ในภาวะที่โควิด-19 ยังระส่ำระส่าย จะเขยื้อนกายไปไหนมาไหนต้องคอยระวังเรื่องโรคภัยกันให้ดี หากเจ็บไข้ขึ้นมาทีก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพื้นที่เตียงและบริการต่าง ๆ ในโรงพยาบาลอาจต้องเผื่อไว้สำหรับผู้ป่วยโควิดเป็นส่วนมาก มนุษย์อินทรีย์ฉบับนี้จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเตรียมยาสามัญประจำบ้านแบบอินทรีย์ติดตู้ ติดบ้าน (และติดครัว) กันไว้ให้พร้อม ป่วยไข้เมื่อไหร่ก็หยิบใช้ได้ทันที ไม่ต้องวิ่งไปโรงพยาบาลหรือง้อยาเคมีให้ระคายตับไต

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

หากลองแง้มเปิดตู้ยา เราเชื่อว่าแต่ละบ้านล้วนมียาสามัญต่าง ๆ ใส่ตู้ไว้ไม่ขาด บางชนิดรู้หน้าค่าตากันเป็นอย่างดี อย่างยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ฯลฯ เพราะด้วยคุณสมบัติที่หลายคนเชื่อว่ากินปุ๊บ/ใช้ปุ๊บ หายปั๊บ ชะงัดอาการได้ทันใจ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่เจ็บป่วยให้เสียสตางค์ก้อนใหญ่ แต่น้อยคนจะรู้ว่าความรวดเร็วเหล่านี้ อาจแลกมาด้วยผลกระทบระยะยาวแบบไม่พึงประสงค์และการสะสมสารพิษในร่างกาย บางชนิดเป็นยาครอบจักรวาล กินแล้วหายขาดได้แทบทุกอาการ แต่ยาเจ้ากรรมดันไปออกฤทธิ์ทำงานกับอวัยวะส่วนใดบ้างก็ไม่อาจรู้ได้

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

มนุษย์อินทรีย์อย่างเรามีหรือจะยอมแพ้ เพราะบรรดายาแก้พิษ แก้ไข แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ยังมีอีกหลายตำรับนอกจากยาเคมีเพียงอย่างเดียว วิธีง่ายแสนง่ายที่เหล่ากูรูด้านสุขภาพตามศาสตร์อินทรีย์ขอแนะนำ คือการเน้นย้ำให้เรารู้จักฟัง-ดูร่างกายของตนเองเป็นหลักและใช้ยาให้น้อยที่สุด (แถมยาที่ใช้ควรมาจากธรรมชาติล้วน ๆ ด้วยนะ)

อ่านร่างกายก่อนอ่านฉลาก

เพราะส่งเสียงเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างกายจึงเลือกส่งสัญญาณผ่านอาการเจ็บป่วย ให้เรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติภายในที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากเราลองสังเกต ทำความรู้จัก และใส่ใจร่างกายให้มาก ว่าสาเหตุของอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นมีที่มาจากอะไร อาหาร อากาศ หรือสภาพร่างกายที่อ่อนแอ เราก็จะแก้ปัญหาได้จากต้นเหตุ และไม่จำเป็นต้องพึ่งยาสามัญประจำบ้านแบบเฉียบพลันอีกต่อไป

อย่างการแพทย์แผนมนุษยปรัชญา ที่บรรดากูรูอย่าง ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย, ครูจิ้ม-เฉลิมศรี บัตแลนด์ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก ต่างบอกต่อ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถของร่างกายที่ปรับสภาพและฟื้นฟูสมดุลได้ด้วยตัวเอง การปล่อยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จนต่อสู้กับโรคต่าง ๆ ได้แบบหายขาด โดยไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้ยาทันทีที่มีอาการ จึงเป็นการเยียวยารักษาที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลใจเรื่องผลข้างเคียงร้ายแรง

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษเล็ดลอดเข้ามา สิ่งที่เจ้าของร่างกายอย่างเราจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลาลงเร็วขึ้นได้ คือการทำให้ร่างกายทำงานขับสารพิษได้ง่ายขึ้น เช่น หากเรากินอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป ร่างกายก็จะส่งการแจ้งเตือนผ่านอาการท้องเสียและเป็นไข้ หน้าที่ของเราคือดื่มน้ำให้มากขึ้น เติมเกลือแร่ให้ร่างกาย และปล่อยให้สารพิษเหล่านั้นถูกขับถ่ายออกมาให้หมด เพียงเท่านี้ก็หายขาดจากอาการท้องเสียได้โดยไม่ต้องกินยา ในทางกลับกัน หากเราเลือกที่จะกินยาหยุดถ่าย สารพิษที่ว่านี้ก็ไม่ได้ถูกขับออกหรืออันตรธานไปไหน หากแต่หมักบ่มสะสมไว้ในร่างกาย และอาจบานปลายกลายเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด แค่ท้องเสียก็อันตรายถึงชีวิตได้เพราะยาเม็ดเดียว (น่ากลัวไหมล่ะ)

ความร้ายกาจของยาเคมียังมีอีกหลายตลบ ได้ยินแล้วอาจแทบลมจับ อย่างยาแก้ปวดลดไข้ หรือที่รู้จักกันดีในนามยาพาราฯ (Paracetamol) เชื่อว่าหลายคนอาจพกติดกระเป๋าไว้ไม่ขาด เจ็บปวดตรงไหนก็หายได้ทันทีแค่หยิบเข้าปาก ทำหน้าที่เป็นยารักษาทางใจไปในตัว 

แม้ในทางการแพทย์จะไม่ถือว่าพาราฯ เป็นยาอันตราย และไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ยาเกินขนาด ก็อาจส่งผลต่อร่างกายเช่นเดียวกัน บางคนใช้ยาพร่ำเพรื่อจนติดเป็นนิสัย ปวดนิดปวดหน่อยก็ต้องใช้พาราฯ เข้าสู้ ผลข้างเคียงที่ตามมาอาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก ไปจนถึงอาการร้ายแรงอย่างการเกิดภาวะตับเป็นพิษ ทางที่ดีหากมีความจำเป็นต้องใช้ แนะนำว่าให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัว และไม่ควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ที่สำคัญ อย่าลืมอ่านฉลากก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ส่วนขั้นกว่าของยาพาราฯ อย่างยาไอบูโพรเฟ่น (Ibuprofen) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่แรงกว่า ใช้รักษาอาการไข้ อาการอักเสบ ปวด บวมของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่ไม่ควรใช้ขณะท้องว่าง เพราะตัวยามีฤทธิ์กัดกระเพาะ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ในทางการแพทย์ยังแนะนำว่าควรใช้ยาชนิดนี้ในปริมาณต่ำสุดที่สามารถรักษาอาการได้ เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงต่อร่างกายได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการแพ้ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจลำบาก เกิดผื่นลมพิษ บวมแดง ไปจนถึงอาการร้ายแรงที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ฟังแล้วน่ากลัวเอามาก ๆ อย่างภาวะโลหิตจาง ไตวาย หรือตับอักเสบ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง หากซื้อเองกินเองพร่ำเพรื่ออาจป่วยหนักแบบไม่รู้ตัวได้

อีกหนึ่งยายอดฮิตติดท็อป อย่างยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ ช่วยแก้อาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอ ทอนซิลอักเสบ ท้องเสีย หรือมีแผลอักเสบ เป็นที่รู้กันว่าต้องทานต่อเนื่องให้ครบโดส เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุดและป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา แต่ปัญหาอยู่ที่หลายคนดันดื้อกว่ายา เมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็หยุดทานไปเองเสียอย่างนั้น คราวหน้าหากเกิดอาการแบบเดิม ก็อาจต้องใช้ยาชนิดที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น (และแพงขึ้น) เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทันใจ จนกระทั่งอาจไม่มียาชนิดใดที่ร่างกายตอบสนองและใช้ได้ผลอีกต่อไป และอย่าลืมว่ายาฆ่าเชื้อก็ฆ่าทั้งเชื้อดีและเชื้อร้าย ผลสุดท้ายเราจึงกลายเป็นคนปลอดเชื้อและปลอดภูมิคุ้มกันจนเหี้ยน คราวนี้แหละ อาการแพ้นู่นแพ้นี่จะต่อแถวมาเป็นพรวน เพราะไม่มีหน่วยรบมาช่วยสู้กับเชื้อโรคใด ๆ อีกแล้ว

ใช่จะมีแต่ยากินที่อันตราย ยาใช้ภายนอกอย่างยาทาก็น่ากลัวไม่เบา ใครที่มีปัญหาผื่นคันและเป็นลมพิษบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับยาทาแก้แพ้ชนิดผสมสเตียรอยด์เป็นอย่างดี ไม่เถียงว่าทาปุ๊บผื่นหายปั๊บราวกับเสกได้ เพราะเจ้าสเตียรอยด์จะเข้าไปต้านอาการอักเสบ ทั้งอาการเจ็บปวดบวมแดงของเนื้อเยื้อภายใน แต่หากใช้ในปริมาณสูงหรือได้รับยานานเกินไป ภัยร้ายที่แฝงมาก็พร้อมแผลงฤทธิ์ทันที ทั้งผิวหนังบาง เกิดการอักเสบ แตกลาย และทำให้เรากลายเป็นคนผิวแพ้ง่าย ต่อจากนี้จะใช้สกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวตัวใดก็ไม่ได้ เพราะดันแพ้ ๆๆๆ ไปเสียหมด จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา หรือปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งหากจำเป็นต้องซื้อยาสเตียรอยด์สำหรับทาภายนอกใช้เอง

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

ฟังก์ชันหน้าที่ของยา คือรักษาอาการเจ็บปวดหน้างานให้หายเป็นปลิดทิ้งจนเราเผลอวางใจว่าหายดี แต่ผลร้ายบั้นปลายก็ไม่ได้หนีหายตามอาการเหล่านั้น หากแต่วนเวียนสะสมอยู่ในร่างกาย กว่าจะขับออกไปได้ เราก็เผลอกินยาแก้ปวดเม็ดใหม่เข้าไปอีกรอบซะแล้ว 

เมื่อรู้อย่างนี้ว่ายาเคมีอันตรายกว่าที่คาดคิด มนุษย์อินทรีย์จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเคลียร์พื้นที่ในตู้ยา แล้วแทนที่ด้วยแนวทางการบำบัดรักษาจากธรรมชาติ ที่มีฟังก์ชันช่วยเสริมให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แก้อาการเจ็บป่วยจากต้นเหตุ แถมยังมีให้เลือกทำ เลือกกิน เลือกใช้กันหลายตำรับ เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เชิญเลือกใช้ได้ตามอาการ

