ในภาวะที่โควิด-19 ยังระส่ำระส่าย จะเขยื้อนกายไปไหนมาไหนต้องคอยระวังเรื่องโรคภัยกันให้ดี หากเจ็บไข้ขึ้นมาทีก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพื้นที่เตียงและบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาลอาจต้องเผื่อไว้สำหรับผู้ป่วยโควิดเป็นส่วนมาก มนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเตรียมยาสามัญประจำบ้านแบบอินทรีย์ติดตู้ ติดบ้าน (และติดครัว) กันไว้ให้พร้อม ป่วยไข้เมื่อไหร่ก็หยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องวิ่งไปโรงพยาบาลหรือง้อยาเคมีให้ระคายตับไต

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

หากลองแง้มเปิดตู้ยา เราเชื่อว่าแต่ละบ้านล้วนมียาสามัญต่าง ๆ ใส่ตู้ไว้ไม่ขาด บางชนิดรู้หน้าค่าตากันเป็นอย่างดี อย่างยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ฯลฯ เพราะด้วยคุณสมบัติที่หลายคนเชื่อว่ากินปุ๊บ/ใช้ปุ๊บ หายปั๊บ ชะงัดอาการได้ทันใจ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่เจ็บป่วยให้เสียสตางค์ก้อนใหญ่ แต่น้อยคนจะรู้ว่าความรวดเร็วเหล่านี้ อาจแลกมาด้วยผลกระทบระยะยาวแบบไม่พึงประสงค์และการสะสมสารพิษในร่างกาย บางชนิดเป็นยาครอบจักรวาล กินแล้วหายขาดได้แทบทุกอาการ แต่ยาเจ้ากรรมดันไปออกฤทธิ์ทำงานกับอวัยวะส่วนใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรามีหรือจะยอมแพ้ เพราะบรรดายาแก้พิษ แก้ไข แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังมีอีกหลายตำรับนอกจากยาเคมีเพียงอย่างเดียว วิธีง่ายแสนง่ายที่เหล่ากูรูด้านสุขภาพตามศาสตร์อินทรีย์ขอแนะนำ คือการเน้นย้ำให้เรารู้จักฟัง-ดูร่างกายของตนเองเป็นหลักและใช้ยาให้น้อยที่สุด (แถมยาที่ใช้ควรมาจากธรรมชาติล้วน ๆ ด้วยนะ)

อ่านร่างกายก่อนอ่านฉลาก

เพราะส่งเสียงเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างกายจึงเลือกส่งสัญญาณผ่านอาการเจ็บป่วย ให้เรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติภายในที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเราลองสังเกต ทำความรู้จัก และใส่ใจร่างกายให้มาก ว่าสาเหตุของอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นมีที่มาจากอะไร อาหาร อากาศ หรือสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เราก็จะแก้ปัญหาได้จากต้นเหตุ และไม่จำเป็นต้องพึ่งยาสามัญประจำบ้านแบบเฉียบพลันอีกต่อไป

อย่างการแพทย์แผนมนุษยปรัชญา ที่บรรดากูรูอย่าง ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย, ครูจิ้ม-เฉลิมศรี บัตแลนด์ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก ต่างบอกต่อ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถของร่างกายที่ปรับสภาพและฟื้นฟูสมดุลได้ด้วยตัวเอง การปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จนต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้แบบหายขาด โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้ยาทันทีที่มีอาการ จึงเป็นการเยียวยารักษาที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลใจเรื่องผลข้างเคียงร้ายแรง

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเล็ดลอดเข้ามา สิ่งที่เจ้าของร่างกายอย่างเราจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลาลงเร็วขึ้นได้ คือการทำให้ร่างกายทำงานขับสารพิษได้ง่ายขึ้น เช่น หากเรากินอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป ร่างกายก็จะส่งการแจ้งเตือนผ่านอาการท้องเสียและเป็นไข้ หน้าที่ของเราคือดื่มน้ำให้มากขึ้น เติมเกลือแร่ให้ร่างกาย และปล่อยให้สารพิษเหล่านั้นถูกขับถ่ายออกมาให้หมด เพียงเท่านี้ก็หายขาดจากอาการท้องเสียได้โดยไม่ต้องกินยา ในทางกลับกัน หากเราเลือกที่จะกินยาหยุดถ่าย สารพิษที่ว่านี้ก็ไม่ได้ถูกขับออกหรืออันตรธานไปไหน หากแต่หมักบ่มสะสมไว้ในร่างกาย และอาจบานปลายกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด แค่ท้องเสียก็อันตรายถึงชีวิตได้เพราะยาเม็ดเดียว (น่ากลัวไหมล่ะ)

ความร้ายกาจของยาเคมียังมีอีกหลายตลบ ได้ยินแล้วอาจแทบลมจับ อย่างยาแก้ปวดลดไข้ หรือที่รู้จักกันดีในนามยาพาราฯ (Paracetamol) เชื่อว่าหลายคนอาจพกติดกระเป๋าไว้ไม่ขาด เจ็บปวดตรงไหนก็หายได้ทันทีแค่หยิบเข้าปาก ทำหน้าที่เป็นยารักษาทางใจไปในตัว 

แม้ในทางการแพทย์จะไม่ถือว่าพาราฯ เป็นยาอันตราย และไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ยาเกินขนาด ก็อาจส่งผลต่อร่างกายเช่นเดียวกัน บางคนใช้ยาพร่ำเพรื่อจนติดเป็นนิสัย ปวดนิดปวดหน่อยก็ต้องใช้พาราฯ เข้าสู้ ผลข้างเคียงที่ตามมาอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ไปจนถึงอาการร้ายแรงอย่างการเกิดภาวะตับเป็นพิษ ทางที่ดีหากมีความจำเป็นต้องใช้ แนะนำว่าให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ที่สำคัญ อย่าลืมอ่านฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ส่วนขั้นกว่าของยาพาราฯ อย่างยาไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่แรงกว่า ใช้รักษาอาการไข้ อาการอักเสบ ปวด บวมของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่ไม่ควรใช้ขณะท้องว่าง เพราะตัวยามีฤทธิ์กัดกระเพาะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ในทางการแพทย์ยังแนะนำว่าควรใช้ยาชนิดนี้ในปริมาณต่ำสุดที่สามารถรักษาอาการได้ เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงต่อร่างกายได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการแพ้ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจลำบาก เกิดผื่นลมพิษ บวมแดง ไปจนถึงอาการร้ายแรงที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ฟังแล้วน่ากลัวเอามาก ๆ อย่างภาวะโลหิตจาง ไตวาย หรือตับอักเสบ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง หากซื้อเองกินเองพร่ำเพรื่ออาจป่วยหนักแบบไม่รู้ตัวได้

อีกหนึ่งยายอดฮิตติดท็อป อย่างยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ช่วยแก้อาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ ท้องเสีย หรือมีแผลอักเสบ เป็นที่รู้กันว่าต้องทานต่อเนื่องให้ครบโดส เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุดและป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา แต่ปัญหาอยู่ที่หลายคนดันดื้อกว่ายา เมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็หยุดทานไปเองเสียอย่างนั้น คราวหน้าหากเกิดอาการแบบเดิม ก็อาจต้องใช้ยาชนิดที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น (และแพงขึ้น) เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทันใจ จนกระทั่งอาจไม่มียาชนิดใดที่ร่างกายตอบสนองและใช้ได้ผลอีกต่อไป และอย่าลืมว่ายาฆ่าเชื้อก็ฆ่าทั้งเชื้อดีและเชื้อร้าย ผลสุดท้ายเราจึงกลายเป็นคนปลอดเชื้อและปลอดภูมิคุ้มกันจนเหี้ยน คราวนี้แหละ อาการแพ้นู่นแพ้นี่จะต่อแถวมาเป็นพรวน เพราะไม่มีหน่วยรบมาช่วยสู้กับเชื้อโรคใด ๆ อีกแล้ว

ใช่จะมีแต่ยากินที่อันตราย ยาใช้ภายนอกอย่างยาทาก็น่ากลัวไม่เบา ใครที่มีปัญหาผื่นคันและเป็นลมพิษบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับยาทาแก้แพ้ชนิดผสมสเตียรอยด์เป็นอย่างดี ไม่เถียงว่าทาปุ๊บผื่นหายปั๊บราวกับเสกได้ เพราะเจ้าสเตียรอยด์จะเข้าไปต้านอาการอักเสบ ทั้งอาการเจ็บปวดบวมแดงของเนื้อเยื้อภายใน แต่หากใช้ในปริมาณสูงหรือได้รับยานานเกินไป ภัยร้ายที่แฝงมาก็พร้อมแผลงฤทธิ์ทันที ทั้งผิวหนังบาง เกิดการอักเสบ แตกลาย และทำให้เรากลายเป็นคนผิวแพ้ง่าย ต่อจากนี้จะใช้สกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวตัวใดก็ไม่ได้ เพราะดันแพ้ ๆๆๆ ไปเสียหมด จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา หรือปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งหากจำเป็นต้องซื้อยาสเตียรอยด์สำหรับทาภายนอกใช้เอง

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

ฟังก์ชันหน้าที่ของยา คือรักษาอาการเจ็บปวดหน้างานให้หายเป็นปลิดทิ้งจนเราเผลอวางใจว่าหายดี แต่ผลร้ายบั้นปลายก็ไม่ได้หนีหายตามอาการเหล่านั้น หากแต่วนเวียนสะสมอยู่ในร่างกาย กว่าจะขับออกไปได้ เราก็เผลอกินยาแก้ปวดเม็ดใหม่เข้าไปอีกรอบซะแล้ว 

เมื่อรู้อย่างนี้ว่ายาเคมีอันตรายกว่าที่คาดคิด มนุษย์อินทรีย์จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเคลียร์พื้นที่ในตู้ยา แล้วแทนที่ด้วยแนวทางการบำบัดรักษาจากธรรมชาติ ที่มีฟังก์ชันช่วยเสริมให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แก้อาการเจ็บป่วยจากต้นเหตุ แถมยังมีให้เลือกทำ เลือกกิน เลือกใช้กันหลายตำรับ เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เชิญเลือกใช้ได้ตามอาการ

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : The Living GIFT

แต่อย่าลืมว่ารายนามสูตรทั้งหลายด้านล่าง เป็นเพียงแนวทางการดูแลรักษาในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นยาเคมีหรือธรรมชาติ หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจส่งผลข้างเคียงได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้นก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตามแนวทางที่เราเลือกรักษา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย หรือแนวมนุษยปรัชญา จึงจะปลอดภัยที่สุด

  1. หมวดฆ่าเชื้อ ล้างแผล รักษาแผล

วัตถุดิบอย่างแรกที่อยากแนะนำและหาได้ง่ายใกล้ตัวเอามาก ๆ คือเกลือ เพียงนำมาละลายน้ำสะอาดแล้วใช้ล้างแผล รักษาแผล ฆ่าเชื้อ หรือใช้เกลือโปะแผลถลอก นอกจากนี้ยังใช้น้ำเกลือกลั้วคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือผสมน้ำสำหรับเช็ดตัวลดไข้ได้ด้วย (สูตรยาของ ป้าจันทร์-ลภัสรดา ทศรัศมิ์ สวนศิลป์หนองมน) 

