เหมือนฉากหนึ่งในหนังอินดี้ยุโรป

เรายืนกอด Apartamento เล่มที่ 21 แล้วยิ้มอยู่อย่างนั้นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ 30 นาทีก่อนหน้า

หนึ่งในรายการที่ต้องทำให้ได้เมื่อไปถึงบาร์เซโลนาของผู้เขียน คือการไปเดินผ่านหน้าประตูออฟฟิศของ Apartamento นิตยสารที่เล่าเรื่องบ้านได้เท่ที่สุดเล่มหนึ่ง แม้จะไม่ได้ติดตามอ่านทุกเล่มเพราะหาซื้อยากเหลือเกิน แต่การได้ยืนอยู่ใต้อาคารหลังเดียวกันเป็นเรื่องที่ชุบชีวิตจิตวิญญาณติ่งของผู้เขียนมากๆ

Apartamento เป็นนิตยสารราย 6 เดือนที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘an everyday life interiors magazine’ เหตุผลที่ไม่เรียกตัวเองเต็มปากว่าเป็นหนังสือตกแต่งบ้าน มาจากจุดเริ่มต้นของโอมาร์ โซซา (Omar Sosa) และ นาโช อาเลเกร (Nacho Alegre) ผู้ก่อตั้ง ที่สงสัยว่าทำไมหนังสือแต่งบ้านต้องบ้านสวยเนี้ยบอยู่ตลอด หรือประดับประดาด้วยงานศิลปะราคาแพง แล้วบอกเล่าแต่ที่มาแก่นสารของงานออกแบบหรูหรา แทนที่จะนั่งคุยกับเจ้าบ้านเรื่องพื้นที่ชีวิต ส่วนประกอบที่หลอมรวมจนคนหนึ่งสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ออกมาในทางของตัวเอง รวมถึงฉายภาพจริง อารมณ์ และความรู้สึกจริงของเจ้าของพื้นที่กับที่อยู่อาศัย เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ภาพถ่ายและเรื่องราวด้านใน Apartamento โดดเด่นเกินหน้านิตยสารหัวอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน

Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน

ยิ่งไปกว่านั้น วิธีการเลือกคนในเล่มก็เท่สุดๆ แม้จะเป็นศิลปินหรือคนทำงานสร้างสรรค์ในอีกฝั่งโลกที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่บทสัมภาษณ์ที่ให้ความรู้สึกเป็นบทสนทนามากกว่าแบบนี้อ่านง่ายและทำให้เรารู้จักบ้านและเจ้าบ้านไปพร้อมกันอย่างเปิดใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่องราว ณ บ้านที่แม่ริมของ เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล อยู่ใน Apartamento เล่มที่ 11 (เรื่องและภาพโดย Jeremy Liebman) ด้วย

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ Apartamento ซึ่งวางแผงปีละ 2 เล่มเป็นที่รอคอยของนักอ่านจากทั่วโลกเสมอ และบางเล่มขายหมดตั้งแต่วันแรกๆ ที่วางแผง

Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน

ถ้าระบบนำทางไม่มีปัญหา ตอนนี้เรากำลังอยู่หน้าอาคารที่ทำการของนิตยสารสุดเท่ในฝัน

ระหว่างที่ถอดใจเลิกออกตามหาเพราะไม่มีป้ายเขียนบอกว่ามาถูกทาง หนุ่มผมยาวที่เราคิดเองว่าเขาน่าเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ของ Apartamento ก็เปิดประตูเข็นรถจักรยานออกมาพอดี เราและชาวคณะจึงรวบรวมความกล้าส่งเสียงกริ่งตามสายขึ้นไปยังชั้น 3 ของอาคารไม่มีชื่อแห่งนี้

“ที่นั่นใช่ออฟฟิศของ Apartamento หรือเปล่าคะ พวกเราเป็นแฟนคลับจากประเทศไทย ไม่แน่ใจว่าจะขอขึ้นไปทักทายเยี่ยมชมออฟฟิศของคุณได้หรือเปล่า” ตัวแทนชาวคณะเริ่มต้นถาม ทั้งที่เผื่อใจกับคำตอบไว้บ้างแล้วแต่ก็อดลุ้นไม่ได้อยู่ดี