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : The Living GIFT

แต่อย่าลืมว่ารายนามสูตรทั้งหลายด้านล่าง เป็นเพียงแนวทางการดูแลรักษาในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นยาเคมีหรือธรรมชาติ หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจส่งผลข้างเคียงได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ หากใช้แล้วอาการไม่ดีขึ้นก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ตามแนวทางที่เราเลือกรักษา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย หรือแนวมนุษยปรัชญา จึงจะปลอดภัยที่สุด

  1. หมวดฆ่าเชื้อ ล้างแผล รักษาแผล

วัตถุดิบอย่างแรกที่อยากแนะนำและหาได้ง่ายใกล้ตัวเอามาก ๆ คือเกลือ เพียงนำมาละลายน้ำสะอาดแล้วใช้ล้างแผล รักษาแผล ฆ่าเชื้อ หรือใช้เกลือโปะแผลถลอก นอกจากนี้ยังใช้น้ำเกลือกลั้วคอเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือผสมน้ำสำหรับเช็ดตัวลดไข้ได้ด้วย (สูตรยาของ ป้าจันทร์-ลภัสรดา ทศรัศมิ์ สวนศิลป์หนองมน) 

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : สวนฮอมผญา

ถัดมาคือ น้ำผึ้ง หากโดนมีดบาด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเอาน้ำผึ้งป้ายลงบนแผลเพื่อฆ่าเชื้อ จะช่วยลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน

หากใครปลูกต้นสาบเสือ ก็ห้ามเลือดได้ดีเช่นเดียวกัน เมื่อมีแผลสด ระหว่างที่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ให้นำใบสาบเสือมาขยี้หรือตำให้พอละเอียด แล้วโปะลงไปที่บาดแผล จะช่วยห้ามเลือดให้หยุดไหลได้เร็วขึ้น แต่อย่าลืมล้างใบสาบเสือให้สะอาดก่อนนำมาใช้ อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชูก็ได้ ไม่อย่างนั้นอาจมีเชื้อโรคปะปนมาด้วย ทำให้ติดเชื้อมากขึ้นไปอีก (สูตรยาของ พี่นก-พรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการแสบร้อน ผื่นคัน แมลงกัดต่อย
วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

นอกจากนำมาปรุงอาหารอร่อยแล้ว หากโดนมดหรือแมลงกัดต่อย ลองเก็บใบตำลึงมาล้างให้สะอาด (อาจล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ หรือน้ำส้มสายชู) แล้วขยี้ให้พอละเอียด โปะลงบนตุ่มเม็ดบนผิวหนัง ด้วยฤทธิ์เย็นภายในใบ จะช่วยบรรเทาอาการคันและอาการแสบร้อนได้ (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

อีกหนึ่งต้นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องฤทธิ์เย็น หนีไม่พ้นว่านหางจระเข้ หากโดนน้ำร้อนลวกหรือผิวไหม้แดด ให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ล้างยางออก แล้วนำเนื้อมาโปะหรือทาบริเวณที่มีอาการ นอกจากช่วยประโลมผิวจากอาการแสบร้อนแล้ว ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวกาย หรือจะใช้กับผิวหน้าก็ได้เช่นกัน (สูตรยาของ พี่ปิ๋ม-ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง Whispering Land)

วิชารักษากายแบบชาวอินทรีย์ พร้อมสารพัดวิธีปรุงยาจากของใกล้ตัวและผักริมรั้วรอบบ้าน
ภาพ : Little tree, house of learning

หากใช้โปะผิวแล้วเนื้อว่านหางจระเข้ยังเหลืออยู่ อย่าเพิ่งทิ้งเชียวนะ เพราะหากเอาเนื้อวุ้นไปแช่เย็นแล้วทานสด จะช่วยลดเรื่องอาการอักเสบภายในได้ด้วย ส่วนใครที่ติดหวานก็อย่าเผลอเติมน้ำตาลลงไป เพราะน้ำตาลจะไปเร่งการอักเสบให้รุนแรงขึ้นได้ (สูตรยาของ ครูจิ้ม-เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดเมื่อย อ่อนเพลีย

พืชเหง้าสารพัดประโยชน์อย่างขิง นำมาใช้ต้มเป็นชาเพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้า เสริมร่างกายให้มีพลัง หรือใครอยากใช้วิธีประคบร้อนก็ตามสะดวก เพียงนำขิงแก่มาขูดหรือสับ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบางหรือผ้าก๊อซเตรียมไว้ โดยก่อนประคบให้ลองเช็กก่อนว่าเท้าเย็นหรือไม่ หากเย็นให้ใช้ผ้าคลุมแล้ววางกระเป๋าน้ำร้อนทับเท้าให้อุ่น เพื่อให้ความร้อนคืนเข้าสู่ร่างกาย การฟื้นฟูต่าง ๆ ก็จะทำได้ดีขึ้น จากนั้นนำผ้าห่อขิงที่เตรียมไว้มาวางบริเวณแผ่นหลังตรงตำแหน่งไต ใช้ผ้าสะอาดวางทับและห่อตัวไว้ (หากหาได้ ให้ใช้ผ้าฝ้าย ผ้าเส้นใยออร์แกนิกหรือผ้าขนสัตว์) ตามด้วยวางกระเป๋าน้ำร้อน และห่อตัวด้วยผ้าขนหนูอีกชั้นหนึ่ง (สูตรยาของ ครูนิตย์-ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล โรงเรียนในสวนยาย)

อีกหนึ่งวิธีประคบร้อน ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานและแก้อาการปวดเมื่อยได้อยู่หมัด วิธีการคือให้ประคบเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ต่อมไทมัส ตับ ม้าม ลำไส้ (รอบสะดือ) ไตทั้ง 2 ข้าง ก้นกบ ไล่ลงไปจนถึงฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อรู้สึกร้อนแล้วจึงเอากระเป๋าน้ำร้อนออกและใช้ฝ่ามือทาบไว้ให้ความอุ่นซึมลงไปใต้ผิวหนัง ทำแบบนี้จุดละประมาณ 5 นาที ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนพลังชีวิต ปรับสมดุลให้ภูมิคุ้มกันและอวัยวะภายในได้ด้วย (สูตรยาของ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

อ้อ คุณหมอฝากมาบอกว่า สำหรับผู้มีภาวะเบาหวานหรือกระดูกทับเส้นประสาทที่มีอาการชา อาจไม่เหมาะกับวิธีรักษาด้วยการประคบร้อนทั้งหลาย เพราะเจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไปหรือไม่ และอาจเป็นอันตรายได้หากร่างกายสัมผัสกับความร้อนมากเกินไป

  1. หมวดบรรเทาอาการเวียนหัว เมารถ 

ใครที่เดินทางไกลบ่อย ๆ อาจประสบปัญหาเมารถ เมาเรือ หรือร่างกายปรับสภาพไม่ทันเพราะอากาศเปลี่ยนกะทันหัน ลองใช้ขิงซอย ข้าวเหนียวคั่ว น้ำผึ้ง และน้ำอุ่น ใส่ลงในเหยือกแก้วคนให้เข้ากัน ดื่มแล้วจะช่วยให้อาการเมารถ เมาเรือ รวมไปถึงอาการอ่อนเพลียเวียนหัวต่าง ๆ ดีขึ้นมากทีเดียว (สูตรยาของอาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า) 

  1. หมวดบรรเทาอาการปวดท้อง แน่นท้อง ปวดท้องประจำเดือน

พืชยอดฮิตที่มีติดริมรั้วแทบทุกครัวเรือนอย่างกะเพรา นำใบมาต้มในน้ำสะอาดเพื่อใช้ดื่มเป็นชาแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเรื่องอาการไอ ลดไข้ ขับเหงื่อ หรือจะใช้เป็นสมุนไพรไล่ยุงแบบธรรมชาติก็ได้ด้วย ปลูกต้นเดียวใช้ได้ครอบจักรวาล (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

 ต่อกันที่อีกหนึ่งปัญหาโลกแตกของผู้หญิงอย่างอาการปวดท้องประจำเดือน หลายคนจึงเลือกตัดปัญหาความทรมานด้วยการใช้ยาแก้ปวดให้รู้แล้วรู้รอดกันไป แต่จริง ๆ แล้วเราบรรเทาอาการปวดเหล่านี้ได้ด้วยการทานอาหารประเภทเต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ต โดยแนะนำว่าควรทานล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมาประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (สูตรยาของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์)

  1. หมวดบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ รักษาเหงือก ดูแลสุขภาพช่องปาก
พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

สูตรยาแก้เจ็บคอขวัญใจวัยเด็กวัยโต อย่างน้ำผึ้ง มะนาว เกลือ สามสหายนี้นอกจากให้รสอร่อย เปรี้ยวนิด หวานหน่อย ตัดเค็มอย่างลงตัว ยังช่วยเสริมสรรพคุณให้กันและกันอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมะนาวที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยสมานแผลจากการกัดกร่อนของน้ำมะนาวในช่องปาก แต่เพราะน้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อน หลังจากหายเจ็บคอจึงอาจเป็นร้อนในต่อได้ จึงต้องใช้เกลือที่มีฤทธิ์เย็นผสมเข้าไปทำให้สมดุล ส่วนจะผสมแต่ละอย่างมากน้อยเท่าไหร่ แค่ชิมให้ได้รสกลาง ๆ ไม่หวานไป ไม่เปรี้ยวไป ก็เป็นอันใช้ได้ (สูตรยาของเชฟแบล็ก-ภานุภน บุญสุวรรณ)

แม้ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการประคบร้อนด้วยมันฝรั่ง จะช่วยเรื่องอาการไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะได้เหมือนกัน วิธีการใช้ให้หั่นมันฝรั่งเป็นแว่นหนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ต้มให้สุกจนนิ่ม จากนั้นห่อด้วยผ้าแล้วนำมาประคบบริเวณแผ่นหลัง ในตำแหน่งที่ตรงกับปอดประมาณ 2 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนมาประคบด้านหน้าในตำแหน่งเดียวกัน โดยให้ประคบอย่างต่อเนื่องจนกว่ามันฝรั่งจะเย็น (สูตรยาของครูหมวย บ้านไม้หอม และ HEALTH FROM HOME)