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนฮอมผญา

ถัดมาคือ น้ำผึ้ง หากโดนมีดบาด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเอาน้ำผึ้งป้ายลงบนแผลเพื่อฆ่าเชื้อ จะช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน

หากใครปลูกต้นสาบเสือ ก็ห้ามเลือดได้ดีเช่นเดียวกัน เมื่อมีแผลสด ระหว่างที่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ให้นำใบสาบเสือมาขยี้หรือตำให้พอละเอียด แล้วโปะลงไปที่บาดแผล จะช่วยห้ามเลือดให้หยุดไหลได้เร็วขึ้น แต่อย่าลืมล้างใบสาบเสือให้สะอาดก่อนนำมาใช้ อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชูก็ได้ ไม่อย่างนั้นอาจมีเชื้อโรคปะปนมาด้วย ทำให้ติดเชื้อมากขึ้นไปอีก (สูตรยาของ พี่นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการแสบร้อน ผื่นคัน แมลงกัดต่อย
วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

นอกจากนำมาปรุงอาหารอร่อยแล้ว หากโดนมดหรือแมลงกัดต่อย ลองเก็บใบตำลึงมาล้างให้สะอาด (อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชู) แล้วขยี้ให้พอละเอียด โปะลงบนตุ่มเม็ดบนผิวหนัง ด้วยฤทธิ์เย็นภายในใบ จะช่วยบรรเทาอาการคันและอาการแสบร้อนได้ (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

อีกหนึ่งต้นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องฤทธิ์เย็น หนีไม่พ้นว่านหางจระเข้ หากโดนน้ำร้อนลวกหรือผิวไหม้แดด ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ล้างยางออก แล้วนำเนื้อมาโปะหรือทาบริเวณที่มีอาการ นอกจากช่วยประโลมผิวจากอาการแสบร้อนแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกาย หรือจะใช้กับผิวหน้าก็ได้เช่นกัน (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

หากใช้โปะผิวแล้วเนื้อว่านหางจระเข้ยังเหลืออยู่ อย่าเพิ่งทิ้งเชียวนะ เพราะหากเอาเนื้อวุ้นไปแช่เย็นแล้วทานสด จะช่วยลดเรื่องอาการอักเสบภายในได้ด้วย ส่วนใครที่ติดหวานก็อย่าเผลอเติมน้ำตาลลงไป เพราะน้ำตาลจะไปเร่งการอักเสบให้รุนแรงขึ้นได้ (สูตรยาของ ครูจิ้ม-เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย อ่อนเพลีย

พืชเหง้าสารพัดประโยชน์อย่างขิง นำมาใช้ต้มเป็นชาเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า เสริมร่างกายให้มีพลัง หรือใครอยากใช้วิธีประคบร้อนก็ตามสะดวก เพียงนำขิงแก่มาขูดหรือสับ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบางหรือผ้าก๊อซเตรียมไว้ โดยก่อนประคบให้ลองเช็กก่อนว่าเท้าเย็นหรือไม่ หากเย็นให้ใช้ผ้าคลุมแล้ววางกระเป๋าน้ำร้อนทับเท้าให้อุ่น เพื่อให้ความร้อนคืนเข้าสู่ร่างกาย การฟื้นฟูต่าง ๆ ก็จะทำได้ดีขึ้น จากนั้นนำผ้าห่อขิงที่เตรียมไว้มาวางบริเวณแผ่นหลังตรงตำแหน่งไต ใช้ผ้าสะอาดวางทับและห่อตัวไว้ (หากหาได้ ให้ใช้ผ้าฝ้าย ผ้าเส้นใยออร์แกนิกหรือผ้าขนสัตว์) ตามด้วยวางกระเป๋าน้ำร้อน และห่อตัวด้วยผ้าขนหนูอีกชั้นหนึ่ง (สูตรยาของ ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย)

อีกหนึ่งวิธีประคบร้อน ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานและแก้อาการปวดเมื่อยได้อยู่หมัด วิธีการคือให้ประคบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ต่อมไทมัส ตับ ม้าม ลำไส้ (รอบสะดือ) ไตทั้ง 2 ข้าง ก้นกบ ไล่ลงไปจนถึงฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อรู้สึกร้อนแล้วจึงเอากระเป๋าน้ำร้อนออกและใช้ฝ่ามือทาบไว้ให้ความอุ่นซึมลงไปใต้ผิวหนัง ทำแบบนี้จุดละประมาณ 5 นาที ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนพลังชีวิต ปรับสมดุลให้ภูมิคุ้มกันและอวัยวะภายในได้ด้วย (สูตรยาของ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

อ้อ คุณหมอฝากมาบอกว่า สำหรับผู้มีภาวะเบาหวานหรือกระดูกทับเส้นประสาทที่มีอาการชา อาจไม่เหมาะกับวิธีรักษาด้วยการประคบร้อนทั้งหลาย เพราะเจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไปหรือไม่ และอาจเป็นอันตรายได้หากร่างกายสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป

  1. หมวดบรรเทาอาการเวียนหัว เมารถ 

ใครที่เดินทางไกลบ่อย ๆ อาจประสบปัญหาเมารถ เมาเรือ หรือร่างกายปรับสภาพไม่ทันเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหัน ลองใช้ขิงซอย ข้าวเหนียวคั่ว น้ำผึ้ง และน้ำอุ่น ใส่ลงในเหยือกแก้วคนให้เข้ากัน ดื่มแล้วจะช่วยให้อาการเมารถ เมาเรือ รวมไปถึงอาการอ่อนเพลียเวียนหัวต่าง ๆ ดีขึ้นมากทีเดียว (สูตรยาของอาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า) 

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ปวดท้องประจำเดือน

พืชยอดฮิตที่มีติดริมรั้วแทบทุกครัวเรือนอย่างกะเพรา นำใบมาต้มในน้ำสะอาดเพื่อใช้ดื่มเป็นชาแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องอาการไอ ลดไข้ ขับเหงื่อ หรือจะใช้เป็นสมุนไพรไล่ยุงแบบธรรมชาติก็ได้ด้วย ปลูกต้นเดียวใช้ได้ครอบจักรวาล (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

 ต่อกันที่อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของผู้หญิงอย่างอาการปวดท้องประจำเดือน หลายคนจึงเลือกตัดปัญหาความทรมานด้วยการใช้ยาแก้ปวดให้รู้แล้วรู้รอดกันไป แต่จริง ๆ แล้วเราบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยการทานอาหารประเภทเต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต โดยแนะนำว่าควรทานล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (สูตรยาของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รักษาเหงือก ดูแลสุขภาพช่องปาก
พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

สูตรยาแก้เจ็บคอขวัญใจวัยเด็กวัยโต อย่างน้ำผึ้ง มะนาว เกลือ สามสหายนี้นอกจากให้รสอร่อย เปรี้ยวนิด หวานหน่อย ตัดเค็มอย่างลงตัว ยังช่วยเสริมสรรพคุณให้กันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยสมานแผลจากการกัดกร่อนของน้ำมะนาวในช่องปาก แต่เพราะน้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อน หลังจากหายเจ็บคอจึงอาจเป็นร้อนในต่อได้ จึงต้องใช้เกลือที่มีฤทธิ์เย็นผสมเข้าไปทำให้สมดุล ส่วนจะผสมแต่ละอย่างมากน้อยเท่าไหร่ แค่ชิมให้ได้รสกลาง ๆ ไม่หวานไป ไม่เปรี้ยวไป ก็เป็นอันใช้ได้ (สูตรยาของเชฟแบล็ก-ภานุภน บุญสุวรรณ)

แม้ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการประคบร้อนด้วยมันฝรั่ง จะช่วยเรื่องอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะได้เหมือนกัน วิธีการใช้ให้หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ต้มให้สุกจนนิ่ม จากนั้นห่อด้วยผ้าแล้วนำมาประคบบริเวณแผ่นหลัง ในตำแหน่งที่ตรงกับปอดประมาณ 2 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนมาประคบด้านหน้าในตำแหน่งเดียวกัน โดยให้ประคบอย่างต่อเนื่องจนกว่ามันฝรั่งจะเย็น (สูตรยาของครูหมวย บ้านไม้หอม และ HEALTH FROM HOME)

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

อีกหนึ่งสูตรยาอย่างการใช้น้ำมันมะพร้าวบ้วนปาก หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ออยล์ พูลลิ่ง ให้ใช้มันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นประมาณ 2 – 3 ช้อนชา กลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลา 15 – 20 นาที จากนั้นจึงบ้วนปากตามด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง โดยผลจากการวิจัยยังช่วยยืนยันว่า การทำออยล์ พูลลิ่ง ด้วยน้ำมันมะพร้าว จะช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรคในช่องปาก และยังช่วยลดความเสี่ยง บรรเทาอาการจากโรคเหงือกได้อีกด้วย (สูตรของ พี่เยา-เยาวดี ชูคง) 

อ้างอิงผลการวิจัยจาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

  1. หมวดระบายสารพิษ ช่วยเรื่องการขับถ่าย

ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมชนิดไฟเบอร์หรือยาดีท็อกซ์ที่ไหน เพียงเลือกทานอาหารให้ถูกประเภทและพยายามขับถ่ายให้ได้ทุกวัน ก็จะช่วยขจัดพิษในร่างกายออกไปได้อย่างหมดจด อย่างการทานผักและโพรไบโอติกจากอาหารหมักดอง เช่น โยเกิร์ต เทมเป้ แหนม ถั่วเน่า ข้าวแช่ ฯลฯ นอกจากนี้การดื่มน้ำมันมะพร้าววันละ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ช่วยให้เราขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องลำบากลำไส้ให้ทำงานหนัก (สูตรของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์และพี่เยา) 

  1. หมวดลดไข้ยอดนิยม

นอกจากใช้ดื่มแก้อาการเจ็บคอ-กระหายน้ำแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าน้ำมะนาว นำมาใช้เช็ดตัวไล่พิษไข้ได้ด้วย เพียงนำมะนาวผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบลงในน้ำอุ่นให้มีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยของเปลือกมะนาวออกมา ใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวที่ได้แล้วนำไปเช็ดตัวทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลืองและตามข้อพับต่าง ๆ ที่สำคัญให้แบ่งไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการแช่เท้า โดยควรแช่ให้พ้นระดับตาตุ่มขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยลดไข้ แก้อาการตัวร้อน ปรับสมดุลอุณหภูมิ และทำให้ความร้อนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ศีรษะ อาการปวดหัวก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย

ส่วนใครปลูกต้นรางจืดก็ใช้ลดไข้ได้ดี แต่อาจต้องระวังเรื่องปริมาณและวิธีใช้กันเสียหน่อย เพราะรางจืดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้หญิงในช่วงมีรอบเดือน เพราะจะทำให้ร่างกายอุณหภูมิต่ำลงอย่างรวดเร็วและอาจมีไข้เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคตับ ไต เพราะอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน วิธีการใช้ให้นำใบรางจืด 5 – 7 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วต้มในน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4 – 5 ครั้ง (สูตรยาของเชฟแบล็ก)