“ใช่แล้ว ที่นี่เลย ได้เลยๆ ขึ้นมาที่นี่ได้เลยค่ะ” คนที่ปลายสายส่งสัญญาณเปิดประตู

รู้ตัวอีกทีเราก็กำลังกอดหนังสือ Apartamento เล่มที่ 21 แน่นกับตัว

Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน


1

นิตยสารเล่าเรื่องบ้านที่ออกจากกรอบการเล่าเรื่องแบบนิตยสารแต่งบ้าน

Apartamento ฉบับแรกเกิดขึ้นในปี 2008 โดยโอมาร์ โซซา (อาร์ตไดเรกเตอร์) และ นาโช อาเลเกร (ครีเอทีฟไดเรกเตอร์) จุดเริ่มต้นมาจากคืนหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งไปนอนค้างคืนบ้านเพื่อนที่เป็นช่างภาพ

ก่อนจะกลายเป็นนิตยสารราย 6 เดือนอย่างทุกวันนี้ แรกเริ่มเดิมทีทั้งสองผู้ก่อตั้งตั้งใจจะเล่าเรื่องบ้านและผู้คนออกมาเป็นหนังสือ แต่เมื่อ Apartamento 2 เล่มแรกได้รับความสนใจและขายหมดอย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงมีเงินทุนสำหรับฉบับต่อๆ มา รวมถึงชวน มาร์โก เวลาร์ดี (Marco Velardi) จากมิลานมาเป็นบรรณาธิการบริหาร ก่อนตามด้วยทัพนักเขียนและช่างภาพจากทั่วโลก

โดยทั่วไปของนิตยสารเล่าเรื่องบ้าน มักจะพูดถึงศิลปะการตกแต่งตามสมัยนิยม ความโก้เก๋ น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ หรือบ้านที่ประดับประดาด้วยของชิ้นงานของศิลปินและนักออกแบบชื่อดังแห่งยุค เมื่อเห็นช่องว่างในตลาด Apartamento จึงนำเสนอเรื่องพื้นที่อยู่อาศัยและชีวิตในนั้น เหมือนอพาร์ตเมนต์ที่แม้จะเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และเพราะในความเป็นจริงผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังเช่าห้องอยู่ บ้างก็ยังอยู่กับครอบครัว พื้นที่ที่ทิ้งร่องรอยความรกรุงรังจากการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริง

Apartamento, แต่งบ้าน
Apartamento, แต่งบ้าน


2

เนื้อหาเจ๋งๆ ที่มาจากผู้คนเจ๋งๆ

ผู้คนในหนังสือล้วนมาจากแวดวงสร้างสรรค์หลากหลายสัญชาติ ทั้งช่างภาพ ศิลปิน นักออกแบบ นักดนตรี ผู้กำกับ เชฟ ต่างมาพูดคุยเรื่องพื้นที่ของพวกเขา “เราไม่ได้กำลังเล่าเรื่องการออกแบบและสินค้า หัวใจหลักของหนังสือ เรากำลังพาไปดูว่าคนเหล่านี้ใช้ชีวิตกันอย่างไร บ้านเขาเป็นอย่างไร เขาถึงคิดหรือทำสิ่งที่เขาเป็นอยู่ได้ขนาดนี้” นาโช อาเลเกร เล่าความตั้งใจแรกของ Apartamento ในบทความของ The Guardian

Apartamento ไม่ใช่หนังสือสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านสวย

บทความใน Apartamento จะขึ้นนำด้วยชื่อของเจ้าของเรื่องราวมากกว่าจะเล่าเรื่อง 10 วิธีการทำให้บ้านโล่งสบายน่าอยู่ คุณจะไม่มีทางพบเนื้อหาแบบนั้นแต่จะพบกับ นานาวิธีการจัดสวนดาดฟ้า เมนูสลัดแก้ฝันร้ายสำหรับเพื่อนข้างห้อง การฝากบ้านไว้กับ Airbnb แล้วออกไปพักร้อนที่บ้านใครสักคนอีกฝั่งโลก จดหมายรักจากศิลปินสาวถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอในนิวยอร์ก หรือบทความที่หลานชายเขียนถึงการเติบโตในบ้านของย่าผู้เป็นศิลปินระดับไอคอน