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

อีกหนึ่งสูตรยาอย่างการใช้น้ำมันมะพร้าวบ้วนปาก หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ออยล์ พูลลิ่ง ให้ใช้มันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นประมาณ 2 – 3 ช้อนชา กลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลา 15 – 20 นาที จากนั้นจึงบ้วนปากตามด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้ง โดยผลจากการวิจัยยังช่วยยืนยันว่า การทำออยล์ พูลลิ่ง ด้วยน้ำมันมะพร้าว จะช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรคในช่องปาก และยังช่วยลดความเสี่ยง บรรเทาอาการจากโรคเหงือกได้อีกด้วย (สูตรของ พี่เยา-เยาวดี ชูคง) 

อ้างอิงผลการวิจัยจาก pubmed.ncbi.nlm.nih.gov

  1. หมวดระบายสารพิษ ช่วยเรื่องการขับถ่าย

ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมชนิดไฟเบอร์หรือยาดีท็อกซ์ที่ไหน เพียงเลือกทานอาหารให้ถูกประเภทและพยายามขับถ่ายให้ได้ทุกวัน ก็จะช่วยขจัดพิษในร่างกายออกไปได้อย่างหมดจด อย่างการทานผักและโพรไบโอติกจากอาหารหมักดอง เช่น โยเกิร์ต เทมเป้ แหนม ถั่วเน่า ข้าวแช่ ฯลฯ นอกจากนี้การดื่มน้ำมันมะพร้าววันละ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ช่วยให้เราขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องลำบากลำไส้ให้ทำงานหนัก (สูตรของพรนภา อนะหันลิไพบูลย์และพี่เยา) 

  1. หมวดลดไข้ยอดนิยม

นอกจากใช้ดื่มแก้อาการเจ็บคอ-กระหายน้ำแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าน้ำมะนาว นำมาใช้เช็ดตัวไล่พิษไข้ได้ด้วย เพียงนำมะนาวผ่าครึ่งลูกตามขวาง แล้วบีบลงในน้ำอุ่นให้มีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยของเปลือกมะนาวออกมา ใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวที่ได้แล้วนำไปเช็ดตัวทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลืองและตามข้อพับต่าง ๆ ที่สำคัญให้แบ่งไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการแช่เท้า โดยควรแช่ให้พ้นระดับตาตุ่มขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยลดไข้ แก้อาการตัวร้อน ปรับสมดุลอุณหภูมิ และทำให้ความร้อนไม่ไปกระจุกอยู่ที่ศีรษะ อาการปวดหัวก็จะทุเลาลงด้วยเช่นกัน (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ และ คุณปรินซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร บ้านเจ้าชายผัก) 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย

ส่วนใครปลูกต้นรางจืดก็ใช้ลดไข้ได้ดี แต่อาจต้องระวังเรื่องปริมาณและวิธีใช้กันเสียหน่อย เพราะรางจืดเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้หญิงในช่วงมีรอบเดือน เพราะจะทำให้ร่างกายอุณหภูมิต่ำลงอย่างรวดเร็วและอาจมีไข้เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะโรคตับ ไต เพราะอาจทำให้ไตวายเฉียบพลัน วิธีการใช้ให้นำใบรางจืด 5 – 7 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วต้มในน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ 15 – 20 นาที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 4 – 5 ครั้ง (สูตรยาของเชฟแบล็ก)

แม้แต่การทานอาหารเป็นยาก็ช่วยรักษาอาการไข้ได้ อย่างใบมะรุม แนะนำให้ลองเอามาใส่ในแกงจืดหมูสับ แกงส้ม หรือใส่ในไข่เจียว หรือพืชผักชุดต้มยำ อย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ผักเหล่านี้นอกจากทานอร่อยแล้ว สรรพคุณเรื่องลดไข้ก็ดีงามไม่น้อยเลยนะ! (สูตรยาของเฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​)

ตบท้ายด้วยสูตรยาสุมโปงจากหอมแดง เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีอาการคัดจมูกหรือหายใจติดขัดจากเชื้อหวัด เพียงใช้หอมแดงต้มน้ำแล้วสุมโปงไว้จนอาการดีขึ้น หรือเอามาวางที่หมอนเวลานอน ก็จะช่วยให้หายใจโล่งขึ้นเยอะ (สูตรยาของเฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์)

อีกหนึ่งยาสามัญประจำบ้าน ที่จัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มอาการใดไม่ได้ เพราะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้นได้สารพัด นั่นคือการดื่มน้ำเปล่า ช่วยบรรเทาทั้งอาการร้อนใน ท้องผูก ท้องเสีย ล้างพิษ ปวดหัว เป็นไข้ ฯลฯ เจ็บป่วยตรงไหน เรียกใช้น้ำเปล่าก่อนได้ในเบื้องต้น

ตบท้ายด้วยร้านยาธรรมชาติสามัญประจำบ้านและสถานเยียวยากายใจแนวมนุษย์อินทรีย์ ที่ยินดีจ่ายยาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างดี แถมมีความสบายใจเป็นของแถมให้ เพราะไม่ต้องพึ่งสารเคมีใด ๆ เลยแม้แต่น้อย

แหล่งยาธรรมชาติสามัญประจำบ้าน

1. น้ำผึ้ง HIN LAD NAI

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : Tot Hinlad

มิตรรักแฟนน้ำผึ้งต้องถูกใจ เพราะน้ำผึ้ง HIN LAD NAI จากที่ราบสูงเชียงรายเจ้านี้ ผลิตจากน้ำผึ้งป่าออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ผ่านการแต่งกลิ่นหรือเติมสารให้ความหวานใด ๆ กลิ่นหอมและรสชาติที่ได้จึงมั่นใจว่ามาจากธรรมชาติส่งตรงจากผืนป่าของแท้ อัดแน่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุ จะใช้ปรุงอาหารคาวหวาน หรือทานเป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยแบบมนุษย์อินทรีย์ก็ดีงาม

Facebook : Tot Hinlad

2. น้ำผึ้งฮอมผญา 

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนฮอมผญา

ใครอยากรู้ว่าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าเป็นอย่างไร ต้องลองอุดหนุนน้ำผึ้งป่าเดือนห้า จากสวนฮอมผญา จังหวัดพะเยา ไปลองชิม นอกจากรสชาติดีเพราะเก็บด้วยกรรมวิธีธรรมชาติแล้ว ฮอมผญายังเป็นน้ำผึ้งที่ทานแล้วช่วยเสริมพลังชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง จะโรคภัยหน้าไหนก็ไม่กลัว

Facebook : สวนฮอมผญา

3. เกลือ เดอะมนต์รักแม่กลอง

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

เกลือเม็ดใหญ่ เกรดคัดพิเศษจากผืนนาเกลือสมุทรสงคราม ด้วยกระบวนวิธีนำน้ำทะเลมาตากแดดตากลม จนตกผลึกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ให้รสชาติเค็มอมหวาน และมีไอโอดีนธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังมีให้เลือกซื้อเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์กันถึง 4 แบบ ทั้งแบบดอกเกลือ เกลือแก้ว เกลือขาว และเกลือกลาง จำหน่ายในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า แถมยังได้อุดหนุนเหล่าเกษตรกรชาวนาเกลือไปในตัว

Facebook : เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

4. ดอกเกลือตัวผู้ สวนศิลป์หนองมน

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนศิลป์หนองมน

ความพิเศษของเกลือจากที่นี่อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เกลือตัวผู้คัดพิเศษ จากผืนนาเกลือคลองตำหรุผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรี รูปทรงผลึกเรียวแหลมแปลกตา ใช้อมเป็นยาแก้อาการไอ เจ็บคอ ละลายเสมหะ เพราะมีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อราและเเบคทีเรียได้อย่างเห็นผล ที่สำคัญกว่าจะได้เกลือแต่ละเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นชนิดที่หายากและมีน้อย จึงต้องคอยนั่งคัดกันทีละตัวเลยทีเดียว

โทรศัพท์ : 08 9699 7179, 09 5585 8871

Facebook : สวนศิลป์หนองมน

5. มะนาว สวนมะนาวแป้นจงจิตร อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : The Living GIFT

มะนาวแป้นอินทรีย์ที่ปลูกและดูแลแบบวิถีธรรมชาติโดยครอบครัวของ จิ๊ก-สุณัฐลินี สินพรม ปราศจากสารเคมีทุกชนิด ด้วยความดูแลใส่ใจอย่างดี จึงทำให้มะนาวเปลือกบาง น้ำเยอะและหอมมาก จนได้รับความไว้วางใจจากสาวกชาวอินทรีย์มาอย่างยาวนาน อุดหนุนไปรับรองไม่มีผิดหวัง ส่งตรงจากผืนไร่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

โทรศัพท์ : 09 2956 3994

Facebook : The Living GIFT

6. น้ำมะพร้าว สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

มะพร้าวน้ำหอม ผลผลิตจากสวนป่ามะพร้าวมาตรฐานออร์แกนิก เนื้อบางนุ่ม หอมหวาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และปลูกด้วยกรรมวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมแบบ Zero Waste สร้างสวนมะพร้าวให้เป็นผืนป่า ช่วยรักษาสมดุลและคืนความสมบูรณ์ให้สิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

โทรศัพท์ : 08 1409 4964

Facebook : สวนป่ามะพร้าวลุงวิท

Line Official Account : cocowittaya

7. น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น Agrilife

พืชสรรพคุณเป็นยา : สารพัดตำรับดูแลร่างกายด้วยตนเอง ปวดหัว ตัวร้อน ไม่สบาย บรรเทาได้แม้ไม่ใช้ยาเคมี พร้อมพิกัดแหล่งยาอินทรีย์ทั่วไทย
ภาพ : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์สกัดเย็นจากธรรมชาติ ปราศจากปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนสังเคราะห์และการดัดแปลงพันธุกรรม การันตีด้วยมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากลจากหลายเวที ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนมะพร้าวสด เนื้อสัมผัสบางเบา ทานง่าย เก็บได้นาน ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนหรือเหม็นเปรี้ยวมากวนใจ ทั้งยังมีสรรพคุณหลากหลายใช้ได้ตามชอบ ทั้งปรุงอาหาร ทานเป็นยา เสริมความงาม ไปจนถึงบำรุงผิวพรรณ 

โทรศัพท์ : 0 2714 1167

Facebook : AGRILIFE / อะกรีไลฟ์

เว็บไซต์ : www.agrilife.co.th/

8. คลังความรู้เสริมภูมิคุ้มกันและพลังชีวิต ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีเนื้อหาวิชาการเคร่งเครียดให้นักเรียนแต่อย่างใด แต่กลับมอบพื้นที่ให้แก่การแบ่งปัน แลกเปลี่ยน และเรียนรู้วิชาชีวิต ที่ช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายใจให้แข็งแกร่ง โดยติดตามข่าวสารการเปิดคอร์สเสวนาและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ทางหน้าเพจ รับรองว่าหลังจากจบคอร์สไป ลูกศิษย์ครูนิตย์ต้องได้พลังชีวิตใส่กระเป๋าเป้กลับบ้านกันจนตุงหลังอย่างแน่นอน