แม้แต่การทานอาหารเป็นยาก็ช่วยรักษาอาการไข้ได้ อย่างใบมะรุม แนะนำให้ลองเอามาใส่ในแกงจืดหมูสับ แกงส้ม หรือใส่ในไข่เจียว หรือพืชผักชุดต้มยำ อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ผักเหล่านี้นอกจากทานอร่อยแล้ว สรรพคุณเรื่องลดไข้ก็ดีงามไม่น้อยเลยนะ! (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

ตบท้ายด้วยสูตรยาสุมโปงจากหอมแดง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีอาการคัดจมูกหรือหายใจติดขัดจากเชื้อหวัด เพียงใช้หอมแดงต้มน้ำแล้วสุมโปงไว้จนอาการดีขึ้น หรือเอามาวางที่หมอนเวลานอน ก็จะช่วยให้หายใจโล่งขึ้นเยอะ (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

อีกหนึ่งยาสามัญประจำบ้าน ที่จัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มอาการใดไม่ได้ เพราะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้นได้สารพัด นั่นคือการดื่มน้ำเปล่า ช่วยบรรเทาทั้งอาการร้อนใน ท้องผูก ท้องเสีย ล้างพิษ ปวดหัว เป็นไข้ ฯลฯ เจ็บป่วยตรงไหน เรียกใช้น้ำเปล่าก่อนได้ในเบื้องต้น

ตบท้ายด้วยร้านยาธรรมชาติสามัญประจำบ้านและสถานเยียวยากายใจแนวมนุษย์อินทรีย์ ที่ยินดีจ่ายยาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดี แถมมีความสบายใจเป็นของแถมให้ เพราะไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

แหล่งยาธรรมชาติสามัญประจำบ้าน

1. น้ำผึ้ง HIN LAD NAI

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : Tot Hinlad

มิตรรักแฟนน้ำผึ้งต้องถูกใจ เพราะน้ำผึ้ง HIN LAD NAI จากที่ราบสูงเชียงรายเจ้านี้ ผลิตจากน้ำผึ้งป่าออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ผ่านการแต่งกลิ่นหรือเติมสารให้ความหวานใด ๆ กลิ่นหอมและรสชาติที่ได้จึงมั่นใจว่ามาจากธรรมชาติส่งตรงจากผืนป่าของแท้ อัดแน่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จะใช้ปรุงอาหารคาวหวาน หรือทานเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยแบบมนุษย์อินทรีย์ก็ดีงาม

Facebook : Tot Hinlad

2. น้ำผึ้งฮอมผญา 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนฮอมผญา

ใครอยากรู้ว่าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเป็นอย่างไร ต้องลองอุดหนุนน้ำผึ้งป่าเดือนห้า จากสวนฮอมผญา จังหวัดพะเยา ไปลองชิม นอกจากรสชาติดีเพราะเก็บด้วยกรรมวิธีธรรมชาติแล้ว ฮอมผญายังเป็นน้ำผึ้งที่ทานแล้วช่วยเสริมพลังชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง จะโรคภัยหน้าไหนก็ไม่กลัว

Facebook : สวนฮอมผญา

3. เกลือ เดอะมนต์รักแม่กลอง

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

เกลือเม็ดใหญ่ เกรดคัดพิเศษจากผืนนาเกลือสมุทรสงคราม ด้วยกระบวนวิธีนำน้ำทะเลมาตากแดดตากลม จนตกผลึกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ให้รสชาติเค็มอมหวาน และมีไอโอดีนธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังมีให้เลือกซื้อเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์กันถึง 4 แบบ ทั้งแบบดอกเกลือ เกลือแก้ว เกลือขาว และเกลือกลาง จำหน่ายในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า แถมยังได้อุดหนุนเหล่าเกษตรกรชาวนาเกลือไปในตัว

Facebook : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

4. ดอกเกลือตัวผู้ สวนศิลป์หนองมน

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

ความพิเศษของเกลือจากที่นี่อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เกลือตัวผู้คัดพิเศษ จากผืนนาเกลือคลองตำหรุผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี รูปทรงผลึกเรียวแหลมแปลกตา ใช้อมเป็นยาแก้อาการไอ เจ็บคอ ละลายเสมหะ เพราะมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อราและเเบคทีเรียได้อย่างเห็นผล ที่สำคัญกว่าจะได้เกลือแต่ละเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นชนิดที่หายากและมีน้อย จึงต้องคอยนั่งคัดกันทีละตัวเลยทีเดียว

โทรศัพท์ : 08 9699 7179, 09 5585 8871

Facebook : สวนศิลป์หนองมน

5. มะนาว สวนมะนาวแป้นจงจิตร อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : The Living GIFT

มะนาวแป้นอินทรีย์ที่ปลูกและดูแลแบบวิถีธรรมชาติโดยครอบครัวของ จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรม ปราศจากสารเคมีทุกชนิด ด้วยความดูแลใส่ใจอย่างดี จึงทำให้มะนาวเปลือกบาง น้ำเยอะและหอมมาก จนได้รับความไว้วางใจจากสาวกชาวอินทรีย์มาอย่างยาวนาน อุดหนุนไปรับรองไม่มีผิดหวัง ส่งตรงจากผืนไร่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

โทรศัพท์ : 09 2956 3994

Facebook : The Living GIFT

6. น้ำมะพร้าว สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

มะพร้าวน้ำหอม ผลผลิตจากสวนป่ามะพร้าวมาตรฐานออร์แกนิก เนื้อบางนุ่ม หอมหวาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และปลูกด้วยกรรมวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมแบบ Zero Waste สร้างสวนมะพร้าวให้เป็นผืนป่า ช่วยรักษาสมดุลและคืนความสมบูรณ์ให้สิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โทรศัพท์ : 08 1409 4964

Facebook : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

Line Official Account : cocowittaya

7. น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น Agrilife

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์สกัดเย็นจากธรรมชาติ ปราศจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนสังเคราะห์และการดัดแปลงพันธุกรรม การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลจากหลายเวที ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนมะพร้าวสด เนื้อสัมผัสบางเบา ทานง่าย เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือเหม็นเปรี้ยวมากวนใจ ทั้งยังมีสรรพคุณหลากหลายใช้ได้ตามชอบ ทั้งปรุงอาหาร ทานเป็นยา เสริมความงาม ไปจนถึงบำรุงผิวพรรณ 

โทรศัพท์ : 0 2714 1167

Facebook : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

เว็บไซต์ : www.agrilife.co.th/

8. คลังความรู้เสริมภูมิคุ้มกันและพลังชีวิต ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีเนื้อหาวิชาการเคร่งเครียดให้นักเรียนแต่อย่างใด แต่กลับมอบพื้นที่ให้แก่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิชาชีวิต ที่ช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายใจให้แข็งแกร่ง โดยติดตามข่าวสารการเปิดคอร์สเสวนาและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ทางหน้าเพจ รับรองว่าหลังจากจบคอร์สไป ลูกศิษย์ครูนิตย์ต้องได้พลังชีวิตใส่กระเป๋าเป้กลับบ้านกันจนตุงหลังอย่างแน่นอน

โทรศัพท์ : 08 3265 9951

Facebook : ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

9. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

นอกจากมีแผนกการรักษาเหมือนโรงพยาลทั่วไปแล้ว ความพิเศษไม่ซ้ำใครของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คงต้องยกให้แผนกแพทย์แผนไทย ที่มีบริการการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม กดจุด นวดอบสมุนไพร และยังเป็นที่ตั้งของคลินิกฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังโควิดด้วยแพทย์แผนไทยเป็นที่แรกอีกด้วย ใครกำลังมองหาแนวทางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกที่ทั้งปลอดภัยและได้ผลดี รีบเก็บที่นี่เข้าลิสต์โดยด่วน

เว็บไซต์ : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ขอบคุณเจ้าของสารพัดสูตรยาเยียวยากายใจ

ป้าจันทร์ สวนศิลป์หนองมน (ลภัสรดา ทศรัศมิ์ – ตลาดนัดธรรมชาตืคืนชีวิต life’s market)

ครูจิ้ม (เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ – บ้านสวนริมคลองสามวา)

ครูนิตย์ (ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล – โรงเรียนในสวนยาย)

พี่ปิ๋ม Whispering Land (ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง – ครูค่ายธรรมชาติ บ้านลิตเติ้ลทรี)

พี่นก (พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ -โปรดิวเซอร์วิดีโอ The Cloud)

พี่เยา (เยาวดี ชูคง – นักสื่อสารด้านอาหาร ของ Slow food community food for change Chiangmai )

คุณปรินซ์ บ้านเจ้าชายผัก (นคร ลิมปคุปตถาวร – ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก)

อาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า (ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก – ผู้อำนวยการสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า จ.เชียงราย)

เฟิร์น (เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์ – ศิลปินและโปรดิวเซอร์สารคดีเกี่ยวกับอาหาร)

เชฟแบล็ก (ภานุภน บุลสุวรรณ – เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่)

ลุงวิท (วิทยา เลี้ยงรักษา – เจ้าของสวนมะพร้าวสวนป่ามะพร้าวลุงวิท จ.นครปฐม)

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

เช้าวันไหนที่รีบร้อนออกจากบ้านสุด ๆ จนไม่มีเวลาสรรหาอาหารเช้าให้อิ่มท้อง ตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนมองหา คงหนีไม่พ้นเจ้าก้อนขนมปังอันคุ้นเคย เพราะนอกจากจะคลายหิวได้ชะงัด ยังหาซื้อได้ง่ายมาก รูปแบบและรสชาติก็มีให้เลือกหลากหลาย แถมราคายังสบายกระเป๋า

ข้อนี้ เราไม่เถียง

แต่หากมีใครออกตัวว่ากินขนมปังแทนข้าวทุกวันยังได้ ข้อนี้คงต้องขอเถียงสักหน่อย

แม้จะอร่อยถูกใจแค่ไหน แต่คงต้องอดใจไว้บ้าง เพราะความลับที่ซ่อนไว้ในก้อนแป้งนุ่มนิ่มเหล่านี้ ซับซ้อนกว่าที่เราคาดการณ์ไว้หลายเท่า

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Younglek Bread

ก่อนอื่นมาว่ากันด้วยเรื่องแป้งสาลี อย่างที่ทราบกันดีว่าแป้งชนิดนี้เอาไปทำขนมตระกูลเบเกอรี่ได้หลากหลาย ทั้งเค้ก คุกกี้ รวมไปถึงขนมปัง พระเอกของเราในวันนี้ด้วย และหากลองเท้าความไปว่ากว่าจะมาเป็นขนมปัง ก้อนแป้งเหล่านี้ก็ต้องเคยเป็นแป้งสาลี และเคยเป็นเมล็ดข้าวสาลีมาก่อน

หากพลิกหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ ว่ามนุษย์เริ่มรู้จักขนมปังกันตั้งแต่เมื่อไหร่ คงต้องย้อนไปร่วมหลายหมื่นปี เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่อยู่คู่มวลมนุษยชาติมาทุกยุคทุกสมัย แต่ความจริงที่น่าตกใจ คือขนมปังจากแป้งสาลีในปัจจุบันที่เราหยิบตามชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น แตกต่างและกลายพันธุ์จากขนมปังในอุดมคติเมื่อครั้งอดีตไปหลายตลบ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Craft bread

นี่แหละปัญหา เพราะน้อยคนจะรู้ว่าในแป้งสาลีมีส่วนผสมหลักที่เรียกว่า เลคติน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเมล็ดข้าวตามธรรมชาติ ประโยชน์คือช่วยป้องกันไม่ให้เหล่าแมลงเข้ามายุ่มย่าม แต่โทษดันตกอยู่ที่คนกินอย่างเรา ๆ เพราะเจ้าเลคตินที่ว่านี้จะเข้าไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกันและอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้รั่วได้

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

นอกจากนี้ แป้งสาลียังมีของแถมชิ้นโตอย่างกลูเตนและไฟเตตมอบให้ด้วย (ใจดีเชียว) สำหรับกลูเตน แม้จะช่วยให้ขนมปังขึ้นฟูนุ่มนิ่มและอุดมไปด้วยโปรตีนมากมาย แต่มันอาจกระตุ้นให้สารแปลกปลอมหรือโปรตีนอันตรายเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายมาก ซ้ำร้ายหากใครมีอาการแพ้ก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะร่างกายที่ย่อยกลูเตนไม่ได้ อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน บางรายร้ายแรงถึงชีวิตเลยก็มี (น่ากลัวไหมล่ะ)

ส่วนไฟเตต แม้ชื่ออาจไม่คุ้นหูนัก แต่สายขนมปังควรทำความรู้จักอย่างยิ่ง เพราะหน้าที่ของมันคือขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินได้คล่องตัว ผลคือตับ ไต ผิวหนัง ผม ขน เล็บ ฯลฯ ก็จะขาดสารอาหารบำรุงจนอ่อนแอ

ที่กล่าวมาทั้งหมด คือผลพลอยได้จากแป้งสาลี แม้เราจะไม่อยากได้สักเท่าไหร่ ก็ต้องจำใจรับไว้แต่โดยดี

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ความลับของแป้งสาลียังไม่หมดเพียงเท่านี้ ที่เราเกริ่นไปว่าแป้งสาลีในปัจจุบันต่างจากแป้งสาลีในอดีตแบบไม่เห็นฝุ่นนั้นไม่เกินจริง เพราะการปลูกข้าวสาลีเพื่อใช้ทำขนมปังในอุตสาหกรรม เน้นเรื่องความไว ปริมาณ และรสชาติมากกว่าคุณภาพหลายเท่าตัว ข้าวสาลีสมัยใหม่จึงใช้เวลาปลูกสั้นมาก ยังไม่ทันดูดซับวิตามินหรือแร่ธาตุใด ๆ จากดิน ก็โดนจับถอนรากถอนโคนเข้าเครื่องบดกันแล้ว นี่ยังไม่นับรวมการตัดแต่งพันธุกรรม การใช้สารเคมีเร่งโต และการใช้ยาฆ่าแมลงอีกนับไม่ถ้วน ผลร้ายปลายทางคือกระบวนการเหล่านี้จะไปเร่งเร้าให้เมล็ดข้าวสาลีมี 3 สหาย เลคติน กลูเตน และไฟเตต เพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ยังไงดีล่ะหวา เห็นทีคงต้องเลิกกินขนมปังให้รู้แล้วรู้รอด

ช้าก่อน! อย่าเพิ่งหมดหวัง มนุษย์อินทรีย์สายแป้งอย่างเราไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว เราจึงอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านทั้งหลายได้รู้จักกับขนมปังทางเลือกใหม่ที่ดีต่อร่างกาย ลำไส้ และต่อมน้ำลายเป็นอย่างมาก

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ขนมปังก็อินทรีย์ได้ หากวัตถุดิบหลัก นั่นก็คือ ‘แป้ง’ ที่มาจากธรรมชาติเช่นกัน มิตรสหายและกูรูด้านขนมปังของเรา จึงแนะนำให้เลือกทานขนมปังที่หมักจากยีสต์ธรรมชาติหรือขนมปังจากข้าวพันธุ์พื้นเมือง เพราะมีปัญหาจุกจิกน้อยกว่าแป้งสาลี หรือหากเป็นขนมปังจากแป้งสาลี ก็ต้องผ่านกรรมวิธีการหมักเพื่อให้จุลินทรีย์ฝ่ายดีช่วยย่อยก้อนแป้งในระยะเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน จึงจะทานได้อย่างปลอดภัยหายห่วง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Sunday

อย่าง ซาวโดวจ์ (Sourdough) เมนูยอดฮิตในช่วงนี้ คือตัวอย่างของขนมปังที่จัดอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสุขภาพ แม้จะทำจากแป้งสาลี แต่มีการหมักที่พิถีพิถันและใจเย็นแบบสุด ๆ จึงได้รับการอวยยศว่าคุ้มค่าแก่การทานคาร์บก้อนนี้เป็นอย่างมาก แม้จะใช้เวลาหมักแป้งนานหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า เพราะบรรดาจุลินทรีย์ ยีสต์ และแบคทีเรียต่าง ๆ จะมีเวลามากพอในการช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและแป้ง ไปเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ (เอทานอล) ระหว่างนี้ในก้อนแป้งก็จะสร้างกรดแลกติก แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ที่สำคัญยังช่วยทลายกลูเตนและไฟเตตให้อ่อนกำลังลง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ผลคือ เมื่อทานขนมปังก้อนนี้เข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะไม่พุ่งกระฉูด อีกทั้งยังย่อยง่าย สบายท้อง เก็บไว้ได้นาน ไม่เหมือนขนมปังอุตสาหกรรมที่ยังไม่ทันทิ้งระยะหมัก ก็ถูกยัดเข้าเตาอบกันดื้อ ๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนกินขนมปังแล้วแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ซ้ำร้ายยังได้ทานสารกันบูดและน้ำตาลปริมาณสูงปรี๊ดเข้าไปเต็ม ๆ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

หรือหากเป็นขนมปังที่หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติจากผัก-ผลไม้ก็ยิ่งดี เพราะนอกจากจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยผลิตพรีไบโอติกส์ที่เป็นมิตรต่อระบบทางเดินอาหารแล้ว ขนมปังที่ได้ยังมีกลิ่นฟรุตตี้ ๆ เปรี้ยวนิดหวานหน่อย อร่อยลงตัว ยั่วให้น้ำลายไหลได้ไม่ยาก

ส่วนขนมปังจากแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมือง ก็หมดห่วงได้เลยกับเรื่องสารเคมีและสิ่งเจือปน เพราะเมื่อดิน น้ำ อากาศในแต่ละท้องถิ่นเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชพรรณชนิดนั้น ๆ เป็นทุนเดิม สารแต่งเติมอื่นใดก็ไม่จำเป็น อีกทั้งยังได้ช่วยสนับสนุนเกษตรกรและเพิ่มมูลค่าให้พันธุ์ข้าวในประเทศเราอีกด้วยนะ

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เมื่อพูดถึงข้าวพันธุ์พื้นเมือง ชื่อของ หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ก็เด้งโดดขึ้นมาเป็นอันดับแรก นอกจากจะเป็นนักพัฒนา​สูตร ครูสอนทำแยมและ​ขนมปัง​ที่ Bread Books Bike & Beer แล้ว ทั้งสองยังเป็นกูรูและมิตรสหายสายคาร์บที่น่ารักของเรา ที่สำคัญยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ทั้งสนุกและน่าดีใจมากสำหรับคนรักขนมปังมาเล่าสู่กันฟัง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

เพราะต้องเข้าคลาสสอนนักเรียนมือใหม่อบขนมปังอยู่เป็นประจำ พี่หมูและพี่น้องจึงอยากมีแหล่งวัตถุดิบใกล้ตัวในประเทศ โดยมีโจทย์ว่าต้องหาได้ง่ายและราคาไม่แพง เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว โดยทั้งสองตั้งใจว่าอยากทำคลาสขนมปังจากข้าวสาลีเพาะงอก การทดลองและการเดินทางที่สนุกท้าทายจึงเริ่มขึ้น

พี่หมูและพี่น้องส่งจดหมายไปยังศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง เพื่อขอรับตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีที่ปลูกในไทยทั้งหมดมาศึกษา รวมทั้งสั่งซื้อและทำจดหมายขอรับเมล็ดข้าวสาลีพันธุ์หลัก ๆ จากอเมริกาและยุโรปมาวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยอีกทาง เพื่อทำความรู้จักก่อนว่าข้าวสาลีที่เหมาะจะนำมาเพาะงอกควรเป็นชนิดใด นอกจากนี้ยังมี แอ้-นพวรรณ ทิพย์วงศ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หนึ่งในกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่ดูแลเรื่องข้าวสาลีในประเทศไทย มาช่วยเป็นกุนซือให้ และยังได้ ​สิปปวิชญ์ ปัญญาตุ้ย นักวิชาการจากศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง มาช่วยเสริมองค์ความรู้ให้แข็งแรง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ไม่นานเกินรอ แป้งข้าวสาลีเพาะงอกสัญชาติไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ออกมาเสร็จสมบูรณ์ เมื่อนำไปทำขนมปัง ก็จะได้ขนมปังจากแป้งสาลีไทยเพาะงอก ส่งกลิ่นหวานหอมไม่แพ้แป้งสาลีนำเข้า ขนมปังก้อนนี้ยังถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดของคนรักสุขภาพ เพราะเหล่าแป้งทั้งหลายได้ย่อยไปเรียบร้อยตั้งแต่ขั้นตอนการงอก ทั้งแป้งและโปรตีนในก้อนขนมปังจึงมีขนาดเล็กลงมาก ๆ ไม่สร้างภาระให้ระบบย่อย นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างสมดุลให้แบคทีเรียฝ่ายดีในลำไส้ มีวิตามินและแร่ธาตุชั้นเลิศมากมาย กินแล้วผ่อนคลาย หลับง่าย สบายท้อง ป้องกันมะเร็งลำไส้ แถมยังช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ภารกิจของพี่น้องและพี่หมูยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เขากระซิบบอกเรามาอีกว่า ในฐานะช่างทำขนมปัง ทั้งสองยังคงมุ่งมั่นทดลองนวด อบก้อนขนมปังจากข้าวปรับปรุงสายพันธุ์ที่ส่งมอบมาจากนักวิชาการแห่งศูนย์วิจัยข้าวสะเมิงอีกทอดหนึ่ง หากผลลัพธ์ออกมาเข้าท่า ทางฝั่งต้นทางจะนำข้าวสายพันธุ์​นี้ไปพัฒนา​และแจกจ่ายให้เกษตรกร​ปลูกทดแทนพันธุ์​เดิม เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นอีกทาง