แม้เราจะไม่รู้จักบุคคลต้นเรื่องมาก่อน แต่การไปเยี่ยมบ้านผ่านตัวอักษรและรูปภาพเท่ๆ ไร้กฎเกณฑ์ในแบบ Apartamento ก็ทำให้รู้สึกว่ากำลังเยี่ยมบ้านเพื่อนของเพื่อนอยู่จริงๆ ภาพเขาและเธอยืนอยู่ในมุมโปรด หรือนั่งบนอยู่โซฟาที่ถกเถียงประเด็นทั้งเล็กและใหญ่กับคนรู้ใจ ล้วนส่งผลให้เรื่องที่มาจาก Apartamento พิเศษกว่าหนังสือเล่มไหนๆ

Apartamento, แต่งบ้าน

Apartamento, แต่งบ้าน
3

นิตยสารของกลุ่มนักออกแบบที่ไม่พยายามออกแบบนิตยสารให้สวยปัง แต่กลับได้รางวัลนิตยสารที่ออกแบบดีเยี่ยม

ขนาดของเล่มที่หนาจำนวน 344 หน้าอาจจะดูหนักและหนาสำหรับนิตยสาร แต่นักออกแบบหลายสำนักต่างชื่นชม เพราะเป็นการออกแบบหน้ากระดาษที่ทำให้ตัวอักษรและผู้อ่านมีพื้นที่หายใจ ถึงขั้นนิยาม Apartamento ว่าเป็นหนังสือของนักออกแบบที่ไม่คลั่งการออกแบบ หรือพยายามจัดหน้ากระดาษให้สวยเป๊ะปังจนมากเกิน แต่กลับได้รับรางวัลการออกแบบนิตยสารที่ดีที่สุดหรือ Yellow Pencil Award 2010 รายการ Global Association for Creative Advertising & Design Awards จาก D&AD หรือ Designers and Art Directors Association (UK)

Apartamento, แต่งบ้าน

Apartamento, แต่งบ้าน

4

กลยุทธ์การขายที่ทำให้คนอ่านอยากอ่านและห้างร้านดังอยากซื้อหน้าโฆษณา

หากเป็นนิตยสารแต่งบ้านทั่วไป การประกาศตัวว่าเป็นนิตยสารที่จัดจำหน่ายไปทั่วโลก สร้างอำนาจต่อรองมากพอที่จะกำหนดราคาหน้าโฆษณาและเนื้อหาด้านใน

แต่ Apartamento ไม่เลือกที่จะทำแบบนั้น เพราะอยากรักษาตัวตนและความสดของเนื้อหา เราจึงไม่เห็นเนื้อหาที่พูดถึงสินค้าและเฟอร์นิเจอร์หรู

รายได้ของนิตยสาร Apartamento มาจากหน้าโฆษณาในจำนวนจำกัด และการกำหนดราคาหนังสือที่สูงกว่าเจ้าอื่นๆ ในตลาดเดียวกัน เพื่อให้ผู้อ่านมั่นใจว่าจะไม่เจอโฆษณาแฝงในเล่มแน่นอน และด้วยกลยุทธ์นี้ยิ่งทำให้คนอ่านอยากอ่าน และลูกค้าอยากซื้อหน้าโฆษณาในพื้นที่ที่อนุญาต

ขณะที่การจัดจำหน่ายหนังสือ Apartamento ใช้วิธีจัดจำหน่ายตรงกับร้านหนังสือและร้านคอนเซปต์สโตร์ เพราะเชื่อว่าระบบการกระจายสินค้าแบบนี้จะช่วยตอกย้ำสิ่งที่หนังสือเชื่อ เรื่องการเชื่อมผู้อ่าน ร้านค้า และคนทำหนังสือ เข้าด้วยกัน

Apartamento, แต่งบ้าน

Apartamento, แต่งบ้าน
5

เยี่ยมออฟฟิศและคุยกับกองบรรณาธิการ Apartamento

หลังจากเราและชาวคณะแนะนำตัวกันสั้นๆ มาเดอลีน วิลลิส (Madeleine Willis) หรือ Content Editor ของ Apartamento ที่ออกมาต้อนรับก็พาชมพื้นที่การทำงานของ Apartamento Studio ครีเอทีฟเอเจนซี่ที่ทำงานเป็นที่ปรึกษางานสร้างสรรค์และดูแลองค์ประกอบศิลป์ให้กับงานออกแบบต่างๆ ซึ่งนอกจากนิตยสาร Apartamento ยังมี Apartamento Cookbook และกำลังจะมี Architecture Series เร็วๆ นี้อีกด้วย