โทรศัพท์ : 08 3265 9951

Facebook : ครูนิตย์ โรงเรียนในสวนยาย

9. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

นอกจากมีแผนกการรักษาเหมือนโรงพยาลทั่วไปแล้ว ความพิเศษไม่ซ้ำใครของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คงต้องยกให้แผนกแพทย์แผนไทย ที่มีบริการการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม กดจุด นวดอบสมุนไพร และยังเป็นที่ตั้งของคลินิกฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยหลังโควิดด้วยแพทย์แผนไทยเป็นที่แรกอีกด้วย ใครกำลังมองหาแนวทางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกที่ทั้งปลอดภัยและได้ผลดี รีบเก็บที่นี่เข้าลิสต์โดยด่วน

เว็บไซต์ : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ขอบคุณเจ้าของสารพัดสูตรยาเยียวยากายใจ

ป้าจันทร์ สวนศิลป์หนองมน (ลภัสรดา ทศรัศมิ์ – ตลาดนัดธรรมชาตืคืนชีวิต life’s market)

ครูจิ้ม (เฉลิมศรี​ บัต​แลนด์​ – บ้านสวนริมคลองสามวา)

ครูนิตย์ (ธรรมนนท์ กิจติเวชกุล – โรงเรียนในสวนยาย)

พี่ปิ๋ม Whispering Land (ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง – ครูค่ายธรรมชาติ บ้านลิตเติ้ลทรี)

พี่นก (พรนภา อนะหันลิไพบูลย์ -โปรดิวเซอร์วิดีโอ The Cloud)

พี่เยา (เยาวดี ชูคง – นักสื่อสารด้านอาหาร ของ Slow food community food for change Chiangmai )

คุณปรินซ์ บ้านเจ้าชายผัก (นคร ลิมปคุปตถาวร – ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก)

อาทู่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า (ไกรสิทธิ์ สิทธิโชดก – ผู้อำนวยการสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า จ.เชียงราย)

เฟิร์น (เฟิร์น ศรีปุงวิวัฒน์ – ศิลปินและโปรดิวเซอร์สารคดีเกี่ยวกับอาหาร)

เชฟแบล็ก (ภานุภน บุลสุวรรณ – เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่)

ลุงวิท (วิทยา เลี้ยงรักษา – เจ้าของสวนมะพร้าวสวนป่ามะพร้าวลุงวิท จ.นครปฐม)

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

มนุษย์อินทรีย์

ชีวิตวิถีเกษตรอินทรีย์ในสังคมไทย เราจะกิน อยู่ ใช้ ให้ดีต่อตัวเองและโลกได้อย่างไร

ติ๊ง! ได้เวลาเปิดเตากันแล้ว

มนุษย์อินทรีย์คราวนี้ เห็นทีจะถูกใจทั้งเหล่าสาวกขนมปังและสายทำครัว เพราะหลังจากที่คุณผู้อ่านทั้งหลายได้ไปตามรอย 15 ร้านขนมปังอินทรีย์จนอิ่มหนำ หลายท่านก็อาจเริ่มคันไม้คันมือ อยากลองหมักแป้งทำขนมปังกินเองดูบ้าง ว่าจะออกมาเข้าที รสชาติดีเหมือนไปซื้อกินตามร้านบ้างไหม 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

มีหรือที่เราจะไม่รู้ใจ คราวนี้จึงขอยกรายนาม 12 โรงเรียนสอนทำขนมปังทั่วไทยมาบอกต่อกัน จะมือใหม่หรือมือฉมัง โรงเรียนเหล่านี้ก็ยินดีถ่ายทอดวิชาก้อนแป้งให้แบบไม่หวงวิชา

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น บางคนอาจเริ่มมีเสียงในใจค้านขึ้นว่า

‘ทำเองให้ยุ่งยากทำไม ซื้อเขาเอาไม่ง่ายกว่าหรือ’

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Rainsdough

ถูกเผง! เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนนวด หมัก อบ ประคบประหงมให้ก้อนแป้งขึ้นฟู กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าการเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบขนมปังสักโลฟใส่ตะกร้าหลายเท่า แต่ถึงจะซับซ้อนและยุ่งยากไม่เบา กูรูสายแป้งของเราก็ยังขอยืนยันว่าหากเลือกได้และมีเวลา การอบขนมปังทานเองก็อุ่นใจและปลอดภัยกว่าขนมปังซื้อสำเร็จ ด้วยเหตุผล (หลายประการ) ดังต่อไปนี้ 

ข้อแรก You are what you choose.

หากเราเลือกวัตถุดิบที่ดีและปลอดภัยในการทำ มีหรือที่ขนมปังก้อนนั้นจะใจร้ายกับเรา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ขนมปังอุตสาหกรรมที่วางขายตามเชลฟ์นั้นสะดวกกว่าก็จริง แต่แน่นอนว่าความสะดวกสบายต้องแลกมาด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะอย่างที่เคยเล่าไปในตอนก่อนหน้า ว่าข้าวสาลีสมัยใหม่เกิดการกลายพันธุ์และเจือปนสารอันตรายมากมาย ทั้งการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม การฉายรังสี การใช้ปุ๋ยเคมี ตลอดจนยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ผลร้ายปลายทางคืออันตรายจากสารเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในกระเพาะของเรา บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นพิษภัยต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย กลายเป็นว่ากินขนมปังหนึ่งก้อนแต่ได้โรคร้ายแถมมาเต็ม

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หากวันใดเกิดอยากทานขนมปังคุณภาพเยี่ยมและเป็นมิตรต่อร่างกายสักก้อน ชนิดที่ว่าใช้ยีสต์จากธรรมชาติ หมักจากแป้งสาลีอินทรีย์สายพันธุ์ไทยล้วน ๆ ไม่ผสมแป้งอื่นหรือสารปรุงแต่งอันตราย ที่สำคัญต้องปราศจากขั้นตอนหรือกระบวนการที่ไม่ทราบที่มาที่ไป การเฟ้นหาวัตถุดิบและลงมืออบขนมปังก้อนนั้นด้วยตัวเอง จึงจะดีและวางใจได้มากที่สุด 

ข้อสอง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ว่าขนมปังคืออาหารหมัก

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพจาก : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นั่นหมายความว่า การทำขนมปังที่ถูกวิธีและดีต่อลำไส้ จะต้องมีระยะเวลามากพอในการหมักก้อนโดวจ์ เพื่อให้เหล่าจุลินทรีย์ ยีสต์ หรือแบคทีเรีย ได้ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทานอล) และคาร์บอนไดออกไซด์ ขนมปังที่ได้จึงขึ้นฟู นุ่มหนึบ เนื้อเบา แต่รสชาติอร่อยเยี่ยมไม่เบา

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

ดังนั้น การลงมือหมักแป้งเองอย่างใจเย็นจึงปลอดภัย เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าก้อนแป้งเหล่านี้ดีต่อระบบย่อยและลำไส้มากกว่าขนมปังอุตสาหกรรมที่ต้องรีบร้อนยัดเข้าเตาอบอยู่หลายเท่า กินแล้วท้องไม่อืดเพราะมีจุลินทรีย์ฝ่ายดีทำหน้าที่ช่วยย่อย เกิดการสังเคราะห์กรดแลคติก กรดอะมิโน และเหล่าแร่ธาตุจำเป็นทั้งหลาย แถมปริมาณคาร์บและน้ำตาลก็ต่ำกว่ามาก ที่สำคัญ ในระหว่างทิ้งช่วงหมักที่ยาวนาน ยังช่วยลดปริมาณของกลูเตนในก้อนโดวจ์ให้เหลือน้อยลงได้อีกด้วย

ข้อสาม อร่อย สนุก ไม่รู้จบ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

เหตุผลข้อนี้ดูจะเป็นผลพวงและผลพลอยได้จากข้อแรกอยู่เหมือนกัน เพราะการเลือกวัตถุดิบและวิธีทำได้เองตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเข้าเตาอบ นอกจากจะได้รสชาติขนมปังที่อร่อยไม่ซ้ำใคร เหล่า Baker ทั้งหลายยังได้ความสนุกตื่นตาตื่นใจเป็นของแถม 

ความสนุกที่ว่านี้ คือการได้เสาะหาแหล่งยีสต์ธรรมชาติจากของใกล้ตัว ใกล้ครัว และใกล้บ้าน เพื่อมาใช้ในการหมักก้อนโดวจ์ให้ขึ้นฟู เราทึ่งมาก เมื่อรู้ว่ายีสต์ธรรมชาตินั้นมีแหล่งต้นตอจากวัตถุดิบได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยีสต์จากข้าว ผักผลไม้ ดอกไม้ มิโสะ หรือแม้แต่กิมจิ โดยแต่ละชนิดก็มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แถมเหล่า Baker ยังยืนยันว่าแม้ยีสต์ผงสำเร็จรูปจะทำให้ขนมปังขึ้นฟูได้เหมือนกัน แต่ก็ยังเลียนแบบความหนึบหนับที่เราจะได้จากยีสต์ธรรมชาติเท่านั้นไม่ได้ หากคราวนี้ลองใช้ยีสต์ธรรมชาติจากข้าว รสชาติขนมปังก็จะออกมาหวานหอมนุ่มนิ่ม หรือหากเปลี่ยนเป็นใช้ยีสต์ธรรมชาติจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ก็จะได้ขนมปังกลิ่นฟรุตตี้ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ารสชาติเปรี้ยวอมหวานแน่นอน

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล กูรูด้านขนมปังจาก Bread Books Bike & Beer เล่าให้เราฟังว่า พวกเขาเคยลงมือปลุกยีสต์จากลูกแป้งสาโท ขนมปังออกมาหวานหอมไปถึงหน้าปากซอย อีกชนิดที่ว่าแปลกแต่เราอยากชิมมาก คือขนมปังจากยีสต์กิมจิ เพราะทั้งสองบอกว่ารสชาติของมันเปรี้ยวสะใจและทรงพลังมากจริง ๆ

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ ก็พลิกรสชาติให้ก้อนขนมปังได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงที่คงวาไม่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบชนิดใด คือคุณประโยชน์เต็ม ๆ ของยีสต์ธรรมชาติที่เหล่า Baker ต่างปลุกปั้นและลงมือเลี้ยงเองในห้องครัว เพราะยีสต์เหล่านี้จะมีเหล่าผองเพื่อนชาวยีสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์มาอาศัยอยู่ร่วมกันในโหลหมัก แล้วแต่ว่าเหล่า Baker จะสรรหาวัตถุดิบชนิดใดมาใช้เป็นตัวตั้งต้น ที่สำคัญ แต่ละชนิดก็ล้วนมีข้อดีต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นตอที่นำมาเพาะเลี้ยง 