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Craft bread

ที่สำคัญ กูรูสายคาร์บยังอยากฝากถึงคุณผู้อ่านทุกท่านว่า อย่ากลัวเลขราคาแป้งสาลีของไทยที่อาจแซงหน้าราคาแป้งนำเข้าจากเมืองนอกไปบ้าง เพราะบ้านเราไม่มีอากาศ ดิน น้ำ ที่เหมาะกับการปลูกข้าวสาลีเท่าไรนัก เกษตรกรจึงต้องทำงานหนักมาก เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวให้นำมาใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ ยิ่งถ้าเหล่า Baker และผู้บริโภคอย่างเรา ๆ หันมาอุดหนุนแป้งข้าวในประเทศกันมากขึ้น ก็จะยิ่งทบแต้มให้เหล่าเกษตรกรมีกำลังใจพัฒนาผลผลิตให้ดีและจับต้องได้มากกว่าเดิม

ตามรอย 15 ร้านขนมปังเฮลท์ตี้ทั่วไทย แป้งปลอดภัย ทานเบเกอรี่อร่อยอุ่นใจกว่าที่เคย
ภาพ : Unbranded Cafe

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มมองหาร้านค้าที่อบขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่เล่ามา แต่ขอบอกเลยว่าไม่ต้องเสียเวลาตามหากันให้เหนื่อยหน่าย เพราะมนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้ รวบรวมร้านค้าและโรงอบขนมปังโฮมเมดจากทั่วสารทิศมาให้แบบจุใจ ทั้งขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติและขนมปังจากข้าวพันธุ์พื้นเมือง การันตีว่าทานแล้วดีต่อร่างกายหายห่วงทุกรายการ

อย่ารอช้า ปักหมุด คว้าตะกร้า แล้วมาเลือกหยิบก้อนคาร์บที่ถูกใจกันได้ ณ บัดนี้

01
Craft bread

ที่ตั้ง : 185 หมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง 112 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Craft bread

Instagram : thecraftbread

โทรศัพท์ : 08 9691 8242 หรือ Line ID : @craftbread

ประเดิมด้วยร้านขนมปังทำมือที่นวดและอบขนมทุกชิ้นด้วยใจอินทรีย์ ความดีงามของที่นี่คือการใช้แป้งออร์แกนิกโฮลวีตล้วนแบบไม่ผสมแป้งขัดขาว ขนมแต่ละก้อนจึงมีไฟเบอร์สูง สารอาหารครบถ้วนกว่า อิ่มท้องนาน แถมช่วยเรื่องการทำงานของระบบขับถ่ายได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ที่ร้านยังใช้น้ำผึ้งแท้และน้ำมันมะกอก Extra Light เป็นส่วนผสมหลัก ช่วยเสริมทัพรสชาติและประโยชน์อีกทวีคูณ

Craft bread
ภาพ : Craft bread

เมนูที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ยกให้เป็น Original 100% Whole Wheat Loaf ที่วางขายมานานกว่า 8 ปี นับตั้งแต่เปิดชายคาร้าน ลูกค้าเลือกถั่วหรือธัญพืชต่าง ๆ เป็นส่วนผสมเพิ่มเติมได้ตามชอบ นอกจากนี้ ยังมี 100% Whole Wheat Bread ที่ผสมงาและข้าวไทยอินทรีย์ อย่างข้าวหอมดำสูตะบุตร ข้าวเหนียวดำสีลาภรณ์ ฯลฯ ทำให้ตัวขนมปังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสสัมผัสนุ่มฟู ปิดท้ายด้วยขนมปังสายชีสที่เป็นมิตรต่อสุขภาพแบบไม่น่าเชื่อ อย่าง Cream Cheese Garlic 100% Whole Wheat Bun ทางร้านเลือกใช้ชีสรมควันเฮาส์เมดส่งตรงจากเชียงใหม่ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย นมข้นหวานหรือน้ำตาลทรายใด ๆ ให้ต้องกังวล

Craft bread
ภาพ : Craft bread

Craft bread ยังมีเมนูขนมปังน่าชิมอีกสารพัด ทั้งแบบคาวแบบหวานครบทุกรสชาติ ใครสนใจเชิญแวะเลือกได้ที่หน้าร้านทุกวันเสาร์-อาทิตย์ หรือจะรอรับหน้าบ้านก็ได้เหมือนกัน เพราะที่นี่มีรอบส่งทุก ๆ กลางสัปดาห์ไว้ให้บริการด้วย

02
Anotai Vegetarian Restaurant

ที่ตั้ง : 976/17 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Anotai Vegetarian Restaurant
Instagram : anotaigo

โทรศัพท์ : 08 7339 0239 หรือ Line ID : @anotai

นอกจากขึ้นชื่อเรื่องเมนูมังสวิรัติแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าขนมปังจากครัวอโณทัย ครบเครื่องทั้งรสชาติ ความสดใหม่ และคุณประโยชน์คับเตา เพราะที่นี่เลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเน้น ๆ และผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

Anotai Vegetarian Restaurant
ภาพ : Anotai Vegetarian Restaurant

สาวกซาวโดวจ์ต้องถูกใจ เพราะร้านอโณทัยหมักยีสต์เอง อบเอง เสิร์ฟขนมปังสดใหม่ทุกเช้า หากใครชอบขนมปังเนื้อนุ่ม ชนิดที่ว่าจับยืดแล้วเห็นเนื้อขนมปังเป็นเส้น ๆ แนะนำให้เลือกแบบ Brioche ทางร้านจัดเต็มทั้งนม เนย ไข่ ให้แบบไม่หวงของ หรือใครชอบขนมปังเนื้อนุ่มเบา จะเลือกแบบ Soft Crust Sourdough ก็อร่อยไม่แพ้กัน สูตรนี้ใส่ นม เนย ไข่ ปริมาณปานกลาง ทำให้เนื้อหนึบหนับแต่ไม่หนักท้อง ย่อยง่าย ทานง่าย แถมยังทานได้เรื่อย ๆ สูตรลับที่ทางร้านฝากมา คือให้หั่นขนมปังหนาสักเล็กน้อย แล้วปิ้งให้ด้านนอกพอกรอบสีสวย จะใช้ประกบทำแซนด์วิชก็อร่อย หรือจะทานเปล่า ๆ ก็เพลินมาก เผลอแป๊บเดียวอาจหมดโลฟโดยไม่รู้ตัว

Anotai Vegetarian Restaurant
ภาพ : Anotai Vegetarian Restaurant

เรื่องรสชาติ มีให้ชิมเยอะมากจนแทบลองไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นรสมันหวาน มะตูม งาดำ แครนเบอร์รี ดาร์กช็อกโกแลต เปลือกส้มเชื่อมโฮมเมด ฯลฯ ทุกก้อนคัดเฟ้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ มั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยและไม่ใส่สารปรุงแต่ง ใครอยากลองชิมสูตรไหน รสชาติใด ก็ติดตามและสั่งซื้อทางหน้าเพจได้เลย

03
PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

หากลองแวะมาทานขนมปังที่ PungCraft แล้วจะต้องทึ่ง เพราะไม่ใช่แค่รสชาติที่ทำเราติดใจ แต่เมื่อรู้ว่าขนมปังเหล่านี้ปั้นปรุงจากแป้งข้าวพันธุ์พื้นเมืองไทย ก็ยิ่งทำให้ทุกเมนูอร่อยและสนุกขึ้นกว่าเดิม

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

เมื่อปัญหาสุขภาพด้านท้องไส้ รบเร้าให้ ญา-รัญญา นวลคง อยากหันมาสร้างอาหารทางเลือกที่ดีต่อร่างกาย บวกกับใจรักที่อยากแบ่งปันเรื่องราวของแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์ของไทย โรงเรียนสอนทำขนมปังแป้งข้าวและแป้งธัญพืชปราศจากกลูเตนในนาม PungCraft จึงถือกำเนิดขึ้น นอกจากจะมีคลาสเรียนทำขนมปังแบบละเอียดทุกกระบวนขั้น ชนิดที่ว่าเริ่มตั้งแต่ขนมปังคืออะไร โรงเรียนแห่งนี้ยังมีเมนูชูโรงอย่าง Brown Rice Sourdough Bread เปิดรอบให้พรีออเดอร์กันอยู่เรื่อย ๆ ลองครั้งเดียวเป็นต้องติดใจ เพราะเจ้าขนมปังที่ว่านี้มีเส้นใยจากข้าวกล้องที่เป็นสารอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติอย่างช้า ๆ ทำให้ขนมปังย่อยง่าย มีกลิ่นเฉพาะ แถมอร่อยไม่ซ้ำใคร เรียกได้ว่าเป็นขนมปังที่เกิดมาเพื่อสุขภาพลำไส้ของเราอย่างแท้จริง

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อีกหนึ่งความหรรษาจาก PungCraft คือเราเลือกแป้งข้าวกล้องที่นำมาอบเป็นขนมปังได้ตามชอบ ทั้งแป้งข้าวกล้องสังข์หยด ข้าวกล้องหอมนครชัยศรี ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมนิล และข้าวกล้องหอมกระดังงา แต่ละชนิดล้วนให้สี กลิ่น เนื้อสัมผัส และรสชาติที่ต่างกัน แต่รับรองว่าอร่อยและดีต่อร่างกายทุกสูตร

04
Some Time Blue Cafe

ที่ตั้ง : 55/5 ซอยพหลโยธิน 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Some Time Blue
Instagram : sometimebluecafe

โทรศัพท์ : 08 3945 4159 หรือ Line ID : @sometimeblue

หลายคนอาจเคยทานซาวโดวจ์สูตรแปลกจาก Baker เจ้าต่าง ๆ กันมาบ้าง แต่หากยังไม่เคยลิ้มรสขนมปังจาก Some Time Blue Cafe ก็อย่าเพิ่งคิดว่าที่เคยทานไปแปลกใหม่ที่สุด คราวนี้เราชวนมาเปิดต่อมรับรสกับซาวโดวจ์ไส้จีน ที่เหมือนยกเมืองจีนทั้งมณฑลมาไว้ในขนมปังก้อนเดียว

Some Time Blue Cafe
ภาพ : Some Time Blue

นอกจากเลื่องชื่อเรื่องกาแฟดริป Some Time Blue Cafe ยังมีขนมปัง Sourdough ก้อนใหญ่อบสดใหม่จากเตา เสิร์ฟคู่กับกาแฟแบบเหมาะเจาะลงตัว ด้านหลังครัวกระซิบบอกเราว่า แม้จะเป็นขนมปังที่ปั้นจากวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ยีสต์ธรรมชาติ น้ำ แป้ง และเกลือ แต่ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันมาก ๆ รสชาติและเนื้อสัมผัสจึงออกมาอร่อยซับซ้อน สุดยอดกว่าขนมปังยีสต์ผงผสมผงฟูเป็นไหน ๆ แถมยังอิ่มนาน ไม่หนักท้องให้ต้องลำบากลำไส้

ไฮไลต์อยู่ที่ทางร้านจะทำไส้ขนมปังแบบจีน ๆ เวียนไปให้ได้ลองรสชาติใหม่กันเป็นซีรีส์ ที่อยากแนะนำคือไส้ใบปอผัดกระเทียม สูตรนี้หอมเครื่องถึงรสเอามาก ๆ รสชาติจะติดปลายขมนิด ๆ หรือจะไส้ที่ขายดีตลอดกาลอย่างกานาฉ่ายก็ควรลอง ส่วนใครอยากได้เท็กซ์เจอร์หนึบหนับเคี้ยวสนุก ต้องไส้กุนเชียงต้นหอม สูตรนี้อร่อยสุดยอด ขอเตือนว่ากินแล้วจะหยุดไม่อยู่