สำหรับวิธีการทำงานของทีมงานนิตยสาร ซึ่งประกอบด้วยผู้ก่อตั้ง 3 คนและกองบรรณาธิการอีก 4 คนที่ทำหน้าที่ผลิตเนื้อหาและออกแบบนิตยสาร The Cloud ได้มีโอกาสพูดคุยสั้นๆ กับ ร็อบบี้ ไวต์เฮด (Robbie Whitehead) Managing Editor ผู้ดูแลเนื้อหา บริหารจัดการช่างภาพและนักเขียนสำหรับบทความแต่ละตอน ถึงวิธีการทำงานสนุกๆ และเบื้องหลังของหนังสือที่ผู้อ่านทั้งโลกรอคอย

ซึ่งแม้ว่าจะเป็นทีมเล็กๆ แต่ก็มีเครือข่ายยอดฝีมือมากมายกระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาคทั่วทั้งโลก

และนี่คือบทสนทนาระหว่างเรา

อะไรคือการเปลี่ยนแปลงของ Apartamento ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความตั้งใจต่อจากนี้

ถ้าคุณเห็นเล่มแรกและเล่มสิบ คุณจะเห็นความต่าง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่เป็นไปอย่างธรรมชาติ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ขึ้นกับผู้อ่านของเราและรสนิยมที่เปลี่ยนไป 10 ปีที่ผ่านมาเราทำตามสิ่งที่เราเชื่อ ด้วยการหาลูกเล่นหรือวิธีการเล่าเรื่องใหม่ๆ เพื่อคงความเป็น Apartamento อย่างในวันแรก มันเลยไม่ง่ายที่จะตอบว่าหนังสือเราเป็นอย่างไรในวันครบรอบ 10 ปีหน้า เรายังคงมีรายชื่อคนอีกมากมายที่เราอยากทำเรื่องของเขา 10 ปีที่ผ่านมาไม่พอจะเล่าเรื่องคนเหล่านั้นทั้งหมด” คุณร็อบบี้ก็ตอบอย่างตั้งใจ ก่อนจะเล่าว่า หนึ่งในจำนวนนั้น ที่ชาว Apartamento รอคอยที่สุดคือ เดวิด ฮอกนีย์ (David Hockney) ศิลปินป๊อปอาร์ตรุ่นใหญ่

ชาว Apartamento ทำอย่างไรถึงมีคนเจ๋งๆ อยู่ในหนังสือของคุณมากมายเต็มไปหมด

เป็นเรื่องของคอนเนกชันและการติดต่อ บางทีก็ง่ายมากเพราะเป็นคนรู้จักของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน บางทีก็ต้องเขียนอีเมลไป รอเขาตอบกลับมา ซึ่งกับคุณเดวิด ฮอกนีย์ เราลองทุกช่องทางแล้ว ส่งนิตยสารไป ส่งจดหมายไป แต่ยังไม่ถึงเขาเสียที เขาเป็นหนึ่งคนที่เราอยากสัมภาษณ์มากๆ

ซึ่งนอกจากคนในวงการสร้างสรรค์รุ่นใหญ่แล้ว เราตั้งใจอยากทำเนื้อหาที่หลากหลายและไปไกลกว่าเดิม ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเรื่องราวจากคนในภาคพื้นยุโรปเท่านั้น แต่รวมเรื่องราวของคนจากเอเชีย แอฟริกา และใน Apartamento เล่มหน้าจะมีเรื่องของคนอินเดียด้วยนะ

ทำไมชาว Apartamento ซึ่งเป็นนักออกแบบและคนที่ทำงานในวงการสร้างสรรค์จึงมองเรื่องของชีวิตและการอยู่บ้านน่าสนใจกว่าข้าวของแต่งบ้านและเส้นสีของอาคาร

เราบอกเสมอว่าเราไม่ใช่หนังสือแต่งบ้าน เราเพียงสนใจชีวิตของคนที่ทำงานสร้างสรรค์ในแขนงสาขาต่างๆ และเชื่อว่าบ้านเป็นภาพสะท้อนตัวตนและวิธีคิดของแต่ละคนได้ดีกว่าภาพใดภาพหนึ่ง หลายครั้งเราพบว่าตัวบ้านก็ไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจเท่าเรื่องราวของคนในนั้น มันน่าสนใจมากนะโดยเฉพาะเมื่อต้องเล่าออกมาเป็นภาพถ่าย