ข้อสี่ หอมกรุ่นจากเตาแบบตัวจริงเสียงจริง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : Sunday

หนึ่งในเหตุผลหลัก ที่ Baker ทั้งหลายต่างหลงรักในการทำขนมปังทานเอง คือ เจ้าก้อนแป้งหลังออกจากเตาอบ มักจะส่งกลิ่นหอมตลบให้ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เห็นหน้าค่าตาก็รู้ทันทีว่าทั้งสดใหม่ กรอบนอก นุ่มใน ใครต่อใครที่รักในการอบขนมปังเอง ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือความคุ้มค่าและรสชาติเฉพาะตัวที่จ่ายราคาเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้ ส่วนความน่ารักมากที่ชาวอบชนมปังจากเมืองเหนือเล่าให้เราฟัง คือวันไหนที่อากาศเริ่มหนาว พวกเขาก็มักจะเปิดเตาอบ ลงมือทำขนมปังเพื่อให้บ้านอบอุ่นขึ้นด้วย นอกจากจะหายหนาว ยังได้กินขนมปังอร่อย ๆ อีกด้วย น่าอิจฉาสุด ๆ ไปเลย

เมื่อมีวิชาขนมปังติดตัวและติดครัวไว้แล้ว หากอยากทานขนมปังอินทรีย์ที่ทั้งดีต่อใจและสุขภาพเมื่อไหร่ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก กินเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ไม่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะให้สิ่งแวดล้อมและไม่ต้องเก็บเข้าตู้เย็นให้เสียรสชาติ 

ข้อสุดท้าย ได้ช่วยอุดหนุนและเพิ่มคุณค่าให้วัตถุดิบอินทรีย์ของไทย

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แน่นอนว่าขนมปัง ต้องตั้งต้นจากแป้งสาลี และแน่นอนว่าแป้งสาลีคุณภาพดี ก็ควรปลูกและเติบโตในพื้นที่ที่มีดิน น้ำ ลม และอากาศที่เหมาะกับการเจริญเติบโต ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าใน 1 ปีเราบริโภคขนมปังและขนมตระกูลเบเกอรี่อื่น ๆ กันไปเท่าไหร่ นั่นคือราคาค่างวดก้อนใหญ่ที่เราต้องแจกจ่ายออกไปให้ต่างแดน 

หากนำข้าวสาลีเมืองนอกมาหว่านไถเพาะปลูกในไทย ก็อาจไม่สัมฤทธิ์ผลมากมาย เพราะกว่าจะแตกรวงชูช่อออกมาได้ คงต้องพึ่งพาสารกระตุ้นกันยกใหญ่ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราดูท่าจะไม่เอื้ออำนวยกับข้าวเมืองนอกเท่าใดนัก แต่น้อยคนจะรู้ว่าปัจจุบันนี้เรามีแป้งข้าวสาลีพันธุ์ไทย ที่ปลูกและเติบโตได้ดีในบ้านเราแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ลดภาระการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศไปได้แบบมหาศาล นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบทำครัวสายพันธุ์ไทยอีกหลายชนิดที่คุณภาพดีไม่แพ้ของนำเข้า ทั้งเหล่าไส้กรอก ชีส เนย ถั่ว รวมไปถึงพืชผักชนิดต่าง ๆ เหลือเพียงเหล่านักชิมนักปรุงในบ้านเราลองเปิดใจ แล้วหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศกันดูบ้าง

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

อย่างการอบขนมปังสัก 1 ก้อน หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไทยและปลูกโดยเกษตรกรไทย รับรองว่าทั้งคุณภาพและความอร่อย ก็สู้ขนมปังที่อบจากวัตถุดิบนำเข้าได้ไม่แพ้กัน ที่สำคัญ ยังได้ช่วยชุบชูใจให้เหล่าเกษตรกรในประเทศมีแรงสร้างผลผลิตสดใหม่ให้เราต่อไปอีกนาน ๆ 

เราคิดว่าเหตุผลทุกประการที่กล่าวมา มีน้ำหนักมากพอในการชักชวนให้คุณผู้อ่านทั้งหลาย หันหน้าเข้าครัวลองอบขนมปังกันดูสักครั้ง 

เมื่อ 12 โรงเรียนทำขนมปัง อยากชวนคนทานให้หันมาใส่ใจสุขภาพ โดยเริ่มจากการอบปังทานเอง
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

แต่ในฐานะที่เคยทำขนมปัง (พลาด) มาก่อน เราทราบดีว่าการมีครูมืออาชีพคอยเทรนให้อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะกับนักเรียนขนมปังมือใหม่เป็นอย่างยิ่ง คราวนี้เราจึงรวบรวมโรงเรียนสอนทำขนมปังทั้ง 12 เจ้ามาให้แบบจุใจ ใครอยู่ใกล้ไกลที่ไหน รีบปักหมุดจองคอร์ส แล้วตามไปฝึกปรือฝีมือกันได้เลย จะลงคอร์สแบบ Beginner เริ่มหัดเรียน หรือจะฝึกจนเป็นเซียนขนมปังก็ตามสะดวก

01
Bread Books Bike & Beer

ที่ตั้ง : 91/600 ถนนพระราม 2 ซอย 69 แยก 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Bread Books Bike & Beer

Instagram : breadbooksbikeandbeer

โทรศัพท์ : 08 9455 4253, 08 6778 2332

หากพูดถึงโรงเรียนทำขนมปัง หนึ่งในอันดับต้น ๆ ที่เราต้องนึกถึง คือ Bread Books Bike & Beer โรงเรียนสอนทำขนมปังโดยสองสามีภรรยาอย่าง หมู-วิชญ์ เบญจกุศล และ น้อง-โสรัจ เบญจกุศล ด้วยประสบการณ์ในสายงานก้อนแป้งนานกว่าสิบปี บวกกับความใจดีและเป็นกันเองเอามาก ๆ ทั้งสองจึงถูกยกให้เป็นกูรูแห่งวงการคาร์บและครอบครัวที่น่ารักของนักเรียนขนมปังทั้งหลายในเวลาเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

แรกเริ่มเดิมที ชื่อของ Bread Books Bike & Beer คือโรงอบขนมปังขนาดย่อมที่อบขายทั้งแบบปลีกและส่ง ขนมปังทั้งหมดจากที่นี่เป็นขนมปังไร้สาร ปั้นปรุงด้วยวัตถุดิบจากวิถีเกษตรอินทรีย์ จนได้ขยับขยายชายคามาเป็นโรงเรียนขนมปังที่มีลูกศิษย์หลั่งไหลมาฝากตัวอยู่ไม่ขาดสาย โดยหมูและน้องย้ำอยู่เสมอว่า แป้งและการหมักคือหัวใจหลักของการทำขนมปัง หากเลือกใช้แป้งที่ดีและหมักอย่างถูกวิธี ก็จะได้ขนมปังมีคุณภาพและอร่อยล้ำแบบไม่ต้องสงสัย

คอร์สที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้มีหลายระดับเรียงตามความยากง่าย เริ่มตั้งแต่ Basic Bread for Beginner สำหรับมือใหม่หัดอบ ต่อไปคือ Advanced Bread Baking คอร์สยอดนิยม เพราะคุณครูทั้งสองจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดสูตรและออกแบบขนมปังได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะทำขนมปังแค่ 1 ก้อนหรือ 10,000 ก้อน รสชาติก็ออกมาคงที่ไม่มีเพี้ยน ไปจนถึงคอร์สที่ท้าทายขึ้นอย่าง Introduce to Classic Sourdough and Natural Yeast ส่วนคอร์สระดับเทิร์นโปรอย่าง Advanced Preferment Sourdough and Natural Yeast และ Sourdough Luxury Bread ทั้งสองก็วางแพลนจะเปิดสอนในอนาคตเช่นเดียวกัน

Bread Books Bike & Beer
ภาพ : Bread Books Bike & Beer

สำหรับหมูและน้อง หน้าที่ของช่างทำขนมปัง ไม่ใช่แค่การปั้นและอบก้อนแป้ง แต่ยังต้องทำให้ขนมปังเป็นขนมปังที่ดี กัดหนึ่งคำแล้วต้องอยากกินอีก เหล่านักเรียนเคยทำขนมปังแล้วแฮปปี้กันมาก จนถึงขั้นเต้นระบำกันในคลาสก็มี แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามวลความสุขอัดแน่นอยู่ในขนมปังทุกก้อนและบรรยากาศรอบตัวในโรงเรียนแห่งนี้จริง ๆ ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ เพียงทักข้อความมาทางเพจ/ไอจีของร้าน หรือจะยกหูต่อสายตรงก็ได้เช่นกัน อาจารย์ทั้งสองพร้อมต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่อยู่เสมอ

02
ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

ที่ตั้ง : 46 ถนนกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

Instagram : breadchange_life

โทรศัพท์ : 09 3610 6161 หรือ Line ID : @breadchangelife

โรงเรียนแห่งนี้สอนให้เราเข้าใจ ว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ ต้องขอบคุณความกล้าบ้าบิ่นเมื่อ 6 ปีก่อน ของ โรส-วริศรา (ลี้ธีระกุล) มหากายี ที่ตั้งใจลุกขึ้นมารวมพลคนทำขนมปัง กระจายความรู้ในการทำขนมปังออกสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อส่งมอบโอกาสและทักษะให้เด็ก ๆ ได้พกพาไว้อย่างภูมิใจและมั่นคง

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง ขนมปังของครูโรสยังทำหน้าที่เป็นครูชำนาญการ ฝึกฝนให้เหล่านักเรียนรู้จักอดทน ใจเย็น ช่างสังเกต มีวินัย และเคารพสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ตรงหน้าในโหลหมัก โดยทุกวันนี้มีลูกศิษย์ของครูโรสจากบ้านเด็กกำพร้าที่ผันตัวมาเป็นครูขนมปัง ทำหน้าที่ส่งต่อความรู้ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ได้มีทักษะติดตัว และทำขนมปังแจกให้กับผู้ที่ลำบากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาว่าขนมปัง 1 ก้อน เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร 