Some Time Blue Cafe
ภาพ : Some Time Blue

อ้อ ลืมบอกไปว่าทางร้านใจดีสุด ๆ แม้จะไม่ได้เปิดคลาสสอนทำขนมปังอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าใครอยากเข้าครัวมาอบขนมปังด้วยกันหรืออยากแบ่ง Sourdough Starter ไปลองหมักแป้งเองที่บ้านก็บอกมาได้เลย

05
Younglek Bread

ที่ตั้ง : 186/5 ซอยลาดพร้าว​ 87 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Younglek Bread
Instagram : younglekbread

คอนเซ็ปต์ของโรงอบเล็ก ๆ แห่งนี้ น่ารักไม่แพ้หน้าตาขนมปังที่วางขายอยู่ เพราะขนมปังที่ดีสำหรับ Yonglek Bread นอกจากเป็นมิตรต่อสุขภาพแล้ว ยังต้องกินแล้วมีความสุข สร้างพลังบวกให้คนกินได้อีกด้วย

Younglek Bread
ภาพ : Younglek Bread

Younglek Bread ขออาสาคัดเฟ้นวัตถุดิบคุณภาพดี และลงมือนวด ปั้น อบขนมปังที่ทุกชนิดทำจากซาวโดวจ์ ปราศจากยีสต์สำเร็จรูปและสารปรุงแต่ง เพื่อให้ลูกค้าได้ละเลียดรสชาติทุกคำอย่างสบายใจ ที่นี่มีเมนู Sourdough Bread เยอะมากจนเราจำชื่อไม่หมด แถมยังหน้าตาดีทุกชิ้น เห็นก็รู้ทันทีว่าต้องชิมให้ครบทุกแบบ

แต่ที่ติดอกติดใจลูกค้า (รวมถึงเราด้วย) มากที่สุด เห็นจะเป็น Sourdough Cinnamon Bun ขนมปังรสชาติละมุนซับซ้อน ใช้ไข่คุณภาพสูงจากฟาร์มที่พิถีพิถันแม้แต่อาหารของแม่ไก่ นมสด ๆ จากแม่วัวกินหญ้า และเนยคุณภาพสูงจากฝรั่งเศส นอกจากจะได้เนื้อขนมปังนุ่ม ไม่ร่วนเบา ความพิเศษยังอยู่ที่ผิวนอกกรอบเกรียมนิด ๆ ตบท้ายด้วยกลิ่นอบเชยเตะจมูก หากทานคู่กับกาแฟดริปหรือมาซาล่า จาย (ชาผสมเครื่องเทศ) จะทำให้อารมณ์ดีได้ทั้งวัน

อีกเมนูคือ Sourdough Pretzels เพรตเซลที่มีวิธีทำแบบต้นตำรับ ด้วยการจุ่มสารละลาย Lye ก่อนเข้าอบ ทำให้ได้ขนมปังสีสวย มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ปรับสูตรให้เนื้อนุ่มหนึบถูกปากชาวเอเชีย เสริมด้วยรสเค็มลึกของดอกเกลือคุณภาพสูงจากแม่กลอง

และหนึ่งเมนูปิดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง Homnin Sourdough ก้อนนี้ใช้แป้งข้าวหอมนิลอินทรีย์ซูเปอร์ฟู้ด เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และข้าวสาลีอินทรีย์พันธุ์ฝางนำมาบดสด ๆ แบบโฮลเกรน ขนมปังก้อนนี้จึงเป็นคาร์บเชิงซ้อนที่มีกากใยสูง ใครได้ชิมต่างต้องหลงรักในรสสัมผัสของข้าวเหนียวดำและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

Younglek Bread
ภาพ : Younglek Bread

ใครอยากพิสูจน์ว่าขนมปังที่กินแล้วยิ้มได้เป็นอย่างไร ไปเลือกจิ้มเมนูแล้วสั่งซื้อทางหน้าเพจของ Younglek Bread ได้เลย ที่นี่เปิดรับออเดอร์สัปดาห์ละครั้ง สั่งวันพุธ ส่งวันเสาร์ จะแวะไปรับที่หน้าร้านหรือใช้บริการเดลิเวอรี่ส่งถึงหน้าบ้านก็ตามสะดวก

06
บ้านสุขภาพพุทธิญา

ที่ตั้ง : ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

Instagram : phuttiya_healthy_home

โทรศัพท์ : 06 3195 9782 หรือ Line ID : phuttiya4

สายสุขภาพต่างรู้ดี ว่าทุกเมนูคาวหวานจากบ้านสุขภาพพุทธิญาล้วนปรุงมาอย่างใส่ใจ จากวัตถุดิบธรรมชาติและกรรมวิธีที่ประณีตทุกกระบวนขั้น เปลี่ยนให้จานอาหารเป็นมากกว่าของกิน ช่วยเติมพลังชีวิตและชุบชูจิตใจให้แข็งแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ภาพ : บ้านสุขภาพพุทธิญา : ดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด

เมื่อการแพ้กลูเตนกลายเป็นอาการยอดฮิตติดท็อปของคนรอบตัว เชฟฮ้ง-พุฒิพงศ์ เตชมานะชัย จึงตั้งใจคิดค้นสูตรขนมปังที่ปราศจากกลูเตน คัดเฟ้นวัตถุดิบอินทรีย์คุณภาพ ให้ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดี และที่สำคัญต้องปลอดภัย ไม่ทิ้งสารอันตรายใด ๆ ให้ร่างกายต้องเหนื่อยขับออก จนได้สูตรขนมปังเพื่อสุขภาพแบบตัวจริงเสียงจริง ลบภาพขนมสายเฮลท์ตี้ที่หลายคนคิดว่าไม่น่ากินไปได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นขนมปังจากข้าวอินทรีย์ ให้รสหวานธรรมชาติและสัมผัสนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ตามด้วยขนมปังถั่วเลนทิลและข้าวโอ๊ต ผสมหัวเชื้อ Sourdough แป้งข้าวและบัควีทอินทรีย์ที่ทางร้านลงมือหมักเองนานถึง 7 วัน ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพิถีพิถันแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะแพ้กลูเตนหรือไม่ ก็ไม่ควรพลาด 2 เมนูนี้ด้วยประการทั้งปวง

เชฟฮ้งยังทิ้งท้ายไว้ว่า ขนมปังที่ดีต่อสุขภาพคือขนมปังที่เหมาะกับร่างกายของคนทาน แบบไหนทานแล้วรู้สึกเบาสบายมีพลัง จึงจะเรียกว่าเหมาะสมกับร่างกายของเรา และแน่นอนว่าขนมปังโฮมเมดทานแล้วอุ่นใจสบายท้องกว่าขนมปังอุตสาหกรรมเป็นไหน ๆ เพราะเราได้เลือกวัตถุดิบเอง ปั้นเอง ปรุงเองทุกขั้นตอน ไม่ต้องแต่งเติมหรือใส่สารใด ๆ ให้ยุ่งยาก เพียงจับเอารสและพลังจากธรรมชาติมารวมกันในขนมปังแต่ละก้อน เท่านี้ก็อร่อยเหาะอย่าบอกใคร

07
Rush Lush Craft Cafe

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

เมื่อมาเยือนคราฟต์คาเฟ่กลางสุโขทัยแห่งนี้ นอกจากจะตกหลุมรักบรรยากาศเงียบสงบกลางเมืองเก่า เรายังติดใจทั้งรูป รส กลิ่น และเนื้อสัมผัสของขนมปังยีสต์ธรรมชาติ ที่คัดสรรวัตถุดิบจากท้องถิ่นแท้ ๆ คลึงเคล้าด้วยเรื่องเล่าและคุณค่าของชุมชนจนหัวปักหัวปำ

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

จากความตั้งใจที่อยากอบขนมปังเพื่อสื่อสารเรื่องราวของชุมชน Rush Lush จึงเลือกใช้นานาวัตถุดิบธรรมชาติ ทั้งผักและผลไม้ปลอดสารในท้องถิ่น มาช่วยสร้างจุลินทรีย์ที่ดีในก้อนขนมปัง เมื่อวัตถุดิบหลังบ้านรสชาติดีและมีคุณภาพ ก็ไม่ต้องพึ่งพานม เนย หรือสารปรุงแต่งอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย ผลพลอยได้คือขนมปังอบสดใหม่ที่ดีต่อสุขภาพและต่อมรับรสมาก ๆ

อย่างขนมปังปกาเกอะญอคอลเลกชัน ที่ได้วัตถุดิบหลักตามฤดูกาลจากไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอ ความสนุกอยู่ที่แต่ละพืชพรรณนั้นให้กลิ่น สี และรสชาติต่างกันไปไม่ซ้ำ ทั้งขนมปังฟักทอง ขนมปังมันม่วง ขนมปังงาดำ ไปจนถึงขนมปังมันมือเสือ นอกจากนี้ยังมีขนมปังผลไม้ตามฤดูกาล ที่ต้องลองทายกันว่าแต่ละช่วงที่แวะไปที่ร้าน ผลไม้ต้นไหนออกผลดกจนเอามาใช้ทำขนมปังได้บ้าง ส่วนที่ขึ้นแท่นขายดีครองอันดับ คงต้องยกให้ขนมปังมะปรางหวานสุโขทัย หรือจะเป็นขนมปังมะม่วงน้ำดอกไม้ ขนมปังหม่อน ขนมปังกล้วยตาก ขนมปังมะม่วงเสาวรสก็น่าชิมไม่แพ้กัน

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

นอกจากความนุ่มฟูของเนื้อขนมปังและรสชาติหวานมันจากธรรมชาติ อีกหนึ่งสิ่งที่เราขอคารวะชื่นชมในทีมหลังครัวของ Rush Lush คือการใช้ขนมปัง 1 ก้อนเพื่อเชื่อมโยงและเกื้อกูลชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเป็นขนมปังที่ดีทั้งต่อสุขภาพคนทานและสุขภาพชุมชนของจริง

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @dyf4200o

พอได้ชิมสารพัดขนมปังจากครัว Sunday เราก็คลายสงสัยทันทีว่าทำไมลูกค้าขาประจำต่างติดอกติดใจ แวะมาสั่งขนมอบสดใหม่จากที่นี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Sunday
ภาพ : Sunday

ช่างปั้นขนมปังของ Sunday เล่าให้เราฟังว่า ขนมปังทุกชนิดจากที่นี่จะผ่านกรรมวิธีการหมักนานกว่า 15 ชั่วโมง ทำให้เนื้อขนมปังย่อยง่าย ดีต่อระบบย่อยอาหาร ลำไส้ และปริมาณน้ำตาลไม่สูงจนน่าตกใจเหมือนขนมปังอุตสาหกรรม รายการสินค้าก็มีให้เลือกหลากหลายตามใจคนชิม แต่ที่ถูกแนะนำจนต้องติดดาว ทางร้านยกให้เป็นเมนู Basic Country Sourdough Bread ที่ถึงแม้จะใช้ส่วนผสมน้อยอย่าง มีแค่แป้งขนมปัง แป้งโฮลวีต เกลือ และน้ำ แต่รับรองว่าให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่อร่อยจนวางไม่ลง