Apartamento, แต่งบ้าน

คุณชอบเล่มไหนหรือเรื่องราวของใครมากที่สุด

เยอะมาก เลือกไม่ได้เลย

เลือกจากเล่มล่าสุดก็ได้ค่ะ

ขอคิดแป๊บหนึ่งนะ ถ้าต้องตอบจริงๆ ผมชอบเรื่องของนิโคลัส ปาร์ตี้ (Nicolas Party) ศิลปินจากบรัสเซลส์ที่ตอนนี้อยู่นิวยอร์ก ถ้าคุณได้อ่าน เป็นเรื่องที่ดีมากนะ หรือเรื่องของปีเตอร์ เบอร์ลิน (Peter Berlin) ไอคอนของคนโฮโมเซ็กชวล กับอพาร์ตเมนต์ของเขาที่ซานฟรานซิสโก เป็นผู้ชายที่มี Sexuality Lifestyle น่าสนใจมาก เนื่องจากผมมาจากสายกราฟิกดีไซเนอร์ ปกติผมจึงชอบภาพประกอบบทความเป็นพิเศษ แต่กับเรื่องนี้ผมสนใจและจดจำเรื่องได้มากกว่าภาพ อ้อ มีเรื่องของนิโกลา แอล. (Nicola L.) ศิลปินจากฝรั่งเศสที่ตอนนี้อยู่นิวยอร์กเช่นกัน เป็นบทความที่หลานชายเขียนเรื่องชีวิตที่โตมากับยายผู้เป็นศิลปิน น่าประทับใจมาก เพราะครั้งหนึ่งใน Apartamento เล่มที่ 10 เราเคยใช้ภาพที่มีงานของนิโกลา แอล. เป็นภาพปกด้วย

รู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่กรี๊ดปกของ Apartamento มากๆ เบื้องหลังการเลือกปกแต่ละฉบับเป็นยังไง

เลือกจากรูปที่ดีที่สุด (เดินไปหยิบหนังสือ THE WORLD OF APARTAMENTO: 10 YEARS OF EVERYDAY LIFE INTERIORS เปิดให้ดูรูปปกที่เกือบจะได้เป็นปกของ Apartamento แต่ละเล่ม) อธิบายยากเหมือนกันว่าทำไม เป็นเรื่องของความรู้สึก ใช่เลย! สำหรับพวกเราทีมงาน

เห็นว่า Apartamento เพิ่งทำเว็บไซต์ออนไลน์และแอพพลิเคชันเป็นของตัวเองด้วย ถือเป็นการปรับตัวมาสู่โลกออนไลน์ไหม

เราเพิ่งทำเว็บไซต์เมื่อปีที่ผ่านมา เราแค่พยายามทำเพื่อเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสาร ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนไปเป็นนิตยสารออนไลน์ ถ้าถามว่าที่นี่มีปัญหาทำนองการเปลี่ยนผ่านแพลตฟอร์มไหม ก็มีนะ แต่เราค่อนข้างโชคดีที่คนอ่านยังให้การตอบรับที่ดีเสมอ และมีหลายเล่มเลยที่เราขายหมดอย่างรวดเร็ว

ถือว่ารอดชีวิตสวยงาม?

เราภูมิใจที่อยู่รอดนะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะหยุดเพราะว่าพอใจแล้วหรอกนะ ในตลาดนิตยสารอิสระ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำนิตยสารให้เป็นที่รู้จัก สำหรับระยะเวลาเท่านี้เราถือว่าจุดแข็งที่เรามีเป็นสิ่งที่เราภูมิใจจะรักษาไว้

หนึ่งสิ่งในออฟฟิศของ Apartamento ที่สะท้อนตัวตนของ Apartamento ที่สุด

เราเพิ่งเปลี่ยนกันสาดเป็นสีส้ม

Apartamento, แต่งบ้าน

ทำไมต้องสีส้ม

ไม่รู้เหมือนกัน จำได้ว่าวันที่พวกเราต้องเลือกสี บรรยากาศเหมือนทุกครั้งที่เราต้องประชุมกัน ‘ไม่ มันต้องสีส้มนี้เท่านั้น’ จริงๆ อาจจะเป็นเพราะเราทาสีผนังสีชมพู ซึ่งมันเคยเป็นสีเขียวมาก่อน และทำให้ห้องดูมืดไปหน่อย แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นนะ

Apartamento, แต่งบ้าน
 
ขอขอบคุณ: Qatar Airways

Writer & Photographer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
724

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load