารสังเคราะห์ใดๆ ไม่ใช่เจลาตินหรือไขมันสัตว์ เหมาะสำหรับทั้งคนทั่วไปที่อยากดื่มด่ำของทานเล่นแบบรักสุขภาพและผู้ที่ทานวีแกน

นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมโฮมเมดเย็นๆ ขายด้วย ใครมาช่วงเที่ยงๆ เย็นๆ ก็แวะทานอาหารออร์แกนิกสไตล์ญี่ปุ่นได้ที่ชั้น 2 ของร้าน มาครั้งเดียวอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน

Sustaina
Sustaina

08

Jinta Ice Cream

ไอศกรีมผักผลไม้ที่ผสมด้วยจินตะ (นาการ)


ตำแหน่ง : CJ MORE สีลม บางรัก

วันเปิด : จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.

วิธีการสั่งซื้อ : หน้าร้าน/ติดต่อทางโซเชียลมีเดีย

Facebook : Jinta Homemade Ice Cream

ติดต่อ : 08 7318 0057

Jinta Ice Cream

ร้านไอศกรีมที่ตั้งชื่อให้พ้องกับชื่อลูกสาวของ หนุ่ม-เมธวัจน์ เกียรติกีรติสกุล เกิดขึ้นเพื่อส่งต่อไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ที่อุดมด้วยคุณประโยชน์ให้ผู้คน ผักและผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากเพื่อนพี่น้องชาวเกษตรอินทรีย์ที่รู้จักมักคุ้นกันดี มีความสดใหม่จากธรรมชาติ แม้จะทำให้ต้องคอยปรับสูตรตามวัตถุดิบที่ได้รับ แต่ไอศกรีมรูปแบบนี้มีสรรพคุณเหมือนสมุนไพร และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและแวะเวียนกลับมาอยู่บ่อยครั้ง

ฟังชื่อรสชาติไอศกรีมครั้งแรกของจินตะแล้วคุณอาจแปลกใจ เพราะเคยมีทั้งรสโกลเด้นลาเต้ที่ทำจากขิงผสมขมิ้น มะระชีสเค้ก คะน้ากับสะระแหน่ แตงโมปลาแห้งซอร์เบต์ จากจินตนาการและการสร้างสรรค์ลูกเล่นของหนุ่ม ส่วนช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีรสพิเศษคือ มะยงชิดโยเกิร์ต ข้าวเหนียวเปียกลำไยซอร์เบต์ และคัสตาร์ดผสมไข่แดงเค็มโฮมเมด นอกจากจะน่าค้นหาแล้ว ไอศกรีมเหล่านี้ยังทานได้ทั้งครอบครัว ไม่ทำร้ายสุขภาพอีกด้วย

ไม่เพียงแค่นั้น จินตะยังเลือกใช้ถ้วยจากกาบหมากเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่ามีความคิดดีๆ ในทุกองค์ประกอบสมชื่อแบรนด์เลย

Jinta Ice Cream
ภาพ : Jinta Ice Cream

ทั้ง 8 ร้านนี้คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่พิถีพิถัน ตั้งใจคิดค้นอาหารปลอดภัยคุณภาพดีให้ผู้บริโภคอย่างเรามีความสุข โดยไม่ต้องทำร้ายสิ่งแวดล้อม เราจึงขอเชิญชวนคุณว่า หากนึกอยากทานขนมหวาน เบเกอรี่ หรือไอศกรีมครั้งถัดไปในย่านกรุงเทพฯ ร้านเหล่านี้จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณรู้สึกไว้วางใจ อยากไปสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดีๆ บนโลกนี้

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load