ตามมาด้วย Sourdough Brioche ก้อนนี้เป็นสูตร Enriched Sourdough Bread ที่มีมะตูมเป็นส่วนผสมหลัก เข้าเตาอบทีเป็นต้องรู้กันทั้งซอย เพราะโชยกลิ่นหอมของเนยและมะตูมไปไกลลิบลิ่ว ส่วนเมนู Miso Sesame Milk Loaf ก็น่าลองไม่แพ้กัน สูตรนี้ใช้งาขาว งาดำ และมิโสะเป็นส่วนผสมด้วย ใครอยากลองชิมเมนูนี้ต้องจับตาเฝ้าหน้าเพจไว้ให้ดี เพราะอบขายกันเป็นรอบ ๆ ไม่ได้มีจำหน่ายตลอดเหมือน 2 เมนูแรกนะ

Sunday
ภาพ : Sunday

เคล็ดไม่ลับที่ทำให้ขนมปังจากเตาของ Sunday ชนะใจลูกค้าได้แบบอยู่หมัด ทางร้านบอกว่าหากไม่มีรอบส่งเยอะ ๆ ให้ต้องรีบร้อนมากนัก ก็จะใช้วิธีการนวดแป้งด้วยมือแทนการใช้เครื่อง แม้จะใช้เวลาและแรงมากกว่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเนียนนุ่มแบบธรรมชาติ อีกทั้งยังได้ฝึกปรือฝีมือนวดแป้งไปในตัวด้วย

09
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

อีกหนึ่งร้านโปรดของสายแป้งที่ไม่พูดถึงไม่ได้อย่าง ‘เฟื่องฟุ้ง’ ครัวอบขนมปังที่คัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติจากพื้นเมือง มาแปลงโฉมให้เป็นเบเกอรี่สายสุขภาพนานาชนิด บอกเลยว่าใครเป็นแฟนขนมปังตัวจริงจะต้องอยากชิมแบบสู้ไม่ถอย

เฟื่องฟุ้ง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ความตั้งใจของเฟื่องฟุ้ง คือการอบขนมปังปลอดภัย ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเน้น ๆ ไม่เร่งสีเร่งกลิ่นจากสารเสริมคุณภาพ ใครผ่านไปแถวตลาดสีเขียวขอนแก่น ลองแวะไปชิมขนมปัง 13 ไส้กันได้ในทุกเย็นวันศุกร์ แต่ที่ถูกใจเหล่าลูกค้ากันเป็นแถว เห็นจะเป็นขนมปังไส้เห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมผัดพริกไทยดำ ตัวแป้งใช้แป้งสาลีไม่ฟอกสี จึงให้รสสัมผัสแน่นนุ่มเต็มปากเต็มคำ เห็ดที่ใช้ทำไส้ได้จากเกษตรกรท้องถิ่นในพื้นที่ และปลูกด้วยกรรมวิธีที่ปลอดภัย ส่วนพริกไทยดำออร์แกนิก ก็ส่งตรงจากสวนในจังหวัดระยอง พอป่นละเอียดใส่ในไส้ขนมปัง จะส่งกลิ่นหอมนัวจนน้ำลายไหล แถมรสชาติที่ได้ก็กลมกล่อมเข้ากับเนื้อขนมปังเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีขนมปังแป้งข้าวเหนียวดำ ท็อปด้วยมะพร้าวอบเนยน้ำตาลโตนด ก้อนนี้ใช้แป้งข้าวเหนียวดำออร์แกนิกจากร้อยเอ็ด โรยหน้าด้วยมะพร้าวอบแห้งคลุกน้ำตาลโตนดจากสงขลา กลายเป็นว่าขนมหน้าตาฝรั่งจ๋า แต่รสชาติออกมาไทยแท้ถูกปาก

เฟื่องฟุ้ง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ความน่ารักมากของเฟื่องฟุ้ง คือการสนับสนุนเกษตรกรและวัตถุดิบของดีในท้องถิ่น รวมถึงอยากให้ผู้บริโภคได้ทานขนมปังอย่างรู้ที่มาที่ไป เมื่อรู้ว่าวัตถุดิบแต่ละสัดส่วนมาจากไหน การทานขนมปังสักก้อนอย่างมีความสุขและสบายใจก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยว่าไหมล่ะ

10
Salee Bakehouse

ที่ตั้ง : 34/25 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 43 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี (แผนที่)

Facebook : Salee Bakehouse

Instagram : saleebakehouse

เว็บไซต์ : http://saleebakehouse.com/

โทรศัพท์ : 09 9324 9555

ขนมปังที่ดีตามนิยามของ Salee Bakehouse ต้องไม่ใช่ก้อนแป้งหนึบหนับที่ทานอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องคัดสรรวัตถุดิบที่ดี ผ่านกรรมวิธีที่เหมาะสม และไม่เป็นภาระต่อร่างกาย จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้เด็ดขาด และขนมปังทุกก้อนจาก Salee Bakehouse ก็ตอบโจทย์ทุกข้อได้แบบร้อยคะแนนเต็ม

Salee Bakehouse
ภาพ : Salee Bakehouse

เมนูสุดรักที่เหล่านักชิมสายแป้งต่างยกนิ้วโป้งให้ คือ Sourdough Bagel ที่นี่ใช้แป้งจากยีสต์ธรรมชาติ แถมยังหมักนานแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากจะได้ขนมปังเนื้อนุ่ม ท้องไส้ก็ยังพลอยดีใจ เพราะทานเข้าไปแล้วไม่ลำบากย่อยยากเหมือนเบเกิลเจ้าอื่น ๆ สาลียังบอกเราอีกว่า ทางร้านจะมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลเวียนไปเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ขนมปังอร่อยและสนุกขึ้นมาก คือการได้จับเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่มากมาย มาระบายรสชาติในก้อนขนมปังแบบไม่ซ้ำใคร

อย่างเมนูขนมปังมะม่วงที่ขายดีมากจนลูกค้าต่างตั้งตารอทุกปี เพราะที่นี่ใช้เฉพาะมะม่วงตามฤดูกาล ได้รสหอมหวานเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ ยังมีขนมปังกล้วยหอมทองอินทรีย์ ขนมปังข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน และขนมปังข้าวไทย ที่ติดอันดับขายดีไม่แพ้กัน

Salee Bakehouse
ภาพ : Salee Bakehouse

ในอนาคตอันใกล้มาก ๆ สาลีมีแผนจะขยับขยายชายคาร้านไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใครอยากอุดหนุนก็ติดตามรอบพรีออเดอร์ได้ที่หน้าเพจ หรือหากขี้เกียจรอ ก็สอบถามเมนูที่วางอยู่หน้าร้านทางข้อความได้เลย

11
Amantee

ที่ตั้ง : 2240/12-13 ถนนจันทน์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Amantee

Instagram : amanteebakery

เว็บไซต์ : www.amantee.com

โทรศัพท์ : 0 2678 1300

หากเช้าวันไหนเกิดอยากทานครัวซองต์สูตรต้นตำรับแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ เหล่าสาวกขนมปังรู้ดีว่าไม่ต้องบินไกลลัดฟ้าไปตามหาที่ไหน เพียงแวะไปที่ซอยจันทน์เก่าแล้วเข้าคิวซื้อที่ร้าน Amantee ก็จะได้ลิ้มรสขนมปังออร์แกนิกแบบฝรั่งเศส แถมยังอร่อยมากจนต้องร้องว่า C’est vachement bon!

ภาพ : Amantee

เพียงก้าวขาเข้ามาก็รู้ได้ทันทีว่า ร้านนี้สัญชาติฝรั่งเศสขนานแท้ เพราะ Gilles Sandre หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน เลือกใช้เฉพาะแป้งออร์แกนิกสูตรต้นตำรับขนมอบจากฝรั่งเศสและธัญพืชเต็มเมล็ดมาโม่เองด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมกันถึงในร้าน วัตถุดิบทุกชนิดจึงสดใหม่ ไม่ต้องใช้สารแต่งเติม และที่สำคัญสายแพ้อาหารยังทานได้สบาย เพราะไม่มีกลูเตนเจือปน แน่นอนว่าเมนูทั้งหมดคือขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสที่มีให้เลือกเยอะจนตาลาย

แต่พระเอกของร้านคงต้องยกให้ Plain Croissant ผิวบางกรอบ เนื้อในเหนียวนุ่มฉ่ำเนย นอกจากนี้ ยังมีขนมปังจำพวกนูอาจจ์ เอฟารูเช บาแก็ต ซูเรียร์ และอีกสารพัดอย่าง เห็นชื่อหรูหราอย่างนี้แต่ราคาสบายกระเป๋ามาก บางครั้ง (บ่อยครั้ง) ทางร้านก็ใจดี ซื้อนี่แถมนู่นให้เต็มตะกร้าไปหมด เพราะจะไม่มีการเก็บขนมปังข้ามวันเด็ดขาด ทุกก้อนต้องอบสดใหม่พร้อมขายในเช้าวันถัดไปเท่านั้น

Amantee รักและใส่ใจในการทำขนมปังทุกกระบวนขั้น แม้กระทั่งอุณหภูมิบนมือของเชฟขณะปั้น ก็มีผลต่อเนื้อสัมผัสและความอร่อยได้ หากอยากทานขนมปังสูตรต้นตำรับ จะต้องรออย่างใจเย็นเท่านั้น ห้ามเร่งเร้าหรือข้ามขั้นตอนใดโดยเด็ดขาด อย่างที่คุณ Gilles กล่าวไว้ว่าเราต้อง “Respect the dough” เพื่อดึงรสชาติและความสมบูรณ์แบบของขนมปังออกมาให้มากที่สุด สมแล้วที่ใครต่อใครต่างร่ำลือกันว่า เจ้าของร้าน Amantee รักขนมปังของเขามากจริง ๆ

12
Unbranded Cafe

ที่ตั้ง : โรงแรมพระนครนอนเล่น 46 ซอยเทเวศร์ 1 แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Unbranded Cafe

Instagram : unbrandedcafe

เว็บไซต์ : www.phranakorn-nornlen.com/unbranded

โทรศัพท์ : 08 2424 2265 หรือ Line ID : @unbrandedcafe

คาเฟ่นั่งสบาย ครบครันทั้งเรื่องอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มนานาชนิด แต่เมนูที่ลูกค้าต่างโปรดปรานมากเป็นพิเศษจนต้องมอบมงให้ คือ Preferment Bread ขนมปังปอนด์เนื้อนุ่มส่งตรงจากเตา อบสดใหม่กันโลฟต่อโลฟ