ส่วนอีกหนึ่งความประทับใจไม่รู้ลืมในคลาสขนมปัง คือการที่ลูกศิษย์คนหนึ่งได้รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อที่เสียไปอีกครั้ง หลังจากได้ลองลงมือทำขนมปังแบบที่พ่อชอบทำบ่อย ๆ ได้กลิ่นยีสต์ก็เหมือนมีพ่อมาอยู่ใกล้ ๆ นักเรียนคนนี้ยังบอกอีกว่า ขอบคุณครูโรสที่ทำให้เขาได้เข้าใจพ่อและเข้าใจขนมปังที่พ่อรัก 

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในวันวาน ตอนนี้ความสำเร็จของขนมปังเปลี่ยนชีวิตผลิดอกบานสะพรั่ง คลาสเรียนขนมปังจากที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตามใจผู้เรียน ที่ครูโรสแนะนำเป็นอย่างมาก คือ คลาส Fundamental​ of Basic​ Bread ที่ถึงแม้จะเป็นคลาส​เบสิก​ แต่ก็เป็นเบสิกที่สำคัญมากในการทำขนมปัง​ นักเรียนทุกคนจะได้เห็นภาพรวมเบื้องลึกทั้งหมดของก้อนแป้ง ตั้งแต่ความสัมพันธ์​ของวัตถุดิบ​ เทคนิคการนวดหลายระดับ การหมัก​ การขึ้นรูป​ และการอบ ก่อนที่จะไต่ระดับไปเป็นคอร์สที่ท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ​

ขนมปังเปลี่ยนชีวิต, breadchange_life
ภาพจาก : ขนมปังเปลี่ยนชีวิต

นอกจากนี้ยังมีคลาส Pre-ferment คลาสทำพิซซ่า และคลาสทำครัวซองต์ไว้ให้เลือกจองกัน ใครใคร่เรียนแบบส่วนตัวเชิญ หรือใครใคร่หาเพื่อนใหม่ที่มีใจรักขนมปังเช่นกันก็เชิญเลือกคลาสแบบกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเลือกเรียนแบบไหน ครูโรสก็ยินดีจัดเต็มทักษะความรู้ให้ไม่มีเกี่ยง

03
เฟื่องฟุ้ง

ที่ตั้ง : 108/55 ถนนอนามัย ตำบลในเมือง เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)

Facebook : เฟื่องฟุ้ง

อีเมล : [email protected]

โทรศัพท์ : 08 6614 5247 หรือ Line ID : @fuangfungbakery

เฟื่องฟุ้งช่วยเปลี่ยนเรื่องที่ฟังดูแสนยากเย็นอย่างการทำขนมปัง ให้กลายเป็นเรื่องที่แสนเรียบง่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอเพียงมีเตาอบคู่ใจสักเครื่องที่บ้าน เช้าวันไหนตื่นมาอยากทานขนมปังโฮมเมดคุณภาพเยี่ยม ก็ลงมือทำได้เลยเดี๋ยวนั้น 

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

เพราะมีเสียงเว้าวอนจากลูกค้าขาประจำ ที่แวะมาอุดหนุนขนมปังโฮลวีตและขนมปังแป้งข้าวในตลาดเขียวขอนแก่น ว่าอยากเรียนรู้เรื่องการนำแป้งข้าวมาใช้อบขนมและอยากลองทำขนมปังทานเองดูบ้าง เฟื่อง-เฟื่องฟุ้ง ประสาทศิลป์ จึงจัดให้ตามคำขอ คลาสสอนทำสารพัดขนมปังที่เป็นมิตรต่อร่างกายและเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรรมท้องถิ่นจึงผุดขึ้นเรียงราย ณ โรงเรียนแห่งนี้ ทั้งคลาสขนมปังโฮมเมดเพื่อสุขภาพ คลาสขนมปังยีสต์ธรรมชาติ และคลาสเบเกอรี่ข้าวพื้นบ้าน ทุกรายการเน้นความเรียบง่าย ใช้มือนวดเองได้แบบไม่ง้อเครื่องทุ่นแรง เพื่อให้เหล่านักเรียนทั้งหลายจดสูตรนำไปทำตามกันได้ที่บ้าน 

มาตรฐานชี้วัดว่าคลาสเรียนประสบความสำเร็จหรือไม่ คือรอยยิ้มของเหล่านักเรียนที่กลับบ้านไปพร้อมขนมปังโฮมเมดถุงใหญ่ ส่วนของแถมที่ครูเฟื่องมอบให้ คือความภาคภูมิใจในตัวเอง และเธอยังมีความสุขมากที่ได้ทำให้เหล่าผู้บริโภคมีสิทธิ์เลือกทำและเลือกทานขนมปังที่ดีต่อร่างกาย ใช้วัตถุดิบและวิธีทำปลอดภัย กินเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

เฟื่องฟุ้ง, @fuangfungbakery
ภาพ : เฟื่องฟุ้ง

ไม่ต้องกังวลว่าจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เพราะครูเฟื่องยินดีสอนให้แบบตัวต่อตัว บางคลาสเป็นไซส์มินิ สอนไม่เกิน 2 ท่านต่อครั้งก็มี ใครอยากเติมทักษะการทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย ทำง่าย กินง่าย แต่หยุดกินยาก ยกหูโทรศัพท์หรือทักข้อความหาครูเฟื่องทางหน้าเพจได้เลย

04
Pung Craft บ้านเรียนขนมปัง

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 5 ตำบลตะแพน อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง (แผนที่)

Facebook : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

Instagram : pungcraft.bakery

โทรศัพท์ : 08 9962 4172 หรือ Line ID : armyaathome

เนื่องด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีกับการอนุรักษ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ญา-รัญญา นวลคง จึงตั้งโจทย์ขึ้นในใจว่า ทำอย่างไรจึงจะนำแป้งข้าวพื้นบ้านไปประยุกต์ใช้แบบร่วมสมัยได้บ้าง แต่ไม่นานเกินรอก็ได้คำตอบ เมื่อญานำอาหารที่ตนชื่นชอบอย่างขนมปัง มาจับรวมกับความตั้งใจที่อยากแบ่งปันเรื่องราวแป้งข้าวพื้นบ้านจากระบบเกษตรอินทรีย์

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

แม้จะมีทำเลที่ตั้งอยู่ไกลถึงแดนพัทลุง แต่ลูกศิษย์ทั่วสารทิศก็พร้อมใจเดินทางมาเรียนวิชาขนมปังจากครูญาจนหัวกระไดไม่แห้งตลอด 3 ปี ความดีงามอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้เลือกใช้แป้งข้าวพื้นเมืองมาอบ แถมยังใช้กรรมวิธีหมักยีสต์จากธรรมชาติ ทำให้ได้ขนมปังที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพลำไส้ ที่สำคัญยังปราศจากการใช้แป้งสาลี ทำให้ไม่มีปัญหาจุกจิกเรื่องการแพ้กลูเตน

คลาสเรียนของ Pung Craft มีทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ ใครที่บ้านใกล้ก็แวะมาเรียนคลาสขนมปังแป้งข้าวกล้องยีสต์ธรรมชาติกับครูญาได้แบบตัวเป็น ๆ บอกเลยว่ายกถาดออกจากเตาเมื่อไหร่เป็นต้องอดใจไม่ไหว เพราะคลาสนี้จะทำให้เราได้ผสมทั้งพันธุ์ข้าวและธัญพืชสารพัดลงไปในก้อนขนมปัง หรือหากใครไม่สะดวกเดินทางมา ก็เรียนคลาสขนมปังกล้วยแป้งข้าวพื้นบ้านกับครูญาผ่านทางหน้าจอได้ เมนูนี้ก็หอมอร่อยถูกปากไม่แพ้กัน

PungCraft บ้านเรียนขนมปัง
ภาพ : PungCraft บ้านเรียนขนมปัง

นอกจากความรู้ด้านการทำขนมปัง สิ่งสำคัญที่ครูญาอยากส่งต่อให้บรรดาลูกศิษย์ คือคุณค่าและความอร่อยของข้าวไทยพื้นเมือง โดยครูญาเชื่อว่าขนมปังทุกก้อนจาก Pung Craft ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ และเป็นกำลังใจในการสร้างผลผลิตคุณภาพต่อไปอีกด้วย

05
Rush Lush

ที่ตั้ง : 50/8 ถนนบาลเมือง ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (แผนที่)

Facebook : Rush Lush Craft Cafe

Instagram : rushlushcraftcafe

โทรศัพท์ : 08 6735 8135

จะอยู่ในเมือง กลางทะเล หรือบนภูเขา Rush Lush ก็สอนให้เราอบขนมปังกินเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ขั้นกว่าของความไพรเวต คือที่นี่ไม่มีห้องเรียนทำขนมปังให้เข้ามาใช้บริการ เพราะ ครูรัตน์-สุรีรัตน์ กลิ่นขจร จะเดินทางไปสอนนักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงห้องครัวในบ้าน 

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพราะทุกบ้านมีปัจจัยน้อยใหญ่แวดล้อมต่างกัน ทั้งเรื่องอุปกรณ์ อุณหภูมิ ความชื้น ตลอดจนประสบการณ์และความพร้อมของผู้ทำ ครูรัตน์จึงปิ๊งไอเดียว่าหากสอนโดยใช้สถานที่จริงและอุปกรณ์จริงที่นักเรียนแต่ละคนมีอยู่ในบ้าน น่าจะสัมฤทธิ์ผลและเห็นภาพชัดมากที่สุด เวิร์กชอปทำขนมปังช่ื่อน่ารักอย่าง ‘สุขกับสิ่งที่มี’ จึงได้ฤกษ์เปิดทำการมากว่า 1 ปีเต็ม โดยครูรัตน์เล่าว่า ‘สุข’ ที่ว่านี้ คือการทำให้ขนมปังสุกด้วยสิ่งที่มีในบ้าน และสุขใจในทุกครั้งที่ได้ทานฝีมือตัวเอง

ขนมปัง 1 ก้อนจาก Rush Lush ทำหน้าที่เป็นงานศิลปะชั้นเอก ช่วยถ่ายทอดคุณค่าของวัตถุดิบพื้นบ้านและเรื่องราวของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ครั้งหนึ่งครูรัตน์เคยเดินทางขึ้นดอยไปสาธิตวิธีการทำขนมปังโดยไม่ใช้ไฟฟ้าและเตาอบให้กับเด็ก ๆ ชาวปกาเกอะญอ จนทุกวันนี้มีเยาวชนที่ผันตัวมาเป็นนักพัฒนาชุมชน ช่วยสานต่อความดีงามของวัตถุดิบในชุมชนออกสู่ภายนอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญ Rush Lush ยังเกื้อกูลชาวบ้านโดยการนำวัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชนมาใช้อบขนมปังสดใหม่เสมอมา