Unbranded Cafe
ภาพ : Unbranded Cafe

กว่าจะเป็นขนมปังปอนด์เนื้อนุ่มเบาแต่ละก้อน Unbranded Cafe ต้องใช้เวลานานไม่เบาในการลงมือปั้นแป้ง เพราะขนมปังทุกชิ้นต้องผ่านกระบวนการ Preferment ที่ต้องแบ่งแป้งไปหมักล่วงหน้านานถึง 12 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาผสมต่ออีก 2 – 3 ชั่วโมง รวม ๆ แล้วก็เกินครึ่งค่อนวันพอดี เพื่อให้ยีสต์ตัวเก่งได้มีเวลาย่อยน้ำตาลและแป้งแบบสบาย ๆ ไม่รีบร้อน รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ได้จึงออกมาซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ เนื้อขนมปังทั้งเหนียว นุ่ม แข็งแรง แต่ย่อยง่ายมาก แถมเก็บได้นานโดยไม่ต้องใช้สารเสริมใด ๆ มีให้เลือกชิมได้ 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้งขนมปังปอนด์ขาว โฮลวีต และช็อกโกแลต ถูกใจทั้งสายหวานและสายธัญพืชแน่นอน

Unbranded Cafe
ภาพ : Unbranded Cafe

หากสนใจ ทักไปทางเพจเพื่อขอพรีออเดอร์กันได้เลย หรือวันไหนผ่านไปแถวหน้าร้าน ก็ลองแวะไปอุดหนุนกันได้ อาจมีเมนูพิเศษอย่างขนมปังฟักทอง และ Shokupan (Japanese Milk Bread) เรียงอยู่หน้าเชลฟ์ ทานคู่กับกาแฟนุ่ม ๆ ของทางร้านสักแก้ว รับรองว่าคล่องคอไม่มีเบื่อ

13
Wild Grains Bakery

ที่ตั้ง : 278 ซอยเอกมัย 18 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Wild Grains Bakery

Instagram : wildgrainsbakery

เว็บไซต์ : www.wildgrainsbakery.com

โทรศัพท์ : 08 6881 9226 หรือ Line ID : @wildgrainsbakery

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรา ขอยกให้ Wild Grains Bakery เป็นหนึ่งในร้านขนมปังที่เป็นมิตรต่อคนทานและสิ่งแวดล้อมตัวจริง เพราะนอกจากจะคัดสรรแต่วัตถุดิบปลอดภัย รู้ที่มาที่ไปในทุกคำที่ทาน ทางร้านยังใช้กระบวนการผลิตที่ไม่เหลือทิ้งอาหารขยะให้เป็นภาระของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

Wild Grains Bakery
ภาพ : Wild Grains Bakery

มั่นใจได้เลยว่าขนมปังทุกก้อนจากเตาอบของ Wild Grains Bakery ส่งตรงจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกเมนูผ่านการหมักและนวดแป้งด้วยมืออย่างตั้งใจ ไฮไลต์ความอร่อยยกให้ Country Sourdough ขนมปังสุดคลาสสิกที่ใช้ยีสต์บ่มเลี้ยงเอง รสชาติออกเปรี้ยวกำลังดี เพิ่มคุณค่าด้วยธัญพืชงอกเต็มเมล็ดบดสดใหม่

หรือหากใครไม่ชอบขนมปังรสออกเปรี้ยว เขาก็มีสูตรลูกผสม (Hybrid Sourdough) ที่ใช้ซาวโดวจ์รวมกับยีสต์สดอีกเล็กน้อย ทำให้ได้ขนมปังเนื้อนุ่มเบาเป็นโพรง

อีกรายการที่พลาดไม่ได้คือ Sprouted Wheat Super Triple Seeded ก้อนนี้ใช้แป้งขนมปังจากธัญพืชงอกเต็มเมล็ด แทรกด้วยสารพัดธัญพืชอย่างเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดแฟลกซ์ ใส่มาอัดแน่นจัดเต็มทุกอณู

นอกจากนี้ยังมีเครื่องจิ้มอื่น ๆ สำหรับทานคู่กับขนมปัง เพิ่มรสชาติให้อร่อยล้ำทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นฮัมมูส บาบากานุช เปสโต ไปจนถึงวีแกนชีส ทุกรายการล้วนปราศจากสารคงรูปและสารกันบูด วางใจได้เลยว่าทั้งอร่อยและปลอดภัย

Wild Grains Bakery
ภาพ : Wild Grains Bakery

ใครอยากลิ้มรสเมนูไหน แนะนำให้สั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพราะ Wild Grains Bakery ต้องใช้เวลาคัดสรรวัตถุดิบและอบสดใหม่กันแบบวันต่อวัน บางเมนูอบแค่สัปดาห์ละครั้งก็มี เพราะโรงอบแห่งนี้ไม่อยากให้มีขยะเหลือทิ้งในสิ่งแวดล้อมเลยแม้แต่นิดเดียว สอบถามรายละเอียดและรอบการสั่งซื้อได้ทางหน้าเพจ จะแวะไปรับที่หน้าร้าน หรือใช้บริการเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงหน้าบ้านก็ได้

14
Sarnies Sourdough

ที่ตั้ง : 55/14 ตรอกวัดสวนพลู (ซอยเจริญกรุง 42/1) แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sarnies Sourdough

Instagram : sarnies.sourdough

เว็บไซต์ : www.sarnies.com

โทรศัพท์ : 0 2550 6107

ทันทีที่เห็นเมนูของคาเฟ่เจ้าดังจากสิงคโปร์อย่าง Sarnies Sourdough บอกเลยว่าทำเอาต่อมน้ำลายพรั่งพรู เพราะนอกจากจะมีซาวโดวจ์เป็นตัวชูโรงแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูขนมปังอีกสารพัดอย่าง ทั้งแบบคาวหวานครบทุกรสชาติ ไปคนเดียวอาจทำใจเลือกลำบากมาก เพราะน่ากินไปหมดทุกอย่างจริง ๆ

Sarnies Sourdough
ภาพ : Sarnies Sourdough

คาเฟ่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นเตาอบครัวกลาง ส่งมอบขนมปังสดใหม่ให้ร้าน Sarnies ทุกสาขา ทั้ง Sarnies Roastery, Sarnies Old Town ไปจนถึงร้านค้าในออนไลน์ สายสุขภาพเป็นปลื้มอย่างแน่นอน เพราะขนมปังทุกก้อนหมักนวดจากยีสต์ธรรมชาติล้วน ๆ ยังไม่นับรวมความใส่ใจแบบละเอียดยิบในกระบวนขั้นอื่น ๆ อย่างเรื่องอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมในการหมัก ผลพลอยได้คือ กลิ่น สี และเนื้อสัมผัสที่ล้ำลึกชวนลอง

ใครโปรดปรานขนมปังสายไหนเชิญจิ้มเลือกได้ตามชอบ เพราะเขามีทั้งตระกูลซาวโดวจ์ โทสต์ ฟอคคาเซีย เบเกิล บริยอช ครัวซองต์ ไปจนถึงพิซซ่า อาหารเช้าจานเดี่ยว และเมนูสุขภาพอีกเพียบ แต่ถ้าจะให้เฮลท์ตี้ครบหลักสูตร ลองสั่งคอมบูฉะมาทานคู่กับขนมปังยีสต์ธรรมชาติสักก้อน ทางร้านบอกมาว่าแก้วนี้บ่มรวมกับชาดำและผลไม้ตามฤดูกาลนานถึง 2 สัปดาห์ รับรองว่าทานแล้วอร่อยใจฟู แถมได้ดีท็อกซ์ร่างกายให้สดชื่นจากภายในอีกด้วยนะ

Sarnies Sourdough
ภาพ : Sarnies Sourdough

หากอยากทานขนมปังอบสดใหม่ ให้แวะไปที่ร้านก่อน 16.30 น. เพราะหลังจากนั้นเป็นเวลาของเมนูพิซซ่าหอมกรุ่น ทุกถาดอบจากยีสต์ธรรมชาติอีกเช่นเคย เพิ่มเติมคือโรยหน้าด้วยวัตถุดิบพรีเมียมแบบอัดแน่น กินแล้วดีต่อใจจนติดใจแน่นอน

15
Sai (ไซ) artisan bakery

ที่ตั้ง : ตลาดจริงใจเชียงใหม่ เลขที่ 45 ถนนอัษฎาธร ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Sai

Instagram : saiartisan

โทรศัพท์ : 08 2165 7889

ขอปิดท้ายบทความด้วยร้านขนมปังโฮมเมดเอาใจชาวเชียงใหม่ กับร้าน Sai (ไซ) artisan bakery ที่มีจุดขายตรงความสดใหม่และความจริงใจที่มอบให้ลูกค้า แม้จะใช้ส่วนผสมและวิธีทำที่เรียบง่ายมาก แต่รสชาติออกมาอร่อยซับซ้อน กินแล้วรับรองแสงออกปาก

Sai (ไซ) artisan bakery
ภาพ : Sai

เพราะติดใจรสชาติของซาวโดวจ์ที่เคยชิมในต่างประเทศ เมื่อบินลัดฟ้ากลับไทย หญิง-พิมพ์กานต์ หรรษา และ เรี่ยว อซาอิ จึงหันหน้าเข้าครัวเบเกอรี่ เฟ้นหาวัตถุดิบดี ๆ เพื่อนำเสนอตัวตนและรสชาติที่ชื่นชอบผ่านก้อนขนมปัง ด้วยยีสต์ที่หมักเลี้ยงเองและขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน ขนมปังทุกก้อนจาก Sai จึงหอมหวานเป็นเอกลักษณ์ ติดปลายเปรี้ยวหน่อย ๆ ที่สำคัญยังดีต่อลำไส้ ย่อยง่าย ทานแล้วท้องไม่อืด ส่วนเรื่องสารเสริมหรือสารกันราก็วางใจได้ เพราะอย่างที่รู้กันว่าขนมปังตระกูลซาวโดวจ์ขึ้นชื่อเรื่องอายุที่เก็บได้นาน เพียงสไลซ์เป็นแผ่นบาง ใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่ช่องฟรีซ ก็เก็บได้นานเป็นเดือน

ใครชอบเมนูไหนเชิญจิ้มเลือก เพราะเขามีหลายสูตรหลายไส้ให้เลือกสรร ทั้ง Sourdough Country Bread สูตรต้นตำรับ ส่วนใครเป็นสายผลไม้ ขอแนะนำ Cinnamon Fruit Loaf นอกจากนี้ยังมีสูตร Raisin & Walnut Rye Raisin Walnut Rye & Spelt Sesame & Sunflower และ Sourdough Milk Bread ให้ลองชิมกันแบบจุใจ

Sai (ไซ) artisan bakery
ภาพ : Sai

ชาวเชียงใหม่แวะไปอุดหนุนกันได้ ณ ตลาดจริงใจเชียงใหม่ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (ช้าหมด อดจริง ๆ นะ รีบไปให้ทันช่วง 06.30 – 13.00 น. จะดีที่สุด) บอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่มีหน้าร้าน หากไม่ว่างแวะไปตลาด ก็พรีออเดอร์กับทางร้านได้โดยตรงทุกสัปดาห์ รับรองว่าทั้งอร่อยและปลอดภัย เพราะทั้งหญิงและเรี่ยวลงมือปั้นอบขนมปังทุกก้อนด้วยตัวเอง

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load