Rush Lush Craft Cafe
ภาพ : Rush Lush Craft Cafe

เพียงทักข้อความผ่านทางหน้าเพจ ครูรัตน์ก็พร้อมตกลงวันเวลา มุ่งหน้าไปถ่ายทอดวิชาขนมปังให้ถึงในครัว หน้าที่ของเหล่านักเรียนมีเพียงตั้งตารอเปิดประตูบ้าน และจดสูตรขนมปังสุขภาพจากครูรัตน์กันให้ดี

06
Rain’s Dough

ที่ตั้ง : 141 ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 แยก 10 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Rainsdough, ๑4๑ Social Enterprise

Instagram : rainsdough

โทรศัพท์ : 08 9036 6886

เมื่อหาซื้อขนมปังปลอดภัยตามสเปกที่ต้องการไม่ได้ ครูฝน-วริษา โทณะวณิก และ ครูแพท-กฤติยา ตระกูลทิวากร แห่ง Rain’s Dough จึงขอลงแรงนวดอบก้อนแป้งด้วยตัวเอง จากนั้นจึงส่งต่อวิชาแก่บรรดาสาวกสายแป้ง ให้ได้เข้าใจและเรียนรู้เรื่องราวของร่างกาย จุลินทรีย์ และอาหาร ผ่านการลงมือทำขนมปังซาวโดวจ์

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

หลักสูตรขนมปังของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการหมักนวดเท่านั้น แต่ครูฝนและครูแพทยังเจาะลึกเนื้อหาถึงเรื่องอาหารและสุขภาพที่สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ ตั้งแต่สายพันธุ์ข้าวสาลี การปลูก สี โม่ หมัก และอบแป้ง ไปจนถึงการรู้จักเลือกทานอย่างปลอดภัย เพราะทั้งสองเล่าว่า ทุกวันนี้ขนมปังเกรดคุณภาพแบบที่หลาย ๆ คนต้องการนั้นหาซื้อแทบไม่ได้ หากอยากได้ ต้องทำเอง และที่ Rain’s Dough ก็ยินดีสอนให้ทุกกระบวนขั้น

คลาสเรียนของที่นี่มีแค่คลาสเดียว นั่นคือ Our Hands on Sourdough แม้จะฉายเดี่ยวแต่ก็เจ๋งไม่เบา เพราะนอกจากจัดเต็มทักษะความรู้ในการทำซาวโดวจ์ให้แล้ว นักเรียนทุกคนในคลาสจะได้เข้าใจถึงความเชื่อมโยงในเรื่องอาหารและการกินของมนุษย์ กลับมาเชื่อมั่นในร่างกายและสองมือของตนเองในการทำอาหารปลอดภัยได้อย่างมีความสุข

Rainsdough,  ๑4๑ Social Enterprise
ภาพ : Rainsdough

นักเรียนของ Rain’s Dough กลับบ้านไปพร้อมสูตรอบซาวโดวจ์หอมกรุ่น กรอบนอก แน่นใน ไม่สร้างพิษภัยให้สุขภาพ ที่สำคัญยังหันมาสนใจและใส่ใจนิสัยการกินของตนเองมากขึ้น เมื่อได้รับอาหารดี ร่างกายและจิตใจก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย สิ่งนี้แหละที่ครูฝนและครูแพทภูมิใจในตัวนักเรียนมากที่สุด

07
Little Tree

ที่ตั้ง : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม (แผนที่)

Facebook : Whispering cafe

Instagram : artisansourdough_by_applefahey

โทรศัพท์ : 09 2429 4229

เราอาจรู้จัก Little Tree Garden ในนามร้านอาหารและคาเฟ่กลางสวน ณ เมืองสามพราน แต่น้อยคนจะรู้ว่า บ้านสวนน่ารักแห่งนี้ ยังมีมุมเล็ก ๆ ที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรียนขนมปัง อำนวยการสอนโดย เปิ้ล-ศิรินภา ริ้วบำรุง คุณครูมือฉมังที่พาเหล่าลูกศิษย์ตั้งแต่หนูน้อยวัยเตาะแตะไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน เข้าครัวอบก้อนแป้งมาแล้วรุ่นต่อรุ่น

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ก่อนจะหันหน้าเข้าวงการอบขนม ครูเปิ้ลคือแม่บ้านคนเก่ง ณ แดนอังกฤษ เมื่อต้องทำอาหารคาวหวานให้ลูก ๆ ทานอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากอบขนมปังโฮมเมดปลอดภัยไว้ทานเอง เอกลักษณ์ของขนมปังฝีมือครูเปิ้ล คือความนุ่มละมุนและพองฟู เพราะเธอให้ความสำคัญกับการเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติให้แข็งแรง ก้อนแป้งธรรมดาจึงอร่อยล้ำถึงขั้นมีลูกศิษย์อยากฝากตัว

สำหรับนักเรียนรุ่นเล็ก ครูเปิ้ลมีคลาสขนมปังจากยีสต์น้ำดอกไม้เตรียมไว้ให้ แม้จะเป็นคลาสของเด็ก แต่รับรองความสนุกไม่เล็กตามอายุ เพราะเหล่านักเรียนจะได้ออกตามหายีสต์ธรรมชาติจากดอกไม้ในสวน จากนั้นจะได้ลงมือหมักน้ำยีสต์และนำมาทำขนมปังโรลง่าย ๆ ใช้ทานคู่กับซุปก็เข้ากัน หรือประกบทำเป็นแซนด์วิชก็อร่อยไม่เบา นอกจากนี้ยังมีคลาสสอนทำซาวโดวจ์ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใหญ่ ใครเป็นแฟนตัวยงเมนูนี้ รีบทักข้อความหาครูเปิ้ลทางหน้าเพจหรือไลน์ของทางร้านได้เลย

Whispering cafe
ภาพ : Whispering cafe

ในขณะเฝ้ารอเตาอบร้องติ๊ง ครูเปิ้ลบอกกับนักเรียนเสมอว่า มากกว่าการได้กินก้อนขนมปังหอม ๆ คือการได้ฝึกฝนเรื่องการจัดสรรเวลา การวางระบบเล็ก ๆ ในห้องครัว และยังได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่ออาหารและสุขภาพของคนรอบตัวอีกด้วย

08
Sunday

ที่ตั้ง : ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sunday

Instagram : sundayisgood

โทรศัพท์ : 08 1644 3597 หรือ Line ID : @sundayisgood

ใครที่กำลังส่ายหน้า คิดว่าการอบขนมปังเองนั้นลำบากและยุ่งยากเกินไป เราอยากให้ลองลงคอร์สเรียนกับ ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Sunday ดูสักครั้ง เพราะเธอการันตีว่ามีแค่เตาอบ หม้อเหล็กหรือหม้อดินเผา และอ่างผสม 1 ใบ ก็ทำซาวโดวจ์ที่อร่อยมากเหมือนร้านดังที่บ้านได้แล้ว

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

สูตรขนมปังของ Sunday มีความง่ายและแสนสบายเป็นจุดขาย เพราะครูเพลงตั้งใจไว้ว่าเมื่อจบคอร์สไป ลูกศิษย์ทุกคนต้องอบขนมปังกินเองได้ที่บ้าน ขั้นตอนและเทคนิคต่าง ๆ จึงทำผ่านมือและประสาทสัมผัสของร่างกาย ไม่ต้องอาศัยเครื่องตีหรืออุปกรณ์ทุ่นแรงใด ๆ ขนมปังก็ออกมานุ่มฟูน่าทานได้จากการนวดแป้ง สังเกต ดม และชิมของคนทำ นอกจากนั้นครูเพลงยังใช้วิธีเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติอย่างง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน

Sunday ไม่ได้มีแค่คลาสขนมปังเพียงอย่างเพียว เพราะนอกจากคลาสพื้นฐานอย่าง Basic Sourdough for Home Baker Class ที่สอนอบขนมปังแบบไม่ง้อเครื่องตีราคาแพงแล้ว ที่นี่ยังมีคลาส Sourdough Bagel สูตรผสมยีสต์ผง ความดีงามอยู่ตรงกระบวนการหมักแป้งที่เร็วขึ้น ได้กินเร็วขึ้น แต่ความอร่อยไม่ลดลง หรือใครสนใจคลาสทำอาหารอื่น ๆ อย่างคลาสสอนทำเส้นและซอสพาสต้า หรือ คลาสสอนทำไส้กรอกโฮมเมด ที่นี่ก็มีไว้บริการ

ครูเพลง-ร่มฉัตร ขำศิริ แห่งโรงอบ Instagram : sundayisgood
ภาพ : Sunday

ใครอยากฝากตัวเป็นศิษย์ ลงทะเบียนเรียนกับครูเพลงได้ทุกช่องทาง แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นคลาสเล็ก ๆ รับแค่ 2 – 4 คนเท่านั้น เห็นทีต้องรีบกันหน่อยนะ!

09
The Salee’s Table

ที่ตั้ง : 113/25 ซอยวัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : The Salee’s Table

เมื่อแรกเริ่มเปิดร้านขนมปัง แก้ว-กมลา ธานีโต จึงได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารนั้นยังมีอยู่น้อยมากในประเทศของเรา แก้วจึงขอเพิ่มบทบาทจาก Baker อบขนมมืออาชีพ สู่การเป็นคุณครูที่อยากส่งต่อความรู้เรื่องขนมปัง ของหวาน และวิทยาศาสตร์ให้กับเหล่านักเรียนเพิ่มด้วยอีกทาง

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

ใครที่คุ้นหูกับชื่อ Salee Bakehouse ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะเดิมทีครูแก้วเปิดคลาสสอนทำขนมปังรวมกับครัวหลักของ Salee Bakehouse มานานกว่า 3 ปี แต่เมื่อเหล่าลูกศิษย์และภารกิจในโรงอบเพิ่มมากขึ้น ครูแก้วจึงขอย้ายห้องเรียนไปปักหมุดอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งจะได้ฤกษ์ประเดิมสอนคลาสแรกอย่างเป็นทางการราว ๆ เดือนตุลาคมนี้ Salee’s Table จึงถือเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เปิดตัวขึ้นเพื่อนักเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริง

คลาสขนมปังที่ครูแก้วลงมือสอนเอง ได้แก่ คลาสทำขนมปังและซาวโดวจ์พื้นฐาน อย่าง Bread: The Scientific Approaches และ Fundamental of Sourdough รับรองว่าเรียนแล้วไม่ต้องคืนครู ทุกสูตรกระบวนขั้นนำไปทำตามกันได้ที่บ้านอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ค่อยมีเวลา ก็ตามไปเรียนแบบ One Day Class ที่ครูแก้วสอนร่วมกับทางโรงเรียน Fully Baked Story ได้อีกด้วย 

The Salee's Table
ภาพ : The Salee’s Table

เมื่อจบคอร์ส บรรดาลูกศิษย์ต่างได้เรียนรู้ระบบความคิดและมองการทำอาหารเป็นวิทยาศาสตร์ได้อย่างเฉียบแหลม ส่วนครูแก้วเอง ก็ได้เติมไฟในการเป็นช่างและครูขนมปังจากเหล่านักเรียนที่แวะเวียนเข้ามาด้วยเช่นกัน เป็นการจ่ายค่าเทอมที่คุ้มค่าและอบอุ่นสุด ๆ เลยว่าไหม

10
สมหวังปังผัก

ที่ตั้ง : Belive Cooking Studio, 196 ซอยพหลโยธิน 69 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : สมหวังปังผัก

Instagram : somwangpungpuk

โทรศัพท์ : 09 5760 0474

ใครเป็นสายผักผลไม้ต้องถูกใจ เพราะขนมปังจากที่นี่มีส่วนผสมหลักมาจากผักสมชื่อ แถมยังสีสวย นุ่มเหนียวเคี้ยวอร่อย กระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานหนักมาก ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับครูตุ๊กแหม่ม-จีรวัฒน์ รัตนกร ที่ขยันคิดขยันค้น จนพัฒนาสูตรขนมปังเพื่อสุขภาพจากผักผลไม้ได้สำเร็จ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

ด้วยใจรักและชื่นชอบในการทานขนมปัง ครูตุ๊กแหม่มจึงเริ่มเสาะหาสูตรทำขนมปังจากฟักทอง และทดลองปรับสูตรเรื่อยมาจนเข้าที่ ในที่สุดก็ได้ขยายชายคากลายเป็นโรงเรียนขนมปังสำหรับผู้ที่สนใจขนมปังเพื่อสุขภาพ ส่วนจุดขายที่ทำเอาเหล่านักเรียนต่างติดใจ คือการใช้ทั้งเนื้อและน้ำจากผักผลไม้ออร์แกนิกใส่ลงไปในก้อนขนมปังแบบไม่หวงของ ที่สำคัญครูตุ๊กแหม่มยังสอนวิธีการคำนวณออกแบบสูตรด้วยตัวเอง ใครอยากทำขนมปังแบบไหน รสชาติใด ก็เชิญได้ตามใจชอบ

ใครที่เป็นมือใหม่หัดอบ ขอแนะนำเป็นคลาสปูพื้นฐาน เพราะครูตุ๊กแหม่มเขาจัดเต็มเนื้อหาให้แบบเน้น ๆ อธิบายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้นำสูตรไปปรับใช้กับขนมปังได้อีกหลากหลายประเภท ส่วนใครที่เริ่มมีฝีมือ เชิญลองคลาสขนมปังผักสูตรเจ ความสนุกอยู่ที่การได้นำผักสดหลากหลายชนิดมาทำขนมปัง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนที่ดีต่อสุขภาพ

 สมหวังปังผัก
ภาพ : สมหวังปังผัก

คลาสเรียนของที่นี่มีทั้งแบบออนไลน์และเวิร์กชอป ใครสนใจแบบใดเชิญทักข้อความหาครูตุ๊กแหม่มได้โดยตรง แอบกระซิบบอกว่าราว ๆ เดือนกันยายน สมหวังปังผักก็เตรียมเปิดคลาสใหม่แกะกล่องอย่างคลาสขนมปังยีสต์ข้าวโคจิ ใครที่อยากลองเพาะเลี้ยงยีสต์ธรรมชาติ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

11
Cooking with Yao

ที่ตั้ง : ตำบลช่อแล อำเภอเมืองแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

Facebook : Cooking with Yao

เว็บไซต์ : www.cookingwithyao.com

โทรศัพท์ : 09 1852 1707

หากใครเข้าวงการอาหารสุขภาพ ไม่แปลกเลยที่จะเคยได้ยินชื่อของ เยา-เยาวดี ชูคง เพราะนอกจากจะควบตำแหน่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เธอยังเป็นนักขับเคลื่อนและสื่อสารด้านอาหารในเวลาเดียวกัน ส่วนสิ่งที่ทำให้สาวกสายแป้งอย่างเราดีใจมาก คือการได้รู้ว่า พี่เยาเปิดคลาสสอนทำขนมปังเพื่อสุขภาพกับเขาด้วย

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

เพราะเชื่อว่าอาหารที่ดี จะเป็นวิตามินเสริมให้ร่างกายมีพลัง พี่เยาจึงมุ่งมั่นสู่สายงานด้านอาหาร สุขภาพ และความยั่งยืนแบบสู้ไม่ถอย ซึ่งขนมปังก็เป็นหนึ่งในนั้น คอร์สที่พี่เยาภูมิใจนำเสนอ คือคอร์สสอนทำ Flat Bread หรือขนมปังแผ่นแบนที่เธอคิดสูตรและวิธีทำขึ้นมาเอง ผลลัพธ์คือขนมปังชนิดนี้ทำได้ง่ายและเร็วมาก (แค่มีกระทะ 1 ใบก็ทำได้แล้ว) ใช้ทานกับอาหารได้หลากหลาย จะทาเนย แยม หรือทานคู่กับแกงก็ย่อมได้ นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำ English Muffin และ Foccacia Bread ขนมปังสไตล์อิตาเลียนรสชาติเข้มข้น จะทานเดี่ยว ๆ ก็อร่อย ทานคู่กับซุปหรือสลัดก็เพลินมาก

จากประสบการณ์การสอนยาวนานกว่าสิบปี พี่เยาเล่าว่านักเรียนหลายคนเคยคิดว่าการทำขนมปังเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่พอได้ลงคอร์สเรียนที่เน้นทั้งเรื่องทฤษฎีและปฏิบัติจากที่นี่ ก็เปลี่ยนความคิดจากหน้าเป็นหลังมือ เมื่อลองเอาสูตรของพี่เยากลับไปดัดแปลง ผสมนู่นนิด เติมนี่หน่อย ขนมปังก็ยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่หลากหลายและสนุกขึ้น

Cooking with Yao
ภาพ : Cooking with Yao

หากถามว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างติดใจอะไร คำตอบคงเป็นวิธีการทำที่เน้นความเรียบง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เพราะพี่เยาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องเป็น Artisan Bread ขนมปังฝีมือเรา ๆ ก็อร่อยและมีคุณค่าได้เช่นกัน ส่วนวิธีการจองคอร์ส ติดตามได้ในทางเพจเฟซบุ๊ก Cooking with Yao หรือใครอยากมาเรียนกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2 – 3 คน ก็ทักข้อความหาพี่เยาได้โดยตรง 

12
Sloafbake & Else

ที่ตั้ง : 224/69 ซอยธารทิพย์ 3 ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ (แผนที่)

Facebook : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

Instagram : sloafbake

เว็บไซต์ : www.sloafbakeworkshop.com

โทรศัพท์ : 08 1452 8290 หรือ Line ID : @sloafbakeworkshop

ปิดท้ายด้วยโรงเรียนขนมปังตัวจริงเสียงจริงอย่าง Sloafbake ที่มี หนี่นี้-เรณุกา หุตานุวัตร เป็นเจ้าของและหัวหน้าทีมช่างอบขนมปัง นอกจากมีคอร์สสอนทำขนมปังทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ไว้คอยบริการ ที่ Sloafbake ยังพร้อมส่งและพร้อมเสิร์ฟขนมปังแสนอร่อยไปทั่วประเทศอีกด้วยนะ!

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

สาวกขนมปังอาจรู้จัก Sloafbake ในนามร้าน Sourdough Bakery ที่เปิดทำการมากว่า 4 ปี แต่เมื่อประจวบเหมาะพอดีที่ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ ชักชวนให้หนี่นี้ไปร่วมสอนทำขนมปังที่สตูดิโอ Bo.lan Education Program เธอจึงไม่รอช้า รีบคว้าอุปกรณ์และประสบการณ์ที่สั่งสมมานานใส่กระเป๋า รับบทครูขนมปังอย่างเต็มตัว หลักสูตรของครูหนี่นี้ให้ความสำคัญกับเรื่องทฤษฎีและ Sensory เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสังเกต ดมกลิ่น และสัมผัสก้อนโดวจ์ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงหัวใจของการทำซาวโดวจ์ขนานแท้

คอร์สเรียนของ Sloafbake มีทั้งคอร์สออนไลน์ระยะสั้น เพื่อการปูพื้นฐานและทำความรู้จักจักรวาลซาวโดวจ์ ที่สำคัญ ยังมีบริการจัดส่งอุปกรณ์ Starter Kit สำหรับเลี้ยงยีสต์ให้ฟรีแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่ม เมื่อเรียนจบก็ลงภาคปฏิบัติต่อได้ มีให้เลือกทั้งคอร์ส Country Sourdough ที่จะได้เรียนรู้การทำซาวโดวจ์รูปร่างต่าง ๆ กับครูหนี่นี้ ส่วนเชฟโบรับหน้าที่สอนทำอาหารที่ใช้ทานคู่กันอย่าง Homemade mayonnaise & Salsa และ Open sandwich 

คอร์สที่ครูหนี่นี้แนะนำเป็นพิเศษ คือคอร์ส Overnight Sourdough สอนทั้งการทำ Focaccia, Ciabatta, Olive Oil Soft Toast ที่สำคัญ เชฟโบยังมาช่วยสอนทำซุปที่กินกับขนมปัง 3 ตัวนี้แล้วอร่อยสุด ๆ คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับใครที่ไม่มีเวลาและอุปกรณ์จำกัด เพราะใช้เวลาทำตอนกลางคืนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วพาเจ้าก้อนโดวจ์เข้าไปนอนด้วยกันในห้องแอร์ ตื่นเช้ามาก็พร้อมอบกินร้อน ๆ (แถมอร่อยมาก) 

Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ
ภาพ : Sloafbake & else ขนมปัง Sourdough ส่งทั่วประเทศ

หากสนใจอยากตามไปเรียนกับครูหนี่นี้ เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ หรือใครอยากพูดคุยสอบถามเพิ่มเติม ก็ทักข้อความทางเพจหรือไลน์ของร้านได้เลย ทีม Sloafbake และครูหนี่นี้ยินดีต้อนรับ!

Writer

นกอินทรีย์

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ถ้าเลือกได้ขอปลอดภัยไว้ก่อน อยากรู้จักกัน แค่แบ่งของกินให้ อะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load